ตอน 2

ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานเท่าใด หลิวฉูฉู่ได้แต่ฝันถึงช่วงเวลาที่เธอกำลังจมน้ำ ในตอนนั้นยังรู้สึกเหมือนมีมือของใครบางคนที่กำลังดึงขาของเธอให้จมลงไปช้า ๆ เธอหายใจไม่ออก เธอกำลังจะตายและสุดท้ายมองเห็นเพียงความมืดมิดที่น่าหวาดกลัว

หลิวฉูฉู่หวีดร้องเสียงดังก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยหยดเหงื่อเม็ดโต เธอได้ยินเสียงของผู้หญิงหลายคนดังขึ้น หลิวฉูฉู่จึงค่อยลืมตาช้า ๆ กวาดมองไปรอบ ๆ  กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าเล็กของซ้อสี่ที่กำลังร้องไห้น้ำตานองหน้าพร้อมกับปาดน้ำตาก่อนจะเอ่ยว่า

"ฟื้นแล้ว ในที่สุดก็ฟื้นแล้วท่านหมอเจ้าคะ ท่านหมอ"

ซ้อสี่ผวาเข้ามาจับมือของหลิวฉูฉู่เธอยังมึนงงเล็กน้อย ดวงตายังพร่ามัวไม่กระจ่างใสเห็นผู้ชายไว้หนวดยาวคนหนึ่งเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึงผ้าที่วางตรงข้อมือ เขาคุกเข่าอยู่ข้างเตียงแล้วเริ่มจับชีพจรของเธอท่าทางคล่องแคล่วเหมือนจริงยิ่งนัก

หลิวฉูฉู่กะพริบตาปริบ ๆ ขับไล่ฝ้าฟางให้พ้นจากดวงตากระทั่งเห็นใบหน้าอ้วนกรมและหนวดเคราของผู้ชายคนนั้นอย่างชัดเจน เธอยังงงงวยเมื่อเห็นว่าเขากำลังแต่งตัวด้วยชุดโบราณที่เธอคุ้นตาในกองถ่าย

หลิวฉูฉู่กำลังจะพูด แต่แล้วผู้ชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้น

"พระอาการดีขึ้น หลังจากนี้ให้เสวยยาตามเวลาก็ไม่มีอะไรให้กังวลแล้ว"

หลิวฉูฉู่เข้าใจโดยพลัน

นี่ฉันทำงานเหนื่อยมากจนกระทั่งเผลอหลับในระหว่างการแสดงเหรอเนี่ย เอาอีกแล้วหลิวฉูฉู่เธอคงต้องพักจริงจังแล้ว

หลิวฉูฉู่มองไปที่ซ้อสี่ เห็นว่าพี่สะใภ้ยังแต่งตัวด้วยชุดโบราณเธอจึงคิดว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พี่สะใภ้มาร่วมแสดงละครเรื่องนี้กับเธอ หรือว่าตัวเองจะเหนื่อยจนสมองทำงานผิดปกติจำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว

แล้วเรื่องที่เธอตกน้ำ เหมือนจริงขนาดนั้นคงไม่ใช่ความฝันหรอกนะ หมอหลวงตรวจเสร็จแล้วเธอยังไม่ได้ยินชัดเจนว่าพวกเขาคุยอะไรกัน

กระทั่งหลิวฉูฉู่หูแว่วได้ยินเสียงเหมือนผู้กำกับสั่งให้ 'คัท' เธอจึงถอนหายใจยาวออกมาคิดว่าถึงเวลาพักสักที คราวนี้เธอพยายามลุกขึ้นนั่งแต่กลับรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะหน้ามืดอีกครั้ง

ให้ตายเถอะ ฉากนี้อะไรกัน ทำไมฉันจำไม่ได้ และฉันนอนไปมากแค่ไหนแล้วถึงได้รู้สึกบ้านหมุนแบบนี้

ซ้อสี่ของเธอผวาเข้ามาประคองให้เธอลุกขึ้น พร้อมกับเอ่ยว่า

"ฮองเฮาเพคะ ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ"

หลิวฉูฉู่ยิ้ม กระซิบเสียงเบา เธอเป็นดาราสาวที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ไม่อาจให้ใครได้ยินว่าเธอกำลังคุยอะไรกับผู้จัดการส่วนตัว

"ยังไม่เลิกเล่นอีกผู้กำกับสั่งคัทแล้วนี่คะ นี่ซ้อสี่ฉันฝันว่าฉันตกน้ำทรมานมากจริง ๆ นี่จะบอกความลับให้ ฉันเหนื่อยมากเลยหลับไปจริง ๆ ตอนนี้ลืมแล้วว่าเราแสดงฉากไหนอยู่ ช่วยบอกฉันหน่อย"

ซ้อสี่ที่อยู่ตรงหน้าเธอทำตาโตท่าทางตกตะลึง ยังพูดด้วยท่าทางอ่อนน้อมจนเกินจริง

"ฮะ ฮองเฮาเพคะ บ่าวอาเหมียนเองเพคะ ฮองเฮาจำบ่าวได้หรือไม่เพคะ แล้วฮองเฮาไม่ได้ฝันเพคะ ฮองเฮาตกน้ำไปจริง ๆ เพคะ และฮองเฮาก็เพิ่งฟื้นขึ้นมายามนี้เพคะ"

หลิวฉูฉู่กะพริบตาถี่ ๆ มองหน้าซ้อสี่แล้วทำหน้าตึงส่งเสียงเข้มออกไป

"อาซ้ออย่าล้อฉันเล่นสิคะ ฉันไม่ตลกด้วยหรอก"

ปกติหลิวฉูฉู่เป็นคนที่มักจะอดทนเป็นอย่างมาก ด้วยอาชีพนักแสดงที่ต้องฝ่าฟันและแข่งขันกันสูง เธอจึงเป็นคนเก็บอารมณ์ร้ายของตัวเองได้เป็นอย่างดี และเคยชินที่จะแสดงออกในแง่มุมที่ดีอยู่เสมอเช่นกัน ยิ่งผู้จัดการคนนี้ที่เธอเป็นคนแนะนำให้พี่ชายและกลายมาเป็นพี่สะใภ้ หลิวฉูฉู่แทบจะไม่เคยอารมณ์เสียใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ผู้หญิงคนนี้กลับทำท่าตกใจคุกเข่าร่ำไห้ออกมา

"ฮะฮองเฮาของบ่าว ฮือ ฮือ ฮือ แย่แล้ว ศีรษะกระทบกระเทือนหรือไม่ เหตุใดท่านหมอบอกปลอดภัยแล้วอย่างไรเล่า"

หลิวฉูฉู่มองซ้อสี่เขม็ง

"ยัง ยังไม่เลิกเล่นอีก อาซ้ออย่าทำแบบนี้สิคะ"

น้ำเสียงของเธอไม่ได้อ่อนลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้คนที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงนั้นก้มหน้าติดพื้นเก็บปากเก็บคำเงียบได้ยินเพียงเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา

ซ้อสี่ของเธอกลับพูดว่า

"ท่านหมอ เร็วเข้าตรวจดูฮองเฮาอีกครา ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นอีกเหตุใดยังจำสิ่งใดไม่ได้เล่าเจ้าคะ"

ท่านหมอผู้นั้นกำลังจะออกจากตำหนัก ใบหน้าซีดเผือดไม่แน่ใจว่าตัวเองตรวจสิ่งใดพลาดไป จึงรีบวางข้าวของลง และขยับกายมาใกล้ร่างของหลิวฉูฉู่อีกครั้ง ยังไม่ทันได้ตรวจสตรีสูงวัยผู้หนึ่งพร้อมด้วยบ่าวใกล้ชิด พลันเดินอ้อมม่านบังตาเข้ามาในตำหนักอย่างเร่งร้อน เอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเครือ

"ฮองเฮา เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ในที่สุดก็ฟื้นแล้วท่านหมอหลวงเร็วเข้ารีบถวายการรักษา เร็วเข้า"

หลิวฉูฉู่ขมวดคิ้วเมื่อมองไปรอบ ๆ พร็อพจัดเต็ม ทุกอย่างล้วนเป็นของโบราณ ทุกคนแต่งตัวในชุดโบราณเต็มยศ ยังเห็นฉากที่คุ้นตาในละคร และผู้หญิงอายุมากคนนี้ยังปรี่เข้ามาจับมือของเธอ

หลิวฉูฉู่จำได้แล้ว

นี่ไม่ใช่ฉากที่เธอถ่ายทำไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว ทำไมถึงถ่ายซ้ำ ละครเรื่องนี้จบไปแล้วไม่ใช่หรือ

หลิวฉูฉู่เอาแต่คิดจึงไม่ทันได้สนใจว่าคนรอบข้างกำลังทำอะไรพูดอะไรกับตัวเธอ ในที่สุดเธอก็คิดออกอย่างรวดเร็ว

เอ๊ะ หรือมีการถ่ายซ่อม แต่เธอไม่รู้ตัว หรือว่าเธอจะเผลอนอนหลับไปในระหว่างแสดง ตื่นขึ้นมาก็เลยมึนงง แย่แล้ว ซ้อสี่คงร่วมแสดงด้วย คนอุตส่าห์ส่งบทมาแล้วแต่ฉูฉู่ เธอเกือบจะทำเสียเรื่องแล้ว ดีที่ผู้กำกับไม่สั่งคัทให้ขายหน้าอีก ฉันคือมือหนึ่งเทคเดียวผ่าน ฉันต้องตั้งสติแล้ว!

เมื่อคิดได้แบบนี้ หลิวฉูฉู่ผู้เก่งกาจพยายามนึกถึงบทนี้ที่เคยแสดงมาแล้ว พร้อมกับกระแอมเบา ๆ แน่นอนว่าเธอไม่คุ้นหน้าผู้หญิงที่กำลังจับมือของเธอในตอนนี้ แต่บทบาทนี้คือแม่ของเธอแน่นอน สงสัยมีการเปลี่ยนตัวแสดงแทนเช่นกัน

ด้วยความเป็นมืออาชีพ หลิวฉูฉู่จึงตั้งใจแสดงในบทของตัวเองอย่างดี

หลิวฉูฉู่คิดทบทวนและจำบทได้แล้ว บทในตอนนี้ไม่ยาก เพียงแต่นอนนิ่ง ๆ ในขณะที่ปล่อยให้หมอหลวงตรวจร่างกาย จนเสร็จหลังจากนั้นให้พูดประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยสุดชีวิต

"ลูกไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ เพียงแต่การตกน้ำครานี้มีคนร้ายลอบทำร้าย ท่านแม่ต้องแจ้งให้ท่านพ่อทราบและต้องช่วยสืบหาตัวคนร้ายให้ลูกนะเจ้าคะ"

แน่นอนว่าหลิวฉูฉู่ย่อมทำได้อย่างแนบเนียน เธอคือเบอร์หนึ่งของประเทศแค่ถ่ายซ่อมแค่นี้ย่อมผ่านได้สบาย เพียงแต่ว่าหลังจากเสร็จงานต้องไปเช็กสมองสักหน่อย ว่าทำไมเธอถึงได้บ้าบอจำอะไรไม่ได้ขนาดนี้

ในตอนนี้นี่เอง ผู้หญิงที่สวมบทบาทเป็นแม่ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น

"แม่ต้องให้ท่านพ่อจัดการเป็นแน่ ผู้ใดบังอาจคิดทำร้ายฮองเฮา กระทั่งเรื่องนี้ไทเฮาก็มิได้ปล่อยวางเช่นกัน ฝ่าบาทจะกลับมาจากราชกิจในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว ท่านพ่อของพระองค์คงนำความเข้ากราบทูลทันที คนที่คิดทำร้ายฮองเฮาโทษเดียวคือประหารชีวิตเท่านั้น"

อารมณ์ของคนแสดงเป็นแม่คนนี้เก่งกาจมาก ส่งความแค้นออกมาให้เธอได้เต็ม ๆ

หลิวฉูฉู่หันหน้าไปยังทิศทางที่เธอคิดว่าจะมีกล้องจับอยู่ แอบลอบยิ้มอย่างสะใจ บทในตอนนี้คือในใจต้องคิดว่า เรื่องที่ตัวเองตกน้ำ คือสิ่งที่หลิวฉูฉู่คิดขึ้นมาเพื่อเป็นแผนการใส่ร้ายเฉียนกุ้ยเฟย นางคนนั้นต้องได้รับผ้าแพรขาวพระราชทาน สุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ

เอาล่ะเมื่อได้มุมกล้องแล้ว หลิวฉูฉู่จึงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ตามบทบาทเป๊ะปังเวอร์มากแม่ตามที่เธอคิด

หลังจากนี้หมอหลวงรายงานว่านางปลอดภัยดีแล้วหลังจากสลบไปถึงสามวันสามคืน ต่อไปเพียงแต่ให้ระวังอย่าได้ให้สัมผัสน้ำเย็นอีก เพราะร่างกายตอนนี้เต็มไปด้วยไอเย็นอาจมีผลถึงปอดและทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังและล้มป่วยลงมาอีกได้ ส่วนเรื่องความทรงจำที่หายไปอาจเกิดขึ้นได้ ทั้งยังอาจเกิดความสับสน ทว่าไม่นานก็จะหายเป็นปกติ

หลิวฉูฉู่ยังท่องบทของท่านหมอคนนี้เอาไว้ในใจ หลังจากฉากนี้องค์ชายน้อยจะเข้ามาเพื่อแสดงความห่วงใยพร้อมกับแม่นมของเขา

ในบทบาทฮองเฮาหลิวนี้ต่อหน้าคนอื่น หลิวฉูฉู่ต้องแสดงว่าเป็นแม่ที่แสนดีขององค์ชายน้อยคนนี้ แม้ว่าในใจจะคิดกำจัดไม่ให้เขาขึ้นเป็นองค์รัชทายาทในอนาคตก็ตาม

แน่นอนว่าบทไปตามนั้น หลังจากหมอหลวงออกไปแล้ว ตัวเอกอย่างองค์ชายน้อยก็ขอเข้าเฝ้า หลิวฉูฉู่จึงถูกแม่ในบทของเธอประคองให้ลุกนั่งก่อนจะเอ่ยว่า

"ฮองเฮายังไม่หายดี ให้องค์ชายน้อยกลับไปก่อนดีหรือไม่"

หลิวฉูฉู่ใบหน้าซีดเซียวแต่ยังงดงามจนบุปผาม้วนอาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงแห่งความเมตตาปรานี

"ลูกทำให้องค์ชายน้อยเป็นห่วง เราสองแม่ลูกแม้ไม่ใช่สายเลือดแต่ก็เลี้ยงดูกันมาผูกพันลึกซึ้งยิ่งนัก ท่านแม่ให้องค์ชายเข้ามาเถิดเจ้าค่ะ"

มารดาของหลิวฉูฉู่พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ให้องค์ชายเข้ามาเถิด"

หลิวฉูฉู่จึงเอ่ยตามบทบาทว่า

"ท่านแม่พวกท่านก็กลับไปเสียเถิด ข้าอยากอยู่กับบุตรชายเพียงลำพัง"

"แต่ว่า"

มารดาทำท่าไม่ยอมไป หลิวฉูฉู่จึงเอ่ยว่า

"ข้ารู้สึกสบายดีจริง ๆ แล้ว ท่านแม่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ"

ในที่สุดผู้เป็นมารดาก็ยอมตัดใจ ปล่อยให้หลิวฉูฉู่อยู่กับองค์ชายน้อยเพียงลำพัง ฉากนี้นางต้องปลอบขวัญองค์ชายน้อยผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรชายของนางด้วยน้ำเสียงเมตตาปรานีเมื่ออยู่ต่อหน้าบ่าวไพร่นางกำนัล

เด็กน้อยอายุเจ็ดขวบนามโจวหลิวหยางเป็นบุตรชายคนโตของฮ่องเต้โจวจื่อเหลียงพระสวามีของหลิวฉูฉู่ สองข้างแก้มออกจะกลมเล็กน้อย ทว่าองอาจและเปิดเผยความหล่อเหลาตั้งแต่ยังเด็กเดินนำหน้าแม่นมเข้ามาอย่างอาจหาญ

องค์ชายน้อยผู้นี้เดิมเป็นลูกชายคนเดียวของอดีตฮองเฮาที่คลอดเด็กแล้วตายเพราะไร้วาสนา หลิวฉูฉู่จึงได้เลื่อนฐานะจากกุ้ยเฟยมาเป็นฮองเฮาเพราะมีไทเฮาหนุนหลังแทนในทันที

แม้จะไม่ชอบเด็กคนนี้แต่เพราะไทเฮาต้องการให้นางใกล้ชิดกัน จึงให้หลิวฉูฉู่เป็นผู้ดูแลเด็กคนนี้ประดุจมารดาผู้ให้กำเนิด หลิวฉูฉู่จงใจรับเพราะเธอไม่ชอบเด็กและยังเห็นองค์ชายน้อยเป็นเสี้ยนหนามจึงคอยคิดกำจัดให้พ้นทาง

สักวันหนึ่งฮองเฮาตัวร้ายต้องมีบุตรชายเป็นของตนเอง และมีเพียงบุตรชายของนางเท่านั้นที่จะได้ดำรงตำแห่งองค์รัชทายาท

หลิวฉูฉู่ขมวดคิ้วทันใด เมื่อเห็นหน้าเด็กที่เพิ่งเดินเข้ามาชัดเจน

กระทั่งองค์ชายน้อยก็เปลี่ยนนักแสดงเหรอ นี่มันอะไรกัน เปลี่ยนนักแสดงกันทั้งกองตั้งแต่ตอนไหนกัน จะบ้ากันไปแล้ว ที่เธอจำได้คือเรื่องนี้ปิดฉากจบที่เธอกินยาพิษตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ

แต่ความสงสัยต้องถูกเก็บเอาไว้ เมื่อเด็กน้อยเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าทำความเคารพเธออย่างอ่อนน้อม ท่าทางไม่เกรงกลัวยังคล่องแคล่วและรู้ธรรมเนียมเหมือนปฏิบัติมาตั้งแต่เกิด

เด็กคนนี้ดูดีกว่าเด็กคนเดิม ยังท่าทางองอาจสมศักดิ์ศรีองค์รัชทายาทในอนาคต หลิวฉูฉู่คิดว่าเลือกคนแสดงได้ดีกว่าเดิมมาก หลิวฉูฉู่ไล่คนออกไปหมดตามบทเหลือเพียงนางกำนัลอาเหมียนผู้รับใช้ข้างกายใกล้ชิดและองค์ชายน้อยเท่านั้น

หลิวฉูฉู่จึงกวักมือเรียกเด็กน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูคนนั้นเข้ามานั่งข้างกาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตา

"หยางเอ๋อร์มานี่มานั่งข้างแม่"

เด็กน้อยใบหน้าเฉยเมย ส่งเสียงเล็กไร้คลื่นลมออกมาว่า

"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่"

หลิวฉูฉู่ยิ้มกว้าง คราวนี้ไม่ได้ยิ้มตามบทแต่เห็นเด็กตัวเล็กพูดคำโบราณแล้วรู้สึกเอ็นดูจริง ๆ เด็กน้อยก้าวขาเล็กมั่นคง ปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างกายของนาง

"แม่ไม่สบาย เป็นเด็กดีหรือไม่"

หลิวฉูฉู่เริ่มพูดตามบทบาท ในบทตอนนี้เธอต้องไม่แตะต้องตัวของเด็กน้อยเพราะเธอเกลียดลูกเลี้ยงคนนี้มาก แต่ตอนนี้ด้วยความน่าเอ็นดูและดูรู้ความของเด็กคนนี้ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะจับมือเล็กของเขาเอาไว้ ทว่าหลิวฉูฉู่กลับหูตั้งเมื่อไม่ได้ยินในสิ่งที่ตัวเองไม่คาดคิดมาก่อน

"ข้าเห็นวันนั้นท่านตกน้ำลงไปเอง ข้าเห็นกับตาและยังมีคนของข้าที่เห็นท่าน อย่าได้คิดใส่ร้ายผู้ใดเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะทูลเสด็จพ่อตามความจริง"

หลิวฉูฉู่กะพริบตา มองหน้าเด็กคนนี้ด้วยอาการตกตะลึง ในขณะที่เด็กน้อยจ้องเธอเขม็งสายตานั้นไม่ใช่สายตาของเด็กปกติ แต่เป็นสายตาของเด็กที่เกลียดชังเธอเข้าไส้ หลิวฉูฉู่ยกมือทาบอกเด็กคนนี้แสดงเก่งมากเพียงแต่หลิวฉูฉู่กำลังเข้าใจว่า

ให้ตายเถอะ แม่เจ้า เด็กนี่ กำลังจำบทผิด หนูน้อยหนูจำบทผิดแล้วลูก!

ตอน 3

หลิวฉูฉู่กระซิบเสียงเบา

"หนูน้อย หนูต้องพูดว่า เสด็จแม่เป็นเช่นไรบ้าง ลูก พูดเร็วเข้า เร็ว"

เด็กคนนั้นกลับทำหูหนวกไม่สนใจสิ่งที่เธอบอกด้วยความหวังดี แล้วแค่นเสียงเล็กร้ายกาจออกมา

"ข้าเห็นจริง ๆ ท่านแสร้งตกน้ำลงไปหากท่านทำร้ายผู้ใดข้าจะฟ้องเสด็จพ่อ"

หลิวฉูฉู่ลุกขึ้นทันใด เอาล่ะ เด็กนี่จำบทผิด บทนี้ไม่มีแน่ ๆ สมองอัจฉริยะของเธอย่อมจำบทได้เป็นอย่างดี หลิวฉูฉู่ชี้นิ้วไปที่บังลม คิดว่ากล้องคงซ่อนอยู่ตรงนั้น และผู้กำกับรวมทั้งคนอื่นต้องอยู่ที่นั่นแน่ ๆ

"ทำไมยังไม่สั่งคัทคะ ฉันต่อบทไม่ได้นะคะ น้องชายจำบทผิดแล้ว"

อาเหมียนลุกขึ้นทันใด ก่อนจะเอ่ยทั้งน้ำตา

"ฮองเฮาเพคะ ฮองเฮา ไหนหมอหลวงบอกสบายดีแล้วไม่เป็นอันใดแล้ว เหตุใดยังเป็นเช่นนี้ พาองค์ชายออกไปก่อน แม่นมฮองเฮายังไม่หายประชวรรีบพาองค์ชายไปเร็วเข้า"

อาเหมียนรีบไปพยุงองค์ชายให้ลุกขึ้นเรียกแม่นมขององค์ชายเข้ามาแล้วรีบ ส่งร่างเล็กต่อให้แม่นมผู้นั้นทันใด ในขณะที่เด็กน้อยยกมุมปากเล็ก ๆ ขึ้นมา มองหลิวฉูฉู่ด้วยสายตาไม่ไว้เนื้อเชื่อใจทำความเคารพอย่างเย็นชาแล้วหันหลังเดินออกไป

หลิวฉูฉู่เห็นท่าทางนั้นยิ่งรู้สึกมึนงงสับสน เธอถามออกไปรัวเร็ว

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันพูดไม่มีใครได้ยินเหรอคะ ซ้อสี่เกิดอะไรขึ้น"

หลิวฉูฉู่หันมามองซ้อสี่ที่มองเธอด้วยสายตาเหมือนมองตัวประหลาด

"ฮองเฮาเพคะ สงบพระทัยก่อนเถิดเพคะ"

"สงบใจเหรอ พี่กำลังล้อฉันเล่นใช่หรือเปล่า นี่ต้องล้อกันเล่นแน่ ๆ"

หลิวฉูฉู่เข้าใจแล้ว เธอยืนขึ้นแม้ว่าจะยังเวียนหัวอยู่บ้างแต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัย ซ้อสี่เห็นเธอท่าทางโซเซจึงรีบมาพยุง

"ฮองเฮา ยังทรงประชวรอยู่นั่งลงก่อนเถิดเพคะ"

แต่ถูกหลิวฉูฉู่สลัดมือออกทันใด "พี่แกล้งฉันไม่ได้หรอก พี่ก็รู้ว่าฉันไม่รับงานประเภทนี้พี่ยังจะรับงานนี้อีก"

หลิวฉูฉู่โกรธจริง ๆ แล้ว ในที่สุดเธอตัดสินใจวิ่งมาดูหลังฉากบังลมคิดว่าต้องมีกล้องหรืออะไรซ่อนเอาไว้  แต่สิ่งที่พบทั้งหมดนั้นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น หลิวฉูฉู่มองหากล้องทุกซอกทุกมุม อาเหมียนเห็นท่าทางประหลาดของฮองเฮาก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้

หรือระหว่างที่ฮองเฮาตกน้ำนั้นมีภูตผีวิญญาณร้ายมาเข้าร่างของฮองเฮาหรอกหรือ หลิวฉูฉู่ก้ม ๆ เงย ๆ ไปจนทั่วเพื่อค้นหาว่ากล้องซ่อนอยู่ที่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็หากล้องไม่เจอสักตัว

หลิวฉูฉู่เท้าสะเอวแล้วพูดเสียงดัง

"รายการแกล้งอำกันใช่หรือเปล่า ซ่อนกล้องเก่ง คอยดูเถอะว่าฉันหลิวฉูฉู่จะจับไม่ได้"

"ฮองเฮาเพคะ ฮองเฮา"

เสียงของซ้อสี่ดังขึ้นตามหลัง เมื่อหลิวฉูฉู่วิ่งออกมานอกตำหนัก ด้านนอกนั้นเธอผ่านคนมากมายทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดชาววังโบราณแบบที่เธอคุ้นเคยในกองถ่าย แต่ว่าเธอไม่เห็นใครแต่งตัวแบบปัจจุบันสักคนเดียว และเธอเองก็ไม่เห็นกล้องแม้แต่ตัวเดียว

หลิวฉูฉู่วิ่งเหมือนคนบ้า ข้างนอกอากาศหนาวจัดในตอนที่เธอตกลงน้ำนั้นใกล้จะเข้าฤดูร้อนแล้ว ไม่มีทางที่จะมีหิมะขาวโพลนแบบนี้

นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่!

หลิวฉูฉู่ตะโกนเรียกชื่อผู้กำกับ ยังมีชื่อของใครอีกหลายคน แต่คนที่อยู่รอบกายของเธอล้วนคุกเข่าและไม่มีใครกล้าสัมผัสร่างกายของเธอ ไม่ว่าเธอจะวิ่งไปที่ไหนพวกเขาต่างขานเรียกเธอว่าฮองเฮาและคุกเข่าอย่างร้อนรน

หลิวฉูฉู่สำรวจจนทั่ว หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ไม่มีคนในกองสักคนที่เธอคุ้นหน้า นอกจากซ้อสี่ที่ดูเหมือนจะกลัวเธอจนเกินไป เธอหันมามองอาเหมียนที่คุกเข่าร่ำไห้อยู่ตรงนั้น ทั้งพยายามบอกเธอให้สงบใจ เมื่อพิจารณาดี ๆ ถึงหน้าตาจะเหมือนกันแต่ว่าท่าทางนั้นไม่ใช่ซ้อสี่แม้แต่น้อย หรือว่าคนนั้นจะไม่ใช่ซ้อสี่จริง ๆ

ในที่สุดหลิวฉูฉู่ที่วิ่งวนรอบตำหนักก็เหนื่อยหอบ ร่างกายของเธอก็เหมือนคนจมน้ำมาและเพิ่งฟื้นไข้มาจริง ๆ ในตอนนี้นั่นเองที่เธอกำลังโงนเงน ร่างกายใกล้จะล้มลงกับพื้น อาเหมียนวิ่งเข้ามาใกล้แต่ถูกเธอชี้หน้าจนอาเหมียนไม่กล้าขยับ

"พี่คือซ้อสี่ใช่หรือเปล่า ใช่หรือเปล่า อย่าโกหกฉัน อย่าเด็ดขาด"

อาเหมียนคุกเข่าลง ร่ำไห้ออกมา

"ฮองเฮา นี่อาเหมียนเองเพคะ ฮองเฮาจำบ่าวไม่ได้แล้วหรือเพคะ ฮองเฮา"

ท่าทางแบบนี้ แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซ้อสี่เป็นคนที่แสดงละครไม่เก่งที่ผ่านมาแม้จะเคยผ่านกล้องมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้พูดสักคำ แน่นอนว่าต้องไม่สามารถแสดงได้แนบเนียนแบบนี้ ยังมีผู้ชายที่อยู่ในชุดองครักษ์เหล่านี้อีก ยังมีสนมนางกำนัลมากมายที่คุกเข่าให้เธอ หลิวฉูฉู่ทึ้งผมตัวเองอย่างแรงเพื่อพิสูจน์บางสิ่งบางอย่าง

"ไอ้หยา เจ็บ เจ็บฉิบหาย นี่มันไม่ใช่ฝันแล้ว นี่ไม่ใช่ฝันแล้ว ไม่นะ!"

ร่างกายโอนเอน เธอใกล้จะวูบเพราะขาดสติลงทุกขณะ ในขณะที่เหมือนตัวเองจะหัวฟาดพื้นนั้นเอง ฉับพลันมีมือแข็งแรงของใครคนหนึ่งคว้าร่างของเธอเอาไว้ ร่างเล็กของหลิวฉูฉู่ลอยขึ้นจากพื้น เธอรู้สึกได้ถึงอกกว้างอันแข็งแกร่ง ศีรษะเล็กแนบกับอกนั้นทันใด หลิวฉูฉู่ปวดหัวราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดในขณะที่มีลำแสงบางอย่างวูบวาบขาวสลับดำพุ่งเข้าสู่สายตาของเธอ

เสียงของผู้คนรอบข้างขานขึ้นพร้อมเพรียงกัน

"ถวายบังคมฝ่าบาท"

หลิวฉูฉู่พยายามมองเขาแต่ว่าตอนนี้เธอเห็นหน้าของเขาไม่ชัดเจนนักเพราะอาการวูบทั้งปวดหัวในตอนนี้ จึงได้แต่หลับตาและปล่อยให้เขาอุ้มเธอเข้ามาในตำหนักอย่างเร่งร้อน

หลังจากดื่มยาเวลาผ่านพ้นมาราวหนึ่งก้านธูป หลิวฉูฉู่ก็รู้สึกดีขึ้น โจวจื่อเหลียงนั่งอยู่ข้างเตียงยังพินิจใบหน้างามของหลิวฉูฉู่โดยไม่เอ่ยคำใดกับนาง เขาเพิ่งกลับมาถึงพระราชวังเรื่องหลิวฉูฉู่ตกน้ำนั้นเขาได้รับรายงานแล้ว เพราะไม่ได้ห่วงใยนางจึงไม่คิดจะมาเยี่ยมเยียน ทว่าเมื่อมาถึงไทเฮากลับส่งคนสนิทมากดดันจนเขาต้องจำใจมาดูนางสักครั้ง

โจวจื่อเหลียงเป็นบุตรชายกตัญญู เพราะที่ผ่านมารู้ดีว่ามารดาทุ่มเทเพื่อเขามามากมายนักกว่าเขาจะครองราชย์ได้ในวันนี้ จึงได้แต่ตามใจไทเฮา ยอมมาดูอาการของฮองเฮาผู้ที่เขาไม่ชอบหน้าสักครั้ง

อาเหมียนรายงานอาการของหลิวฉูฉู่ไม่มีขาดตกบกพร่อง ในขณะที่หลิวฉูฉู่กำลังหลับตาแล้วฟังสิ่งที่อาเหมียนพูดไม่ให้ขาดหล่นเช่นกัน

ตอนนี้เธอคือฮองเฮาใจร้ายคนนั้นที่เธอรับบทการแสดงและเธอก็คงย้อนเวลาเข้ามาอยู่ในร่างของหลิวฉูฉู่ในยุคโบราณ

หลิวฉูฉู่ได้แต่คิดในใจ ว่าเธอย้อนเวลามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอตายไปแล้วจริง ๆ เหรอ วิญญาณถึงได้ถูกดึงและมาฟื้นในร่างนี้ แล้วเจ้าของร่างเดิมล่ะ ฮองเฮาใจร้ายคนนั้นก็ตกน้ำ ไม่ใช่ตายไปจริง ๆ แล้วเหรอ

ละครเรื่องนี้เป็นละครอิงประวัติศาสตร์พูดง่าย ๆ คือเป็นเรื่องจริงผสมแต่งขึ้นหากจะให้สัดส่วนเห็นว่าจะแต่งขึ้นประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์จู่ ๆ เธอก็มาโผล่ที่นี่ได้แต่สงสัยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่จะเหมือนในบทละครมากน้อยแค่ไหนกัน

หลิวฉูฉู่รู้ดีว่าสามีคนนี้ของเธอก็ไม่ได้รักใคร่เจ้าของร่างเดิมยังค่อนข้างเกลียดชังไม่น้อย ยังหาทางกำจัดให้พ้นจากตำแหน่งฮองเฮาและสุดท้ายยังฆ่าเจ้าของร่างเดิมด้วยมือของเขาเอง หลิวฉูฉู่เกิดขนลุกชันตอนนี้เจ้าของร่างเดิมไม่อยู่แล้วกลายเป็นเธอที่มารับเคราะห์ตายอย่างทรมานแทนใช่หรือเปล่า

คำถามนี้แน่นอนว่าไม่อาจตอบได้ รู้แค่เพียงว่าตัวเองกลัวจนหัวหด ให้ตายเถอะเธอจะทำยังไงล่ะคราวนี้

โจวจื่อเหลียงเพียงแค่ฟังนางกำนัลคนนั้นรายงานอาการ หลังจากตกน้ำแล้วทำให้ฟื้นขึ้นมาแล้วอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่งแต่หลังจากกินยาแล้วนางก็สงบลงโดยพลัน เขาเองก็ไม่ได้แสดงว่าห่วงใยอะไรนางมาก ยังคงนิ่งสงบไม่พูดจา ท่าทางเมินเฉยไม่สนใจและฟังเพียงผ่านเหมือนตอไม้ท่อนหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงนี้

สำหรับโจวจื่อเหลียงแล้วหลิวฉูฉู่คนนี้ก็แค่ผู้หญิงที่ไทเฮายัดเยียดตำแหน่งฮองเฮาให้โดยที่เขาไม่เต็มใจและหาทางปลดนางออกจากตำแหน่งทุกลมหายใจ ความห่วงใยของเขานั้นแน่นอนว่าหลิวฉูฉู่ที่แสนน่ารังเกียจคนนี้ย่อมไม่มีวาสนาได้รับเป็นอันขาด

เขามองนางผ่าน ๆ แล้วเบนสายตาไปทางอื่น คล้ายกับว่าใบหน้าของนางนั้นสามารถทำให้โทสะที่มีในใจของเขาพุ่งขึ้นสูงยิ่ง ทว่าหากนางเกิดบ้าจริง ๆ เล่า เช่นนี้เขาก็คงหาทางปลดนางได้แล้วกระมัง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED