ตอน 1

ณ เป่ยโจว กรุ๊ป

หลูเฉียนหนิงลงมาจากเตียง เก็บเสื้อเชิ้ตและกระโปรงสั้นขึ้นมาจากพื้น แล้วสวมใส่ทีละชิ้น

จากนั้น เธอก็หันหน้ากลับไปยิ้มอย่างมืออาชีพ “คุณโจว ฉันขอตัวออกไปทำงานก่อนนะคะ”

ดวงตาเรียวยาวของโจวเป่ยจิ้งหรี่ลงเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังใบหน้างามละเมียดละไมของเธอ

ระหว่างพูดสองมือขาวนวลรวบผมยาว ๆ สีดำขลับมัดไว้ด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทรงผมที่เซ็กซี่น่าหลงใหลก็แปรเปลี่ยนเป็นทรงผมเรียบ ๆ อย่างสาวทำงานตามแบบฉบับทั้วไป

ทว่าระหว่างดวงตาและคิ้วตลอดทั้งใบหูที่แดงระเรื่อยังคงเสน่ห์ที่น่าสัมผัส

ตอนนี้เธอดูเหินหาง และเกรงใจ ราวกับว่าคนที่อยู่บนเตียงทำกิจกรรมที่ใกล้ชิดกันเมื่อสักครู่จะไม่ใช่เธออย่างไรอย่างนั้น

แต่มันก็ถูก ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนมีอยู่ก็เฉพาะแต่ในห้องพักผ่อนห้องนี้ หลังจากออกจากประตูบานนี้ไป เธอก็จะเป็นเพียงผู้ช่วยพิเศษของเขาเท่านั้น

และเพราะว่าเธอรู้งาน และรู้จักขอบเขต ถึงสามารถอยู่เคียงข้างกายของเขามาได้นานขนาดนี้

“ฮวาหยุนหรานกลับมาแล้ว”

หลูเฉียนหนิงเดินมาตรงประตูห้องพักผ่อน มือเพิ่งจะสัมผัสโดนที่จับประตู ก็ได้เสียงอันไพเราะชัดแจ๋วของฝ่ายชายลอยมา

แผ่นหลังของเธอแข็งชะงัก ใบหน้าที่แดงระเรื่อจางหายไปภายในเวลาอันรวดเร็ว แม้แต่ลมหายใจก็หยุดลงชั่วขณะ

แต่ไม่นานเธอก็จัดการกับสภาพจิตใจของตัวเอง หันตัวไป ยังคงยิ้มออกมาโดยไม่มีความเศร้าหรือต่อต้านใด ๆ

“คุณโจว ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปฉันจะไม่เหยียบเข้าประตูบานนี้มาอีก”

ในที่สุดรักแรกที่เขารอคอยมาอย่างยากลำบากตลอดหกปีก็กลับมาแล้ว เธอก็เป็นแค่เครื่องมือที่เขาเอาไว้คลายความต้องการทางร่างกายก็เท่านั้น

แม้ว่าตลอดเวลาสองปีมานี้ เขาได้ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเธอ เป็นแรงผลักดันในทุก ๆ ด้านให้กับเธอ

แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาเป็นของเธอได้แค่ตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น

โจวเป่ยจิ้งเปิดผ้าห่มออกลงมาจากเตียง หยิบกางเกงจากพื้นขึ้นมาสวมใส่ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าต่อหน้าของเธออย่างไม่แยแสสนใจอะไรเลยสักนิด

เขาหยิบกางเกงสูทที่สั่งตัดพิเศษขึ้นมา แล้วยัดขาที่เรียวยาวสวมเข้าไป

“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณ?” เขาหัวเราะเบา ๆ เก็บเสื้อเชิ้ตขึ้นมายื่นให้เธอ เธอรับไปสวมให้กับเขาอย่างรู้งาน

จากนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ติดกระดุมทีละเม็ด เสียงของผู้ชายที่อยู่เหนือหัวดังขึ้นมา

“ไปร่างข้อตกลงการหย่ามาฉบับนึง”

การกระทำของหลูเฉียนหนิงหยุดชะงักลง เงยหน้าขึ้นมองกรามที่รับกับรูปหน้า และริมฝีปากที่เรียวบางได้รูปของเขา

“ทำให้เด็กสาวคนนั้นเสียเวลามาแล้วหกปี ถึงเวลาที่จะยุติเรื่องราวแล้ว”

นิ้วมือของเขาเก็บเนกไทขึ้นมา ยื่นไปตรงหน้าของเธอที่ชะงักไป “คุณคิดว่าไง?”

หลูเฉียนหนิงรับเนกไทมา ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค

ตอนที่เธอมาสัมภาษณ์งานที่เป่ยโจว กรุ๊ปเมื่อสามปีก่อน ไม่คิดเลยว่าท่านประธานของที่นี่จะเป็นโจวเป่ยจิ้ง สามีที่เธอแต่งงานมาด้วยสามปี เจอหน้ากันครั้งหนึ่ง

สิ่งที่ทำให้เธอคาดไม่ถึงก็คือ โจวเป่ยจิ้งนั้นจำเธอไม่ได้แล้ว เนื่องจากเมื่อหกปีก่อนเธอเพิ่งจะเรียนจบ เป็นเด็กสาวรากหญ้าที่ยากจน

หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวในสังคมทำงานมาสามปี ก็กลายมาเป็นผู้ช่วยมือฉมังที่มีชื่อเสียงในแวดวง

แม้แต่แม่แท้ ๆ ของเธอยังรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสามีที่เคยเจอกันแค่ครั้งเดียวแบบโจวเป่ยจิ้ง

พูดไปพูดมา... ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยพิเศษ หรือภรรยาของโจวเป่ยจิ้ง ต่างก็ต้องหลีกทางให้กับฮวาหยุนหรานที่กำลังจะกลับมา

สถานภาพทั้งสองนี้ ไม่สามารถสู้กับรักแรกของคนเขาได้เลย

จู่ ๆ เธอก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่มุมปากมันเป็นความขมขื่นที่โจวเป่ยจิ้งมองไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้ว “คุณยิ้มอะไร”

เธอช่วยจัดระเบียบเนกไทให้กับเขา จากนั้นก็เขย่งปลายเท้าไปช่วยจัดระเบียบปกเสื้อให้กับเขา

“รู้สึกดีใจแทนคุณโจวค่ะ ในที่สุดคนภายในใจก็กำลังจะกลับมาสักที”

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็ถอยห่างไปสองก้าว พยักหน้าเล็กน้อย “ฉันจะไปร่างหนังสือข้อตกลงการหย่าร้างให้กับคุณเดี๋ยวนี้ค่ะ”

โจวเป่ยจิ้งขมวดคิ้วจ้องมองเธอ เกิดความรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก “หลูเฉียนหนิง คุณนี่มันโปรเฟสชั่นแนลจริง ๆ”

ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยพิเศษ หรือว่าเป็นคู่นอนบนเตียง สติสัมปชัญญะของเธอก็ทำให้เขาเกิดความสงสัยต่อเสน่ห์ของตัวเองขึ้นมา

หลูเฉียนหนิงแค่ยิ้ม ไม่ได้คิดคำพูดของเขาอย่างละเอียด “ขอบคุณคุณโจวสำหรับคำชมค่ะ”

ตอน 2

เธอหันตัวกำลังจะออกไป โจวเป่ยจิ้งกลับพูดขึ้นมา “ให้เงินกับเธอร้อยล้านก็แล้วกัน”

หลูเฉียนหนิงชะงักไปพักนึง ก่อนจะตั้งสติได้ว่า ‘เธอ’ ที่เขาพูดถึงหมายถึงใคร

“แต่ตอนที่แต่งงาน หนังสือข้อตกลงเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า คุณจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแม่ของเธอสามปีนะคะ”

“ตอนหย่าร้างกัน เธอจะจากไปตัวเปล่าไม่เอาอะไรทั้งนั้น”

เมื่อหกปีก่อนโจวเป่ยจิ้งเปรียบเสมอทรัพย์ ฮวาหยุนหรานเปรียบเสมือนหยกของเมืองเจียง ทั้งสองตระกูลมีภูมิหลังพอ ๆ กัน เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยทั้งสองตระกูลก็เริ่มปรึกษาหารือเรื่องแต่งงานกัน มีผู้คนมากมายต่างให้ความสนใจพวกเขา แต่สุดท้ายฮวาหยุนหรานก็หนีไป

เนื่องด้วยเหตุนี้ทำให้ย่าโจวโกรธมาก จึงรีบไปหาคนมาแต่งงานกู้หน้าให้โจวเป่ยจิ้ง และก็มาหานักศึกษาที่เพิ่งจะเรียนจบ เนื่องจากแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งเธอไม่มีทางเลือก

แต่โจวเป่ยจิ้งเพียงแค่สัญญาว่าจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของแม่เธอเป็นระยะเวลาสามปีเท่านั้น ดังนั้นเมื่อสามปีก่อนเพื่อที่จะรักษาแม่ต่อไป เธอจึงเลือกที่จะลาออกจากบริษัทเล็ก ๆ มาเสี่ยงดวงที่เป่ยโจว กรุ๊ป

แต่ว่าดวงเข้าข้างเธอ โจวเป่ยจิ้งรู้สึกชื่นชมในความสามารถของเธอ เธอผ่านการฝึกงานด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนก็ได้รับเลื่อนให้เป็นพนักงานประจำ

แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ รายได้ของเธอก็ไม่เพียงพอที่จะยืดอายุขัยให้กับแม่อยู่ดี

จนกระทั่งสองปีก่อน มีอยู่ครั้งหนึ่งโจวเป่ยจิ้งบังเอิญดื่มจนเมา หลังจากมีความสัมพันธ์กับเธอ ก็ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป

เขาให้เงินกับเธอ เธอรับเอาไว้

เนื่องจากว่าเขาต้องการความสงบ เธอก็เลยรับเอาไว้อย่างสมเหตุสมผล

ยิ่งไปกว่านั้นอาการป่วยของแม่ ทำให้เธอไม่สามารถหยิ่งในศักดิ์ศรีได้

แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์หลังจากที่รับเงินมา จะกลายเป็นข้อตกลงทางใจไปโดยปริยาย

ทุกครั้งที่เขาต้องการเธอก็ต้องมา มีบางครั้งที่เขาจะถามเธอว่าต้องการอะไร ตอนที่ขาดแคลนเงิน เธอก็จะขอเงินไปตรง ๆ

แต่ตอนที่ไม่ขาดแคลนอะไรทั้งนั้น เธอก็จะปฏิเสธไป

เพราะว่าเธอไม่อยากเปลี่ยนให้ความสัมพันธ์นี้กลายเป็นการขายบริการโดยแท้จริง แล้วก็อยากจะทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมาต่อหน้าของโจวเป่ยจิ้งด้วยเหมือนกัน

โจวเป่ยจิ้งเป็นเจ้านายที่ตรงตามมาตรฐาน แล้วก็เป็นชู้รักที่ผ่านเกณฑ์เช่นกัน

เขาไม่เคยปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับเธอมาก่อน ตอนที่เธอไม่ต้องการอะไร เขาก็จะเตรียมสิ่งของที่ราคาแพงให้กับเธอ

ดังนั้นตอนนี้ดูเหมือนว่าโจวเป่ยจิ้งเองก็เป็นสามีที่ตรงตามมาตรฐานเหมือนกัน เขาสามารถให้เงินจำนวนร้อยล้านกับภรรยาที่เพิ่งจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวยังไม่มีความรู้สึกต่อกันได้อย่างใจกว้าง

“ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เสียเวลาในช่วงวัยแรกแย้มมาหกปี อีกทั้งตอนนั้นเธอเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีอะไรด้วย”

โจวเป่ยจิ้งออกมาจากห้องพักผ่อน นั่งอยู่ตรงหน้าคอมพิวเตอร์ นึกถึงสาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกที่เคยมีโชคชะตาต้องกันครั้งนึงตรงหน้าประตูสำนักงานเขตเมื่อหกปีก่อนคนนั้น

เนื่องจากกัวลว่าอีกฝ่ายได้คืบจะเอาศอก ดังนั้นเขาจึงสัญญาว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นระยะเวลาสามปี แต่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปสามปีแล้วเธอก็ไม่มาขออีกเลย

ทำตัวรู้งานเหมือนกับหลูเฉียนหนิง

หลูเฉียนหนิงร่างหนังสือข้อตกลงการหย่าร้างมาหนึ่งฉบับ ส่งฉบับอิเล็กทรอนิกส์ไปให้กับโจวเป่ยจิ้งดู หลังจากได้รับการอนุมัติจากเขาเธอถึงได้พิมพ์ออกมา

หลังจากเลิกงาน หลูเฉียนหนิงกลับถูกโจวเป่ยจิ้งลากไปที่สนามบินด้วย เพื่อที่จะไปรับฮวาหยุนหราน

ภายในสนามบินที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน มีหนุ่มสาวอาลัยอาวรณ์ที่ต้องแยกจากกัน แล้วก็คู่รักที่กำลังมีความสุขที่จะเดินทางไปด้วยกันเป็นคู่

โจวเป่ยจิ้งกับหลูเฉียนหนิงถือว่าโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางฝูงชน

โจวเป่ยจิ้งสวมใส่ชุดสูทที่สั่งตัดมาจากอิตาลี ลักษณะใบหน้าราวกับประติมากรรมที่สมบูรณ์แบบ คิ้วตาแผ่ออร่ากดดันที่ชวนให้รู้สึกหายใจไม่ออก

ริมฝีปากบนล่างเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาที่ลุ่มลึกจ้องมองไปยังทางออก ดูเหมือนจะอดใจไม่ไหวเล็กน้อย

ส่วนสูงเกือบ 170 เซนติเมตรของหลูเฉียนหนิงยืนอยู่เคียงข้างเขา ผมยาวปล่อยสยายแต่งหน้าละเอียดงดงาม เธอรู้ว่าต้องมาสนามบิน จึงตั้งใจแต่งตัวมาเป็นพิเศษ

ตอน 3

เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเป็นจิตวิทยาแบบไหน แม้จะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ก็ยังทำแบบนี้อยู่ดี

แต่พอนึกถึงตอนที่ขึ้นรถ ดวงตาที่โจวเป่ยจิ้งจ้องมองมาที่เธอสาดแววตะลึงไปชั่วขณะ แล้วก็พูดออกมาประโยคนึงว่า ‘แบบนี้ดูดีกว่าการแต่งหน้าเฉย ๆ ตอนทำงานเป็นไหน ๆ ’

อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาไม่น้อย

ทันใดนั้นบริเวณทางออกก็มีคนแห่หรูกันออกมา ตาของเธอจับจ้องไปยังผู้หญิงทุกคนอย่างไม่ละสายตา

ผู้หญิงสวมชุดเดรสลายดอก ผมลอนย้อมเป็นสีม่วงอ่อน สวมแว่นกันแดดคนหนึ่งเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมา

แม้ว่าแว่นตากันแดดจะบดบังดวงตาของเธอเอาไว้ แต่ว่าสัญชาตญาณของหลูเฉียนหนิงบอกกับเธอว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังมองโจวเป่ยจิ้งอยู่

เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ วินาทีต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็ลากกระเป๋าวิ่งตรงมา เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของโจวเป่ยจิ้งอย่างรวดเร็ว แม้แต่กระเป๋าที่อยู่ในมือก็ลอยกระเด็นออกไปไกลเนื่องจากแรงเฉื่อย

แต่ฮวาหยุนหรานไม่สนใจเลยสักนิด กอดโจวเป่ยจิ้งเอาไว้แน่น ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เป่ยจิ้ง ฉันกลับมาแล้ว ขอโทษนะ...”

ภาพที่พวกเขากอดกันมันสะท้อนเข้ามาในตาของหลูเฉียนหนิง แทงตามาก อารมณ์ที่ตื่นตัวเมื่อตะกี้นี้ลดฮวบลงไปในทันที

เธอหันตัวไปไล่ตามกระเป๋าเดินทางของฮวาหยุนหราน ถือโอกาสจัดการลมหายใจของตัวเองด้วย

กระเป๋าเดินทางไหลไปไกลมาก เธอเองก็ไล่ตามไปไกลมากเหมือนกัน ท่ามกลางผู้คนนั่นรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย

หลังจากที่ตามจับกระเป๋าทันก็นำกลับมา เธอยืนอยู่ห่างจากโจวเป่ยจิ้งกับฮวาหยุนหรานประมาณสองสามก้าว ไม่รู้ว่าควรจะตรงเข้าไปดีไหม

ข้อนิ้มมือของโจวเป่ยจิ้งวางอยู่ตรงเอวของฮวาหยุนหราน เธอกอดเขาเอาไว้แน่นราวกับโอบกอดโลกทั้งใบเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น

ความคิดถึงและความรักที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีมันล้อมรอบฮวาหยุนหรานเอาไว้ แม้ว่าก่อนจะมาหลูเฉียนหนิงจะพูดโน้มน้าวตัวเองว่าให้ใจเย็นลงขนาดไหน

แต่พอได้เห็นผู้ชายที่ตอนเช้ายังมีอะไรกับเธออยู่บนเตียง ตอนค่ำก็มากอดกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่นี่

เธอก็รู้สึกแย่จนแทบจะหายใจไม่ออก ลิปสติกที่ตั้งใจทาก็ไม่ได้มีประโยชน์อย่างอื่น แต่เพื่อปิดบังริมฝีปากที่ซีดเผือดของเธอเอาไว้ ไม่ให้คนมองออกถึงความหดหู่ในตอนนี้ของเธอ

“เป่ยจิ้ง ฉันคิดถึงคุณจัง คุณล่ะคะ? คิดถึงฉันไหม?” ฮวาหยุนหรานปล่อยคอของโจวเป่ยจิ้งออก แต่สองมือกลับยังคงวางอยู่บนไหล่ของเขา

ท่าทางสนิทสนม เมื่อเทียบกับตอนที่หลูเฉียนหนิงกับโจวเป่ยจิ้งยืนอยู่ด้วยกันเมื่อตะกี้นี้แล้ว มันห่างไกลจากคำว่าคู่ควรแบบพวกเขาในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

ถึงยังไงเธอก็แต่งตัวต่างกับฮวาหยุนหรานราวฟ้ากับเหว แล้วก็ไม่สามารถออดอ้อนใส่เขาเหมือนกับอีกฝ่ายได้

“คิดถึง” ริมฝีปากของโจวเป่ยจิ้งอ้าเล็กน้อย หลังจากที่พูดออกมาหนึ่งคำ ก็กวาดสายตามองไปหาหลูเฉียนหนิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล

เห็นว่าสีหน้าของเธอไม่ได้นิ่งเหมือนปกติ แต่กลับบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามีตรงไหนผิดปกติ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

สองตาของฮวาหยุนหรานเริ่มแดงขึ้นมา มองเขาด้วยความน้อยใจ “เป่ยจิ้ง ฉันกลับมาครั้งนี้ ฉันจะชดเชยให้กับคุณเป็นอย่างดีแน่นอน”

“ดึกแล้ว กลับกันก่อนเถอะ” ในตาที่คาดเดาได้ยากของโจวเป่ยจิ้งมองเห็นท่าทางโทษตัวเอง และน้อยอกน้อยใจของเธอ

หลูเฉียนหนิงพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองลงนับครั้งไม่ถ้วน พยายามฝืนยิ้มออกมาอย่างมืออาชีพ

“คุณโจว คุณฮวา เชิญทางนี้ค่ะ”

โจวเป่ยจิ้งเอ่ยออกมาคำนึง “ไปกัน” แล้วเดินนำหน้าไป หลูเฉียนหนิงลากกระเป๋าเดินทางตามอยู่ข้างหลัง ติดตามเขามาหลายปีเธอชินกับการที่เขาก้าวยาวและเดินเร็วแล้ว

เธอสามารถเดินตามเขาทัน แต่ฮวาหยุนหรานนั้นไม่ไหว ฝ่าเท้าเหยียบอยู่บนส้นสูงสิบเซนติเมตร ต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะพอไล่ตามหลูเฉียนหนิงทัน

“เธอคือผู้ช่วยของเป่ยจิ้งเหรอ?” เธอวิ่งทำให้หายใจไม่เป็นจังหวะ

หลูเฉียนหนิงพยักหน้าเล็กน้อย “ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นความสามารถในการทำงานของเธอจะต้องเก่งมากแน่ ๆ ดูเหมือนจะอายุพอ ๆ กัน เรามาเป็นเพื่อนกันนะ เดี๋ยวฉันขอแอดวีแชทเธอไว้นะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED