"ผู้หญิงเชี้_อะไรวะ! ร้องไห้ก็สวย มีขี้มูกก็น่ารัก คนห่าอะไรน่าจับมาทำเมียจริงๆ เว้ย!..."
ยืนมองอยู่นานแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะเดินเลยผ่านไป แต่ที่ต้องหยุดเพราะได้ยินเธอตะโกนด่ากับลมทะเลข้างหน้า จึงต้องหยุดชะงักฟัง จะหาว่าสอดรู้สอดเห็นก็ไม่เชิง ยิ่งเธอตัวเล็กกลมกลึง อวบอิ่ม แถมใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตาของเมืองฝรั่งที่เคยพบเห็น ยิ่งทำให้ดูน่ารักไปใหญ่
เท้าใหญ่ก้าวมาหยุดยืนห่างจากเจ้าหล่อนเพียงไม่กี่ก้าว จะว่าน้ำตากับน้ำมูกของเธอบดบังตาเธอเหรอ ถึงไม่รู้ว่ามีผู้ชายหล่อมาดแมนยืนยิ้มขำเธออยู่ตรงนี้
"อึก! ไอ้เชี้_ ไอ้เลว ไอ้เปรตผู้ดีหน้าเงือก ไอ้...."
ร่างใหญ่สะดุ้งโหยงกับคำด่าของเธอ ก็ดูเอาเถอะยกมือเช็ดน้ำหูน้ำตา แถมน้ำมูกก็ไหลเข้าปาก โอ้ย! ผู้หญิงเชี้_อะไรน่ารักแบบแปลกๆ
คนร้องไห้ได้แต่ตะโกนด่ากับทะเลข้างหน้า น้ำตาก็ไหลไม่หยุด แถมน้ำมูกก็ไหล แต่หาสนใจไม่ ตอนนี้เธออยากด่าอยากระบายกับท้องฟ้า อากาศ สายลมเบื้องหน้ามากกว่า
"ขี้มูกคงจะหวานน่าดู เห็นไหลเข้าปากแลบลิ้นกินท่าจะอร่อยน่าดู ผู้หญิงแปลกประหลาดเชี้_ๆ น่ารักเชี้_ๆ โอ้ย! ไอ้คมอยากชิมขี้มูกเธอจังแม่ดุ๊กดิ๊กตัวกลม คงจะหวานๆ เค็มๆ น่าดู ดูเธอแล้วฉันหิวเลยว่ะ!"
หนุ่มใหญ่มองทุกการกระทำ อิริยาบถของผู้หญิงแปลกประหลาดที่ตนตั้งชื่อให้เธอเมื่อกี้ว่า "ดุ๊กดิ๊กตัวกลม" ก็ดูเอาเถอะหุ่นกลม แขนขาสั้น แก้มป่อง ดูดุ๊กดิ๊กน่าเลี้ยงเป็นเมีย
ยิ่งมองยิ่งอยากรู้จักแม่คนตัวเล็กร้องไห้ขี้มูกโป่ง เท้าใหญ่จึงก้าวเดินไปหาหญิงสาวอย่างอัตโนมัติ ด้วยความอยากรู้จักจึงยื่นมือไปสะกิดแขนเธอเบาๆ แล้วก็ได้ผล เมื่อเธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตนและตวัดสายตากลมโตมามองเขาด้วยความไม่พอใจ
“มีอะไรคุณ?” เสียงแข็งถูกเปล่งออกมาจากปากรูปกระจับสีชมพูของเจ้าของมัน
“เฮ้ย! ไม่มีอะไรก็สะกิดไม่ได้เหรอคนสวย” ตอนตีรวนกวนประสาท เดาก็รู้ว่าทำไมถึงมาร้องไห้อยู่ริมทะเล เห็นมานักต่อนักแล้วไอ้อาการแบบนี้ คงไม่พ้นอกหักมาแน่ๆ
“ฉันสวยแล้วทำไมไอ้หน้าเงือกนั่นทิ้งฉันไป อึก!” นั่นไงจะรู้ไหมว่าตัวเองได้พูดสะกิดปมของคนตรงหน้าเข้าให้แล้ว
“เป็นห่าอะไรอีกเนี่ย อุวะ! ร้องไห้แล้วเซ็กซี่ชะมัดเว้ย!”
หน้าเล็กๆ จิ้มลิ้มเวลาร้องไห้แล้วมันทำให้มีแรงดึงดูดแปลกๆ ก็อย่างว่าแหละ เธอสวยแปลก ดูการแต่งเนื้อแต่งตัวก็ปกติเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่หน้านี่สิสวยแปลกก็คือไม่ได้แต่งเติมอะไรเลยไม่แปลกได้ไง แถมน้ำมูกจะกรุณาเช็ดออกก็ดี ดูสิมันไหล่เข้าปากเธออีกแล้ว ‘โอ้ย! กูอยากดูดปากยัยคนนี้จริงเว้ย!’ กู่ร้องในใจด้วยความคึกคะนอง
“ก็คุณพูดเหมือนไอ้หน้าเงือกนั่น มันก็ชมฉันว่าสวย แต่มันก็ทิ้งฉัน ไอ้เวรระยำ ไอ้ชาติปลวก อึก! ไอ้...”
“นั่นคำด่าเหรอคนสวย” ยังพูดไม่สุดประโยค ก็ถูกถามแทรกขึ้น ไม่ให้ถามได้ยังไง คำด่าแต่ละคำมันตลกมากกว่าจะทำให้เจ็บปวด ไม่มีใครสอนให้เธอด่าใครรึไงกันเนี่ย
“ฮือๆ อย่าเรียกฉันว่าคนสวย มันทำให้ฉันคิดถึงไอ้เวรระยำนั่น อึก!”
กลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมกับยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาข้างแก้มออก แต่ลืมปาดเช็ดน้ำมูกที่ยังคงไหลเข้าปากตนออก เห็นมีน้ำมูกไหลไม่หยุด แถมจมูกแดง ไม่ใช่เพราะร้องไห้หรอกนะ แต่เธอเป็นหวัดมาหลายวันแล้วไม่หายสักที ยิ่งมาร้องไห้มันยิ่งทำให้น้ำมูกไหลไม่หยุดแบบที่เห็นนี่แหละ
“งั้นชื่ออะไร ไม่ดีกว่าดุ๊กดิ๊กน่ารักดี เหมาะกับคุณนะ ผมมองรวมๆ แล้วคุณดุ๊กดิ๊กเหมือนอะไรนะ...”
“หมา! จะบอกฉันว่าเหมือนหมาก็พูดมาเถอะไอ้หน้าโจร”
เจ้าหล่อนเอ่ยแทรกขึ้นอย่างรู้ความหมาย ก็มีอย่างที่ไหนมาหาว่าเธอดุ๊กดิ๊กเหมือนหมา แถมคนอะไรหน้าตาอย่างกับโจรป่า แต่งตัวก็กางเกงยีนขาดๆ เก่าๆ เสื้อก็เสื้อยืดตัวรุ่ยๆ เฮ้อ! ผู้ชายขี้ครอกที่ไหนเนี่ย แล้วทำไมเธอต้องมาเสียเวลากับผู้ชายเนื้อตัวมอมแมมสกปรกแบบนี้ด้วย หน้าก็มีแต่หนวดเครารกรุงรัง เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด
“เชี้_แล้วไหมดุ๊กดิ๊ก ฉันหล่อขนาดนี้เธอยังมองไม่เห็นอีกเหรอ เดี๋ยวพ่อจับเลียกินขี้มูกเลยนิ”
เขารึอุตส่าห์ภาคภูมิใจในความหล่อตัวเอง แม้จะมีหนวดเคราเจ้าหล่อนก็น่าจะมองทะลุความสง่างามที่ถูกซุกซ่อนไว้บ้าง คิดแล้วก็น่าขัน แม่นางน้อยคนนี้ไม่รู้จักเขาเหรอ เขาออกจะเป็นที่ปรารถนาของสาวๆ จะว่าไปเขาหล่อเลือกได้แหละ เลือกได้และอยากได้ดุ๊กดิ๊กเป็นเมียแล้วสิ คนอะไรสวยทุกอิริยาบถ สวยประหลาด
“ไอ้หน้าโจร! ไอ้แก่! ขี้มูกฉันฉันกินได้คนเดียว”
หล่อนชี้หน้าด่าคนแปลกหน้าที่ทำให้เสียเวลาสนทนาด้วย มือน้อยๆ ยกขึ้นเล็ดน้ำมูกของตัวเองออก เปรอะเปื้อนแก้มสวยผสมกับคราบน้ำตา ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาสังเกตจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา ยังไงชายคนนี้ก็ดูมีอายุกว่าตนแน่ๆ ฉะนั้นเธอเรียกเขาแบบนั้นถูกแล้ว
“เยอะไปแล้วแม่คุณ เยอะไปแล้ว อย่างฉันเขาไม่เรียกว่าแก่ เขาเรียกว่าอยู่นาน”
ยอมไม่ได้ จะด่าว่าเป็นอะไรก็ยอม แต่ว่า ‘แก่’ เขารับไม่ได้ แบบนี้มันต้องจูบสั่งสอน ใช่ต้องจูบ แล้วก็เร็วเท่าความคิด รวบร่างเล็กเขามาปะทะอกแกร่งตน
“อร้ายยยย....จะทำอะไรไอ้เชี้_”
“เดี๋ยวก็รู้ดุ๊กดิ๊ก”
มือใหญ่จับคางเล็กเชยขึ้น แล้วปากหนาร้อนของเขาก็ไม่รอช้าจะบดขยี้ปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กอย่างต้องการค้นหาความหวานของเจ้าหล่อน ยิ่งได้รู้ว่าคนตัวเล็กจูบไม่เป็นก็ยิ่งชอบใจ จนเขาต้องดูดดึงลิ้นของเธอเล่น ก่อนจะผละอกมาเยาะเย้ยอย่างผู้มีชัย
“อ่า! เพิ่งเคยจูบเหรอดุ๊กดิ๊ก”
ถามพลางตวัดลิ้นไล่เลียแก้มของเธอ แล้วนั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการแต่แรกคือน้ำมูกของเธอ จะว่ารังเกียจเหรอไม่เลย ไม่รู้ทำไมถึงอยากชิมน้ำมูกของเจ้าหล่อนนัก คนอะไรหวานทั้งน้ำมูก แม้จะเค็มนิดหน่อยแต่มันก็กลมกล่อมได้รสดีเหมือนกันนะ
“อ่า! ใช้ได้เลยนะ ดีกว่าขี้มูกฉันอีก”
เจ้าหล่อนหอบหายใจถี่แหงนมองคนตัวสูงที่กอดตัวเองไว้ด้วยความมึนงง นั่นเมื่อกี้เขาเลียแก้มเธอ แล้วที่บอกว่าใช้ได้มันคือน้ำมูกของเธอ ผู้ชายอะไรน่าขยะแขยง สิ้นดี ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ แล้วทำไมต้องยอมให้กอดด้วย
“ไอ้เชี้_ ปล่อยฉันนะ นะ...นายกล้าดียังไงมาจูบฉัน”
“ชูว์! ครั้งแรกสินะ ไม่เป็นไรฉันไม่ถือ ฉันจะสอนเธอเองแม่คนสวยของฉัน แล้วร้องไห้ทำไมฮึ”
ยังคงกอดรั้งร่างเล็กไว้ ก็จะให้พูดยังไงดีเนื้อตัวของเธอช่างนุ่มนิ่ม แถมกลิ่นตัวก็หอม คิดแล้วก็ก้มลงสูดดมแก้มนวลอีกครั้ง แม้เจ้าหล่อนจะเบือนหน้าหนีแต่ก็จะหอมแก้มอีกครั้ง
“อี้! เอาหนวดเคราสกปรกออกไปจากแก้มฉันนะ อี้! ขยะแขยง”
ดิ้นไม่หลุดได้แต่ต่อว่าอีกฝ่าย เกิดมาไม่เคยพ่ายต่อผู้ชายคนไหนเลย ขนาดแฟนคบกันมา 7 ปีก็ยังไม่เคยได้ทำถึงขนาดนี้ มากสุดแค่จับมือ แล้วไอ้แก่นี่เป็นใคร ทำไมถึงกล้าดีขนาดนี้
“นายหัว นายหัวจะกลับรึยังครับ”
อติคมยังไม่ทันได้แกล้งสาวเจ้าอีกก็มีเสียงแมลงมากวนเสียแล้ว จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่สมหวังลูกน้องคนสนิท สนิทจนบางครั้งไม่อยากสนิท พอพูดเล่นด้วยหน่อยมันก็เล่นใหญ่ทุกที เหมือนตอนนี้ไงไม่รู้จักเวลาล่ำเวลามาขัดขวาง มาขัดตอนคนจะได้เมียเนี่ยนะ คิดแล้วก็อยากไปเตะปากมอมๆ ของมันจริงๆ
“เออ! กูจะไปเดี๋ยวนี้แหละ เดี๋ยวกูจะหักเงินเดือนมึงเลยไอ้หวัง”
ตะโกนตอบลูกน้องก่อนจะหันมาก้มมองคนตัวเล็กที่ตอนมีอาการเหมือนคนเมากาว ก็ไม่เมาได้ไงเธอคงงงละสิว่าใครนายหัว ไม่บอกหรอกปล่อยให้งง ยังไงก็ต้องได้เจอกัน ฮึฮึ
“กลับก่อนนะดุ๊กดิ๊ก ขอบคุณสำหรับจูบแรกที่รอมอบให้ฉันนะ ส่วนขี้มูกเธอรสชาติหวานเค็มถือว่าใช้ได้ ส่วนแก้มก็นุ่มนิ่มดี สรุปเลยว่าฉันชอบ ครั้งหน้าเป็นเมียพี่นะน้องสาว....” ปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ แล้วเดินจากไป แต่เดินไปได้ไม่ไกลก็ต้องวิ่งกลับมาหาคนยืนงงสับสน แล้วดึงเข้ามาจูบปากอิ่มอีกครั้ง
“อะ! อือ!” ร่างเล็กครางอู้อี้ในลำคอ มือเล็กตีอกแกร่งด้วยความรังเกียจปากโสโครกและลิ้นสกปรกของคนตัวโต
“อืม! หวานจริงจูบที่สอง จองแล้วนะ เจอครั้งหน้าเตรียมตัวแก้ผ้าเลยอีหนู ออ! อย่าลืมคิดถึงว่าที่ผัวนะดุ๊กดิ๊ก” แล้วครั้งนี้เขาก็จากไปจริงๆ ไม่กลับมา
เจ้าหล่อนมองตามแผนหลังกว้างไปด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจว่าเมื่อกี้มันฝันรึว่าความจริง มือเล็กยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างมากุมแก้มนวลของตัวเองด้วยความโกรธ
“ไอ้เลว! ไอ้หน้าหนวด! แกกับฉันถ้าเจอกันอีกฉันเอาแกตายแน่! ”
หล่อนหมายมาดแค้นเพียงลำพัง ก่อนจะเช็ดคาบน้ำตาและน้ำมูกของตนที่ยังคงไหลไม่หยุด พอเช็ดน้ำมูกก็ทำให้เขินอายไม่ได้ ก็เมื่อกี้ผู้ชายถ่อยคนนั้นเขาเลียกิน้ำมูกของเธอ คิดแล้วก็จะอ้วก
นายอติคม ศดานันท์ หรือคม วัย 39 ย่าง 40 ปีนี้ แต่ใครๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะรู้จักเขาดีในนามของ “นายหัวคม” นั่นแหละคือตัวตนของเขา ชายหนุ่มมีพี่ชายอีกหนึ่งคนชื่อเขมรัฐ- ศดานันท์ ใช่เขาและเขมรัฐเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน คนพี่ของเขานั้นอยู่ทางภาคเหนือจังหวัดลำปาง เป็นพ่อเลี้ยงผู้ร่ำรวยทำธุรกิจเกี่ยวกับชาเขียว ส่วนตัวเขานั้นทำสวนปาล์ม จะว่าไปสวนปาล์มของเขานั้นกินพื้นที่ในจังหวัดไม่น้อย ก็เล่นมีเป็นพันๆ ไร่ แถมชาวบ้านแถวนี้ก็ต่างเอาที่ดินมาขายให้เขาหมด เป็นแบบนี้แล้วเขารวย บอกได้เลยว่ามีเงินมากมายที่จะใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด อย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ชาติหน้าก็ยังใช้ไม่หมด
“เฮ้! ไอ้คมมึงเป็นอะไรวะ”
นานแล้ว สังเกตเพื่อนนานแล้ว ก็เล่นมาถึงนั่งเหม่อลอยมองแต่ทะเลตรงหน้า ไม่ยอมพูดจาอะไร
“ไอ้เชี้_ มึงอย่ามาขัดขวางความคิดถึงกูดิวะ! ”
อติคมว่าเพื่อนไม่จริงจังนัก ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วมารอเจอแม่สาวน้อยดุ๊กดิ๊ก ก็คนมันคิดถึง อยากเจอจนไม่เป็นอันทำการทำงาน เพราะหล่อนคนเดียวทำให้ต้องโดดงานมานั่งรอทุกวัน แต่ก็ไม่ยักจะเจอ
“เฮ้อ! มึงเป็นเอามากขนาดนั้นเลยเหรอวะไอ้คม มึงบ้าไปแล้ว”
เชษฐา ปิ่นมณี หรือเชษ เพื่อนรักของอติคม ชายหนุ่มเป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ รีสอร์ทที่อติคมอู้งานมาส่องสาวทุกวัน
“ไอ้ห่า! มึงไม่เข้าใจกูหรอก ปากดุ๊กดิ๊กทั้งหอมทั้งหวาน แถมกูเป็นจูบแรกของเธอด้วยนะเว้ย! มึงรู้ไหมกูว่ากูอยากมีเมียว่ะ กี่บาทกูก็ยอมจ่ายถ้าเธอยอมเป็นเมียกู”
คนงกเงินอย่างอติคมนั้นเหรอจะยอมเสียเงินด้วยเรื่องแบบนี้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ตอนนี้เชษฐาลุกขึ้นมายืนจ้องหน้าเพื่อนรัก เอามือตบหน้าอีกฝ่ายแรงๆ เพื่อเรียกเตือนสติ
“มึงบ้าไปแล้วไอ้คม มึงแค่ได้จูบ ได้กินขี้มูกของเธอมึงก็อยากได้เขาเป็นเมีย มึงไปหาหมอไหมเพื่อน”
“หุปปากเน่าๆ ไปเลยไอ้เชษ กูกำลังรอเธออยู่ มึงอย่ามาบังสิวะ”
ตีเพื่อนให้หลบไปให้พ้นหน้าตน ตอนนี้ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระนี้ อยากเจอ อยากเห็น อยากจูบปากหวานๆ ช่างพูดนั้น อยากกอดร่างนุ่มนิ่มหอมๆ อยากทำมากกว่าวันนั้นใจแทบขาด
“มึงควรกลับไปดูสวนปาล์มนะไอ้คม มึงไม่ควรมาอยากมีเมียตอนนี้”
“มึงก็พูดได้มึงลูกสอง กูเมียก็ยังไม่มี มึงควรเข้าใจกูนะเว้ย! กูอยากก้าวเข้าอายุ 40 พร้อมเมียและลูกในท้อง มึงเข้าใจกูหน่อย” น้ำเสียงจริงจัง
“ที่ผ่านมากูก็เห็นมึงนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำ ก็เลือกเอาสักคนมาเป็นแม่ของลูกสิ ทำไมตอนนี้เกิดอยากได้เมียได้ลูก แปลกไปแล้วไอ้คม”
“กูก็นอนจนเบื่อแล้วกับของซี้ดๆ แซ่บๆ เปรี้ยวๆ พวกนั้น แต่คนนี้กูว่ากูจริงจังว่ะ ไม่เหมือนใครแปลกตา ไม่ต้องแต่งเติมก็น่ารักดึงดูดกูอยากฉุดขึ้นเตียงแล้วขึ้นเตียงอีก”
พูดแล้วใบหน้าของเจ้าหล่อนโผล่เข้ามาในสายตา สายตาคมจึงเพ่งเล็งโฟกัสจุดยกมือใหญ่ขยี้ตาตัวเองแรงๆ ว่าภาพที่เห็นมันเป็นภาพลวงตาหรือว่าความจริง ขยี้ตาแล้วยังคงอยู่
“เฮ้อ! ไอ้เชษแม่ของลูกกูว่ะ!”
พูดพลางชี้มือไปข้างหน้า แล้วรีบวิ่งไปหาเป้าหมาย เป้าหมายมาต้องรีบจับ รีบคว้า รีบยื่นเสนอสินสอดให้ จะช้าทำไม อยากได้ใจแทบขาด
“ไอ้คม...” ไม่ทันแล้ว เพื่อนของเขาวิ่งโล่ไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้ว
“มึงอยากได้เมียถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ มึงจะรู้ว่านรกมีจริง นั่นไงว่าแล้วก็มาเลย” พูดยังไม่ทันขาดคำภรรยาของตนก็โทรเข้ามาทันที
“ครับๆ พี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละหนู” ใช่ เขาได้ภรรยาเด็กกว่าสิบปี เลยต้องเอาอกเอาใจ รับปากคนในสายแล้วก็เดินออกไปจากตรงนี้
“ดุ๊กดิ๊กของพี่...”
เมยานี บุหลัน หรือมีน วัย 24 ปี มองมาทางต้นเสียงเรียกทันที มั่นใจว่าเป็นตัวเอง ไม่มีใครเรียกตนแบบนี้นอกจากไอ้หน้าโจรถ่อยคนนั้น แล้วทำไมต้องจำได้ด้วย เหลือเวลาอีกสองวันเท่านั้นก็จะกลับไปสู่โหมดทำงานปกติ หมดเวลาลาพักร้อนแล้ว อยากลืมทิ้งทุกอย่างไปกับน้ำทะเล จึงเดินออกมาเพื่อจะระบายกับท้องฟ้าอากาศสายลมและทะเลอีกครั้ง เจ้าหล่อนทำงานเป็นธุรการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จะว่าไปก็ไม่ได้ชอบงานที่ทำ แต่ต้องทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองก็ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้องของตัวเอง
“ไอ้หน้าหนวด!...”
พูดได้แค่นั้นก็ต้องรีบสาวเท้าวิ่งหนี แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ข้อมือเล็กถูกมือหยาบกร้านฉุดดึงรั้งไว้ หล่อนจึงเสียหลักเซเข้าหาคนตัวโตกระแทกเข้าอกแกร่ง
“อ่า! จะไปไหนดุ๊กดิ๊กของพี่ รู้ไหมมารอทุกวันเลย”
ดึงร่างเล็กเข้ามากอดรัดแน่น ด้วยกลัวว่าเจ้าหล่อนจะดิ้นหนีตนไป ก็เพราะแม่นางตัวเล็กคนนี้คนเดียวเชียว ทำให้ทำงานทำการไม่ได้ วันๆ เอาแต่เพ้อละเมอหา พอเจอแล้วต้องจับ ต้องยัดเยียดความเป็นสามีให้ ช้าไม่ได้แล้ว อายุก็เยอะขึ้นทุกวัน มันนานมากกว่าจะเจอคนที่ทำให้ใจคิดถึงสั่นไหวอยากฉุดกระชากชำเรา
“ไอ้เครา! ไอ้บะ...อื้อ! ”
ยังไม่ทันได้ด่าจบก็ถูกปากโสโครกของอีกฝ่ายบดขยี้ลงมาเสียแล้ว แถมตอนนี้ลิ้นของอีกฝ่ายกำลังรุกรานเข้ามาในโพรงปากตน พยายามถอยลิ้นตัวเองหนีจากการรุกเร้า แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเขาชำนาญกอดเกี่ยวเรียวลิ้นของเธอไว้ ดูดดึงเคล้าคลึงเล่น
“อ่า! หวานเหมือนเดิม เป็นไงจูบที่สามของผัว ไม่สิสามี ต้องสุภาพหน่อย”
ผละออกมาตอบหน้าตาย ยิ้มมุมปากเยาะเย้ยอย่างผู้ชนะ แค่จูบก็ทำให้เคลิ้มนึกถึงห้องนอนแล้ว ไม่อยากคิดเลยร่างน้อยๆ เบียดสีอยู่ตอนนี้จะน่าขย้ำแค่ไหนเวลาอยู่บนเตียง ใช่แล้วช้าไม่ได้ อายุก็จะ 40 ปีแล้ว ขืนช้ามีลูกไม่ทันใช้แน่ๆ
เมยานีแหงนมองคนตัวโตด้วยความกรุ่นโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ก็เล่นกอดรัดแน่นแบบนี้ คิดแล้วก็อยากจะเอาปืนมายิงให้ตายคาที่เสียจริง
“คนถ่อย คนไม่มีมารยาททางสังคม คนเลว คนชั่ว ผู้ชายเชี้_ๆ ไอ้...”
“ฮืม! ไม่ถ่อย ไม่เลวก็อดได้เมียน่ะสิดุ๊กดิ๊ก อ้อ! ลืมไปเลย จะเป็นผัวเมียกันอยู่แล้วลืมแนะนำตัว”
พูดทั้งๆ กอดรัดร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด นาทีนี้ไม่อาจปล่อยไปได้ ก็เธอไม่ใช่หมูในอวยที่จะเชือดง่ายๆ เหมือนสาวๆ คนอื่นที่เคยเจอมา
“ฉันไม่อยากรู้จักแก ไอ้หนวด!”
“ต้องรู้จักสิ เวลาเข้าหอกันไม่รู้ชื่อมันจะไม่ดีนะดุ๊กดิ๊ก มันจะครางชื่อผัวไม่ถูก”
ชอบจริงๆ เวลาคนตัวเล็กต่อปากต่อคำด้วย มันทำให้ชีวิตที่เงียบสงบมีสีสันน่าอยู่ขึ้นเยอะ
“ใครบอกฉันจะเป็นเมียแก ปล่อยเดี๋ยวนี้นะฉันจะกลับแล้ว” สั่งเสียงแข็ง
“ไม่ปล่อย เราต้องกลับด้วยกันนะ พักที่ไหนไปขนของย้ายไปอยู่ด้วยกันเลย อยากได้อะไรผัวจะซื้อให้ ว่าแต่ทำงานทำการอะไรลาออกไปเลย เป็นคนที่ไหน อยู่กับใคร แล้ววันนี้ไม่ร้องไห้เหรอ อยากชิมขี้มูกอีกนะรู้ไหม” อดแหย่เรื่องเมื่อครั้งแรกเจอกันไม่ได้
“มันเรื่องของฉัน แล้วปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับบ้านแล้ว อย่ามายุ่งกับฉัน ผู้ชายเชี้_! ผู้ชายระยำ! ” พูดแล้วน้ำตาก็คลอเบ้าทันที เมื่อคิดถึงความเจ็บปวดของตัวเอง
“เฮ้อ! อย่าเอาว่าที่ผัวไปเปรียบกับพวกนั้นสิ มันเลวก็อย่าเหมารวมพี่สิทูนหัว ไม่ร้องไม่เศร้านะ มันไม่เอาก็ช่างหัวมัน แต่พี่คนนี้เอานะ ไปอยู่กับพี่พี่พร้อมทุกอย่าง แก้วแหวนเงินทองพี่มีให้ใช้ไม่ขาด” ยังไงก็พร้อม ได้หมดถ้าสาวเจ้าเนื้อหอมคนนี้ยอมไปกับตน
เมยานีมองชายแปลกหน้าที่จูบตนถึงสามครั้งเพียงแค่เจอกันสองครั้งเอง ไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้ต้องการอะไร เห็นผู้หญิงอย่างเธอง่ายเหรอ เห็นเป็นของเล่นรึไง ‘ผู้ชายมันก็ชั่วเหมือนกันหมด ไม่ต่างอะไรกับไอ้หน้าเงือกสักคน’ เอ่ยในใจ เมื่อคิดย้อนไปถึงแฟนหนุ่มคนก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหล่อนก็ไม่ต้องเสียใจแบบนี้หรอก การมีความรักแล้วโดนหักหลังมันเจ็บ ในเมื่อผู้ชายคิดว่าผู้หญิงเป็นเพียงของเล่น ของง่ายได้ เธอก็จะทำตัวง่าย แล้วหลอกให้พวกผู้ชายเลวๆ พวกนั้นรักค่อยทิ้ง
“นายมันก็แค่ผู้ชายสกปรก จะมีอะไรมาให้ฉัน” เอ่ยอย่างดูถูก
“เอ้า! พูดแบบนั้นได้ยังไงดุ๊กดิ๊ก อยากรู้ว่ามีให้หรือไม่มีให้ต้องไปอยู่กับพี่ก่อน แล้วจะรู้ว่าอยู่บนกองเงินกองทองมันสุขสบายแค่ไหน”
ก็เขารวยจริงๆ และพร้อมจะเลี้ยงแม่น้องนางในอ้อมกอด เพียงแค่เธอยอมไปกับตน ถึงไม่ยอมก็จะบังคับเอาให้ได้ ในเมื่ออยากได้ต้องได้ ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปได้หรอก ผู้หญิงที่สวยธรรมชาติ ใบหน้าก็ช่างนวลเนียนเหลือเกิน ไม่แต่งหน้ายังสวย ถ้าแต่งหน้าจะไม่นางฟ้าบนดินเลยเหรอเนี่ย
“แก้มนี้ของพี่ ปากนี้ก็ของพี่นะดุ๊กดิ๊ก จำไว้ว่าตอนนี้เป็นของพี่แล้ว” มือหยาบลูบไล้ตามแก้มนวลแล้วมาหยุดที่ปากช่างพูดของเจ้าหล่อน
“เฮอะ! ฉันเป็นของแกตอนไหนไม่ทราบไอ้หนวด!...”
“ก็เป็นตั้งแต่วันที่พี่กินขี้มูกเธอแล้วไง รึจะเถียงว่าเราไม่ได้จูบกัน อ้อ! วันนี้ก็จูบนิ หรือจะให้จูบอีกครั้งเอาไหม ว่าไงพักที่ไหนไปเก็บข้าวของไปอยู่บ้านของเรากัน”
ยังยืนยันความคิดเดิม ตอนนี้ช้าไม่ได้แล้ว เชษฐาลูกสองแล้ว เขาต้องเร่ง ไม่อยากปล่อยให้โอกาสหลุดไป ตอนนี้อติคมมั่นใจมากว่าเธอคนนี้แหละแม่ของลูก ถ้าไม่ใช่คนตัวเล็กจะเป็นใครไปได้เล่า นาทีนี้มีคนเดียวเตะใจตน
“ฉันมีงานต้องทำ” ตอบอย่างจริงจังสังเกตคนตัวโต อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นตลกอะไรกับตน คือไม่มีทางที่ผู้ชายแต่งตัวกุ๊ยแบบนี้จะทำได้อย่างที่พูด
“ไม่ต้องทำ ลาออกแล้วไปนอนกินอยู่บ้านพี่ดีกว่าหนู”
“จะให้ฉันไปอยู่กับคนแปลกหน้า หน้าโจรคงไม่ได้หรอกนะ แล้วก็ปล่อยได้แล้ว” ดิ้นให้ตัวเองเป็นอิสระ แต่ก็เหมือนเดิมเขากอดรัดหล่อนแน่นเหลือเกิน
“อ่า! งั้นมาทำความรู้จักกันหน่อยไหม พี่ชื่อ อติคม ศดานันท์ ชื่อเล่นคม แต่คนแถวนี้เรียกนายหัวคม อายุ 39 ย่าง 40 ปีนี้ สถานะโสด ขอย้ำว่าโสดแต่ไม่ซิง แค่นี้พอจะเป็นพ่อของลูกของดุ๊กดิ๊กได้ไหมจ๊ะ” ถามแล้วก็ก้มลงหอมแก้มนวล
“อุ้ย!” ยกมือขึ้นลูบแก้มของตน เมื่อถูกหนวดเคราของเขาถูไถแก้มตน
“กุ๊ยอย่างนายเนี่ยนะเป็นถึงนายหัว แก่ก็แก่ อย่าหวังจะได้เห็นขาอ่อนฉันเลยย่ะ!” เอ่ยอย่างดูถูก
“จูบก็จูบมาแล้วแค่ขาอ่อนจะยากอะไร ก็ตอนนี้ก็โชว์ขาอ่อนอยู่ไม่ใช่เหรอ” เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ก็ตอนนี้เจ้าหล่อนใส่กางเกงยีนขาสั้นปิดแค่เพียงแก้มก้นเท่านั้นเอง แล้วยังมีขาอ่อนอะไรให้ดูอีกล่ะ
“แก!....”
“จุ๊!..อย่าพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยววิญญาณของลูกเราที่วนเวียนอยู่แถวนี้จะตกใจเอาว่าแม่พูดไม่เพราะกับพ่อ ไม่เอานะดุ๊กดิ๊ก” มือใหญ่ปิดปากเล็กก่อนจะได้พูด ก็ตอนนี้เขาไม่อยากรออะไรแล้ว อยากพาเธอไปเที่ยวชมอาณาจักรของตน
“ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะมีลูกกับแกไอ้หนวด” เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“พี่รู้ดุ๊กดิ๊กคิด ช่างเถอะ บอกได้รึยังชื่อเสียงเรียงนามอะไร”
“อยากรู้จักชื่อฉันก็จ่ายมาก่อนสิหนึ่งหมื่น และจูบก่อนหน้านั้นฉันคิดจูบละหมื่น” คิดว่ายังไงก็ไม่มีให้ตนแน่ แต่เธอดูถูกผิดคนเสียแล้ว
“ได้ จัดให้ตามคำขอ แต่ต้องไปเอาที่บ้านของเรานะ ส่วนเรื่องงานเรื่องอะไรไม่ต้องไปทำแล้ว ไปอยู่บ้านคอยปั๊มลูกดีกว่า”
ว้ายยยยยยย
เป็นต้องร้องกรี๊ดออกมา เมื่อร่างลอยขึ้นเหนือพื้นทราย มือเล็กทุบตีออกแกร่งด้วยความโกรธ แต่เท้าแข็งแรงยังคงก้าวไปในรีสอร์ทอย่างมั่นคง
“จะพาฉันไปไหนไอ้หนวด”
“ก็กลับบ้านเราน่ะสิ ข้าวของเดี๋ยวฉันจะให้ลูกน้องมาเก็บเอง แต่ตอนนี้เราต้องไปดูห้องหอ และตรวจสินค้าก่อนจ่ายเงินไง ฉันให้ล้านเลยถ้าดุ๊กดิ๊กว่าง่าย”
เท้าแข็งแรงก้าวยาวๆ ไปยังรถของตัวเอง ส่วนเรื่องข้าวของของคนตัวเล็กนั้นช่างมัน ค่อยให้สมหวังมาขนให้ก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องการตกลงกับหญิงสาวให้เรียบร้อย ถึงไม่ตกลงก็จะบังคับให้ได้อย่างใจตน
“ฉันไม่ไปกับแกไอ้บ้า...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ร้องจนเสียงแหบเสียงแห้งก็ไม่เป็นผล เมื่อตอนนี้เขาพาเดินมาถึงมอเตอร์ไซค์วิบากคันเก่าจอดอยู่ และไม่ต้องปล่อยให้เดา เมื่อชายหนุ่มอุ้มเธอไปนั่งถังน้ำมันของรถคันที่เธอเห็น
“จน! จนขนาดนี้จะมีปัญหาที่ไหนมาเลี้ยงฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้เครา ไอ้เชี้_!” เอ่ยอย่างดูถูก เมื่อเห็นรถวิบากคันเก่าจอดอยู่ บวกสภาพเจ้าของมันแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรเลย ดูยังไงก็เป็นแค่กุ๊ยข้างถนน
“อยากรู้ว่าเลี้ยงได้ไม่ได้ก็มาเป็นเมียพี่สิดุ๊กดิ๊ก” พูดพร้อมนำตัวเองขึ้นนั่งซ้อนด้านหลังของคนตัวเล็ก แล้วดึงร่างเล็กให้นั่งในท่าที่ตนจะขับรถคู่ใจให้ได้สบาย
“นะ...นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยค่ะฉันกำลังถูกฉุด”
เมยานีเห็นท่าจะไม่ดีจึงร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้น แล้วผู้คนก็ต่างพากันวิ่งมาเพื่อจะช่วยเจ้าหล่อน แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าใกล้ก็ถูกสายตาคมของอติคมจ้องเอาเสียก่อน
“อย่ามายุ่งเรื่องของผัวเมีย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าเสือกเว้ย!”
“ครับ นายหัวคม”
หนึ่งในคนที่วิ่งมาจะช่วยเจ้าหล่อนเอ่ย แล้วทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ทิ้งเหลือแต่เมยานีกับอติคม ตอนนี้เจ้าหล่อนมึนงงไปหมด ทำไมทุกคนถึงต้องเกรงกลัวไอ้โจรถ่อยคนนี้ด้วย ‘หรือว่ามันจะเป็นนายหัวจริงๆ ไม่น่าจะใช่ สถุลแบบนี้เหรอจะเป็นนายหัว ป่าเถื่อนชะมัด’ เจ้าหล่อนคิดในใจ
“ไม่ต้องงงเมียจ๋า...เดี๋ยวถึงรังรักของเราทูนหัวจะรู้ทุกอย่าง ตอนนี้กลับก่อนนะ”
อติคมมองออกว่าคนตัวเล็กกำลังมึนงงสับสน จึงฉวยโอกาสนี้พูดแล้วติดเครื่องรถขับออกไป โดยมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างหน้าตน
เมยานีนั่งตัวเกร็ง ด้วยกลัวว่าตัวเองจะตกรถ อยากดิ้นก็ไม่กล้าดิ้น เกิดมาเพิ่งเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง มือเล็กคว้ามัดแขนแกร่งที่จับแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ไว้อย่างเหนียวแน่น
ชายหนุ่มยิ้มพร่า เขารับรู้ได้ว่าคนข้างหน้ากำลังกลัว เลยบิดคันเร่งเร่งเครื่องให้วิ่งเร็วกว่าเดิม
ว้ายยยยย
“ขับช้าๆ หน่อยไอ้บ้า...”
“เรียกพี่คมก่อนสิจ๊ะดุ๊กดิ๊ก แล้วเมื่อไหร่จะบอกชื่อพี่สักทีฮึ!” เอ่ยพลางยื่นหน้ามาพาดไหล่มน
“เอาหนวดเครานายออกไปจากต้นคอฉันนะ ฉันขยะแขยงจะแย่อยู่แล้ว” หดคอลงด้วยความจั๊กจี้
“ไม่เอาออกจะทำไม อีกไม่นานก็ถึงแล้ว จะซุกจะไซ้ให้ครางไม่ได้ศัพท์เลยเมียจ๋า...”
แล้วความเงียบก็มาครอบคลุม อติคมเลยขับรถไปร้องเพลงไปอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าตัวเองใจร้อนไปรึเปล่าที่รุกสาวน้อยหนักแบบนี้ แต่ถ้าช้ากว่านี้แม่คนตัวเล็กก็หนีหายไปอีก ก็กว่าจะเจอนั้นยากเหลือเกิน ต้องไปนั่งเฝ้านั่งรอเป็นอาทิตย์กว่าจะเจอ ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน และตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะพาสาวน้อยวิวาห์จานด่วน
เจ้าหล่อนได้แต่นิ่งเงียบตัวเกร็ง ตอนนี้ในหัวของเธอคิดไม่ตก กลัวเหลือเกินว่าจะถูกผู้ชายหน้าโจรคนนี้ฆ่าเอา ถึงแม้ว่าลึกๆ ในใจจะบอกว่าเชื่อใจบุรุษคนนี้ได้ แต่จะเป็นไปได้เหรอ ในเมื่อเพิ่งเคยเจอกันสองครั้งเอง แถมหน้าตาก็ราวกับโจรป่าไม่มีผิด ‘ยัยมีนแกจะทำยังไงดี ถ้ามันข่มขืนแล้วฆ่าแกทิ้งเหมือนในข่าว ตายแน่ๆ ฮือๆ’ โอดครวญในใจ
“นายหัวพาใครมาด้วยครับ”
สมหวังเห็นรถนายหัวหนุ่มวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านก็รีบวิ่งเข้ามาถามทันที แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อผู้หญิงที่นายพามาเป็นผู้หญิงเมื่ออาทิตย์ก่อน
“นั่นคุณ...”
“เออ! นายหญิงมึงไงไอ้หวัง ไปไหนก็ไปกูจะพาเมียไปดูห้องนอน”
ดับเครื่องรถแล้วลงมาช้อนอุ้มคนที่ตัวเองปรารถนามาแนบเคียงกาย แต่นั่นแหละมันไม่ได้ง่ายเมื่อเธอไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ที่จะฉุดขึ้นเตียงได้ง่ายๆ
“ฉันไม่ไปไหนกับแกทั้งนั้น ช่วยฉันด้วยนะคะคุณ”
เมยานีเอ่ยอ้อนวอนขอความช่วยเหลือกับชายอีกคน ตอนนี้เชื่อแล้วว่าผู้ชายตัวโตหน้าหนวดคนนี้เป็นนายหัวจริงๆ เพราะเมื่อกี้ผู้ชายคนนี้ก็เรียกเขาอย่างเคารพ แถมตลอดสองข้างทางที่เข้ามาบ้านมีสวนปาล์มเต็มไปหมด
“อะ!..เออ!....”
“ไสหัวไปไอ้หวัง แล้วมึงไปบอกคนงานในไร่ด้วยว่ากูจะพานายหญิงไปแนะนำตัว จำไว้อย่าเสือกเรื่องของกู”
สมหวังยังไม่ทันได้พูด นายหัวหนุ่มก็สั่งเสียงเย็นจนคนตัวเล็กในอ้อมกอดสะดุ้งตกใจ เพราะนี้เป็นครั้งแรกได้เห็นมุมเด็ดเดี่ยวของผู้ชายคนนี้
“ไปดูห้องเรากันดุ๊กดิ๊ก แล้วพี่จะจ่ายเงินให้ด้วย จัดไปเลยล้านหนึ่ง”
เอ่ยอย่างป๋า แล้วก้าวยาวๆ เข้าไปในตัวบ้าน การกระทำของอติคมทำให้แม่บ้านสาวใช้วิ่งมาดูกันใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาขัดขวางทาง ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่นายหัวอุ้มขึ้นไปบนห้องนั้นจะร้องขอความช่วยเหลือก็ตาม
เมื่อเข้ามาในห้องนอนโทนสีดำเทา ไม่ว่าของทุกอย่างในห้องของอติคมจะเน้นไปทางสีดำและสีเทา เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันเป็นห้องของผู้ชายสีดำเทา ดูจากการกระทำป่าเถื่อนที่อุกอาจฉุดกระชาอุ้มเธอมาบนห้อง ‘นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนรึไงกัน ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย’ เมยานีพึมพำในใจด้วยความน้อยใจในโชคชะตา
“โอ๊ย!” ต้องร้องออกมาด้วยความจุก เมื่อถูกโยนร่างทิ้งลงบนเตียง แม้เตียงจะนุ่มแต่มันก็จุกได้เมื่อถูกโยนลงมาแรงๆ
“เป็นไงห้องของเรา แล้วบอกชื่อได้รึยังครับ”
พูดพลางเดินไปดึงลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมา มันเป็นสมุดเขียนเช็คนั่นเอง แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่เมยานีคิดไว้อยู่แล้ว นั่นคือเขียนเช็คจำนวนหนึ่งล้านบาทแล้วฉีกให้เจ้าหล่อน
“หนึ่งล้านบาทแลกกับชื่อเสียงเรียงนาม และจ่ายชดเชยการจูบ การอุ้ม การกอด หวังว่าดุ๊กดิ๊กคงจะชอบนะ” เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
“ฉัน....”
“ไม่พอใช่ไหม ได้เดี๋ยวให้อีกหนึ่งล้าน แต่ต้องยอมให้ทำมากกว่าจูบนะเมียจ๋า...” เห็นสีหน้าท่าทางอึกอักของหญิงสาวแล้วอดกังวลไม่ได้
“นายเห็นฉันเป็นสิ่งของที่ซื้อได้ด้วยเงินเหรอถึงทำแบบนี้ บอกอยากได้ฉันเป็นเมียแต่ใช้เงินซื้อมายังกับของราคาถูกเนี่ยนะ ฉันเก็บไว้ก็ได้เงิน แต่มีข้อแม้เราต้องศึกษาดูใจกันไปก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าผู้ชายบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างนายจะอยากได้ฉันเป็นเมียจริงๆ” พูดพร้อมกับดึงเช็คหนึ่งล้านบาทยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นของตน
“หนึ่งอาทิตย์ดุ๊กดิ๊ก หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นกับความอดทนของฉัน ถ้านานกว่านั้นเห็นทีจะไม่ได้” เอ่ยเสียงเข้ม แววตาดุดันจนทำให้เมยานีรู้สึกหวั่นในใจลึกๆ กลัวว่าตัวเองจะคิดผิดที่มาเล่นกับไฟกับหนุ่มใหญ่
“บอกชื่อได้แล้ว เช็คก็เอาไปแล้ว”
“ฉันชื่อเมยานี ขื่อเล่นมีน” ตอบเพียงสั้นๆ
“อายุล่ะเท่าไหร่ บอกด้วย”
ให้เดาตอนนี้ดูจากรูปร่างหน้าตาแม่สาวน้อยดุ๊กดิ๊กคงอายุ 18 ปีแน่ๆ หรือไม่ก็น้อยกว่านั้น ที่ถามเพราะไม่อยากมีปัญหาหรือถูกจับด้วยข้อหาพรากผู้เยาว์
“24 ปีค่ะ” ตอบสั้นๆ เหมือนเคย
“เป็นอะไรไป พูดยาวๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอน้องมีน ไม่ดีกว่าเรียกดุ๊กดิ๊กเหมาะกว่า แก้มกลมๆ ป่องๆ นิ่มๆ นี้เป็นของพี่นะจ๊ะ แล้วก็อย่าคิดหนี แล้วพักที่ไหนทำงานอะไรบอกมาด้วยพี่จะจัดการขนข้าวของมาไว้ให้ ส่วนงานลาออกซะพี่เลี้ยงได้เมียคนเดียวเอง และเมียจ๋าต้องนอนกับพี่คืนนี้ ไม่ต้องห่วงแค่นอนกอดเฉยๆ ไม่ทำอะไรเกินนั้นถ้าไม่สมยอม” เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
ไลน์! ไลน์! ไลน์!
เสียงไลน์ในกระเป๋ากางเกงของเมยานีดังถี่ๆ ติดกัน เจ้าหล่อนไม่สนใจคนตัวโต มือเล็กหยิบล้วงโทรศัพท์เครื่องหรูทันสมัยจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นตนออกมาดู
อติคมเห็นดังนั้นก็เดินเข้ามายื่นหน้าส่องดู เมื่อเห็นคนตัวเล็กจ้องจอโทรศัพท์แล้วยิ้มตาม อยากรู้ว่ามันคืออะไรเลยแย่งมาดู
“เอามานะไอ้หนวด” ต่อว่าอีกฝ่ายทันทีเมื่อถูกแย่งเอาโทรศัพท์ไป
ไลน์!
เสียงไลน์ดังและเด้งข้อความขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอติคมไม่รอช้าจะปล่อยให้ความสงสัยตัวเองอยู่ได้นาน จึงเสียมารยาทเปิดอ่านมันก่อนเจ้าของเครื่อง
“อะไร? มันคืออะไรดุ๊กดิ๊ก รูปหัวใจนี่” ใช่คนส่งรูปหัวใจมาให้เมยานี ถามด้วยความกรุ่นโกรธ น้ำเสียงไม่พอใจ ยื่นโทรศัพท์มาจ่อหน้าคนตัวเล็ก
“เรื่องส่วนตัวฉัน เอาคืนมานะ” กำลังจะแย่งกลับ แต่อีกฝ่ายชักกลับไปก่อน
“แต่ดุ๊กดิ๊กกำลังจะเป็นเมียพี่ ดุ๊กดิ๊กต้องบอกว่ามันคืออะไร” ผู้ชายล้าสมัย ไม่ทันโลกเทคโนโลยีถามอย่างสงสัย ยิ่งเสียงไลน์ดังเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่พอใจ
“ไลน์ ไม่รู้จักไลน์รึไง ฉันคุยกับเพื่อนที่ทำงานไม่ได้รึไง แล้วนายยุ่งอะไรด้วยไอ้เครา ไอ้ถ่อย ไอ้...โอ้ย! ฉันจะด่านายยังไงดีเนี่ย...” ไม่รู้จะเลือกคำไหนดีมาต่อว่าชายหนุ่มถึงจะสมใจตัวเอง
“ไลน์? มันเป็นยังไง ทำไมพี่ไม่รู้จัก แล้วโทรศัพท์นี่มันเล่นยังไง ใช้ยังไง มันเหมือนซัมซุงฮีโร่ของพี่ไหม” พูดพลางล้วงซัมซุงฮีโร่ออกจากกระเป๋ากางเกงยีนขาดๆ ของตนออกมายื่นส่งให้เจ้าหล่อนดู
จากอารมณ์เกรี้ยวโกรธ ก็เป็นหลุดยิ้มขำ คนอะไรไม่รู้จักไลน์ แล้วไม่รู้จักไอโฟน คือไปอยู่หลังเขา หรือว่าเขาแก่เกินจะรับรู้เรื่องเทคโนโลยี เป็นถึงนายหัวแต่ล้าสมัยแบบนี้มันมีด้วยเหรอ สมแล้วเป็นคนเถื่อน
“นี่คุณไปอยู่ไหนมา ไม่เคยออกไปเจอโลกภายนอกเลยรึไงคุณเครา สมัยนี้โทรศัพท์เขาเล่นเฟซบุ๊ค ไลน์ ทวิต และอีกหลายๆ อย่าง แถมถ่ายรูปได้ด้วย แต่ซัมซุงฮีโร่ของคุณมันทำได้แค่โทรเข้าโทรออก คงอยู่แต่กับสวนจนไม่รู้ว่าโลกภายนอกเขาไปถึงไหนแล้ว รึว่าแก่เกินเรียนแล้วก็ไม่รู้” พูดไปยิ้มไป ก็ดูเอาเถอะใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครานั้นทำหน้าเอ๋อ คิดภาพไม่ออก หรือไม่เข้าใจก็ไม่รู้
“ยัง พี่ไม่เข้าใจเลยดุ๊กดิ๊ก” พูดพลางขยับมาทรุดกายนั่งข้างคนอธิบาย เอาคางเกยไหล่มนอย่างถือวิสาสะ จ้องมองใบหน้างามอย่างอ้อนวอนใคร่รู้
“แล้วเฟซบุ๊ค ไลน์ ทวิต พวกนี้พี่จำเป็นต้องเล่นไหม พี่อยากเล่นเหมือนดุ๊กดิ๊ก พรุ่งนี้เราไปซื้อไอโฟนกันและสอนพี่เล่นด้วยนะเมียจ๋า...”
เมยานีผลักคนเกยที่ไหล่ตัวเองออกอย่างรังเกียจ ก็ดูเอาเถอะ เนื้อตัวสกปรกแบบนี้ใครอยากอยู่ใกล้ แล้วอะไรก็ไม่รู้ ทำไมต้องมาตกปากรับคำทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ แต่เงินตั้งล้านมันก็น่าลอง แต่อย่าหวังว่าจะได้ฉึกๆ หล่อนเลย
“ฉันชื่อมีน กรุณาเรียกด้วยค่ะ ไม่ใช่ดุ๊กดิ๊ก”
“ดุ๊กดิ๊กน่ารักดีออก แล้วเหมาะกว่ามีนด้วย ไม่รู้แหละ พี่คมจะเรียกดุ๊กดิ๊กใครจะทำไม ตอนนี้เหนียวตัวจัง อยากมีคนขัดหลังให้บ้าง ไปอาบน้ำกัน ส่วนโทรศัพท์ของดุ๊กดิ๊กพี่เก็บไว้ก่อนนะ เพราะพี่ยังโกรธที่เพื่อนผู้หญิงส่งรูปหัวใจมาให้ เป็นผู้หญิงต้องชอบผู้ชาย ไม่ใช่ชอบผู้หญิงด้วยกัน และอย่าส่งหัวใจให้ใครพร่ำเพรื่อด้วย”
อติคมเอ่ยอย่างเผด็จการ ก็ในเมื่อตอนนี้เจ้าหล่อนตกอยู่ในอำนาจความดูแลของเขาแล้ว ก็เธอเล่นรับเงินไปแล้ว เรื่องอะไรจะยอมเสียฟรีๆ ต้องรีบกอบโกยเนื้อขาวๆ ผิวนุ่มๆ เข้าปากให้ฉ่ำอุรา