ตอน 1

คลับ

ค็อกเทลบาร์

“Old Fashioned ที่คุณสั่งได้แล้วครับ”

กรรฐ์ดึงสายตาที่กำลังจ้องมองบรรยากาศเรื่อยเปื่อยโดยรอบกลับคืนมาด้วยท่าทีเกียจคร้านเมื่อได้ยินว่าค็อกเทลที่เขาสั่งเอาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วกรรฐ์สูดกลิ่นหอมของเปลือกส้มตากแห้งที่แต่งหน้าวางอยู่บนน้ำแข็งด้วยความสดชื่นก่อนที่นิ้วเรียวยาวขาวเนียนดุจหยกจะยื่นไปหยิบแก้วค็อกเทลที่อยู่ตรงหน้าขึ้นจิบช้าๆในใจพลันรู้สึกว่า...

‘รสชาติดีแต่ไม่ใช่ดีที่สุด…’

“อืม รสชาติพอใช้”

รอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าของไวนพลันแข็งค้างเมื่อคำชมที่เขาหวังจะได้ยินกลายเป็นคำพูดที่ไม่น่าฟังเลยสักนิดที่ผ่านมาเขาพยายามฝึกปรือฝีมือการชงค็อกเทลเพื่อให้ได้รับการยอมรับและคำชมจากเหล่านักท่องราตรีมาโดยตลอดซึ่งเขาก็ทำสำเร็จแต่ดูเหมือนว่าสำหรับคนตรงหน้าแล้วฝีมือของเขานั้นคงจะยังไม่ถูกใจอีกฝ่ายสักเท่าไหร่คำชมที่ได้รับจึงอยู่ในระดับแค่ ‘รสชาติพอใช้’ เท่านั้น

ถึงแม้ว่าในใจของไวน์จะรู้สึกขุ่นเคืองใจกับคำพูดของอีกฝ่ายมากแค่ไหนเขาก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับคำติชมที่ไม่เต็มใจยอมรับนี้เอาไว้พร้อมกล้ำกลืนความไม่พอใจเอาไว้เต็มท้องเท่านั้นเขาก็แค่ลูกจ้างคนหนึ่งจะไปมีสิทธิ์มีเสียงต่อว่าลูกค้าที่คือพระเจ้าได้อย่างไรเมื่อคิดมาถึงความจริงข้อนี้สีหน้าของไวน์ก็พลันหม่นหมองลงอย่างเห็นได้

“อยากชงค็อกเทลให้อร่อยกว่านี้ไหม ?”

คิ้วหนาเข้มที่ขมวดแน่นกับสายตาขุ่นเคืองคู่หนึ่งพลันคืบคลานเข้ามาใกล้เกือบจะเรียกได้ว่าชนจมูกเมื่อได้ยินคำถามจากหนุ่มหล่อตรงหน้าที่ยังคงนั่งจิบค็อกเทลด้วยท่าทีที่แฝงไปด้วยความเกียจคร้านเช่นเคย

“ถามแบบนี้พี่จะสอนผมหรือไง ? หรือว่าจะส่งผมไปเรียนเพิ่มแล้วมาชงให้พี่ชมว่ารสชาติดีมาก”

    มุมปากของกรรฐ์พลันกดลึกปรากฏเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วแฝงไปด้วยความเสเพลอยู่หลายส่วนเมื่อได้ยินคำพูดยียวนคล้ายต้องการหาเรื่องเขาของอีกฝ่ายก่อนที่ดวงตาดอกท้อที่เจือรอยยิ้มบางเบาจะสบเข้ากับสายตาที่แฝงไปด้วยความน้อยใจราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมของเด็กหนุ่มนิ้วเรียวยาวขาวราวหยกงามเคาะลงบนเคาน์เตอร์บาร์เบาๆราวกับกำลังใช้ความคิด

“อืม ฉันจะสอนนายเองรับรองว่ารสชาติดีกว่าแก้วนี้ที่นายชงแน่นอน”

ความยินดีพลันฉายชัดอยู่ในดวงตาของเด็กหนุ่มก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็วดวงตาของไวน์หรี่ลงเล็กน้อยพร้อมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าอย่างคลางแคลงใจนี่เขาพูดจริงจากใจหรือว่าพูดเล่นเอาฮากันแน่อย่างเขาเนี่ยนะจะชงค็อกเทลเป็น ?

“ทำหน้าแบบนี้ไม่เชื่ออะดิ หึ นายคิดว่าคนอย่างฉันมีดีแค่หน้าตาหรือไงลองนายได้รู้จักฉันจริงๆนิ้วมือสิบนิ้วยังไม่พอให้นับถึงความสามารถที่มีของฉันเลย”

คำพูดโอ้อวดของพี่ชายรูปหล่อทำให้ไวน์เผลอเบะปากท่าทางของเด็กหนุ่มในตอนนี้คล้ายกำลังบอกให้กรรฐ์เลิกพูดเรื่องไร้สาระสักทีเถอะเขาทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้วกรรฐ์ที่เห็นว่าเด็กหนุ่มไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดก็ไม่อยากเสียเวลาพูดมากอีกต่อไปเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินอ้อมไปยังด้านหลังเคาน์เตอร์แล้วยกนิ้วชี้บอกให้ไวน์หลบไปซึ่งไวน์ก็ยอมถอยหลบไปยืนอยู่ด้านหลังเขาแต่โดยดี

ดวงตาคู่คมไล่มองส่วนผสมที่อยู่ตรงหน้าพร้อมยื่นมือที่ขาวราวกับหยกชั้นดีหยิบแก้วจากที่วางมาใบหนึ่งก่อนที่กรรฐ์จะเริ่มผสมเหล้าตามสูตรด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่มีการวัดตวงใดๆทั้งสิ้นเขาอาศัยการคาดคะเนจากสายตาที่ผ่านการชงค็อกเทลมานับครั้งไม่ถ้วนและเทส่วนผสมของค็อกเทลที่มีชื่อเรียกว่า Singapore Sling ลงไปในแก้วด้วยความรวดเร็วกรรฐ์ใช้เวลาเพียงห้านาทีก็ผลักแก้วเหล้าที่เสร็จเรียบร้อยมาตรงหน้าของไวน์ที่กำลังยืนอึ้งด้วยความตกใจ

นะ นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกันเครื่องดื่มแต่ละแก้วตัวเขาเองยังใช้เวลาสิบถึงสิบห้านาทีขนาดพี่ตะวันที่สอนเขายังใช้เวลาตั้งสิบนาทีแต่ผู้ชายคนนี้กลับใช้เวลาเพียงห้านาทีแถมสายตาของเขายังดีมากอีกด้วยเทส่วนผสมลงไปโดยที่ไม่มีการวัดตวงที่สำคัญไม่มีการหยิบผิดหรือหยิบสลับเลยแม้แต่น้อยการชงเครื่องดื่มที่รวดเร็วและชำนาญขนาดนี้มีแต่คนที่ผ่านการชงมานับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้นแหละที่สามารถทำได้

“อ้าว มัวแต่ยืนอึ้งอยู่ทำไม ? ลองชิมดูสิ”

ใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ยกยิ้มจนตาหยีทำเอาไวน์ถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะที่ผ่านมาเขาพบเจอกับผู้คนมามากหน้าหลายตาไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือนักร้องแถวหน้าชื่อดังของวงการแต่ไม่มีใครที่ทำให้ไวน์รู้สึกว่าหน้าตาของเขานั้นหล่อเหลาสะกดตาคนมองได้เท่ากับผู้ชายที่กำลังส่งยิ้มให้เขาคนนี้เลยในใจของเด็กหนุ่มพลันบังเกิดความรู้สึกอิจฉาอยู่เล็กน้อยจนทำให้เขาถึงกับเหม่อไปชั่วขณะ

ป๊อก

“อูย เจ็บ”

นิ้วเรียวที่เคาะลงบนหน้าผากของไวน์ทำให้ความคิดที่กำลังอิจฉาคนตรงหน้าถูกดึงกลับมาไวน์ยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกกรรฐ์ดีดด้วยความเจ็บ

“จ้องหน้าฉันตาไม่กระพริบแบบนี้แอบชอบกันอยู่หรือไง หืม ?”

  คำพูดชวนขนหัวลุกของกรรฐ์ทำให้ไวน์ถอยออกห่างจากเขาเล็กน้อยปากก็เอ่ยแก้ตัวด้วยความร้อนรน

   “ผมไม่ได้แอบชอบพี่สักหน่อยถึงพี่จะหน้าตาดีกว่าผู้ชายทุกคนที่ผมเคยเจอแต่ผมผู้ชายทั้งแท่งนะครับ”

   “อ้อ ไอ้เราก็นึกว่าจะแอบชอบกันแล้วซะอีก”

กรรฐ์เอ่ยสัพยอกเด็กหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาดอกท้อคู่งามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้คนหลงใหลก่อนที่เขาจะดันแก้วเหล้ามาตรงหน้าของไวน์ที่รีบยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบทันทีที่ลิ้นของเขาสัมผัสกับรสชาติของเหล้าที่หอมหวานดวงตาของไวน์พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

    ‘เหล้าแก้วนี้รสชาติดีเกินไปแล้ว’

 “อืม รสชาติดีมาก”

   ไวน์เอ่ยขึ้นอย่างไม่ตระหนี่ถี่เหนียวคำชมในขณะที่คนถูกชมก็พยักหน้ารับอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน

    “เหล้ารสชาติจะดีหรือไม่ดีก็ต้องดูด้วยว่าใครเป็นคนชง”

   กรรฐ์เอ่ยชื่นชมตัวเองอย่างไม่นึกกระดากปากเลยแม้แต่น้อยในขณะที่ไวน์เองก็ต้องยอมรับว่าฝีมือการชงเหล้าของพี่ชายรูปหล่อคนนี้นั้นดีมากจริงๆ

    “ผมขอฝากเนื้อฝากตัว...”

   “Dry Martini แก้วหนึ่งค่ะ”

ในขณะที่ไวน์กำลังจะเอ่ยขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของกรรฐ์เสียงหวานใสก็ดังขึ้นแทรกเข้ามาก่อนทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันไปมองยังมาผู้มาใหม่ที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้านแต่กลับชวนให้คนมองไม่อาจละสายตาจากไปได้ มินตราฟุบใบหน้าลงบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างไม่คิดที่จะรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีต่อให้มีคนแอบถ่ายรูปของเธอไปนั่งเทียนเขียนข่าวในทางที่ไม่ดีเธอก็ไม่คิดจะสนใจคนอย่างเธอเคยสนใจพวกข่าวไร้สาระแบบนั้นที่ไหนกัน

ดวงตาดอกท้อคู่งามของกรรฐ์พลันยกยิ้มจนตาหยีโค้งราวกับพระจันทร์เสี้ยวเมื่อเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาใหม่คือใครก่อนที่รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจจะหุบลงทันทีเมื่อเห็นว่าไวน์กำลังหรี่ตาจ้องมาที่เขาด้วยสายตาจับผิดในที่สุดคนที่เขารอคอยก็มาถึงสักทีกรรฐ์ยื่นมือไปผลักไวน์ให้หลบพ้นทางก่อนที่เขาจะลงมือชง Dry Martini ให้มินตราด้วยตัวเอง

“Dry Martini ได้แล้วครับ”

น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูทำให้มินตราที่จิตใจกำลังห่อเหี่ยวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดวงตาคู่สวยที่ดูไม่สบอารมณ์พลันเปลี่ยนเป็นความความตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

 “ไหนคุณบอกว่าไม่ว่างไงแล้วใครกันน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีนตอนนี้ ?”

   มินตราเท้าคางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ด้วยแววตากรุ้มกริ่มนิ้วมือพลันยื่นไปจิ้มหน้าอกของเขาอย่างต้องการหยอกล้อในขณะที่ไวน์เลิกคิ้วจ้องหน้ามินตราและกรรฐ์สลับกันไปมาด้วยแววตาสนใจใคร่รู้หน้าตาท่าทางที่ดูผิดปกติของทั้งคู่ทำให้ไวน์แอบคาดเดาอยู่ในใจว่าทั้งคู่ต้องมีซัมติงกันอย่างแน่นอนไวน์ฟันธง!

