รถตู้คันใหญ่แล่นจอดริมถนนหน้าคฤหาสน์หลังงาม ก่อนที่ผู้โดยสารรถจะรีบลงโดยถืออุปกรณ์ทำความสะอาดกันคนละชิ้นสองชิ้น ทุกคนต่างสวมชุดยูนิฟอร์มเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาวสีเขียว หมวกก็ยังเป็นสีเขียว สกรีนเสื้อด้านหลังว่า
‘รักสะอาด…ไว้ใจเรา’
แก้วขวัญเป็นหนึ่งในพนักงานจากบริษัท clean house สาขากรุงเทพ ซึ่งรับทำความสะอาดบ้านครอบคลุมทั่วเมืองหลวง
เงินเดือนหมื่นกว่าบาทพอช่วยให้เธอรอดตัวไปได้ในแต่ละเดือน แต่คราวนี้…ไม่รู้ว่าจะรอดไหม เพราะเป้าหมายในการทำงานครั้งนี้คือบ้านสีครีมที่สร้างกลางเนื้อที่เกือบสองไร่
บ้านที่เธอเคยอยู่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว
หญิงสาวกำด้ามไม้กวาดแน่นจนเจ็บ ในใจวุ่นวายและสับสน เธอเคยปฏิญาณไว้ว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้ต้องกลับมาจนได้ ถึงแม้ว่าจะมาแค่วันเดียวก็ตาม แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกประหม่า
“เป็นอะไรหรือเปล่าแก้ว หน้าดูซีดๆ นะ”วัลลภเพื่อนร่วมงานถือถังเปล่าและน้ำยาสำหรับทำความสะอาดได้หันมามองและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ปะ เปล่าค่ะ แก้วไม่ได้เป็นอะไร”ตอบพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ใช่แล้ว เธอต้องไม่เป็นอะไร มันไม่มีอะไรหรอกน่า…เรื่องก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่มีใครในบ้านนั้นสนใจเธอแล้วล่ะ
“คราวนี้เป็นบ้านเศรษฐีเลยนะ หลังใหญ่มาก น่าจะใช้เวลานานหน่อย”
“รวยขนาดนี้จ้างคนรับใช้ไว้สักสิบคนก็ยังได้ น่าแปลกนะที่มาพึ่งบริการบริษัทเรา” นาราออกความเห็น ขณะเลื่อนประตูรถให้ปิดลง
“ได้ข่าวมาว่าคุณภพเป็นคนโมโหร้าย เขาไล่สาวใช้ออกหมด ทุกคนมาหลายปีแล้วเพราะขี้รำคาญ คนรวยก็แบบนี้แหละ เข้าใจยากมาก”วัลลภส่ายหน้า ส่วนนาราตาโต
“อุ๊ยตาย หนุ่มหรือแก่คะนั่น ทำไมแปรปรวนยังกับคนวัยทอง”
วัลลภหัวเราะในลำคอ “ได้ยินมาว่าหล่อมากนะ ยังหนุ่มยังแน่น น่าจะแค่สามสิบต้นๆ ”
“โอ๊ย ถ้าขึ้นเลขสามแล้ว สำหรับฉัน ฉันว่าแก่แล้วล่ะ”จากนั้นก็หัวเราะคิกคัก “ไม่มีคนใช้มาหลายปี แล้วปกติทำความสะอาดเองหรือไง ถึงเพิ่งมาจ้างพวกเรา”
“ปกติใช้บริการทำความสะอาดจากบริษัทอื่น แต่มีพนักงานคนหนึ่งทำแจกันแตก เขาเลยหันมาจ้างเราแทนไง”
“โอ้โห พี่ลภนี่รู้ลึกรู้จริง ฮ่าๆ แต่ขี้โมโหนิสัยไม่น่ารักเลยนะ แค่แจกันแตกเอง สงสัยเราจะต้องระวังให้มากขึ้นแล้วล่ะ”
ตลอดเวลาที่ฟังบทสนทนาของเพื่อนร่วมงาน แก้วขวัญยิ่งหวั่นวิตก มือเย็นชืดลงเรื่อยๆ หน้างามเผือดสี…ถ้าเธอรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาที่บ้านภพธร เธอจะแกล้งปวดหัวปวดท้อง ทำยังไงก็ได้ที่จะมีข้ออ้างไม่ต้องมา แล้วให้คนอื่นมาทำแทน
แต่เพราะวันนี้เธอเข้าบริษัทสายเพราะยุ่งเรื่องลูกสาวที่ไม่สบาย พอเพื่อนๆ เรียกตัวขึ้นรถก็รีบขึ้นทันทีโดยไม่ทันถามถึงจุดหมาย
คิดว่าจะเป็นแค่บ้านธรรมดาทั่วไปอย่างที่เคยไปทำมา ไม่นึกเลยว่าจะเป็นบ้านของสามีเก่า !
ยามรักษาความปลอดภัยที่อยู่ตรงป้อมเล็กๆ ใกล้รั้วได้มาเปิดรั้วให้
“พนักงานจากบริษัท clean house ใช่ไหมครับ คุณภพแจ้งไว้แล้วว่าถ้ามาก็ให้เปิดประตูให้”
“ใช่ครับ” วัลลภพยักหน้ารับอย่างสดใส ก่อนเดินนำเพื่อนร่วมอาชีพเข้าไปในอาณาเขตบ้านหลังใหญ่
แก้วขวัญใจเต้นตึกตัก มือเย็นเทียบเท่าน้ำแข็ง สะดุ้งสุดตัวเมื่อนาราเอาไหล่มาชนแขนเธอ
“ไม่เป็นไรจริงเหรอพี่แก้ว ฉันเห็นพี่สีหน้าไม่ดีตั้งแต่ลงจากรถแล้วนะ”
วัลลภหันมองแวบหนึ่ง เห็นด้วยกับเพื่อนรุ่นน้อง “ใช่ ถ้าไม่สบายก็บอกกันนะ ท่าทางของแก้วยังกับคนจะเป็นลม”
“แก้วไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" หญิงสาวฝืนยิ้ม สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เธอจะทำตัวอ่อนแอเป็นภาระคนอื่นไม่ได้ ถ้าช่วยกันทำงาน แป๊บเดียวก็เสร็จจะได้รีบกลับ เรื่องระหว่างเธอกับภพธรก็ผ่านมาตั้ง 7 ปีแล้ว เวลาที่ผ่านไปนานขนาดนั้นมันคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ
แม้จะย้ำว่าไม่มีปัญหา แต่เธอก็ดึงหมวกแก๊ปลงต่ำเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นใบหน้าได้ถนัด ยิ่งก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้านหลังงาม เธอยิ่งยะเยือกราวจะจับไข้
“โอ้โห บ้านคนรวยนี่หรูหราชะมัด แค่ห้องโถงก็กว้างกว่าบ้านฉันทั้งหลังซะอีก” นาราตาโต วางอุปกรณ์ที่ถือมาลงบนพื้น ก่อนหมุนตัวไปมา “ดูโคมระย้านั่นสิ แพงเท่าเงินเดือนของฉันทั้งปีแน่ๆ ”
“นี่ อย่าตื่นเต้นไป” วัลลภจุปากตักเตือน “เดี๋ยวเขาก็มองไม่ดีหรอก รักษาภาพลักษณ์ของบริษัทไว้บ้าง”
“เข้าใจแล้วค่า”
ชายวัยกลางคนเดินลงมาจากชั้นสอง ใบหน้าที่มีรอยยับย่นแห่งกาลเวลา แต่ทว่าดวงตากลับแจ่มชัดและแฝงด้วยความปรานี
แก้วขวัญมองชายผู้นั้นอย่างคิดถึง คุณนฤนาถไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ถ้าจะเปลี่ยนก็คงเป็นรอยจีบย่นตรงหางตาที่เพิ่มมากขึ้น เธอก้มหน้าต่ำ ขยับปีกหมวกให้บดบังช่วงหน้าผากมากขึ้น
“มากันแล้วเหรอ ตามสบายนะ ฉันกับเมียจะออกไปข้างนอกกัน พวกคุณจะได้ทำความสะอาดเต็มที่”
เมียที่พูดถึงคงหมายถึงคุณภารดี อดีตแม่ย่าใจร้ายที่เกลียดชังเธออย่างออกหน้าออกตา โชคดีที่จะออกไปข้างนอก เธอจะได้ไม่ต้องกระอักกระอ่วนใจ
“ครับ ว่าแต่ไม่กลัวพวกเราขโมยของเหรอ” วัลลภถามยิ้มๆ เขาเป็นคนที่กล้าแสดงออกที่สุด พูดเก่งสุด
“ผมรู้ว่าพวกคุณคงไม่อยากตกงานหรอก สมัยนี้งานหายาก เผลอๆ โดนจับติดคุกอีก อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะไม่มีใครรู้เห็น บริษัทส่งพวกคุณมากแค่ 3 คน ถ้ามีของหายก็คงมีแค่พวกคุณนั่นแหละที่ทำหาย”
“พวกเราไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นแน่นอนค่ะ” นารารับคำเสียงใส คุณนฤนาถพยักหน้าก่อนจะออกจากบ้านไป สักพักคุณภารดีก็วิ่งลงมาจากชั้นสองบ้าง ใบหน้าที่ตกแต่งอย่างงดงามจนดูอ่อนกว่าวัย แม้ว่าอายุจะห้าสิบปลายๆ แล้วก็ตาม หญิงวัยกลางคนเดินผ่านพนักงานทำความสะอาดไป เหลือบมองแค่หางตาแล้วเมิน…ในความรู้สึกของ แก้วขวัญ คุณภารดียังคงเย่อหยิ่งและถือตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
สักพักเสียงรถก็แล่นห่างออกไปจนเงียบในที่สุด เป็นสัญญาณว่าสองสามีภรรยาได้ออกไปข้างนอกด้วยกันแล้ว
“โอ้โห คุณนายหยิ่งมาก ดูเหมือนคนใจร้ายเนอะ ฉันว่าคนเป็นผัวยังดูใจดีกว่าอีก” นาราออกความเห็นตรงไปตรงมาตามนิสัย ขณะที่วัลลภยกนิ้วชี้แตะปากเชิงห้าม พร้อมชี้บุ้ยใบ้ไปทางมุมห้อง
“กล้องวงจรปิดเพียบ รีบทำแล้วรีบกลับเถอะ”
“รับทราบค่า” นาราตะเบ๊ะ ยิ้มยิงฟัน
ทั้งสามคนช่วยกันทำความสะอาดชั้นล่างทีละห้องจนครบ กว่าจะเสร็จทุกห้องก็ปาไปครึ่งวันแล้ว จากนั้นก็พากันขึ้นชั้นสอง นาราเสนอความคิด
“คราวนี้ทำกันคนละห้องไปเลยดีไหมคะ จะได้เสร็จไวๆ เพราะชั้นบนห้องเยอะมาก”
“ก็ดีนะ จะได้เสร็จทันสี่โมงเย็น” วัลลภพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจัดแจงแบ่งเขตแดนหลังจากสำรวจดูคร่าวๆ แล้วว่ามี 9 ห้อง “เดี๋ยวนาไปทำความสะอาด 3 ห้องปีกซ้ายนะ พี่จะทำ 3 ห้องกลาง ส่วนแก้วก็ทำ 3 ห้องฝั่งติดบันได โอเคไหม”
“โอเคค่ะ” นารารับคำ ส่วนแก้วขวัญนั้นหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด
“ไหวไหมแก้ว ดูสีหน้าแย่ลงกว่าตอนเช้าอีกนะ” น้ำเสียงวัลลภแสดงชัดถึงความเป็นห่วง
“ไหวค่ะ แก้วไม่ได้เป็นอะไร”
“เดี๋ยวออกไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า จะได้พร้อมลุย” นาราชวน ก่อนพากันไปกินข้าวบนรถตู้ ซึ่งต่างคนต่างห่อมาจากบ้าน
กินเสร็จก็ขนอุปกรณ์ขึ้นชั้นสอง แก้วขวัญมือเย็นเฉียบ ใจเต้นตึกตัก เมื่อ 7 ปีก่อน ห้องที่เธอนอนกับภพธรคือห้องที่สองถ้านับจากบันได
แต่เขาคงไม่อยู่บ้านหรอกกระมัง เพราะเธอทำงานที่นี่ครึ่งวันแล้วยังไม่เจอเขาเลย แล้วนี่ก็ผ่านมา 7 ปีแล้วด้วย เขาอาจจะไม่ได้นอนห้องนี้อีกแล้วก็ได้
แต่ถึงกระนั้น เธอก็เลือกที่จะทำความสะอาดห้องติดบันไดก่อน ตามด้วยห้องที่สาม จากนั้นก็มาถึงห้องตรงกลาง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วตัดสินใจเปิดเข้าไป
ผู้ชายร่างสูงใหญ่เปลือยท่อนบนนอนคว่ำอยู่บนเตียง มัดกล้าม แผ่นหลังกว้างสีแทนอ่อน หญิงสาวรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น อยากวิ่งหนีออกจากห้องซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่สองขาแข็งเป็นหินไม่ยอมขยับ
แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลัง เธอก็จำได้ดี…ภพธร อดีตสามีของเธอเอง
ชายหนุ่มพลิกตัวนอนหงาย ดวงตาคู่คมปรือขึ้นมองผู้บุกรุก เธอรีบดึงหมวกลงต่ำปิดหน้าผาก ก้มหน้า พูดอ้อมแอ้ม
“ขอโทษนะคะ ฉันมาจากบริษัท clean house ค่ะ”
“อือ…” ครางรับรู้ในลำคอ ในขณะที่เธอรู้สึกอึดอัด ถอนหายใจยาว “ทำไปสิ ฉันไม่เกะกะหรอก”
“ค่ะ” เธอก้มหน้า วางอุปกรณ์อื่นๆ ลงที่พื้น จับไม้กวาดมาทำความสะอาด พยายามไม่มองไปทางเตียง รีบทำให้เสร็จๆ อยากออกไปจะแย่อยู่แล้ว อึดอัดเต็มที
“นี่เธอ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง
“คะ ? มีอะไรหรือคะ” ถามทั้งๆ ที่ไม่หันไปมองเขา
“ดูเธอแปลกๆนะ”
“เอ่อ แปลกอะไรกันคะ”
“ดูมีพิรุธชอบกล เหมือนพยายามหลบหน้าหลบตาฉัน แถมขี้ตกใจอีก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า หรือแอบขโมยของอะไรในบ้านฉันไป”
“ฉันจะไปขโมยอะไรได้ล่ะคะ กล้องวงจรปิดเต็มบ้าน”
“แต่ในห้องของฉันไม่ได้ติดกล้องนะ”
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนฝืนตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปกติ
“ฉันเป็นแค่พนักงานทำความสะอาดนี่คะ ต้องมาทำต่อหน้าเจ้าของบ้านที่กำลังนอนอยู่บนเตียงก็ต้องมีประหม่ากันบ้างแหละค่ะ”
“เหรอ เอาหมวกออกได้ไหม”
“มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลนะคะ ฉันมีหน้าที่แค่จัดการความสะอาดในบ้านให้คุณเท่านั้น”
“ไม่ว่ายังไงฉันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ดี มันเหมือนตงิดๆ อยู่ในใจ” ร่างสูงลุกพรวดลงจากเตียง ทำเอาเธอใจหายวาบ มือกำด้ามไม้กวาดเกร็งแน่น สัญชาตญาณทำให้เธอจะวิ่งหนีออกจากห้อง แต่ช้ากว่ามือใหญ่ที่คว้าไหล่ของเธอไว้ได้ทันก่อนกระชากตัวเธอมาประชิดร่างแกร่ง เผลอเงยหน้ามองเขา ดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดหวั่นทำให้เขาสะดุดในใจ
“คะ คะ คือว่า คือ…” น้ำเสียงของเธอตะกุกตะกัก
“คืออะไร... จะว่าไปแล้วหน้าตาของเธอดูคุ้นๆ นะ” หัวคิ้วเข้มขมวด
“หน้าฉันโหลน่ะค่ะ ไม่แปลกหรอกที่จะคุ้น” เธอหัวเราะ แต่เขามองออกว่าเสแสร้ง มือใหญ่ถือวิสาสะดึงหมวกออกจากศีรษะเธอ “ว้าย ! ” หญิงสาวอุทาน รีบผลักเขาออก เผ่นพรวดไปที่ประตูแต่ก็โดนเขาจับตัวไว้ได้ทันอีกครั้ง
“มีพิรุธจริงๆ นั่นแหละ เธอน่ะ” เขาหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้าตรงๆ พลันนั้นหัวใจของชายหนุ่มก็กระตุกวาบ...แม้จะผ่านมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยลืมเธอเลย แม้ว่าในตอนนี้เธอจะไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม...เมียเก่าที่เป็นเหมือนแผลใจที่ทำให้เขามีอคติกับผู้หญิงเกือบทุกคน
“แก้วขวัญ ! ” น้ำเสียงของเขาห้าวลึกแต่แฝงด้วยความดุดัน ในขณะที่เธอตัวสั่น มองเขาราวกับเห็นสัตว์ป่าดุร้าย “เป็นเธอจริงๆ ด้วย” ประโยคหลังๆ พึมพำจนเสียงแทบไม่หลุดพ้นลำคอ แต่เธอก็ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ปล่อยฉันค่ะ” เธอพยายามแกะมือใหญ่ออกจากไหล่ แต่เขากลับยึดไว้แน่น
“น่าขำจริงๆ บทจะเจอก็ได้เจอกัน อดีตเมียเก่า” คำหลังๆ เขาเน้นหนักเป็นพิเศษ ทำเอาเธอหน้าร้อนวาบ พยายามข่มใจตัวเองไว้...ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วแก้วขวัญ ในเมื่อเขารู้แล้วว่าเป็นเธอ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก
หน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี “คุณขำ แต่ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะคะ ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันมาทำงาน ไม่ได้มาด้วยเรื่องส่วนตัว เสร็จงานแล้วก็จะกลับ”
ภพธรกัดกรามกรอด ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหงุดหงิดด้วย เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่เธอเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองจนถึงทุกวันนี้เนี่ยนะ
“เธอเปลี่ยนไปเยอะนะแก้วขวัญ นิสัยของเธอยังถือดีไม่เปลี่ยนไปเลย”
ดวงตากลมโตเหลือบมองเขาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก...สำรวจมองเขาอย่างพินิจเต็มตาเป็นครั้งแรกของวันนี้ เขายังคงหล่อเหลาไม่เปลี่ยนแปลง คิ้วเข้ม ดวงตาคมดุ จมูกโด่ง ปากสวย แต่หนวดเคราที่รกครึ้ม และผมที่ยาวระต้นคอนั่นทำให้เขาดูดิบเถื่อน ต่างจากเมื่อก่อนที่จะตัดผมสั้น โกนหนวดเคราเสมอ
“คุณเองก็เปลี่ยนไปนะคะ ไม่นึกว่าคุณจะมีรสนิยมไว้หนวดเคราด้วย”
เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ “ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอไม่ใช่หรือไงแก้วขวัญ” เขาจบประโยคนี้ด้วยการก้มจูบริมฝีปากอิ่มอย่างรุนแรง...จูบที่ทำเอาเธอตัวแข็งทื่อราวกับโดนสูบวิญญาณออกจากร่าง หัวสมองขาวโพลน เผลอปล่อยมือจากด้านไม้กวาด เขาเองก็ทิ้งหมวกในมือลงพื้นพร้อมลูบไล้แผ่นหลังของเธอไปมา ถ่านไฟเก่ายังระอุ หัวใจของทั้งคู่เต้นกระหน่ำครึกโครมราวจะปะทุออกมานอกอก
เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแล้วพาไปที่เตียงกว้าง บรรจงวางเธอลงนอน จากนั้นก็ตามขึ้นคร่อมเหนือร่างบางที่ยังคงเย้ายวน เขาจูบปากเธออีกครั้ง และอีกครั้ง...ในขณะที่มือใหญ่ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ด...ทีละเม็ด
ไม่นานนัก เนื้อตัวแก้วขวัญก็เปล่าเปลือยไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม รวมทั้งเขาด้วยเช่นกัน หญิงสาวหอบหายใจถี่ๆ ด้วยเพลิงพิศวาสที่อัดแน่นอก ริมฝีปากอิ่มขบเม้มสะกดกลั้นเสียงครางไม่ให้ดังจนเกินไป เมื่อโดนปากอุ่นจัดครอบครองยอดถัน ฝ่ามือหนาฟอนเฟ้นเต้าอวบบีบขยำ
นานเจ็ดปีแล้วที่เธอห่างหายจากเรื่องอย่างว่า เพราะต้องอุ้มท้อง คลอดลูก สู้ดิ้นรนทำงานดูแลลูกจนเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะคิดเรื่องอื่น มีเพียงเรื่องเดียวที่เธอยังคงนึกถึงเสมอ...นั่นคือภพธร อดีตสามีของเธอ
ที่เขาว่ารักแรกมักลืมยาก เธอคิดว่าเป็นจริง...เพราะผ่านมาหลายปี ไม่เคยลืมเขาได้เลย