ตอน 1

สายฝนจากฟากฟ้าซึ่งมืดครึ้มเทลงมาไม่ขาดสาย รากไม้ใบหญ้าสดชื่นตื่นฟื้นจากการหลับใหล สายลมพัดหวิวพร้อมละอองฝนเข้าในห้องนอนบนตึกใหญ่ใหญ่สีขาว

ร่างผอมบางซึ่งกำลังโดนบทพิศวาสถาโถมเข้าหา กอดรัดร่างใหญ่ด้วยความหนาวเหน็บ แม้จะซ่านสยิว รัญจวนทั่วสรรพางค์กาย แต่เธอไม่ชอบเสียงฟ้าฝน หญิงสาวซบหน้ากับอกกว้างชื้นเหงื่อ

“เป็นอะไร” เสียงทุ้มกังวานถามใกล้แก้มหอมจากแป้งฝุ่น ดวงตาดั่งกวางน้อยมองดวงตาแวววาวที่เห็นเลือนราง เธอหันมองหน้าต่าง

“กลัวเสียงฟ้าร้องค่ะ กลัว”

บทรักคงติดขัดถ้าไม่ทำตามที่เธอขอเป็นนัย อาเธอร์อุ้มร่างบางไปที่หน้าต่างท่อนกลางกายยังสอดประสานกับความนุ่มรัดรึง

“อ่ะ…” ร่างเล็กเกร็งเพราะเสียวซ่านกอดเขาแน่น อาเธอร์กลั้นความต้องการเอื้อมมือไปปิดหน้าต่าง

“ไม่ไหว ดาไม่ไหวแล้วคุณหมอ”

เสียงครางเพิ่มความกำหนัดให้โคแก่วัยสี่สิบ ความสาวที่กำลังตักตวงทำให้เขาบ้าคลั่งขึ้นทุกวัน

ร่างใหญ่มอบรักรุนแรงใส่ไม่ยั้งเพราะกำลังจะแตะขอบสวรรค์ ร่างเล็กกัดไหล่กว้างไม่ปล่อย เธอกำลังสุขสมเช่นกัน

“อ้า… หมอ หมอ”

จุดหมายปลายทางช่างหฤหรรษ์ อาเธอร์กดลึกสุดแรง เท้าเล็กจิกเกร็งที่สะโพก เขารับรู้เธอเสร็จสมเช่นกัน ก็เดินไปโยนบนเตียงซึ่งมีผ้าปูที่นอนสีขาวยับย่น

ใบหน้าสุขสมเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเหยเกแต่ก็ไม่พูดอะไร มองหาเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดพื้น ร่างสูงเดินไปห้องน้ำสายตาเศร้าจึงเลิกสนใจเสื้อผ้า คิดแบบเดิมซ้ำๆ

เขาเย็นชาเป็นนิจไม่เบื่อหน้าตนเองหรือไงนะ? ก่อนส่ายหน้าและหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ สายฝน เสียงฟ้าเธอหวาดกลัวแต่ที่นี่ไม่ใช่ความสุขในการนอนหลับ เธอต้องไป ทว่าก้าวไม่ทันพ้นประตูกลับมีเสียงเรียกหา

“เข้ามาหาฉันหน่อย”

คงไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะเธออยู่ในห้องเพียงลำพัง ลมมะณี รักษ์มณี หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ก้าวเท้าเล็กๆ ไปหน้าห้องน้ำ

“มีอะไรคะคุณหมอ”

“เข้ามาข้างในสิ”

น้ำเสียงเย็นชาแต่คนฟังรู้สึกได้ว่าร่างกายเขากำลังต้องการอะไร เมื่อคืนไม่พอหรือไง เธอไม่ไหวแล้วตอนนี้

“ดาต้องไปเรียนค่ะคุณหมอ ”

“ไปเรียนหรือไปแรด”

ปากคอเราะร้ายไม่มีใครเกิน นี่หรือนักบุญของผู้คน ตอนนี้เธอเริ่มคิดใหม่เขาคือคนบาป ปีศาจ อะไรสักอย่างนี่แหละ

“อยากออกจากมหาวิทยาลัย อยากออกจากบ้านนี้ก็ไม่ต้องเข้ามา ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้ รู้ว่ารับอารมณ์ฉันไม่ไหวยังมาเสนอตัว”

เป็นคนแก่หน้าตาหล่อเหลาที่ชอบข่มขู่คนอื่น กลัวแต่เจ็บตรงนั้น…แต่ต้องยอมเขาอีกแล้วใช่ไหม

“เข้ามา มดลูกเธอจะสบายเพียงเข้ามา ฉันทำให้เธอผ่อนคลายไง เธอชอบนี่น่า ไม่อย่างนั้นคงไม่เสนอตัวให้ฉัน ไม่ครวญครางเสียงดังทุกครั้ง”

ลมมะณีก้าวขาเข้าไปต้องการหยุดคำพูดแสลงหูแต่เธอก็อยากบอกเขา “หนูระบมหมดแล้วนะคะ…ไม่ได้สบายอย่างที่หมอคิด หมอเป็นหมอเอ่อตรงนั้น ไม่รู้หรือไงของหนูบวม”

อาเธอร์ ธณิสร คุณหมอสูตินารีแพทย์ชื่อดัง เขาผู้ได้ชื่อว่าเย็นชาเป็นนิจ ปากร้ายคล้ายผู้หญิงวัยทอง นักบุญสำหรับคนไข้ ปีศาจร้ายสำหรับศัตรู เลิกคิ้วดกหนาสีน้ำตาล

“บวมก็มียา”

คนอ่อนประสบการณ์ยังไม่รู้สึกดี ใบหน้ายังเศร้า คุณหมอมองอยู่สักพักก่อนกระชากร่างเล็กเข้ามาในอ้อมอก บดจูบที่ปากบวมเจ่อ

เธอไม่เคยรู้และไม่มีวันรู้ ผู้หญิงหน้าเศร้า แสดงท่าทางหวาดกลัวจะทำให้ปีศาจร้ายในตัวตนเขาฟื้นตัวและพร้อมจะดูดเลือด เล็มเนื้อหวานๆ ให้หลอมละลายในปาก

“อือ” ปากร้อนระอุบดจูบลงมาบนเรียวปากบวม หญิงสาวส่ายหน้าหนี มือใหญ่เลื่อนช้าๆ มาเคล้นคลึงอกอวบที่ยังมีเสื้อยืดปกปิด ล้วงไล้เข้าข้างใน พบว่าเธอยังไม่สวมชั้นในมือใหญ่บีบเคล้นอย่างมันส์มือ ปากที่ดิ้นรนให้เป็นอิสรภาพเริ่มส่งลิ้นออกมาให้ลิ้มชิม ความหอมหวานของเธอทำให้อาเธอร์หัวหมุน…

อ้า…สมองเขาดีขึ้นเมื่อได้ปลดปล่อยใส่ร่างนุ่มนิ่ม อาเธอร์ผลักร่างบางไปที่ผนังห้องน้ำ

“ไปไหนกันดี”

เขาเปิดปากมองใบหน้าแดงก่ำบอกว่ารัญจวนใจกับบทเล้าโลมเล็กน้อยที่เขาหยิบยื่นให้

เธอส่ายหน้า

“อยู่กับฉันนรก สวรรค์ จะพาไปเที่ยวที่นั่นพร้อมๆ กันนะ” เขากระซิบที่ใบหูเล็ก

แววตาเศร้าระริกไหวหลับตาลง ใจสะท้าน “ดามีสอบวันนี้ ให้ดากลับมาก่อนได้ไหม นะคะ”

“ฉันไปทำงานทุกวัน ‘เอา’ เธอ ไม่เห็นเป็นไร ไปทำงานได้ ตอนนี้เพิ่งตีห้า อีกรอบเดียว จะทำนานๆ ให้พลังในตัวฉันหายไป ฉันคึกตอนนี้เธอได้ทำหน้าที่ ควรดีใจสิ อย่าลืมสิ เธอมีหน้าที่นี้ ”

ลมมะณีกัดริมฝีปากเมื่อโดนอุ้มขึ้นมาที่เอวสอบ ก่อนเขาจะแยกขาเธอให้โอบรัดตัวเขา

ความใหญ่โตสอดเข้าทางนุ่มรัดรึงที่เหมือนจะอักเสบ

“อ๊ะ! อ๊ะ คุณหมอเบาค่ะ เจ็บ”

“ดีมาก แน่นดีมาก”

“หมอ เจ็บคะ” เล็บสั้นจิกบนไหล่กว้างสีน้ำตาล ขนหน้าอกโดนดึงทึ้งระบายความรัญจวน ร่างกายสวยสะคราญกำลังร้อนรุ่ม เธอเริ่มควบคุมตนเองไม่ได้

ด้านล่างเริ่มขยับโยก เสยช้าๆ เนิบนาบ รุนแรงเรื่อยๆ ปากที่กัดเม้มเริ่มครางเสียงแผ่ว

“หมอ”

“ไหนว่าไม่สบายมดลูกเธอไง” ลิ้นร้อนตวัดเลียแก้มสาว ไล้ไปที่ใบหูแดง ปากอิ่มตึงสีชมพูกัดไหล่กว้างเพราะความสยิว ความใหญ่โตสอดประสาน รุนแรงไม่ยั้ง เสียงเนื้อนิ่มโดนรุกเร้าประสานดังก้อง พร้อมเสียงครางด้วยความสุข ลมมะณีหอบหายใจสะท้าน เท้าเกร็ง สบนัยน์ตาคู่คมไร้ความรู้สึก เธอวอนขอเขาให้เอ่ยชื่อเธอสักครั้ง

“คุณเรียกดาชื่อหน่อย ดาอยากได้ยิน ”

สอนรักมอบความรัญจวนให้เธอมาหลายเดือน ตอนนี้หัวใจเธอต้องการสิ่งนี้จากปากเขา

จ๊วบ! หน้าอกอิ่มโดนดูดรุนแรง ไม่มีการตอบสนองสิ่งที่ต้องการ เพียงบทรักที่จู่โจมด้านล่างไม่หยุดหย่อน น้ำตาสาวน้อยไหลซึมหางตา…เขาช่างใจร้ายเหมือนปีศาจ

ลิ้นร้อนเปียกดูดดึงติ่งสีสดจนแข็งเป็นไต ลมมะณีเด้งร่างรับการรุกเร้า ยังไงเธอก็ต้านทานเสน่ห์เขาไม่ได้ เขาช่ำชอง ทำให้โหยหาเมื่อได้เสพสม

“ฉันใกล้แล้ว ของเธอสุดยอด ดันลงมาแรงๆ เร็วๆ”

หมอผู้โชกโชนเพิ่งรู้เขาชอบสาวน้อยแบบนี้มากกว่าสาวสามสิบบวกที่เคยควงทั้งหลาย

สองขาแข็งแรงรับคำสั่ง ยกร่างขึ้นลง จิกเล็บบนไหล่กว้าง แหงนหงายร่างไปด้านหลัง การสอดประสานรุนแรงเร่าร้อนตามความต้องการของร่างกาย ด้านในชื้นแฉะตอดรับความใหญ่โตถี่ๆ

“ฉันไม่ไหวแล้ว” อาเธอร์ปิดตาขยับสะโพกสอบใส่กลางกายนุ่มไม่ยั้ง ลมมะณีโดนคลื่นสวาทพัดพาขึ้นไปยังแดนสวรรค์ เท้าเธอเกร็ง กรีดร้องเสียงดัง

“อาเธอร์ หมอ!”

“อ้าส …”

ร่างสวยโดนปล่อยลงมา เธอหลับตาลง

“ไหนว่าหมอรักษาคนไข้ ซ้ำเติมทุกครั้งเลย”

“อะไร”

“เปล่า เปล่าค่ะ” ลมมะณีลืมตา ก้าวเดินออกจากห้องน้ำ

ตอน 2

ร่างเล็กซึมไป บอบซ้ำแต่เท่านี้ไม่ตายเขารู้ดี …ปลอบใจศัตรู น้องสาวคนที่เกิดชังเขาทำไม่ได้ แม้หน้าตาเธอน่าสงสารก็เถอะ ปากได้รูปเพียงไล่เธอไปพ้นหน้า

“ออกไป”

“ดาเกลียดคุณ” เสียใจเกินกว่าจะเก็บถ้อยคำ แม้ตรงข้ามหัวใจแต่อยากพูด

“อะไรนะ”

“เปล่าพูดอะไรค่ะ”

ร่างใหญ่สูง190 เซนติเมตร นัยน์ตาสีถ่านจ้องอย่างเอาเรื่อง ร่างบอบซ้ำถอยแต่ไม่มีที่ไป มือใหญ่ที่แข็งดุจคีมเหล็กบีบปลายคางได้รูปรุนแรง น้ำตาลมมะณีไหลรินลงมาที่ริมฝีปาก

“อะ อึก…ป่อย”

“เกลียดฉันใช่ไหม ดี ถ้าอย่างนั้นฉันอยากให้เกลียดอีก”

ใบหน้าแดงก่ำ ผมยาวดำขลับยุ่งเหยิงพูดขอโทษเพราะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป…ทว่าเขาไม่รับมันไว้ เอื้อมมือเปิดน้ำใส่ร่างเปล่าเปลือย เธอดิ้นรนก็กดให้แช่อยู่อย่างนั้น

“อาเธอร์ หนาว ปล่อยนะ”

ไม่มีความเมตตา ร่างเปล่าเปลือยดิ้นรนอยู่ในใต้สายน้ำจนร่างกายซีดเผือด เขาสะใจเธอก็หมดแรงยืน แม้พิงผนังห้องก็ไม่ไหว

ร่างงดงามราวเทพบุตรจำแลงเดินออกจากห้องน้ำ ลมมะณีทรุดลงที่พื้นห้อง กอดร่างเปียกปอนหนาวยะเยือก

“พี่เดช พี่ ทำไมทิ้งดาไว้กับเขา พี่รู้ไหมตอนนี้ชีวิตดาเหมือนคนที่นับถอยหลังรอวันตาย พี่ อึก อึก…กลับมารับด้วยสิคะ ทรมานเหลือเกิน”

“ออกมาได้แล้วอย่าทำสำออยเธอยังตายไม่ได้ ลงนรกได้ต่อเมื่อคนที่ฉันรักฟื้นเท่านั้นและจำไว้อย่าเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้นอีก…”

เสียงกร้าวตะโกนเข้ามาบ่งบอกว่ากำลังโกรธจัด ลมมะณีสะดุ้งลุกขึ้นยืนช้าๆ หยิบผ้าขนหนูมาห่มร่างกายเดินฟันกระทบดังกึกๆ ออกมาจากห้องน้ำ

“ออกไปให้พ้น อยากไปสอบก็ไปแต่จำไว้ห้ามไปโรงพยาบาลเด็ดขาด ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปเสนอหน้า ฉันรู้เธอชอบไปป้วนเปี้ยนที่นั่น จำไว้ให้ดี ได้อยู่ที่นี่เพราะมีหน้าที่บำเรอให้ฉันเท่านั้น ถ้าไม่ต้องการอยู่ก็ไปซะ”

แค่ได้ไปเรียนหนังสือก็พอ ได้ชดใช้ให้เขาก็ดี จนกว่าจะถึงวันที่เขารอคอย ทุกอย่างคงจะดีขึ้น ไม่มีอะไรจะพูดลมมะณีเดินออกจากห้องนอนใหญ่ รู้สึกหิวน้ำก่อนกลับบ้านหญิงสาวเดินไปหาน้ำดื่มที่ห้องครัว ตรงห้องรับแขกได้ยินเสียงพูดคุยเรื่องคนป่วยซึ่งยังไม่ฟื้นและอาจจะไม่มีวันนั้น ลมมะณีถอนหายใจ แน่นหน้าอก เปลี่ยนใจไม่ดื่มน้ำเดินคอแห้งกลับบ้าน

สายฝนฟ้าร้องตอนนี้ เธอไม่ใยดี…กลัวทำไมธรรมชาติ ‘คน’ น่ากลัวกว่าเยอะ หญิงสาวเดินฝ่าสายฝนกลับบ้าน

เพราะบุญคุณเจ้าของบ้านท่วมหัว เธอจึงต้องรอให้คนที่เขารักฟื้น แต่อีกนานเท่าไหร่วันนั้นจะมาถึง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีแต่คนมองอย่างสมเพชเวทนา นั่นคือสาเหตุที่อยากหลบทุกคนเมื่อออกจากห้องนอนอาเธอร์

เข้าในบ้านหลังเก่าที่อยู่อย่างเดียวดาย ลมมะณีทรุดนั่งทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอน น้ำตาไหลออกมาเหมือนสายฝน ตกกลางคืนเมื่อไหร่ เธอคิดถึงแม่และพี่ชายมาก โดดเดี่ยวเดียวดาย ทรมานเหลือเกิน ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่แต่เหมือนหลายปีที่เธอต้องทรมานหัวใจ

วันชื่นคืนสุขวัยเด็กเข้ามาในหัว มีเพียงแม่และพี่แต่เธอก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ของเล่นดีๆ เสื้อผ้าดีๆ แม่ยิ้มยากเมื่อเริ่มโตเธอรับรู้แต่ความสุขเธอก็ไม่ได้น้อยลงเลย จนกระทั่งแม่จากไปเธอก็ยังได้รับความสุข ความเมตตาจากประมุขของบ้าน…บุญคุณทำไมถึงหนักอย่างนี้ตอนนี้แบกรับยากเย็นขึ้นทุกวัน

ตืด ตืด ตืด มือถือเครื่องเก่าดังเตือนสติเรื่องไปเรียน ลมมะณีเลิกคิดฟุ้งซ่าน รีบพาร่างอ่อนแรงไปห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อชำระร่างกาย เสร็จกิจในห้องน้ำไม่อยากให้ตนเองง่วงก็หากาแฟดื่ม ระหว่างนั้นหยิบกระเป๋าเป้ขนาดกลาง ใส่ของได้สารพัดขึ้นสะพาย อีกมือล้วงนับเงิน มีแค่นี้ เธอต้องประหยัดให้พอสิ้นเดือน มือเล็กกำแบงค์ร้อยที่มีไม่ถึงสิบใบ ไม่มีเวลามานั่งเศร้าเพราะเวลาไม่คอยท่า หญิงสาวรีบดื่มกาแฟและเดินไปใส่รองเท้า

“อีกปีเดียวนะคะพี่เดช ดาจะเรียนจบ” หยิบรูปถ่ายพี่ชายขึ้นมาดูก่อนออกจากบ้านเหมือนพี่ชายจะส่งยิ้มเศร้ามาให้ ลมมะณีเอามือลูบรูปถ่ายเบาๆ… “ทำไมพี่ต้องอายุสั้นเหมือนพ่อกับแม่คะ” หันมองรูปพ่อกับแม่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน “ทำไมทุกคนทิ้งหนูไปกันหมด”

พ่อแม่ที่รักเธอปานดวงใจยิ้มให้เธอ ลมมะณีหลับตา หันหลังให้รูปในฉากทั้งสอง

พ่อจ๋า แม่จ๋า เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะวันนี้…

งานแต่งประจำปีที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงกำลังจะเริ่มต้น สวนซึ่งห้อมล้อมตึกใหญ่สไตล์ผู้ดีอังกฤษสวยงามไม่มีที่ติ ดอกไม้ใบหญ้าในบ้านมองไปทางไหนก็สดชื่นเสมือนทุกคนในคฤหาสน์คณิสรที่ครึกครื้นสาเหตุเพราะคุณหมอยิ้มยากกำลังจะแต่งงาน คฤหาสน์ไม่เคยทรุดโทรมแต่ตอนนี้เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสองเท่า

หมออาเธอร์เริ่มปกครองผู้คนในบ้านคณิสรจริงจังแทนบิดามารดา ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและหน้าตาสูญเสียคนที่รักทั้งสองไปเพราะเหตุเครื่องบินส่วนตัวตกที่หุบเขาทางภาคเหนือ ตระกูลคณิสรร่ำรวยมาก ไม่จำเป็นต้องคัดคนงานออก ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเคยแม้ไม่ได้ทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน อาเธอร์โยกย้ายไปช่วยงานบริษัท โรงแรมในเครือคณิสร รวมทั้งโรงพยาบาลที่เขาเป็นผู้อำนวยการ

แม้คฤหาสน์คณิสรเรียบร้อยเสมือนประมุขทั้งสองยังอยู่แต่ความเงียบเข้ามาครอบคลุมทุกๆวัน ทุกคนเฝ้ารอคอยเจ้านายมีครอบครัวเพื่อความสุขจะได้คืนมายังคฤหาสน์กว้าง

ตอน 3

ห้าปีต่อมาก็สมหวัง…

คุณเกสรทิพย์ สุระนันท์ อายุยี่สิบสี่ ไฮโซรูปร่างเล็กหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตา เพียบพร้อมทุกอย่างทำให้อาเธอร์ยอมสละโสด คุณหมอไม่เย็นชาเมื่ออยู่กับว่าที่นายหญิง ทุกคนในบ้านรอคอยให้คุณเกสรทิพย์เข้ามาอยู่ในบ้าน คุณม่านมุกน้องสาวคุณหมอเองก็ยินดี

อาเธอร์รักน้องสาวมากคิดว่าเมื่อตนเองแต่งงานจะส่งม่านมุกไปเรียนเมืองนอกอย่าง แต่กลับมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง อาเธอร์จับได้ว่า วีระเดช รักษ์มณี ชายหนุ่มอายุยี่สิบหก ไอ้ผู้ชายที่มีดีแค่หน้าตา เด็กในบ้านมีอะไรกับน้องสาว ทุกอย่างรอดพ้นสายตาเขาเพราะงานหนักที่ต้องดูแลรับผิดชอบ

คนได้ชื่อว่าขี้ข้าโดนซ้อมปางตาย ถูกขังในห้องใต้ดินอยู่สองวันเต็มๆ ลมมะณีร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอกอดขาอ้อนวอนเจ้านายที่คิดเสมอว่าคือเทพบุตร นักบุญ วอนให้ปล่อยพี่ชาย ผลที่ได้คือโดนจับขังในห้องนอนห้ามออกไปไหน

ป้าแม่บ้านวิ่งวุ่นช่วยเหลือ พูดเสียงสั่นเธอสองพี่น้องต้องตาย อาเธอร์เกลียดคนอกตัญญูที่สุด เช่นเดียวกับคุณคิน คณิสร บิดาของเขา

ภาพพี่ชายเปื้อนไปด้วยเลือดที่ใบหน้า จมูกหัก ปากแตกยับ ทำให้ลมมะณี ใจกล้าไปหากุญแจห้องใต้ดินแห่งนั้น แต่โชคร้ายที่โดนจับได้ ลมมะณียกสองมืออ้อนวอนแต่โดนไล่ตะเพิด โชคดีที่เกสรทิพย์เข้ามาช่วยเหลือ

ลมมะณีเป็นเด็กรับใช้แต่ก็รุ่นราวคราวเดียวกับม่านมุกและเกสรทิพย์ ทั้งสามคนจึงสนิทสนมกัน ลมมะณีไม่คิดตีเสมอแต่ผู้หญิงทั้งสองก็ดีกับเธอมาก แตกต่างกับคุณหมอที่ไม่เคยแม้มองเห็นตัวตนของเธอ

“ไม่น่าน่าเลี้ยงไว้เลย กินบนเรือนขี้บนหน้าฉัน ยังมีหน้ามาขอร้อง คิดบ้างไหมเธอมีแค่สองคนถ้าพ่อแม่ฉันไม่เลี้ยงไว้ป่านนี้จะไปเป็นขอทานที่ไหน เกิดมาอยู่สบาย จบก็ได้มีงานทำ”

ร้องไห้กับคำพูดดูถูกเหยียดหยาม แต่ทุกอย่างคือเรื่องจริง

“คุณม่านมุกจะเสียใจมากนะคะ ถ้ากลับมารับรู้เรื่องนี้”

ในความหวาดกลัว เธอยังพยายาม ไม่กลัวเสียงตะคอก

คุณม่านมุกไปออกค่ายอาสาพัฒนาที่จังหวัดทางภาคใต้ ไม่มีใครติดต่อไปบอก ใครจะช่วยเธอ ช่วยพี่ชายได้ นอกจากตัวเธอเท่านั้น

“อย่าคิดว่าแค่น้องสาวฉันเอ็นดู เธอจะทำอะไรก็ได้ ” คางมนโดนบีบอย่างแรง ลมมะณีหลับตา

อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก แม่สั่งสอนให้รู้จักบุญคุณเจ้านาย เธอสิบขวบยังรับใช้เจ้านายห่างๆ เพราะแม่กลัวเข้าไปรุ่มร่าม ไม่รู้จักกาลเทศะ โตขึ้นอีกหน่อยได้รับใช้เหมือนเดิมแม้เธอทำอะไรเป็นมากมายก็ยังไม่ได้เข้าใกล้สาเหตุเพราะคุณหมออาเธอร์ลูกชายคุณท่านไม่ชอบคนรับใช้ผู้หญิง และยิ่งถ้ายังเด็กก็ห้ามเข้ามารุ่มร่าม

ไม่ได้รับใช้แต่รู้ทุกอย่างที่เจ้านายชอบทาน เธอเข้าครัวกับแม่เสมอ จนแม่จากไปเมื่อเธออายุสิบห้า การดูแลอาเธอร์เป็นของป้าอีกคน เธออยากดูแลเจ้านายทำได้เพียงแอบมองห่างๆ

“น้องดาครับเหม่อไปถึงไหน กิน กิน”

“พี่นิมิตร” ลมมะณีสะดุ้งก่อนยิ้มให้เพื่อนพี่ชายซึ่งมารับเธอหลังสอบเสร็จ ทั้งสองคิดว่าวันนี้จะไปเยี่ยมพี่เดชด้วยกัน

“รีบกินสิ พี่มีงานต้องทำนะครับ”

นิมิตรหนุ่มวัยยี่สิบสี่เร่งน้องสาวเพื่อนที่คิดมากกว่าน้องสาว คิดมาตลอดต่อไปจะดูแลเธอเอง รอให้เธอพร้อมและหายเศร้า เวลานั้นลมมะณี คงเรียนจบพอดี

ลมมะณีรีบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเพราะเธอเองต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาทุกวัน นิมิตรจ่ายเงิน ลมมะณีลุกขึ้น ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหารตามสั่งใกล้มหาวิทยาลัย นิมิตรส่งหมวกกันน็อคให้ลมมะณี

“ดารู้ค่ะเดี๋ยวไม่ปลอดภัย”

สวมหมวกขึ้นนั่งบนรถคันโตทรงสปอร์ต ไม่อยากกอดเอวคนขับแต่นั่งครั้งก่อนรู้ว่ารถนิมิตรแรงมากจึงต้องเกาะให้แน่นที่สุด ทางด้านคนขับอมยิ้มอย่างมีความสุข

ถึงวัดลมมะณีไปซื้อดอกไม้ก่อนเดินเคียงคู่นิมิตรไปหาพี่ชาย

สถูปขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าคือเงินเก็บส่วนหนึ่งที่ลมมะณีมี นิมิตรเป็นคนจัดการเรื่องนี้ขณะที่เธอกำลังโศกเศร้า

งานศพเล็กๆในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำ เสมือนฝันที่ไม่เคยตื่น หญิงสาวมือสั่นใส่ดอกไม้ในแจกัน น้ำตาก็พาลไหลออกมา “พี่สบายดีใช่ไหม อยู่กับพ่อและแม่ใช่ไหมคะ พร้อมหน้ากัน คิดถึงน้องคนนี้บ้างไหม”

นิมิตรใจสะท้อนลูบเส้นผมดำขลับเบามือ “สัญญาพี่แล้วนะจะไม่ร้องไห้อีก คราวหน้าพี่จะไม่พาเรามาถ้าร้องไห้แบบนี้”

“ขอโทษค่ะ”ลมมะณีป้ายน้ำตา นิมิตรเข้าไปใกล้มอบอกกว้างให้คนที่รักซบ

“พี่จะดูแลดาเอง อย่าร้องไห้”

ดวงตามีน้ำตามองใบหน้าขาวนวล “กลับกันเถอะค่ะ”

“ครับ” นิมิตรเองไม่อยากอยู่ต่อเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาคนที่รัก เขาจูงมือนิ่มไปที่รถ ถามไถ่ว่าสอบเสร็จเมื่อไหร่ ถ้าว่างจะชวนไปเที่ยวที่บ้าน ลมมะณีอึกอัก

“พี่แค่อยากให้ดาเปิดหูเปิดตาบ้าง ทุกวันเรียนเสร็จกลับบ้าน ไม่เคยไปดูหนังกับพี่เลยนะ ชวนจนเหนื่อยล่ะ”

“ดาต้องช่วยแม่บ้านทำงานค่ะ”

“บ้านนั้นมีคนเยอะนี่น่า ลาไม่ได้เลยหรือไงและพี่คิดว่าเจ้าของบ้านไม่ดีกับดาเท่าไหร่หลังจากเดชมันเสีย” พูดไปมือสวมหมวกกันน็อกให้หญิงสาว ลมมะณีหาทางออก ไม่อยากให้นิมิตรู้เรื่องในบ้านคณิสร “ดายุ่งค่ะพี่ ขอโทษนะ”

นิมิตรถอนหายใจแต่บอกว่าจะรอวันที่ว่าง ลมมะณีขึ้นรถก่อนรถจะเคลื่อนออกจากวัดเธอหันมองทางเดินไปยังสถูปพี่ชาย

พี่เดช เมื่อไหร่คุณม่านมุกจะฟื้นค่ะ ถ้าไม่มีวันนั้นหนูคงตายตามพี่ไปแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีนะพี่ ไม่ต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็นอย่างทุกวันนี้

รถเคลื่อนออกจากวัดช้าๆ ลมมะณีซบไหล่นิมิตรต้องการหาที่พักพิงหัวใจ ร่างกายที่เหนื่อยล้า…

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED