ตอน 1

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น

ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว

ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง"

ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร

ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา

ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด

พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา

"ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้"

งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่เสียงพลุดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกฟ้าให้ขาดวิ่น หัวใจของฉันก็แตกสลายไม่ต่างกัน

ฉันเห็นธวัชชัยยืนอยู่ตรงนั้น... ใต้แสงจันทร์อ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบ

เขากำลังกอดนิชานันท์อย่างอ่อนโยน.

ริมฝีปากของเขาแตะแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ.

ท่าทางที่คุ้นเคย.

ท่าทางที่ฉันเคยได้รับ.

ความอบอุ่นที่แสนปลอมเปลือก.

ภาพนั้นกัดกินหัวใจฉันจนรู้สึกเหมือนจะหยุดเต้น.

เสียงหัวเราะคิกคักของนิชานันท์ดังแว่วมาตามสายลมหนาว.

เธอซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของธวัชชัย.

เขาลูบผมเธอเบาๆ ราวกับปลอบโยนเด็กน้อย.

แววตาของธวัชชัยที่มองนิชานันท์เต็มไปด้วยความห่วงใย.

ความห่วงใยที่ฉันโหยหามาตลอดสิบปี.

ฉันยืนนิ่งราวกับรากงอกติดพื้น.

สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด.

ความหนาวเย็นกัดกินเข้ากระดูก.

ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่ก่อนมางานปาร์ตี้.

อาการไข้เริ่มกำเริบ.

หัวใจของฉันบีบรัดอย่างแรง.

คลื่นไส้จนแทบจะยืนไม่ไหว.

สมองสั่งการให้ร่างกายหลบหนีจากภาพตรงหน้า.

แต่ขาทั้งสองข้างกลับแข็งทื่อ.

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง.

มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย.

แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากความทรยศหักหลัง.

ฉันรับรู้ได้ถึงรสชาติขมปร่าในลำคอ.

มันเป็นรสชาติของความผิดหวัง.

ความผิดหวังที่ไม่อาจกลืนลงไปได้.

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.

นิ้วเรียวกดเปิดกล้อง.

มือสั่นเทาเล็กน้อย.

แต่สายตาของฉันกลับมุ่งมั่นและเยือกเย็น.

ฉันต้องการหลักฐาน.

หลักฐานสำหรับสิ่งที่ฉันเพิ่งเห็น.

ภาพที่บันทึกไว้ในความทรงจำจะไม่มีวันเลือนหาย.

แต่หลักฐานในโทรศัพท์จะใช้ยืนยันความจริง.

ในวันที่เขาปฏิเสธทุกอย่าง.

ฉันมองเห็นภาพธวัชชัยที่เคยบอกว่ารักฉันหมดหัวใจ.

ภาพของเขาที่บอกว่านิชานันท์เป็นเพียงน้องสาว.

คำพูดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัว.

มันคือคำโกหก.

คำโกหกทั้งเพ.

ฉันเคยเชื่อทุกอย่าง.

เชื่อในความรักของเรา.

เชื่อในคำสัญญาของเขา.

แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า.

ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าที่คาดคิด.

ฉันมันโง่สิ้นดี

ทันใดนั้น.

เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น.

ธวัชชัยกับนิชานันท์สะดุ้งเล็กน้อย.

พวกเขามองหน้ากัน.

แล้วธวัชชัยก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น.

นิชานันท์ซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง.

ฉันผงะถอยหลัง.

หลบเข้ามุมมืดของระเบียง.

หัวใจเต้นรัว.

กลัวว่าพวกเขาจะเห็นฉัน.

กลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้.

ความรู้สึกอับอายและไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางพายุ.

ยืนตากฝนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแสนนาน.

ความหนาวเย็นกัดกินร่างกาย.

ไข้ขึ้นสูงจนเริ่มมีอาการเพ้อ.

ลมหายใจติดขัด.

โลกหมุนเคว้ง.

ทุกอย่างมืดมิดไปชั่วขณะ.

ฉันพยุงตัวเองกลับมาที่คอนโด.

ในหัวเต็มไปด้วยภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.

เมื่อมาถึงห้อง.

ฉันเห็นธวัชชัยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว.

กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้อง.

เขาหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม.

รอยยิ้มที่เคยทำให้ฉันอบอุ่นใจ.

แต่ตอนนี้มันกลับดูเสแสร้งและน่ารังเกียจ.

ฉันยืนมองเขาอยู่ห่างๆ.

ธวัชชัยไม่เคยเข้าครัว.

ไม่เคยทำอาหารให้ฉันเลย.

ตลอดเวลาที่เราคบกันมา.

ฉันเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของเรามาตลอด.

แต่ตอนนี้เขากำลังปรุงอาหารจานพิเศษ.

อาหารที่ฉันไม่เคยกิน.

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ คุณไปไหนมา? ผมเป็นห่วงแทบแย่"

คำพูดของเขาฟังดูห่วงใย.

แต่ฉันกลับรู้สึกคลื่นเหียน.

ธวัชชัยเดินเข้ามาหาฉัน.

มือของเขายื่นมาสัมผัสหน้าผากฉัน.

"ตัวร้อนจี๋เลย ไปตากฝนที่ไหนมา?"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด.

แววตาตำหนิฉายชัด.

เขาไม่เคยห่วงใยฉันจริงจัง.

มีแต่ความไม่พอใจในความไม่สมบูรณ์แบบของฉัน.

"พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ"

ฉันตอบเสียงแผ่ว.

พูดออกไปตามความเคยชิน.

ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอะไรผิดกลับมาอีกครั้ง.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.

ทันใดนั้น.

เสียงเปิดประตูดังขึ้น.

นิชานันท์เดินเข้ามาในห้อง.

ในชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน.

เธอดูสดชื่นและไร้เดียงสา.

แตกต่างกับฉันที่ดูเหมือนคนป่วยใกล้ตาย.

"พี่วัชคะ ฝนตกหนักมากเลยค่ะ นิกลัว"

นิชานันท์ทำเสียงออดอ้อน.

แล้วเหลือบมองมาที่ฉันเล็กน้อย.

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ.

รอยยิ้มที่ฉันมองเห็นอย่างชัดเจน.

หัวใจของฉันหล่นวูบ.

ธวัชชัยเดินไปหานิชานันท์.

โอบไหล่เธอเบาๆ.

"ไม่เป็นไรนะนิ พี่อยู่นี่แล้ว"

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ นิจะค้างที่นี่คืนนี้นะ ฝนตกหนักมากเลย"

คำพูดของเขาเหมือนคำสั่ง.

ฉันทำได้แค่พยักหน้า.

นิชานันท์คือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้วของธวัชชัย.

เขาเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ.

ครอบครัวของธวัชชัยก็เอ็นดูนิชานันท์มาก.

โดยเฉพาะคุณแม่ของธวัชชัยที่มักจะตำหนิฉันเสมอว่าไม่ดูแลนิชานันท์ให้ดี.

โต๊ะอาหารเงียบงัน.

ธวัชชัยตักอาหารให้นิชานันท์อย่างเอาใจใส่.

"นิชอบกินปลาทอดนี่นา พี่ทำไว้ให้เยอะเลย"

เขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น.

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆ.

อาหารที่เขาทำมีส่วนผสมของกุ้ง.

ซึ่งฉันแพ้อย่างรุนแรง.

แต่เขากลับไม่จำเรื่องนี้เลย.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางทะเลทราย.

โดดเดี่ยวและไร้ค่า.

นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับจากการอยู่เคียงข้างเขามาตลอดสิบปีงั้นหรือ?

หลังอาหาร.

ธวัชชัยบอกให้นิชานันท์ไปนอนห้องรับแขก.

"ห้องนั้นสบายนะนิ พรุ่งนี้ค่อยกลับ"

เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม.

ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของฉัน.

ห้องที่ฉันใช้ทำงาน ใช้พักผ่อน.

ตอนนี้มันกำลังจะถูกครอบครองโดยนิชานันท์.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไป.

บ้านที่เคยเป็นของเรา.

ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นบ้านของคนอื่น.

ฉันอยากจะกรีดร้อง.

อยากจะโวยวาย.

แต่เสียงเหล่านั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ.

ฉันไม่เหลือแรงแม้แต่จะส่งเสียง.

ธวัชชัยกลับเข้ามาในห้องนอนตอนดึก.

เขาไม่ได้พูดอะไร.

เพียงแค่เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ ฉัน.

ฉันยังคงตัวร้อนจี๋.

ปวดหัวจนแทบระเบิด.

ร่างกายอ่อนล้าเต็มที.

แต่สมองของฉันกลับตื่นตัวตลอดเวลา.

ภาพธวัชชัยกอดนิชานันท์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว.

ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?

ความรักของเรามันคืออะไรกันแน่?

ฉันอยากให้เขายอมรับความจริง.

อยากให้เขาพูดความจริงกับฉัน.

แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.

ฉันไม่ต้องการคำโกหกอีกแล้ว.

ฉันนอนจ้องเพดานจนฟ้าสาง.

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม.

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับการถูกทรยศ.

แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความจริงที่ว่า.

ฉันอาจจะต้องเสียเขาไป.

เสียเขาไปให้กับผู้หญิงอีกคน.

และที่เลวร้ายที่สุด.

คือฉันจะต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งประเทศ.

งานแต่งงานของเรากำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ถ้าหากฉันยกเลิกงานแต่ง.

ฉันจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง.

ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้.

แต่ถ้าฉันยังอยู่ต่อไป... ฉันจะเหลืออะไร?

ตอน 2

พิมพ์ชนก POV:

แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง.

ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.

ความเหนื่อยล้ายังคงเกาะกุมร่างกาย.

ธวัชชัยหลับอยู่ข้างๆ ฉัน.

ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ.

ดูสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น.

ฉันลุกขึ้นนั่ง.

ค่อยๆ หันไปมองเขา.

ฉันควรจะพูดอะไร?

ฉันควรจะถามเขาตรงๆ เลยไหม?

ฉันเลือกที่จะไม่พูดถึงสิ่งที่เห็นเมื่อคืน.

ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว.

ฉันอยากให้เขาเป็นคนพูดเอง.

อยากให้เขายอมรับความผิดของตัวเอง.

อยากให้เขารู้สึกผิดบ้าง.

แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้.

ธวัชชัยมักจะปัดความรับผิดชอบเสมอ.

"พี่วัชคะ"

ฉันเรียกเขาเบาๆ.

เขาลืมตาขึ้นมามองฉัน.

แววตาของเขายังคงมีความหงุดหงิดซ่อนอยู่.

"มีอะไรพิมพ์?"

น้ำเสียงของเขาห่างเหิน.

ฉันรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ.

"พิมพ์แค่อยากรู้ว่า... เรายังโอเคกันอยู่ใช่ไหมคะ?"

ฉันพยายามไม่ให้เสียงสั่น.

ธวัชชัยลุกขึ้นนั่ง.

มองมาที่ฉันด้วยสายตาเย็นชา.

"โอเคอะไร? คุณเป็นอะไรไปอีกแล้ว?"

เขาพูดอย่างรำคาญ.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ.

"พิมพ์แค่รู้สึกว่า... พี่วัชเปลี่ยนไป"

ฉันพูดเสียงเบา.

"พิมพ์รู้สึกว่าพี่วัชเอาใจใส่นิมากกว่าพิมพ์เสียอีก"

ธวัชชัยหัวเราะเยาะ.

"คุณคิดมากไปเองหรือเปล่าพิมพ์? นิก็แค่น้องสาว"

"แต่พิมพ์เห็น..."

ฉันพูดไม่ออก.

ภาพเมื่อคืนยังคงชัดเจนในหัว.

ธวัชชัยขมวดคิ้ว.

"เห็นอะไร? คุณเริ่มระแวงผมอีกแล้วใช่ไหม?"

"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่านิไม่มีอะไรกับผม! คุณไม่เคยเชื่อผมเลย"

"คุณนี่มันคิดเล็กคิดน้อยจริงๆ"

คำพูดของเขาเหมือนคมมีดกรีดแทงหัวใจ.

ฉันอยากจะพูดความจริงออกไป.

แต่ฉันก็รู้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์.

เขาก็แค่ปฏิเสธทุกอย่าง.

เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขาเป็นแบบนี้มาตลอดต่างหาก

ฉันนึกย้อนไปในอดีต.

ตอนที่เราเพิ่งเริ่มคบกัน.

ธวัชชัยก็เคยแอบไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น.

ตอนนั้นฉันจับได้.

เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอีก.

และฉันก็ให้อภัยเขาเสมอ.

เสมอมา.

ฉันมันโง่ซ้ำซากจริงๆ

น้ำตาคลอเบ้า.

แต่ฉันพยายามกลั้นไว้.

"พิมพ์ขอโทษค่ะ ที่คิดมากไปเอง"

ฉันพูดเสียงสั่น.

ธวัชชัยถอนหายใจเฮือกใหญ่.

"ดีแล้วที่คุณรู้ตัว"

"ผมจะให้อภัยคุณก็ได้"

"แต่คุณต้องเลิกคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ซะที"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นฝ่ายผิด.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.

ธวัชชัยลุกขึ้นจากเตียง.

เดินไปเข้าห้องน้ำ.

ฉันมองแผ่นหลังของเขา.

รู้สึกเหมือนเราอยู่ห่างกันแสนไกล.

ห่างจนไม่สามารถเอื้อมถึงกันได้อีกแล้ว.

ฉันนึกถึงช่วงเวลาที่เราเคยมีความสุข.

ตอนที่ธวัชชัยป่วยหนัก.

ฉันดูแลเขาอย่างไม่ห่าง.

ป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน.

ฉันยอมอดหลับอดนอน.

ยอมทิ้งงานทุกอย่าง.

เพื่ออยู่เคียงข้างเขา.

ในตอนนั้นเขามองมาที่ฉันด้วยแววตาซาบซึ้ง.

"พิมพ์ ขอบคุณมากนะที่อยู่เคียงข้างผม"

"ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณของคุณเลย"

"ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต"

คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู.

แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเรื่องตลก.

เมื่อธวัชชัยหายดี.

เขาก็เริ่มกลับไปสนใจนิชานันท์อีกครั้ง.

สนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

เขามักจะอ้างว่านิชานันท์ไม่มีใคร.

ต้องดูแลเธอให้ดี.

และฉันก็ต้องเข้าใจ.

ต้องยอมรับ.

ฉันต้องยอมรับทุกอย่างเลยใช่ไหม?

"พิมพ์ คุณต้องดูแลนิให้ดีนะ"

"นิไม่มีใครแล้ว"

"คุณต้องเข้าใจนะ"

คำพูดเหล่านี้ถูกย้ำซ้ำๆ จนฉันชาชิน.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้ากับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้.

เหนื่อยกับการพยายามทำความเข้าใจ.

เหนื่อยกับการพยายามให้อภัย.

ธวัชชัยเดินออกมาจากห้องน้ำ.

เขาสวมกอดฉันเบาๆ.

ฉันรู้สึกถึงความเย็นชาจากร่างกายของเขา.

มือของฉันไม่ตอบสนองต่อสัมผัสของเขา.

ธวัชชัยรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ.

แต่เขาไม่ได้พูดอะไร.

เพียงแค่ผละออกไป.

แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง.

เขาหลับไปในทันที.

เหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา.

เขาไม่เคยหลับได้เร็วขนาดนี้เลย.

แต่หลังจากนิชานันท์เข้ามาในชีวิต.

เขาก็หลับได้อย่างสบายใจ.

ฉันนอนมองเพดาน.

หัวใจของฉันว่างเปล่า.

ความรักที่เรามีให้กัน.

มันจบลงแล้วจริงๆ ใช่ไหม?

ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว.

ความเจ็บปวดกัดกินหัวใจจนชาชิน.

ตลอดทั้งคืนฉันนอนไม่หลับ.

ในหัวมีแต่ภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.

ฉันตัดสินใจแล้ว.

ฉันจะยุติความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้.

ฉันจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ.

แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.

ฉันอยากจะจากไปอย่างสงบ.

ไม่อยากสร้างความอับอายให้ใคร.

แต่อย่างน้อย... ฉันก็ควรได้รับความซื่อสัตย์

ฉันควรได้รับเกียรติบ้าง

ตอน 3

พิมพ์ชนก POV:

ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง.

ตัวร้อนจี๋.

คอแห้งผาก.

ลมหายใจติดขัด.

ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียง.

แต่ก็ล้มลงไปอีกครั้ง.

รู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้ง.

ธวัชชัยเข้ามาในห้อง.

มองมาที่ฉันด้วยความตกใจเล็กน้อย.

"พิมพ์ คุณเป็นอะไรไป? ตัวร้อนจี๋เลย"

เขาสัมผัสหน้าผากฉัน.

"ผมจะโทรหาหมอให้"

น้ำเสียงของเขาดูเป็นห่วง.

แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเป็นเพียงความห่วงใยจอมปลอม.

เพียงแค่พยักหน้าตอบ.

ไม่นานนัก.

นิชานันท์ก็เดินเข้ามาในห้อง.

ในมือมีผ้าชุบน้ำเย็น.

"พี่วัชคะ นิว่านิเอาผ้าเย็นมาเช็ดตัวให้พี่พิมพ์ก่อนดีกว่าค่ะ"

เธอยื่นผ้าให้ธวัชชัย.

ธวัชชัยรับผ้ามา.

แล้วเดินมาเช็ดตัวให้ฉันอย่างเบามือ.

ฉันมองหน้านิชานันท์.

เธอส่งยิ้มหวานให้ฉัน.

ยิ้มที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง.

ความรู้สึกที่ฉันไม่อยากจะเชื่อ.

"นิกลัวเสียงฟ้าร้องค่ะพี่วัช"

นิชานันท์พูดเสียงออดอ้อน.

"นิขอให้พี่วัชอยู่กับนิก่อนได้ไหมคะ"

ธวัชชัยหันไปมองนิชานันท์.

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความลังเล.

เขาหันกลับมามองหน้าฉัน.

"พิมพ์... คุณอยู่ได้ใช่ไหม?"

ฉันพยักหน้าช้าๆ.

พยายามกลั้นน้ำตาไว้.

"ได้ค่ะ"

ฉันตอบเสียงแผ่ว.

ธวัชชัยเดินออกไปจากห้อง.

ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวในสภาพที่อ่อนแอที่สุด.

ฉันนอนมองเพดาน.

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม.

ฉันยังคงรักเขาอยู่.

รักมากเกินกว่าจะตัดใจได้.

แม้ว่าเขาจะทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า.

ฉันยังคงหวังว่าเขาจะกลับมา.

หวังว่าเขาจะเปลี่ยนใจ.

หวังว่าเขาจะเลือกฉัน.

ฉันคิดในใจ.

ถ้าหากเขากลับมาหาฉันตอนนี้

ถ้าหากเขาสารภาพผิดกับฉัน

ฉันจะให้อภัยเขา

และยุติงานแต่งงานนี้ซะ

ฉันรอคอยเขา.

รอคอยอยู่นานแสนนาน.

แต่เขาก็ไม่กลับมา.

ฉันตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา.

เปิดดูโซเชียลมีเดียของนิชานันท์.

ภาพแรกที่เห็นทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ.

นิชานันท์กำลังนั่งอยู่บนโซฟากับธวัชชัย.

เธอกอดแขนเขาแน่น.

และกำลังป้อนอาหารให้เขา.

ภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าคำว่าน้องสาว.

มันชัดเจนเจนว่าพวกเขาคบหากันอย่างลับๆ.

หัวใจของฉันแตกสลาย.

ความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่พังทลายลง.

ฉันรู้แล้วว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้วจริงๆ.

ธวัชชัยไม่เคยรักฉันเลย.

เขาแค่ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ.

เครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม.

ฉันตัดสินใจแล้ว.

ฉันจะไม่ยอมเป็นคนโง่อีกต่อไป.

งานแต่งงานนี้จะต้องถูกยกเลิก.

แต่ฉันจะไม่ใช่วิธีธรรมดาๆ.

ฉันจะทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฉันได้รับ.

ทำให้เขารู้สึกถึงความอับอายที่ฉันต้องทน.

ฉันเช็ดน้ำตา.

ความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา.

ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันอีก.

ฉันจะแก้แค้น.

แก้แค้นในแบบของฉัน.

ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง.

แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง.

อาการไข้ขึ้นสูงจนฉันเริ่มหายใจไม่ออก.

ฉันเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์.

กดโทรออกเบอร์ฉุกเฉิน.

"ช่วยด้วย... ฉัน... ฉันหายใจไม่ออก"

เสียงของฉันแผ่วเบา.

ไม่นานนัก.

หน่วยกู้ภัยก็มาถึง.

พวกเขารีบนำตัวฉันส่งโรงพยาบาล.

หมอบอกว่าฉันติดเชื้อในกระแสเลือด.

อาการค่อนข้างวิกฤต.

หากมาช้ากว่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต.

ธวัชชัยโทรมาหาฉัน.

"พิมพ์ คุณเป็นยังไงบ้าง? ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย"

น้ำเสียงของเขาดูไม่จริงใจ.

ฉันรู้สึกได้ถึงความเย็นชา.

"คุณอยู่กับนิชานันท์ใช่ไหมคะ?"

ฉันถามเสียงแผ่ว.

"ใช่ครับ นิเขาไม่สบาย"

"คุณก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกันนะ"

เขาพูดอย่างขอไปที.

แล้วรีบวางสายไป.

ฉันมองโทรศัพท์ในมือ.

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง.

ฉันเคยดูแลเขาอย่างดีที่สุด.

ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขา.

แต่เขากลับตอบแทนฉันด้วยความเย็นชา.

ความเจ็บป่วยของฉันไม่สำคัญเท่ากับอาการป่วยเล็กน้อยของนิชานันท์.

นี่คือความรักที่แท้จริงงั้นหรือ?

ความรักที่เห็นแก่ตัวแบบนี้?

ฉันตัดสินใจแล้ว.

ฉันจะทำลายทุกสิ่งที่เขามี.

ทำลายทุกสิ่งที่เขาสร้างมา.

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง.

กดโทรหาเบอร์โทรศัพท์หนึ่ง.

"สวัสดีค่ะ คุณเอกภพใช่ไหมคะ?"

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น.

"ฉันพิมพ์ชนกค่ะ"

"ฉันมีข้อเสนออยากจะคุยกับคุณ"

"เกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED