1
คำสาปห้อง 523
หอในชาย ห้อง523 มีตำนานเล่าขานกันมาปากต่อปาก ถ้าผู้ชายคนไหนก้าวเท้าเหยียบเข้ามาอยู่ห้องนี้แล้วละก็ จะต้องหาแฟนเป็นผู้ชาย ที่เรียนคณะนิติ อายุเท่ากับตน ไม่งั้นชาตินี้จะเรียนไม่จบ
บนโลกใบนี้จะมีคนซวย อย่างผมสักกี่คนกัน ชีวิตในรั้วมหาลัย ตั้งแต่ปี 1 มันก็แทบจะปกติดีไปซะทุกอย่าง ชีวิตประจำวันของผม ในแต่ละวันต่างดำเนินไปอย่างเรียบง่าย พอขึ้น ปี4เท่านั้นแหละ ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ความซวยมันใกล้มาเยือนผมแล้วสินะ หึๆๆ
รถเบนซ์สีดำ ขับมาจอดยังหน้ามหาลัย รอยยิ้มของชายหนุ่มเผยขึ้นในขณะถูกรถจอดลง เขามองเข้าไปข้างในมหาลัยด้วยสีหน้าตื่นเต้น ปนดีใจที่ได้มาถึงที่นี่สักที
“ถึงแล้วลูก”
เสียงหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยขึ้น ใบหน้าแช่มชื่น ที่ได้เห็นลูกชายของตนได้เข้าเรียนคณะที่ตัวเองใฝ่ฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็ก
“ขอบคุณครับแม่”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวขาเดินออกมาข้างนอก เขาหันหลังกลับไปมองหน้าแม่ของตนอีกรอบ ก่อนโบกมือร่ำลา
“ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก”
“ครับแม่”
สิ้นเสียงคำขอบคุณชายหนุ่ม รถเบนซ์คันสีดำได้ขับผ่านออกไป ชายหนุ่มมองตามรถเบนซ์จนลับสายตา ก่อนจะหันหน้ามายังทางเข้ารั้วมหาลัย
ชายหนุ่มผมสีดำ ดวงตากลมโตสีน้ำตาล ผิวขาว ใบหน้าเรียวเล็ก มีลักยิ้มที่ดูโดนเด่น สูงราวๆ 175 ซม.ยืนตัวตรงมองรอบๆ บริเวณที่เขายืนอยู่ มือข้างซ้ายของเขา ถือกระเป๋าผ้าไว้ พร้อมกับเป้สะพายอยู่ด้านหลัง
ผมชื่อ....พายุครับ เป็นนักศึกษาชั้น ปีที่1 คณะวิทย์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ทำไมถึงเลือกเรียนสาขานี้อ่ะหรอ เพราะผม อยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ไงไม่มีอะไรมากหรอก ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าอยากจะเป็นนักพัฒนาโปรแกรมที่เก่งที่สุดให้ได้ 555+++
วันนี้เป็นวันที่ผมต้องย้ายเข้ามาอยู่หอในชายเป็นวันแรก รู้สึกตื่นเต้นซะมัด ก่อนจะนั่งรถมาถึงนี้ ผมเข้าห้องน้ำไปไม่รู้กี่รอบ ผมเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก ใครดีมาผมดีตอบแต่ถ้าใครร้ายมาผมไม่ยอมเด็ดขาด
นิสัยเสียของผมที่แก้ไม่หายสักทีนั้นคือผมเป็นคนชอบพูดตรงๆ ครับ คิดยังไงก็พูดไปแบบนั้น คนฟังจะรู้สึกยังไง ผมไม่สนใจหรอกในเมื่อผมพูดออกไปแล้ว จะกลับมานั่งแก้ไขทีหลังก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่ผมจะพูดอะไรออกไป ต้องคิดก่อนทุกครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็พูดก่อนคิดอยู่ดี
“ไอ้พายุ”
ผู้ชายตัวเล็กที่วิ่งมาหาผมข้างหน้านั้น มันชื่อว่าไอ้ชิน เพื่อนสนิทผมตั้งแต่เรียน ประถม มันเป็นคนพูดเก่ง ปากหมาพอๆ กับผมครับ มันเป็นคนลุยๆ กล้าไปซะทุกเรื่องจนตอนนี้มีศัตรูนับไม่ถ้วน ซึ่งไม่ตรงกับบุคลิกภายนอกสักเท่าไร ผมโบกมือทักทายมัน เพื่อให้มันรู้ว่าผมได้ยินมันเรียกแล้ว
“ไงมึง....มาถึงก่อนกูอีกนะ” ผมเอ่ยขึ้น ก้มมองดูสัมภาระของมันเอามาเยอะจนเกือบถือไม่ไหว มีทั้งกระเป๋าเป๋2ใบใหญ่ หนังสือประมวลกฎหมายเล่มหนา อีก 5เล่มท่าจะได้ หอบมาขนาดนี้ไม่ขนตู้เย็นมาด้วยเลยละ
“ธรรมดา ก็บ้านกูอยู่ใกล้นิ” มันพูดไปหัวเราะไป ผมได้แต่พยักหน้าเบาๆ บ้านมันอยู่ใกล้ก็จริง แต่เจ้าตัวอยากมีอิสระ จึงขอพ่อแม่มาอยู่เป็นเพื่อนผม
“น้องเป็นเด็กปี1 ใช่ป้ะ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามสารทุกข์สุกดิบไอ้ชินมันมากสักเท่าไร จู่ๆ มีรุ่นพี่ตัวใหญ่เดินเข้ามาทักพวกผมทั้ง2คน
“ใช่ครับพี่” ผมตอบกลับไป ขมวดคิ้วเล็กน้อย วันแรกก็มีรุ่นพี่เขามาทักเลยแฮะ
“น้องคงยังไม่รู้ประวัติหอในชายแห่งนี้ใช่ปะ” รุ่นพี่ร่างใหญ่ หน้าโหด ไว้หนวดเคราพูดน้ำเสียงต่างชวนสงสัย ผมกับไอ้ชินต่างส่ายหัวพร้อมกัน
“พี่จะเล่าให้ฟัง หอในชายมันจะมีอยู่ห้องหนึ่ง ที่ต้องคำสาป” ใบหน้าของพี่เขาดูจริงจังเอามาก
“คำสาปอะไรหรอครับ” ผมยังคงสงสัย เรื่องที่พี่เขาพูดอยู่ในขณะนี้
“คำสาปนั้นก็คือ ถ้าใครจับฉลากได้ ห้อง 523 จะต้องมีแฟนเป็นผู้ชายไม่งั้นจะเรียนไม่จบเด็ดขาด” รุ่นพี่พูดน้ำเสียงจริงจังอย่างมาก พวกผมทั้ง2คนต่างหันหน้ามามองกัน พร้อมกับปล่อยโฮหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าๆๆ ...พี่จะมาแกล้งอะไรพวกผมเนี่ย ผมไม่เชื่อหรอก ว่าจะมีคำสาปนั้นจริง” ผมกับไอ้ชินต่างหัวเราะชอบใจกันใหญ่ นี่มันยุคไหนกันแล้ว จะให้มาเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ ตลก
“หัวเราะไปกันเถอะพวกมึง เดี๋ยวก็รู้ว่ามันมีจริงไหม หึๆๆ” รุ่นพี่ร่างใหญ่ พูดทิ้งท้ายไว้ให้พวกผม ก่อนจะเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินออกไป
“มึงเชื่อไหมไอ้พายุ”
“ไร้สาระวะ กูไม่เชื่อคำสาปบ้าๆ นั้นหรอก” มันจะไปมีได้ไงกัน คำสาปนั้น เกิดมาผมไม่เคยได้ยิน ผมว่าไอ้รุ่นพี่นั้นมันต้องหลอกให้พวกผมกลัวไปเท่านั้นแหละ
ใต้ตึกหอในชาย
เสียงผู้ชายในหอชายต่างครื้นเครงกันอย่างมาก เวลานี้ต่างพากันพูดคุยเรื่องจับเลขห้องที่ตนจะได้เข้าพักตลอดเวลา 4ปีเต็ม ซึ่งบางคน คงอยู่แค่ปีเดียว แต่สำหรับผม ได้ทำเรื่องขออยู่หอในไว้จนเรียนจบ เพราะจะได้ไม่ต้องออกไปเช่าห้องพักราคาแพงข้างนอก
“523 523” เสียงผู้ชายพากันพูดตะโกน ห้อง 523 กันยกใหญ่ ซึ่งผมก็แปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย ว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากได้ห้องนี้กันเลยสักคน สงสัยต้องไปได้ยินคำสาปบ้าๆ นั้นมาแน่ๆ
“น้องพายุ เชิญมาจับฉลากครับ” เสียงรุ่นพี่ประธาน เอ่ยชื่อผม ให้ไปจับฉลากเลขห้อง
“ไม่เอาห้อง 523 นะโว้ย” ยังไม่ทันที่ผมจะลุกยืน ไอ้ชินรีบพูดขึ้นทันควัน
“เออรู้แล้วน่า”
ผมลุกขึ้นเดินไปหน้าแถวเพื่อไปจับฉลาก ภาวนาขอให้อย่าอยู่ห้อง523เลย ห้องมันมีตั้ง 50 กว่าห้อง จับได้ห้อง 523 ไม่มีทางเป็นได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้กลัวหรอกนะว่าจะได้ห้องนี้ไหม แต่ไอ้ชินนี่สิดันเริ่มกลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้ว
ผมล้วงมือเข้าไปหยิบฉลากในกล่องกระดาษใบเล็ก คว้านหาอยู่นานคิดว่าจะจับกระดาษใบไหนขึ้นมาดี
“น้องครับ จะคว้านหาอีกนานไหมครับ คนอื่นเข้ารอต่อแถวอยู่”
“อุ๊ย โทษทีครับพี่” งั้นเอาใบนี้แหละกัน ผมหยิบฉลากขึ้นมา พร้อมกับยื่นส่งไปให้พี่เขาแกะประกาศ
“523 523” เสียงเชียร์นั้น ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ผมจ้องมองไปยังกระดาษใบนั้นอย่างไม่ลดสายตา พร้อมยืนตัวเกร็งไปทั้งตัว ลุ้นว่าตัวเองได้อยู่ห้องไหน
“ห้อง 523 ครับ ตบมือ” เชี่ย.......ห้อง523 ผมยื่นนิ่งทำอะไรไม่ถูก เสียงเฮดันลั่นไปทั่วหอในชาย ผู้คนต่างมีสีหน้าดีใจที่เห็นผมจับได้เลขห้องนี้ขึ้นมา
“เชิญเข้าไปนั่งได้ครับ”
“ครับๆ "ผมเดินกลับไปนั่งที่เดิม สภาพของไอ้ชินตอนนี้ช็อกจนสลบไปแล้ว เมื่อรู้ว่าผมจับได้ห้อง 523
“ยินดีด้วยนะมึง” เพื่อนชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม พูดแสดงความยินดีออกมา
“อืม” ห้องมีตั้งหลายห้อง ทำไมดันเสือกจับได้ห้องนี้ด้วยวะ จากตอนแรกที่ไม่กลัว ตอนนี้รู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาแล้วสิ โอ๊ยยยไอ้พายุวันแรกโดนซะแล้ว
ห้อง 523
ผมพยุงร่างของไอ้ชินที่มีสภาพช็อกพูดไม่รู้เรื่อง พาเดินขึ้นมายังหน้าห้อง523 ทันใดที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไปผมรีบวางร่างไอ้ชินมันลง ไปที่นอนทันที ห้องนี้มี2เตียง ด้านขวาเป็นตู้กับโต๊ะเขียน ส่วนห้องน้ำอยู่ถัดไปจากที่นอน ผมยืนมองสำรวจห้องซึ่งไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากนั้นมุ่งหน้าเดินไปยังระเบียงเพื่อไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก พร้อมกับบิดขี้เกียจไปมาเล็กน้อย ได้ออกมาใช้ชีวิตอิสระแบบนี้สักที
พลางยื่นคิดถึงคำสาปบ้านั้น มันจะเป็นจริงได้กันไง ห้องนี้ก็ดูปกติธรรมดา ไม่ต่างอะไรจากห้องอื่น แค่มีเลขห้องที่เขาต่างพากันกลัวเท่านั้น ยังไงผมก็คงยังไม่เชื่ออยู่ดีว่ามันคือเรื่องจริง มันเป็นแค่เพียงนิทานหลอกเด็กเท่านั้นแหละน่า
เวลาผ่านไป 3 ปี
ตลอดเวลา 3 ปีที่ผมเรียนอยู่ที่นี่ มันช่างราบรื่นไปเสียทุกอย่าง ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องรัก ตอนนี้ผมมีแฟนซึ่งคบมาได้ 2 ปีเต็มๆ เธอเป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง ตลอดเวลามาผมและแฟนเรารักกันมาก ไม่มีวี่แววว่าจะเลิกกัน นี่ก็ผ่านมา 3ปีแล้ว ชีวิตผมไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ใครเขาต่างพูดถึงกันแม้แต่น้อย
“ไหนวะไอ้ชิน คำสาปที่เขาว่ากัน กูไม่เห็นเป็นไรเลย”
“ปี4 มึงก็รู้เองแหละ “มันยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมส่งมาให้ผม ซึ่งผมก็ไม่ใส่ใจอะไรปล่อยให้มันพูดไป คำสาปนั้นมันมีจริงซะที่ไหนละ หึๆๆ
แต่นั้นมันคือความคิด 3 ปีแรกไง พอขึ้นปี4 เท่านั้นแหละ ความหายนะมันได้เกิดขึ้นกับผมแล้วจริงๆๆ
“เราเลิกกันเถอะ.....พายุ”
“..........”
“ไม่....เรา ไม่เลิก”
“ขอโทษด้วยนะ เรามีคนใหม่แล้ว”
“ม่ายยยยย...นะ อย่าไป”
…………………………………………………………………………
เอะอะก็ว่ารัก เอะอะก็คิดถึง
แต่เธอไม่เคยซึ้งไม่เคยเข้าใจ
ไม่เคยจะไม่รู้ ไม่เคยจะไม่เห็น
ไม่ห่วงเลยว่าใครจะเป็นจะตาย... (เสียงเพลงยาพิษ)
ใครมันมาเปิดเพลงตอนนี้วะ คนยิ่งเสียใจอยู่ ผมสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากความฝัน อันแสนเจ็บปวดรอยคราบน้ำตายังคงไหลอยู่อาบแก้ม เสียงเพลงถูกเปิดต่อจากลำโพงบลูทูธดังไปทั่วห้อง พร้อมเสียงร้องอันชวนหน้าปวดหูจากไอ้ชิน
“กูทำให้มึงตื่นหรอ”
ไอ้ชินที่กำลังยืนใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวอยู่หน้ากระจกหันมามองถามผมอย่างไม่รู้ตัว ว่าเป็นคนทำให้ผมตื่นขึ้นมา
“ไม่มั่ง”
ผมถอดหายใจเฮือกใหญ่ออกมา สภาพของผมตอนนี้ดูไม่ต่างจากคนอกหัก ดวงตาคล้ำ ร่างกายซูบผอมลงไปเยอะ หัวก็ฟู น้ำก็ไม่ได้อาบมา 4 วันได้ ร่างกายอ่อนแรง แทบไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรสักอย่าง
“วันนี้มีเรียนกี่โมงกี่วะมึง”
ไอ้ชินถามผมขึ้น ในขณะที่มันกำลังยืนจัดเนกไทให้เข้าที่เข้าทางอยู่หน้ากระจก ผมนั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก
“10 โมงวะ”
พอผมพูดเสร็จก็โน้มตัวลงนอนต่อ ด้วยความเพลียไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน ผมเอาแต่คิดถึงแฟนเก่า ทั้งๆ ที่เธอก็ไปคบกับคนอื่นแล้ว เยื่อใยของ2คน มันขาดจนไม่เหลือสิ้นดี
“10โมง หรอวะ สบายแหละมึง”
“ทำไมวะ” ผมเปิดผ้าห่มขึ้นมาถามมัน
“นี่ ก็10โมง แล้วไง” มันโยนนาฬิกาข้อมือส่งมาให้ผมดู ผมรีบลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ก่อนจะหยิบนาฬิกาข้อมือสีดำเรือนโปรดของผมขึ้นมาดู อย่างร้อนใจ
“10โมง สายแล้วกู”
สิ้นเสียงนั้น ร่างกายของผมกระโดดลงมาจากที่นอนโดยอัตโนมัติ คาบนี้เป็นวิชา ที่อาจารย์ดุมากที่สุดในคณะที่ผมเรียนอยู่ ซึ่งผมเคยไปสายมาแล้ว 3ครั้ง วันนี้ถ้าผมไปสายอีกมีหวังได้ F วิชานี้แน่ๆ ผมหยิบเสื้อนักศึกษา พร้อมกับสวมกางเกงสวมอย่างเร่งรีบ น้ำไม่อาบมันแล้วโว้ยไปสภาพแบบนี้แหละ มีกลิ่นตัวนิดหน่อยคงไม่เป็นไร
“กูไปแหละ”
ผมคว้ามือไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้น ก่อนวิ่งออกมาจากห้องด้วยความเร็วแสง วิ่งลงไปข้างล่าง แล้วมุ่งหน้าไปยังตึกคณะวิทยาศาสตร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ผมเอาแต่คิดว่าจะไปยังไงให้ทันอาจารย์ก่อนเข้าสอนดี
คณะวิทย์ศาสตร์
ตุ๊บ!! ร่างของผมชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง มันทำให้ชายคนที่ถูกผมชนล้มลงไปกองกับพื้น ซวยแล้วไอ้พายุเอ่ย ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ด้วย เอาไงดีวะ นี่มันก็สายมากแล้ว
“เอาไว้ เราจะมาขอโทษนายทีหลังนะ”
พอผมพูดประโยคนั้นจบ ก็รีบวิ่งขึ้นไปคณะทันที โดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อยว่าคนที่ผมชนมีหน้าตาเป็นเช่นไร เพราะตอนที่ผมชนไปนั้นชายคนดังกล่าว ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมแม้แต่น้อย
แต่ก่อนวิ่งมา ผมจำได้คร่าวๆ ว่า เขาสวมใส่นาฬิกาข้อมือไว้ข้างซ้าย ใส่เสื้อช็อปสีดำ ซึ่งน่าจะเรียนคณะนิตินั้นเอง เอาไว้ไปถามไอ้ชินว่าเป็นใคร แล้วไปขอโทษทีหลังละกัน
“มาเช็คชื่อกันเลยนะคะนักศึกษา” อาจารย์สาววัยกลางคน สวมแว่นตาหนาตึบ นั่งเรียกชื่อนักศึกษาตามรายชื่อ
“นาย กรวิชญ์” เธอมองไปยังเบี่ยงหน้า พร้อมกับใช่สายตาสอดส่องไปยังนักศึกษา
“ไม่มานะ”
“มาครับอาจารย์ เฮ้อๆ .....”
ผมตะโกนดังไปทั่วห้อง พร้อมกับยกมือขึ้น มืออีกข้างจับที่หน้าประตูไว้ เพื่อกั้นไม่ให้ร่างที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยล้าล้มลงไปกับพื้น
สายตาของคนภายในห้องจับจ้องมองมาทางผมอย่างกับผมเป็นตัวประหลาดอย่างไงอย่างงั้น เกิดมาไม่เคยเห็นคนมาเรียนสายหรอวะ จ้องกันซะ
“นายอีกแล้วนะ นายกรวิชญ์ ทำไมชอบมาสายคาบฉันจัง” สายตาแรงอาฆาตของอาจารย์ จ้องมองมาทางผม จากที่เหนื่อยๆอยู่ กลายเป็นมีแรงขึ้นมามหาศาลซะอย่างงั้น
“มันไม่ได้มาสาย คาบอาจารย์คนเดียวนะครับ คาบอื่นมันก็มาสาย 555++”
คนในห้องต่างพากันหัวเราะชอบใจผมใหญ่ ไอ้ผู้ชายปากเสียนั้น มันชื่อว่าคือไอ้ภาคย์..เพื่อนสนิทที่สุดของผมในคณะนั้นเอง มันเป็นคนกวนตีน ปากหมา ชอบแกล้งผมให้อายอยู่บ่อยๆ
“ช่างเถอะ เข้ามาได้”
“ขอบคุณครับอาจารย์” ผมก้มลงเดินผ่านอาจารย์ไป ก่อนจะเดินมานั่งข้างไอ้เพื่อนตัวดีของผม
“จำไว้นะมึง อย่าให้ถึงทีกูบ้าง” ผมชักสีหน้าไม่พอใจใส่มัน ก่อนจะหยิบหนังสือเรียนจากกระเป๋าขึ้นมา
“ก็มันจริงนิวะ ปกติกูไม่เคยมึงมาสาย แต่พอขึ้นปี4 มาเท่านั้นแหละ มาสายเกือบทุกวัน”
มันก็จริงอย่างที่ไอ้ภาคย์มันมาว่านะ ทำไมเดี๋ยวนี้ ผมทำอะไรไม่ขึ้นเลย เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับผมอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดพึ่งโดยแฟนบอกเลิกมาสดๆ ซึ่งยังไม่หายดี
“ไม่รู้วะ ช่วงนี้กูไม่เป็นตัวเองเลย” ผมนั่งหน้าเครียด อยู่บนโต๊ะเรียน
“เออ ว่าแต่มึงได้ข่าวปะ คำสาปหอในชายห้อง523” พอไอ้ภาคย์พูดเรื่องห้องที่ผมอยู่ขึ้นมา มันทำให้ผมฉุกคิดเรื่องบางอย่างออกมาได้ทันที
“ทำไมวะ”
ผมไม่เคยบอกเรื่องห้องให้ไอ้ภาคย์มันรู้สักครั้ง ว่าผมได้อยู่ห้องนี้ เพราะไม่อยากให้มันเอาเรื่องคำสาปนั้นมาพูด ทำให้ผมฟุ้งซ่าน
“ก็เรื่องที่ใครเข้าไปอยู่นั้นไง จะต้องหาแฟนเป็นผู้ชายไม่งั้นจะเรียนไม่จบ”
“มึงเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยหรอวะ”
“ตอนแรกกูก็ไม่เชื่อหรอก แต่มีรุ่นพี่หลายปีก่อนเคยอยู่ห้องนั้นใช่ปะ ตอนแรกไม่เชื่อ หาว่างมงาย พอใกล้ๆ จะจบเท่านั้นแหละ ชีวิตแม่งไม่มีความสุข โปรเจคก็ไม่ผ่าน พอยอมทำตามคำสาปนั้น กลายเป็นจบทันเพื่อน แล้วได้แฟนเป็นผู้ชาย จนตอนนี้แต่งงานกันละ” สิ้นประโยคนั้น มันทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี แต่ประจวบเหมาะไอ้ภาคย์มันไม่ใช่คนโกหก แสดงว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริงสินะ
“ว่าแต่มึงพักอยู่ห้องไหนวะ”
“เอ่อ.......ห้อง 524วะ” ถ้าขืนมันรู้ว่าผมอยู่ห้อง 523 ละก็มันได้หัวเราะผมใหญ่แน่ๆ
“รอดตัวไปนะมึง ใครได้อยู่ห้อง 523 มีแต่ซวย ซวย แล้วก็ซวยชิบ แต่ดีแล้วแหละที่มึงไม่ได้อยู่ห้องนั้น”
มันตบไหล่ผมเบาๆ หึ.. ใช่มันซวยจริงๆ นั่นแหละ โอ๊ยย ทำไมผมต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วยนะ ผมได้แต่นั่งกลุ้มใจ ไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ถ้าผมไม่ทำตามคำสาปนั้น จะเป็นยังไงต่อ ทำไมโชคชะตาได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้ ฮื่อๆๆ
2
เป้าหมาย.....
เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง
“ไว้เจอกันคาบหน้านะคะ นักศึกษา” พออาจารย์แกเดินออกไปจากห้อง ผมก็เตรียมตัวไปหาไอ้ชินที่อยู่คณะนิติทันที
“ไว้เจอกันนะมึง” ผมโบกมือลาไอ้ภาคย์ ด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะวิ่งลงบันไดไป
คณะนิติศาสตร์
ผมวิ่งมาหยุดอยู่ หน้าตึกคณะนิติศาสตร์ ใจจริงผมก็ไม่อยากจะเชื่อคำสาปบ้าๆ นั้นหรอก แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันมีแต่เรื่องซวยๆ เกิดขึ้นกับผมอยู่ตลอด
ผมเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้เอง เอาวะ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ ตัวผมก็โสดอยู่แล้ว จะลองไปจีบผู้ชายสักครั้งในชีวิตจะเป็นไร น่าตื่นเต้นดีออก นี่เป็นเพียงประโยคปลอบใจของผมที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาเพียงเท่านั้น
ผมสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะเดินเข้าไปหาไอ้ชิน เพื่อนตัวดีของผม เพื่อให้มันช่วยหาผู้ชายมาให้ผมจีบสักคน
“ไอ้พายุทางนี้”
เสียงเรียกของมันทำให้ผมต้องหันไป ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือ ไอ้ชินมันกำลังนั่งคุยกับสาวสวย ผมลอนสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งดูแล้วน่ารักอยู่ไม่ใช่น้อยอยู่คนหนึ่ง ดูท่าแล้วจะสนิทสนมกันมาก ผมเดินตรงไปหามัน วางกระเป๋าสะพายลง ก่อนจะนั่งลงไป
“งั้นเราไปก่อนนะ” หญิงสาวสวยลุกขึ้น ออกจากโต๊ะพวกผมไป
“ใครวะ” ความเสือกของผมผุดขึ้นมาทันควัน
“น้ำชา เพื่อนกูเอง”
“ไม่คิดว่ามึงจะมีเพื่อนสวยแบบนี้” แววตาตอนนี้ของผมเปล่งเป็นประกายเลยทีเดียว
“น้อยๆ หน่อยมึง เขามีแฟนแล้ว” พอมันพูดว่ามีแฟนเท่านั้นแหละ หน้าผมถอดสีทันที
“เสียดายวะ”
“ถึงเขาไม่มีมึงก็จีบไม่ได้ปะ มึงโดนคำสาปอยู่นิ”
“แล้วมึงละไม่โดนเหมือนกูหรอวะ” ผมรู้สึกแปลกใจขึ้นมา ที่จู่ๆ ไอ้ชินทำไมมันไม่มีเรื่องซวยๆ แบบผม
“เห็นเขาบอกมาว่า คนที่เปิดประตูห้องคนแรกจะเป็นคนโดนวะ”
“ฮะ!!! มีงี้ด้วยหรอวะ” คำสาปบ้าอะไรเนี่ย คนแรกที่เปิดประตูเป็นคนโดน
“เออดิวะ เดี๋ยวกูจะเล่าคำสาปที่ไปฟังมาจากรุ่นพี่ที่ออกไปให้ฟัง” ดูยังไงผมว่าไอ้ชินมันมีพิรุธอยู่ดี มันต้องมีอะไรไม่บอกผมอยู่อีกแน่ๆ
“เออๆๆ ว่าแต่คำสาปนั้น มันเกิดขึ้นได้ยังไงวะ”
“คำสาปนั้น เกิดขึ้น มาได้ 5 ปีแล้ว คนแรกคือ คู่พี่น้ำอุ่นกับพี่ชายแดน คู่ที่2ก็คือ พี่ต้นเล็กกับพี่ต่อ และคู่สุดท้าย พี่ต้นใหญ่กับพี่เต้ เป็นคนทำตำนานคู่รักห้องนี้ขึ้นมา มันเกิดขึ้นจากที่พวกเขาทั้ง3 คน มีแฟนเป็นผู้ชายทั้งหมด จึงทำให้ข่าวลือเรื่องคำสาปนั้น แพร่หลายกันมา ตอนแรกกูไม่เชื่อหรอก แต่มันเจอกับคนหลายคนแล้วไง กูถึงเชื่อ ว่ามันมีอยู่จริงๆ ถ้าใครก้าวเท้าเข้ามาอยู่ห้อง 523 แล้วละก็ ต้องหาแฟนเป็นผู้ชายเท่านั้น ตาม พี่3คนนั้นไป เพื่อความรักของเพศที่3 จะยังคงอยู่ตลอดไป”
“จริงดิวะ” ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ ว่าทำไมต้องมีคำสาปนั้นขึ้นมาด้วย
“อืม”
“แล้วทำไมต้องคณะนิติด้วยวะ” ผมถามมันกลับไปด้วยความอยากรู้
“ก็พี่ทั้ง3 คน เรียนคณะนิติไง แต่พี่ต้นใหญ่ไม่ได้เรียนหรอกนะ แต่แฟนพี่เขาเรียนคณะนิติ ก็เลยมีข้อกำจัดเรื่องคำสาปแบบนี้ไง”
“อ่อ แบบนี้เอง” ผมพยักหน้า ตอบรับเบาๆ
“แล้วกูจะไปหาใครมาเป็นแฟนกูละ”
“กูไง”
ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวานๆ ไอ้ชิน แววตาของมันเปล่งประกายขึ้นมา เป็นเพื่อนกับมันมาตั้งหลายปี พึ่งเห็นมันหล่อก็วันนี้แหละ
“ไอ้บ้า กูไม่เอา เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด”
“555++กูพูดเล่นน่า กูมีอยู่คนหนึ่งแล้ว”
“ใครวะ” มันยิ้มกลับมาอย่างมีเลศนัย
ยังไม่ทันไร ผมก็ถูกไอ้ชินมันลากขึ้นมาบนตึกหยุดหน้าห้องหนึ่ง ที่ยังมีนักศึกษานั่งอยู่ในคลาสเรียนเป็นจำนวนมาก เสียงหญิงสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผมชะเง้อมองอยู่ข้างหน้าประตูกวาดสายตามองเข้าไปในห้อง
“ไหนวะ คนที่มึงจะให้กูจีบ”
“ผู้ชายที่นั่งตรงกลางวงผู้หญิงนั้นไง”
ผมมองตามนิ้วชี้มันไป ผู้ชายเพียงคนเดียวถูกผู้หญิงสวยๆ ห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก ออร่าความหล่อของมันกระแทกเข้าตาผมอย่างจัง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ผมดำเข้ม ปากเรียวเป็นกระจับสีชมพู ใบหน้าดูดี หล่ออย่างกับนายแบบ นั่งพูดคุยกับหญิงสาวอย่างเป็นมิตร แต่ทำไมผมรู้สึกคุ้นๆ หน้าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันจัง เหมือนเคยพบเจอที่ไหนสักแห่ง
“มันชื่อว่าไอ้ไผ่ เรียนคณะนิติ เป็นเดือนคณะกู นิสัยของมันเป็นคนพูดจาดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีน้ำใจ และมันมีฉายาว่า ดวงตาสยบทุกท่วงท่า”
“สยบทุกท่วงท่า”
“หมายถึงว่า เวลาที่ผู้หญิงคนไหนได้เห็นดวงตาหรือสายตาอันเร่าร้อนของมันเข้าจังๆ จะยอมพลีตัวให้มันเลยทีเดียว”
“แบบนี้ มันก็เจ้าชู้สิวะ” ผมรู้สึกถอดใจขึ้นมาทันที ไอ้ชิน มันคิดได้ไงหาคนแบบนี้มาให้ผมกัน แต่เอ๊ะ!! ไอ้ไผ่งั้นหรอ
“ไอ้ไผ่.....ใช่คนที่เคยเรียนห้องเดียวกับกูตอน ม.6ปะ” ภาพเก่าๆ ในสมัย ม.ปลายมันได้หวนกลับมาในความทรงจำผมอีกครั้ง
“ใช่มันนั่นแหละ”
“เชี่ยย....มึงก็รู้นิว่ากูเกลียดขี้หน้ามัน แล้วยังจะให้กูมาจีบมันอีกหรอวะ” ผมพูดต่อว่ามันกลับไป อารมณ์จากที่เครียดๆ อยู่ ยิ่งเพิ่มทวีคูณมาเป็นหลายเท่า
“ถ้ามึงจะเกลียดมันเรื่อง คนที่มึงชอบไปชอบมันเนี่ยนะ ไร้เหตุผลสิ้นดี” ดูมันพูดแทงใจดำผมอีก
“ไอ้ชินทำไมมึงพูดแบบนี้วะ”
“หรือไม่จริง มึงไม่เคยบอกเขาว่าชอบเลยด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่างไอ้ไผ่มันก็อยู่เฉยๆ ของมัน กูไม่เห็นมันจะชอบคนที่มึงชอบกับเลย” พอผมลองมาคิดๆ ดูแล้ว สิ่งที่ไอ้ชินมันพูดดูมีเหตุผลขึ้นมาทันทีทันใด
“ไม่รู้วะ ยังไงกูก็ไม่จีบมันอยู่ดี” ผมยังคงยืนยันคำเดิม จะให้ไปจีบไอ้ไผ่เนี่ยนะ ฝันไปเถอะ ผมไม่ทำเด็ดขาด
“ไอ้พายุ ถ้ามึงไม่จีบมัน ก็ไม่เหลือใครแล้ว มึงอยากเรียนไม่จบหรอวะ แม่มึงเขาคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่มึงเรียนไม่จบ เขาหวังกับมึงมากนะโว๊ย” คำพูดของไอ้ชิน มันช่างฟังแล้วเจ็บปวดเหลือเกิน ในเมื่อมันเอาแม่ผมมาพูดขนาดนี้แล้ว ผมคงต้องทำสินะ
“เออๆ กูจะลองจีบมันดู แต่ถ้ามันไม่เล่นด้วย อย่ามาว่ากูละกัน”
“ดีมากเพื่อน” ผมอยากจะเอาความหวังดีของไอ้ชิน ไปโยนทิ้งน้ำเสียจริงๆ
“มันเดินออกห้องมาละ มึงไปขอจีบมันเลย” ไอ้ชินผลักร่างผมให้เดินเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ไผ่
ออร่าความหล่อของไอ้ไผ่ เปล่งประกายซะมัด ตอนผมม.6 ผมว่ามันดูดีแล้วนะ พอขึ้นมหาลัยมันดูหล่อกว่าเดิมอีกหลายเท่า แค่เพียงผมได้เห็นแผ่นหลังของมันเท่านั้นก็รู้แล้วว่ามันหล่อมากถึงขนาดไหน
“นายเดี๋ยวก่อนสิ”
ผมเอ่ยขึ้น ก่อนที่คนตรงหน้า จะหันหลังกลับมาส่งยิ้มอ่อนๆ มาทางผม ผมประชันหน้ากับไอ้ไผ่ อย่างระยะประชิด เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมา 5 เดือน แล้วห่างหายไป 3ปีเต็มได้กับพบเจอกันอีกครั้ง ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันจะจำผมได้ไหม แต่ที่แน่ๆ ผมยังคงจำมันได้ดี
“มีไรหรอก”
“กูขอจีบมึงได้ป้ะ มาเป็นแฟนกัน” ด้วยความที่ผมพูดก่อนคิด มันจะออกมามีลักษณะแบบนี้ ทำให้ไอ้ไผ่ หน้าถอดสีเลยทันที
“มึงบ้าหรือเปล่าไอ้พายุ พูดตรงไป” ไอ้ชินเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาต่อว่าผม
“กูคิดคำไม่ออกนิวะ” ผมยืนเถียงกับมันไป
“ไม่ดีกว่า” ไผ่ตอบปฏิเสธกลับมา
“ทำไมวะ”
“ไอ้ไผ่ เพื่อนกูนิสัยดีนะโว้ย มึงช่วยลองคุยกับมันหน่อยได้ไหมวะ” ไอ้ชินช่วยพูดอีกแรง
“ถ้างั้นก็ให้เพื่อนมึงทำให้กูรักมันให้ได้สิ ไปก่อนนะ พายุ...” มันได้พูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปจากพวกผม
นี่มันเรียกชื่อเล่นผมด้วย งั้นแสดงว่ามันก็จำได้สิ ว่าผมเคยทำอะไรกับมันไว้มาก่อน
“มันจำมึงได้ด้วยวะ”
“อืมใช่” ซวยแล้ว ตอนม.6 ผมนึกขึ้นมาได้ว่าผมชอบแกล้งมัน ทั้งเอา หนังสือไปซ่อน ขโมยปากกาของมันมาทิ้งถังขยะ แล้ววีรกรรมต่างๆ นานา แสบอยู่ไม่น้อย ซึ่งไอ้ชินมันไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกผม2คนมาก่อน เพราะผมกับมันอยู่คนละห้องกัน
หึ...รู้สึกโลกมันแคบขึ้นมาทันทีทันใด เวรกรรมที่ผมแกล้งมันตอน ม.6 มันได้ย้อนกลับมาหาผมแล้วสินะ เวลานี้ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้าอยากจะเรียนจบไปพร้อมกับเพื่อนๆ คงต้องจีบไอ้ไผ่มันให้ได้
ห้อง 523
ผมนั่งครุ่นคิดอยู่บนที่นอน อยากรู้จัง เวลาผู้ชายจีบผู้ชายด้วยกัน มันต้องทำแบบไหนกัน ถึงจะได้ไม่ดูน่าเกลียด แล้วคนที่ตามจีบอยู่ไม่กลัวเรา
เวลานี้ผมแทบเอาตีนขึ้นมานอนก่ายหน้าผาก รู้สึกกลุ้มใจ สับสน ต้องทำยังไงให้ไอ้ไผ่มันยอมมาเป็นแฟนผมสักที นี่ก็เหลืออีกไม่กี่เดือน ที่ผมต้องเรียนจบ ถ้าไม่ได้จบตามเพื่อนๆ ไป มีหวัง แม่ฆ่าผมตายแน่ๆ ท่านหวังไว้กับผมมาก เพราะผมเป็นลูกชายคนเดียวของเขา
ทำไมโชคชะตาถึงได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้ ชีวิตผมต้องมาพบเจอแต่เรื่องซวยๆ เพราะคำสาปบ้านั้น มันเริ่มเห็นผลอย่างเห็นชัด ชีวิตของผม แม่งไม่ดีอะไรดีสักอย่าง โอ๊ยยยย ผมอยากจะบ้าตาย ทำไมต้องเป็นผมนะ ที่มาโดนเรื่องคำสาปบ้าบอพวกนี้
“เครียดไรวะมึง เอานี่”
ไอ้ชินที่พึ่งกลับมาจากเลิกเรียน โยนแท่งไอ้ติมมาให้ผมบนที่นอน ผมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับแกะ ไอ้ติมรสถั่วดำที่ผมชอบขึ้นมากิน มันทำให้สมองของผมเย็นขึ้นมาบ้าง
“แดก แต่ถั่วดำ อย่าบอกนะว่ามึงชอบประตูหลังอะ 555+” ดูมัน พูดออกมาสิ แปลกนักหรอไง แค่ผมชอบกินไอ้ติมถั่วดำเฉยๆ
“บ้า ก็มันอร่อย กูเลยชอบกินแค่นั้น” ผมกัดไอ้ติมเข้าปากอย่างช้าๆ เพื่อสร้างความสดชื่นในการลิ้มรสการกินไอ้ติมของผมแต่ละครั้ง
“ว่าแต่เรื่องไอ้ไผ่ มึงคิดได้ยัง ว่าจะทำไง” ไอ้ชิน พลางถามขึ้น
“หาวิธีอยู่ เฮ้อ.....” ผมถอดหายใจยาวๆ กับความเหนื่อยหน่ายชีวิตของผมในตอนนี้ จีบผู้ชายนะไม่ใช่จีบผู้หญิง
“มึงก็ลอง เอาของกินไปให้มันสิ จะได้มีเรื่องคุยกัน แล้วสนิมกันมากขึ้น” มันก็จริงอย่างที่ไอ้ชิน พูดแฮะ การจีบใครสักคนต้องแสดงความเป็นกันเอง มีน้ำใจต่อกันก่อน
“พรุ่งนี้เช้า กูจะลองทำแหละกัน”
“เออ!! แล้วอีกอย่างคิดก่อนพูดด้วยละ”
“รู้แล้วน่า” ทำไมมันชอบย้ำผมจัง แค่เป็นคนพูดตรงๆ นี่มันผิดตรงไหน
“วันนี้ กูไปนอนห้องเพื่อนนะ ว่าจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
ผมพยักหน้าเบาๆ พลางนั่งมองไอ้ชินเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ผมชินแล้วแหละ ปกติไอ้ชินมันก็ไปนอนห้องเพื่อนมันบ่อยๆ แต่ผมไม่เคยถามนะว่าห้องเพื่อนมันอยู่ที่ไหน คงจะอยู่ไกลจากที่นี้ เห็นมันเก็บเสื้อผ้าไปด้วย แต่ช่างมันเถอะ ผมเอาเวลามาหาวิธีจีบไอ้ไผ่ดีกว่า
“ไปแหละ” ไอ้ชินพูดลาผม ก่อนจะปิดประตูห้องไป
เวลา 23.30น.
ผมนั่งแก้โค้ดแอปพลิเคชัน อยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค ผมแก้มาสัก 5 รอบแล้วแหละมั่ง ยังไม่ผ่านสักที แถมอาจารย์ยังไม่ถูกใจ แอปพลิเคชันที่ผมได้สร้างขึ้นมาเสียอีก มันไม่ดีตรงไหน แอปให้คำปรึกษาเรื่องความรักเนี่ย มันพิเศษตรงที่สามารถพูดคุยกับเราได้อย่างอัจฉริยะโดยไม่ต้องพิมพ์เลยแหละ ชื่อแอปว่าทาโร่
ผมใช้เวลาทำแอปนี้มาตั้งแต่ ปี3 แล้ว จนมันสำเร็จไปได้ถึง 70% เวลาผมเหงาๆ อยู่คนเดียว มักเปิดแอปนี้คุยเป็นเพื่อนประจำ ลองใช้ดูหน่อยสิ ว่ามันจะให้คำปรึกษาความรักให้ผมได้ไหม
“ทาโร่ เรามีเรื่องจะถาม” ผมกดส่งข้อความเสียงเข้าไปในระบบ
“ถามมาสิพายุ”
“อยากจะถามว่าเวลาจีบผู้ชายทำไงหรอ”
“พายุก็ผู้ชายนิ” โอ๊ย มันไม่เข้าใจคำถามที่ผมถามไปหรอไง
“ใช่ แต่อยากรู้ไง ว่าจีบผู้ชายด้วยกันทำไง”
“อ่อ....ไม่รู้สิ พายุลองหาวิธีเองนะ” ประโยคสนทนาก็จบลงไปเพียงเท่านี้ ไอ้แอปบ้านี่ให้คำปรึกษาผมไม่ได้เลยสักอย่าง ผมนี่อยากจะลบมันทิ้งๆ ไปซะ แต่ไม่ติดว่าแอปนี้มันเป็นโปรเจคจบผมนะ หาเองก็ได้วะ
หาว....ผมเหลือบสายตามองไปยังนาฬิกาตั้งโต๊ะ เวลานี้ 00.00 พอดี ผมนั่งบิดขี้เกียจไปมา หนังตามันเริ่มจะปิดเต็มที ไว้ทำพรุ่งนี้ต่อแล้วกัน ผมปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง ก่อนจะเดินตรงมายังที่นอนอันแสนนุ่มของผม
ผมโน้มตัวลงไปเตรียมจะหลับตาลง ตึ้งๆ ตึ้งๆ (เสียงดนตรี) นี่ไม่ใช่ผับหรืองานคอนเสิร์ตแต่อย่างใด ผมเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินเสียงเพลง จากข้างห้อง ดังขึ้นไม่มีท่าทีจะลดเสียงลงแม้แต่น้อย โอ๊ยย....นี่มันอะไรกันวะ คนจะหลับจะนอน ดันมาเปิดเพลงเสียงดัง ผมที่ทนฟังไม่ไหว จึงรีบลุกออกไปจากนอกห้อง เพื่อไปเคาะประตูเรียกไอ้เจ้าของห้อง 524 ตัวดีมันออกมาให้ผมด่า
ปัง...ปัง...ปัง...ผมทุบประตูข้างห้องไปเต็มแรง เพื่อให้ไอ้คนข้างในมันได้ยิน
“โทษนะครับ ช่วยเบาเสียงเพลงหน่อย”
ผมพูดตะโกนกลับไป แต่ไม่มีท่าทีที่ไอ้เจ้าของห้อง จะเปิดออก ผมยืนทุบประตูอยู่เกือบประมาณ 10 นาทีได้ นี่ไม่ใช่หูมันบอดไปแล้วหรอไงฟ่ะ ถึงไม่ได้ยินเสียงที่ผมเรียกเนี่ย
แต่ยังไม่ทันไรเสียงเพลงนั้นได้หยุดลงไป ผมที่คิดว่าไม่มีอะไรแล้วจึงกลับไปนอนต่อ แต่ยังคงแค้นไอ้คนที่อยู่ข้างห้องอยู่ ค่อยดูเถอะ พรุ่งนี้จะด่าให้ เฮ้อ...ได้นอนสักที ตึ่งๆ ........ผมที่ยังไม่ทันจะหลับตาลงไป เสียงเพลงบ้านั้น มันได้ดังขึ้นมาอีกแล้ว โอ๊ยยยย ผมอยากจะบ้าตาย ผมรู้ถึงออกไปทุบประตูให้ตายยังไง มันก็ไม่ออกมาหรอก จึงต้องยอมทนนอนฟังเพลงนั้นมันเกือบทั้งคืน