ณ คอนโดสุดหรูที่อเมริกา
เฮ้อ ผ่านมา 5 ปี แล้วสินะ หึ ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปแล้วเหรอนี่ เฮ้อ เขาจะเป็นอย่างไรบ้างน้า ป่านนี้คงมั่วหญิงเป็นว่าเล่นเลยสิ
หึ พี่ไล่ฉันออกจากชีวิต ฉันก็ออกมาแล้ว แต่ทำไมนะ ทำไมกันฉันยังไม่ลืมพี่สักที่พี่มาร์ท
เฮ้อ ว้า บ่นมาตั้งนานแล้ว ยังไม่แนะนำตัวเลย
สวัสดีค่ะ ฉัน ลลิน ค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังเก็บของเพื่อกลับประเทศไทยค่ะ ฉันมาเรียนต่อที่นี่และตอนนี้ก็จบแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปเผชิญความจริงที่ฉันไม่อยากเจอแล้วสินะคะ
ทุกคนคงไม่เชื่อสิ่งที่ฉันจะพูดใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้ว ฉันเป็นหัวหน้าขององค์กร fuck น่ะค่ะ 55 แค่ชื่อองค์กรทุกคนก็น่าจะรู้นะคะ ว่าไมใช่องค์กรที่ดีแน่ ๆ อิอิ
เราฆ่าแค่คนที่จะทำร้ายหรือขัดผลประโยชน์กับเราเท่านั้นแหละค่ะ
องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นโดยฉันและเพื่อนสองคนของฉัน ยัยปรางค์กับยัยมีน นั่นแหละค่ะ สองคนนี้ร้ายไม่เบาหรอก แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับฉันหรอกค่ะ มันเพิ่งกลับประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้ว จริง ๆ ฉันต้องกลับพร้อมมันแต่พอดีมีคนอยากลองของ ฉันเลยขออยู่จัดการเองค่ะ
องค์กรเราเป็นองค์กรใหญ่นะคะ มีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น ส่วนนิสัยของฉันเหรอคะ หึ เชื่อเถอะว่าทุกคนไม่อยากรู้หรอกค่ะ เพราะฉายาของฉัน คือนางมารในคราบนางฟ้า เฮ้ย แนะนำตัวมาเยอะแล้ว ขอตัวเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน
ตืด ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใครมันโทรมาตอนนี้เนี่ย คนยิ่งรีบ ๆ นึกว่าใครเป็นยัยปรางค์นี่เอง
“โหล ว่าไงแก มีไร คนยิ่งรีบ ๆ อยู่” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก
“แหม นี่แกยัยลินเพิ่งจะมารีบ เพิ่งตื่นเหรอยะ ฮะ”
ปลายสายพูดมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก
“แล้วนี่มีไร รีบ ๆ พูดมา ฉันกำลังเก็บของ” ฉันพูดไปเก็บของไป
“ก็ยัยมีนน่ะสิ มันบอกให้ฉันโทรหาแกว่าจะมาถึงกี่โมง ให้ฉันออกไปรับไหม แล้วเรื่องที่แกจัดการเองเป็นยังไงบ้าง แล้วแกปลอดภัยไหม” ปรางค์ได้ทีก็บ่นเพื่อนสาวนามว่ามีนให้ฉันฟังทันที
“เฮ้อ พวกแกนี่นะ เรื่องที่ฉันจัดการ มือชั้นนี้ไม่มีพลาด หัวหน้าองค์กรนะโว้ย อิอิ อ้อ แล้วเรื่องที่ถามว่าให้มารับไหมนั้น ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง จะไปเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่สักหน่อย” ฉันสาธยายให้พวกมันฟัง
“อ๋อ เค ๆ เดินทางดี ๆ” ปรางค์พูด
“เออ แค่นี้นะ”
ฉันรับคำแล้วตัดสายทิ้งทันทีพร้อมทั้งออกจากคอนโดเพื่อไปสนามบินทันที แต่ก่อนที่ฉันจะขึ้นเครื่องฉันก็หันไปสั่งงานกับลูกน้องไม่สิเพื่อนฉันต่างหาก ปีเตอร์นั่นแหละ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะบอกว่าคอยดูแลทางนี้ให้เท่านั้นเอง เพราะฉันรู้สึกเหมือนมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กร หลังจากที่มันรับปากก็ได้เวลาเครื่องออก ฉันก็เดินไปขึ้นเครื่องทันที
ณ k ผับ
เหล่าผีเสื้อราตรีกำลังวาดลวดลายกันอย่างสนุกสนาน แต่ผมนี่สิกลับไม่รู้สึกว่ามันสนุกเลยสักนิด ไม่รู้ว่าผมเป็นไร ตั้งแต่ผมเห็นข่าวนั้นผมก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ขนาดมีผู้หญิงทอดสะพานมาหาผมยังไม่สนใจเลย ทั้งยังให้มือขวาคนสนิทของผมกันทุกคนออกจากบริเวณที่ผมอยู่อีก
อ้อ ผมลืมบอก ผับนี่อ่ะเป็นผับของไอ้คิมมัน ผมมีเพื่อนสองคนคือไอ้คิมกับไอ้ติน แต่มันสองตัวกำลังอ่อยสาวอยู่ พวกผมก็นิสัยไม่ต่างกันหรอก
เฮ้อ พูดมาตั้งนานและยังไม่แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักเลย ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อ คุณาวุฒิหรือมาร์ท แต่ชื่อมาร์ทนี่ผมให้แต่คนที่สนิทจริง ๆ เรียกนะครับ ลองไม่สนิทแล้วเรียกสิ หึ ได้ตายแน่
ผมเป็นมาเฟียครับ ส่วนนิสัยผมเชื่อว่าพวกคุณคงไม่อยากรู้จักผมหรอกจริงไหมครับก็ผมเป็นมาเฟียหนิ แถมยังได้ฉายาว่าปีศาจในคราบเทพบุตรอีกด้วย
หลังจากที่ผมให้มือขวาคนสนิทไล่ผู้หญิงที่ทอดสะพานมาให้ผมแล้ว ผมก็นั่งนึกถึงแต่ลลิน ผู้หญิงที่ผมเคยไล่เธอออกจากชีวิตในวันนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ ผมก็แค่อารมณ์ไม่ดีแล้วเผลอพูดแบบนั้นออกไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่พูดแบบนั้นเลยจริง ๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะยังไงเธอก็ต้องเป็นของผมอยู่ดี
หึหึ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเห็นใครสักคนกำลังเดินเข้ามาในผับ ผมจะไม่อะไรเลยถ้าคน ๆ นั้นไม่ใช่ลิน คู่หมั้นผม แถมยังเป็นจุดสนใจอีกต่างหาก ส่วนข้าง ๆ เธอน่าจะเป็นเพื่อนของเธอมั้งครับ คนหนึ่งดูเปรี้ยว คนหนึ่งดูหวาน ส่วนลินเธอดูทั้งเปรี้ยวทั้งหวานทั้งโหด ไม่รู้สิครับ แต่ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าเธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้ วุ้ย หงุดหงิด
“เฮ้ยไอ้มาร์ท แกเป็นไรวะ หน้าบูดเป็นตูดเลย” เสียงไอ้คิมเองครับ
“พ่องมึง” ผมพูดพร้อมทั้งตวัดสายตาโหด ๆ ไปให้
“หึ มึงนี่ชอบกวนมัน สมน้ำหน้า”
เสียงนี้เสียงของไอ้ตินเองแหละครับมันใจเย็นที่สุดแล้วผมไม่พูดอะไรได้แต่มองว่าเธอจะทำอะไร และผมคิดว่าผมต้องลงโทษเธอที่กลับมาไม่บอกผม หึ
สวัสดีประเทศไทย!!! สวัสดีค่ะทุกคนตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าบ้านของฉันแล้วล่ะค่ะหลังจากที่นั่งอยู่บนเครื่องหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงสักที เฮ้อ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเลย ไม่มีเปลี่ยนแปลง
ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง
ฉันรอไม่นานนักก็มีเด็กในบ้านออกมาเปิดประตู แต่ฉันมองไม่ค่อยชัด แต่ถ้าให้เดา ฉันคิดว่าร่างอวบ ๆ ที่เดินมาเปิดประตูให้ฉันนี้คงเป็นป้าอิ่มหรือนมอิ่ม แม่บ้านประจำตระกูลพ่วงด้วยหน้าที่แม่นมที่เลี้ยงฉันมาแต่เด็กแน่ ๆ เลย จะจำฉันได้ไหมนะ
“เอ่อ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ OvO” นมอิ่มพูดขึ้นพร้อม เงยหน้าขึ้นมามองฉัน ด้วยสีหน้าและแววตาตกใจ
“อะไรกันคะนม ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วย จำลินไม่ได้เหรอคะ แล้วก็ไม่ต้องถามนะคะว่าทำไมลินไม่โทรบอกก่อน ลินแค่อยากมาเซอร์ไพรส์น่ะคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่อยู่ในบ้านไหมคะ อ้อ ลินมีของมาฝากทุกคนด้วยนะคะ”
ฉันพูดรัว ๆ แล้วเดินเข้าไปกอดนมทันที
“อยู่ค่ะ ๆ ไปเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะคุณหนู เดี๋ยวนมให้เด็กมายกของไปเก็บให้” นมพูดจบพลางพาฉันเข้าบ้าน
“เซอร์ไพรส์”
เสียงของฉันตะโกนเองแหละค่ะทุกคน
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูหน้าคุณพ่อกับคุณแม่สิคะ ขำอะ ทั้งสองท่านดูตกใจ ตอนนี้ผ่านไปประมาณสองนาทีแล้ว ยังไม่มีใครยอมขยับเลยคะ สงสัยจะอึ้งอยู่มั้งคะ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ เซอร์ไพรส์ไหมคะ อิอิ”
พูดจบฉันก็เข้าไปกอดคุณพ่อคุณแม่ทันที
“ลิน ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่” เสียงคุณพ่อของฉันเองละคะ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ลินอยากมาเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่นี่ค่ะ” ฉันพูดก่อนจะกอดท่านทั้งสองอีกครั้ง จากนั้นเราก็นั่งคุยกันหลาย ๆ เรื่อง
“ลิน แม่ดีใจมากเลยที่หนูกลับมาสักที แม่คิดถึงหนูมากเลยนะลูก ไป ๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนนะลูกมาเหนื่อย ๆ”
หลังจากที่เราทั้งสามแสดงความรักความคิดถึงกันเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ก็บอกให้ฉันขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องทันที โทรหายัยสองแสบนั่นดีกว่า
ตืด ตืด ตืด รอไม่นานก็มีคนกดรับ
“ฮัลโหล ว่าไงแก ถึงไหนแล้ว” เสียงยัยมีนค่ะ
“ฉันอยู่บ้านแล้ว คืนนี้ไปเที่ยวกัน ฉลองการกลับมาของฉัน” ฉันบอกมันไป
“แล้วไปที่ไหนละ K ผับไหม เห็นเขาพูดกันว่าดีมากเลยนะแก”
อันนี้เสียงยัยปรางค์ค่ะเรื่องเที่ยวต้องยกให้มัน
“ได้ แล้วแต่พวกแก สองทุ่มครึ่งเจอกันนะ”
หลังจากพูดสายจบ ฉันก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงพลางคิดถึงเขาคนนั้น คนที่ไล่ฉันออกจากชีวิต ไม่รู้สิคะ ฉันมีลางสังหรณ์แปลก ๆ เหมือนจะเจอเขายังไงก็ไม่รู้ เฮ้อ ช่างเถอะ พักผ่อนก่อนดีกว่า
ณ เวลา สองทุ่มครึ่งที่ k ผับ
ตอนนี้เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายกำลังเต้นอยู่ด้วยความเมามัน แต่ทุกการกระทำก็หยุดทันทีหลังจากที่ฉัน ยัยมีน ยัยปรางค์เดินเข้ามาที่ทางเข้าผับ จะมองอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไงนะ หึ
วันนี้ฉันเลือกใส่เสื้อเอวลอยสีเลือดหมูพร้อมกางเกงขาสั้นสีเดียวกันและใส่แจ็กเกตหนังสีดำเท่ใช่ไหมล่ะ ชุดของฉันนะซอร์ฟ ส่วนยัยมีนมันใส่เดรสสั้นหวาน มันใส่มาไม่เหมาะเลยอะ พอถามมันก็บอกว่าอยากใส่ชุดนี้ ส่วนคนที่จัดหนักจัดเต็มเหมาะกับการมาเที่ยวครั้งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นยัยปรางค์ สาวแซ่บประจำกลุ่ม ก็มันเลือกใส่ชุดเดรสสีแดงโชว์น่าอกน่าใจของมันนะสิคะ มันก็คงไม่แปลกที่จะไม่มีใครมองพวกเรา
แต่สายตาคู่อื่นจะไม่เท่ากับสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองฉันอยู่ตอนนี้หรอกค่ะ สายตาคู่นี้ที่มองมามันทำให้ฉันสตันทันทีแต่ก็แค่แป๊บเดียว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทำไมใจฉันยังเต้นแรงอยู่นะ เฮ้อ
อยากรู้ใช่ไหมคะว่าใครกันที่มองมา ก็คนที่ไล่ฉันออกจากชีวิตนั่นแหละค่ะ พี่มาร์ทไง มองมาอย่างกับฉันทำอะไรผิด มองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่สายตาเขาจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ฉันยังคิดอะไรได้ไม่มากก็ถูกยัยปรางค์เรียกซะแล้ว
“นี่ ยัยลินแกมองใครวะ ไปหาโต๊ะนั่งกันเถอะ” ยัยปรางค์
“เออ ไปสิ ยืนเมื่อยละ”
ฉันเองแหละ หลังจากนั้นเราก็มานั่งโต๊ะโซนวีไอพีที่อยู่ชั้นสาม มันดูเป็นส่วนตัวดี สมองของฉันมันเอาแต่คิดว่าทำไมเขาต้องมองแบบนั้น และสุดท้ายทำไมเราต้องเจอกันที่นี่
“ยัยลิน ฉันเห็นนะ เมื่อกี้ที่แกยืนเฉย ๆ อะ แกเห็นพี่มาร์ทใช่ไหม” ยัยมีนพูดพลางทำหน้าจับผิด
“เออ ฉันเห็น” ฉันพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“แล้วแกจะทำไงวะ” ยัยปรางค์พูดขึ้นพลางทำหน้าสงสัย
“หึ ไม่รู้สิ ก็แค่เจอ” ฉับตอบมันไปแค่นั้นพร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยมองไปที่ยัยปรางค์
“เออ ๆ จะยังไงก็ช่าง ฉันว่าสั่งไรมากินกันเถอะ”
เสียงยัยมีนพูดขึ้นพร้อมเรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งอาหาร เราทั้งสามต่างพากันนั่งทานไปสักพักพร้อมพูดคุยเรื่องไร้สาระกันไป แต่ฉันไม่ค่อยสนใจหรอกเพราะสมองของฉันน่ะมันเอาแต่คิดว่า ในเมื่อเราเจอกันแล้วถ้าอย่างนั้นก็เผชิญหน้ากันเลยแล้วกัน หึ
ตอนนี้ฉันกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์ที่ชั้นล่างของผับ เหล่าผีเสื้อราตรีก็โยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน ยัยปรางค์กับยัยมีนก็เต้นอย่างไม่สนใจใครเลยค่ะ ปกติฉันก็ไม่ค่อยชอบหรอกนะคะที่มาเต้นอะไรแบบนี้ แต่ถูกยัยปรางค์มันบังคับมา เหนือสิ่งอื่นใดเลยฉันก็แค่อยากคลายเครียดบ้าง
อิอิ เต้นอยู่สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเต้นกับฉัน หน้าตาก็ดีอยู่นะคะ เห็นว่าชื่อเต
แต่ฉันไม่สนใจหรอกคะเพราะหมอนี่ไม่ใช่สเปกฉัน ฉันก็แค่คุยกับเขาตามมารยาทเท่านั้นเอง และตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเหมือนนายเตอะไรเนี่ยมือไม้ของมันเริ่มจะอยู่ไม่สุขแล้วล่ะ มันลวนลามฉัน!