  “ตอนนั้นผมไม่ว่างจริงๆนี่นาแต่ว่าตอนนี้ว่างแล้วครับแถมยังว่างทั้งคืนไปจนถึงเช้า”

คำตอบที่แฝงไปด้วยความนัยของกรรฐ์ทำให้หัวใจของมินตราเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกในใจพลันคาดหวังถึงบางสิ่งบางอย่างด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนแทบอยากจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีแต่สุดท้ายก็จำต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้แล้วแสร้งทำเป็นแง่งอนอย่างน่ารักน่าเอ็นดูชวนให้หัวใจของกรรฐ์รู้สึกคันยุบยิบราวกับมีมดนับพันกำลังไต่ไปมา

  “เหอะ คนโกหกเป็นห่วงมีนก็บอกมาเถอะไม่ต้องทำมาเป็นปากแข็ง”

มินตราย่นจมูกใส่คนหน้าตายด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เธอจะยกแก้วเหล้ากระดกรวดเดียวหมดแก้วโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีทั้ง ๆ ที่ความขมปร่าแสบคอกำลังไหลลงสู่กระเพาะชวนให้ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

 “อืม ผมโกหกคุณจริงๆนั้นแหละความจริงแล้วผมเป็นห่วงคุณมาก”

เมื่อได้ยินกรรฐ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาอารมณ์ของมินตราก็พลันดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดบรรยากาศรอบตัวคล้ายกับมีดอกไม้ผลิบานส่งกลิ่นหอมฟุ้งเต็มไปหมด

   “ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วเป็นห่วงมีน”

 มินตราแย้มยิ้มด้วยความเบิกบานใจอย่างถึงที่สุดก่อนที่เธอจะกลับมานั่งเท้าคางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ด้วยแววตาหลงใหลในขณะที่กรรฐ์เองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาที่ร้อนแรงของเธอแต่อย่างใด

“เฮ้อ หล่อเกินไปจนใจเจ็บมีนหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วรู้ไหมคะ ?”

มินตราสารภาพความในใจออกมาอย่างไร้ซึ่งความเขินอายก่อนที่เธอจะยกนิ้วชี้โบกไปมาทำให้ไวน์ที่ลอบสังเกตท่าทีของหนุ่มสาวทั้งสองคนอยู่ห่างๆพลันเข้าใจความหมายที่มินตราต้องการจะสื่อในทันที

“เพิ่งดื่มไปแก้วเดียวก็เพ้อนี่คุณกำลังเมาเหล้าหรือเมารักกันแน่ ?”

คำพูดของหยอกล้อมินตราของกรรฐ์ทำให้มือของไวน์ที่กำลังชงค็อกเทลถึงกับชะงักนี่เขากำลังได้ยินเรื่องอะไรกันคำพูดนี้ของลูกพี่กรรฐ์หมายความว่าคุณมินตรากำลังตำหลุมรักลูกพี่ของเขาใช่ไหม ?

"แน่นอนว่าต้องเมารักอยู่แล้วแถมยังเมาหนักมากด้วยคุณว่ามีนต้องทำยังไงดีถึงจะสร่างจากอาการเมารักในครั้งนี้ได้ ?"

วาจาที่ฟังดูคล้ายสาวน้อยที่กำลังเพ้อเพราะตกอยู่ในห้วงแห่งความรักของมินตราทำให้ความรู้สึกลำคอแห้งผากของกรรฐ์กลับมาอีกครั้งก่อนที่เขาจะยื่นมือไปหยิบค็อกเทลที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาดื่มเพื่อดับความรู้สึกร้อนรุ่มที่เต็มไปด้วยความกระหายอยากในบางสิ่งบางอย่าง

"เมาเหล้านอนตื่นเดียวก็หายแต่ถ้าเมารักก็คงต้องนอนกับผมแล้วล่ะคุณถึงจะหายเมา"

ดวงตาของมินตราพลันเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของกรรฐ์ดังขึ้นอยู่ข้างใบหูอย่างชัดเจนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่ค่อยๆผละจากไปทำให้มินตรารู้สึกอาวรณ์อย่างไม่บอกไม่ถูกทันใดนั้นมินตราก็ยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมดแก้วก่อนที่เธอจะเงยหน้าเรียวเล็กขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์พร้อมเอ่ยถามถึงสิ่งที่เธอเพิ่งตัดสินใจไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

   “คุณ..อึก นอนด้วยกันไหม ? “

กรรฐ์รู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินคำถามของมินตราเขาไม่คิดเลยว่าคำพูดล้อเล่นของตัวเองจะทำให้เธอคิดจริงจังถึงขั้นตัดสินใจเอ่ยชวนเขาด้วยแววตาที่ทั้งดื่มด่ำและลุ่มหลงในตัวเขาเช่นนี้

“อืม เอาสิ สดหรือใส่ถุงดีล่ะ? “

ดวงตาคู่สวยที่ติดตรึงอยู่บนใบหน้าของกรรฐ์พลันเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำตอบของเขาริมฝีปากอวบอิ่มของเธอเผยอเล็กน้อยด้วยความตกใจกว่าจะรู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกไปอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขาก็พันธนาการเธอเอาไว้ในอ้อมกอดเสียแล้ว

“ชวนผมขึ้นเตียงแล้วห้ามกลับคำคนอย่างผมพูดแล้วต้องทำต่อให้คุณรู้สึกเสียใจทีหลังก็ช่วยไม่ได้”

    กรรฐ์ไม่ให้เวลามินตราได้คิดทบทวนคำพูดของเธอเลยสักนิดเขาหยิบการ์ดสีดำใบหนึ่งวางลงตรงหน้าเด็กหนุ่มที่เพิ่งกลับเข้ามาพร้อมโอบเอวมินตราที่ยังคงอยู่ในอาการสับสนและมึนงงเดินจากไปส่วนไวน์ที่เพิ่งมาถึงได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะพร้อมมองแผ่นหลังของทั้งคู่ที่เดินจากไปด้วยความงุนงง

ตอน 2

ประเทศ Y

หมู่บ้านเอลเคลต์

“ยานี้ทานหลังอาหารสามเวลานะครับห้ามลืม ส่วนนี่คือยาแก้ปวดให้ทานก่อนนอนนะครับแต่ถ้าปวดมากจนทนไม่ไหวก็เพิ่มเป็น 2 เม็ดได้ครับ”

กรรฐ์เอ่ยบอกหญิงชราที่ยื่นมือมารับยาไปจากเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดวงตาดอกท้องดงามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกทั้งซาบซึ้งและตื้นตันใจ

“ขอบคุณคุณหมอมากที่เสียสละเวลามารักษาเอรีสถ้าไม่ได้คุณหมอเอรีสต้องแย่แน่ ๆ”

น้ำตาเม็ดโตไหลหล่นลงบนแก้มที่ซูบตอบเพราะขาดสารอาหารของหญิงชราในดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาแฝงไปด้วยความหดหู่ใจตั้งแต่สงครามจบลงทุกครอบครัวที่อาศัยอยู่ระหว่างชายแดนของประเทศ Y ต่างได้รับผลกระทบกันทุกครัวเรือนรวมถึงเธอด้วยที่สูญเสียสามีและลูกชายคนโตไปอย่างไม่มีวันกลับครอบครัวของเธอในวันนี้จึงมีเพียงเธอและลูกชายคนเล็กเท่านั้นกรรฐ์ยื่นมือไปกุมมือของหญิงชราเอาไว้พร้อมบีบเบาๆให้กำลังใจก่อนที่เขาจะเอ่ยขอตัวและลุกขึ้นเดินจากไป

“คุณหมอลุกซ์”

ทันทีที่กรรฐ์ออกมาจากกระท่อมของหญิงชราเด็กชายตัวเล็กก็พุ่งเข้ามากอดเขาเอาไว้ใบหน้าซูบตอบเงยขึ้นส่งยิ้มให้คุณหมอหนุ่มที่มักจะแวะมาดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยให้คนในหมู่บ้านด้วยความดีใจ

“ว่ายังไงครับลีวานเด็กดี”

กรรฐ์ย่อตัวลงนั่งยอง ๆพร้อมยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยไปมาในขณะที่ลีวานเอาแต่กอดคุณหมอหนุ่มไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าถ้าเขาเผลอปล่อยมือคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป

“ลีวานคิดถึงคุณหมอ”

เด็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสะอื้นก่อนที่อ้อมแขนอบอุ่นจะสวมกอดเด็กชายตัวเล็กเอาไว้มือเรียวยาวที่ขาวดั่งหยกลูบแผ่นหลังของเด็กน้อยเบาๆอย่างปลอบประโลม

“คุณหมอก็คิดถึงลีวานเหมือนกันครับวันนี้คุณหมอมีของเล่นมาฝากลีวานด้วยน้า”

ดวงตาของเด็กน้อยพลันทอแสงเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ยินว่าคุณหมอมีของเล่นมาฝากตัวเองความเศร้าโศกเสียใจที่ไม่ได้เจอหน้าคุณหมอตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาพลันหายวับไปในชั่วพริบตาเมื่อเห็นหุ่นยนต์ยอดมนุษย์ตัวเล็กที่อยู่ในมือของคุณหมอ

“ซุปเปอร์แมนตัวน้อยลีวานชอบไหมครับ ?” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามลีวานด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“ชอบ ลีวานชอบซุปเปอร์แมน”

เด็กน้อยพยักหน้ารับด้วยความดีใจแววตากระจ่างใสจ้องมองยอดมนุษย์ในมือของคุณหมอด้วยความชื่นชอบ

“ให้ลีวานครับ”

กรรฐ์ยื่นหุ่นยนต์ตัวน้อยให้ลีวานที่ยิ้มกว้างรับหุ่นยนต์มาถือเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นปากก็ร้องตะโกนเรียกชื่อซุปเปอร์แมนเสียงดังด้วยความดีใจไม่หยุด

“ลีวานสัญญาว่าจะดูแลเจ้าซุปเปอร์แมนตัวนี้เป็นอย่างดี”

ปากเล็กช่างเจรจาเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับคุณหมอหนุ่มผู้มีพระคุณของหมู่บ้านแต่สำหรับเด็กชายลีวานแล้วคุณหมอเฮลเปรียบเสมือนเทพเจ้าถ้าไม่มีคุณหมอเฮลในวันนั้นลีวานก็คงจะกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้พ่อขาดแม่ในวันนี้ผลกระทบจากสงครามทำให้บิดามารดาของเด็กชายได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพทหารและการรักษาจากคุณหมอเฮลวันนี้ครอบครัวของเด็กชายจึงยังคงอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาถึงแม้ว่าชีวิตจะไม่ได้สุขสบายเหมือนเมื่อก่อนแต่แค่ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นแสงตะวันที่งดงามและผืนหญ้าที่เขียวชอุ่มเด็กน้อยก็พึงพอใจมากแล้ว

“สัญญาแล้วต้องทำให้ได้นะครับ”

“แน่นอน ลีวานทำได้ไม่ผิดสัญญาแน่นอน”

กรรฐ์ยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของเด็กชายที่รีบยื่นนิ้วของตัวเองมาเกี่ยวก้อยและเอ่ยให้คำมั่นสัญญาอย่างแข็งขันก่อนที่หนึ่งคนตัวสูงและหนึ่งคนตัวเล็กจะจับจูงมือกันเดินไปข้างหน้าเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยให้คนในหมู่บ้านตลอดทั้งวันที่กรรฐ์ทำการรักษาผู้ป่วยข้างๆเขาจะมีเด็กชายตัวน้อยคอยเจรจาเจื้อยแจ้วอยู่ไม่ห่างแต่กลับไม่ได้สร้างความวุ่นวายหรือความรู้สึกรำคาญใจให้กรรฐ์แต่อย่างใดตรงกันข้ามการที่มีเด็กน้อยคอยอยู่เคียงข้างทำให้กรรฐ์รู้สึกว่าการรักษาผู้ป่วยของเขาในวันนี้ช่างมีสีสันชวนให้รู้สึกขบขันอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

“ไง คุณหมอสุดหล่อ”

ทันทีที่กรรฐ์เดินทางกลับมาถึงที่พักยังหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนที่เขาพักอยู่อาศัยมาเป็นระยะเวลาสามเดือนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายก็เอ่ยทักทายเขาด้วยความสนิทสนม

“อืม เหนื่อยนิดหน่อย”

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ่ยตอบชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีเกียจคร้านก่อนที่กรรฐ์จะวางกล่องยาลงบนโต๊ะและนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องพักด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าวันนี้เขารักษาผู้ป่วยเยอะมากจริงๆ

“ถ้านายเหนื่อยมากคืนนี้ก็ให้เลน่ามาช่วยนวดผ่อนคลายให้สิ”

กรรฐ์ “_”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเอ่ยแนะนำเพื่อนสนิทคนใหม่ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยเลศนัยแต่กรรฐ์กลับยักไหล่น้อยๆอย่างไม่แยแสเขาก็แค่เหนื่อยไม่ได้มีความต้องการเรื่องบนเตียงสักหน่อยดูเหมือนเจ้าเพื่อนซื่อบื้อของเขาคนนี้จะหลงประเด็นไปหน่อยนะ

“นายน่าจะรู้ดีนะว่าฉันไม่เคยกินใครซ้ำสอง อีกอย่างฉันก็แค่เหนื่อยนอนพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้วไม่เห็นจะต้องมีใครมานวดผ่อนคลายให้สักหน่อย”

กรรฐ์หรี่ตาพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าอากาศในฤดูหนาวความเย็นชาค่อยๆแผ่ออกมาจากตัวของเขาบ่งบอกว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้โดยเฉพาะหญิงสาวที่อาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากใจในอนาคตเพราะฉะนั้นการสัมผัสรสชาติที่เร่าร้อนจึงเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและจบลงโดยที่ไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์ใดๆต่อกันทั้งสิ้นถึงเขาจะชื่นชอบเรื่องบนเตียงแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องชอบผู้หญิงที่ทำเรื่องบนเตียงกับเขาสักหน่อยอีกอย่างความสัมพันธ์ฉาบฉวยนี้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายเขาไม่ได้บังคับข่มขู่ใคร

“ฉันรู้ดีน้าแต่เธอสวยขนาดนั้นนายอดใจไหวได้ยังไง ? ”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามนายแพทย์หนุ่มที่มาเป็นแพทย์อาสา ณ กองบัญชาการทหารแห่งนี้เป็นเวลาสามเดือนแล้วด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบังแพทย์หญิงเลน่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากในสายตาของเอ็ดเวิร์ดคนในค่ายทหารต่างรู้ดีว่าเธอแอบชอบนายแพทย์หนุ่มที่กำลังมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดาส่วนเรื่องที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันนั้นเป็นข้อตกลงระหว่างคนทั้งคู่ที่ฝ่ายชายตัดจบอย่างไม่เหลือเยื่อใยเพราะเขาไม่ได้มีใจให้เธอตั้งแต่แรกแล้วในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นยังคงอาลัยอาวรณ์

“สวดมนต์ก่อนนอนก็ใช้ได้แล้ว”

เอ็ดเวิร์ด O_O

คำตอบที่อยู่เหนือการคาดเดาของเอ็ดเวิร์ดทำเอาเขาถึงกับหน้าเหวอดวงตาคู่คมจ้องมองเสี้ยวหน้าคมคายของนายแพทย์หนุ่มด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

“นายไม่ได้เป็นพระนะลูซ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยล้อเลียนเพื่อนพร้อมหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

“ไม่ได้เป็นพระแล้วทำตัวเหมือนพระไม่ได้ไงมีข้อห้ามไหนที่บอกว่าผู้ชายห้ามสวดมนต์ถือศีลเหมือนพระบ้างนายลองว่ามาสิ ?”

น้ำเสียงของเขาฟังดูเนือยๆคล้ายไม่ใส่ใจแต่ดวงตาดอกท้องดงามกลับยกโค้งจนคล้ายพระจันทร์เสี้ยวทำเอาร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูกพูดถึงเรื่องทำตัวถือศีลอดมีอะไรให้น่ายินดีกันขนาดเขาที่ยังโสดไร้คู่แต่ละอาทิตย์ยังต้องเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยความต้องการแต่คนตรงหน้ากลับอยู่อย่างเหงากายเปลี่ยวใจ อืม ผู้ชายแบบเขานี่ช่างน่านับถือจริงๆ

“ก็ไม่มีข้อห้ามจริงๆนั้นแหละแต่ว่าอยู่คนเดียวมันก็เหงาไงอย่างน้อยมีสาวๆมาช่วยผ่อนคลายอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี” 

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดยังคงหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องบนเตียงเช่นเคยทำให้กรรฐ์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาน้อยๆอย่างเอือมระอา

“ดื่มสักหน่อยไหม ?” 

กรรฐ์เปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยการเอ่ยถามเอ็ดเวิร์ดที่รีบดึงตัวเองออกจากภวังค์ความคิดแล้วพยักหน้ารับด้วยดวงตาเปล่งประกายทันที

“ชวนดื่มเหล้าดีทั้งทีใครจะปฏิเสธ”

เอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้นไล่หลังกรรฐ์ที่เดินกลับเข้าไปหยิบเหล้าในห้องรอไม่นานกรรฐ์ก็เดินกลับมาพร้อมเหล้าราคาแพงและแก้วสองใบ

“เพิ่งส่งมาถึงเมื่อวานลองชิมดู”

กรรฐ์ผลักแก้วเหล้าไปทางเอ็ดเวิร์ดที่รีบหยิบแก้วขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้วด้วยสีหน้าเบิกบานใจสุดฤทธิ์

“จะรีบกระดกให้หมดแก้วไปทำไม ค่อยๆจิบแล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นไม่ได้หรือไง ?”

ถึงปากจะพร่ำบ่นให้คนข้างๆแต่มือกลับหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทใส่แก้วให้เอ็ดเวิร์ดทำเอามุมปากของนายทหารหนุ่มยิ่งกดลึกมากขึ้นจนตาแทบหยีถ้าหากว่าเขามีหางก็คงกำลังแกว่งไกวไปมาด้วยความดีใจอยู่แน่ ๆ

“จะมัวดื่มด่ำกับธรรมชาติไปทำไม ? เหล้าดีแบบนี้ต้องรีบดื่มให้หมดดื่มให้เมาสิถึงจะถูก”

จบประโยคเหล้าแก้วที่สองในมือของเอ็ดเวิร์ดก็ถูกกระดกรวดเดียวหมดแก้วเช่นเคย

“อืม ต้องรีบดื่มให้หมดจริงๆนั้นแหละเพราะต่อไปจะไม่มีให้ดื่มแล้ว”

มือที่กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มของเอ็ดเวิร์ดพลันชะงักไปเล็กน้อยเขาลดแก้วลงพลางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยท่าทีเกียจคร้านด้วยความรู้สึกที่เศร้าใจอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะรู้จักและคบหากับนายแพทย์หนุ่มที่มาเป็นแพทย์อาสาที่หน่วยทหารของเขาได้เพียงสามเดือนแต่เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่คนนี้นิสัยใจคอที่รักในอาชีพและทุ่มเทรักษาผู้ป่วยโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความลำบากตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาทำให้เขานับถือนายแพทย์หนุ่มเพื่อนใหม่คนนี้จากใจจริง

“ใกล้จะกลับบ้านแล้วสินะ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าเล็กน้อย

“อืม ว่าจะกลับไปหาผู้หญิงดีๆแต่งงานด้วยสักคนน่ะ”

คำพูดติดตลกขอกรรฐ์ทำให้เอ็ดเวิร์ดหัวเราะออกมาด้วยความขบขันเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนอย่างกรรฐ์จะกลับไปแต่งงานตามที่พูดจริงๆ

“เฮ้ย เอาจริงดิเพื่อน ?” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามกรรฐ์ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ล้อเล่นน้าอายุก็แค่เนี่ยจะรีบมีเมียไปทำไม อืม แต่ก็ไม่แน่นะเผื่อว่าเจอคนที่ถูกใจบางทีฉันอาจจะเอาทั้งตัวและหัวใจไปลองเล่นกับเธอคนนั้นดูก็ได้” กรรฐ์พูดติดตลกด้วยท่าทีเรื่อยเปื่อยไม่จริงจัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่จริงน้าคนอย่างนายเนี่ยนะจะยอมทุ่มเทหัวใจเพื่อใคร ไม่มีทางฉันไม่เชื่อเด็ดขาด” 

เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้าไปมาพร้อมหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยท่าทีที่บ่งบอกว่าไม่เชื่ออย่างสุดฤทธิ์ซึ่งกรรฐ์ก็ไม่ได้เอ่ยแก้ตัวให้ตัวเองแต่อย่างใดเขายังคงพูดจาไปเรื่อยเปื่อยโดยที่หาสาระในบทสนทนาแทบไม่มีแต่ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดก็ยังคงสนทนากับเขาอย่างลื่นไหลเป็นการพูดคุยในเรื่องที่ไร้สาระแต่กลับทำให้สองคนรู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะความสบายใจแบบนี้ช่างเป็นความทรงจำแสนดีที่ต่างต้องเก็บเกี่ยวเอาไว้ในใจหากยามใดที่คิดถึงกันขึ้นมาก็แค่นึกถึงช่วงเวลาดีๆที่ทั้งคู่เคยพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขด้วยกันเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ตอน 3

ณ บ้านร้างแห่งหนึ่งบนภูเขากรรฐยืนพิงต้นไม้ทอดสายตามองไปยังบ้านหลังนั้นด้วยท่าทีเกียจคร้านแฝงไปด้วยความเสเพลอยู่หลายส่วนมือเรียวยาวขาวดั่งหยกค่อยๆดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปากสีไวน์ควันสีเทาหม่นพลันพวยพุ่งขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะค่อยๆจางหายกลายเป็นสายลมโบกพัดไปมาแผ่วเบาให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายดวงตาดอกท้อคู่งามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอันตรายทำให้ลูกน้องทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆพลันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกเพราะทุกครั้งเวลาที่เจ้านายของพวกเขายิ้มแบบนี้ทีไรก็มักจะมีคนตายทุกครั้งไปลางสังหรณ์ในใจบอกพวกเขาว่าภารกิจช่วยเหลือเด็กที่ถูกลักพาตัวในวันนี้จะต้องมีคนตายอย่างแน่นอน

“ลงมือเลยไหมครับนาย ?” ร่างสูงที่อยู่ในชุดดำอำพรางตัวเอ่ยถามผู้เป็นนายด้วยท่าทีกระตือรือร้น

“อืม ไม่ต้องถึงตาย”

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ่ยบอกลูกน้องที่ก้มหน้ารับคำสั่งของเขาก่อนที่ลูกน้องทั้งสี่คนของกรรฐ์จะทะยานร่างไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบากรรฐ์ทิ้งบุหรี่ที่อยู่ในมือลงบนพื้นพร้อมใช้ฝ่าเท้าบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงเมื่อแน่ใจว่าประกายไฟมอดดับไปแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างไปทั่วผืนฟ้าก่อนที่ร่างสูงจะเร้นกายหายลับไปในความมืดราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

“อ๊ะ...”

เสียงร้องของคนที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรยามในค่ำคืนนี้ยังไม่ทันเปล่งออกมามือของกรรฐ์ที่กุมอยู่ที่ลำคอของอีกฝ่ายก็ออกแรงบิดปลิดลมหายใจของอีกฝ่ายทิ้งทันทีทำเอาเดม่อนหรือเดฟลูกน้องคนสนิทที่เดินตามหลังกรรฐ์มาติดๆถึงกับเลิกคิ้วด้วยความงุนงงเขาจำได้ว่าก่อนหน้าที่จะบุกเข้ามาเจ้านายของเขาบอกว่าไม่ต้องเอาให้ถึงตายแล้วนี่มันอะไรกันทำไมเจ้านี่ถึงได้นอนตายตาไม่หลับแบบนี้

“จะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม ?”

กรรฐ์เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนมองคนชั่วที่นอนตายอยู่บนพื้นหญ้าด้วยสีหน้าโง่งมจนทำให้เขาอยากจะจับเจ้านี่ไปผ่าสมองวิเคราะห์ดูสิ่งที่อยู่ในหัวจริงๆว่าทำไมถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้

“แฮะ แฮะ ไปแล้วครับไปแล้ว”

เดฟรีบเอ่ยตอบเจ้านายที่กำลังปรายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงปราดเปรียวจะวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วจนไม่เห็นฝุ่นทิ้งให้กรรฐ์ได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจกับนิสัยที่ดูค่อนข้างใสซื่อของเดฟทั้ง ๆที่เป็นนักฆ่าฝีมือดีอันดับห้าที่ถูกนักล่าตั้งราคาค่าหัวอยู่ที่หลักร้อยล้านแต่นิสัยของเดฟบางครั้งกลับใสซื่อราวกับเด็กน้อย

กรรฐ์กับลูกน้องใช้เวลาเพียงไม่นานกองกำลังฟาอิซทั้งหมดก็ถูกจับเป็นและจับตายซึ่งการจับตายนั้นล้วนเป็นฝีมือของกรรฐ์ที่จัดการกับอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณียิ่งในยามที่เขาเห็นพวกมันบางคนกำลังทำร้ายร่างกายของเด็กน้อยที่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวปืนในมือของกรรฐ์ก็ยกขึ้นกดลั่นไกปลิดชีพโจรชั่วเหล่านั้นอย่างไม่ลังเลทันที

“จับพวกมันมัดรวมกันเอาไว้”

กรรฐ์เอ่ยสั่งลูกน้องทั้งสี่คนที่ก้มหน้ารับคำสั่งพร้อมแยกย้ายกันไปจัดการส่วนกรรฐ์เองก็เดินเข้าไปหาเด็กๆที่กำลังนั่งเกาะกลุ่มกันพลางร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวถึงแม้ว่าทุกคนที่ถูกจับมาจะไม่รู้ว่าใครคือคนที่มาช่วยตนเองแต่ก็ยังมีเด็กน้อยที่ใจกล้าเอ่ยถามกรรฐ์ที่เดินมาหยุดลงตรงหน้าด้วยความอยากรู้

“พวกพี่มาช่วยพวกผมใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวาดระแวงเอ่ยถามชายหนุ่มที่ย่อตัวลงนั่งยอง ๆอยู่ตรงหน้าตนเองก่อนที่ชายคนนั้นจะพยักหน้าตอบรับทำให้เด็กน้อยพากันเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจดวงตากลมโตสุกใสที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายหนุ่มที่ปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิดด้วยความซาบซึ้งใจ

“ขอบคุณพี่ชายมากที่มาช่วยพวกเรา”

เด็กน้อยที่ดูโตกว่าทุกคนในกลุ่มประสานมือก้มหัวลงเล็กน้อยพร้อมเอ่ยขอบคุณกรรฐ์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจต่อให้พี่ชายใจดีจะไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าให้ทุกคนได้เห็นแต่ความช่วยเหลือที่พวกเขาได้รับในวันนี้จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป

“ต่อไปอย่าพากันออกมาเล่นไกลหมู่บ้านอีกนะ”

กรรฐ์ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่เขาจะหยิบอมยิ้มในกระเป๋าเสื้อออกมายื่นให้เด็กชายตัวน้อยที่ยังคงมีท่าทีลังเลไม่กล้ารับ

“อมยิ้มปลอบใจรับรองว่าปลอดภัยไม่มีอันตรายแน่นอน”

ได้ยินดังนั้นเด็กๆก็ไม่รอช้ารีบพากันยื่นมือมารับอมยิ้มด้วยท่าทีผ่อนคลายบนใบของทุกคนล้วนประดับด้วยรอยยิ้มถึงแม้จะเผชิญกับความหวาดกลัวระคนตื่นตกใจมาตลอดทั้งช่วงบ่ายแต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจิตใจด้วยอมยิ้มทุกคนต่างก็ดีใจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเพิ่งมีครั้งแรกเด็กๆ ทุกคนต่างได้ยินเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่เด็กสาวในหมู่บ้านถูกจับตัวไปแต่สุดท้ายก็ถูกช่วยกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัยโดยที่ไม่รู้ว่าใครคือคนที่บุกเข้าไปช่วยเพราะกว่าทหารจะไปถึงพวกที่จับตัวไปก็ถูกฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมแล้ว

“นั่งรอพี่ทหารกันตรงนี้นะครับรอไม่นานเดี๋ยวพวกพี่ๆเขาก็มาแล้ว”

กรรฐ์ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กชายตัวน้อยที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพร้อมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายดวงตากระจ่างใสจ้องมองร่างสูงที่ลุกขึ้นเดินจากไปด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์เห็นเพียงแผ่นหลังที่เหยียดตรงและก้าวเดินที่มั่นคงเพียงไม่นานพี่ชายใจดีพร้อมเพื่อนๆก็จากไปจนกระทั่งพวกเขาถูกช่วยเหลืออีกครั้งโดยกองกำลังทหารที่คอยดูแลปกป้องรักษาหมู่บ้านติดชายแดนของพวกเขา

“ฝีมือคนๆนั้นอีกแล้วครับ”

ร้อยเอกเอ็ดเวิร์ดเหลือบมองลูกน้องที่เดินเข้ามารายงานด้วยท่าทีสงบนิ่งใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะเย็นชาเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่ทหารใต้บังคับบัญชาจะเดินจากไปเพื่อจัดการกับพวกกองกำลังฟาอิซที่ถูกจับมัดรวมกันเอาไว้อย่างแน่นหนา รอยยิ้มบางเบาจึงค่อยๆปรากฏขึ้นบนมุมปากของเอ็ดเวิร์ดเขาเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวภายใต้ความมืดสายลมเย็นๆพัดโชยเอื่อยเข้ามาพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา

บุคคลลึกลับคนนั้นที่ลูกน้องของเขาเข้ามารายงานเอ็ดเวิร์ดรู้ดีว่าเขาคือใครเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายคนนั้นทำแบบนี้เรียกได้ว่าหลายครั้งหลายคราแล้วที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลแปลกหน้าที่ฝีมือร้ายกาจยิ่งกว่ากองกำลังทหารของเขาครั้งแรกที่ได้รับความช่วยเหลือเขายังไม่รู้ว่าบุคคลลึกลับคนนั้นคือใครแต่ในครั้งต่อมาเมื่อเขาพยายามตามสืบอีกฝ่ายจงใจทิ้งร่องรอยเอาไว้เอ็ดเวิร์ดจึงรู้ว่าบุคคลลึกลับที่มากความสามารถคนนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลเขาคือเพื่อนใหม่ที่เอ็ดเวิร์ดให้ความสนิทสนมแบบไว้ใจอย่างคุณหมอลุกซ์นั้นเอง

ระยะเวลาเพียงสามเดือนที่คุณหมอหนุ่มคนนี้ปรากฏตัวขึ้นเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายในค่ายทหารที่เอ็ดเวิร์ดดูแลอยู่พื้นที่ในเขตสงครามนั้นหายากที่จะมีหมอมาประจำการถ้าหากไม่ใช่คนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์อยากจะช่วยเหลือคนไข้จริงๆก็คือพวกใจกล้าบ้าบิ่นที่ไม่กลัวตายสำหรับลุกซ์เพื่อนใหม่คนนี้เอ็ดเวิร์ดมองว่าเขามีทั้งอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่และความใจกล้าในแบบที่เขายังเทียบไม่ติดตอนที่สงครามเพิ่งจบลงเขาก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมึนงงของกลุ่มแพทย์อาสาที่ถูกส่งตัวมาช่วยเพราะในนั้นไม่มีรายชื่อของเขาแต่เขากลับยื่นเอกสารยืนยันตัวตนความเป็นหมอของเขาอย่างครบครันทุกคนจึงวางใจให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากสงครามในครั้งนี้แต่ใครจะคาดคิดว่าเขากลับทำเกินกว่าหน้าที่ของตัวเองไปมากทีเดียว

“จริงๆเลยน้าเจ้าเพื่อนคนนี้จะจากไปทั้งทียังไม่วายทำตัวเป็นฮีโร่ให้คนจดจำไม่ลืม”

มุมปากของเอ็ดเวิร์ดกดลึกเป็นรอยยิ้มจริงใจที่ยากจะได้พบเห็นก่อนที่เขาจะหมุนตัวและเดินกลับไปรวมกลุ่มกับลูกน้องที่จัดการเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วเด็กทุกคนได้รับการช่วยเหลือและส่งตัวคืนให้ครอบครัวอย่างปลอดภัยส่วนพวกกองกำลังที่เหลืออยู่ต่างถูกส่งตัวให้ทางการจัดการตามความเหมาะสมหมู่บ้านเอลเคลต์กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งพร้อมการเดินทางจากไปของคุณหมอลุกซ์ที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจกับคนในหมู่บ้านรวมถึงคุณหมอเลน่าที่ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้เอ่ยคำลากับเขา

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ไนท์คลับ

“ตกลงว่าจะกลับเมืองไทย ?”

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าผมสีบลอนด์รูปร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยท่าทีเกียจคร้านแต่กลับน่ามองด้วยความอยากรู้

“อืม ทำตัวเหลวไหลมานานแล้วอยากจะกลับไปทำตัวเป็นเด็กดีของครอบครัวบ้างน่ะ”

มุมปากของเดรคพลันกระตุกเมื่อได้ฟังคำพูดที่ดูไร้ความจริงใจของเพื่อนสนิทที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นว่าเพื่อนของตนเองจะทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทของครอบครัวเลยสักครั้งทุกคำพูดทุกการกระทำล้วนแต่ดื้อรั้นเอาแต่ใจเวลาที่คิดอยากจะไปไหนก็ไปทันทีเวลาที่คิดอยากจะกลับมาก็กลับมาทันทีเช่นกันช่างเป็นเพื่อนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และหาตัวพบได้ยากมาก

“นี่นายกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระให้ใครฟังกันที่ผ่านมาไม่เห็นว่านายจะทำตัวดีเลยสักครั้ง เวลาบอกให้นายไปทางซ้ายนายก็ดันไปทางขวาแต่พอบอกให้กลับมาทางขวานายก็วิ่งกลับไปทางซ้ายตลอด หึ ฉันว่านะลุกซ์วันดีคืนดีเกิดมีสาวถูกใจนายแล้วขอซื้อตัวไปเป็นนายบำเรอคงไม่ใช่ว่านายจะตอบตกลงอย่างไม่ลังเลหรอกนะ”

เดรคเอ่ยหยอกล้อเพื่อนสนิทด้วยคำพูดติดตลกพร้อมหัวเราะออกมาด้วยความขบขันใครเลยจะคิดว่าดวงตาของกรรฐ์พลันทอแสงเปล่งประกายคล้ายกำลังเจอเรื่องตื่นเต้นที่น่าสนใจ

“อืม ที่นายพูดมาก็น่าสนใจดีไม่หยอกถ้าวันหนึ่งเกิดบังเอิญมีคนบ้าอย่างที่นายว่ามาจริงๆฉันอาจจะตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดให้ปวดสมอง”

เดรค “_”

มุมปากของเดรคพลันกระตุกอีกครั้งดวงตาคู่คมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่อยู่ในท่านั่งผ่อนคลายสบายอารมณ์ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มที่เดรคยากจะคาดเดาหรือจะให้พูดตามตรงก็คือเขาเดาความคิดของเพื่อนสนิทคนนี้ไม่เคยออกเลยสักครั้ง

“หืม ? ไม่ใช่ว่านายหวงตัวหรือไงตอนนั้นฉันจำได้นะเว้ยว่านายปฏิเสธแม่ดาวเด่นคนสวยของที่นี่ยังไง ? นี่ถ้าไม่เลวจริงทำไม่ได้นะนั่น”

เดรคเอ่ยเท้าความหลังถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้วของกรรฐ์ที่มีอยู่วันหนึ่งในขณะที่พวกเขากำลังนั่งดื่มกันอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์อยู่ ๆก็มีสาวสวยเดินมาขอชนแก้วและเอ่ยชวนเพื่อนของเขาขึ้นเตียงอย่างตรงไปตรงมาแต่เพื่อนสนิทของเขากลับตอบปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าทำเอาสาวสวยคนไหนโมโหจนเผลอสาดเหล้าใส่หน้าของกรรฐ์คิดไม่ถึงว่ากรรฐ์จะสาดเหล้าใส่หน้าผู้หญิงคนนั้นคืนโดยไม่สนใจคำว่าสุภาพบุรุษเลยแม้แต่น้อยเพราะเพื่อนของเขาถือคติที่ว่าดีมาก็ดีตอบร้ายมาก็ร้ายตอบโดยที่ไม่เลือกเพศหรือเวลาเพื่อนเขาคนนี้ช่างเป็นคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อนตอนนี้เปลี่ยนแล้ว”

เหล้าที่เดรคเพิ่งดื่มเข้าไปแทบพุ่งออกจากปากเมื่อได้ฟังคำพูดที่พลิกกลับไปกลับมาของเพื่อนสนิทความคิดของหมอนี่คิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนง่ายๆเขาละอยากจะบ้าตายจริงๆ

“นายนั่งดื่มไปก่อนนะเดี๋ยวฉันมา”

ยังไม่ทันที่เดรคจะได้ต่อว่าต่อว่าขานเพื่อนสนิทว่าหน้าไม่อายกรรฐ์ก็ลุกขึ้นเดินล้วงกระเป๋าจากไปด้วยท่าทีเกียจคร้านเขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณหลังร้านมือที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าก็ถูกดึงออกมาพร้อมบุหรี่กลิ่นหอมที่อยู่ในมือกรรฐ์ปล่อยตัวปล่อยใจดื่มด่ำไปกับสายลมเย็นๆควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากสีไวน์ครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมความคิดของเขาที่ค่อยๆล่องลอยไปไกลแสนไกลกลายเป็นภาพชายหนุ่มเสเพลชวนมองที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละสายตาไปจากภาพนี้ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED