ร่างเล็กซึมไป บอบซ้ำแต่เท่านี้ไม่ตายเขารู้ดี …ปลอบใจศัตรู น้องสาวคนที่เกิดชังเขาทำไม่ได้ แม้หน้าตาเธอน่าสงสารก็เถอะ ปากได้รูปเพียงไล่เธอไปพ้นหน้า
“ออกไป”
“ดาเกลียดคุณ” เสียใจเกินกว่าจะเก็บถ้อยคำ แม้ตรงข้ามหัวใจแต่อยากพูด
“อะไรนะ”
“เปล่าพูดอะไรค่ะ”
ร่างใหญ่สูง190 เซนติเมตร นัยน์ตาสีถ่านจ้องอย่างเอาเรื่อง ร่างบอบซ้ำถอยแต่ไม่มีที่ไป มือใหญ่ที่แข็งดุจคีมเหล็กบีบปลายคางได้รูปรุนแรง น้ำตาลมมะณีไหลรินลงมาที่ริมฝีปาก
“อะ อึก…ป่อย”
“เกลียดฉันใช่ไหม ดี ถ้าอย่างนั้นฉันอยากให้เกลียดอีก”
ใบหน้าแดงก่ำ ผมยาวดำขลับยุ่งเหยิงพูดขอโทษเพราะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป…ทว่าเขาไม่รับมันไว้ เอื้อมมือเปิดน้ำใส่ร่างเปล่าเปลือย เธอดิ้นรนก็กดให้แช่อยู่อย่างนั้น
“อาเธอร์ หนาว ปล่อยนะ”
ไม่มีความเมตตา ร่างเปล่าเปลือยดิ้นรนอยู่ในใต้สายน้ำจนร่างกายซีดเผือด เขาสะใจเธอก็หมดแรงยืน แม้พิงผนังห้องก็ไม่ไหว
ร่างงดงามราวเทพบุตรจำแลงเดินออกจากห้องน้ำ ลมมะณีทรุดลงที่พื้นห้อง กอดร่างเปียกปอนหนาวยะเยือก
“พี่เดช พี่ ทำไมทิ้งดาไว้กับเขา พี่รู้ไหมตอนนี้ชีวิตดาเหมือนคนที่นับถอยหลังรอวันตาย พี่ อึก อึก…กลับมารับด้วยสิคะ ทรมานเหลือเกิน”
“ออกมาได้แล้วอย่าทำสำออยเธอยังตายไม่ได้ ลงนรกได้ต่อเมื่อคนที่ฉันรักฟื้นเท่านั้นและจำไว้อย่าเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้นอีก…”
เสียงกร้าวตะโกนเข้ามาบ่งบอกว่ากำลังโกรธจัด ลมมะณีสะดุ้งลุกขึ้นยืนช้าๆ หยิบผ้าขนหนูมาห่มร่างกายเดินฟันกระทบดังกึกๆ ออกมาจากห้องน้ำ
“ออกไปให้พ้น อยากไปสอบก็ไปแต่จำไว้ห้ามไปโรงพยาบาลเด็ดขาด ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปเสนอหน้า ฉันรู้เธอชอบไปป้วนเปี้ยนที่นั่น จำไว้ให้ดี ได้อยู่ที่นี่เพราะมีหน้าที่บำเรอให้ฉันเท่านั้น ถ้าไม่ต้องการอยู่ก็ไปซะ”
แค่ได้ไปเรียนหนังสือก็พอ ได้ชดใช้ให้เขาก็ดี จนกว่าจะถึงวันที่เขารอคอย ทุกอย่างคงจะดีขึ้น ไม่มีอะไรจะพูดลมมะณีเดินออกจากห้องนอนใหญ่ รู้สึกหิวน้ำก่อนกลับบ้านหญิงสาวเดินไปหาน้ำดื่มที่ห้องครัว ตรงห้องรับแขกได้ยินเสียงพูดคุยเรื่องคนป่วยซึ่งยังไม่ฟื้นและอาจจะไม่มีวันนั้น ลมมะณีถอนหายใจ แน่นหน้าอก เปลี่ยนใจไม่ดื่มน้ำเดินคอแห้งกลับบ้าน
สายฝนฟ้าร้องตอนนี้ เธอไม่ใยดี…กลัวทำไมธรรมชาติ ‘คน’ น่ากลัวกว่าเยอะ หญิงสาวเดินฝ่าสายฝนกลับบ้าน
เพราะบุญคุณเจ้าของบ้านท่วมหัว เธอจึงต้องรอให้คนที่เขารักฟื้น แต่อีกนานเท่าไหร่วันนั้นจะมาถึง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีแต่คนมองอย่างสมเพชเวทนา นั่นคือสาเหตุที่อยากหลบทุกคนเมื่อออกจากห้องนอนอาเธอร์
เข้าในบ้านหลังเก่าที่อยู่อย่างเดียวดาย ลมมะณีทรุดนั่งทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอน น้ำตาไหลออกมาเหมือนสายฝน ตกกลางคืนเมื่อไหร่ เธอคิดถึงแม่และพี่ชายมาก โดดเดี่ยวเดียวดาย ทรมานเหลือเกิน ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่แต่เหมือนหลายปีที่เธอต้องทรมานหัวใจ
วันชื่นคืนสุขวัยเด็กเข้ามาในหัว มีเพียงแม่และพี่แต่เธอก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ของเล่นดีๆ เสื้อผ้าดีๆ แม่ยิ้มยากเมื่อเริ่มโตเธอรับรู้แต่ความสุขเธอก็ไม่ได้น้อยลงเลย จนกระทั่งแม่จากไปเธอก็ยังได้รับความสุข ความเมตตาจากประมุขของบ้าน…บุญคุณทำไมถึงหนักอย่างนี้ตอนนี้แบกรับยากเย็นขึ้นทุกวัน
ตืด ตืด ตืด มือถือเครื่องเก่าดังเตือนสติเรื่องไปเรียน ลมมะณีเลิกคิดฟุ้งซ่าน รีบพาร่างอ่อนแรงไปห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อชำระร่างกาย เสร็จกิจในห้องน้ำไม่อยากให้ตนเองง่วงก็หากาแฟดื่ม ระหว่างนั้นหยิบกระเป๋าเป้ขนาดกลาง ใส่ของได้สารพัดขึ้นสะพาย อีกมือล้วงนับเงิน มีแค่นี้ เธอต้องประหยัดให้พอสิ้นเดือน มือเล็กกำแบงค์ร้อยที่มีไม่ถึงสิบใบ ไม่มีเวลามานั่งเศร้าเพราะเวลาไม่คอยท่า หญิงสาวรีบดื่มกาแฟและเดินไปใส่รองเท้า
“อีกปีเดียวนะคะพี่เดช ดาจะเรียนจบ” หยิบรูปถ่ายพี่ชายขึ้นมาดูก่อนออกจากบ้านเหมือนพี่ชายจะส่งยิ้มเศร้ามาให้ ลมมะณีเอามือลูบรูปถ่ายเบาๆ… “ทำไมพี่ต้องอายุสั้นเหมือนพ่อกับแม่คะ” หันมองรูปพ่อกับแม่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน “ทำไมทุกคนทิ้งหนูไปกันหมด”
พ่อแม่ที่รักเธอปานดวงใจยิ้มให้เธอ ลมมะณีหลับตา หันหลังให้รูปในฉากทั้งสอง
พ่อจ๋า แม่จ๋า เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะวันนี้…
งานแต่งประจำปีที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงกำลังจะเริ่มต้น สวนซึ่งห้อมล้อมตึกใหญ่สไตล์ผู้ดีอังกฤษสวยงามไม่มีที่ติ ดอกไม้ใบหญ้าในบ้านมองไปทางไหนก็สดชื่นเสมือนทุกคนในคฤหาสน์คณิสรที่ครึกครื้นสาเหตุเพราะคุณหมอยิ้มยากกำลังจะแต่งงาน คฤหาสน์ไม่เคยทรุดโทรมแต่ตอนนี้เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสองเท่า
หมออาเธอร์เริ่มปกครองผู้คนในบ้านคณิสรจริงจังแทนบิดามารดา ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและหน้าตาสูญเสียคนที่รักทั้งสองไปเพราะเหตุเครื่องบินส่วนตัวตกที่หุบเขาทางภาคเหนือ ตระกูลคณิสรร่ำรวยมาก ไม่จำเป็นต้องคัดคนงานออก ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเคยแม้ไม่ได้ทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน อาเธอร์โยกย้ายไปช่วยงานบริษัท โรงแรมในเครือคณิสร รวมทั้งโรงพยาบาลที่เขาเป็นผู้อำนวยการ
แม้คฤหาสน์คณิสรเรียบร้อยเสมือนประมุขทั้งสองยังอยู่แต่ความเงียบเข้ามาครอบคลุมทุกๆวัน ทุกคนเฝ้ารอคอยเจ้านายมีครอบครัวเพื่อความสุขจะได้คืนมายังคฤหาสน์กว้าง
ห้าปีต่อมาก็สมหวัง…
คุณเกสรทิพย์ สุระนันท์ อายุยี่สิบสี่ ไฮโซรูปร่างเล็กหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตา เพียบพร้อมทุกอย่างทำให้อาเธอร์ยอมสละโสด คุณหมอไม่เย็นชาเมื่ออยู่กับว่าที่นายหญิง ทุกคนในบ้านรอคอยให้คุณเกสรทิพย์เข้ามาอยู่ในบ้าน คุณม่านมุกน้องสาวคุณหมอเองก็ยินดี
อาเธอร์รักน้องสาวมากคิดว่าเมื่อตนเองแต่งงานจะส่งม่านมุกไปเรียนเมืองนอกอย่าง แต่กลับมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง อาเธอร์จับได้ว่า วีระเดช รักษ์มณี ชายหนุ่มอายุยี่สิบหก ไอ้ผู้ชายที่มีดีแค่หน้าตา เด็กในบ้านมีอะไรกับน้องสาว ทุกอย่างรอดพ้นสายตาเขาเพราะงานหนักที่ต้องดูแลรับผิดชอบ
คนได้ชื่อว่าขี้ข้าโดนซ้อมปางตาย ถูกขังในห้องใต้ดินอยู่สองวันเต็มๆ ลมมะณีร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอกอดขาอ้อนวอนเจ้านายที่คิดเสมอว่าคือเทพบุตร นักบุญ วอนให้ปล่อยพี่ชาย ผลที่ได้คือโดนจับขังในห้องนอนห้ามออกไปไหน
ป้าแม่บ้านวิ่งวุ่นช่วยเหลือ พูดเสียงสั่นเธอสองพี่น้องต้องตาย อาเธอร์เกลียดคนอกตัญญูที่สุด เช่นเดียวกับคุณคิน คณิสร บิดาของเขา
ภาพพี่ชายเปื้อนไปด้วยเลือดที่ใบหน้า จมูกหัก ปากแตกยับ ทำให้ลมมะณี ใจกล้าไปหากุญแจห้องใต้ดินแห่งนั้น แต่โชคร้ายที่โดนจับได้ ลมมะณียกสองมืออ้อนวอนแต่โดนไล่ตะเพิด โชคดีที่เกสรทิพย์เข้ามาช่วยเหลือ
ลมมะณีเป็นเด็กรับใช้แต่ก็รุ่นราวคราวเดียวกับม่านมุกและเกสรทิพย์ ทั้งสามคนจึงสนิทสนมกัน ลมมะณีไม่คิดตีเสมอแต่ผู้หญิงทั้งสองก็ดีกับเธอมาก แตกต่างกับคุณหมอที่ไม่เคยแม้มองเห็นตัวตนของเธอ
“ไม่น่าน่าเลี้ยงไว้เลย กินบนเรือนขี้บนหน้าฉัน ยังมีหน้ามาขอร้อง คิดบ้างไหมเธอมีแค่สองคนถ้าพ่อแม่ฉันไม่เลี้ยงไว้ป่านนี้จะไปเป็นขอทานที่ไหน เกิดมาอยู่สบาย จบก็ได้มีงานทำ”
ร้องไห้กับคำพูดดูถูกเหยียดหยาม แต่ทุกอย่างคือเรื่องจริง
“คุณม่านมุกจะเสียใจมากนะคะ ถ้ากลับมารับรู้เรื่องนี้”
ในความหวาดกลัว เธอยังพยายาม ไม่กลัวเสียงตะคอก
คุณม่านมุกไปออกค่ายอาสาพัฒนาที่จังหวัดทางภาคใต้ ไม่มีใครติดต่อไปบอก ใครจะช่วยเธอ ช่วยพี่ชายได้ นอกจากตัวเธอเท่านั้น
“อย่าคิดว่าแค่น้องสาวฉันเอ็นดู เธอจะทำอะไรก็ได้ ” คางมนโดนบีบอย่างแรง ลมมะณีหลับตา
อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก แม่สั่งสอนให้รู้จักบุญคุณเจ้านาย เธอสิบขวบยังรับใช้เจ้านายห่างๆ เพราะแม่กลัวเข้าไปรุ่มร่าม ไม่รู้จักกาลเทศะ โตขึ้นอีกหน่อยได้รับใช้เหมือนเดิมแม้เธอทำอะไรเป็นมากมายก็ยังไม่ได้เข้าใกล้สาเหตุเพราะคุณหมออาเธอร์ลูกชายคุณท่านไม่ชอบคนรับใช้ผู้หญิง และยิ่งถ้ายังเด็กก็ห้ามเข้ามารุ่มร่าม
ไม่ได้รับใช้แต่รู้ทุกอย่างที่เจ้านายชอบทาน เธอเข้าครัวกับแม่เสมอ จนแม่จากไปเมื่อเธออายุสิบห้า การดูแลอาเธอร์เป็นของป้าอีกคน เธออยากดูแลเจ้านายทำได้เพียงแอบมองห่างๆ
“น้องดาครับเหม่อไปถึงไหน กิน กิน”
“พี่นิมิตร” ลมมะณีสะดุ้งก่อนยิ้มให้เพื่อนพี่ชายซึ่งมารับเธอหลังสอบเสร็จ ทั้งสองคิดว่าวันนี้จะไปเยี่ยมพี่เดชด้วยกัน
“รีบกินสิ พี่มีงานต้องทำนะครับ”
นิมิตรหนุ่มวัยยี่สิบสี่เร่งน้องสาวเพื่อนที่คิดมากกว่าน้องสาว คิดมาตลอดต่อไปจะดูแลเธอเอง รอให้เธอพร้อมและหายเศร้า เวลานั้นลมมะณี คงเรียนจบพอดี
ลมมะณีรีบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเพราะเธอเองต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาทุกวัน นิมิตรจ่ายเงิน ลมมะณีลุกขึ้น ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหารตามสั่งใกล้มหาวิทยาลัย นิมิตรส่งหมวกกันน็อคให้ลมมะณี
“ดารู้ค่ะเดี๋ยวไม่ปลอดภัย”
สวมหมวกขึ้นนั่งบนรถคันโตทรงสปอร์ต ไม่อยากกอดเอวคนขับแต่นั่งครั้งก่อนรู้ว่ารถนิมิตรแรงมากจึงต้องเกาะให้แน่นที่สุด ทางด้านคนขับอมยิ้มอย่างมีความสุข
ถึงวัดลมมะณีไปซื้อดอกไม้ก่อนเดินเคียงคู่นิมิตรไปหาพี่ชาย
สถูปขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าคือเงินเก็บส่วนหนึ่งที่ลมมะณีมี นิมิตรเป็นคนจัดการเรื่องนี้ขณะที่เธอกำลังโศกเศร้า
งานศพเล็กๆในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำ เสมือนฝันที่ไม่เคยตื่น หญิงสาวมือสั่นใส่ดอกไม้ในแจกัน น้ำตาก็พาลไหลออกมา “พี่สบายดีใช่ไหม อยู่กับพ่อและแม่ใช่ไหมคะ พร้อมหน้ากัน คิดถึงน้องคนนี้บ้างไหม”
นิมิตรใจสะท้อนลูบเส้นผมดำขลับเบามือ “สัญญาพี่แล้วนะจะไม่ร้องไห้อีก คราวหน้าพี่จะไม่พาเรามาถ้าร้องไห้แบบนี้”
“ขอโทษค่ะ”ลมมะณีป้ายน้ำตา นิมิตรเข้าไปใกล้มอบอกกว้างให้คนที่รักซบ
“พี่จะดูแลดาเอง อย่าร้องไห้”
ดวงตามีน้ำตามองใบหน้าขาวนวล “กลับกันเถอะค่ะ”
“ครับ” นิมิตรเองไม่อยากอยู่ต่อเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาคนที่รัก เขาจูงมือนิ่มไปที่รถ ถามไถ่ว่าสอบเสร็จเมื่อไหร่ ถ้าว่างจะชวนไปเที่ยวที่บ้าน ลมมะณีอึกอัก
“พี่แค่อยากให้ดาเปิดหูเปิดตาบ้าง ทุกวันเรียนเสร็จกลับบ้าน ไม่เคยไปดูหนังกับพี่เลยนะ ชวนจนเหนื่อยล่ะ”
“ดาต้องช่วยแม่บ้านทำงานค่ะ”
“บ้านนั้นมีคนเยอะนี่น่า ลาไม่ได้เลยหรือไงและพี่คิดว่าเจ้าของบ้านไม่ดีกับดาเท่าไหร่หลังจากเดชมันเสีย” พูดไปมือสวมหมวกกันน็อกให้หญิงสาว ลมมะณีหาทางออก ไม่อยากให้นิมิตรู้เรื่องในบ้านคณิสร “ดายุ่งค่ะพี่ ขอโทษนะ”
นิมิตรถอนหายใจแต่บอกว่าจะรอวันที่ว่าง ลมมะณีขึ้นรถก่อนรถจะเคลื่อนออกจากวัดเธอหันมองทางเดินไปยังสถูปพี่ชาย
พี่เดช เมื่อไหร่คุณม่านมุกจะฟื้นค่ะ ถ้าไม่มีวันนั้นหนูคงตายตามพี่ไปแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีนะพี่ ไม่ต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็นอย่างทุกวันนี้
รถเคลื่อนออกจากวัดช้าๆ ลมมะณีซบไหล่นิมิตรต้องการหาที่พักพิงหัวใจ ร่างกายที่เหนื่อยล้า…