ฉันสงบสติอารมณ์สักพักก็ตวาดมันกลับไปแข่งกับเสียงเพลง จากตอนแรกที่สนุก ตอนนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ ฉันโกรธมาก ๆ เลยล่ะ จนฉันทนไม่ไหวฉันต้องบอกเพื่อนฉันก่อน
“มึง ยัยปรางค์ ยัยมีน เต้นกันไปก่อนนะ ฉันหมดอารมณ์แล้วว่ะ เข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวฉันมา” ฉันพูดด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“เฮ้ย เป็นไรวะ เมื่อกี้ยังสนุกอยู่เลย หรือว่าไอ้นั่นมันจะลวนลามแก”
ยัยปรางค์พูดด้วยสีหน้าตกใจ
“ก็เออนะสิ แม่งอารมณ์เสียฉิบ” ฉันพูดอย่างโกรธ ๆ
“แล้วนี่จะไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” ยัยมีนว่า
“ไม่ต้อง ฉันไปเอง” ฉันพูดจบก็เดินผ่านผู้คนออกไปทันที
“เฮ้ย ไอ้มาร์ท มึงเป็นอะไรวะ นั่งหน้าบูดเป็นตูดนานแล้วนะเว้ย”
เสียงนี่เป็นเสียงของคิมเองครับผมไม่ตอบมัน แล้วผมก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกมา
“เฮ้ย ไอ้นี่จะไปไหนวะ ถามก็ไม่ตอบ ไอ้มาร์ท มาร์ท” เสียงของไอ้คิม ตะโกนไล่หลังมา
“มึงจะเรียกมันทำไม โน่นไป ไปเต้นกัน สาวเด็ด”
ผมได้ยินเสียงของไอ้ตินแว่ว ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักตอนนี้ สิ่งเดียวที่ผมสนใจก็คือ ผู้หญิงที่ผมแอบเดินตามมานี่ไงล่ะ
มีอย่างที่ไหนตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังแต่งตัวแบบนี้มาเที่ยวอีก ถึงจะไม่ได้โป๊มากก็เถอะ แต่ผมก็หวงอยู่ดี
ยัง ยังไม่พอ ยังมีหน้ายืนคุยกับไอ้หน้าอ่อนจนมันจะลวนลามอยู่แล้ว ผมโมโหครับ ฮึ่ย แต่ในที่สุดโอกาสของผมก็มาถึง เมื่อผมเห็นเธอกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ และตอนนี้เธอก็เข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมก็ไล่พวกผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำอยู่นั้นให้ออกมาแล้วผมก็จัดการล็อกประตูห้องน้ำทันที ผมยืนรอสักพัก ไม่นานนักก็
แอ๊ดดดด
ลลินก็เปิดประตูออกมาพร้อมมองหน้าผมด้วยสีหน้าตกใจ แต่ก็แค่แป๊บเดียวก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าเย็นชาใส่ผม พร้อมเดินไปที่อ่างล้างหน้าโดยไม่สนใจผมเลย พอเธอล้างมือเสร็จกำลังจะเดินออกไป
แต่หมับ ผมจับเข้าที่ข้อแขนเธอ เธอมองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมไล่สายตามาที่มือที่ผมจับอยู่แล้วไล่สายตากลับขึ้นมา แล้วบอกผมผ่านในตาว่าปล่อย ผมก็ปล่อยครับ
“ทำไม คู่หมั้นจับนิดจับหน่อยทำเป็นหวง ทีไอ้หน้าอ่อนนั่นยังยื่นให้มันลวนลามตั้งนานสองนาน” ผมพูดกวน ๆ ใส่เธอ
“มันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” ลินเธอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ใส่ผมครับ
“ทำไมจะไม่เกี่ยว เกี่ยวเต็ม ๆ เลยล่ะ เพราะฉันคือคู่หมั้นเธอ แล้วเดี๋ยวเราก็แต่งงานกัน พอแต่งงานกันเธอก็เป็นเมียฉัน นี่ไง เกี่ยวเต็ม ๆ ไม่เกี่ยวตรงไหน”
ผมพูดเย้ยใส่เธอ แต่ดูเธอตอนนี้สิมองผมอย่างโกรธ ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันยกเลิกแน่” ลินเธอพูดใส่ผมอย่างท้าทาย
“หึ หายไปตั้ง 5 ปี เธอเป็นของฉันลิน ไม่ว่าอย่างไงเธอก็เป็นของฉัน ไอ้ตัวผู้หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ แล้วไอ้คำว่ายกเลิกอะไรนั่นลืมไปได้เลย เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้น” ผมโกรธแล้วครับ ผมจับไหล่ของเธอพร้อมตะคอก
“คุณไล่ฉันออกจากชีวิตคุณแล้ว คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีกฮะ! และฉันขอย้ำอีกครั้ง ว่าฉันยกเลิกแน่”
เธอพูดใส่ผมอย่างโกรธ ๆ แต่แปลก เธอเป็นคนแรกเลยที่กล้าพูดใส่ผมแบบนี้ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงวิ่งหนีไปแล้วแต่เธอกลับไม่
แต่ช่างเถอะผมเริ่มรู้สึกโมโหคนตัวเล็กแล้วล่ะจะดื้ออะไรนักหนา เราจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ผมไล่สายตากวาดมองไปทั่วดวงหน้าของเธอ ไม่ไหวแล้วเว้ยแค่เห็นหน้าก็อยากแล้ว จุ๊บ
“อื้อ ไอ้บ้า หยุดนะ ไอ้....”
จ๊วบ
ผมแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอันหอมหวานของเธอ พร้อมดูดดึงเรียวลิ้นเล็กที่พยายามหนีผมตลอดเวลา หวาน หวานมากเลยครับ ไม่เคยจูบใครแล้วรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย
อ๊ะ อื้ม
ผมครางในลำคอ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กไปไหน ตุบ ตุบ เธอทุบมือเล็ก ๆ ลงบนหน้าอกผม ผมจึงผละปากออกมาเพื่อให้คนตัวเล็กหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น พอเธอตั้งสติได้ เธอก็ยกมือขึ้นจะตบผม
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ ถ้าเธอตบรับรองไม่หยุดแค่จูบแน่”
ผมบอกเธอพร้อมหน้าหื่น ๆ ของผม ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยนะครับ เธอคนแรกเลยที่ผมอยากแกล้ง คนอื่นมักพูดกับผมว่า ผมเย็นชา แต่กับคนสนิทไม่นะครับ
“ไอ้” เธอได้แต่กำมือตัวเองแน่นแล้วมองหน้าผมอย่างโกรธ ๆ แต่หน้าเธอแดงแฮะ น่ารักอะ ผมหัวเราะพร้อมเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี
ตอนนี้ฉันรู้สึกโมโหอีตาพี่มาร์ทมาก ๆ เลย มันขโมยจูบแรกของฉันอะ ฮือ โกรธ ฉันทำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉันอึ้งอยู่แล้วก็สับสนด้วย ตอนมันบีบไหล่ฉันเจ็บมากเลย แต่ฉันต้องทำหน้านิ่ง ๆ ออกไป เพราะฉันไม่อยากเจ็บอีก
แต่ดูเขาสิ เขาทำแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันสับสนนะ ฉันจะไม่ยอมกลับไปเจ็บอีก ถ้าเจ็บก็ต้องเจ็บด้วยกัน เตรียมตัวไว้เลยพี่มาร์ท แสบแน่ ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็เดินออกจากห้องน้ำไปที่โต๊ะที่พวกฉันเคยนั่งทันที แต่พอมาถึงฉันเห็นยัยปรางค์กับยัยมีนนั่งหน้าบูดอยู่ ฉันก็สงสัยนะสิ
“นี่ พวกแกเป็นไร นั่งหน้าบูดเชียว” ฉันถามพวกมันพร้อมทำหน้าสงสัย
“หืม ก็อีตาบ้าที่ไหนไม่รู้ เข้ามาหาฉันกับยัยมีนพร้อมถามฉันกับยัยมีนว่าเท่าไหร่ โมโหมากเลยแก หมดอารมณ์จะเต้นละ” ยัยปรางค์พูดออกมาด้วยสีหน้าโกรธ ๆ
“เออ งั้นก็ไป กลับกัน” ฉันชวนพวกมันกลับ
“ค่ะ นายใหญ่”
มันสองตัวรับคำพร้อมกัน ฉันก็ตวัดสายตาไปหาพวกมันทันที พวกมันได้แต่ยิ้มแหย ๆ และส่งสายตาขอโทษมาให้
ใช่แล้วค่ะ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราเป็นใคร เราต้องปิดตัวตนด้านมืดของเราไว้ค่ะ จากนั้นฉันทั้งสองก็เดินออกมาจากโต๊ะ แต่ยังไม่ไปถึงไหนเลยฉันก็มาสะดุดตากับภาพที่ได้เห็น คือยัยนมโตที่ไหนไม่รู้มันกำลังนั่งอ่อยคู่หมั้นของฉันอยู่ อีตาพี่มาร์ทนี่ก็กระไรนั่งให้มันยั่วอยู่ได้ ตอนแรกฉันกะว่าจะเดินออกไปเฉย ๆ แต่อยู่ดี ๆ ฉันก็นึกอะไรสนุก ๆ ขึ้นมาได้ พร้อมกับหันไปยิ้มให้ยัยสองตัวแล้วเดินไปที่โต๊ะอีพี่บ้าทันที
“ว้าววววว”
เสียงผู้ชายนิสัยน่าจะกะล่อนส่งเสียงทักฉัน แต่ฉันไม่สนใจ สายตาฉันตอนนี้คือมองยัยนมโตกับพี่มาร์ท ก่อนที่ฉันจะไปกระชากยัยนมโตนั่นออกแล้วเข้าไปนั่งตักพร้อมกอดคอไว้เลย แล้วมองยัยนมโตอย่างเย้ย ๆ แต่อีตาพี่บ้านี่กลับกอดเอวฉันแน่นขนาดฉันแอบหยิกหลังมันมันยังไม่ปล่อยเลย ยัยสองตัวก็มองหน้าฉันยิ้ม ๆ ส่วนผู้ชายสองคนก็มองอย่างตะลึง
“อ๊ายยยยยยย อีบ้า แกเป็นใครฮะ! ผลักฉันทำไม คุณมาร์ทขา ช่วยลิลลี่ด้วยนะคะ อีบ้านี่มันผลักลิลลี่”
“หึ เป็นใครฉันว่าเธอคงไม่อยากรู้จักฉันหรอก ใช่ไหมคะพี่มาร์ทขา”
ฉันพูดกับยัยลิลลี่แล้วหันไปคุยกับอีพี่บ้าด้วยสายตายั่วยวน อีตาพี่บ้านี่ก็มองฉันอย่างตะลึงพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก
“อ๊ายยยย นี่แกออกมาจากมาร์ทของฉันเดี๋ยวนี้นะ” ยัยนั่นพูดก่อนจะเดินเข้ามากระชากฉันออกจากตักอีพี่บ้า พร้อมกับอ้าแขนจะตบฉัน
หมับ
ยัยมีนเข้ามาจับแขนยัยลิลลี่ไว้ ฉันก็ยิ้มก่อนจะมองด้วยสายตาท้าทาย
“ใครบอกเธอ ผู้ชายคนนี้เขาเป็นของฉันต่างหากล่ะ” ฉันพูดยิ้ม ๆ
“อ๊ายไม่จริง หึ ถึงเขาจะเป็นของแกจริงฉันก็จะเอา เธอจะทำไรได้”
ยัยนั่นท้าท้ายฉันพร้อมยิ้มยั่ว ๆ
“อยากได้ คันมาก ว้อนมากเหรอ ถ้าอยากได้ฉันก็จะจัดให้ รับรองว่าเธอจะหายคันไปนานเลยละ หึ”
ฉันพูดแต่สายตามองพวกนั้นนิ่ง ฉันหันไปมองยัยปรางค์เล็กน้อย ไม่นานก็มีผู้ชายเข้ามาสองคนพร้อมลากยัยป้านั่นไปทันที ฉันไม่สนใจเสียงร้องของมันหรอก และตอนนี้เพลงในผับหยุดลงแล้ว
“มองไรกัน สนุกกันต่อสิคะ วันนี้คุณมาร์ท คุณาวุฒิ เขาเลี้ยงค่ะ”
พอฉันพูดจบทุกคนเฮลั่นแล้วฉันก็หันไปมองเขายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกมาจากผับอย่างสะใจ