ณ โรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพมหานคร ช่วงพักกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียนนั้น มักจะเต็มไปด้วยผู้คนทั้งอาจารย์และนักเรียนเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันทั้งสิ้น ทั้งยังมีเสียงคุยเล่นกันของเหล่านักเรียนอย่างสนุกสนาน บ้างก็นินทาอาจารย์ว่าอาจารย์ท่านนั้นโหดบ้างท่านนี้ใจดีบ้าง บางคนก็บ่นว่าทำไมการบ้านเยอะจัง
แน่ล่ะ แต่เรื่องที่เหล่านักเรียนต้องเมาท์มอยเป็นประจำเลยก็คือ เรื่องของความรัก เขาทั้งหลายจะนำเหตุการณ์ข่าวสารข้อมูลมาแชร์กันเพื่อความสนุกสนานเพิ่มสีสันในการรับประทานอาหารกลางวัน หนึ่งในกลุ่มนักเรียนทั้งหลายนั้นคงขาดไม่ได้เลยคือกลุ่มของ ลลิน
กลุ่มของลินหรือลลินนั้น มีด้วยกันอยู่ 3 คน คือ เปรมมิกา สุภาวดีร่วมด้วยตัวลินเอง เพื่อนทั้งสองของลินนั้นรู้ว่าลินชอบใครและสถานะของลินเป็นอย่างไร ถึงลินจะรู้ว่าเขาคนนั้นมีแฟนแล้วก็เถอะ
เธอมักคิดเสมอว่า ชอบไปแล้วนี่นาให้เลิกคงไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ก็เช่นกัน ในระหว่างทานข้าว สายตาของเธอก็จะคอยมองมาร์ทหรือคุณาวุฒิอยู่เสมอ
“นี่ ยัยลินถ้าจะมองขนาดนั้นอะนะ ฉันว่าแกควรไปบอกชอบพี่เขาตรง ๆ เถอะ จะได้จบ ๆ กันไป ฉันเห็นแกคอยมองหาพี่เขาเป็นคนไม่มีตัวตนแบบนี้ ฉันรับไม่ได้ว่ะ เพื่อนเปรมต้องสตรองค่ะ โดนผู้ชายหักอกต้องไม่ตาย อิอิ”
เปรมมิกาเมื่อทนพฤติกรรมของหญิงสาวไม่ไหวเธออดไม่ได้ที่จะพูดแขวะหญิงสาวให้เจ็บใจเล่น ๆ ซึ่งผลที่ได้รับก็คือ ค้อนวงโต ๆ จากตัวหญิงสาวและเสียงหัวเราะของสุภาวดี
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ฉันว่าก็ดีนะยัยลิน บอกว่าชอบผลเป็นอย่างไรก็ช่างมัน แหมมั่นใจเหมือนตอนเรียนหน่อยสิจ๊ะ แม่สาวน้อย”
สุภาวดีก็อดไม่ได้ที่จะพูดจาแหย่เพื่อนสาวเล่นดูเหมือนกัน หลังจากนั้นบรรยากาศการทานข้าวของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ จากหญิงสาวทั้งสามอย่างสนุกสนาน
ส่วนตัวลลินนั้นถึงจะหัวเราะสนุกสนานไปกับเพื่อนสาวของตน แต่ในหัวเธอนั้นมีแต่เรื่องคุณาวุฒิเต็มหัวไปหมด เธอคิดไม่ตกเลยว่าจะบอกความรู้สึกออกไปดีหรือจะเก็บมันไว้อย่างนี้ดี
เฮ้อ
นี่ฉันนั่งถอนหายใจกับยัยเพื่อนบ้าสองคนนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย
เฮ้อ
เอาไงดีล่ะยัยลิน เธอจะบอกพี่มาร์ทไหมว่าเธอชอบ ทำไมมันถึงยากนักนะแค่เดินไปบอกชอบเนี่ยไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวตรงไหนเลย แล้วถ้าเธอไปบอกชอบ เขาจะรู้สึกยังไง มีท่าทางยังไง สำคัญเลยเราก็ไม่ใช่คนสวยออกจะอ้วนด้วยซ้ำ แล้วเธอดูแฟนเขาสิน่ารักทั้งนั้น เขาจะหันมามองเธอเหรอยัยบ้า บอกออกไปมันจะยังเหมือนเดิมไหม เธอมั่นใจว่าเข้มแข็งพอรับความรู้สึกหลังบอกได้แล้วเหรอ
เฮ้อ
เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ฉันจะบอกชอบพี่มาร์ท หลังจากนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฮึบ สู้ ๆ
มาร์ท คุณาวุฒิ หนุ่มฮอท รูปหล่อ พ่อรวย ขวัญใจสาว ๆ ของโรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพ สถานะทางบ้านของเขานั้นรวยมาก และที่ทำให้เขาภูมิใจมาก ๆ ก็คงจะเป็นหน้าตาอันหล่อเหลาที่สาว ๆ พร้อมจะพลีกายถวายชีวิตให้นี่นะสิ
กลุ่มของเขานั้นมีกันอยู่ 3 คน คือ ภูมินทร์ เมฆาและตัวเขาเอง ชีวิตเขาดูเหมือนจะเพอร์เฟกต์ครบทุกอย่าง
แต่ทำไมนะ ทำไมชีวิตของเขาต้องมาเจออะไรบ้า ๆ แบบนี้ด้วย พ่อกับแม่บ้าไปแล้วหรือเปล่าที่จับเขาหมั้นกับยัยอ้วน ฮึ่ย หน้าตาก็ไม่ได้สวยอะไรมาก ตัวอ้วน ๆ เล็กน้อย มีดีอยู่เรื่องเดียวคือเรียนเก่ง เหอะ ให้ตายยังไงเขาก็ไม่แต่งกับยัยบ้านั่นเด็ดขาด ยัยลลิน
ทั้งนี้เขายังต้องปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว ไม่งั้นคงมีคนสมน้ำหน้าเขาที่มีแฟนเป็นยัยอ้วนเทอะทะหน้าตาน่าเกลียด โดยเฉพาะไอ้เพื่อนตัวแสบสองคนนั่น ที่สำคัญเลยเขามีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของเขาแต่ละคนนั้นมีแต่คนน่ารัก ๆ หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะคนล่าสุดนี้ น้องเหม เด็ก ม.4 ที่นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังเรียนดีและนิสัยดีอีกด้วย ถ้าให้เอามาเปรียบเทียบกับยัยลินนั่น น้องเหมแฟนเขาคนนี้ชนะเห็น ๆ หึ
เฮ้อ คิดเรื่องนี้ทีไรแล้วปวดหัวไปเล่นบาสดีกว่า ที่สนามบาสคุณาวุฒิเล่นบาสกับเพื่อน ๆ อย่างมีความสุข และชูตลงห่วงทุกครั้งด้วยท่วงท่าที่สวยงาม เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงที่เข้ามาดูได้มากเลยทีเดียว แม้ว่าบางทีจะรู้สึกหงุดหงิดบ้างที่เห็น ลลินมานั่งดูอยู่ด้วย
ส่วนลลินนั้นเธอยิ้มอย่างมีความสุขมากเพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เข้ามาดูคุณาวุฒิเล่นบาส แถมยังรู้สึกตื่นเต้นที่ตนจะบอกความรู้สึกของคนเองให้ฝ่ายชายรู้อีก และแล้วผู้คนในโรงยิมก็เริ่มทยอยออกไปกันจนหมด เหลืออยู่แค่นักกีฬาสองถึงสามคน
ในที่สุดนักกีฬาก็ออกจากโรมยิมไปจนหมดเหลือแต่คุณาวุฒิ ที่กำลังจะเดินออกไปโดยแกล้งทำมองไม่เห็นหญิงสาวเพื่อหวังว่าเธอคงไม่ต้องมาพบเขาอีก แต่ไม่ทัน เพราะลลินได้เรียกชายหนุ่มไว้แล้ว
“พี่มาร์ทคะ ลินมีอะไรจะบอกค่ะ”
“เอ่อ คือว่าลินชอบพี่มาร์ทค่ะ ชอบมากด้วย ชอบมานานแล้วด้วยค่ะ”
พอพูดจบหญิงสาวก็ยิ้มออกมา ด้วยความรู้สึกที่โล่งที่ได้บอกความรู้สึกของตนออกไป
“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ และไม่มีวันชอบด้วย”
“ทำไมคะ ทำไมพี่ไม่ชอบลิน” หญิงสาวพูดออกไปด้วยน้ำตาคลอและกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา
“เพราะอะไรเหรอ นี่เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอยัยอ้วน ว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบเธอ” ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวนิ่ง หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ
“หึ งั้นฉันจะบอกให้นะ เพราะว่าเธอมันอ้วนแล้วก็ไม่สวยไง พอใจหรือยัง”
“ตะ แต่ว่าเราเป็นคู่หมั้นกันนะคะ ยังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”
“เหอะ ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันแต่งงานกับเธอ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ฉันไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบอย่างเธอด้วยแล้ว ไม่มีวันเด็ดขาด หึ เลิกยุ่งกับฉันสักที ออกไปจากชีวิตของฉันซะ”
จบคำพูดของคุณาวุฒิ ไม่สิเขาตะคอกใส่เธอมากกว่า ลลินก็วิ่งออกไปจากบริเวณนั้นทันที คุณาวุฒิได้แต่มองตามไปเงียบ ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ
ณ คฤหาสน์บ้านของลลิน หลังจากที่จบวาจาร้ายกาจที่ทิ่มแทงจิตใจของเธอนั้น ลลินก็รีบกลับมาที่บ้านและขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง
“ฮึก ฮือ คนบ้า ฮึก ไม่เห็นต้องว่ากันขนาดนี้เลย รักษาน้ำใจกันหน่อยก็ไม่ได้ ฮือ พี่มาร์ทใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย ฮืออออ”
