บทที่ 1 เหอหลันฮวา
เหอหลันฮวา เป็นบุตรสาวภรรยาเอกของเสนาบดีเหอแห่งแคว้นหลาน นางเป็นหญิงสาวที่สง่างามจะบอกว่าเป็นยอดบุปผาแห่งเมืองหลวงก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายหรือคุณชายในเมืองหลวงต่างก็หมายปองนาง
แต่ใจของเหอหลันฮวายึดติดเพียงแค่องค์ชายรองแคว้นหลาน มีนามว่าหลานหมิงฮ่าวซึ่งมีฐานะเป็นคู่หมั้นเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งสองมีการหมั้นหมายตั้งแต่วัยเยาว์โดยความเห็นชอบจากบิดาของนางและฝ่าบาท
แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าองค์ชายรองผู้แสนอ่อนโยนจะหักหลังนางด้วยการแอบไปผูกสมัครรักใคร่ และมีความสัมพันธ์ทางกายกับเหอชิงลี่น้องสาวต่างมารดาที่เป็นเพียงลูกอนุที่ขยับฐานะมาเป็นฮูหยินรองในจวน
ต่อให้เหอชิงลี่และองค์ชายรองหลานหมิงฮ่าวจะรักมั่นเพียงใด แต่อุปสรรคที่กั้นกลางทั้งสองคนไว้ คือคุณหนูใหญ่เหอหลันฮวาที่มีฐานะเป็นถึงคู่หมั้นเพียงหนึ่งเดียว
องค์ชายรองหลานหมิงฮ่าวไม่ได้สนใจว่าตัวเขาจะต้องหมั้นหมายหรือว่าต้องแต่งงานกับผู้ใด ต่อให้มีใจรักมอบให้กับเหอชิงลี่แค่ไหน แต่ด้วยฐานะของนางไม่สามารถสนับสนุนเขาได้ หากแต่งเข้ามาคงเป็นเพียงอนุภรรยาเท่านั้น
ซึ่งต่างกับคุณหนูใหญ่เหอหลันฮวา นางเป็นถึงบุตรสาวภรรยาเอกของท่านเสนาบดีเหอที่มาจากตระกูลฟ่าน
วันงานปักปิ่นของเหอชิงลี่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจึงเกิดขึ้น เมื่อมีคนมาแจ้งท่านเสนาบดีเหอว่าคุณหนูใหญ่ลักลอบมีความสัมพันธ์กับชายตัดฟืนบ่าวไพร่ทำงานอยู่ในจวน ทำให้ท่านเสนาบดีโกรธและเสียหน้ามาก จึงรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนนอนที่ใช้รับรองแขกทันที
แต่สิ่งที่เสนาบดีเหอเห็นนั้นทำให้เขาขาดสติกระชากตัวบุตรสาวลงมาและตบหน้านางอย่างแรง
“แพศยา! เจ้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลกลับชั่วช้าลักลอบมีความสัมพันธ์กับคนตัดฟืน ต่ำ! ต่ำจริง ๆ”
“คุณหนูไม่ผิดขอรับนายท่าน ข้าผิดเองขอรับ นายท่านอย่าทำร้ายคุณหนูเลยขอรับ”
อาเฟยชายตัดฟืนบ่าวรับใช้ในจวน เขารีบเอาผ้ามาคลุมร่างของคุณหนูใหญ่ไว้อย่างหวงแหน เขารู้ดีว่าคุณหนูนั้นหยิ่งยโสแค่ไหน การที่นางจะมีความสัมพันธ์กับชายตัดฟืนเช่นเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลัง
แต่ที่รู้คือเขาและคุณหนูนั้นโดนวางยาอย่างไม่ต้องสงสัย และเขารู้ดีว่าเรื่องครั้งนี้เป็นแผนการของผู้ใด
“ใครก็ได้มาลากนังลูกชั่วคนนี้ไปให้พ้น ๆ หน้าข้า พรุ่งนี้ย้ายข้าวของทุกอย่างของลูกชั่วไปอยู่ที่กระท่อมท้ายจวนกับสามีตัดฟืนของมัน”
เสนาบดีเหอพูดจบจึงสะบัดแขนเสื้อเดินออกมาด้วยอารมณ์โกรธแค้นบุตรสาว แทนที่จะได้แต่งงานเป็นชายาขององค์ชายอย่างมีหน้ามีตา กลับใฝ่ต่ำมาลักลอบได้เสียกับคนตัดฟืนในจวน
หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป จวนตระกูลเหอแห่งนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว อาเฟยจึงยื่นมือไปหาคุณหนูใหญ่ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ “คุณหนูขอรับ”
“ไปให้พ้นหน้าข้า เพราะเจ้า เจ้าทำให้ข้าต้องอับอายขายขี้หน้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก”
เหอหลันฮวาตวาดเสียงดัง ก่อนจะก้มหน้ากับฝ่ามือร้องไห้แทบขาดใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตนาง ทั้ง ๆ ที่เดือนหน้านางจะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับองค์ชายรองแล้วแท้ ๆ ทำไมกัน ทำไม!
หลังจากที่ถูกบิดาขับไล่ออกมาอยู่ที่กระท่อมท้ายจวนพร้อมกับอาเฟยชายตัดฟืน เหอหลันฮวาจึงมีนิสัยร้ายกาจขึ้นมาก ทั้งด่าทอและทุบตีอาเฟยบ่อย ๆ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ตัวอาเฟยนั้นแม้ว่าจะถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจยังไง เขาไม่เคยปริปากบ่นก้มหน้ารับคำดุด่าแต่โดยดี
ส่วนลึก ๆ ในจิตใจของชายหนุ่ม เขานั้นหลงรักคุณหนูใหญ่มานานแล้วตั้งแต่วันที่คุณหนูซื้อชายความจำเสื่อมเช่นเขามาจากโรงค้าทาส
แต่เพราะฐานะต่ำต้อยจึงไม่เคยคิดอาจเอื้อม การที่คุณหนูใหญ่ตกต่ำเช่นนี้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาด้วย คงมีผู้ใดเกิดล่วงรู้ความในใจของเขาขึ้นมา ชายหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้ายอมถูกทำร้ายและคอยฟังเสียงด่าทอของภรรยาอย่างไม่คิดห้ามปราม คนที่นางไม่เคยยอมรับเขาว่าเป็นสามี
ภายในจวนของเสนาบดีเหอ เมื่อเรื่องของบุตรสาวภรรยาเอกเลื่องลือออกไปด้านนอกจวน ทำให้มีแต่คนซุบซิบนินทา จนทำให้คนภายในจวนแทบจะไม่กล้าออกมาพบปะผู้คน รวมถึงการตัดสัมพันธ์ขององค์ชายรองที่มีต่อตระกูลเหอด้วยเช่นกัน
“เพราะมัน องค์ชายรองจึงตัดสัมพันธ์กับข้า ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้ากำจัดนางแพศยานั่น”
เหอชิงลี่ขว้างปาข้าวของในห้องพร้อมกับด่าทอพี่สาวต่างมารดาด้วยความเกลียดชัง วางแผนไว้ดีแล้วและทุกอย่างสำเร็จดั่งใจ แต่องค์ชายรองกลับขอตัดความสัมพันธ์กับนางทั้ง ๆ ที่นางตกเป็นของเขาแล้วเช่นกัน
“นี่ลี่เอ๋อร์ เจ้าอย่าเพิ่งโวยวายได้ไหมเล่า แม่เองจะบ้าตายอยู่แล้ว ช่วยกันหาวิธีคิดก่อนว่าจะทำยังไงต่อไป ตอนนี้ท่านพ่อของเจ้าแทบจะเข้าหน้าไม่ติดกับคนในราชสำนัก แม่เตือนเจ้าแล้วว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามจนกลายมาเป็นผลเสียต่อฝ่ายของเราเอง เจ้าเองไม่เคยเชื่อแม่สักครา”
ฮูหยินรองเตือนสติบุตรสาว
“ก่อนที่ท่านแม่จะกล่าวตักเตือนข้า ท่านทำให้ท่านพ่อยกท่านมาเป็นภรรยาเอกเสียก่อนดีไหมเจ้าคะ ฮูหยินใหญ่ตายไปตั้งนานแล้ว ท่านยังเป็นเพียงภรรยารองเท่านั้น หากท่านได้เป็นฮูหยินใหญ่ ข้าคงไม่ต้องถูกผู้ใดดูหมิ่นหรือถูกเหยียดหยามเช่นนี้”
นางคิดว่าหากว่านางได้เป็นบุตรสาวภรรยาเอก นางคงจะได้เป็นพระชายาไปแล้ว ไม่ต้องถูกตัดสัมพันธ์จนช้ำใจ
“แม่มีวิธีที่จะให้นังนั้นตายไปอย่างง่ายดาย เจ้าช่วยอยู่อย่างสงบปากสงบคำก่อนเถอะ ในเมื่อข้ากำจัดแม่ของนางได้ ทำไมข้าจะกำจัดนางไม่ได้”
ฮูหยินรองหรือตู้เหนียงเอ่ยเสียงเย็น ในเมื่อตนสามารถจัดการฮูหยินเอกของท่านเหอได้ ทำไมนางจะจัดการคนเป็นลูกไม่ได้ อีกทั้งตอนนี้พี่ชายของเหอหลันฮวาอยู่ที่กองทัพ ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับมา นี่คือโอกาสดีที่นายท่านกำลังโกรธ หากเหอหลันฮวาตายไป นายท่านคงไม่คิดสืบสาวราวเรื่องเป็นแน่
“ท่านแม่ ท่านสัญญากับข้าแล้วนะว่าจะกำจัดมันให้กับข้า”
“แม่สัญญา”
จากนั้นไม่นานฮูหยินรองจึงให้บ่าวรับใช้วางยาในอาหารให้กับคุณหนูใหญ่เหอหลันฮวา คนที่เป็นหนามยอกอกของตนและบุตรสาว จวบจนวันหนึ่ง สิ่งที่หวังและกระทำไปสำเร็จลุล่วงเมื่อเหอหลันฮวาสิ้นชีพ
“ไม่นะขอรับ คุณหนูอย่าทิ้งข้าไป คุณหนูลุกขึ้นมาสิขอรับ อย่าทิ้งข้าไป ข้ารักคุณหนูนะขอรับ”
อาเฟยกอดร่างภรรยาร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ ดวงวิญญาณของเหอหลันฮวากลั้นน้ำตาออกมาแทบจะเป็นสายเลือด
สุดท้ายแล้วคนที่รักนางที่สุดก็คือสามีที่เป็นเพียงชายตัดฟืนคนนี้สินะ
จากนั้นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านเข้ามาให้หญิงสาวได้เห็น ว่าผู้ใดคือคนที่คอยทำร้ายตนเองมาตลอด แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ไม่คิดว่าจะลงมือกันถึงขั้นทำร้ายกันจนตาย
แม้แต่ชีวิตของอาเฟยก็โดนบีบคั้นจนตายเช่นกัน กว่าพี่ชายร่วมอุทรจะกลับมา นางและสามีก็สิ้นชีพไปแล้ว
“เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ สุดท้ายคนที่รักเจ้าจริงนั้นเป็นผู้ใด มารดาเจ้าตายเพราะผู้ใด”
อยู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมา เหอหลันฮวามองซ้ายมองขวาเจอเข้ากับเงาสีดำที่ไม่รู้ว่าคืออะไร
“ท่านเป็นผู้ใด หรือว่าท่านมาเพื่อพาข้าไป”
เหอหลันฮวาถามกลับ นางยังไม่อยากไป เพราะหากนางไปแล้วอาเฟยชายผู้น่าสงสารคนนี้จะต้องตายเช่นกัน
“ข้าเป็นผู้ใดเจ้าไม่ต้องรู้ หากข้าให้โอกาสเจ้ากลับไปหาสามีของเจ้า เจ้ายินดีหรือไม่” เงาสีดำนั้นยังคงถาม
“กลับสิ ข้าอยากกลับไป”
“แต่เจ้าต้องละทิ้งความแค้นทั้งหมด อยู่กับปัจจุบันก่อร่างสร้างตัวกับสามีของเจ้าเพียงสองคน ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข เจ้าทำได้หรือไม่เล่า เหอหลันฮวา”
“ข้าสัญญา ขอเพียงได้กลับไปอยู่กับอาเฟยก็พอแล้ว”
เหอหลันฮวารับปากเงาดำตนนั้นโดยไม่ต้องคิดให้มากความ แค่ได้กลับไปนางก็พอใจแล้ว
“ดีมาก กลับไปครั้งนี้ ข้าจะมอบความรู้ต่าง ๆ ให้กับเจ้า เผื่อว่าเจ้าและสามีจะได้เอาไปสร้างตัว”
เงาดำตนนั้นพูดและจับหัวของเหอหลันฮวาก่อนจะมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรกระชากดวงวิญญาณนางอย่างแรง
“ข้าช่วยท่านได้เท่านี้ อยู่ที่ตัวท่านจะกลับไปอยู่เหนือคนทั้งปวงได้หรือไม่ มีเพียงนางเท่านั้นที่จะทำให้ท่านพ้นภัยก่อนที่ความทรงจำจะกลับมา”
เงาดำพึมพำเพียงตนเดียว แค่นี้เขาก็ฝืนมิติของสวรรค์มากพอแล้ว
บทที่ 2 ปรับความเข้าใจ
ภายในกระท่อมท้ายจวนของสองสามีภรรยาที่ถูกขับไล่ออกมา ร่างบางของเหอหลันฮวาเริ่มขยับตัว อาเฟยรีบอุ้มหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความดีใจ
“น้ำ ข้าหิวน้ำ”
เหอหลันฮวาอยู่ในอ้อมกอดของอาเฟย พยายามลืมตาขึ้นและส่งเสียงแหบแห้งเพื่อขอน้ำดื่ม
“ขอรับ คุณหนูฟื้นแล้ว ข้าดีใจที่สุดเลยขอรับ”
อาเฟยวางร่างของภรรยารักอย่างทะนุถนอม ก่อนจะรีบวิ่งไปหลังกระท่อมเพื่อเอาน้ำให้หญิงสาวดื่ม
“ค่อย ๆ ดื่มนะขอรับ คุณหนูเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา เดี๋ยวข้าจะไปต้มข้าวให้นะขอรับ”
อาเฟยเตรียมจะเดินออกจากกระท่อมเพื่อไปต้มข้าวที่มีข้าวสารเพียงน้อยนิดให้ภรรยาได้กิน ตัวเขานั้นอดได้แต่ภรรยาของเขาเป็นถึงคุณหนูใหญ่และเป็นดวงใจของเขา ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะให้ภรรยาได้กินก่อน
เหอหลันฮวาจับแขนเสื้ออาเฟยไม่ปล่อยคล้ายกับไม่ต้องการให้ชายหนุ่มไปไหน เมื่อปรับสายตาของตัวเองได้แล้ว แม้ว่าใบหน้าจะซีดเซียวแต่ยังคงเห็นเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อยบ้างแล้ว
“ท่านพี่ อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว”
อาเฟยได้ยินคำเรียกขานของภรรยา ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อและคิดว่าตนเองหูฝาดไป เมื่อคุณหนูใหญ่คือคนที่แสนจะเกลียดชังเขา เรียกเขาว่าท่านพี่
“คุณหนูเรียกข้าว่าอะไรนะขอรับ”
อาเฟยถามย้ำอีกครั้งอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ข้าเรียกท่านว่าท่านพี่ ท่านเป็นสามีของข้า ไม่เรียกท่านแล้วจะให้ข้าเรียกผู้ใดกันเล่า อีกอย่างข้าเองก็เป็นภรรยาของท่านแล้ว ท่านห้ามเรียกข้าว่าคุณหนูใหญ่อีก เข้าใจหรือไม่เจ้าคะ”
เหอหลันฮวายิ้มหวานให้อาเฟย ชายผู้เป็นสามีและคงเป็นคนเดียวที่รักนางด้วยหัวใจที่แท้จริง
“ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ในที่สุดเจ้ายอมรับข้าเป็นสามีแล้ว”
อาเฟยกอดร่างบางไม่ปล่อย ต่อจากนี้ไปไม่ว่าเขาจะต้องทำงานหนักมากแค่ไหน เขาจะเลี้ยงภรรยาคนนี้ให้อยู่อย่างสุขสบายที่สุดเท่าที่ชายผู้หนึ่งจะกระทำได้
“ท่านพี่พวกเราไปจากที่นี่กันดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่อยากอยู่ในจวนแห่งนี้อีกแล้ว เราสองคนไปเริ่มต้นกันใหม่ได้หรือไม่ ข้าพอจะมีความรู้เรื่องการค้าและการทำอาหาร เราสองสามีภรรยาเปิดโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ เลี้ยงปากท้อง เมื่อไหร่ที่มีลูกน้อย ลูก ๆ ของเราจะได้ไม่ลำบาก”
‘ในเมื่อมีโอกาสได้กลับมาอีกครั้ง ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกนอกจากความสงบสุข ในเมื่อเรื่องของท่านแม่ ข้าได้รับปากไปแล้วว่าจะไม่อาฆาต แต่ข้าไม่ได้สัญญาว่าจะไม่ส่งข่าวบอกพี่ใหญ่หรือพี่รอง หรือแม้แต่ท่านตาบ้านเดิมของท่านแม่!’ เหอหลันฮวาเพียงได้แต่คิดในใจ
“ข้าแล้วแต่เจ้า หากเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ข้าไม่ขัดแต่…”
อาเฟยไม่กล้าพูดว่าเขาไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะเปิดโรงเตี๊ยม แต่เขาพร้อมที่จะทำงานเลี้ยงดูนาง แม้ว่าจะไม่สุขสบายเท่ากับการเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเสนาบดีเหอก็ตามที
“ท่านพี่ไม่ต้องคิดมากเรื่องเงินและทรัพย์สินนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าท่านพี่เองคงมีความสามารถไม่น้อย การที่ท่านยอมมาเป็นชายตัดฟืนของจวนเหอก็เพราะข้า ครั้งนั้นข้าซื้อท่านมาจากโรงค้าทาสเพราะเห็นใจ
แต่ไม่คิดว่าท่านพี่จะยอมมาเป็นบ่าวในจวน อีกทั้งท่านพี่เองไม่ได้มีสัญญาทาส ข้าเผาทิ้งและให้คนไปยกเลิกสัญญาทาสตั้งแต่วันนั้นแล้วเจ้าค่ะ ข้ากับท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ท่านพี่ทำเพื่อข้าได้ไหม”
เหอหลันฮวาโน้มตัวเข้ากอด หญิงสาวรับรู้ถึงความกังวลใจในของสามีดี คงกลัวว่าจะพานางออกไปลำบากน่ะสิ
“อะไรทำให้เจ้าเปลี่ยนไปขนาดนี้” คำถามที่ติดอยู่ในใจของอาเฟย
“เพราะข้ารู้ว่าท่านพี่นั้นรักข้ามาก หลังจากนี้ข้าจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัวของเรา หรือว่าท่านพี่ไม่อยากสร้างครอบครัวกับข้าเจ้าคะ”
เหอหลันฮวาพยายามงัดมารยาออกมาใช้กับสามี บางอย่างหากพูดออกไปคงจะมีคนบอกนางว่าบ้าเป็นแน่
จากนั้นหญิงสาวจึงใช้แขนคล้องคอเขาไว้และโน้มลงมาก่อนจะใช้ริมฝีปากของตนเองประทับลงไปอย่างอ่อนโยน
อาเฟยตัวแข็งทื่อที่โดนภรรยารักจู่โจมก่อน ตั้งแต่วันนั้นที่โดนวางยาเขาและนางไม่เคยมีความสัมพันธ์กันอีกเลย
“เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะเป็นของข้า” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง เพื่อไม่ให้นางผู้ที่เป็นภรรยาต้องเสียใจในภายหลัง
“เจ้าค่ะ น้องต้องการเป็นของท่านพี่จริง ๆ หากน้องจะบอกว่าน้องรักท่านพี่ มันจะสายเกินไปหรือไม่เจ้าค่ะ”
เหอหลันฮวาตอบอย่างเอียงอายพร้อมกับหลบสายตา แม้ว่าจะเคยมีความสัมพันธ์กันแล้ว แต่ครั้งนั้นเพราะโดนวางยาทั้งคู่
“แต่น้องเพิ่งจะฟื้นพี่กลัวน้องกลับมาป่วยอีก”
แม้ว่าร่างกายจะต้องการแค่ไหน แต่ชายหนุ่มห่วงสุขภาพของภรรยารัก นางเพิ่งจะฟื้นเขากลัวว่าจะป่วยอีก
“ท่านพี่ก็ทำเบา ๆ สิเจ้าคะ”
เหอหลันฮวาบอกตาแป๋ว ทำให้อาเฟยอดที่จะจูบหน้าผากภรรยาไม่ได้ จากนั้นทั้งสองจึงเข้าหอกันอีกครั้งด้วยแรงปรารถนาของร่างกายและจิตใจทั้งสองคน
กระท่อมท้ายจวนแห่งนี้ไม่มีผู้ใดคิดที่จะเดินผ่านมากนัก นอกจากหลันจิงสาวใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่ที่ยอมมาลำบากด้วยกัน พอเห็นว่าคุณหนูของนางและท่านเขยเข้าหอกันแล้วจริง ๆ จึงได้ยืนหน้าแดงและหลบไปเฝ้าทางเข้าที่นี่ กลัวว่าผู้ใดจะผลีผลามเดินเข้ามาแล้วเจอเสียงพวกนี้เข้า
เมื่อไฟปรารถนามอดลงสองสามีจึงหลับไปด้วยความเหนื่อยปนความสุข
เวลาผ่านไปจนถึงยามเซิน (15.00 -17.00) อาเฟยจึงเดินออกมาจากกระท่อม เพื่อออกมาตักน้ำให้ภรรยาที่ยามนี้ยังไม่ตื่นหลังจากที่เขารังแกนางอย่างหนักหน่วง แม้ตั้งใจจะไม่รุนแรงแต่เพราะภรรยาของเขานั้นช่างหอมหวานไปเสียหมด ทำให้เขาอดใจไม่ไหว
“ท่านเขย คุณหนู...ไม่ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินล่ะเจ้าคะ”
หลันจิงนางไม่เห็นฮูหยินออกมาด้วยจึงถามด้วยความเป็นห่วง
“ฮูหยินของเจ้ายังไม่ตื่น อย่ารบกวนนางเลย จริงสิอีกไม่นานข้ากับฮวาเอ๋อร์จะย้ายออกจากที่นี่ เจ้าเตรียมเก็บของด้วยเล่า นางจะบอกเจ้าอีกครา”
อาเฟยยังสับสนกับฐานะของตนเอง เมื่อบอกกล่าวจบจึงเดินไปตักน้ำให้ภรรยารัก ก่อนจะเดินกลับมาในห้องอีกครั้ง มาถึงจึงเจอเข้ากับภรรยารักที่กำลังมองเขาไม่วางตาและยิ้มให้อย่างเขินอาย
“ท่านพี่”
“อย่าเพิ่งลุก พี่ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่กระทำรุนแรงจนเกินไป ข้าอดใจไม่ไหวจริง ๆ ข้าบอกหลันจิงสาวใช้ข้างกายเจ้าแล้วนะว่าเราจะไปจากที่นี่ เดี๋ยวนางคงจะเข้ามา”
อาเฟยเดินมานั่งข้างภรรยา ก่อนจะมองนางด้วยตาเป็นประกาย ทำให้เหอหลันฮวาต้องหยิบยกผ้าห่มเพื่อคลุมร่างกายให้มิดชิด ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะดึงผ้าห่มออก เพราะกลัวว่านางจะหายใจไม่ออก
จากนั้นจึงอุ้มนางไปที่อ่างน้ำและอาบน้ำให้นางไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่ง
เหอหลันฮวาสุดแสนจะอายแม้เพิ่งจะผ่านการร่วมรักกับสามีมาหมาด ๆ ก็ตาม หญิงสาวตัวแดงไปหมด ช่างเป็นภาพที่น่ามองและน่าเอ็นดูสำหรับชายหนุ่ม
จนอาเฟยอดใจไม่ไหวลงถังเข้าไปอาบน้ำกับนางด้วยอีกคน แต่กว่าจะอาบน้ำเสร็จ ทั้งสองผ่านสมรภูมิรบสำหรับสามีภรรยาอีกครั้ง
เสียงที่เล็ดลอดออกมาทำให้หลันจิงที่ยืนอยู่หน้าประตูหน้าแดงขึ้นอีกครา
‘นายท่านถนอมฮูหยินหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ฮูหยินเพิ่งฟื้นขึ้นมานะเจ้าคะ’
ในเมื่อไม่กล้าบ่นต่อหน้านายท่านจึงทำได้เพียงบ่นในใจ
จากนั้นจึงเดินมาอุ่นอาหารที่มีน้อยนิดสำหรับกระท่อมท้ายจวนแห่งนี้
เพล้ง! เสียงปาข้าวของคุณหนูรองของจวน เมื่อได้ข่าวว่าพี่สาวต่างมารดายังอยู่ดีและปลอดภัย!
บทที่ 3 เตรียมความพร้อม
“เป็นไปได้อย่างไร ทำไมนางจึงรอดตาย”
เหอชิงลี่เกรี้ยวกราดอย่างไม่ยินยอมเมื่อรู้ว่าพี่สาวต่างมารดาที่คอยเป็นหนามทิ่มแทงใจยังคงมีชีวิตอยู่
“เจ้าใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหมเล่า ข้าเองคิดว่านางไม่น่าจะมีชีวิตรอดมาได้ ข้าสั่งให้บ่าวคนนั้นวางยานางมาร่วมเดือน ทำไมนางถึงไม่เป็นอะไร”
ฮูหยินรองตู้เหนียงนางไม่เข้าใจเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกเลี้ยงอย่างเหอหลันฮวาจึงรอดพ้นความตายมาได้ ในเมื่อนางใช้ยาตัวเดียวกันกับฮูหยินใหญ่ที่นางได้กำจัดไปเมื่อหลายปีก่อน
“ท่านแม่จะให้ข้าใจเย็นได้เช่นไร นางยังเป็นที่ต้องการขององค์ชาย ท่านแม่น่าจะทราบดีว่าต่อให้ข้าและองค์ชายจะมีใจให้กันเช่นไร ฐานะของข้ายังไม่เหมาะที่จะเป็นชายาของพระองค์ มีเพียงนางหลันฮวาเท่านั้นที่พระองค์ต้องการ ในเวลานี้ท่านแม่เองก็น่าจะทราบดี ว่าองค์ชายตัดความสัมพันธ์กับข้าไปแล้วเพียงเพราะเกิดเรื่องอื้อฉาวกับคุณหนูใหญ่ของจวน”
ยิ่งคิดเหอชิงลี่ยิ่งเคียดแค้น นางวางแผนไว้ทุกอย่าง ไม่คิดว่าเรื่องจะลงเอยเยี่ยงนี้ แม้จะกำจัดพี่สาวต่างมารดาให้พ้นจากตำแหน่งพระชายาขององค์ชายได้แล้วก็ตาม เพียงแต่ตัวนางเององค์ชายมาตัดสัมพันธ์เช่นกัน
เมื่อคิดว่าสาเหตุที่องค์ชายตัดสัมพันธ์มาจากพี่สาวต่างมารดา นางจึงคิดกำจัดอีกครั้ง จึงได้ขอร้องให้ท่านแม่จัดการให้ แต่กลายเป็นว่าเหอหลันฮวาดวงแข็งโดนวางยาแต่กลับไม่ตาย
“แม่ว่าเจ้าต้องหัดใจเย็นลงบ้าง ครั้งนี้ไม่ตายใช่ว่าเจ้ากับข้าจะไม่มีโอกาสอีก พี่ชายทั้งสองของนางยังอยู่ชายแดน แม่ว่ายังไงเรายังมีโอกาสอีก”
“ท่านแม่อย่าลืมว่าสามีบ่าวของนางยังอยู่ เราจะยังมีโอกาสอีกหรือเจ้าคะ”
“เจ้านั่นก็แค่บ่าว หรือว่าเจ้ากลัวสามีบ่าวของนาง”
“ไม่เจ้าค่ะ ยังไงข้าจะต้องกำจัดนางให้พ้นทางให้ได้ ตำแหน่งพระชายาขององค์ชายรองย่อมต้องเป็นของข้าไม่ใช่ของนาง”
เหอชิงลี่ไม่ยินยอมที่จะเสียตำแหน่งพระชายาให้กับผู้ใด ตำแหน่งนี้ย่อมต้องเป็นของนางผู้เดียวเท่านั้น
ยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.) หลังจากที่ทานมื้อเช้าร่วมกันแล้ว เหอหลันฮวาจึงเรียกหลันจิงเข้ามาสั่งการ
“ฮูหยินมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
“หลันจิง เจ้าจงไปที่จวนตรงตรอกกว่างโฮ่ว เจ้าจำจวนของท่านแม่ที่มอบให้ข้าได้หรือไม่”
“จำได้เจ้าค่ะฮูหยิน” หลันจิงนางจำได้เพราะเคยไปที่นั่นบ่อยครั้ง
“เจ้าไปแจ้งพ่อบ้านว่าอีกสามวันพวกเราจะย้ายไปอยู่ที่นั่น ให้ทำความสะอาดเรือนหลักให้เรียบร้อย ข้าจะไปพร้อมกับท่านพี่และเจ้า ข้าเชื่อว่าการที่ข้าโดนวางยาแล้วครั้งนี้ข้าไม่ตาย คนพวกนั้นย่อมต้องคิดจัดการข้าอีกเป็นแน่
ในเมื่อข้าพ้นจากความตายครั้งนี้มาได้ ข้าขอใช้ชีวิตสงบสุขกับท่านพี่และลูกน้อยที่จะมีในวันข้างหน้าก็พอ พวกเราย้ายไปอยู่ที่นั่นกันเถอะและจะไม่กลับมาที่ตระกูลเหออีก จนกว่าพี่ชายทั้งสองของข้าจะกลับมา”
อาเฟยกุมมือภรรยาไม่ปล่อย เขารู้ว่าคนพวกนั้นคือใคร ตอนนี้เขาเป็นเพียงชายตัดฟืนไม่มีอำนาจที่จะเล่นงานคนพวกนั้นกลับ แต่เขาเชื่อว่าการแก้แค้นต่อให้ผ่านไปสิบปีก็ยังไม่สาย
“ฮูหยิน”
หลันจิงน้ำตาซึม นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางอยู่ที่นี่อย่างยากลำบาก เมื่อคิดว่าพวกนางไปเริ่มต้นใหม่ จึงดีใจขึ้นมา
“เจ้าเองอยู่กับข้ามาตั้งแต่เล็ก ข้าไปที่ไหนเจ้าก็ต้องไปด้วย ตอนที่ข้ากับท่านพี่ย้ายมาอยู่ที่กระท่อมท้ายจวนแห่งนี้ เจ้ายังยอมทนมาลำบากกับพวกข้า ดังนั้นข้าไม่คิดที่จะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่เป็นแน่
คนพวกนั้นรังแกข้าไม่ได้ย่อมต้องหาทางเล่นงานเจ้าด้วย สองสามวันนี้เจ้าจงระวังตัวไว้ให้ดี หากเป็นไปได้ ให้ไปหาเอาอาหารมาจากโรงน้ำชาไป๋หลาน อย่าไว้ใจคนในจวนนี้เด็ดขาด”
เหอหลันฮวาเลือกที่จะพูดกันเพียงสองคน โรงน้ำชาเป็นของท่านแม่ที่สร้างไว้และมอบให้นางส่วนตัว เรื่องนี้ทางตระกูลเหอไม่มีใครทราบเรื่อง และนางคิดว่าก่อนจะย้ายไปนางต้องทวงคืนสินเดิมทั้งหมด จะไม่ทิ้งไว้ให้หมาป่าพวกนี้เด็ดขาด
อาเฟยแม้จะเข้าใจความหมายของนางแต่เขาเลือกที่จะเงียบ และนั่งฟังอย่างตั้งใจ
“เจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวจะรีบไปจัดการและจะไปรับอาหารที่โรงน้ำชาทุกวันนะเจ้าคะ”
หลันจิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เรื่องนี้นางเข้าใจดี ในเมื่อครั้งนี้เล่นงานคุณหนูของนางไม่ได้ ฮูหยินรองและคุณหนูรองย่อมต้องหาวิธีเล่นงานอีกเป็นแน่
เมื่อสาวใช้ข้างกายไปทำตามคำสั่ง เหอหลันฮวาจึงหันกลับมามองหน้าสามีอย่างอ่อนโยน
“ท่านพี่ เราจะไปเริ่มชีวิตใหม่กันนะเจ้าคะ”
“ข้ายินดี และไม่สำคัญว่าจะต้องไปอยู่สถานที่แห่งใด ขอเพียงที่นั่นมีเจ้าก็เพียงพอแล้ว”
อาเฟยตอบกลับ ชายหนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งมากุมแก้มเธอไว้ และส่งสายตาประสานกัน เพื่อให้เหอหลันฮวารู้ว่าสิ่งที่เขากล่าวนั้นคือความจริงที่กลั่นออกมาจากใจ
จากนั้นทั้งสองตระกองกอดกันพร้อมกับมองท้องฟ้าที่ทั้งสองคนรู้สึกว่ายามนี้งดงามเป็นพิเศษ
หลันจิงเดินออกมาทางประตูท้ายจวนซึ่งคิดว่าไม่น่าจะพบปะผู้ใด แต่ใครจะคิดว่ากลับพบเจอคนขององค์ชายรองคล้ายกับยืนรอการมาของนาง
“แม่นางหลันจิง รอก่อน”
หลันจิงไม่คล้ายกับไม่สนใจจึงเร่งฝีเท้าเพื่อเดินไปหาเช่าเทียมเกวียนเดินทางไปที่ตรอกกว่างโฮ่ว แต่เมื่อยังคอยเดินตามนางเช่นนี้ นางจึงไม่กล้าที่จะเดินไปเช่าเกวียน แต่ทำเพียงเดินวนเวียนไปที่ตลาดแทน แต่เมื่อยังคงตามไม่สิ้นสุด หลันจิงจึงหมดความอดทนจึงหันกลับไปถาม
“ท่านตามข้าเยี่ยงนี้มีจุดประสงค์อันใด เท่าที่ข้าจำได้ฮูหยินของข้าและนายของท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กันอีกแล้ว”
“ข้ารู้ดี เพียงแต่ข้ามาด้วยเรื่องส่วนตัว เรื่องนี้องค์ชายไม่ทรงทราบ แม่นางหลันจิงพอจะมีเวลาคุยกับข้าหน่อยไหม”
หลันจิงมองไม่วางตา ในอดีตนางและองครักษ์ผู้นี้ย่อมเคยพบปะและพูดคุยเมื่อองค์ชายรองมาเยี่ยมเยียนคุณหนูซึ่งตอนนี้ได้เป็นฮูหยินของนายท่านแล้ว ในเมื่อมาส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคำสั่งขององค์ชายรอง นางก็ยินดีที่จะจะพูดคุยด้วยเล็กน้อย
“เช่นนั้นท่านกับข้าไปพูดคุยกันที่โรงน้ำชาไป๋หลานเถอะ ยืนคุยตรงนี้ย่อมไม่ควร”
หลันจิงกล่าวจบจึงเดินนำไปที่โรงน้ำชาไป๋หลานทันที
เมื่อทั้งสองคนมาถึง หลันจิงขยิบตาให้คนดูแล ให้ทำทีคล้ายกับไม่รู้จักนางโดยที่องครักษ์ขององค์ชายรองไม่ทันสังเกต ก่อนจะหันมาพูดคุยกับชายหนุ่มด้วยท่าทีจริงจัง
“ท่านมีเรื่องอะไรจะกล่าวหรือ”
“ข้าอยากถามแม่นางหลันจิงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณหนูใหญ่ ไม่ใช่เรื่องปกติใช่หรือไม่”
“ข้าคิดว่าท่านเป็นถึงองครักษ์ข้างกายขององค์ชาย ท่านน่าจะทราบและสืบเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองไม่น่าต้องมาดักรอเพื่อถามข้า ทั้ง ๆ ที่เรื่องเกิดมาแล้วร่วมเดือน”
หลันจิงหัวเราะอย่างเย้ยหยันเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า เรื่องเกิดมาร่วมเดือนมาถามตอนนี้มันสายไปหรือไม่
“และที่สำคัญ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นการกระทำของผู้ใด ข้าเชื่อว่าคุณหนู ไม่สิ ข้าเชื่อว่าฮูหยินเต็มใจที่จะอยู่กินกับนายท่านฉันท์สามีภรรยาเป็นแน่แท้แล้ว
จากนี้ต่อให้ท่านจะสืบเรื่องจนรู้ว่าเป็นการกระทำของผู้ใด เรื่องระหว่างนายของข้าและนายของท่านย่อมไม่มีทางหวนกลับไปอีก และข้าเชื่อว่าเมื่อท่านสืบรู้แล้วว่าเป็นผู้ใด ไม่แน่ว่าท่านและนายของท่านจะกล้าลงมือกับคนผู้นั้นไหม”
“แม่นางหลันจิงกล่าวเช่นนี้ หมายความว่าท่านรู้ว่าใครเป็นตัวการ”
องครักษ์ประจำกายของหลานหมิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ท่านไม่ใช่คนเขลา ท่านน่าจะพอรู้ว่าผู้ใดกันที่ต้องการล้มงานแต่งของนายของข้ากับนายของท่าน เรื่องนี้ข้าขอไม่พูดอะไรอีก และเมื่อไม่มีเรื่องอันใดแล้วข้าต้องขอตัวก่อน มีเรื่องที่ต้องจัดการ”
หลันจิงกล่าวจบจึงรีบลุกขึ้นและเดินออกจากโรงน้ำชาไป๋หลาน แต่ก่อนที่จะกลับไปนางกล่าวกับคนดูแลว่าเหอหลันฮวาต้องการอาหารทุกวัน และนางจะมารับด้วยตนเอง