...เสียงครวญของหญิงอื่นที่บ่งบอกว่ากำลังทำอะไร ดังเล็ดลอดเข้ามาในส่วนของการรับฟังชัดเจน ผนังกั้นที่เป็นบานกระจกหนาระหว่างห้องหับสวยหรู ที่ฟาตินเรียกว่ากรงขัง ผ้าม่านผืนหนาสีทองถูกเปิดออกอย่างตั้งใจ เธอเห็นสองร่างกายที่กำลังเริงรักกันอย่างเร่าร้อน การตอกย้ำดวงจิตที่น้อยนิดของเธอ ก็แค่นางบำเรอที่เขาใช้เศษเงินซื้อมาสนองตัณหาความใคร่ ไม่รู้แน่ว่าการซื้อตัวเธอมาแอบแฝงอะไร แต่ที่ค่อนข้างแน่ใจคือท่าน เชคฮ อานัส ผู้นี้บาดหมางกับชายที่เธอปันใจให้เพียงแรกเจอ
...ฟาตินยืนมองการกระทำที่แสนหฤหรรษ์ของคนทั้งสองด้วยแววตาเศร้า ดวงตาคละเคล้าด้วยหยาดน้ำตาสีใสที่เอ่อคลอ ดวงใจเหมือนถูกฝ่าเท้าเหยียบจมผืนพสุธา ใบหน้าของชายหนุ่มหันมองมาทางเธอ และยกยิ้มมุมปากดั่งเย้ยหยัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันถึงต้องทำให้เธอเห็น แม้หัวใจดวงน้อยของเธอจะยังไม่มีเขา แต่เขาก็ใช้ร่างกายเธอบำเรอตัวเอง ไม่คิดจะยำเกรงเธอเพียงสักนิด หัวจิตหัวใจของเขาทำด้วยอะไร ประดุจดั่งซาตานร้ายก็ไม่ปาน
"คนใจร้าย"
แม้จะเจ็บปวดต่อภาพที่เห็น ความเย็นชาจากสายตาที่มองมายังเธอ ยิ่งย้ำคุณค่าที่มีในตัวให้ต่ำลง เธอดั่งกับถูกปมเชือกหนามัดแน่นไม่รู้คลาย หัวใจแทบมลายแดดิ้นกับพื้นเย็น
ร่างกายงามหันหลังแนบพิงกับผนังกระจกที่เย็นฉ่ำจากเครื่องทำความเย็นที่มีในห้อง ดวงตากลมอาบล้นด้วยม่านน้ำตา แม้จะมองไม่เห็นต่อการกระทำที่หยาบช้า แต่ว่าภาพที่เคลื่อนไหวในหัวเธอนั้นยังตราติดในความทรงจำ ขนาดไม่ได้รักยังถูกกระทำ หยามเหยียดกันได้ถึงเพียงนี้ หากวันหนึ่งหรือวันใดหัวใจของฟาตินมีพื้นที่เพียงพอให้แก่เขา เธอจะปวดร้าวเพียงไหนกัน?
"จะย่ำยีกันไปถึงไหน.....แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจท่านหรืออย่างไร ฟาตินคนนี้ไปทำอะไรให้หมางแก่ใจนักหรือ"
เธอพร่ำพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น กำปั้นเล็กทุบลงหัวเข่าที่ตั้งชัน ก้มหน้าฟุบกับเข่าร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บช้ำอยู่นาน ร้องไห้อยู่แบบนั้นจนน้ำตาแทบไม่มีให้รินไหล
"เลิกสำออยแล้วไปทำหน้าที่ของตัวเอง”
เสียงเหี้ยมเอ่ยขึ้น เมื่อเวลานานพอกับความสุขสม ที่กระทำกับหญิงอื่น ที่เขาชื่นมื่นก่อนจะเข้ามายังห้องของเธอ
"................." ฟาตินนิ่งเงียบแล้วทำเพียงเงยหน้ามองชายตัวสูงที่ยืนตรงหน้าเท่านั้น
"ไม่มีหูหรือไง เราสั่งทำไมไม่ทำตาม" อานัสพูดด้วยน้ำเสียงเข้มปะปนความไม่พอใจ เมื่อฟาตินนั้นเพิกเฉยต่อคำสั่ง
"..............." เธอยังคงนิ่งดังเดิมไม่ปริปากพูด แต่พยายามหยัดตัวให้ลุกยืน แม้จะฝืนแรงล้าแค่ไหนก็ตามที
ปึก อึก!! แผ่นหลังบางกระแทกกับผนังกระจกหนาจนเธอนั้นสะอึก เพราะความเจ็บจากแรงชายชาตรีที่ผลักดันเต็มจนแรง
"อย่าท้าทายเรา!!"
มือหนาบีบปากของฟาติน แรงชายที่มากล้น ทำให้คนตัวเล็กนั้นน้ำตาไหลพรากเพราะเจ็บปวด เจ็บเพียงใดแต่ไม่ยอมปริปากอ้อนวอน เธอทำเพียงมองหน้าเขาที่กำลังทารุณร่างกายให้เจ็บช้ำด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"อึก ฮึก ท่าน มัน ฮึก ไร้ หัวใจ"
ฟาตินพยายามขยับปากพูด ดวงตาคมจ้องมองหน้าอานัสอย่างตัดพ้อ เมื่อหัวใจของเธอเริ่มท้อแท้และสิ้นหวัง ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่มีอย่างอดสู
"จำใส่หัวให้รู้ไว้...อย่าคิดท้าทายคนแบบเราหากยังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้!"
อานัสสะบัดมือให้หลุดจากปากของฟาตินอย่างแรง จนร่างบางนั้นเซถลาล้มพับกองกับพื้นแข็ง
"อึก ฮึก ฮึก”
ใบหน้าสวยกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง หน้าผากนูนเกิดบาดแผลจนเจ็บปวด เธอค่อย ๆ เงยหน้าจ้องสบตาชายตัวสูงที่ยืนมองเธอด้วยแววตาแข็งกร้าว...ครู่สายตาคมดุที่มองเห็นบาดแผลตรงหน้าผากเกิดความห่วงใย เมื่อเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้เย็นชาดังเดิมอย่างไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำที่รุนแรง
"เลิกมารยา!! แล้วไปทำหน้าที่บำเรอเราซะ"
"อ๊ะ! เจ็บ"
อานัสกระชากแขนของฟาตินให้ลุกยืนก่อนจะลากเธอมายังเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่ และทุ่มเธอลงกับพื้นเตียงจนร่างกายบางสวนเด้งตามแรงถ่วง แรงเหวี่ยงทำให้เธอนั้นจุกและเจ็บตามร่างกาย รอยช้ำมากมายจากการที่เขาทารุณยังคงทิ้งร่องรอยเจือจาง
แคว่ก แคว่ก
เสื้อผ้าผืนบางที่สวมใส่ถูกฉีกขาดอย่างไร้ความไยดี ผิวเนียนใสเกิดรอยแดงเพราะการเสียดสี เธอเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจพูดพร่ำออกมาได้ ปล่อยเพียงธารน้ำตาให้ไหลรินอย่างไม่อาจยับยั้ง หัวใจเหม่อลอยดั่งไร้จุดหมาย ปล่อยให้เขากระทำต่อร่างกายของเธอตามแต่ใจต้องการ เมื่ออย่างไรเสียก็ไม่อาจทัดทานความดิบเถื่อนและขัดขืนเขาได้ ข่มตาหลับยอมรับชะตากรรมนี้อย่างทำใจ...
"ฮึก อึก" ร่างกายบางนอนนิ่งดั่งท่อนไม้ ปล่อยให้ชายตัวใหญ่ย่ำยีกระทำต่อเรือนกายตามอำเภอใจ เขาทรมานเธอยังไม่สาแก่ใจด้วยเหตุใดก็ไม่อาจรู้แน่
...ใบหน้าขรึมและจมูกคม ดอมดมลงซอกคอขาว ร่างเสลาสั่นระริกด้วยแรงสะอื้น อยากจะฝืนขัดขืนหนีก็ไร้ซึ่งความปรานีจากเขา เธออาจจะโดนทุบตีตบหน้าหากคิดทำเช่นนั้น
...สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือยอมถูกย่ำยี ร่างกายหนาเสียดสีสัมผัสกับผิวกายของฟาติน ตัวตนความเป็นชายพองตัวด้วยมีอารมณ์ที่พัดพา มือหนาเคล้นคลึงเต้าอิ่มจนเต็มมือ บีบแรงด้วยอารมณ์ดิบในตัวจนฟาตินนั้นเจ็บแปลบนิ่วหน้างอ
"เราเกลียดน้ำตาผู้หญิงเสียจริง!...ตอนอยู่ในฮาเร็มเห็นอ่อยเรี่ยราด เม็ดเงินมันคงล่อตามากสินะ เธอมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำที่หิวเงิน!" อานัสผู้แข็งกร้าวและเย็นชาละตัวออกห่างและเปลื้องอาภรณ์ห่มกาย และไม่วายพูดเสียดแทงใจของฟาตินที่นอนนิ่งน้ำตาไหล มองภาพชายที่คุกเข่าคร่อมเธอเลือนลาง เพราะม่านน้ำตาบดบังการมองเห็น
"ฮึก ฮึก" เธอยังคงสะอื้นร่ำไห้ จะพูดอะไรมากไปก็ไม่ได้ จึงทำเพียงสื่อความรู้สึกเจ็บช้ำผ่านม่านน้ำตาสีใส
"น้ำตาของเธอมันไร้ค่า! เหมือนกับตัวเธอนั่นแหละฟาติน ผู้หญิงที่ขายตัวเองกินศักดิ์ศรีที่จมเม็ดดินอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรา หึ!..." คำพูดมากมายที่ดูแคลนยิ่งทำให้คนฟังนั้นเจ็บ ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้สิ่งที่เธอพบเจอมันคือชะตากรรม และการที่ถูกเขากระทำก็วิบากกรรมหนักไม่ต่างกัน!
"อึก!!" เธอจุกและเจ็บตรงกลางกาย เมื่อความเป็นชายจ้วงแทงเข้ามาอย่างไร้เมตตา ความสาวที่ไม่คับแน่นดังเก่า ยังเจ็บแสบเพราะตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของเขา ยิ่งเขากระแทกยิ่งสร้างความเจ็บให้แก่เธอ
"ผู้หญิงร่านอย่างเธอต้องเจอแบบนี้" แม้จะขยับร่างกายสนองตัณหาให้ตัวเอง ความยำเกรงในคำพูดก็ยังไม่มี ทั้งที่ใช้ร่างกายของเธอบำเรอตัณหาราคะเพื่อความสุขสม หรือที่ทำเช่นนี้ย่ำยีเพราะให้เธอนั้นเจ็บปวดเจียนตาย หรือหมายจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น!
"......ฮึก! ขอร้อง" คำวิงวอนสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาพร้อมม่านน้ำตา
เธอเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งภาพของการเริงรักของเขาก่อนหน้าแทรกแซงเข้ามาในห้วงความคิด ยิ่งเรียกน้ำตาของเธอให้รินไหล ร่างกายที่เป็นสองต่อจากคนอื่น ชายที่กำลังแสดงบทรักกับเธอทำให้เธอแทบอยากกัดลิ้นตัวเองตาย แต่ก็ทำไม่ได้! ความตายที่หวังเป็นที่พึ่งพิงเธอก็ไม่อาจเรียกร้อง
ดั่งเช่นที่คิดทำในที่ผ่านมาสุดท้ายชะตากรรมก็ทำให้เธอรอดพ้นจากความตาย เพราะเขาช่วยเธอไว้จากครั้งหนึ่งเคยกรีดข้อมือตัวเองหวังปลิดชีพจากความทรมานนี้
"คิดว่ามีสิทธิ์ขอร้อง อ่า อย่างนั้นเหรอ ซี๊ด...อ่า" เสียงกระเส่าหอบพร้อมจังหวะสวนเอวจ้วงแทงดั่งบ้าคลั่ง คำพูดเจ็บปวดหลั่งออกมาพร้อมกับน้ำตาของฟาตินที่ไหลรินไม่ขาดสาย
"ท่านมันคือปีศาจ!! เป็นซาตานร้ายในร่างมนุษย์! ท่านมันหยาบ...."
เพี๊ยะ!! เสียงพูดแข็งกร้าวและดวงตาที่รุ่งโรจน์ด้วยไฟแค้นพลันหายไป เมื่อฝ่ามือใหญ่ตบแรงเข้าแก้มของเธอจนหันไปอีกทาง กลิ่นเลือดในปากคละคลุ้งเข้าจมูก แม้จะรู้ที่พูดไปเป็นการท้าทายแต่เธอทนไม่ไหวต่อความทรมานนี้ ความโกรธทำให้เธอพูดเช่นนั้นออกไป
ปึก! ปึก! ปึก!
เขาสวนเอวเข้าออกกระแทกร่างกายของฟาตินอย่างโหดร้าย ร่างกายของเธอสั่นคลอนแทบวิงเวียน
"ฮือ ปล่อยนะ! ไอ้คนใจร้าย ออกไปจากร่างกายฉัน...ฮืออออ" แม้จะถูกทำบทรักแต่คนที่ไม่อยากให้ทำพยายามขัดขืนและทุบตีลงอกแกร่ง แต่ด้วยแรงหญิงที่น้อยกว่า จึงถูกมือหนากดตรึงเหนือหัวจนแน่นิ่ง สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจรอดพ้นต่อซาตานร้ายตนนี้ไปได้
"อย่าปากดีให้มาก" ความโมโหเมื่อถูกต่อว่า จึงพลั้งมือหนาฟาดลงเต็มแรง เลือดที่ไหลกบปากฟาตินแม้จะเห็นแล้วมีความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ก็ยังปากหนักแม้ห่วงใย
เขากระแทกแกนกายอย่างต่อเนื่องไม่รู้เหนื่อย คนใต้ร่างที่จำนนทำได้เพียงนอนหลับตานิ่ง ยอมรับต่อการกระทำที่ปวดใจ ก่อนที่สติที่มีทุกอย่างดับวูบและเลือนหายไป เมื่อสภาพร่างกายเธอไม่อาจจะทนความทรมานนี้ได้ไหว....