ลลินเอาแต่ร้องไห้และตกอยู่ในห้วงความคิดของตน ไหนมีคนบอกว่าความรักคือสิ่งสวยงาม ไหนบอกว่าความรักไม่มีถูกไม่มีผิด ไหนบอกว่าความรักมีแต่จะทำให้เรามีความสุขจากการที่ถูกรักและได้รัก แต่ทำไมกับฉัน ความรักถึงได้ทรมานขนาดนี้ ทำไม ฮึก ฉันเกลียดความรัก เกลียด ฮึก ฮือ ฮือ ฮึก
“ในเมื่อพี่ไล่ฉันออกจากชีวิตพี่ ฉันก็จะไปจากพี่ ลาก่อนคุณาวุฒิ รักแรกของฉัน” หญิงสาวพูดออกมาด้วยดวงตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“คุณพ่อคุณแม่คะ ลินมีเรื่องอยากจะขอนะคะ คือลินขอไปเรียนไฮสคูลและปริญญาที่อเมริกาเลยนะคะ ถือว่าเป็นการไปฝึกภาษาด้วย เพราะปีนี้ลินอยู่ ม.5 ถ้าลินไปเรียนไฮสคูลที่นู่น ลินก็น่าจะได้อยู่เกรด 11 พอดี นะคะ คุณพ่อคุณแม่ให้ลินไปนะคะ” หญิงสาวอ้อนพ่อแม่ด้วยเหตุผล
“ไปทำไมละลูก ลูกยังเด็กอยู่เลยนะ แม่ว่าเรียนที่นี่ก็ดี ส่วนสำเนียงหรือภาษาอังกฤษแม่ว่าลูกไม่ต้องฝึกก็เป๊ะแล้วล่ะจ้ะ อย่าไปเลยนะแม่เป็นห่วง”
คุณหญิงรัตนาพูดขึ้น หญิงสาวได้แต่มองหน้าพ่อของตนด้วยสายตาอ้อนวอน
“ให้ลูกไปเถอะคุณ ลูกจะได้ประสบการณ์เยอะกว่าอยู่ที่นี่ กลับมาจะได้มาบริหารงานเราได้เลยไงล่ะผมว่าดีออก”
คุณไกรศรพ่อของลินพูดขึ้นบ้าง นั่นทำให้ลลินยิ้มออกมาทันที และหันไปอ้อนมารดาต่อ
“นะคะคุณแม่ขาให้ลินไปนะคะ น้า นะคะ น้า” ลลินเกาะแขนแม่ตัวแล้วเอาหัวทุยถูไปที่แขนของมารดาอย่างออดอ้อน พร้อมกะพริบตาให้มารดาของตนอย่างน่ารัก
“เฮ้อ ก็ได้ แม่จะว่าอะไรได้ล่ะ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทั้งสองคนพ่อลูกเลยนี่” จบคำพูดของมารดา หญิงสาวก็กระโดดร้องอย่างดีใจ
“ขอบคุณนะคะคุณพ่อคุณแม่ ลินสัญญาจะตั้งใจเรียนและกลับมาบริหารธุรกิจของเราให้ดีที่สุดค่ะ อิอิ”
หลังจากที่ตกลงกับครอบครัวได้แล้ว ไม่ถึง 1อาทิตย์ลลินก็ต้อง เดินทางไปอเมริกาทันที
ที่อเมริกาจากเด็กตัวอ้วนก็เริ่มโตเป็นสาวสะพรั่ง มีทั้งความสวย ความเซ็กซี่ มีคนชอบเธอมากมาย แต่เธอหาได้สนใจใครไม่เพราะเธอยังเข็ดกับความรัก แต่เธอไม่ได้มีแค่ความสวยเท่านั้น เธอยังมีความโหดที่เป็นความลับที่ไม่เคยมีใครรู้อีกด้วย เนื่องด้วยความสวยความเซ็กซี่ที่มีอยู่มากนั้นทำให้เธอได้ขึ้นปกนิตยสารของอเมริกาแทบทุกฉบับ
ด้านคุณาวุฒิหลังจากวันนั้นวันที่เขาปฏิเสธเธอและไล่ให้เธออกจากชีวิต เขาก็ไม่เห็นลลินอีกเลย เขารู้จากแม่เขาว่าลลินไปต่อที่เมืองนอกแต่ไม่รู้ที่ไหน รัฐไหน
จนวันหนึ่งขณะที่คุณาวุฒิกำลังอ่านนิตยสารอยู่นั้น เขาก็รู้สึกสะดุดกับรูป ๆ หนึ่ง ใช่ เขาจำได้ นั่น เธอ ลลินคู่หมั้นของเขาเอง เธอสวยมากแถมยังเซ็กซี่ สเปกที่เขาชอบได้พอดี ยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบเธอขึ้นไปอีกและเผลอยิ้มกับความรู้สึกของตนเอง แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อในนิตยสาร มีข้อความเขียนไว้ว่า
“เอาละค่ะทุกค๊นนนนน สาวสวยสุดเซ็กซี่ ขวัญใจหนุ่ม ๆ ทั้งอเมริกา ที่ไม่เคยมีข่าวว่าคบกับใครเลย ล่าสุดหญิงสาวนามว่าลินควงหนุ่มปีเตอร์ที่เจ้าตัวบอกเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ คนนี้ ไปเที่ยวค่ะ แหม ๆ เป็นไงละจ๊ะทุกคน ผู้ชายทั้งอเมริกานี่เสียดายเป็นแถบ ๆ ค่ะ ทุกคนคงจะสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าสรุปแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไร ล่าสุดเจ้าตัวน้องลินเองก็ออกมาย้ำนะคะว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ คราวนี้ก็แล้วแต่คนอ่านล่ะนะคะว่าจะคิดยังไง แต่เจ๊เจนคนนี้คิดว่า สนิทกันขนาดนี้คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดาละมั้งคะ โหะ ๆ ๆ ๆ”
พรึบ!!!
เสียงปานิตยสารฝีมือคุณาวุฒิก็ดังขึ้น ใช่เขารู้สึกโกรธมาก ๆ ของของเขา เขาคิดเพียงแค่นี้
“บัดซบ บัดซบที่สุดเลย”
ชายหนุ่มได้แต่นั่งหายใจแรง ๆ ด้วยความโกรธ แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก
“หึ ของของฉัน ต่อให้ฉันเคยทิ้งมันไปแล้ว แต่ยังไงความจริงเธอก็คือของของฉัน ลลิน”
ณ คอนโดสุดหรูที่อเมริกา
เฮ้อ ผ่านมา 5 ปี แล้วสินะ หึ ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปแล้วเหรอนี่ เฮ้อ เขาจะเป็นอย่างไรบ้างน้า ป่านนี้คงมั่วหญิงเป็นว่าเล่นเลยสิ
หึ พี่ไล่ฉันออกจากชีวิต ฉันก็ออกมาแล้ว แต่ทำไมนะ ทำไมกันฉันยังไม่ลืมพี่สักที่พี่มาร์ท
เฮ้อ ว้า บ่นมาตั้งนานแล้ว ยังไม่แนะนำตัวเลย
สวัสดีค่ะ ฉัน ลลิน ค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังเก็บของเพื่อกลับประเทศไทยค่ะ ฉันมาเรียนต่อที่นี่และตอนนี้ก็จบแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปเผชิญความจริงที่ฉันไม่อยากเจอแล้วสินะคะ
ทุกคนคงไม่เชื่อสิ่งที่ฉันจะพูดใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้ว ฉันเป็นหัวหน้าขององค์กร fuck น่ะค่ะ 55 แค่ชื่อองค์กรทุกคนก็น่าจะรู้นะคะ ว่าไมใช่องค์กรที่ดีแน่ ๆ อิอิ
เราฆ่าแค่คนที่จะทำร้ายหรือขัดผลประโยชน์กับเราเท่านั้นแหละค่ะ
องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นโดยฉันและเพื่อนสองคนของฉัน ยัยปรางค์กับยัยมีน นั่นแหละค่ะ สองคนนี้ร้ายไม่เบาหรอก แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับฉันหรอกค่ะ มันเพิ่งกลับประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้ว จริง ๆ ฉันต้องกลับพร้อมมันแต่พอดีมีคนอยากลองของ ฉันเลยขออยู่จัดการเองค่ะ
องค์กรเราเป็นองค์กรใหญ่นะคะ มีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น ส่วนนิสัยของฉันเหรอคะ หึ เชื่อเถอะว่าทุกคนไม่อยากรู้หรอกค่ะ เพราะฉายาของฉัน คือนางมารในคราบนางฟ้า เฮ้ย แนะนำตัวมาเยอะแล้ว ขอตัวเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน
ตืด ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใครมันโทรมาตอนนี้เนี่ย คนยิ่งรีบ ๆ นึกว่าใครเป็นยัยปรางค์นี่เอง
“โหล ว่าไงแก มีไร คนยิ่งรีบ ๆ อยู่” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก
“แหม นี่แกยัยลินเพิ่งจะมารีบ เพิ่งตื่นเหรอยะ ฮะ”
ปลายสายพูดมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก
“แล้วนี่มีไร รีบ ๆ พูดมา ฉันกำลังเก็บของ” ฉันพูดไปเก็บของไป
“ก็ยัยมีนน่ะสิ มันบอกให้ฉันโทรหาแกว่าจะมาถึงกี่โมง ให้ฉันออกไปรับไหม แล้วเรื่องที่แกจัดการเองเป็นยังไงบ้าง แล้วแกปลอดภัยไหม” ปรางค์ได้ทีก็บ่นเพื่อนสาวนามว่ามีนให้ฉันฟังทันที
“เฮ้อ พวกแกนี่นะ เรื่องที่ฉันจัดการ มือชั้นนี้ไม่มีพลาด หัวหน้าองค์กรนะโว้ย อิอิ อ้อ แล้วเรื่องที่ถามว่าให้มารับไหมนั้น ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง จะไปเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่สักหน่อย” ฉันสาธยายให้พวกมันฟัง
“อ๋อ เค ๆ เดินทางดี ๆ” ปรางค์พูด
“เออ แค่นี้นะ”
ฉันรับคำแล้วตัดสายทิ้งทันทีพร้อมทั้งออกจากคอนโดเพื่อไปสนามบินทันที แต่ก่อนที่ฉันจะขึ้นเครื่องฉันก็หันไปสั่งงานกับลูกน้องไม่สิเพื่อนฉันต่างหาก ปีเตอร์นั่นแหละ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะบอกว่าคอยดูแลทางนี้ให้เท่านั้นเอง เพราะฉันรู้สึกเหมือนมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กร หลังจากที่มันรับปากก็ได้เวลาเครื่องออก ฉันก็เดินไปขึ้นเครื่องทันที
ณ k ผับ
เหล่าผีเสื้อราตรีกำลังวาดลวดลายกันอย่างสนุกสนาน แต่ผมนี่สิกลับไม่รู้สึกว่ามันสนุกเลยสักนิด ไม่รู้ว่าผมเป็นไร ตั้งแต่ผมเห็นข่าวนั้นผมก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ขนาดมีผู้หญิงทอดสะพานมาหาผมยังไม่สนใจเลย ทั้งยังให้มือขวาคนสนิทของผมกันทุกคนออกจากบริเวณที่ผมอยู่อีก
อ้อ ผมลืมบอก ผับนี่อ่ะเป็นผับของไอ้คิมมัน ผมมีเพื่อนสองคนคือไอ้คิมกับไอ้ติน แต่มันสองตัวกำลังอ่อยสาวอยู่ พวกผมก็นิสัยไม่ต่างกันหรอก
เฮ้อ พูดมาตั้งนานและยังไม่แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักเลย ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อ คุณาวุฒิหรือมาร์ท แต่ชื่อมาร์ทนี่ผมให้แต่คนที่สนิทจริง ๆ เรียกนะครับ ลองไม่สนิทแล้วเรียกสิ หึ ได้ตายแน่
ผมเป็นมาเฟียครับ ส่วนนิสัยผมเชื่อว่าพวกคุณคงไม่อยากรู้จักผมหรอกจริงไหมครับก็ผมเป็นมาเฟียหนิ แถมยังได้ฉายาว่าปีศาจในคราบเทพบุตรอีกด้วย
หลังจากที่ผมให้มือขวาคนสนิทไล่ผู้หญิงที่ทอดสะพานมาให้ผมแล้ว ผมก็นั่งนึกถึงแต่ลลิน ผู้หญิงที่ผมเคยไล่เธอออกจากชีวิตในวันนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ ผมก็แค่อารมณ์ไม่ดีแล้วเผลอพูดแบบนั้นออกไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่พูดแบบนั้นเลยจริง ๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะยังไงเธอก็ต้องเป็นของผมอยู่ดี
หึหึ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเห็นใครสักคนกำลังเดินเข้ามาในผับ ผมจะไม่อะไรเลยถ้าคน ๆ นั้นไม่ใช่ลิน คู่หมั้นผม แถมยังเป็นจุดสนใจอีกต่างหาก ส่วนข้าง ๆ เธอน่าจะเป็นเพื่อนของเธอมั้งครับ คนหนึ่งดูเปรี้ยว คนหนึ่งดูหวาน ส่วนลินเธอดูทั้งเปรี้ยวทั้งหวานทั้งโหด ไม่รู้สิครับ แต่ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าเธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้ วุ้ย หงุดหงิด
“เฮ้ยไอ้มาร์ท แกเป็นไรวะ หน้าบูดเป็นตูดเลย” เสียงไอ้คิมเองครับ
“พ่องมึง” ผมพูดพร้อมทั้งตวัดสายตาโหด ๆ ไปให้
“หึ มึงนี่ชอบกวนมัน สมน้ำหน้า”
เสียงนี้เสียงของไอ้ตินเองแหละครับมันใจเย็นที่สุดแล้วผมไม่พูดอะไรได้แต่มองว่าเธอจะทำอะไร และผมคิดว่าผมต้องลงโทษเธอที่กลับมาไม่บอกผม หึ
สวัสดีประเทศไทย!!! สวัสดีค่ะทุกคนตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าบ้านของฉันแล้วล่ะค่ะหลังจากที่นั่งอยู่บนเครื่องหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงสักที เฮ้อ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเลย ไม่มีเปลี่ยนแปลง
ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง
ฉันรอไม่นานนักก็มีเด็กในบ้านออกมาเปิดประตู แต่ฉันมองไม่ค่อยชัด แต่ถ้าให้เดา ฉันคิดว่าร่างอวบ ๆ ที่เดินมาเปิดประตูให้ฉันนี้คงเป็นป้าอิ่มหรือนมอิ่ม แม่บ้านประจำตระกูลพ่วงด้วยหน้าที่แม่นมที่เลี้ยงฉันมาแต่เด็กแน่ ๆ เลย จะจำฉันได้ไหมนะ
“เอ่อ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ OvO” นมอิ่มพูดขึ้นพร้อม เงยหน้าขึ้นมามองฉัน ด้วยสีหน้าและแววตาตกใจ
“อะไรกันคะนม ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วย จำลินไม่ได้เหรอคะ แล้วก็ไม่ต้องถามนะคะว่าทำไมลินไม่โทรบอกก่อน ลินแค่อยากมาเซอร์ไพรส์น่ะคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่อยู่ในบ้านไหมคะ อ้อ ลินมีของมาฝากทุกคนด้วยนะคะ”
ฉันพูดรัว ๆ แล้วเดินเข้าไปกอดนมทันที
“อยู่ค่ะ ๆ ไปเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะคุณหนู เดี๋ยวนมให้เด็กมายกของไปเก็บให้” นมพูดจบพลางพาฉันเข้าบ้าน
“เซอร์ไพรส์”
เสียงของฉันตะโกนเองแหละค่ะทุกคน
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูหน้าคุณพ่อกับคุณแม่สิคะ ขำอะ ทั้งสองท่านดูตกใจ ตอนนี้ผ่านไปประมาณสองนาทีแล้ว ยังไม่มีใครยอมขยับเลยคะ สงสัยจะอึ้งอยู่มั้งคะ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ เซอร์ไพรส์ไหมคะ อิอิ”
พูดจบฉันก็เข้าไปกอดคุณพ่อคุณแม่ทันที
“ลิน ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่” เสียงคุณพ่อของฉันเองละคะ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ลินอยากมาเซอร์ไพรส์คุณพ่อกับคุณแม่นี่ค่ะ” ฉันพูดก่อนจะกอดท่านทั้งสองอีกครั้ง จากนั้นเราก็นั่งคุยกันหลาย ๆ เรื่อง
“ลิน แม่ดีใจมากเลยที่หนูกลับมาสักที แม่คิดถึงหนูมากเลยนะลูก ไป ๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนนะลูกมาเหนื่อย ๆ”
หลังจากที่เราทั้งสามแสดงความรักความคิดถึงกันเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ก็บอกให้ฉันขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องทันที โทรหายัยสองแสบนั่นดีกว่า
ตืด ตืด ตืด รอไม่นานก็มีคนกดรับ
“ฮัลโหล ว่าไงแก ถึงไหนแล้ว” เสียงยัยมีนค่ะ
“ฉันอยู่บ้านแล้ว คืนนี้ไปเที่ยวกัน ฉลองการกลับมาของฉัน” ฉันบอกมันไป
“แล้วไปที่ไหนละ K ผับไหม เห็นเขาพูดกันว่าดีมากเลยนะแก”
อันนี้เสียงยัยปรางค์ค่ะเรื่องเที่ยวต้องยกให้มัน
“ได้ แล้วแต่พวกแก สองทุ่มครึ่งเจอกันนะ”
หลังจากพูดสายจบ ฉันก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงพลางคิดถึงเขาคนนั้น คนที่ไล่ฉันออกจากชีวิต ไม่รู้สิคะ ฉันมีลางสังหรณ์แปลก ๆ เหมือนจะเจอเขายังไงก็ไม่รู้ เฮ้อ ช่างเถอะ พักผ่อนก่อนดีกว่า
ณ เวลา สองทุ่มครึ่งที่ k ผับ
ตอนนี้เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายกำลังเต้นอยู่ด้วยความเมามัน แต่ทุกการกระทำก็หยุดทันทีหลังจากที่ฉัน ยัยมีน ยัยปรางค์เดินเข้ามาที่ทางเข้าผับ จะมองอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไงนะ หึ
วันนี้ฉันเลือกใส่เสื้อเอวลอยสีเลือดหมูพร้อมกางเกงขาสั้นสีเดียวกันและใส่แจ็กเกตหนังสีดำเท่ใช่ไหมล่ะ ชุดของฉันนะซอร์ฟ ส่วนยัยมีนมันใส่เดรสสั้นหวาน มันใส่มาไม่เหมาะเลยอะ พอถามมันก็บอกว่าอยากใส่ชุดนี้ ส่วนคนที่จัดหนักจัดเต็มเหมาะกับการมาเที่ยวครั้งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นยัยปรางค์ สาวแซ่บประจำกลุ่ม ก็มันเลือกใส่ชุดเดรสสีแดงโชว์น่าอกน่าใจของมันนะสิคะ มันก็คงไม่แปลกที่จะไม่มีใครมองพวกเรา
แต่สายตาคู่อื่นจะไม่เท่ากับสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองฉันอยู่ตอนนี้หรอกค่ะ สายตาคู่นี้ที่มองมามันทำให้ฉันสตันทันทีแต่ก็แค่แป๊บเดียว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทำไมใจฉันยังเต้นแรงอยู่นะ เฮ้อ
อยากรู้ใช่ไหมคะว่าใครกันที่มองมา ก็คนที่ไล่ฉันออกจากชีวิตนั่นแหละค่ะ พี่มาร์ทไง มองมาอย่างกับฉันทำอะไรผิด มองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่สายตาเขาจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ฉันยังคิดอะไรได้ไม่มากก็ถูกยัยปรางค์เรียกซะแล้ว
“นี่ ยัยลินแกมองใครวะ ไปหาโต๊ะนั่งกันเถอะ” ยัยปรางค์
“เออ ไปสิ ยืนเมื่อยละ”
ฉันเองแหละ หลังจากนั้นเราก็มานั่งโต๊ะโซนวีไอพีที่อยู่ชั้นสาม มันดูเป็นส่วนตัวดี สมองของฉันมันเอาแต่คิดว่าทำไมเขาต้องมองแบบนั้น และสุดท้ายทำไมเราต้องเจอกันที่นี่
“ยัยลิน ฉันเห็นนะ เมื่อกี้ที่แกยืนเฉย ๆ อะ แกเห็นพี่มาร์ทใช่ไหม” ยัยมีนพูดพลางทำหน้าจับผิด
“เออ ฉันเห็น” ฉันพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“แล้วแกจะทำไงวะ” ยัยปรางค์พูดขึ้นพลางทำหน้าสงสัย
“หึ ไม่รู้สิ ก็แค่เจอ” ฉับตอบมันไปแค่นั้นพร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยมองไปที่ยัยปรางค์
“เออ ๆ จะยังไงก็ช่าง ฉันว่าสั่งไรมากินกันเถอะ”
เสียงยัยมีนพูดขึ้นพร้อมเรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งอาหาร เราทั้งสามต่างพากันนั่งทานไปสักพักพร้อมพูดคุยเรื่องไร้สาระกันไป แต่ฉันไม่ค่อยสนใจหรอกเพราะสมองของฉันน่ะมันเอาแต่คิดว่า ในเมื่อเราเจอกันแล้วถ้าอย่างนั้นก็เผชิญหน้ากันเลยแล้วกัน หึ
ตอนนี้ฉันกำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์ที่ชั้นล่างของผับ เหล่าผีเสื้อราตรีก็โยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน ยัยปรางค์กับยัยมีนก็เต้นอย่างไม่สนใจใครเลยค่ะ ปกติฉันก็ไม่ค่อยชอบหรอกนะคะที่มาเต้นอะไรแบบนี้ แต่ถูกยัยปรางค์มันบังคับมา เหนือสิ่งอื่นใดเลยฉันก็แค่อยากคลายเครียดบ้าง
อิอิ เต้นอยู่สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเต้นกับฉัน หน้าตาก็ดีอยู่นะคะ เห็นว่าชื่อเต
แต่ฉันไม่สนใจหรอกคะเพราะหมอนี่ไม่ใช่สเปกฉัน ฉันก็แค่คุยกับเขาตามมารยาทเท่านั้นเอง และตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเหมือนนายเตอะไรเนี่ยมือไม้ของมันเริ่มจะอยู่ไม่สุขแล้วล่ะ มันลวนลามฉัน!
ฉันสงบสติอารมณ์สักพักก็ตวาดมันกลับไปแข่งกับเสียงเพลง จากตอนแรกที่สนุก ตอนนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ ฉันโกรธมาก ๆ เลยล่ะ จนฉันทนไม่ไหวฉันต้องบอกเพื่อนฉันก่อน
“มึง ยัยปรางค์ ยัยมีน เต้นกันไปก่อนนะ ฉันหมดอารมณ์แล้วว่ะ เข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวฉันมา” ฉันพูดด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“เฮ้ย เป็นไรวะ เมื่อกี้ยังสนุกอยู่เลย หรือว่าไอ้นั่นมันจะลวนลามแก”
ยัยปรางค์พูดด้วยสีหน้าตกใจ
“ก็เออนะสิ แม่งอารมณ์เสียฉิบ” ฉันพูดอย่างโกรธ ๆ
“แล้วนี่จะไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” ยัยมีนว่า
“ไม่ต้อง ฉันไปเอง” ฉันพูดจบก็เดินผ่านผู้คนออกไปทันที
“เฮ้ย ไอ้มาร์ท มึงเป็นอะไรวะ นั่งหน้าบูดเป็นตูดนานแล้วนะเว้ย”
เสียงนี่เป็นเสียงของคิมเองครับผมไม่ตอบมัน แล้วผมก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกมา
“เฮ้ย ไอ้นี่จะไปไหนวะ ถามก็ไม่ตอบ ไอ้มาร์ท มาร์ท” เสียงของไอ้คิม ตะโกนไล่หลังมา
“มึงจะเรียกมันทำไม โน่นไป ไปเต้นกัน สาวเด็ด”
ผมได้ยินเสียงของไอ้ตินแว่ว ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักตอนนี้ สิ่งเดียวที่ผมสนใจก็คือ ผู้หญิงที่ผมแอบเดินตามมานี่ไงล่ะ
มีอย่างที่ไหนตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังแต่งตัวแบบนี้มาเที่ยวอีก ถึงจะไม่ได้โป๊มากก็เถอะ แต่ผมก็หวงอยู่ดี
ยัง ยังไม่พอ ยังมีหน้ายืนคุยกับไอ้หน้าอ่อนจนมันจะลวนลามอยู่แล้ว ผมโมโหครับ ฮึ่ย แต่ในที่สุดโอกาสของผมก็มาถึง เมื่อผมเห็นเธอกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ และตอนนี้เธอก็เข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมก็ไล่พวกผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำอยู่นั้นให้ออกมาแล้วผมก็จัดการล็อกประตูห้องน้ำทันที ผมยืนรอสักพัก ไม่นานนักก็
แอ๊ดดดด
ลลินก็เปิดประตูออกมาพร้อมมองหน้าผมด้วยสีหน้าตกใจ แต่ก็แค่แป๊บเดียวก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าเย็นชาใส่ผม พร้อมเดินไปที่อ่างล้างหน้าโดยไม่สนใจผมเลย พอเธอล้างมือเสร็จกำลังจะเดินออกไป
แต่หมับ ผมจับเข้าที่ข้อแขนเธอ เธอมองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมไล่สายตามาที่มือที่ผมจับอยู่แล้วไล่สายตากลับขึ้นมา แล้วบอกผมผ่านในตาว่าปล่อย ผมก็ปล่อยครับ
“ทำไม คู่หมั้นจับนิดจับหน่อยทำเป็นหวง ทีไอ้หน้าอ่อนนั่นยังยื่นให้มันลวนลามตั้งนานสองนาน” ผมพูดกวน ๆ ใส่เธอ
“มันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” ลินเธอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ใส่ผมครับ
“ทำไมจะไม่เกี่ยว เกี่ยวเต็ม ๆ เลยล่ะ เพราะฉันคือคู่หมั้นเธอ แล้วเดี๋ยวเราก็แต่งงานกัน พอแต่งงานกันเธอก็เป็นเมียฉัน นี่ไง เกี่ยวเต็ม ๆ ไม่เกี่ยวตรงไหน”
ผมพูดเย้ยใส่เธอ แต่ดูเธอตอนนี้สิมองผมอย่างโกรธ ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันยกเลิกแน่” ลินเธอพูดใส่ผมอย่างท้าทาย
“หึ หายไปตั้ง 5 ปี เธอเป็นของฉันลิน ไม่ว่าอย่างไงเธอก็เป็นของฉัน ไอ้ตัวผู้หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ แล้วไอ้คำว่ายกเลิกอะไรนั่นลืมไปได้เลย เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้น” ผมโกรธแล้วครับ ผมจับไหล่ของเธอพร้อมตะคอก
“คุณไล่ฉันออกจากชีวิตคุณแล้ว คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีกฮะ! และฉันขอย้ำอีกครั้ง ว่าฉันยกเลิกแน่”
เธอพูดใส่ผมอย่างโกรธ ๆ แต่แปลก เธอเป็นคนแรกเลยที่กล้าพูดใส่ผมแบบนี้ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงวิ่งหนีไปแล้วแต่เธอกลับไม่
แต่ช่างเถอะผมเริ่มรู้สึกโมโหคนตัวเล็กแล้วล่ะจะดื้ออะไรนักหนา เราจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ผมไล่สายตากวาดมองไปทั่วดวงหน้าของเธอ ไม่ไหวแล้วเว้ยแค่เห็นหน้าก็อยากแล้ว จุ๊บ
“อื้อ ไอ้บ้า หยุดนะ ไอ้....”
จ๊วบ
ผมแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอันหอมหวานของเธอ พร้อมดูดดึงเรียวลิ้นเล็กที่พยายามหนีผมตลอดเวลา หวาน หวานมากเลยครับ ไม่เคยจูบใครแล้วรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย
อ๊ะ อื้ม
ผมครางในลำคอ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กไปไหน ตุบ ตุบ เธอทุบมือเล็ก ๆ ลงบนหน้าอกผม ผมจึงผละปากออกมาเพื่อให้คนตัวเล็กหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น พอเธอตั้งสติได้ เธอก็ยกมือขึ้นจะตบผม
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ ถ้าเธอตบรับรองไม่หยุดแค่จูบแน่”
ผมบอกเธอพร้อมหน้าหื่น ๆ ของผม ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยนะครับ เธอคนแรกเลยที่ผมอยากแกล้ง คนอื่นมักพูดกับผมว่า ผมเย็นชา แต่กับคนสนิทไม่นะครับ
“ไอ้” เธอได้แต่กำมือตัวเองแน่นแล้วมองหน้าผมอย่างโกรธ ๆ แต่หน้าเธอแดงแฮะ น่ารักอะ ผมหัวเราะพร้อมเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี
ตอนนี้ฉันรู้สึกโมโหอีตาพี่มาร์ทมาก ๆ เลย มันขโมยจูบแรกของฉันอะ ฮือ โกรธ ฉันทำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉันอึ้งอยู่แล้วก็สับสนด้วย ตอนมันบีบไหล่ฉันเจ็บมากเลย แต่ฉันต้องทำหน้านิ่ง ๆ ออกไป เพราะฉันไม่อยากเจ็บอีก
แต่ดูเขาสิ เขาทำแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันสับสนนะ ฉันจะไม่ยอมกลับไปเจ็บอีก ถ้าเจ็บก็ต้องเจ็บด้วยกัน เตรียมตัวไว้เลยพี่มาร์ท แสบแน่ ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็เดินออกจากห้องน้ำไปที่โต๊ะที่พวกฉันเคยนั่งทันที แต่พอมาถึงฉันเห็นยัยปรางค์กับยัยมีนนั่งหน้าบูดอยู่ ฉันก็สงสัยนะสิ
“นี่ พวกแกเป็นไร นั่งหน้าบูดเชียว” ฉันถามพวกมันพร้อมทำหน้าสงสัย
“หืม ก็อีตาบ้าที่ไหนไม่รู้ เข้ามาหาฉันกับยัยมีนพร้อมถามฉันกับยัยมีนว่าเท่าไหร่ โมโหมากเลยแก หมดอารมณ์จะเต้นละ” ยัยปรางค์พูดออกมาด้วยสีหน้าโกรธ ๆ
“เออ งั้นก็ไป กลับกัน” ฉันชวนพวกมันกลับ
“ค่ะ นายใหญ่”
มันสองตัวรับคำพร้อมกัน ฉันก็ตวัดสายตาไปหาพวกมันทันที พวกมันได้แต่ยิ้มแหย ๆ และส่งสายตาขอโทษมาให้
ใช่แล้วค่ะ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราเป็นใคร เราต้องปิดตัวตนด้านมืดของเราไว้ค่ะ จากนั้นฉันทั้งสองก็เดินออกมาจากโต๊ะ แต่ยังไม่ไปถึงไหนเลยฉันก็มาสะดุดตากับภาพที่ได้เห็น คือยัยนมโตที่ไหนไม่รู้มันกำลังนั่งอ่อยคู่หมั้นของฉันอยู่ อีตาพี่มาร์ทนี่ก็กระไรนั่งให้มันยั่วอยู่ได้ ตอนแรกฉันกะว่าจะเดินออกไปเฉย ๆ แต่อยู่ดี ๆ ฉันก็นึกอะไรสนุก ๆ ขึ้นมาได้ พร้อมกับหันไปยิ้มให้ยัยสองตัวแล้วเดินไปที่โต๊ะอีพี่บ้าทันที
“ว้าววววว”
เสียงผู้ชายนิสัยน่าจะกะล่อนส่งเสียงทักฉัน แต่ฉันไม่สนใจ สายตาฉันตอนนี้คือมองยัยนมโตกับพี่มาร์ท ก่อนที่ฉันจะไปกระชากยัยนมโตนั่นออกแล้วเข้าไปนั่งตักพร้อมกอดคอไว้เลย แล้วมองยัยนมโตอย่างเย้ย ๆ แต่อีตาพี่บ้านี่กลับกอดเอวฉันแน่นขนาดฉันแอบหยิกหลังมันมันยังไม่ปล่อยเลย ยัยสองตัวก็มองหน้าฉันยิ้ม ๆ ส่วนผู้ชายสองคนก็มองอย่างตะลึง
“อ๊ายยยยยยย อีบ้า แกเป็นใครฮะ! ผลักฉันทำไม คุณมาร์ทขา ช่วยลิลลี่ด้วยนะคะ อีบ้านี่มันผลักลิลลี่”
“หึ เป็นใครฉันว่าเธอคงไม่อยากรู้จักฉันหรอก ใช่ไหมคะพี่มาร์ทขา”
ฉันพูดกับยัยลิลลี่แล้วหันไปคุยกับอีพี่บ้าด้วยสายตายั่วยวน อีตาพี่บ้านี่ก็มองฉันอย่างตะลึงพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก
“อ๊ายยยย นี่แกออกมาจากมาร์ทของฉันเดี๋ยวนี้นะ” ยัยนั่นพูดก่อนจะเดินเข้ามากระชากฉันออกจากตักอีพี่บ้า พร้อมกับอ้าแขนจะตบฉัน
หมับ
ยัยมีนเข้ามาจับแขนยัยลิลลี่ไว้ ฉันก็ยิ้มก่อนจะมองด้วยสายตาท้าทาย
“ใครบอกเธอ ผู้ชายคนนี้เขาเป็นของฉันต่างหากล่ะ” ฉันพูดยิ้ม ๆ
“อ๊ายไม่จริง หึ ถึงเขาจะเป็นของแกจริงฉันก็จะเอา เธอจะทำไรได้”
ยัยนั่นท้าท้ายฉันพร้อมยิ้มยั่ว ๆ
“อยากได้ คันมาก ว้อนมากเหรอ ถ้าอยากได้ฉันก็จะจัดให้ รับรองว่าเธอจะหายคันไปนานเลยละ หึ”
ฉันพูดแต่สายตามองพวกนั้นนิ่ง ฉันหันไปมองยัยปรางค์เล็กน้อย ไม่นานก็มีผู้ชายเข้ามาสองคนพร้อมลากยัยป้านั่นไปทันที ฉันไม่สนใจเสียงร้องของมันหรอก และตอนนี้เพลงในผับหยุดลงแล้ว
“มองไรกัน สนุกกันต่อสิคะ วันนี้คุณมาร์ท คุณาวุฒิ เขาเลี้ยงค่ะ”
พอฉันพูดจบทุกคนเฮลั่นแล้วฉันก็หันไปมองเขายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกมาจากผับอย่างสะใจ