บทที่ 2
ตอนที่2 คนนั่งกินข้าวพร้อมกัน เซี่ยหลิงหลิง ก็พูดถึงเรื่องนี้ว่า “การค้นหาจะรู้ตัวตนของฉัน จากนั้นก็นำเสนอข้อมูลของนายทั้งหมดงั้นเหรอ?”
เฉิงรุ่ย ไปขี้มะเขือม่วงมาช้าๆ
“อาจจะใช่”
“น่ากลัวจัง ฉันต้องจะปิดGPRS ก่อนดีกว่า”
น่ากลัวน่ากลัว ฉันจะต้องปิด ตำแหน่งในโทรศัพท์ก่อน
เซี่ยหลิงหลิง จะรู้ได้ไงว่านี่คือโปรแกรมน้อยๆที่ เฉิงรุ่ย เป็นคนทำเอง แต่แค่ใช้ที่โทรศัพท์เธอเท่านั้น ข้อมูลของ ลิซท์ ที่เยอะขนาดนี้ก็มีแต่เธอคนเดียวที่จะมีสิทธิ์แบบนี้
คนที่ทำเรื่องนี้นิ่งเฉยมาก ไม่มีความกลัวที่ถูกจับได้แม้แต่น้อย
เซี่ยหลิงหลิง ถามว่า “วันตรุษจีนวางแผนอะไรไว้ไหม?”
เธอกำลังจะบอกว่าอีก 2-3 วันไปซื้อของที่ห้างไหม ถึงแม้จะเป็นสองคนก็คงจะกินอาหารข้ามปีอะไรหน่อย
เฉิงรุ่ย ที่กำลังกินข้าวอยู่ก็หยุดกิน
เขาพูดชัดๆว่า “ออกไปเล่นนอกเถอะ”
เซี่ยหลิงหลิง “ฮะ??”
เมื่อก่อน เฉิงรุ่ย ไม่เคยเล่นงานข้ามปีอะไรเลย สำหรับเรื่องนี้เขาไม่มีความคิดอะไรทั้งนั้น แต่ปีนี้มีเรื่องที่สำคัญมากๆที่จะต้องทำ ถ้าปกติให้ เซี่ยหลิงหลิง ออกจากบ้านเธอจะไม่ยอมแน่ ในวันต่างๆใช้ข้ออ้างแบบนี้เหมาะสมที่สุดละ
อยู่ดีๆก็ถูกเชิญ และ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไหวพริบทัน “นายคงไม่ถือว่าเป็นการเชิญไปเดทมั้ง เร็วเกินไปหรือเปล่า ไม่ค่อยดีมั้ง?”
เฉิงรุ่ย ทำหน้า หรือพวกเราไม่ค่อยออกไปด้วยกันหรอ? ตาของเขามองไปทางเซี่ยหลิงหลิงสักแป๊บจากนั้นเขาพูดต่อว่า “ก็แค่ออกไปเล่นไม่ต้องมีความเครียดก็ถือว่าเป็นโบนัสของพนักงานละกัน”
“มีที่ไหนพนักงานออกไปเที่ยวกับเจ้านายสองต่อสอง......” เซี่ยหลิงหลิง พูดพล่ำๆๆ
“พวกเราไม่เหมือนกัน” เฉิงรุ่ย พูด
“ทุกคนก็มีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันนะหรอ?” เซี่ยหลิงหลิง ต่อคำพูดของเขาทันที
เฉิงรุ่ย“……”
เฉิงรุ่ย “นายก็ไม่ต้องมองหน้าฉันเลย ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเล่นมุกไม่เป็น”
การเชิญของ เฉิงรุ่ย ไม่ได้เป็นทางการ แต่คุ้มค่าที่จะต้องคิด แต่ถ้าเป็นเวลาปกติ เซี่ยหลิงหลิง จะปฏิเสธได้นอน อะไรจะไปพัฒนาความสัมพันธ์ของสามีภรรยา แค่คิดก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว เธอไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
แต่ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในช่วงที่กำลังคุ้นเคยกับซึ่งกันและกันอยู่ เซี่ยหลิงหลิง ก็เลยตกลงกับ เฉิงรุ่ย เธอเคยตกลงกับ เฉิงรุ่ย ว่าจะลองดู
เพราะอยู่ที่บ้านดูรายการข้ามปีก็ไม่ค่อยสนุก ออกไปเล่นยังจะดีกว่า
วันตรุษจีนของทุกปีก็จะกินข้าวที่บ้าน แต่ปีนี้จะออกไปในช่วงฤดูนี้ก็จะดูสนุกหน่อย ความสนุกที่จะมาถึงทำให้ เซี่ยหลิงหลิง ลืมเรื่องที่โทรศัพท์และ otebook ของตัวเองมีไวรัสเข้า
เฉิงรุ่ย นั้นจองตั๋วเรียบร้อยแล้วอีก 2 วันก็จะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวแล้ว
สถานที่ที่ไปนั้นก็ยังเป็นสถานที่ที่มีหิมะปกคลุมไปหมด มีเจ็ทสกีพร้อม รวมถึงสนามเด็กเล่น ดูแล้วน่าจะสนุกมาก
เซี่ยหลิงหลิง ก็เริ่มคาดหวังขึ้นมาทันทีแล้ว
ออกไปเที่ยวก็ต้องเอาของไปมาก เสื้อผ้าของฤดูหนาวพร้อมกับที่ใส่ด้านใน ผ้าปิดปากและผ้าพันคอพร้อมอุปกรณ์ที่ให้ความอบอุ่นอีกมากมาย ไม่นานกระเป๋าเดินทางก็เต็มไปด้วยของหมดแล้ว ของ เซี่ยหลิงหลิง เก็บต่อไม่ได้แล้ว เธอก็เลยมองไปทาง เฉิงรุ่ย ที่มีแต่กระเป๋าสะพายแล้วพูดว่า “เอากระเป๋าเดินทางอีกอันเถอะ ถึงเวลานายเป็นคนถือ”
เฉิงรุ่ย ตอบตกลง
บทที่ทั้งสองไปถึงที่สนามบิน ยังไม่ค่อยมีคนเยอะนัก เซี่ยหลิงหลิง ทำการเช็คอินต่างๆเสร็จ ในมือก็เหลือแต่กระเป๋าใบเล็กๆ อารมณ์ของเธอดีมาก ส่วน เฉิงรุ่ย นั้นอยู่ด้านหลังของเธอหลังจากที่ผ่านการตรวจสอบอยู่ เซี่ยหลิงหลิงหันหลังแล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันจะไปห้องน้ำในทำอะไรเสร็จก็รออยู่ที่นี่นะ”
“OK”
หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไปที่ห้องน้ำ เฉิงรุ่ย ที่กำลังต่อแถวอยู่ก็เดินตาม
คนที่ตรวจสอบความปลอดภัยคือผู้หญิง เธอแอบมองไปที่หน้าของ เฉิงรุ่ย จากนั้นหน้าของคนตรวจก็แดงไปหมดเลย
บทที่เธอตรวจร่างกายของ เฉิงรุ่ย ไม่กล้าไปแตะต้องตัวเขาและในตอนนี้ก็มีพนักงานอีกคนพูดว่า “เป็นพาวเวอร์แบงค์หรอ ถ้ามีของก็ต้องเอาออกมา จะต้องไปตรวจดูอีกรอบ”
อาจจะเป็นบทที่ เซี่ยหลิงหลิง เก็บของแล้วลืมพาวเวอร์แบงค์ไว้
เฉิงรุ่ย เดือนเข้าไปแล้วเปิดกระเป๋าเดินทาง
ภายใต้สายตาของพวกเขา กระเป๋าเดินทางถูกเปิด ด้านในเต็มไปด้วยจำพวกเสื้อในและกางเกงใน ถ้าไม่ใช่เพราะ เฉิงรุ่ย ไหวพริบทันก็คงจะมีกระโปรงสายเดี่ยวร่วงลงมา
สายตาของพนักงานดูแปลกประหลาด อาจจะคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนหนึ่งกลับมีของใช้ของผู้หญิงมากขนาดนี้......
ผู้หญิงที่ตรวจความปลอดภัยหน้าซีดไปหมด สายตาที่มองไปทาง เฉิงรุ่ย ก็เปลี่ยนไป คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นคนที่โรคจิต!
เฉิงรุ่ย ที่อยู่ข้างๆหาของในกองเสื้ออย่างเงียบๆ สุดท้ายก็หาพาวเวอร์แบงค์เจอ
ระหว่างนี้สถานการณ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัดและทุกคนก็ทำตัวไม่ถูก
……
เซี่ยหลิงหลิง ไปห้องน้ำกลับมา บทที่กลับมาพบว่า เฉิงรุ่ย ไม่ผ่านการตรวจสอบ เซี่ยหลิงหลิง มองไปรอบๆ ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้แปลกๆ
เธอรอไห้ เฉิงรุ่ย ลากกระเป๋าเดินทางมา ถึงจะถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉิงรุ่ย“ฮึม?”
“รู้สึกว่าสายตาที่พวกเขามองนายแปลกมาก” อยู่ดีๆ เซี่ยหลิงหลิง ก็คิดอะไรได้และสีน่าดูจริงจังขึ้นมาทันทีแล้วถามเบาๆว่า “เป็นไปได้ไหมที่พวกเขารู้ตัวตนจริงของนายแล้ว!”
เฉิงรุ่ย ตอบอย่างนิ่งเฉยว่า “เป็นไปไม่ได้”
......มากที่สุดก็แค่ผู้ชายที่ชอบแต่งตัวผู้หญิงถูกเปิดเผยทั้งนั้นแหละ