ในห้องแต่งตัว
หลังจากพลอยพาฉันเข้ามาที่ห้องแต่ตัว เธอลงรองพื้นเกลี่ยทั่วหน้า ปัดอายแชโดว์สีเข้มบนเปลือกตา กรี๊ดอายไลนเนอร์วาดอย่างกับจะไปเล่นงิ้ว แก้มพวงชมพูอมส้มติดขนตาปลอม ใบหน้าและลำคอลงกลิตเตอร์ วิบวับเป็นประกายทั่วใบหน้า
นี่ถ้าไม่คิดว่าแต่งหน้าคงคิดว่า กำลังฉาบปูน อยู่แน่ๆ เพราะแต่งหน้าหนาเข้ม ถึง ฉันจะแต่งไปทำงาน หรือไปเที่ยวบ้าง ก็ไม่แต่งมากขนาดนี้
ทันใดนั้น มีเสียง จากหญิงสาวท่านหนึ่ง เดินมาจากทางทิศใหนฉันก็ไม่ทันมอง เพราะมัวแต่ สนใจกับการแต่งหน้าของพลอยอยู่
" นี่เหรอเด็กใหม่ ไม่สวยก็ต้องแต่งเยอะหน่อยนะ หนู "
หญิงสาวที่ มองผ่านกระจกมาในชุดสีแดง นั่นเป็นคำทักทายที่ดีมาก ราวกับทำท่าทางนางร้ายในละครน้ำเน่า
ฉันลุกยืนขึ้นเทียบความสูงก็ดูตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อย ในเมื่อทักทายมาแบบนี้ หึ ก็ต้องเจอกันหน่อย
ฉันยิ้มให้เบาๆแล้วบอกว่า "สวัสดีค่ะ "
" ทำจมูกมาหรือเปล่า ดูเหมือนจะซิลิโคนเบี้ยวๆนะ" แน่ะหญิงชุดแดงตรงหน้ายังไม่ยอมหยุด ที่จะหาเรื่องต่ออีก แบบนี้คงเก็บไว้ไม่ได้แล้วล่ะ
"ขอบคุณค่ะ แต่ก็ยังดีกว่า หน้าพลาสติกลอยเด่นมาตั้งแต่ 3 กิโลเมตรแรก ยังจะกล้าว่าคนอื่นไม่สวยอีกเหรอคะ นี่ถ้าฉันได้ไปทำหน้าที่เกาหลีสิ่งแรกที่จะบอกหมอ คือไม่เอาหน้าแบบเธอ!!"
"นี่แกว่าใครหน้าพลาสติกแหม พึ่งมาทำงานวันแรกก็กร่างเลย นะ นังเด็กคนนี้นี่"หล่อนง้างมือทำท่าจะตบ
" แล้วจะทำไม "ฉันก็พูดใส่หน้ากลับหล่อนทันทีมาสิตบมาแม่จะต่อยกลับให้ดู
มือสวยของพลอยห้ามฉันเอาไว้แล้ว ดึงแขนฉันออกมาจากจุดตรงนั้นเพื่อไม่ให้รุนแรงไปมากกว่านี้ ฉันจะทำงานรอดมั้ยเนี่ย ถ้าต้องเจอคนพวกนี้บ่อยๆ ท่องไว้เพื่อเงิน
"พอแล้วศิริน อย่าไปวุ่นวายกับเขาพวกนั้นเขาชอบหาเรื่องอย่าไปสนใจเลยป่ะไปเปลี่ยนชุด"
"ห๊ะ ชุดนี้เนี่ยนะ " ฉันต้องตกใจชุดที่ พลอยยื่นให้ แค่มองด้วยตาเปล่า ก็รู้เลยว่ามันสั้น มาก "ไม่ไหวมั้งพลอย"
พลอยหายเข้าไปในห้องแต่งตัวมาสักพักแล้วเดินออกมาในชุด สีดำรัดรูปแบบเดียวกันกับที่เธอยื่นให้เมื่อสักครู่ "นี่ไงพลอยก็ใส่ชุดเดียวกัน"
ชุดกระโปรงสีดำรูดข้าง เสื้อเว้าโค้งด้านหลัง ด้านหน้าเปิดให้เห็น อกอวบคู่สวย รัดหุ่นติ้วจนมองเห็นทุกสัดส่วนชัดเจน ความจริงฉันไม่อยากจะใส่ชุดนี้เลย ด้วยซ้ำ
แต่จำใจต้องใส่ และเมื่อฉันแต่งตัวเสร็จ หยิบเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว เข้าไปเก็บในล็อคเกอร์ และพยายามดึงกระโปรงที่สั้นแค่คืบ ลงมาปิด ฉันไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรแบบนี้จึงไม่ได้เตรียมกางเกงขาสั้นหรืออะไรมาเซฟเลย
"จะไหวมั้ยศิริน "ฉันบ่นกับตัวเอง แค่นั่งแต่ละทีข้างล่างก็แทบโผล่มาทักทายชาวโลกแล้ว แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆฉันคงต้องหางานใหม่ เหมือนจะตัดสินใจผิดยังไงไม่รู้
ร่วมเวลาเกือบจะ 2 ทุ่ม ได้เวลาที่ต้องเริ่มงาน พลอยสอนวิธีชงเหล้าให้ฉัน ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรยาก แค่ชงแล้วยกไปเสริร์ฟ
แต่สายตา พิฆาตจากชายร่างท้วมคราพ่อ มองฉันไม่อย่างกับจะเขมือบ
"พึ่งมาใหม่เหรอจ๊ะ" ชายหนุ่มยื่นแก้วเหล้ามาให้พร้อมกับแนบ แบ้ง 500ติดไว้ที่แก้ว ฉันถึงกับตาลุกวาวแค่ชงเหล้า ก็ได้ 500 เลยเหรอ มือสวยของฉันพลันไหว้ย่อ เอื้อมมือคว้าแก้วของเขามาเพื่อที่จะชง
แต่ชายร่างท้วมนั่นมันคว้ามือของฉันไว้ มือสากของมันลูบสัมผัสที่มือฉันอย่างหน้าตาเฉย ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วกระชากแก้วพร้อมตังค์ออกมายังไงก็เอาเงินไว้ก่อนวะ พวกบ้ากามมักมากพวกนี้
ทันใดนั้น พี่ทิพย์ เดินมาสะกิดข้างหลัง ว่า "หนู ร้องเพลงกับเต้นเป็นมั้ย พอดี พนักงาน ป่วยกระทันหัน ได้ติ๊บหนักได้นะ" ฉันมองหน้าอย่างลังเล ร้องอะไม่แน่ใจ แต่เต้นอ่ะพอได้เพราะฉันเป็นเชียร์รีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยมาก่อน
"โอเคค่ะ พี่ลองดูค่ะ "
" เจ็บตรงนี้อะปวดตรงนี้ อ่ะนวดให้แน /*+--$@" ฉันออกไปวาดลวดลาย ไป 2 เพลง เพลงจบ ได้ติ๊บมาร่วม 2 พัน สงสัยที่เค้าบอกว่าติ๊บมากกว่าเงินเดือน ก็คงจะจริงหรืออาจจะเพราะมาใหม่ก็ไม่รู้นะ จากนั้นฉันต้องกลับมาชงเหล้าต่อเหมือนเดิม
ฉับพลันฉันถึงกับต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเหมือนลูกนกที่รออาหาร นี่มันโลกกลม หรือ อะไร ยิ่งหนีเท่าไหร่ ก็เหมือนจะยิ่งเจอ
นั่นปรากฎชายร่างสูง ใบหน้าคุ้นๆ รูปร่างสูงผิวขาวมีออร่า จมูกโด่ง คิ้วเข้ม หน้าตาโดดเด่น พุ่งแรงกว่า ทุกคน
มาพร้อมกับลูกค้าต่างชาติ ชาวจีน คาดว่าอาจจะเป็นแขกคนจีนที่อาจจะรู้จักกันมาพักที่โรงแรมแล้วพาออกมาเที่ยวแน่ๆ
ใช่แล้วประธานซิน นั้นเป็นคนที่ฉันพยายามที่จะหนีหน้าเขาที่สุด แต่ดันมาเจอเข้าเต็มๆ ในที่แบบนี้ ฉันหันใบหน้าหนีแทบไม่ทัน จะทำยังไงดี เขามองมาที่ฉันแล้ว
"สาวน้อยเหล้าหมดแล้วจ่ะ"
อีตาแก่พุงพุ้ยคนเดิมเรียกให้ฉัน ไปชงเหล้า เขายกแก้วขึ้นกลางอากาศ แถมแนบแบ้งเทา ไว้ข้างแก้ว ให้อีกต่างหาก งานนี้ฉันจะทำยังไงดี...
โปรดติดตามตอนต่อไป...เจอคำผิดไทักได้นะคะ
เมื่อเห็นแบ้งเทาตรงหน้า มือเรียวเอื้อมไปคว้าเพื่อหยิบแก้วจะมาชงเหล้า แต่ชายร่างท้วมพุงพุ้ยนั่นกลับดึงแขนของฉันไปให้นั่งลงข้างๆ
"คนสวยมาเสริฟข้างๆพี่นี่มา" มือหยาบของมันโอบไหล่เอาไว้ ฉันพลันสะบัดมันออกกลิ่นกายมันเหม็นเขียว
" แหม๋ทำเหมือนไม่เคย อยากได้เท่าไหร่คืนนี้ไปกับพี่" คนร่างท้วมเอ่ย
"ดื่มเป็นเพื่อนพี่ก่อน เอาอะไรสั่งได้เลย"
ให้ตายสิ ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ฉันจึงสะบัดมันออกอีกครั้ง ขณะนั้นดันปรากฎสาวชุดแดงที่หาเรื่องตอนหัวค่ำเดินเข้ามามองเห็นฉันขัดขืนแขก
"นี่เธอ ลูกค้าให้นั่งก็นั่งไปสิ ถ้าขืนขัดใจลูกค้าฉันฟ้องพี่ทิพย์นะ"จากนั้นสาวชุดแดงนั่นไปนั่งข้างประธานซิน ทำท่ายั่วยวน
มือเรียวของหล่อนยกแก้วเหล้าขึ้นมาป้อน ทำเป็นเอาอกเอาใจ แต่ทำไมฉันรู้สึกขัดหูขัดตาไม่พอใจ ไม่ชอบที่หล่อนมาทำแบบนี้กับประธานซิน
"น้อง เอาคอกเทลให้พี่แก้วนึง"เมื่อมีพนักงานเสิร์ฟเดินมาฉันสั่งมาเพื่อทำอะไรบางอย่าง
ผ่านมาไม่นาน คอกเทลนั้นก็มาเสิร์ฟ สายตาฉันจดจ้องไปที่ประธานซินก็เหมือนจะดูนิ่งเฉย ฉันกับเขานั่งอยู่ฝั่งข้าม แต่สังเกตเห็นว่าเขามองมาที่ฉัน งั้นเริ่มยั่วบทแรกเบาๆเพราะฉันหมั่นไส้สาวชุดแดงนี่จังเลย
นิ้วเรียวจุ่มลงไปที่แก้วน้ำสีหวาน ก่อนที่ฉันจะยกขึ้นกลางอากาศยื่นไปข้างหน้าเพื่อบ่งบอกว่าแก้วนี้เพื่อคุณ
จากนั้นหยิบผลเชอรี่สีแดงสดที่วางประดับริมขอบแก้วออกมา เพื่อที่จะอ้าปากงับผลเชอรี่นั่น
Part ประธานซิน
ศิรินเธอคิดจะทำอะไรของเธอ ถ้าโดยสัญชาตญาณสายตาที่เธอมองผมนั้นราวกับกำลังยั่วผมยังไงยังงั้น หรือเขาไม่พอใจหญิงสาวที่นั่งเกาะแขน เอ๊ะหรือเขาต้องการผม ผมก็เดาใจเธอไม่ออก
ได้แต่มองเธออย่าง งง ๆ แต่ท่าทางดูดดึงลูกเชอรี่ของเธอตอนนี้ ช่างเซ็กซี่เหลือเกินจนทำให้ผมใจสั่น ผมต้องหาทางคุยกับเธอให้รู้เรื่องเธอทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
ผมมองเธอไม่ละสายตา เธอปฏิเสธผมแต่เธอเลือกที่จะมาทำแบบนี้เหรอ
part ศิริน
สบโอกาสทีเผลอที่ชายร่างท้วมมัวแต่คุย ฉันสะบัดหยัดตัวลุกขึ้นเดินออกจากชายร่างท้วมแล้วดึงแก้วพร้อมแบ้งเทามาด้วย แต่ใยสาวชุดแดงตอนนี้สิ
หมั่นไส้หล่อนมาก ในสมองพลันฉุกคิดเรื่องสนุกๆขึ้นมา หลังจากฉันชงเหล้าแก้วอีตาร่างท้วมเสร็จ ฉันแกล้งสะดุดล้ม สาดแก้วเหล้าเข้าสาวชุดแดงเต็ม แต่น้ำดันประธานซินโดนไปด้วยซะงั้น
"อุ้ยขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"ฉันรีบเอ่ยก่อนด้วยเสียงหวาน
"นังเด็กบ้านี่แกแกล้งฉันเหรอ"
"เปล่านะคะเมื่อกี๊มันมืดหนูมองไม่เห็น" ตาคู่สวยฉันเหลือบมองเห็นเสื้อขาวของเขาเปียกเลอะจึงยกมือไหว้ขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ
" ท่านประธานคะเสื้อเลอะ ไปค่ะเดี๋ยวศิรินเช็ดให้ " มือสวยจับวงแขนแกร่งดึงขึ้นให้ลุกตามฉันมา
ผมลุกออกมาจากตรงนั้นตามที่เธอบอก เพราะมีบางอย่างต้องคุยกับเธอ และเดินจูงมือผมไปยังห้อง ห้องนึง ผมเดินตามเธอออกมาอย่างไม่มีข้อกังขา
ฉันนึกขึ้นได้ว่าฉันจับแขนเขาอยู่โดยลืมตัว ฉันจึงรีบปล่อยแขนเขาให้เป็นอิสระ
"นี่คุณมาทำงานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ผมมองชุดเสื้อผ้าที่เธอใส่ ช่างดูเซ็กซี่เย้ายวนใจดีนัก รูปร่างสะโพกสมส่วน เรียวขาสวย เนินอกอวบถ้าได้ลองอีกครั้งก็คงจะดี ค่ำคืนนั้นผมจำเธอไม่เคยลืม
"วันนี้วันแรกค่ะ" ฉันงุดลงก้มหน้าตอบ เพราะไม่กล้าสู้หน้า ฉันพาเขามายังห้องแต่งตัว เพื่อที่จะเอาเสื้อที่เปียกเหล้า ล้างเพื่อไม่ให้เสื้อสีขาวเป็นคราบ
"ท่านประธานถอดเสื้อมาสิคะศิรินจะเอาไปล้างตรงที่เลอะให้"
"เธอเป็นคนทำเธอก็ถอดให้สิ" ผมกะจะแกล้งเธอบ้าง
พอเขาบอกแบบนั้นแต่ทำไมใจมันสั่นแบบนี้ล่ะ
ทันใดนั้นมือสวยของฉันที่กำลังปลดกระดุมเม็ดที่สาม มือหนาของคุณซิน คว้าข้อมือของฉันดึงขึ้น
"เธอต้องการเงินเท่าไหร่ ที่จะไม่ต้องทำงานนี้"
"คะ?"
เล่นเอาฉันตอบไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ทำไงได้ ในเมื่อต้องใช้เงิน
"5 แสนค่ะ"
" งั้นไปเก็บของแล้วไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย "
" ไปไหนคะ ศิรินพึ่งทำงานวันแรกยังไม่ได้เงินเดือนเลย "
" จะเอา5แสนหรือจะทนอยู่แบบนี้"
ฉันก็ลังเล ไม่รู้ว่าเขาจะพาฉันไปไหน แล้วฉันแค่พูดไปแบบนั้น นะไม่ได้กะเอาจริง
"นี่คุณให้จริงเหรอ?"
"เห็นฉันชอบพูดเล่นหรือไง"
เค้าเป็นถึงประธานคงไม่มานั่งพูดเล่นกับฉันหรอกมั้ง ลองดูคงไม่เป็นไร ยังไงเขาก็เป็นเจ้านายฉัน
ฉันวิ่งเข้าไปเก็บกระเป๋าแล้วเดินตามเขาออกมาโดยไม่ได้บอกใคร แต่มีพวกการ์ดของร้าน มาขวางอยู่
"ยังไม่เลิกงานออกไม่ได้นะครับ "
"เธอออกแล้วไม่ใช่พนักงานที่นี่ หลบไป "เสียงทุ้มประธานหนุ่มเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
การ์ด 2 คนทำท่าจะหาเรื่อง ประธานซินก็ใช่ย่อย ทันใดนั้นเขาต่อสู้ราวกับยูโดสายดำ พึ่งจะรู้ว่าเขาก็เก่งชกต่อยเหมือนกัน
"การ์ดพวกนี้ไม่รู้จักมาเฟียเก่าอย่างเราซะแล้วศิลปะการต่อสู้ไม่ได่เรื่องเลยสักคน หึ"
จากนั้นประธานหนุ่มจูงแขนฉันเดินไปยังรถซุปเปอร์คาร์สีเหลืองที่จอดอยู่แล้วเปิดประตูให้ฉันขึ้นรถไปกับเขาโดยที่ฉันก็ไม่รุ้ว่าเขาจะพาไปที่ไหน
คะ เค้าเปิดประตูรถให้ฉันด้วย ความรู้สึกนี้รู้สึกพิเศษยังไงชอบกล
รถยนต์มุ่งสู่ถนนสายหลัก เลี้ยวขวับเข้าโรงแรมหรูแห่งนึง ผ่านมาไม่ถึง 20 นาที
นี่อย่าบอกนะว่าพาฉัน . . .เนี่ย
"ประธานซินคะ คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม?"
"ก็เธอรับงานฉันแล้วไง 5 แสน ครานี้ถึงคราวเธอทำหน้าที่ของเธอแล้ว
"ทะ ทำอะไรคะ?"
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