“เหตุใดต้องรีบร้อนกันถึงเพียงนี้ด้วยนะ นายท่านคิดจะส่งตัวคุณหนูออกจากจวนภายในวันนี้เลยหรือไร”
“หากคนจากวังหลวงมาถึงเมื่อใดนายท่านต้องแสร้งแสดงความเสียใจอย่างหนักที่คุณหนูต้องกลายเป็นสตรีที่ถูกยุติการแต่งงานกลางคัน จากนั้นองค์ชายรองก็จะแสดงพระเมตตารับคุณหนูไปเป็นพระสนมเพื่อปกป้องชื่อเสียง นี่เป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว จะรอให้ข้ามวันแล้วปล่อยให้คนนินทาคุณหนูของเราว่าเป็นหญิงหม้ายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าจวนว่าที่สามีเช่นนั้นหรือ”
“แต่คุณหนูก็ไม่ได้เต็มใจไปเป็นพระสนมผู้ใดนี่นา"
“คุณหนูก็ไม่ได้อยากแต่งเข้าจวนสกุลเย่ด้วยเช่นกันมิใช่หรือ เป็นพระสนมองค์ชายรองอย่างน้อยก็มีพระชายาลี่หม่าน พี่สาวแท้ๆ ของคุณหนูดูแลอยู่ทั้งคน นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”
กู้ลี่ถิงสะลึมสะลือพยายามจับใจความเรื่องที่สตรีนามม่านลู่กับม่านอวี้พูดคุยกันอยู่นานสองนาน รู้สึกว่าเรื่องราวที่คนทั้งคู่กำลังพูดถึงอยู่มันช่างคล้ายคลึงกับเนื้อเรื่องในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบมาไม่นานอย่างไรอย่างนั้น
องค์ชายรอง พระชายาลี่หม่าน จวนสกุลเย่ การแต่งงานที่ถูกยุติกลางคัน ทุกอย่างเหมือนจุดเริ่มต้นในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์ไม่มีผิด สิ่งเดียวที่ไม่สอดคล้องกับนิยายก็คือกู้ลี่ถิงหรือตัวนางในเวลานี้ เข้ามารับรู้รับฟังเหตุการณ์ที่เหมือนจะเป็นเรื่องจริงนี้ได้อย่างไร?
หรือเป็นเพราะนางตั้งใจจะอ่านนิยายอีกครั้งก่อนที่จะหมดสติ จึงได้เก็บเอาไปฝันจนเป็นตุเป็นตะ!!
ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงสาวต้องพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง
ผู้มาใหม่เป็นสตรีสูงวัยสองคนกับหญิงสาวแรกรุ่นอีกสองคน ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบคนยุคโบราณอีกแล้ว!
“นางรู้สึกตัวแล้วหรือ? ให้นางดื่มยานี่ก่อนจะได้คืนสติได้เร็วขึ้น” สตรีร่างท้วมสวมเครื่องประดับวิบวับส่องประกายไปทั้งร่างเป็นคนเอ่ยปาก
สตรีที่มากับสุภาพสตรีร่างท้วมอีกสามคนรีบเข้ามาช่วยม่านอวี้กับม่านลู่จัดเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนศีรษะให้กู้ลี่ถิงใหม่ คนหนึ่งยังส่งถ้วยยาที่เย็นชืดสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียนเข้าปากนางมาอย่างต่อเนื่อง
“เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเจ้าพักอีกสักครู่ก็แล้วกัน เจ้ากินยานอนหลับมากเกินไปหน่อยดื่มยาแก้แล้วอีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น” สตรีร่างท้วมเดินตามมานั่งเคียงข้างกู้ลี่ถิงบนเตียงนอน ใช้มือลูบเส้นผมและใบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา
กู้ลี่ถิงลืมตาค้างขึ้นมาสบตากับสตรีร่างท้วมอย่างค้นหาคำตอบ นางมั่นใจว่ายามนี้นางไม่ได้ฝันไป รสชาติและกลิ่นของยายังคงติดค้างอยู่ในลำคอ ไออุ่นจากปลายนิ้วมือที่ลูบไล้ข้างแก้มก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นร่างกายคนที่มีชีวิต มิใช่ความฝัน
“เชื่อฟังพ่อเจ้าเช่นนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปได้เป็นพระสนมจวนองค์ชายรองก็มีพี่สาวเจ้าคุ้มหัว เป็นพระสนมไม่ดีตรงไหน? เงินทอง ลาภยศสรรเสริญ ตระกูลกู้ของเรามีบุตรสาวเป็นชายาเอกคนหนึ่งเป็นพระสนมคนหนึ่ง ต่อไปพี่ชายน้องชายในสกุลกู้ของเจ้าก็จะยิ่งมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น เจ้าเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วล่ะถิงเอ๋อร์”
ท่าทางห่วงใยของสตรีร่างท้วมจบลงทันทีหลังจากกล่าวจบประโยค นางลุกพรวดขึ้นจากเตียงหันไปสั่งการกับสาวใช้ด้านหลังแทน
“พวกเจ้าเตรียมของเรียบร้อยแล้วหรือยัง มีหน้าที่อันใดก็ไปช่วยกันหยิบจับ คนจากในวังมาถึงเมื่อใดข้าจะให้คนมาเรียกเอง"
หญิงสาวนอนฟังเสียงฝีเท้ากลุ่มคนที่อยู่รอบตัวเมื่อครู่เดินจากไปจนหมด เสียงปิดประตูไม้ดังขึ้นเอี๊ยดอ๊าดแล้วความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง
ร่างเล็กปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำงานกับร่างกายของนางอยู่อีกนานหลายอึดใจ แต่สมองของนางกลับทำงานอย่างหนัก
ภายในห้องพักรวมทั้งเตียงนอนที่นางนอนอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นรูปแบบโบราณทั้งสิ้น เมื่อรวมเข้ากับเรื่องราวที่นางได้ยินได้ฟังมาเมื่อครู่ นางก็ไม่กล้าคิดต่อว่ายามนี้นางอาจจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์!!
ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ตัวประกอบวัย 16 ปีที่โผล่มาไม่กี่บรรทัดตอนช่วงต้นเรื่อง ก็รับบทหญิงสาวที่ถูกจัดฉากให้แต่งงานกับแย่เซิ่งเจียบุตรชายคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่เย่เฟิง แล้วถูกยุติการแต่งงานเหมือนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวนางในเวลานี้ไม่ผิดเพี้ยน!!
กู้ลี่ถิงรวบรวมเรี่ยวแรงที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมายันกายลุกขึ้นนั่ง มองหานิยายที่ถืออยู่ในมือก่อนหน้าโชคดีที่ม่านอวี้ไม่ได้หยิบนิยายเล่มนี้ออกไปจากห้อง มันยังคงวางอยู่บนหัวเตียงอย่างสงบนิ่ง
กู้ลี่ถิงเปิดนิยายขึ้นมาอ่านเพื่อค้นหารายละเอียดของเนื้อเรื่องและตัวละครอีกครั้ง
“ไม่ผิด สกุลเย่ เย่เซิ่งเจียแบกร่างเจ้าสาวใส่เกี้ยวคืนกลับไป แต่ทำไมถึงเป็นสกุลกู้!!”
ทุกอย่างในตอนต้นของนิยายยังคงเดิม องค์ชายรองเตรียมก่อกบฏ เขาออกอุบายทำตัวเป็นสื่อกลางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเย่กับตระกูลกู้ของกู้ลี่หม่านผู้เป็นชายาเอก ด้วยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับเย่เซิ่งเจียกับกู้ลี่ถิง
แม่ทัพใหญ่เย่เฟิงจำต้องลากลับเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานของบุตรชายเพียงคนเดียว เพราะงานมงคลในครั้งนี้มีองค์ชายรองเข้ามาเป็นประธานในพิธี จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก ผู้เป็นบิดาอย่างเย่เฟิงจึงไม่อาจเพิกเฉยอยู่ได้
ขณะเดียวกันค่ายทางชายแดนที่ท่านแม่ทัพเย่เฟิงเพิ่งลาจากมาก็ถูกตีแตก แคว้นต้าเหว่ยเสียดินแดนส่วนหนึ่งให้กับศัตรู ขุนนางในท้องพระโรงโทษกันไปโทษกันมาและสุดท้ายก็จบลงด้วยการโยนว่าเป็นความผิดของท่านแม่ทัพเย่เฟิงที่ละทิ้งหน้าที่มาสนใจเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
ฮ่องเต้ส่งคนมาจับกุมตัวแม่ทัพเย่เฟิงกลางงานแต่งของบุตรชายเพื่อนำตัวไปสอบสวน งานแต่งถูกยุติ เจ้าสาวถูกส่งตัวกลับ คนตระกูลเย่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ในจวน
สิ่งที่ผิดแผกไปอีกนิดก็คือ ในนิยายเจ้าสาวเป็นคนสกุลเหลียน เหลียนลี่ถิงไม่ใช่กู้ลี่ถิง! ชายาเอกขององค์ชายรองเดิมทีต้องนามเหลียนลี่หม่านหาใช่กู้ลี่หม่าน! จวนที่นางอยู่ในเวลานี้ก็สมควรเป็นจวนเสนาบดีเหลียนจึงจะถูก ทำไมแซ่จึงเปลี่ยนไป?
กู้ลี่ถิงยังไม่หยุดพักสายตา นางพลิกอ่านนิยายหน้าต่อไป
“จุดนี้ก็เปลี่ยนไปด้วย?”
หญิงสาวจำได้ดีว่าจุดสิ้นสุดของตัวละครที่เป็นเจ้าสาวจบลงตรงที่นางถูกส่งตัวกลับจวนไป แล้วเหตุการณ์ก็จะไปบรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพเย่
แต่ยามนี้ นิยายกลับมาบรรยายฉากที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนของเจ้าสาว นางดื่มยานอนหลับเพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้และช่วยประวิงเวลารอให้คนจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่ ยังไม่ทันได้กราบไหว้ฟ้าดินเพราะเจ้าสาวยังไม่มีสตินางก็ถูกส่งตัวกลับมาแล้ว
ย่อหน้าสุดท้ายในนิยายกำลังบรรยายว่า สาวใช้ในจวนสกุลกู้กำลังช่วยนางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์รอให้คนขององค์ชายรองมารับไปเป็นพระสนมตามแผนของผู้เป็นบิดา
“ทำไมไม่มีต่อแล้วล่ะ เรื่องของกู้ลี่ถิงจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่!!”
หญิงสาวพลิกดูหน้าต่อๆ ไปของหนังสือนิยายเล่มบาง นางกลับพบว่ากระดาษแผ่นถัดไปก็เป็นเพียงหน้ากระดาษสีเหลืองหม่นว่างเปล่าไม่มีตัวอักษรใดๆ ปรากฏอยู่อย่างที่ควรจะเป็น
ความตื่นกลัวทำเอากู้ลี่ถิงต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาชุ่มแผ่นหลัง นางรีบมองหาขวดยาพ่นตามความเคยชิน
“หายใจได้ ฉันหายใจได้เป็นปกติ!” นางไม่พบขวดยาพ่น แล้วยังพบว่านางไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ!
“ฉันต้องตกใจอะไรก่อนดี ฉันตายไปแล้วจากโลกความจริง? ฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายและยังไม่ได้เป็นคนป่วยอีกด้วย!!”
ร่างเล็กเดินวนรอบห้องอย่างว้าวุ่นใจจนลืมสังเกตว่ายามนี้ฤทธิ์ยาได้กำจัดความอ่อนล้าและความมึนงงออกจากร่างไปหมดสิ้น
“ฉันเข้ามาเป็นกู้ลี่ถิง บุตรสาวลำดับที่สามของเสนาบดีกู้แน่นอนแล้ว แซ่ที่เปลี่ยนไปจากแซ่เหลียนเป็นแซ่กู้ก็คงเปลี่ยนตามตัวฉันเอง” กู้ลี่ถิงพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องราวอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้นางเคยอ่านเจอในนิยายของแม่มาก่อน
“แล้วฉันต้องทำอะไรล่ะ ในนิยายไม่มีเรื่องราวของเจ้าสาวนี่นา"
หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำอย่างเร่งด่วน เหลียนลี่ถิงหรือตัวประกอบตัวนี้ มีบทแค่ฉากเดียวแล้วก็หายไปเลย แล้วนางจะเอาตัวอย่างการดำเนินชีวิตของเหลียนลี่ถิงมาแก้ไขหรือจัดการกับคนรอบข้างได้อย่างไรกันเล่า!!
“คุณหนู ฮูหยินให้มาเชิญคุณหนูออกไปที่ห้องโถงแล้วเจ้าค่ะ คนจากวังหลวงมาถึงแล้ว องค์ชายรองกับพระขายาลี่หม่านก็มาถึงพร้อมกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้ม่านอวี้ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ากู้ลี่ถิงลุกขึ้นเดินไปมาอยู่ในห้องได้ นั่นหมายความว่านางจะสามารถออกไปพบกับทุกคนได้ตามปกติ
ฮ่องเต้ส่งขันทีจากวังหลวงมาติดตามสถานการณ์ยังสกุลกู้ด้วยพระองค์เอง เพราะการแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางอยู่อีกไม่น้อย แม้แต่เจ้าหน้าที่ว่าความจากสำนักตุลาการใหญ่ก็ยังต้องเข้ามาร่วมฟังข้อเรียกร้องจากเสนาบดีกู้ที่กลายเป็นผู้เสียหายฝ่ายเจ้าสาวด้วยเช่นกัน
หากกู้ลี่ถิงไม่สามารถออกไปพบผู้คนเพื่อคลี่คลายปัญหาให้จบ ผู้ที่จะถูกตำหนิย่อมเป็นบ่าวรับใช้ตัวเล็กๆ อย่างนางกับม่านลู่ที่ไม่ระมัดระวัง ปล่อยให้คุณหนูกินยานอนหลับมากเกินไปจนเกือบจะเสียเรื่อง
“ม่านอวี้ ข้าไม่อยากถวายตัวไปเป็นสนมขององค์ชายรอง”
“โธ่..คุณหนูของบ่าว บ่าวรู้เจ้าค่ะ แต่ท่านไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว ยิ่งฝืนทุกอย่างก็ยิ่งดูเหมือนจะแย่ลง ทำใจดีๆ นะเจ้าคะ”
ม่านอวี้หันมาพยักหน้าให้กับม่านลู่ จัดการประคองหญิงสาวให้มานั่งหน้าคันฉ่อง ใช้ผ้าซับเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ หวีผมแต่งหน้าและจัดเครื่องประดับให้เข้าที่ใหม่อีกครั้ง คุณหนูของนางต้องทุกข์ใจเพียงใดกัน ยามนี้มือทั้งสองข้างของคุณหนูยังสั่นไม่หยุด สองสาวใช้ได้แต่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจแต่ไม่อาจทำอะไรได้
ใช่! นางยิ่งพยายามก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง หญิงสาวคิดตามในใจ
คราวแรกที่องค์ชายรองเป็นพ่อสื่อแนะนำให้นางรู้จักกับเย่เซิ่งเจียในงานเลี้ยงที่จวนองค์ชาย ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามองค์ชายรองก็เอ่ยปากจะจับคู่ให้นางและเขา นั่นทำให้นางถูกเข้าใจผิด ได้รับสายตาดูหมิ่นจากเย่เซิ่งเจียอย่างรุนแรง
บุตรสาวสกุลกู้หน้าตาธรรมดาไร้ชื่อเสียง กับเย่เซิ่งเจียบัณฑิตรูปงามเก่งกาจอย่างหาตัวจับได้ยากเป็นที่จับตาของสตรีทั่วเมืองหลวง ดูเหมือนนางและเขาจะวนเวียนมาพบเจอกันได้ยาก ติดเพียงชายหนุ่มต้องการรับตำแหน่งขุนนางให้มั่นคงจึงจะยอมรับภรรยา อายุ18 ปีแล้วจึงยังไม่มีแม้แต่หญิงรับใช้อุ่นเตียง
ประตูจวนสกุลเย่มีแม่สื่อเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียด หากไม่ใช่เพราะองค์ชายรองเป็นพี่เขยของกู้ลี่ถิง คุณหนูสามสกุลกู้คงไม่มีวาสนาได้เห็นแม้แต่ชายอาภรณ์ของอีกฝ่าย
พอรู้ตัวว่าถูกผู้อื่นเข้าใจผิดและตั้งท่ารังเกียจ นางก็รีบมาพบบิดาเพื่อขอคำปรึกษา กลับกลายเป็นว่าคำขอยกเลิกการหมั้นหมายกับสกุลเย่ของนางนั้นถูกเพิกเฉยจากบิดาโดยสิ้นเชิง ซ้ำร้ายนางก็ได้รู้แผนการขององค์ชายรองจากท่านพ่อในวันนั้นเช่นเดียวกัน
นางปฏิเสธไม่ขอเข้าไปมีส่วนรู้เห็นและไม่เอาชื่อเสียงของตนไปเสื่อมเสียกับเรื่องการเมือง องค์ชายรองซ่างกวนหลินฟ่งกลับเสนอความช่วยเหลือใหม่ว่าจะปกป้องนางโดยการยอมรับนางมาเป็นพระสนมเข้าจวนตามพี่สาวไปอีกคน
“บัดซบ!! คิดได้ดีจริงๆ” เล็บของกู้ลี่ถิงจิกแน่นลงบนผ้าเช็ดหน้าพร้อมกับมือที่สั่นเทาเมื่อครู่ก็หยุดสั่น เวลานี้นางจะกลัวไม่ได้ หากนางปล่อยชีวิตไปเรื่อยเปื่อย ตามที่บิดามารดาโลภมากของนางเห็นควรต่างหาก จึงจะเป็นความน่าหวาดหวั่นของจริง!
……….
ภายในห้องโถงใหญ่จวนเสนาบดีกู้ ซ่างกวนหลินฟ่งนั่งเคียงข้างกู้ลี่หม่านพระชายาเอกด้วยหัวใจพองโต เหม่อมองหญิงสาวรูปร่างแบบบางในชุดสีเขียวอ่อนกำลังเยื้องย่างเข้ามาในห้องโถงจวนเสนาบดีกู้เนิบช้าทีละก้าว
“ถวายบังคมองค์ชาย พระชายาเพคะ”
“ลำบากเจ้าแล้วลี่ถิง ข้าไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์มันจะบานปลายไปถึงขั้นนี้ เป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้า” ซ่างกวนหลินฟ่งเอ่ยปากตำหนิตัวเองขึ้นมาก่อน
มืองามของกู้ลี่หม่านรีบคว้าแขนของพระสวามีเอาไว้อย่างทันท่วงที เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้
“เป็นอย่างไรบ้างน้องสาม ได้ยินว่าเจ้าตกใจจนสิ้นสติ ดีขึ้นแล้วหรือยัง” ร่างงามเบี่ยงตัวออกมาประคองกู้ลี่ถิงให้ลุกขึ้นยืนเอาไว้แทน
“ดีขึ้นมากแล้วเพคะ ขอบพระทัยที่พระองค์ที่ทรงพระเมตตามาเยี่ยมหม่อมฉัน”
“พระชายาอันใดกัน ที่นี่ไม่มีแต่คนกันเอง เจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ตามเดิมเถิด”
ซ่างกวนหลินฟ่งมองภาพหญิงงามสองคนด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้มชวนฝัน
กู้ลี่หม่านงดงามเฉลียวฉลาดเด็ดเดี่ยว แต่นางมักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องความงามบนร่างกายมากเกินไป
วันๆ พระชายาเอกของตนก็จะใช้ฟุ่มเฟือยไปกับการเครื่องประทินผิวเสริมความงาม ยามค่ำคืนกว่าจะเช็ดล้างเนื้อตัวจนหมดก็ต้องปล่อยให้เขารอคอยจนน่ารำคาญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ากู้ลี่หม่านงดงามเป็นหน้าเป็นตาให้จวนองค์ชายรองอย่างสมเกียรติ
ส่วนกู้ลี่ถิงผู้เป็นน้องสาว แม้จะมีใบหน้าจืดชืดไปสักหน่อย แต่ความงามพิสุทธิ์ของดรุณีแรกรุ่นก็ยังเผยออกมาเต็มเปี่ยมโดยไม่ต้องเสริมแต่ง นางเปรียบเสมือนกลีบดอกไม้อ่อนบางที่น่าทะนุถนอม ท่าทางอ่อนโยนว่าง่ายนั่นก็อีก ช่างเหมาะสมจะเป็นสมบัติให้เขาหยอกล้อเล่นยิ่งนัก!!
“เอาล่ะ บุตรสาวข้าก็ออกมาแล้ว จากนี้จะเยียวยาสกุลกู้ของเรากันอย่างไรก็ว่ากันมาเถิด!" กู้เว่ยเอ่ยปาก ชักชวนให้เข้าเรื่องสำคัญ
ขันทีจากวังหลวงแอบเบะปากมองบนให้กับคำว่า เยียวยา ซึ่งแสดงออกถึงความละโมบของท่านเสนาบดีที่มีเพียงเปลือกนอก!!
สกุลกู้มีตำแหน่งในราชสำนักมาถึง 4 รุ่น จนมาถึงรุ่นของกู้เว่ย บุรุษเจ้าเนื้อผู้เป็นจุดตกต่ำที่สุดของสกุลแล้ว เคราะห์ดีที่กู้เว่ยมีบุตรสาวจากภรรยาเอกงดงามเฉลียวฉลาดต้องตาต้องพระทัยองค์ชายรอง ชาติตระกูลก็ไม่ได้ต่ำศักดิ์จนเกินไปนัก กู้ลี่หม่านได้เป็นพระชายาเอกสกุลกู้จึงกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาได้เล็กน้อย
ภายหลังคุณชายรองกู้ซุยจงได้เป็นองครักษ์หลวง จะโดยความสามารถของเขาเองหรือเป็นเพราะตำแหน่งพระชายาเอกของพี่สาวก็ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม สกุลกู้จึงยิ่งได้หน้า เสียงดังคับเมืองหลวง
“อันดับแรกก็คงต้องพูดเรื่อง 3 หนังสือ 6 พิธีการที่จัดการไปแล้วกันก่อน” เจ้าหน้าที่ว่าความเริ่มบทสนทนา
“หนังสือหมั้นหมายข้าคิดจะฉีกทิ้งเสียวันนี้ไปเลย แต่หนังสือแสดงสินสอดกับสินสอดทั้งหมดสกุลกู้จะรับเอาไว้ข้าไม่คืนให้พวกเขาหรอก สมบัติเหล่านั้นจะต้องยกให้เป็นของสกุลกู้ พวกเราไม่ได้ทำผิดอันใดต่อสกุลเย่” กู้เว่ยเปิดปากประโยคแรกก็เรียกร้องผลประโยชน์ออกมาอย่างอย่างไม่อาย
“ยามนี้เย่เฟิงและบุตรชายถูกทำโทษสถานเบาโดยการปลดให้ออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งเป็นสามัญชนธรรมดา ทรัพย์สินตั้งแต่เย่เฟิงขึ้นรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ล้วนถูกริบเข้าหลวงจนหมดสิ้น แต่ฮ่องเต้ทรงพระเมตตาให้สกุลกู้ตัดสินใจเรื่องสินสอดจากสกุลเย่ตามแต่พวกท่านเห็นควร”
กัวฮูหยินยิ้มกว้างกับคำว่าให้สกุลกู้ตัดสินใจจากปากขันทีหลวงยิ่งนัก เพราะหากฮ่องเต้รับสั่งมาตรงๆ ว่าให้เป็นสมบัติส่วนตัวของกู้ลี่ถิง สินสอดทั้งหมดนั้นย่อมตกเป็นสินเดิมติดตัวบุตรสาวเข้าไปจวนองค์ชายรองด้วย แล้วนางจะได้อะไร!
“หนังสือรับตัวเจ้าสาวเล่า สกุลกู้รับหนังสือจากฝ่ายนั้นมาแล้วก็เท่ากับว่ากู้ลี่ถิงเป็นคนสกุลเย่อย่างเป็นทางการ สินสอดก็ควรตกลงว่ากันตามประเพณี ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าสาวรับเอาขนมและสิ่งของมงคลเก็บไว้ ของมีค่าส่วนใหญ่ก็สมควรถมเติมสินเดิมให้เจ้าสาวจึงจะถูก นางเองก็เป็นผู้เสียหาย”
กู้ลี่ถิงช้อนสายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้า แอบชื่นชมความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ศาลตุลาการในใจ กล่าวตามจริงจะไม่มีใครมาสนใจว่าชีวิตนางจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ย่อมได้ แต่เจ้าหน้าที่จากศาลตุลาการท่านนี้กลับใส่ใจ
“จะจัดว่านางเป็นคนสกุลเย่ได้เช่นไร เห็นกันอยู่ว่านางยังไม่ทันได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยซ้ำ ก็แค่หนังสือรับตัวฉีกทิ้งไปก็ใช้ได้แล้วมิใช่หรือ ในเมื่อการแต่งงานก็ถูกล้มเลิกโดยรับสั่งของฝ่าบาทไปแล้ว”
“แต่ไหนแต่ไรมาเราก็ยึดเอา 3 หนังสือ 6 พิธีการเป็นเครื่องยืนยัน เรื่องนี้พูดยากอยู่” ขันทีชราทำสีหน้ายุ่งยากใจ
จะดื้อดึงยึดเอาตามหลักการก็เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับกู้ลี่ถิงที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่ นางยังไม่ได้เสียหายทางร่างกาย แต่ความจริงย่อมเป็นความจริง แม้แต่เรือนผมของหญิงสาวเวลานี้ก็เกล้าขึ้นแบบสตรีที่ออกเรือนแล้ว หาใช่สตรีวัยเพิ่งปักปิ่นยังไม่ได้ออกเรือนเมื่อไร
“เรื่องทรัพย์สินเงินทองหาใช่เรื่องใหญ่ ชื่อเสียงของคุณหนูสามสิสำคัญยิ่งกว่า นางเพิ่ง 16 และยังบริสุทธิ์ผุดผ่องจะให้ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหม้ายได้อย่างไรกัน นางเป็นถึงน้องสาวของชายารักข้าทีเดียวนะ องค์ชายอย่างข้าจะกอบกู้ชื่อเสียงให้นางเอง!!”
มาแล้ว!! บทพระเอกขี่ม้าขาวยื่นมือมาช่วยหญิงงามของซ่างกวนหลินฟ่ง!!!