ภาพปกนิยาย เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท

เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท

9.1 / 10.0
ท่ามกลางบรรยากาศเหมันต์ที่หนาวเหน็บ เรื่องราวความรักสุดกลมกล่อมได้เริ่มต้นขึ้นในห้องเครื่องหลวง เมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวฝีมือดีต้องมารับหน้าที่ดูแลปากท้องของฮ่องเต้หนุ่มรูปงาม ผู้มีนิสัยเย็นชาและปากไม่ตรงกับใจอย่างยิ่ง งานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เมนูอาหารรสเลิศที่ชวนน้ำลายสอเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวความเข้าใจผิดมากมายที่รอให้ทั้งคู่ร่วมกันแก้ไขและฝ่าฟันไปด้วยกัน มาลุ้นกันว่าเสน่ห์ปลายจวักจะสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งในหัวใจขององค์จักรพรรดิสายซึนได้สำเร็จหรือไม่ ในนิยายโรแมนติกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความอร่อยและมวลความรักที่อบอวลไปทั่วทั้งวังหลวง

เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท ตอนที่ 1

“เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่างเถอะ ไม่อยากจะเล่าเลยเล่าแล้วมันยาวและเจ็บปวด

เอาเป็นว่าฉันที่เคยเป็นผู้ช่วยแม่ครัวย้ำว่าผู้ช่วยแม่ครัวไม่ได้เป็นช๊งเป็นเชฟอะไรกับเขาหรอก

ก็แค่ผู้ช่วยแม่ครัวในร้านอาหารแต่ต้องทำทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ ขัดห้องน้ำ ล้างจาน และทำอาหารแทนแม่ครัว แต่เขาดันเรียกว่าเป็นคนปรุงเพราะวันไหนที่แม่หัวหน้าแม่ครัวไม่มา อี่ศรีคนนี้แหละจะต้องทำทุกงาน ตั้งแต่หั่นผักยันปรุง

“ก็คิดว่าช่วยๆ กัน”

เจ้าของร้านพูดเมื่อวันสุดท้ายของปี ที่แม่ครัวแกดันกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไม่บอกไม่กล่าวสักคำ เราจึงต้องใช้คำว่าช่วยๆ กันตั้งแต่เช้า

อีศรีไพรคนนี้ก็เลยต้องทำทุกตำแหน่งในร้าน จน..จนในที่สุดฉันก็ได้พัก ดื่มสุราในคืนข้ามปีพร้อมกับน้องๆเด็กเสิร์ฟในร้านที่แอบรินสารพัดสุราที่ลูกค้าดื่มไม่หมด มาลงขวดเก็บไว้ ผลจากสุราที่เรียกว่า หลาสยกษัตรย์ผสมกันทำเอาร่างกายที่อ่อนล้ามาทั้งวันทิ้งตัวหล่นตุ๊บในท่าตะแคงข้างลงบนพื้นกระเบื้องในท่านั่ง

โลกหมุนติ้วสีฟ้าขาวเหลือง แดง ม่วง น้ำเงิน ส้ม ชมพูแสงสว่างวาบ

แล้วมาหล่นตุ๊บอีกทีที่ไหนสักแห่ง

“$@#*+&&¢£¥%”

จูนแป็บ…เขาพูดอะไรกัน สะบัดศีรษะไปมา

“เร็วเข้า ฝ่าบาทเพิ่งจะกวาดเครื่องเสวยลงพื้นจนหมดพวกเจ้าขืนช้าเกรงว่าเอาคอไปพาดไว้ที่ลานประหาร”เสียงเข้มของใครบางคนแค่ฟังน้ำเสียงก็รุ้แล้วว่าวางอำนาจแค่ไหน

อ่อภาษาจีน ทำไมพูดภาษาจีน แล้วที่นี่ที่ไหนอย่าถามโง่ๆ ออกไปนะศรีไพร

อืมคงเป็นฝันแหละ จะต้องเป็นฝันแน่ๆ ก็ดันดื่มเสียเกือบหมดขวด ซีวาส รีกัล ผสมกับแบล็ค เรด และอื่นๆบลาๆๆหอมละมุนเหนื่อยๆ ฟาดเสียเต็มพิกัด แล้วดื่มแบบซ๊อตด้วยสิ

“คุณหนูเข่อชิง รีบลุกมาช่วยกันอย่ามัวแต่ฝันกลางวันคิดว่าตัวเป็นคุณหนูบ้านใหญ่“คุณหนู!ใครกันคือคุณหนู อย่าบอกนะว่าศรีไพรมาเป็นคุณหนูบ้านใหญ่

เสียงป้าตื้อที่พูดไม่พูดเปล่าเดินมาดึงหูศรีไพรให้ติดมือไปด้วย อ้าวนั่นประชดหรอกหรือ

”ปล่อยนะ”

ปากพูดตามองรอบๆตัว นี่มันห้องครัว แต่ทำไมใหญ่โตมโหราฬขนาดนี้ นางในห้องเครื่องที่ต่างนั่งกุมขมับเพราะกลัวจะถูกลงทัณฑ์ในเมื่อฮ่องเต้ไม่ยอมเสวยอะไรเลยทุกอย่างจึงมาลงที่ห้องเครื่อง

”หือข้าล่ะเกลียดความเสแสร้งของเจ้าจริงแม่นางน้อยเข่อชิง วางท่าราวกับคุณหนูกลางวันแอบงีบ กลางคืนนอนแต่หัวค่ำ คนอื่นเขากลุ้มใจแต่เจ้ากลับหลับได้สบายๆ”

ฟาดมือลงบนแผ่นหลังเสียงดังตุ๊บตั๊บ

“ยอมแล้ว ยอมแล้ว”เจ็บจัง! ศรีไพรรีบลุกขึ้นมามนั่งตากลม

”ไปช่วยกันปรุงอาหาร หลายวันมานี้ไม่มีอาหารชนิดใดที่ฝ่าบาทยอมเสวย หัวหน้าห้องเครื่องจึงให้พวกเราลองปรุงอาหารถวาย ทุกคนในห้องเครื่องจะต้องปรุงเครื่องเสวยแล้วลองนำไปถวายฝ่าบาท วันนี้ถึงคิวเจ้าแล้วเข่อชิง“

”หา ทำอาหารอีกแล้วหรือ”เบ้ปากด้วยความเบื่อหน่าย

“เจ้าจะทำอาหารชนิดไหนเลือกเอาจะของคาวรึของหวาน หากฝ่าบาททรงยอมเสวยจึงได้ไปต่อแต่หากฝ่าบาทกวาดเครื่องเสวยของเจ้าทิ้งไปนั่นเท่ากับว่าพวกเราซวยแล้วเข่อชิงเหลือเพียงเจ้ากับ เฟยฟางสองคนเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราไม่เช่นนั้นคงต้องหอบห่อผ้ากลับไปทำนาไร่”

“ยายแก่ แกพูดง่ายไปแล้ว หากวันนี้ฝ่าบาทยังไม่ยอมเสวยคาดว่าจะโมโหหิวจนสั่งประหารพวกเราเสียทีเดียว ในเมื่อไม่เสวยอะไรมาห้าวันแล้วนั่นเท่ากับพวกเราถึงคราวซวย”

ลุงซุนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

โอ้โห้โอโห้ ตึงเครียดขนาดนี้เลยหรือ ความเป็นความตายนี่คนดีดี อย่างศรีไพรจะนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน ยนานๆจะได้เป็นคนดีเสียที ปกติปแล้วช่างหัวมัน

“ได้ยินไหมเข่อชิง เจ้าเร่งลงมือเถิด”

ศรีไพรยิ้มเจื่อนๆ ดึงผ้าสีทึมมาคาดที่เอวกิ่ว ถลกแขนเสื้อขึ้น เอาวะ

เหลือบตามองวัตถุดิบในกระจาด มีสิ่งใดพอใช้ได้บ้าง

“ของดีๆ ทำถวายก็ถูกกวาดลงพื้นจนสิ้น เหลือวัตถุดิบเท่าที่เห็น”ป้าตื้ออธิบายฉอดๆ

“แล้วทำไมไม่นำมาเพิ่ม”ลุงซุนบ่น

“ตาแก่ ข้าเห็นว่านำมาเพิ่มได้ฝ่าบาทก็ไม่ยอมเสวยของดีๆ ไม่ว่าจะหมูตุ๋นหรือไก่ตุ๋นก็กวาดลงพื้นเสียสิ้น”

ศรีไพรถอนหายใจ

“ถอยไปเลยทั้งสองคน”จะให้เร่งมือแต่มาเสียงดังข้างๆ

ส่งเสียงเข้ม เหมือนทุกครั้งที่กำลังจะลงมือปรุงอะไรสักอย่างการทำอาหารสำหรับศรีไพรคือศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ใจและสมาธิ

ป้าตื้อกับลุงซุนมองตากันแล้วถอยออกไปปล่อยให้ศรีไพรง่วนกับวัตถุดิบตรงหน้า

“อะไรดี” 

เหลือบไปที่กระจาดที่วางอยู่ตรงนั้น หยิบของบางอย่างขึ้นมาดูขึ้นมาดู

“นั่นเจ้าจะทำอะไรของสกปรกแบบนั้นไม่เหมาะกับเครื่องเสวยฝ่าบาทเป็นถึงโอรถสวรรค์”

ลุงซุนพูดดังๆ กลัวว่าศรีไพรจะเอาของที่ไม่เหมาะแก่ฐานะของฮ่องเต้ทำปรุงเรื่องเสวย

ศรีไพรหยิบของสิ่งนั้นมาหั่นเป็นชิ้นยาวๆ บั้งเหมือนกับบั้งหมึกสับปะรดตั้งกระทะเทน้ำมันใส่ โยนสิ่งที่หั่นบังไว้ลงไปทอดด้วยไฟแรงไม่สนใจสายตาของลุงซุน

“เจ้า เจ้าบังอาจนัก”ชี้มือสั้นระริกไปที่ศรีไพร ที่บัดนี้หลุดกเข้าไปในโลกส่วนตัวเสียแล้วไม่สนใจเสียงรอบข้าง

“ลุงเชิญออกไปรอด้านนอกเสร็จแล้วจะยกออกไปให้”

ดันหลังตาลุงซุนให้ถอยห่างเตาดึงท่อนฟืนออกเสียหนึ่งดุ้นเบาไฟใช้ไฟกลางสำหรับทอดเมื่อความร้อนจากน้ำมันเริ่มรีดเอาความชื้นจากของที่โยนลงไปจนได้ยินเสียงน้ำมันเดือด

หันกลับไป ยิ้มกับครก

อย่างน้อยก็มีวัตถุดิบสำหรับโขลกพริกแกงละว้า

หั่นข่าตระไคร้เตรียมไว้ หยิบลูกมะกรูดมาปอกเอาเปลือกสีเขียวออกบางๆหั่นฝอยเตรียมไว้

คว้าพริกกับเครื่องเทศมาโขลกเสียงโขลกพริกแกงดังลั่นวังหลวง

หันกลับไปพลิกของทอดที่กำลังสุกเหลืองด้านหนึ่งให้อีกด้านหนึ่งลงไปทอดบ้าง หั่นตะไคร้ลงไปทอดที่หลังเพราะตะไคร้จะสุกก่อนหากใส่ไปพร้อมกันจะต้องไหม้แน่ๆ

โขลกพริกแกงจนละเอียด สีแดงสดยกไม่ตีพริกขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอม

เสร็จแล้วก็ใช้กระชอนที่สานจากไม้ไผ่ช้อนเอาของทอดสีเหลืองทองที่กรอบนอกนุ่มในพร้อมกับตะไคร้ที่เหลืองสวยเช่นกันขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันรินน้ำมันออกจากกระทะ เหลือน้ำมันนิดหน่อย ใส่พริกแกงที่โขลกลงไปผัด เสียงซ่าาดั่งๆทำเอาอะดีนาลีนพุ่งปรี๊ด

คราวนี้เองที่ป้าตื้อมาชะโงกมองที่หน้าต่าง

“ฮัดชิ้ว หืมมม”

“เป็นอย่างไรป้าหอมไหม”ศรีไพรถามยิ้มๆ

“สิ่งนี้เรียกอะไรที่เจ้ากำลังผัดอยู่นั่น”

ป้าตื้อถามด้วยความอยากรู้

“อ่อ นี่คือพริกแกง”

“ไม่มีพิษแน่ใช่ไหมฝ่าบาท เกรงว่าจะต้องพิษจึงไม่ยอมเสวย”ศรีไพรขมวดคิ้ว

“อ้าวเหรอ นึกว่าอาหารไม่ถูกปาก”

“นั่นก็มีส่วนอย่างมากฝ่าบาทเกรงว่าจะมีคนวางยาพิษเลยยอมอด แต่รู้ไหม ว่าท่านหมอพูดว่านั้นเพราะไม่มีเครื่องเสวยที่ทำให้ฝ่าบาทอยากเสวยมากกว่า”

ป้าตื้อพูดไม่หยุด ตาก็มองสิ่งที่ศรีไพรกำลังลงมือปรุงน้ำตาลนิดเต้าเจี้ยวหน่อย ใส่เห็ดหอมหั่นลงไปจนเห็ดหอมสุกจึงนำของทอดสีเหลืองทองกับตะไคร้ทอดกรอบลงไปคลุกเคล้ายกกระทะออกจากเตา ใส่ใบกะเพราลงไปเป็นอันเสร็จพิธี หอมไปทั่วห้องเครื่อง

เหล่านางในห้องเครื่องมาชะโงกมองว่ามันคือเครื่องเสวยที่มีชื่อว่ากระไร

ศรีไรตักผัดเผ็ดใส่จานเงินหาฝามาปิดครอบไว้

ยกวางในถาด ตักข้าวสาลีที่หุงร้อนๆ ในหม้อใส่ถ้วยสองใบวางข้างผัดเผ็ดในถาด

“เสิร์ฟร้อนๆ”

“เครื่องเสวยนี้มีชื่อว่าอย่างไร”

“ผัดเผ็ด”

ป้าตื้อพยักหน้ากับนางในห้องเครื่องที่รีบยกเครื่องเสวยไปถวายฮ่องเต้

“เดี๋ยวแน่ใจหรือว่าจะถวายเครื่องเสวยชนิดนี้”

“ตาแก่ อยู่เฉยๆ เสียข้าเห็นว่าเครื่องเสวยที่นางทำกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที พวกเรากำลังเข้าตาจน”

ลุงซุนถอนหายใจ ศรีไพรเช็ดมือที่เพิ่งจะล้างกับผ้ากันเปื้อนที่มัดไว้ที่เอว

“ถ้ามีอะไรผิดพลาดฉันรับผิดชอบเพียงคนเดียวลุงก็บอกไปว่าฉันดื้อไม่ยอมเชื่อฟังลุง”ป้าตื้อส่ายหน้าไปมา

“เอาเหอะน่าตาแก่นางหวังดีน่า บางทีฝ่าบาทอาจเลือกเครื่องเสวยของนางก็ได้”

“แล้วเฟยฟางเล่านางปรุงเครื่องเสวยที่ชื่อว่าอะไร”

ลุงซุนเอ่ยปากถามนางในห้องเครื่องอีกคนนามว่าอี้เอ่อร์

“ป่านนี้นางยังยืนนิ่งไม่รู้ว่าจะปรุงสิ่งใดถวาย”

อี้เอ่อร์ตอบเบาๆ

นางในห้องเครื่องยกถาดผัดเผ็ดและข้าวร้อนๆ สาวเท้ายังห้องบรรทมของฮ่องเต้หรวนหนิงหลง宁龙 (หนิงหลง) = มังกรแห่งความสงบเสงี่ยม

“กลิ่นอะไร”

หรวนหนิงหลง ลุกขึ้นจากแท่นบรรทมในท่านอนหงายหยียดยาวยกมือก่ายหน้าผากหลับตานิ่งกับท้องที่เลิกร้องไปนานแล้ว

ขันทีชราเป่ยกงกงรีบประสานมือท่าทีนอบน้อม

“ฝ่าบาทนางในห้องเครื่องนำเครื่องเสวยชุดใหม่มาแล้วคาดว่าจะเป็นของสิ่งนี้ที่ส่งกลิ่นข้าน้อยเห็นว่าฝ่าบาททรงบรรทมจึงไม่ได้ปลุก”หนิงหลงถอนหายใจ

“ยกเข้ามา ทดสอบพิษ”

เป่ยกงกงโบกมือให้นางในห้องเครื่องที่ยกถาดเข้ามาวาง

แล้วเอื้อมมือเปิดฝาครอบผัดเผ็ดออกช้าๆ

กลิ่นหอมเผ็ดร้อนขจรขจายไปทั่วห้องบรรทม หนิงหลงจ้องมองสิ่งที่อยู่ในจานเงิน ไม่อาจบอกได้ว่าคือสิ่งใดกันในเมื่อถูกบั้งและทอดจนเป็นสีเหลืองทอง

เป่ยกงกงคีบเอาผัดเผ็ดเข้าปาก ดวงตากลับเบิกโพลงด้วยรสแปลกลิ้น รสสัมผัสเผ็ดร้อนทว่าลงตัวทั้งกลมกล่อมหอมหวน จนทำให้น้ำลายไหลได้เลยทีเดียว เคี้ยวช้าๆ แล้วกลืน รสดีเสียจนสึกเสียดายที่คีบชิ้นเล็กไปอยากจะลิ้มรสอีกสักคำ ความเผ็ดร้อนในปากบวกกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศในพริกแกงกับกลิ่นฉุนของใบกะเพราช่างพอเหมาะพอเจาะส่งผลให้ความกรอบนุ่มของทอดสีเหลือง ชูรสได้ดี รสเผ็ดทำให้เจริญอาหาร แต่ไม่วายสงสัยว่าของสิ่งนี้ทำจากวัตถุดิบใดกันแน่ ถึงจะใกล้เคียงกับเนื้อหมูแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

“ไม่มีพิษพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจะเสวยเลยหรือไม่”

“เลื่อนถาดมาตรงหน้าข้า”

สูดดมกลิ่นหอมจนน้ำลายสอแต่ไม่อาจแสดงกิริยาว่าหิวจนตาลายออกมาด้วยเป้นคนที่มักจะสะกดกลั้นความรู้สึกได้ดีตามประสานักรบนั่นเอง

หนิงหลงทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ เป่ยกงกงเลื่อนถาดอาหารตรงหน้าส่งตะเกียบเงินให้อย่างนอบน้อม หนิงหลงคีบผัดเผ็ดชิ้นหนึ่งใส่ปาก

รู้สึกถึงความเผ็ดที่ปลายลิ้น พอเคี้ยวจึงสัมผัสรสกลมกล่อมความกรอบนอกนุ่มในยิ่งทำให้รสสัมผัสมีความน่าพิศวง ความเผ็ดในตอนท้ายบวกกับกลิ่นหอมแทรกซึมไปทั่วปากพริกแกงไม่ได้เผ็ดจี๊ดจ๊าดแต่ก็เผ็ด พอรู้สึกเผ็ดก็พุ้ยข้าวร้อนๆ ใส่ปากแก้เผ็ดยิ่งอร่อย จนแทบลืมเคี้ยว

เป่ยกงกงยิ้มแก้มปริ

เดินมากระซิบกระซาบกับนางในห้องเครื่อง

แล้วโบกมือให้นางกลับไป

“รสดี จริงๆ เครื่องเสวยนี่มีชื่อว่าอะไร”

หนิงหลง มองหาถ้วยข้าวอยากจะเพิ่มข้าวอีก เป่ยกงกงรู้ทันรีบยกถ้วยข้าวร้อนๆ มาวางตรงหน้า นึกชื่นชมคนจัดถาดอาหารที่เพิ่มข้าวมาราวกับจะรู้ว่ามื้อนี้ฝ่าบาทจะเสวยข้าวถึงสองถ้วย

“อ่า นางในห้องเครื่องที่ยกถาดอาหารมานางเรียกมันว่า…ผัดเผ็ด”

อ่านต่อ

สารบัญของ เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้เธอต้องกลายเป็นเพียงลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดของชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนซาตานร้ายในคราบมนุษย์ ทุกย่างก้าวของชีวิตเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื้อมมือที่พร้อมจะบีบให้แหลกคลาอก หรือจะคลายเพื่อมอบสัมผัสอันแสนรัญจวนใจที่ยากจะต้านทานไหว ท่ามกลางเกมแห่งความใคร่ที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย เธอไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งใดนอกจากต้องเผชิญกับพายุพิศวาสที่เขาเป็นผู้ควบคุมแต่เพียงผู้เดียว ท้ายที่สุดแล้วหัวใจที่บอบบางดวงนี้จะพังทลายลงหรือจะมอดไหม้ไปกับความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
โชคชะตาเล่นตลกส่งให้ฟ้ารดาสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับสู่กรุงอโยธยาแบบไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีรูปร่างกำยำและใบหน้าหล่อเหลาจนยากจะถอนสายตา เมื่อหนทางกลับบ้านมืดมน แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่สุดกร้าวใจจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่ากิริยาของเธอแปลกประหลาดประหนึ่งคนวิปลาส แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่ ทว่าอุปสรรคความรักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาของชายหนุ่ม แต่ยังมีคุณพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิตคอยขัดขวางไม่ให้ออกเรือน ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเก่า ฟ้ารดาจะใช้เสน่ห์ที่มีมัดใจนายช่างใหญ่ให้ยอมสยบต่อความรักที่แสนแตกต่างครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาเล่นตลกให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับขู่เข็ญ เขาเป็นฝ่ายกำชัยชนะในบทแรกด้วยการพรากความบริสุทธิ์ของเธอมาครอง ทว่าเกมหัวใจในครั้งนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อสาวธรรมดาที่เขาเคยมองข้ามกลับมีความพยศและไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจมืดใดๆ ความแข็งกร้าวของเธอสั่นคลอนหัวใจมาเฟียผู้เย็นชาจนเขาต้องปราชัยให้แก่ความรักเป็นครั้งแรก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความรุนแรงกลับถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่พิสูจน์ว่ารักแรกพบและพรหมลิขิตในนิยายนั้นมีอยู่จริง เคลวินต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยเธอไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าดวงใจกลับคืนมา
ภาพปกนิยาย จอมใจอสูร
8.5
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รวิษาต้องเผชิญกับถ้อยคำดูแคลนจากอัครา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน แต่บัดนี้เขากลับประกาศก้องว่ามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพยายามหลบหนี รวิษากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า อัคราจงใจใช้ท่าทีคุกคามและวาจาเยาะเย้ยเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตอย่างไม่ใยดี ในวันที่คนรักใหม่ของเขาไม่อยู่ เขากลับฉวยโอกาสกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่บีบคั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างก่อนจะถูกรุกรานด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับยิ่งใช้กำลังบังคับให้เธอต้องจำนนต่อสัมผัสอันรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์ในเกมที่เขาเป็นผู้คุมทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED