ตอนที่ 2 สัญญา
"คุณหมอคะ! คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ” ภาพสีขาวสว่างจ้าสะท้อนเข้ามาในดวงตาของเธอ จากตอนแรกที่ยังเห็นเป็นภาพเบลอๆ หลังจากที่ดวงตาปรับโฟกัสแล้ว จึงเห็นสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน
พยาบาลสาวกำลังวัดชีพจรให้เธออยู่ด้านข้าง ร่างกายของเธอปวดร้าวไปหมด ภายในลำคอก็เจ็บปวดจากท่อช่วยหายใจที่ถูกสอดเอาไว้
หรือว่าเธอจะยังไม่ตาย?!
แต่ทำไมล่ะการตกจากตึกสูงกว่าสามสิบชั้น โอกาสรอดคือศูนย์อย่างแน่นอน!
ร่างในเสื้อกาวน์สีขาวเดินเข้ามาข้างเตียง พร้อมไฟฉายในมือสำหรับใช้ส่องม่านตา เปลือกตาของอิมดานิถูกเลิกขึ้นพร้อมกับแสงไฟที่สาดเข้ามาทำให้การมองเห็นของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ
“คุณชื่ออิมดานิใช่ไหมครับ” หญิงสาวพยักหน้าตอบรับคำถามเขา
“ผู้ป่วยได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระดูกข้อมือหักและกระดูกซี่โครงร้าว ผมใส่เฝือกเอาไว้ให้ คุณไม่ควรขยับข้อมือในช่วงเวลานี้นะครับ” คุณหมอพูดขึ้นหลังจากเก็บไฟฉายใส่ในกระเป๋าเสื้อ
รถชน?
หญิงสาวจำได้แล้วว่าช่วงอายุยี่สิบเอ็ดเธอได้ประสบอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง หลังจากความพยายามหนีครั้งที่ห้าของเธอ และไม่นานหลังจากนั้นเจสันก็จะหาเธอพบ และมารับเธอกลับไป
เธอในตอนนั้นร้องไห้ฟูมฟาย และเสียดายโอกาสในการหลบหนีครั้งนี้เป็นอย่างมาก...แสดงว่า!
ตอนนี้เธอย้อนกลับมาอีกครั้ง!!
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาหลังจากหนึ่งปีที่พ่อขายเธอให้กับเจสัน คิม!
สงสัยสวรรค์จะเข้าข้างเธอให้มีโอกาสกลับมาแก้แค้น แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายได้เกิดขึ้นไปแล้ว แต่เธอจะไม่เป็นคนโง่อีกต่อไป
เธอยังมีโอกาสแก้ไขสิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้!
ถ้ามาคิดดูดีๆแล้วการอยู่ภายใต้ปีกของเจสัน คิมไม่ใช่เรื่องแย่แต่อย่างใด เขาเลี้ยงเธอให้อยู่สุขสบายด้วยซ้ำ และยังไม่เคยเกินเลยกับเธอเลยสักครั้ง
ตอนนั้นเธอมันโง่เองที่เอาความรู้สึกการโดนหักหลังทั้งจากครอบครัวและคู่หมั้นยึดถือเอาไว้ จนโดนชินมินจีเป่าหูให้หลบหนีออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมีหล่อนคอยช่วยเหลือมาตลอด
ผู้ชายอย่างเจสัน คิมทั้งหล่อ รวย และมีอำนาจไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ปฏิเสธเขาหรอก ในทางกลับกันทำไมเขาจะต้องมาสนใจเด็กอย่างเธอด้วยล่ะ
ความจริงแล้วอีกสามปีต่อจากนี้ หลังจากจบมหาลัยได้สองปี เธอสามารถหนีออกมาจากเขาได้ในที่สุด แน่นอนว่าชินมินจีเป็นคนช่วยเหลือทุกอย่าง และการหลบหนีครั้งนี้ประสบความสำเร็จไม่ใช่ว่าเจสัน คิมจับเธอไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะปล่อยเธอไปต่างหาก!
หัวคิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน ลึกๆแล้วทำไมเธอต้องหงุดหงิดด้วยล่ะ แต่ไม่นานหญิงสาวก็ลืมความรู้สึกนี้ไป
แต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว!
กริ๊ก!
เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก้าวเข้ามา
อิมดานิรีบหลับตาลง แสร้งทำเป็นหลับ ถึงแม้ว่าเธอจะเชื่อว่าตัวเองย้อนเวลากลับมา แต่ถึงอย่างไรเธอขอเวลาเรียบเรียงข้อมูลในหัวเสียก่อน
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าที่ดังชัดเจนยิ่งใกล้เข้ามาจากนั้นก็หยุดลง อยู่ข้างเตียงผู้ป่วย
“เลขาโด นายออกไปก่อน”
เสียงของเจสัน คิม?!
หลังจากได้ยินเสียงนี้ในใจของเธอก็ยิ่งสับสน รอบที่แล้วเธอจำได้ว่าไม่ได้พบเขาที่โรงพยาบาล เป็นเลขาโดที่คอยจัดการทุกอย่าง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหญิงสาวค่อยๆเผยอเปลือกตาขึ้นมาทีละนิด
ภาพชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ เนกไทที่ผูกคอถูกเจ้าตัวดึงออกมาหลวมๆ ใบหน้าหล่อเข้มที่มักจะนิ่งสนิท ตอนนี้ภายในแววตากับสั่นไหวระริก ความกังวลฉายชัดบนใบหน้า
เขาเป็นห่วงเธอ?!
“ถ้าเธอฟื้นแล้วก็ลืมตาซะ!” สิ้นประโยคชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา
เขายังคงช่างเผด็จการเหมือนเดิม
ตอนนี้หญิงสาวลืมตาขึ้นมาสบนัยน์ตาสีนิลของอีกฝ่าย ความเงียบโรยตัวปกคลุมระหว่างทั้งสอง
“เธอคงรู้ว่าต่อให้หนีไปซะกี่ครั้ง เธอไม่มีวันพ้นเงื้อมมือฉัน”
“...ไม่แล้ว” เสียงแผ่วเบาที่ดังออกมาจากริมฝีปากบาง ทำให้คนตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่น
ทำไมการเลี้ยงเด็กสักคนถึงยากขนาดนี้ ไม่เหมือนเด็กของบรรดาเพื่อนของเขาที่ทั้งน่ารัก ว่าง่าย “เธอว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่า ต่อจากนี้ฉันจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว!” หลังจากที่เธอตะโกนประโยคนี้ออกมาก็รู้สึกโล่งอก อันดับแรกเธอต้องทำข้อตกลงกับเขาเสียก่อน!
แต่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของชายตรงหน้าทำให้เธออดประหม่าไม่ได้
รอยยิ้มมุมปากของคนเผด็จการถูกยกขึ้น “ดี! ถ้าเธอทำได้อย่างที่พูด ฉันมีรางวัลให้”
“ฉันจะไม่หนี ไม่สร้างปัญหาให้คุณอีกต่อไป แต่ฉันขอคุณแค่ข้อเดียวเท่านั้น!”
ทั้งสองต่างประเมินท่าทีของอีกฝ่าย “ลองว่ามาสิ!”
“ฉันขอการสนับสนุนทุกอย่างจากคุณ ไม่ว่า ‘ดี’ หรือ ‘เลว’ ”
“หืม! นี่ใช่เธอกำลังขอร้องฉันอยู่ใช่ไหม? มาดคุณหนูผู้สูงส่งไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ”
เขาพูดถูกเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอวางตัวเป็นลูกคุณหนูผู้หยิ่งทะนงตน ไม่ขอร้อง ไม่อ้อนวอน เธอคิดเพียงแต่พึ่งตนเองเท่านั้น และเธอก็ใช้ทั้งชีวิตในชาติที่แล้วว่าเธอนั้นคิดผิด!
“ถ้าฉันตกลงแล้วฉันจะได้อะไร?”
“ตัวฉัน... ตอนนี้ฉันกำลังขายตัวเองให้คุณ”
เจสัน คิมมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่มีอาการประหม่าหรือหวั่นไหวเลยสักนิด
“??” เจสันเลิกคิ้วเป็นคำถาม จากนั้นค่อยโน้มตัวลงมาจนหน้าประชิด เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา “มันยังไม่พอ ตัวของเธอ พ่อเธอขายมาให้ฉันแล้ว”
อิมดานิกัดฟันแน่น “ฉันจะชดใช้หนี้ของพ่อให้ด้วย”
ตอนนี้เขาเอามือม้วนเล่นปลายผมของหญิงสาวไปมา “ 3,590 ล้านวอน คุณผู้หญิงผมใจดีปัดเป็นเลขกลมๆให้ 3,500 ล้านวอน”
เขามันปีศาจ 3500 ล้านวอนช่างขูดรีดจริงๆ เธอมั่นใจว่าตัวเลขจริงๆไม่ถึงแน่ๆ
“หืมมม ไม่พอใจอยากได้ 3590 ล้าน...”
“ตกลง!”
“ ดี! ฉันชอบคนใจถึง!” สิ้นเสียงเขา ใบหน้าหล่อเหลาจู่โจมระยะประชิด ริมฝีปากร้อนทาบทับลงมา เขาออกแรงนิดเดียวริมฝีปากฉันก็ถูกเผยอออก ลิ้นร้อนตามเข้ามาพัวพันภายในโพรงปาก เธอไม่มีแม้แต่แรงขัดขืน!
“มันคือการทำสัญญา!” นี่คือคำแรกที่เขาพูดออกมาหลังจากทำเรื่องพรรค์นั้น “พักผ่อนซะ เป็นเด็กดี อยากได้อะไรบอกเลขาโด ฉันจะสั่งเขาไว้ให้”
เจสันทิ้งหญิงสาวที่ยังไม่ได้สติเอาไว้ แล้วเดินออกไป
จูบแรกของฉัน!
"เลขาโด จากนี้ไปได้ให้ทำตามทุกเรื่องที่อิมดานิสั่ง ถ้าไม่สำคัญนายไม่จำเป็นต้องมารายงานฉัน” เลขาโดรับคำแล้วอดเหลือบมองชายเบื้องหน้าไม่ได้
ดูจากสีหน้าของท่านประธานแล้วอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ผิดไปจากปกติ เพราะครั้งก่อนๆท่านประธานมักจะอารมณ์ไม่ดีทุกครั้งที่เจอกับอิมดานิ
เขาหวังว่าจะเป็นแบบนี้ไปได้ตลอด
ตอนที่ 3 เอ็มไพร์กรุ๊ป
หลังจากที่อิมดานิได้สติขึ้นมาหญิงสาวจดเรื่องนี้ไว้ในใจ เธอจะต้องหาทางเอาคืนอย่างแน่นอน!
อิมดานิวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาล เธอจะเตรียมตัวเข้าวงการบันเทิง ในเมื่อเธอมีคนหนุนหลังแล้ว ต่อให้มีคนบอกว่าวงการนี้กินคน เธอก็ไม่หวั่นเกรง เธอจะต้องปีนขึ้นไปอยู่บนจุดยอดของพีรามิดให้ได้!
เธอจะค่อยๆคิดบัญชีไปทีละคน เอาคืนให้สาสม เริ่มจากฉุดดึงอิมซูจินลงมาเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า ให้เป็นฝ่ายแหงนหน้ามองเธอ!
ภาพหญิงสาวผู้งดงามกำลังร้องเพลงปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์ในห้องพักผู้ป่วยของเธอ ขณะที่หญิงสาวคนนั้นยกมือโบกทักทายกับกล้อง เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนคลับดังสนั่น
หญิงสาวคนนี้คือหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป ‘เบบี้คิส (Baby kiss)’ วงนี้สมาชิกมีกันอยู่ 5 คน ตอนนี้ตัววงกำลังอยู่ในกระแส เพลงเดบิวต์เพลงแรกที่ถูกปล่อยออกมานั้นติดชาร์ทเพลงท็อปสิบซึ่งถือว่าทำได้ดีมากสำหรับวงรุกกี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะเห็นพวกเธอบนจอทีวีหรือSNS เป็นประจำ
อิมดานิกำมือแน่น ยิ่งเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มากเท่าไรแววตาของหญิงสาวยิ่งทวีความเคียดแค้นมากขึ้นเท่านั้น!
เพราะผู้หญิงคนนี้คือ ‘อิมซูจิน’ ลูกพี่ลูกน้องเธอ คนที่มาแย่งตำแหน่งสมาชิกในวงเบบี้คิส แย่งคู่หมั้น แย่งทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ แต่ก่อนเป็นเพียงคนที่ตามก้นเธอต้อยๆ เธอเองเห็นอิมซูจินเป็นน้องสาวให้ความเอ็นดูเสมอ เมื่อเธอมีอะไรอิมซูจินก็มีเหมือนเธอทุกอย่าง และไม่เคยใจร้ายกับน้องคนนี้เลยสักนิด!
ฟังเสียงร้องเพลงของอิมซูจินแล้ว...ยังกับหมูร้อง! บางท่อนยังร้องผิดจังหวะด้วยซ้ำ!
อิมดานิยิ้มหยัน ถ้าถามคนในวงการต่างรู้ดีว่าเสียงของอิมซูจินนั้นธรรมดา หญิงสาวที่ไม่เคยร้องเพลงมาก่อนไม่รู้แม้แต่จังหวะ เรียกอย่างฝืนหน่อยคือพอฟังได้ หล่อนเพียงแต่ใช้ซาวด์เทคนิค ช่วยทำให้ไพเราะมากขึ้น ถ้าให้ร้องสดผู้หญิงคนนี้คงทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไรนัก
‘กรี๊ดดด พี่ซูจินทางนี้ค่ะ’
‘ซูจินคุณคือนางฟ้าของผม’
‘อิมซูจิน! ซารังเฮ~’
ยิ่งได้ฟังเสียงเรียกของบรรดาแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ อิมดานิคว้ารีโมทด้วยความโมโห
เธอ ไม่-สบ-อา-รมณ์
ปิ๊บ!
อิมดานิหยิบรีโมทมาปิดทีวี เธอไม่อยากเห็นใบหน้าของอสรพิษคนนี้เลยจริงๆ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือและกดเบอร์ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้โทรออกไปเร็วขนาดนี้!
“เลขาโดคะ ช่วยติดต่อค่ายเพลง A ให้ฉันหน่อยค่ะ ฉันอยากจะลองไปออดิชันเป็นศิลปินของเขานะคะ” หลังจากได้ยินคำร้องขอแบบนี้เลขาโดไม่แปลกใจเท่าไรนัก เพราะก่อนหน้าที่ท่านประธานจะรับตัวหญิงสาวเข้ามาได้มีการสืบประวัติมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘อิมดานิ’ หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามราวเทพธิดา ลูกคุณหนูที่ใครต่างอิจฉา เจ้าหญิงในสังคมชนชั้นสูง อีกตัวตนหนึ่งคือเด็กฝึกของค่ายซันไชน์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้รับการประเมินเกรด A ทุกครั้งของการทดสอบ ความใฝ่ฝันคือการเป็นไอดอล
“คุณดานิสนใจเอ็มไพร์กรุ๊ปไหมครับ?” เขาถามเสียงเรียบ
“เอ็มไพร์? สนสิคะ!” ล้อเล่นน่าเอ็มไพร์กรุ๊ปเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงตอนนี้ มีบริษัทลูกมากมาย ไม่เพียงแต่วงการเพลงเท่านั้น รวมถึงวงการละคร และวงการเดินแบบ มีคำพูดกันว่าถ้าสามารถก้าวขาเข้ามาในเอ็มไพร์ได้ ขาอีกข้างก็ยืนได้อย่างมั่นคงในวงการแล้ว
“หลังคุณดานิออกจากโรงพยาบาล ผมจะพาไปออดิชันนะครับ”
“ตกลงค่ะ!” อิมดานิวางสายด้วยความดีอกดีใจ ในหัวของหญิงสาวตอนนี้มีแต่เรื่องการเตรียมตัวเพื่อออดิชัน
อิมดานิออกจากโรงพยาบาลแล้วหลังจากพักฟื้นเกือบหนึ่งเดือน ในชาติที่แล้วหลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาก็โทรหาชินมินจีทันที เปิดโอกาสให้เพื่อนทรยศคนนี้เข้าใกล้เจสัน แต่ชาตินี้เธอไม่มีวันทำแบบนั้น!
สิ่งแรกที่หญิงสาวต้องทำหลังออกจากโรงพยาบาลคือมามหาวิทยาลัย เธอมาสอบวิชาสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียนปีที่สาม ตอนนี้เธอเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดงและการขับร้อง
ขณะนี้ดานิกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าตึกของคณะ ผู้คนเดินผ่านไปมาพยายามหลีกเลี่ยงเธอ บางคนมองมาที่เธอและซุบซิบกันด้วยซ้ำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องอะไร
ไม่พ้นเรื่องพ่อเธอ ก็ต้องเป็นเรื่องอิมซูจิน หรือไม่ก็เรื่องชินมินจี แต่ก่อนเธอคือคนดังของคณะ นั่นทำให้ใครหลายคนรู้ถึงพื้นเพครอบครัวเธอ เด็กในคณะหลายคนชื่นชมชินมินจีอย่างมากที่ไม่ทิ้งเพื่อนตกอับอย่างเธอไป
อิมดานิในชาติก่อนก็ซาบซึ้งในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ปฏิญาณต่อตัวเองว่าชินมินจีคือเพื่อนแท้ที่เหลือเพียงคนเดียวในชีวิต
“ดานิ~ หายไปไหนมา” เสียงเรียกสดใสของชินมินจีดังมาแต่ไกล
ตายยากจริงๆ
หญิงสาวสะกดความขยะแขยงไว้ในใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มทักทายอย่างปกติให้เพื่อนของเธอ
“ดานิ! เค้าเป็นห่วงเธอมากเลยนะ ทำไมไม่โทรมาบ้างเลย หรือว่าทะเลาะกับ ‘เขา’ อีกแล้ว” มาแล้วสินะ ทำไมนะทำไมเธอถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าชินมินจีสนอกสนใจเจสันขนาดนี้มาตั้งนานแล้ว
“มินจี ฉันไม่ได้ทะเลาะกับเขาแล้ว เขาดีกับฉันมากเลย” อิมดานิพูดเสียงอ่อนพลางสังเกตสีหน้าของชินมินจีไปด้วย
สีหน้าของหล่อนแข็งค้างแค่ชั่วครู่ ถ้าไม่คอยสังเกตไว้คงจะไม่มีใครเห็น “ฮ่าฮ่า ดีแล้วๆ” ชินมินจีเอื้อมมือมากุมมือของเธอเอาไว้จากนั้นจูงมือเธอไปยังโรงอาหารของคณะ
“มินจี ฉันคบกับเจสันแล้ว...โอ๊ย!” แรงบีบที่มือทำเอาเธอเจ็บจนต้องร้องออกมา
หล่อนมีปฏิกิริยากับเรื่องของเจสันจริงๆเสียด้วย
ชินมินจีหน้าเสียไปแวบหนึ่งก่อนปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ “อ่า ยินดีด้วยนะ ดานิฉันนึกได้ว่ามีธุระขอตัวก่อนนะ”
อิมดานิไล่สายตาตามแผ่นหลังของชินมินจีที่รีบเร่งเดินออกไป ชินมินจีชาตินี้หล่อนอย่าหวังจะได้เขาไป!
เจสัน-เป็น-ของ-เธอ