ตอน 1

“จบแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" หญิงสาวร่างเล็กรำพันออกมาเป็นคำพูดเบาๆ ก่อนจะปิดหนังสือนิยายที่เพิ่งอ่านจบเมื่อครู่วางไว้บนตัก

ยังไม่ทันไรเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอยู่ข้างๆ

“ค่อยยังชั่วหรือ? แปลว่ายังไม่พอใจกับตอนจบล่ะสินะ"

“อุ้ย!! ขอโทษค่ะคุณตา หนูไม่ทันเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ ด้วย รบกวนคุณตาหรือเปล่าคะ” กู้ลี่ถิงรีบออกตัวขอโทษขอโพยเมื่อเห็นว่าในมือของอีกฝ่ายก็ถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเช่นกัน

สวนสาธารณะที่เธอนั่งอยู่ เป็นแหล่งชุมนุมของนักอ่านตัวยงที่หลีกหนีมลพิษทางเสียงและความวุ่นวายของผู้คนในเมือง เลือกมานั่งพักผ่อนกันเป็นประจำ บรรยากาศโดยรอบในสวนสาธารณะจึงเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยกันราวกับเป็นห้องสมุดแบบเปิดโล่งไม่มีผิด

แต่สำหรับกู้ลี่ถิงเธอไม่ได้เป็นคนช่างอ่านขนาดนั้น บุตรสาวเพียงคนเดียวที่บิดามารดาเสียชีวิตไปหมดแล้วเหงาเหลือเกินหากต้องอุดอู้อยู่ในห้องพักเพียงลำพังในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอคว้าเอานิยายเก่าๆ ของแม่ที่มีอยู่มากมายบนชั้นหนังสือมานั่งอ่านเล่นฆ่าเวลาที่สวนสาธารณะ อย่างน้อยเมื่อพักสายตาขึ้นมาจากหนังสือเธอก็ยังได้เห็นว่ามีผู้คนอยู่รอบกายบ้าง ไม่คิดว่าเธอจะเพลิดเพลินกับการอ่านจนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนมานั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ด้วยซ้ำ

ชายชราโบกมือเบาๆ ทำท่าว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ว่าอย่างไรเล่า สรุปแล้วนิยายจบดีหรือไม่ดีกันแน่” ชายชรายิ้มถามคำถามเดิม

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าตัวเองควรไปโฟกัสตรงไหน ทุกเรื่องที่อ่านมาพระเอกนางเอกก็สมหวังกันดีหมดแหล่ะค่ะ แต่เผอิญว่าเรื่องที่หนูเพิ่งอ่านจบ ตัวร้ายมันมีจุดจบที่สมควรก็เลยรู้สึกดีหน่อย หากปล่อยให้ตัวร้ายลอยนวลไปเฉยๆ นี่มันเจ็บใจนะคะ”

ชายชรายกมือขึ้นขยับแว่น สายตามองไปที่หน้าปกหนังสือนิยายที่กู้ลี่ถิงย้ายเอามาวางไว้บนเก้าอี้ข้างตัว

“นิยายรักไม่ใช่หรือ? แต่หนูกลับไปโฟกัสเรื่องตัวร้าย ฮ่าๆๆ แปลกจริงๆ นั่นล่ะ”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สี่ที่หนูอ่านวันนี้แล้วค่ะคุณตา สามเรื่องที่ผ่านมาเป็นนิยายรักดราม่า กว่าจะสมหวังกันได้ก็มีฉากเศร้าสลดจนหนูดิ่งไปเลย เรื่องสุดท้ายนี่ค่อยยังชั่วหน่อยตัวเอกเค้าช่วยกันประคับประคองกันบรรลุเป้าหมาย ตัวร้ายก็ได้ผลคืนสนองเป็นที่น่าพอใจ”

“อ้อ แปลว่าเป็นนักอ่านสายสุขนิยมสินะ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ อันที่จริงหนูก็ไม่ใช่นักอ่านแล้วยังอ่านข้ามไปเยอะเลย มันเอียนมาจากสามเรื่องแรกน่ะค่ะ คู่รักราบรื่นมากก็น่าเบื่อไปอีก"

กู้ลี่ถิงพูดมาถึงตรงนี้เธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คุณตาท่าทางใจดีตรงหน้าพูดอะไรต่อไปอยู่อีกหลายคำเธอก็ไม่ได้ยินเพราะหูอี้อตาลาย ลมหายใจเริ่มขาดหายติดขัดเป็นช่วงๆ

“ยัยหนู เป็นอะไรไป!” ชายชรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เขารีบขยับร่างกายอย่างยากเย็นส่งเสียงร้องให้คนช่วย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่เมื่อครู่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็กในระยะเวลาอันรวดเร็ว

กู้ลี่ถิงหอบหายใจถี่กระชั้น เอื้อมมือไปควานหาขวดยาเล็กๆ มาไว้ในมือ

“ฟืด!! ฟืด!!”

หญิงสาวตาเหลือกค้างหัวใจไหววูบจนแทบเสียสติ เธอหยิบขวดยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มาผิดขวด!! ขวดนี้เป็นยาที่หมดไปแล้วแต่เธอลืมวางมันทิ้งไว้ใกล้มือ แล้วหยิบมันใส่กระเป๋ามาอย่างไม่ระวัง

เธอรีบเขย่าขวดยาและพ่นมันเข้าปากซ้ำอีกครั้ง หวังว่าจะมีตัวยาหลงเหลือสักหยด พอให้เธอได้หายใจสะดวกขึ้นอีกนิด

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ที ผู้หญิงคนนี้เป็นภูมิแพ้ ยาเธอหมด!”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงของคุณตาใจดีตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น ในมือของเขาก็มีโทรศัพท์แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของเธอจะทำให้ชายชราตกใจจนค้นหาเบอร์โทรศัพท์ไม่ถูก

สายตาของหญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ยาขวดเล็กในมือหลุดร่วงลงกับพื้นหญ้าในสวนสาธารณะ ด้านข้างเธอเห็นคนกลุ่มหนึ่งยกโทรศัพท์มาแนบกับใบหู กำลังวิ่งตรงมาที่เธอกับชายชรา

เธอกลับไปเอายาขวดใหม่ที่บ้านไม่ทันแน่ ทางเดียวคือต้องภาวนาให้รถพยาบาลมาช่วยเธอให้เร็วที่สุด หรือหากวาสนายังดี ขอให้มีสักคนในสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นโรคเดียวกับเธอ

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด ลำคอตีบตันจนต้องอ้าปากพะงาบไขว่คว้าหาอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้พยายามเปิดหน้าหนังสือนิยายออกมาอีกครั้ง ทางเดียวที่เธอจะลดความตื่นกลัวได้ในขณะนี้มีเพียงการพุ่งความสนใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มากที่สุดเพื่อรอคอยรถพยาบาลอย่างมีสติที่สุด

ตัวหนังสือบนกระดาษสีขาวแกมเหลืองดูโย้ไปเย้มาจนอ่านไม่ได้สักตัวอักษร หญิงสาวร่างกระตุกเกร็งซ้ำไปซ้ำมา รอบกายมีเสียงเอะอะโวยวาย ความช่วยเหลืออย่างไม่รู้ประสีประสาจากคนรอบข้างวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ พยายามยื้อยุดชีวิตเธอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

เหตุการณ์ดำเนินต่อไปเช่นไรกู้ลี่ถิงไม่อาจล่วงรู้ เปลือกตาคู่งามค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงนานกว่าเดิมไปทุกที

……….

จวนเสนาบดีกู้ เมืองหลวงแคว้นต้าเหว่ย

“ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูได้อย่างไรกันนะแปลกจริง!”

“อาจเป็นแม่สื่อส่งให้คุณหนูอ่านเล่นตอนที่อยู่บนเกี้ยวเจ้าสาวกระมัง เจ้าเบามือหน่อยปล่อยให้คุณหนูนอนต่ออีกสักพักเถิด คนจากวังหลวงยังมาไม่ถึงมิใช่หรือ?”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างหู ใจความเรื่องที่ทั้งคู่พูดอยู่เธอไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่แรงดึงสิ่งของบางอย่างจากมือของเธอทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา นิ้วมือเรียวงามขยับช้าๆ มาจับสิ่งของในมือเอาไว้มั่น

สัมผัสจากฝ่ามือรับรู้ได้ว่าสิ่งของที่มีคนพยายามดึงออกจากมือของเธอเมื่อครู่นั้นเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง

เปลือกตาหนักอึ้งจนลืมแทบไม่ขึ้น ความรู้สึกง่วงงุ่นแปลกประหลาดทำให้กู้ลี่ถิงยิ่งต้องพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ความคิดของหญิงสาวเรียบเรียงความทรงจำสุดท้ายขึ้นมาได้ ตอนที่เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย เธอกอดหนังสือนิยายประโลมโลกของแม่เอาไว้แน่นอย่างหาที่พึ่ง การที่เธอยังมีความรู้สึกยังได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน นั่นแปลว่าเธอยังไม่ตาย!!

สาวใช้คนเดิมขมวดคิ้วมุ่น นางเห็นกับตาว่าตอนที่คุณชายเย่แบกร่างหมดสติของคุณหนูขึ้นหลังออกจากเกี้ยวเจ้าสาว สองมือของคุณหนูห้อยทิ้งลงมาข้างลำตัวปราศจากสิ่งของใดๆ

จนกระทั่งทหารจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่และสั่งยุติงานมงคลไปแล้ว คุณชายเย่ที่เพิ่งแบกคุณหนูไปได้ไม่ไกลก็พานางกลับมาส่งไว้ในเกี้ยวดังเดิม ตอนไหนกันที่ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูของนาง?

“ขอ..ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ”

หญิงสาวฝืนลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า แม้จะรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวดูแปลกตาไม่เหมือนกับโรงพยาบาล แต่นางไม่มีเวลาสนใจ ลำคอที่แห้งผากราวกับมีฝุ่นดินแห้งกรังอยู่ในยามนี้เรียกร้องให้นางต้องร้องขอน้ำดื่มมาดับกระหาย

ที่มือไม่มีสายน้ำเกลือ เช่นนี้เองนางถึงยังรู้สึกอ่อนแรงมึนงงไปหมด นางคงจะถูกช่วยเหลือจากคนในสวนสาธารณะและย้ายมาอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเป็นแน่ หญิงสาวคิดในใจ

“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเอาน้ำมาให้ ค่อยๆ ลุกขึ้นนะเจ้าคะ”

สาวใช้ที่อยู่ใกล้กู้ลี่ถิงรีบพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่ง ส่วนสาวใช้อีกคนก็รีบไปรินน้ำชามายื่นส่งให้หญิงสาว

กู้ลี่ถิงรับน้ำมาดื่มทั้งที่ตายังลืมไม่สนิทดี กลิ่นหอมและรสชาติละเมียดละไมของใบชาชั้นดีผ่านลำคอของนางไปถ้วยแล้วถ้วยเล่า รสขมฝาดเฝื่อนในลำคอเริ่มเจือจางแต่สติของหญิงสาวก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์

“ม่านอวี้ เราช่วยกันเปลี่ยนอาภรณ์ให้คุณหนูเสียก่อนจะดีกว่า" ม่านลู่สาวใช้กล่าวกับสหายของนาง

ชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงามถูกปลดเปลื้องออกจากร่างของกู้ลี่ถิงทีละชิ้น และเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าแบบโบราณสีเขียวอ่อนเนื้อดีอย่างรวดเร็ว

การกระทำของสตรีทั้งสองคนคล่องแคล่วแต่ทว่านุ่มนวล ไม่ได้ทำให้หญิงสาวผู้ไร้เรี่ยวแรงรู้สึกเจ็บแม้แต่นิด มีเพียงความอับอายที่ต้องให้ผู้อื่นมองเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตนเท่านั้น

ตอน 2

“เหตุใดต้องรีบร้อนกันถึงเพียงนี้ด้วยนะ นายท่านคิดจะส่งตัวคุณหนูออกจากจวนภายในวันนี้เลยหรือไร”

“หากคนจากวังหลวงมาถึงเมื่อใดนายท่านต้องแสร้งแสดงความเสียใจอย่างหนักที่คุณหนูต้องกลายเป็นสตรีที่ถูกยุติการแต่งงานกลางคัน จากนั้นองค์ชายรองก็จะแสดงพระเมตตารับคุณหนูไปเป็นพระสนมเพื่อปกป้องชื่อเสียง นี่เป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว จะรอให้ข้ามวันแล้วปล่อยให้คนนินทาคุณหนูของเราว่าเป็นหญิงหม้ายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าจวนว่าที่สามีเช่นนั้นหรือ”

“แต่คุณหนูก็ไม่ได้เต็มใจไปเป็นพระสนมผู้ใดนี่นา"

“คุณหนูก็ไม่ได้อยากแต่งเข้าจวนสกุลเย่ด้วยเช่นกันมิใช่หรือ เป็นพระสนมองค์ชายรองอย่างน้อยก็มีพระชายาลี่หม่าน พี่สาวแท้ๆ ของคุณหนูดูแลอยู่ทั้งคน นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”

กู้ลี่ถิงสะลึมสะลือพยายามจับใจความเรื่องที่สตรีนามม่านลู่กับม่านอวี้พูดคุยกันอยู่นานสองนาน รู้สึกว่าเรื่องราวที่คนทั้งคู่กำลังพูดถึงอยู่มันช่างคล้ายคลึงกับเนื้อเรื่องในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบมาไม่นานอย่างไรอย่างนั้น

องค์ชายรอง พระชายาลี่หม่าน จวนสกุลเย่ การแต่งงานที่ถูกยุติกลางคัน ทุกอย่างเหมือนจุดเริ่มต้นในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์ไม่มีผิด สิ่งเดียวที่ไม่สอดคล้องกับนิยายก็คือกู้ลี่ถิงหรือตัวนางในเวลานี้ เข้ามารับรู้รับฟังเหตุการณ์ที่เหมือนจะเป็นเรื่องจริงนี้ได้อย่างไร?

หรือเป็นเพราะนางตั้งใจจะอ่านนิยายอีกครั้งก่อนที่จะหมดสติ จึงได้เก็บเอาไปฝันจนเป็นตุเป็นตะ!!

ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงสาวต้องพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง

ผู้มาใหม่เป็นสตรีสูงวัยสองคนกับหญิงสาวแรกรุ่นอีกสองคน ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบคนยุคโบราณอีกแล้ว!

“นางรู้สึกตัวแล้วหรือ? ให้นางดื่มยานี่ก่อนจะได้คืนสติได้เร็วขึ้น” สตรีร่างท้วมสวมเครื่องประดับวิบวับส่องประกายไปทั้งร่างเป็นคนเอ่ยปาก

สตรีที่มากับสุภาพสตรีร่างท้วมอีกสามคนรีบเข้ามาช่วยม่านอวี้กับม่านลู่จัดเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนศีรษะให้กู้ลี่ถิงใหม่ คนหนึ่งยังส่งถ้วยยาที่เย็นชืดสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียนเข้าปากนางมาอย่างต่อเนื่อง

“เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเจ้าพักอีกสักครู่ก็แล้วกัน เจ้ากินยานอนหลับมากเกินไปหน่อยดื่มยาแก้แล้วอีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น” สตรีร่างท้วมเดินตามมานั่งเคียงข้างกู้ลี่ถิงบนเตียงนอน ใช้มือลูบเส้นผมและใบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา

กู้ลี่ถิงลืมตาค้างขึ้นมาสบตากับสตรีร่างท้วมอย่างค้นหาคำตอบ นางมั่นใจว่ายามนี้นางไม่ได้ฝันไป รสชาติและกลิ่นของยายังคงติดค้างอยู่ในลำคอ ไออุ่นจากปลายนิ้วมือที่ลูบไล้ข้างแก้มก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นร่างกายคนที่มีชีวิต มิใช่ความฝัน

“เชื่อฟังพ่อเจ้าเช่นนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปได้เป็นพระสนมจวนองค์ชายรองก็มีพี่สาวเจ้าคุ้มหัว เป็นพระสนมไม่ดีตรงไหน? เงินทอง ลาภยศสรรเสริญ ตระกูลกู้ของเรามีบุตรสาวเป็นชายาเอกคนหนึ่งเป็นพระสนมคนหนึ่ง ต่อไปพี่ชายน้องชายในสกุลกู้ของเจ้าก็จะยิ่งมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น เจ้าเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วล่ะถิงเอ๋อร์”

ท่าทางห่วงใยของสตรีร่างท้วมจบลงทันทีหลังจากกล่าวจบประโยค นางลุกพรวดขึ้นจากเตียงหันไปสั่งการกับสาวใช้ด้านหลังแทน

“พวกเจ้าเตรียมของเรียบร้อยแล้วหรือยัง มีหน้าที่อันใดก็ไปช่วยกันหยิบจับ คนจากในวังมาถึงเมื่อใดข้าจะให้คนมาเรียกเอง"

หญิงสาวนอนฟังเสียงฝีเท้ากลุ่มคนที่อยู่รอบตัวเมื่อครู่เดินจากไปจนหมด เสียงปิดประตูไม้ดังขึ้นเอี๊ยดอ๊าดแล้วความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง

ร่างเล็กปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำงานกับร่างกายของนางอยู่อีกนานหลายอึดใจ แต่สมองของนางกลับทำงานอย่างหนัก

ภายในห้องพักรวมทั้งเตียงนอนที่นางนอนอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นรูปแบบโบราณทั้งสิ้น เมื่อรวมเข้ากับเรื่องราวที่นางได้ยินได้ฟังมาเมื่อครู่ นางก็ไม่กล้าคิดต่อว่ายามนี้นางอาจจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์!!

ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ตัวประกอบวัย 16 ปีที่โผล่มาไม่กี่บรรทัดตอนช่วงต้นเรื่อง ก็รับบทหญิงสาวที่ถูกจัดฉากให้แต่งงานกับแย่เซิ่งเจียบุตรชายคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่เย่เฟิง แล้วถูกยุติการแต่งงานเหมือนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวนางในเวลานี้ไม่ผิดเพี้ยน!!

กู้ลี่ถิงรวบรวมเรี่ยวแรงที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมายันกายลุกขึ้นนั่ง มองหานิยายที่ถืออยู่ในมือก่อนหน้าโชคดีที่ม่านอวี้ไม่ได้หยิบนิยายเล่มนี้ออกไปจากห้อง มันยังคงวางอยู่บนหัวเตียงอย่างสงบนิ่ง

กู้ลี่ถิงเปิดนิยายขึ้นมาอ่านเพื่อค้นหารายละเอียดของเนื้อเรื่องและตัวละครอีกครั้ง 

“ไม่ผิด สกุลเย่ เย่เซิ่งเจียแบกร่างเจ้าสาวใส่เกี้ยวคืนกลับไป แต่ทำไมถึงเป็นสกุลกู้!!”

ทุกอย่างในตอนต้นของนิยายยังคงเดิม องค์ชายรองเตรียมก่อกบฏ เขาออกอุบายทำตัวเป็นสื่อกลางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเย่กับตระกูลกู้ของกู้ลี่หม่านผู้เป็นชายาเอก ด้วยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับเย่เซิ่งเจียกับกู้ลี่ถิง 

แม่ทัพใหญ่เย่เฟิงจำต้องลากลับเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานของบุตรชายเพียงคนเดียว เพราะงานมงคลในครั้งนี้มีองค์ชายรองเข้ามาเป็นประธานในพิธี จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก ผู้เป็นบิดาอย่างเย่เฟิงจึงไม่อาจเพิกเฉยอยู่ได้

ขณะเดียวกันค่ายทางชายแดนที่ท่านแม่ทัพเย่เฟิงเพิ่งลาจากมาก็ถูกตีแตก แคว้นต้าเหว่ยเสียดินแดนส่วนหนึ่งให้กับศัตรู ขุนนางในท้องพระโรงโทษกันไปโทษกันมาและสุดท้ายก็จบลงด้วยการโยนว่าเป็นความผิดของท่านแม่ทัพเย่เฟิงที่ละทิ้งหน้าที่มาสนใจเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

ฮ่องเต้ส่งคนมาจับกุมตัวแม่ทัพเย่เฟิงกลางงานแต่งของบุตรชายเพื่อนำตัวไปสอบสวน งานแต่งถูกยุติ เจ้าสาวถูกส่งตัวกลับ คนตระกูลเย่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ในจวน

สิ่งที่ผิดแผกไปอีกนิดก็คือ ในนิยายเจ้าสาวเป็นคนสกุลเหลียน เหลียนลี่ถิงไม่ใช่กู้ลี่ถิง! ชายาเอกขององค์ชายรองเดิมทีต้องนามเหลียนลี่หม่านหาใช่กู้ลี่หม่าน! จวนที่นางอยู่ในเวลานี้ก็สมควรเป็นจวนเสนาบดีเหลียนจึงจะถูก ทำไมแซ่จึงเปลี่ยนไป?

กู้ลี่ถิงยังไม่หยุดพักสายตา นางพลิกอ่านนิยายหน้าต่อไป 

“จุดนี้ก็เปลี่ยนไปด้วย?” 

หญิงสาวจำได้ดีว่าจุดสิ้นสุดของตัวละครที่เป็นเจ้าสาวจบลงตรงที่นางถูกส่งตัวกลับจวนไป แล้วเหตุการณ์ก็จะไปบรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพเย่

แต่ยามนี้ นิยายกลับมาบรรยายฉากที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนของเจ้าสาว นางดื่มยานอนหลับเพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้และช่วยประวิงเวลารอให้คนจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่ ยังไม่ทันได้กราบไหว้ฟ้าดินเพราะเจ้าสาวยังไม่มีสตินางก็ถูกส่งตัวกลับมาแล้ว 

ย่อหน้าสุดท้ายในนิยายกำลังบรรยายว่า สาวใช้ในจวนสกุลกู้กำลังช่วยนางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์รอให้คนขององค์ชายรองมารับไปเป็นพระสนมตามแผนของผู้เป็นบิดา

“ทำไมไม่มีต่อแล้วล่ะ เรื่องของกู้ลี่ถิงจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่!!”

หญิงสาวพลิกดูหน้าต่อๆ ไปของหนังสือนิยายเล่มบาง นางกลับพบว่ากระดาษแผ่นถัดไปก็เป็นเพียงหน้ากระดาษสีเหลืองหม่นว่างเปล่าไม่มีตัวอักษรใดๆ ปรากฏอยู่อย่างที่ควรจะเป็น

ความตื่นกลัวทำเอากู้ลี่ถิงต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาชุ่มแผ่นหลัง นางรีบมองหาขวดยาพ่นตามความเคยชิน 

“หายใจได้ ฉันหายใจได้เป็นปกติ!” นางไม่พบขวดยาพ่น แล้วยังพบว่านางไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ!

“ฉันต้องตกใจอะไรก่อนดี ฉันตายไปแล้วจากโลกความจริง?  ฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายและยังไม่ได้เป็นคนป่วยอีกด้วย!!” 

ร่างเล็กเดินวนรอบห้องอย่างว้าวุ่นใจจนลืมสังเกตว่ายามนี้ฤทธิ์ยาได้กำจัดความอ่อนล้าและความมึนงงออกจากร่างไปหมดสิ้น

“ฉันเข้ามาเป็นกู้ลี่ถิง บุตรสาวลำดับที่สามของเสนาบดีกู้แน่นอนแล้ว แซ่ที่เปลี่ยนไปจากแซ่เหลียนเป็นแซ่กู้ก็คงเปลี่ยนตามตัวฉันเอง” กู้ลี่ถิงพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องราวอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้นางเคยอ่านเจอในนิยายของแม่มาก่อน

“แล้วฉันต้องทำอะไรล่ะ ในนิยายไม่มีเรื่องราวของเจ้าสาวนี่นา" 

หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำอย่างเร่งด่วน เหลียนลี่ถิงหรือตัวประกอบตัวนี้ มีบทแค่ฉากเดียวแล้วก็หายไปเลย แล้วนางจะเอาตัวอย่างการดำเนินชีวิตของเหลียนลี่ถิงมาแก้ไขหรือจัดการกับคนรอบข้างได้อย่างไรกันเล่า!!

ตอน 3

“คุณหนู ฮูหยินให้มาเชิญคุณหนูออกไปที่ห้องโถงแล้วเจ้าค่ะ คนจากวังหลวงมาถึงแล้ว องค์ชายรองกับพระขายาลี่หม่านก็มาถึงพร้อมกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้ม่านอวี้ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ากู้ลี่ถิงลุกขึ้นเดินไปมาอยู่ในห้องได้ นั่นหมายความว่านางจะสามารถออกไปพบกับทุกคนได้ตามปกติ 

ฮ่องเต้ส่งขันทีจากวังหลวงมาติดตามสถานการณ์ยังสกุลกู้ด้วยพระองค์เอง เพราะการแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางอยู่อีกไม่น้อย แม้แต่เจ้าหน้าที่ว่าความจากสำนักตุลาการใหญ่ก็ยังต้องเข้ามาร่วมฟังข้อเรียกร้องจากเสนาบดีกู้ที่กลายเป็นผู้เสียหายฝ่ายเจ้าสาวด้วยเช่นกัน

หากกู้ลี่ถิงไม่สามารถออกไปพบผู้คนเพื่อคลี่คลายปัญหาให้จบ ผู้ที่จะถูกตำหนิย่อมเป็นบ่าวรับใช้ตัวเล็กๆ อย่างนางกับม่านลู่ที่ไม่ระมัดระวัง ปล่อยให้คุณหนูกินยานอนหลับมากเกินไปจนเกือบจะเสียเรื่อง

“ม่านอวี้ ข้าไม่อยากถวายตัวไปเป็นสนมขององค์ชายรอง”

“โธ่..คุณหนูของบ่าว บ่าวรู้เจ้าค่ะ แต่ท่านไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว ยิ่งฝืนทุกอย่างก็ยิ่งดูเหมือนจะแย่ลง ทำใจดีๆ นะเจ้าคะ”

ม่านอวี้หันมาพยักหน้าให้กับม่านลู่ จัดการประคองหญิงสาวให้มานั่งหน้าคันฉ่อง ใช้ผ้าซับเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ หวีผมแต่งหน้าและจัดเครื่องประดับให้เข้าที่ใหม่อีกครั้ง คุณหนูของนางต้องทุกข์ใจเพียงใดกัน ยามนี้มือทั้งสองข้างของคุณหนูยังสั่นไม่หยุด สองสาวใช้ได้แต่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจแต่ไม่อาจทำอะไรได้

ใช่! นางยิ่งพยายามก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง หญิงสาวคิดตามในใจ

คราวแรกที่องค์ชายรองเป็นพ่อสื่อแนะนำให้นางรู้จักกับเย่เซิ่งเจียในงานเลี้ยงที่จวนองค์ชาย ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามองค์ชายรองก็เอ่ยปากจะจับคู่ให้นางและเขา นั่นทำให้นางถูกเข้าใจผิด ได้รับสายตาดูหมิ่นจากเย่เซิ่งเจียอย่างรุนแรง 

บุตรสาวสกุลกู้หน้าตาธรรมดาไร้ชื่อเสียง กับเย่เซิ่งเจียบัณฑิตรูปงามเก่งกาจอย่างหาตัวจับได้ยากเป็นที่จับตาของสตรีทั่วเมืองหลวง ดูเหมือนนางและเขาจะวนเวียนมาพบเจอกันได้ยาก ติดเพียงชายหนุ่มต้องการรับตำแหน่งขุนนางให้มั่นคงจึงจะยอมรับภรรยา อายุ18 ปีแล้วจึงยังไม่มีแม้แต่หญิงรับใช้อุ่นเตียง

ประตูจวนสกุลเย่มีแม่สื่อเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียด หากไม่ใช่เพราะองค์ชายรองเป็นพี่เขยของกู้ลี่ถิง คุณหนูสามสกุลกู้คงไม่มีวาสนาได้เห็นแม้แต่ชายอาภรณ์ของอีกฝ่าย

พอรู้ตัวว่าถูกผู้อื่นเข้าใจผิดและตั้งท่ารังเกียจ นางก็รีบมาพบบิดาเพื่อขอคำปรึกษา กลับกลายเป็นว่าคำขอยกเลิกการหมั้นหมายกับสกุลเย่ของนางนั้นถูกเพิกเฉยจากบิดาโดยสิ้นเชิง ซ้ำร้ายนางก็ได้รู้แผนการขององค์ชายรองจากท่านพ่อในวันนั้นเช่นเดียวกัน

นางปฏิเสธไม่ขอเข้าไปมีส่วนรู้เห็นและไม่เอาชื่อเสียงของตนไปเสื่อมเสียกับเรื่องการเมือง องค์ชายรองซ่างกวนหลินฟ่งกลับเสนอความช่วยเหลือใหม่ว่าจะปกป้องนางโดยการยอมรับนางมาเป็นพระสนมเข้าจวนตามพี่สาวไปอีกคน

“บัดซบ!! คิดได้ดีจริงๆ” เล็บของกู้ลี่ถิงจิกแน่นลงบนผ้าเช็ดหน้าพร้อมกับมือที่สั่นเทาเมื่อครู่ก็หยุดสั่น เวลานี้นางจะกลัวไม่ได้ หากนางปล่อยชีวิตไปเรื่อยเปื่อย ตามที่บิดามารดาโลภมากของนางเห็นควรต่างหาก จึงจะเป็นความน่าหวาดหวั่นของจริง!

……….

ภายในห้องโถงใหญ่จวนเสนาบดีกู้ ซ่างกวนหลินฟ่งนั่งเคียงข้างกู้ลี่หม่านพระชายาเอกด้วยหัวใจพองโต เหม่อมองหญิงสาวรูปร่างแบบบางในชุดสีเขียวอ่อนกำลังเยื้องย่างเข้ามาในห้องโถงจวนเสนาบดีกู้เนิบช้าทีละก้าว

“ถวายบังคมองค์ชาย พระชายาเพคะ”

“ลำบากเจ้าแล้วลี่ถิง ข้าไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์มันจะบานปลายไปถึงขั้นนี้ เป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้า” ซ่างกวนหลินฟ่งเอ่ยปากตำหนิตัวเองขึ้นมาก่อน

มืองามของกู้ลี่หม่านรีบคว้าแขนของพระสวามีเอาไว้อย่างทันท่วงที เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้

“เป็นอย่างไรบ้างน้องสาม ได้ยินว่าเจ้าตกใจจนสิ้นสติ ดีขึ้นแล้วหรือยัง” ร่างงามเบี่ยงตัวออกมาประคองกู้ลี่ถิงให้ลุกขึ้นยืนเอาไว้แทน

“ดีขึ้นมากแล้วเพคะ ขอบพระทัยที่พระองค์ที่ทรงพระเมตตามาเยี่ยมหม่อมฉัน”

“พระชายาอันใดกัน ที่นี่ไม่มีแต่คนกันเอง เจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ตามเดิมเถิด” 

ซ่างกวนหลินฟ่งมองภาพหญิงงามสองคนด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้มชวนฝัน 

กู้ลี่หม่านงดงามเฉลียวฉลาดเด็ดเดี่ยว แต่นางมักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องความงามบนร่างกายมากเกินไป 

วันๆ พระชายาเอกของตนก็จะใช้ฟุ่มเฟือยไปกับการเครื่องประทินผิวเสริมความงาม ยามค่ำคืนกว่าจะเช็ดล้างเนื้อตัวจนหมดก็ต้องปล่อยให้เขารอคอยจนน่ารำคาญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ากู้ลี่หม่านงดงามเป็นหน้าเป็นตาให้จวนองค์ชายรองอย่างสมเกียรติ

ส่วนกู้ลี่ถิงผู้เป็นน้องสาว แม้จะมีใบหน้าจืดชืดไปสักหน่อย แต่ความงามพิสุทธิ์ของดรุณีแรกรุ่นก็ยังเผยออกมาเต็มเปี่ยมโดยไม่ต้องเสริมแต่ง นางเปรียบเสมือนกลีบดอกไม้อ่อนบางที่น่าทะนุถนอม ท่าทางอ่อนโยนว่าง่ายนั่นก็อีก ช่างเหมาะสมจะเป็นสมบัติให้เขาหยอกล้อเล่นยิ่งนัก!!

“เอาล่ะ บุตรสาวข้าก็ออกมาแล้ว จากนี้จะเยียวยาสกุลกู้ของเรากันอย่างไรก็ว่ากันมาเถิด!" กู้เว่ยเอ่ยปาก ชักชวนให้เข้าเรื่องสำคัญ

ขันทีจากวังหลวงแอบเบะปากมองบนให้กับคำว่า เยียวยา ซึ่งแสดงออกถึงความละโมบของท่านเสนาบดีที่มีเพียงเปลือกนอก!!

สกุลกู้มีตำแหน่งในราชสำนักมาถึง 4 รุ่น จนมาถึงรุ่นของกู้เว่ย บุรุษเจ้าเนื้อผู้เป็นจุดตกต่ำที่สุดของสกุลแล้ว เคราะห์ดีที่กู้เว่ยมีบุตรสาวจากภรรยาเอกงดงามเฉลียวฉลาดต้องตาต้องพระทัยองค์ชายรอง ชาติตระกูลก็ไม่ได้ต่ำศักดิ์จนเกินไปนัก กู้ลี่หม่านได้เป็นพระชายาเอกสกุลกู้จึงกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาได้เล็กน้อย

ภายหลังคุณชายรองกู้ซุยจงได้เป็นองครักษ์หลวง จะโดยความสามารถของเขาเองหรือเป็นเพราะตำแหน่งพระชายาเอกของพี่สาวก็ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม สกุลกู้จึงยิ่งได้หน้า เสียงดังคับเมืองหลวง

“อันดับแรกก็คงต้องพูดเรื่อง 3 หนังสือ 6 พิธีการที่จัดการไปแล้วกันก่อน” เจ้าหน้าที่ว่าความเริ่มบทสนทนา

“หนังสือหมั้นหมายข้าคิดจะฉีกทิ้งเสียวันนี้ไปเลย แต่หนังสือแสดงสินสอดกับสินสอดทั้งหมดสกุลกู้จะรับเอาไว้ข้าไม่คืนให้พวกเขาหรอก สมบัติเหล่านั้นจะต้องยกให้เป็นของสกุลกู้ พวกเราไม่ได้ทำผิดอันใดต่อสกุลเย่” กู้เว่ยเปิดปากประโยคแรกก็เรียกร้องผลประโยชน์ออกมาอย่างอย่างไม่อาย

“ยามนี้เย่เฟิงและบุตรชายถูกทำโทษสถานเบาโดยการปลดให้ออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งเป็นสามัญชนธรรมดา ทรัพย์สินตั้งแต่เย่เฟิงขึ้นรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ล้วนถูกริบเข้าหลวงจนหมดสิ้น แต่ฮ่องเต้ทรงพระเมตตาให้สกุลกู้ตัดสินใจเรื่องสินสอดจากสกุลเย่ตามแต่พวกท่านเห็นควร”

กัวฮูหยินยิ้มกว้างกับคำว่าให้สกุลกู้ตัดสินใจจากปากขันทีหลวงยิ่งนัก เพราะหากฮ่องเต้รับสั่งมาตรงๆ ว่าให้เป็นสมบัติส่วนตัวของกู้ลี่ถิง สินสอดทั้งหมดนั้นย่อมตกเป็นสินเดิมติดตัวบุตรสาวเข้าไปจวนองค์ชายรองด้วย แล้วนางจะได้อะไร!

“หนังสือรับตัวเจ้าสาวเล่า สกุลกู้รับหนังสือจากฝ่ายนั้นมาแล้วก็เท่ากับว่ากู้ลี่ถิงเป็นคนสกุลเย่อย่างเป็นทางการ สินสอดก็ควรตกลงว่ากันตามประเพณี ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าสาวรับเอาขนมและสิ่งของมงคลเก็บไว้ ของมีค่าส่วนใหญ่ก็สมควรถมเติมสินเดิมให้เจ้าสาวจึงจะถูก นางเองก็เป็นผู้เสียหาย”

กู้ลี่ถิงช้อนสายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้า แอบชื่นชมความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ศาลตุลาการในใจ กล่าวตามจริงจะไม่มีใครมาสนใจว่าชีวิตนางจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ย่อมได้ แต่เจ้าหน้าที่จากศาลตุลาการท่านนี้กลับใส่ใจ

“จะจัดว่านางเป็นคนสกุลเย่ได้เช่นไร เห็นกันอยู่ว่านางยังไม่ทันได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยซ้ำ ก็แค่หนังสือรับตัวฉีกทิ้งไปก็ใช้ได้แล้วมิใช่หรือ ในเมื่อการแต่งงานก็ถูกล้มเลิกโดยรับสั่งของฝ่าบาทไปแล้ว”

“แต่ไหนแต่ไรมาเราก็ยึดเอา 3 หนังสือ 6 พิธีการเป็นเครื่องยืนยัน เรื่องนี้พูดยากอยู่” ขันทีชราทำสีหน้ายุ่งยากใจ 

จะดื้อดึงยึดเอาตามหลักการก็เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับกู้ลี่ถิงที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่ นางยังไม่ได้เสียหายทางร่างกาย แต่ความจริงย่อมเป็นความจริง แม้แต่เรือนผมของหญิงสาวเวลานี้ก็เกล้าขึ้นแบบสตรีที่ออกเรือนแล้ว หาใช่สตรีวัยเพิ่งปักปิ่นยังไม่ได้ออกเรือนเมื่อไร

“เรื่องทรัพย์สินเงินทองหาใช่เรื่องใหญ่ ชื่อเสียงของคุณหนูสามสิสำคัญยิ่งกว่า นางเพิ่ง 16 และยังบริสุทธิ์ผุดผ่องจะให้ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหม้ายได้อย่างไรกัน นางเป็นถึงน้องสาวของชายารักข้าทีเดียวนะ องค์ชายอย่างข้าจะกอบกู้ชื่อเสียงให้นางเอง!!”

มาแล้ว!! บทพระเอกขี่ม้าขาวยื่นมือมาช่วยหญิงงามของซ่างกวนหลินฟ่ง!!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED