ตอน 2

บทที่ 2

บทที่2

เมื่อได้ยินสิ่งที่เซี่ยหลิงหลิงพูดตั้งแต่เดินเข้าประตูมานี่เป็นครั้งแรกที่สายตาของเฉิงรุ่ยมองมาที่เธอสายตาคู่นั้นมันเหมือนกำลังมองไปที่คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

“บ้านหลังนี้ฉันยกให้เธอไม่ได้หรอกนะ”

บ้าน?เซี่ยหลิงหลิงชะงักไปครู่นึง

เอกสารที่อยู่บนโต๊ะคือข้อตกลงในการหย่าเซี่ยหลิงหลิงรีบหยิบมันขึ้นมาเปิดดูรายละเอียดในนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสาเหตุที่ทั้งสองหย่าร้างกันนั้นก็เป็นเพราะรักร้าวฝ่ายหญิงเซี่ยหลิงหลิงยินยอมที่จะละทิ้งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นการชดเชยฝ่ายชายนั้นจะให้ส่วนแบ่งทั้งหมดของบริษัทเฉิงซื่อที่เขาเป็นเจ้าของอยู่กับเธอรวมแล้วอยู่ที่ประมาณห้าล้านกว่าหยวน

ในหนังสือได้กล่าวไว้บริษัทเฉิงซื่อเป็นอุตสาหกรรมที่พ่อของเฉิงรุ่ยเป็นเจ้าของอยู่บริษัทไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไรนักเพียงแต่หลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิตไปแล้วแม่ใหม่ก็เข้ามาความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ก็แตกหักไปแล้วส่วนแบ่งที่เฉิงรุ่ยมีอยู่ในมือนั้นถือว่าน้อยมากแต่ก็มีอยู่หลายล้านเหมือนกัน

เซี่ยหลิงหลิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยบ้านหลังธรรมดาๆที่ตั้งอยู่ในเมืองมีขนาดไม่ถึงร้อยตารางวานี้หากคิดตามจากที่นางเอกในหนังสือเล่มนี้เคยประมาณการณ์ไว้แล้วอย่างมากก็ไม่น่าเกินสามล้านหยวนแต่เฉิงรุ่ยกลับให้ค่าชดเชยกับเธอเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?

ไม่แปลกใจเลยที่นางรองถึงตกลงยอมหย่าอย่างรวดเร็ว

หากตามที่หนังสือได้เขียนเอาไว้เจ้าของเดิมคนนี้รู้สึกดีใจและพอใจมากกับข้อเสนอที่เฉิงรุ่ยเสนอมาให้แม้แต่นางเอกเองก็ได้ส่งเงินมาให้เธอเพิ่มอีกก้อนนึงเพราะใจจริงแล้วนางเอกเองก็อยากแต่งงานกับเฉิงรุ่ยอยู่แล้วและการที่เจ้าของเดิมได้เงินไปเยอะขนาดนี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับคนธรรมดาๆคนนึงจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต

เซี่ยหลิงหลิงประกบเอกสารสัญญาเข้าด้วยกันแล้วส่ายหน้า:“ฉันไม่ได้กำลังยื่นข้อเสนอและก็ไม่ได้จะมาขอบ้านหลังนี้ฉันแค่ไม่ต้องการจะหย่าแล้ว”

ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีทางออกที่ดีในตอนนี้จึงเป็นการรักษาเสถียรภาพทางสภาพแวดล้อมเอาไว้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้เซี่ยหลิงหลิงได้พบกับความพลิกผันหลายๆอย่างมาจนถึงตอนนี้สมองก็ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายเธอต้องการเพียงแค่พักอยู่ในที่แห่งหนึ่งให้ตัวเองได้ตั้งสติสักพักเพื่อยอมรับกับความเป็นจริง

ยกเลิกการหย่าในทันทีแล้วรอเช็คความเป็นไปของเรื่องในโลกแห่งนี้ซะก่อนจากนั้นค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อไป

เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยหลิงหลิงเฉิงรุ่ยแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยสักนิด

“ได้”

หรือสำหรับเขาแล้วการจะมีหรือไม่มีคนอยู่ข้างๆจะเป็นคนแบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย

มองไปยังบะหมี่ที่อยู่ในมือของเฉิงรุ่ยเซี่ยหลิงหลิงถึงกับขมวดคิ้ว

เธอเดินตรงเข้าไปที่ห้องครัวสำรวจดูข้าวปลาอาหารที่มีอยู่ในตู้เย็นถ้าไม่ใช่พวกอาหารฟาสต์ฟู้ดก็จะมีแต่อาหารประเภทบะหมี่กึ่งน้ำอัดลมและอาหารเซ็ตชวนอ้วนไม่มีแม้แต่ผักสดผลไม้ให้ได้กินเลย

เซี่ยหลิงหลิงเงียบขลึมไปบ้านนี้ไม่เคยเปิดไฟทำกับข้าวกันเลยหรือยังไงเนี่ย?

“เออ......เฉิงรุ่ยถ้านายกินบะหมี่หมดแล้วเราออกไปข้างนอกกันหน่อยมั้ยไปซื้อของที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตกัน”

เฉิงรุ่ยเหร่มองมาที่เธออย่างเชื่องช้า

นัยน์ตานั้นแสดงให้เห็นความหมายชัดเจนคำร้องขอของเซี่ยหลิงหลิงเป็นเหมือนคำร้องขอจากคนแปลกหน้า

เซี่ยหลิงหลิงแสดงท่าทีไม่พอใจ:“ฉันถือเองไม่ไหวแถมฟ้าก็มืดแล้วฝนข้างนอกก็ยังไม่หยุดตกสักที”

“......”

ปกติแล้วเจ้าของเดิมและเฉิงรุ่ยต่างก็ไม่เคยยุ่งเรื่องของกันและกันพวกเขาอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดไม่จากันมาได้ตั้งสองสามเดือนในความคิดของเจ้าของร่างคนเดิมนั้นเฉิงรุ่ยเป็นผู้ชายที่มีรูปลักษณ์สวยงามคุ้นชินกับการที่ใครต่อใครก็ต่างพากันบอกว่าเฉิงรุ่ยเป็นเพียงแค่หนุ่มรูปงามที่เหมือนดั่งท่อนไม้ไร้ความรู้สึกไร้จิตวิญญาณไร้ชีวิตชีวาเป็นก้อนหินที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวจากนั้นมาเธอก็ไม่สนใจอะไรเฉิงรุ่ยอีก

เซี่ยหลิงหลิงคิดเพียงแค่ว่านี่เป็นมารยาทที่ควรปฏิบัติต่อเฉิงรุ่ยตามประสาผู้ร่วมอาศัยเท่านั้น

“กินเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”

เฉิงรุ่ยไม่ได้ตอบรับอะไรถือถ้วยบะหมี่เดินเข้าห้องสมุดไปก่อนจะปิดประตูลง

เซี่ยหลิงหลิงแอบเหลือบเห็นว่าภายในห้องสมุดนั้นมีเตียงเดี่ยวอยู่วางอยู่แล้วย้อนคิดไปถึงว่าภายในห้องของตัวเองนั้นไม่มีเสื้อผ้าของผู้ชายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

เธอถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งอก

......โชคดีน่าจะไม่ต้องนอนบนเตียงเดียวกัน

ก่อนที่เซี่ยหลิงหลิงจะทะลุมิติเข้ามาในหนังสือก็เป็นเพียงสาวโสดคนนึงไม่มีคนในครอบครัวไม่มีแฟนอาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่ไม่คุ้นเคยด้วยตัวคนเดียวไม่ค่อยคลุกคลีกับผู้คนตอนนี้กลับมีเพื่อนบ้านที่นิสัยดีคนนึงมาอยู่ด้วยกันมันกลับทำให้เธอค่อนข้างมีความสุขขึ้นมามากกว่าเดิม

ไม่แน่ว่าชีวิตแบบนี้อาจจะโอเคกว่าเดิมก็ได้นะ

......

เฉิงรุ่ยเปลี่ยนจากเสื้อฮู้ดสีดำตัวนั้นมาอยู่ในชุดกีฬาสีเทาอ่อนหากมองเพียงแค่ใบหน้าของเขาแล้วบอกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายก็คงจะไม่มีใครสงสัย

เขาถือถุงขยะขึ้นมาจำนวนนึงส่วนเซี่ยหลิงหลิงที่เดินมือเปล่าตามหลังมาแล้วหันซ้ายแลขวาเส้นทางโดยรอบที่ดูคุ้นเคยระหว่างทางแม้จะไม่มีคำพูดใดๆต่อกันแต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดและในบริเวณใกล้ๆนี้ก็มีซูปเปอร์มาร์เก็ตอยู่แห่งนึงใช้เวลาเดินเพียงไม่นานนักเซี่ยหลิงหลิงเริ่มเดินสรรหาสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ภายในบ้านอย่างชำนาญการณ์ส่วนเฉิงรุ่ยก็มีหน้าที่ช่วยเข็นรถเข็นทั้งสองแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

“ครืดครืด”มือถือของเฉิงรุ่ยอยู่ๆก็สั่นขึ้นมาเขาหยุดอยู่กับที่มือข้างหนึ่งจับรถเข็นอีกข้างยกมือถือขึ้นกดรับสาย

ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายวัยรุ่น:“เจ้านายครับBugถูกซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วลองเข้าไปดูหน่อยสิครับ”

“ยุ่งอยู่”

สายตาของเฉิงรุ่ยจับจ้องไปยังชั้นวางของที่อยู่ไม่ไกลจากตรงหน้าเซี่ยหลิงหลิงกำลังเขย่งขาเพื่อเอื้อมหยิบกระดาษทิชชูที่วางอยู่ชั้นบนสุดด้วยเพราะกินแรงมากจึงทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำเธอเงยหน้าขึ้นมองมือข้างนึงเอื้อมไปด้านบนจนสุดแขนท่าทีเงอะงะนั่นดูไม่ค่อยเหมือน“เธอ”สักเท่าไหร่

เขามีท่าทีครุ่นคิด

“เออ?ทำไมถึงไม่มีเวลาล่ะครับเจ้านายกลับบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”

เฉิงรุ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว:“อยู่ซูปเปอร์มาร์เก็ต”

“ซูปเปอร์มาร์เก็ต?”ปลายสายเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ“เจ้านายคงไม่ได้อยู่กับพี่สะใภ้หรอกใช่มั้ยครับเนี่ย?”

เขาตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบา

“อืม”

ปลายสายเงียบหายไปหลายวิจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงตะโกนตกใจ:“ทำไมพวกคุณถึงได้......”

เฉิงรุ่ยตัดสายทิ้งทันทีและเพื่อเป็นการตัดเสียงรบกวนจากปลายสายด้วยเขาเดินตรงไปข้างหน้าเดินข้ามเซี่ยหลิงหลิงไปหยิบเอากระดาษทิชชูห่อนึงลงมาได้อย่างง่ายดายก่อนจะโยนมันลงไปไว้ในรถเข็นเซี่ยหลิงหลิงรู้สึกซึ้งใจและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ:“ขอบคุณนะ”

สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือการเดินเข็นรถเข็นจากไปทิ้งให้เห็นเพียงแผ่นหลังของเฉิงรุ่ยก่อนจะเข็นรถเลี้ยวเข้าชั้นวางของอีกฝั่งหนึ่งอย่างคุ้นเคย

เซี่ยหลิงหลิง:“......กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!ห้ามหยิบอาหารขยะพวกนั้นนะ!”

......

ในขณะเดียวกันถูหนานที่ถูกตัดสายใส่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหม่นหมองคนที่อยู่ข้างๆก็ถามเขา:“เกิดอะไรขึ้น?เจ้านายจะให้ทำโอทีเหรอ?”

“เปล่าหรอก”

เขาเปลี่ยนอารมณ์ทันทีพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย:“พวกนายลองเดาซิว่าฉันไปได้ยินความลับที่น่าตื่นเต้นอะไรมา?เจ้านายไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ตกับภรรยา!ให้ตายเถอะนี่เขาออกจากบ้านกับคนอื่นเป็นด้วยฝนคงจะตกเป็นสีแดงแน่ๆเลยเนี่ย!”

เมื่อคำพูดหลุดออกมาปุ๊ปทุกคนก็เกิดความชุลมุนวุ่นวาย

ปกติแล้วเจ้านายจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องเกี่ยวกับพี่สะใภ้เลยการแต่งงานตอนนั้นก็ไม่ได้จัดงานแต่งเลยด้วยซ้ำจวบจนบัดนี้พวกเขาก็ยังไม่เคยได้พบเห็นตัวจริงของสะใภ้เฉิงมาก่อนเลย

แต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้อาจจะบ่งบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังโอเคดีอยู่หรือเพียงแต่เฉิงรุ่ยเป็นคนเก็บตัวไม่ชอบแสดงความรู้สึกออกมา?

“ภรรยาของเขากำลังเรียกร้องจะขอหย่าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”พนักงานหญิงคนนึงเอ่ยขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“เธออย่าพูดไปเรื่อยเชียวนะ!เจ้านายไม่ชอบให้ใครมานินทา”

“เปล่าซะหน่อยเพื่อนของฉันเคยได้เจอกับภรรยาของเจ้านายอยู่บ้างฉันก็พึ่งมารู้ช่วงนี้นี่แหละ”

กลุ่มพวกคนโสดเริ่มให้ความสนใจขึ้นมาทันที:“พี่สะใภ้หน้าตาเป็นยังไง?สวยมั้ย?บุคคลิกเป็นยังไง?”

ถามตรงจุดซะแล้วเมื่อคิดถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางหนาๆแม้จะมองจากที่ไกลๆทำให้ใบหน้าดูแปลกๆเมื่อเทียบกับใบหน้าเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอางของตัวเองแล้วใครก็ตามก็สามารถแยกแยะได้หยางหลิวเลียริมฝีปากของตัวเองก่อนจะทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า

“แต่งหน้าจัดเกินไปบอกไม่ค่อยออกเท่าไหร่”

......

จากการที่ได้อยู่ด้วยกันในระยะเวลาสั้นๆเซี่ยหลิงหลิงรู้สึกได้ถึงข้อดีหลายๆอย่างในตัวเฉิงรุ่ย

เขายกขยะไปทิ้งด้วยตัวเองเข็นรถเข็นในซูปเปอร์จ่ายเงินเองโดยที่เซี่ยหลิงหลิงไม่ต้องเอ่ยปากพูดเขาทำมันอย่างเงียบๆ

ที่สำคัญคือไม่เอ่ยซอกแซกถามถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเซี่ยหลิงหลิงทำให้เซี่ยหลิงหลิงสามารถเปิดเผยตัวตนออกมาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ

ไม่สิควรจะพูดว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับอะไรทั้งสิ้นอยู่แล้วรวมถึงตัวเองด้วย

ตอนแรกเซี่ยหลิงหลิงก็ตั้งใจจะถามเขาดีๆว่าอยากจะทานข้าวด้วยกันมั้ยแต่เฉิงรุ่ยกลับวางถุงช้อปปิ้งลงแล้วก็เดินตรงดิ่งเข้าห้องสมุดไปเลยจ้องมองดูเขาปิดประตูลงเซี่ยหลิงหลิงก็ได้แต่ยักไหล่ตกลงจะทำแค่บะหมี่สักชามก็พอ

ตกกลางคืนเซี่ยหลิงหลิงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงขนาดใหญ่ก่อนจะกลิ้งตัวไปมาอย่างสบายใจเธอกะไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะนอนจนเช้าแล้วจะไปเดินซื้อเสื้อที่ห้างสักหน่อย

“ติ๊งติ๊ง......”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นไม่มีที่สิ้นสุด

เซี่ยหลิงหลิงมองไปที่ชื่อของสายเรียกเข้ามันเป็นเบอร์แปลกเธอจึงไม่ได้รับสายท่าทีดูปกติและปลายสายก็ส่งข้อความมาในทันทีดูเหมือนกำลังโมโหมากๆแม้แต่จะปกปิดก็ยังขี้เกียจ

บันทึกการสนทนาในวีแชทและมันยังโชว์ให้เห็นว่าข้อความนั้นส่งมาจากสุดที่รักอีกด้วย

เฉินฝังผู้ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มไก่อ่อนคอยคิดแต่จะวางแผนเกาะผู้หญิงกินไปวันๆจิตใจสกปรกไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมคนนี้โง่จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่คบกับผู้ชายประเภทนี้อย่างลับๆล่อแถมยังต้องมาเสียเงินเสียทองให้กับอีกฝ่ายแถมยังจะไปสัญญากับอีกฝ่ายว่าหลังจากหย่าร้างเรียบร้อยแล้วจะหอบเงินไปแต่งงานกับเขาอีก?

แย่งคน......แย่งเงินทำลายครอบครัวไม่ว่าจะข้อไหนๆก็ถือเป็นเรื่องผิดศีลธรรมทั้งนั้น

เฉินฝังยังคงส่งข้อความมาเรื่อยๆยอ่างไม่หยุดหย่อนฉบับแล้วฉบับเล่าเหมือนกลัวว่าเซี่ยหลิงหลิงจะหนีหายไปเหลือก็เพียงแต่ตามมาถึงหน้าบ้านในขณะที่เขากำลังส่งข้อความมาอยู่นั้นหนึ่งในนั้นก็ยังมีข้อความที่ส่งมาจากอวี๋นอวี๋นที่เป็นเพื่อนสนิทชีวิตช่างสมบูรณ์แบบ

[นี่เธอกำลังโกรธอยู่ใช่มั้ยหลิงหลิงเฉินฝังมันก็เป็นคนแบบนี้แหละเธออย่าไปเอาอะไรกับมันมากนักเลยพวกเรายังรอฟังข่าวดีของเธออยู่นะ]

[จริงสิเรื่องหย่าของเธอดำเนินไปถึงไหนแล้วพรุ่งนี้ไปเปิดคลับสุขภาพเพื่อฉลองกันสักหน่อยมั้ย?]

เซี่ยหลิงหลิงเห็นชื่อนี้แล้วรู้สึกคุ้นๆภาพถ่ายส่วนใหญ่ในกลุ่มแชทก็จะเป็นรูปของเธอคนนั้นกับเซี่ยหลิงหลิงและเฉินฝังแถมเพื่อนสนิทของเธอคนนี้ยังดูสนิทสนมกับเฉินฝังเป็นพิเศษ

เพื่อนสนิทคนนี้แนะนำเฉินฝังให้เธอรู้จักพูดแบบหยาบๆหน่อยก็คือการขายตัวระหว่างพวกเขาสองคนนั้นไม่ได้ใสสะอาดเท่าไหร่นัก

ความรำคาญเป็นสิ่งที่ไม่มีทางหนีพ้นได้นอกจากต้องจัดการกับมันด้วยตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นเซี่ยหลิงหลิงลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วส่งข้อความกลับหาทั้งคู่

[เฉินฝังเรามาเจอกันพรุ่งนี้นะ]

[อวี๋นอวี๋นพรุ่งนี้จะพาเฉินฝังไปเจอพวกเธอนะไม่เจอไม่กลับ]

เซี่ยหลิงหลิงเก็ฐโทรศัพท์ลง

เธออยากจะรู้ว่าคนพวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?

ตอน 3

บทที่ 2

ตอนที่2 คนนั่งกินข้าวพร้อมกัน เซี่ยหลิงหลิง ก็พูดถึงเรื่องนี้ว่า “การค้นหาจะรู้ตัวตนของฉัน จากนั้นก็นำเสนอข้อมูลของนายทั้งหมดงั้นเหรอ?”

เฉิงรุ่ย ไปขี้มะเขือม่วงมาช้าๆ

“อาจจะใช่”

“น่ากลัวจัง ฉันต้องจะปิดGPRS ก่อนดีกว่า”

น่ากลัวน่ากลัว ฉันจะต้องปิด ตำแหน่งในโทรศัพท์ก่อน

เซี่ยหลิงหลิง จะรู้ได้ไงว่านี่คือโปรแกรมน้อยๆที่ เฉิงรุ่ย เป็นคนทำเอง แต่แค่ใช้ที่โทรศัพท์เธอเท่านั้น ข้อมูลของ ลิซท์ ที่เยอะขนาดนี้ก็มีแต่เธอคนเดียวที่จะมีสิทธิ์แบบนี้

คนที่ทำเรื่องนี้นิ่งเฉยมาก ไม่มีความกลัวที่ถูกจับได้แม้แต่น้อย

เซี่ยหลิงหลิง ถามว่า “วันตรุษจีนวางแผนอะไรไว้ไหม?”

เธอกำลังจะบอกว่าอีก 2-3 วันไปซื้อของที่ห้างไหม ถึงแม้จะเป็นสองคนก็คงจะกินอาหารข้ามปีอะไรหน่อย

เฉิงรุ่ย ที่กำลังกินข้าวอยู่ก็หยุดกิน

เขาพูดชัดๆว่า “ออกไปเล่นนอกเถอะ”

เซี่ยหลิงหลิง “ฮะ??”

เมื่อก่อน เฉิงรุ่ย ไม่เคยเล่นงานข้ามปีอะไรเลย สำหรับเรื่องนี้เขาไม่มีความคิดอะไรทั้งนั้น แต่ปีนี้มีเรื่องที่สำคัญมากๆที่จะต้องทำ ถ้าปกติให้ เซี่ยหลิงหลิง ออกจากบ้านเธอจะไม่ยอมแน่ ในวันต่างๆใช้ข้ออ้างแบบนี้เหมาะสมที่สุดละ

อยู่ดีๆก็ถูกเชิญ และ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไหวพริบทัน “นายคงไม่ถือว่าเป็นการเชิญไปเดทมั้ง เร็วเกินไปหรือเปล่า ไม่ค่อยดีมั้ง?”

เฉิงรุ่ย ทำหน้า หรือพวกเราไม่ค่อยออกไปด้วยกันหรอ? ตาของเขามองไปทางเซี่ยหลิงหลิงสักแป๊บจากนั้นเขาพูดต่อว่า “ก็แค่ออกไปเล่นไม่ต้องมีความเครียดก็ถือว่าเป็นโบนัสของพนักงานละกัน”

“มีที่ไหนพนักงานออกไปเที่ยวกับเจ้านายสองต่อสอง......” เซี่ยหลิงหลิง พูดพล่ำๆๆ

“พวกเราไม่เหมือนกัน” เฉิงรุ่ย พูด

“ทุกคนก็มีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันนะหรอ?” เซี่ยหลิงหลิง ต่อคำพูดของเขาทันที

เฉิงรุ่ย“……”

เฉิงรุ่ย “นายก็ไม่ต้องมองหน้าฉันเลย ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเล่นมุกไม่เป็น”

การเชิญของ เฉิงรุ่ย ไม่ได้เป็นทางการ แต่คุ้มค่าที่จะต้องคิด แต่ถ้าเป็นเวลาปกติ เซี่ยหลิงหลิง จะปฏิเสธได้นอน อะไรจะไปพัฒนาความสัมพันธ์ของสามีภรรยา แค่คิดก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว เธอไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น

แต่ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในช่วงที่กำลังคุ้นเคยกับซึ่งกันและกันอยู่ เซี่ยหลิงหลิง ก็เลยตกลงกับ เฉิงรุ่ย เธอเคยตกลงกับ เฉิงรุ่ย ว่าจะลองดู

เพราะอยู่ที่บ้านดูรายการข้ามปีก็ไม่ค่อยสนุก ออกไปเล่นยังจะดีกว่า

วันตรุษจีนของทุกปีก็จะกินข้าวที่บ้าน แต่ปีนี้จะออกไปในช่วงฤดูนี้ก็จะดูสนุกหน่อย ความสนุกที่จะมาถึงทำให้ เซี่ยหลิงหลิง ลืมเรื่องที่โทรศัพท์และ otebook ของตัวเองมีไวรัสเข้า

เฉิงรุ่ย นั้นจองตั๋วเรียบร้อยแล้วอีก 2 วันก็จะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวแล้ว

สถานที่ที่ไปนั้นก็ยังเป็นสถานที่ที่มีหิมะปกคลุมไปหมด มีเจ็ทสกีพร้อม รวมถึงสนามเด็กเล่น ดูแล้วน่าจะสนุกมาก

เซี่ยหลิงหลิง ก็เริ่มคาดหวังขึ้นมาทันทีแล้ว

ออกไปเที่ยวก็ต้องเอาของไปมาก เสื้อผ้าของฤดูหนาวพร้อมกับที่ใส่ด้านใน ผ้าปิดปากและผ้าพันคอพร้อมอุปกรณ์ที่ให้ความอบอุ่นอีกมากมาย ไม่นานกระเป๋าเดินทางก็เต็มไปด้วยของหมดแล้ว ของ เซี่ยหลิงหลิง เก็บต่อไม่ได้แล้ว เธอก็เลยมองไปทาง เฉิงรุ่ย ที่มีแต่กระเป๋าสะพายแล้วพูดว่า “เอากระเป๋าเดินทางอีกอันเถอะ ถึงเวลานายเป็นคนถือ”

เฉิงรุ่ย ตอบตกลง

บทที่ทั้งสองไปถึงที่สนามบิน ยังไม่ค่อยมีคนเยอะนัก เซี่ยหลิงหลิง ทำการเช็คอินต่างๆเสร็จ ในมือก็เหลือแต่กระเป๋าใบเล็กๆ อารมณ์ของเธอดีมาก ส่วน เฉิงรุ่ย นั้นอยู่ด้านหลังของเธอหลังจากที่ผ่านการตรวจสอบอยู่ เซี่ยหลิงหลิงหันหลังแล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันจะไปห้องน้ำในทำอะไรเสร็จก็รออยู่ที่นี่นะ”

“OK”

หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไปที่ห้องน้ำ เฉิงรุ่ย ที่กำลังต่อแถวอยู่ก็เดินตาม

คนที่ตรวจสอบความปลอดภัยคือผู้หญิง เธอแอบมองไปที่หน้าของ เฉิงรุ่ย จากนั้นหน้าของคนตรวจก็แดงไปหมดเลย

บทที่เธอตรวจร่างกายของ เฉิงรุ่ย ไม่กล้าไปแตะต้องตัวเขาและในตอนนี้ก็มีพนักงานอีกคนพูดว่า “เป็นพาวเวอร์แบงค์หรอ ถ้ามีของก็ต้องเอาออกมา จะต้องไปตรวจดูอีกรอบ”

อาจจะเป็นบทที่ เซี่ยหลิงหลิง เก็บของแล้วลืมพาวเวอร์แบงค์ไว้

เฉิงรุ่ย เดือนเข้าไปแล้วเปิดกระเป๋าเดินทาง

ภายใต้สายตาของพวกเขา กระเป๋าเดินทางถูกเปิด ด้านในเต็มไปด้วยจำพวกเสื้อในและกางเกงใน ถ้าไม่ใช่เพราะ เฉิงรุ่ย ไหวพริบทันก็คงจะมีกระโปรงสายเดี่ยวร่วงลงมา

สายตาของพนักงานดูแปลกประหลาด อาจจะคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนหนึ่งกลับมีของใช้ของผู้หญิงมากขนาดนี้......

ผู้หญิงที่ตรวจความปลอดภัยหน้าซีดไปหมด สายตาที่มองไปทาง เฉิงรุ่ย ก็เปลี่ยนไป คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นคนที่โรคจิต!

เฉิงรุ่ย ที่อยู่ข้างๆหาของในกองเสื้ออย่างเงียบๆ สุดท้ายก็หาพาวเวอร์แบงค์เจอ

ระหว่างนี้สถานการณ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัดและทุกคนก็ทำตัวไม่ถูก

……

เซี่ยหลิงหลิง ไปห้องน้ำกลับมา บทที่กลับมาพบว่า เฉิงรุ่ย ไม่ผ่านการตรวจสอบ เซี่ยหลิงหลิง มองไปรอบๆ ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้แปลกๆ

เธอรอไห้ เฉิงรุ่ย ลากกระเป๋าเดินทางมา ถึงจะถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

เฉิงรุ่ย“ฮึม?”

“รู้สึกว่าสายตาที่พวกเขามองนายแปลกมาก” อยู่ดีๆ เซี่ยหลิงหลิง ก็คิดอะไรได้และสีน่าดูจริงจังขึ้นมาทันทีแล้วถามเบาๆว่า “เป็นไปได้ไหมที่พวกเขารู้ตัวตนจริงของนายแล้ว!”

เฉิงรุ่ย ตอบอย่างนิ่งเฉยว่า “เป็นไปไม่ได้”

......มากที่สุดก็แค่ผู้ชายที่ชอบแต่งตัวผู้หญิงถูกเปิดเผยทั้งนั้นแหละ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Zhuodong
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED