ตอน 2

เช้าวันที่สองของวันหยุดหลังจากที่ฉีหลินมานอนที่สวนสมุนไพร เธอตื่นขึ้นมาด้วยความขุ่นมัวในใจและความคับแค้นใจ ความฝันในวันนั้นยังตามหลอกหลอน คนเราจะร้ายกาจได้ขนาดนั้นเชียวหรือ

ฉีหลินคิดว่าหากมีใครมาทำเลวกับเธอเธอจะตอบสนองในแบบเดียวกันเพราะเธอถือว่าไม่อยากให้ใครทำเลวกับตัวเองก็อย่าไปทำเลวใส่ใคร เพราะถ้าหากกล้าที่จะทำจะต้องทำใจยอมรับผลที่ตามมาด้วย ไม่มีใครยอมถูกทำร้ายและโดนรังแกไปตลอดย่อมต้องหาทางตอบโต้และเอาคืนให้สาสมใจ

ในขณะที่ฉีหลินกินอาหารเช้าเสร็จแล้ววันนี้เธอสังเกตเห็นหินสีรุ้งที่ข้อมือมีสีเข้มขึ้นเหมือนกับว่ามันเปล่งประกายได้ เธอจึงใช้มืออีกข้างไปลูบที่หินสีรุ้ง

เมื่อฉีหลินลูบไปที่หินสีรุ้งในตอนนั้นเองมือข้างที่เธอใช้ลูบหินสีรุ้งนั้นได้จมหายเข้าไปในหินสีรุ้งก้อนนั้น ฉีหลินตกใจเป็นอย่างมากเธอรีบดึงมือกลับมาทันที

“นี่มันเรื่องอะไรกันนี่ หรือว่าเราจะตาฝาด แต่ไม่น่าจะใช่จะว่านอนไม่พอก็ไม่น่าใช่ เมื่อวานเรานอนแต่หัวค่ำแถมวันนี้ยังตื่นสายอีก ” ฉีหลินได้แต่พูดกับตัวเอง

แต่เพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเองหรือมีอาการประสาทหลอนเธอจึงลูบที่หินสีรุ้งอีกครั้งและครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดิม มือของเธอได้จมหายเข้าไปในหินสีรุ้งก้อนเล็กนั่นอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

หลังจากพบเจอเหตุการณ์ที่น่าตกใจเธอตั้งสติและเอามือออกจากหินสีรุ้ง จากนั้นก็นั่งคิดหาเหตุผลว่าเพราะอะไรทำไมมือของเธอจึงจมเข้าไปในหินก้อนเล็ก ๆ ได้

ฉีหลินถอนหายใจออกมาจากนั้นเพ่งมองเข้าไปในหินสีรุ้งที่ข้อมือของตัวเธอเอง แต่เธอก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเธอพบว่าภายในก้อนหินเล็ก ๆ นั้นกลับมีห้องโถงกว้างขนาดหลายสิบเมตรและไม่แน่ว่ามันอาจจะกว้างเท่ากับบ้านหลังใหญ่ ๆ ที่มีเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ เลยทีเดียว

“ตายล่ะหว่า นี่เราไปเก็บก้อนหินอะไรมาเนี่ย จะเกิดอะไรขึ้นกับเราหรือเปล่านะ หรือเราต้องเอาไปคืนที่เดิม จะทำยังไงต่อดี"

ฉีหลินที่ตอนนี้เริ่มหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี ทำไมหินก้อนเล็ก ๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือแต่ภายในกลับกว้างขวางเสียขนาดนั้นไปได้ แบบนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หากเธอนำไปพูดให้คนอื่นฟังมีหวังได้ถูกคนกล่าวหาว่าเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ

“หรือว่ามันจะเป็นเหมือนนิยาย ที่นิดาชอบอ่านและมาเล่าให้เราฟังกันนะหรือเจ้าสิ่งนี้จะเป็นมิติเหมือนในนิยาย ถ้ามันสามารถเอาของเข้าไปได้และเอาออกมาได้เหมือนในนิยายจะทำยังไง แบบนี้ต้องลองดู”

หลังจากที่นั่งพูดคนเดียวพูดเองเออเองได้สักพัก เธอก็คิดว่าจะลองนำเอาแก้วน้ำเข้าไปในหินสีรุ้งดูแต่เธอไม่รู้วิธีที่จะเอาแก้วน้ำเข้าไป แต่ก็เหมือนจะมีเรื่องบังเอิญอยู่บ้าง ในตอนที่เธอกำลังคิดหาวิธีเอาแก้วน้ำเข้าไปในหินสีรุ้งนั้น

แก้วน้ำก็หายไปทันทีเธอจึงเพ่งสายตาเข้าไปในหินสีรุ้งพบว่าแก้วน้ำที่หายไปจากมือของเธอตอนนี้ได้เข้าไปอยู่ในหินสีรุ้งเรียบร้อยแล้ว

“โอ๊ะ ทำได้จริง ๆ เหรอนี่ แบบนี้ก็ดีสิเอาไว้เก็บของมีค่าจะดีเสียยิ่งกว่าตู้เซฟอีกนะเนี่ย”

หลังจากค้นพบความลับของหินสีรุ้งแล้ว ฉีหลินจึงออกไปข้างนอกใช้วันหยุดยาว 5วันนี้ในการพักผ่อนและทำงานในสวนสมุนไพรของเธอ

วันสุดท้ายของวันหยุดยาวมาถึงฉีหลินเก็บของเพื่อที่จะกลับไปนอนที่ตัวเมืองและเริ่มงานในเช้าวันถัดไป วันหยุดยาวในครั้งนี้เธอรู้สึกว่าเธอสนุกกับมันมาก

ยังมีเรื่องของหินสีรุ้งอีกตอนนี้เธอเอาผลไม้หลายอย่างเข้าไปเก็บเอาไว้ในหินสีรุ้ง และยังเอาสมุนไพรหลายอย่างใส่เข้าไปด้วยหลังจากเวลาผ่านไปหลายวันเธอพบว่าผลไม้และสมุนไพรยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เหี่ยวเฉา เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับฉีหลิน

เช้าวันรุ่งขึ้นฉีหลินไปทำงานตามปกติและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานด้วยความสนุกสนานเมื่อถึงเวลาเลิกงานเธอก็ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อน

ในคืนนั้นเองฉีหลินได้ฝันอีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ฝันถึงครอบครัวเหล่านั้นที่โดนเอารัดเอาเปรียบ เธอฝันถึงชายชราคนหนึ่ง ที่ใส่ชุดฮั่นฝูสีขาวล้วนเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีน

ในฝันชายชราได้บอกกับฉีหลินว่าเวลาของเธอในที่แห่งนี้เหลือน้อยเต็มที ฉีหลินไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายชราถึงพูดแบบนี้กัน ที่น่าแปลกใจคือเธอสามารถฟังภาษาจีนเข้าใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ชายชราบอกกับเธอว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น ส่วนหินสีรุ้งที่ข้อมือของเธอเป็นของที่ชายชราตั้งใจมอบให้เธอโดยเฉพาะเพื่อเป็นการไถ่โทษต่อเธอ แต่ชายชราไม่ได้บอกเธอว่าเขาทำอะไรผิดต่อเธอ ถึงแม้ว่าฉีหลินจะถามชายชราหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ไม่ตอบคำถามของเธอเลย

ชายชรายังบอกอีกว่าหินสีรุ้งก้อนนี้ไม่เพียงแต่ใช้เป็นมิติเท่านั้น สิ่งของที่เก็บเอาไว้จะไม่เน่าเสียแต่ไม่สามารถใส่สิ่งชีวิตเข้าไปในมิติได้

และหินสีรุ้งเมื่อนำไปแช่น้ำและนำน้ำที่แช่ไปรดพืชผักจะเร่งการเจริญเติบโตให้พืชผักได้อีกด้วย หากดื่มกินน้ำที่แช่หินสีรุ้งเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ๆ

“เอาล่ะนังหนู สิ่งที่ข้าสามารถบอกเจ้าได้ข้าก็บอกเจ้าไปจนหมดแล้ว เจ้ามีอะไรสงสัยอีกหรือไม่”

“หนูมีเวลากี่วันหรือคะคุณตา แล้วคุณตาจะพาหนูไปไหนหรือคะ แล้วที่ที่จะไปเป็นที่แบบไหน”

“เวลาของเจ้าในที่แห่งนี้ใกล้หมดแล้ว และเมื่อเจ้าจากไปทุกคนจะลืมเลือนเจ้าเหมือนเจ้าไม่เคยมีอยู่ในที่แห่งนี้ ส่วนเจ้าจะไปที่ไหน ข้าบอกเพียงได้ว่าเป็นโลกคู่ขนานและอยู่คนละห้วงมิติเวลากับที่แห่งนี้ ที่นั่นเจ้าจะมีครบทุกอย่างที่เจ้าปรารถนาจะมี แต่ที่แห่งนั้นครอบครัวของเจ้าล้วนยากจนและลำบาก ที่แห่งนั้นเป็นโลกล้าหลังในยุคของจีนโบราณที่ไม่มีอยู่จริง เอาล่ะไม่ต้องถามแล้ว เจ้าใช้เวลาที่เหลืออยู่เตรียมตัวเถอะ อีก 7 วันข้าจะมารับ ข้าบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเจ้าแล้ว”

“อ้าว เดี๋ยว ๆ คุณตา เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป อ้าวไปแล้ว แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย พี่เหมียวจะเสียใจไหม นิดาล่ะ จะคิดถึงเราหรือเปล่า ไหนจะรฐาอีก ถ้าเราไม่เก็บก้อนหินนี่มาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หรือว่ามันเป็นโชคชะตากันแน่"

เมื่อทำอะไรไม่ได้ฉีหลินจำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของชายชรา เธอลาพักร้อนในวันรุ่งขึ้นโดยบอกกับหัวหน้าว่ามีธุระด่วนที่ต้องไปทำซึ่งหัวหน้าก็อนุญาตให้เธอลาทันที

เธอได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์สวนสมุนไพรให้กับสามีภรรยาที่ดูแลสวนให้เธอ ส่วนเงินในธนาคารเธอถอนออกมาและได้บริจาคให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมา

ส่วนเงินที่เหลือฉีหลินขับรถไปตามห้างสรรพสินค้า และเริ่มซื้อข้าวสาร เครื่องปรุงอย่างเช่นเกลือ น้ำตาล ไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ฉีหลินซื้อข้าวสารจำนวนมากและยังซื้อซาลาเปาร้านประจำที่เธอกินประจำอีก 1,000 ลูก

ฉีหลินไม่รู้หรอกว่าเธอจะได้ไปอยู่ในที่แบบไหน มีข้าวสารย่อมดีกว่า มีข้าวกินดีกว่าไม่มี กับข้าวค่อยหาเอาข้างหน้า ฉีหลินขายของมีค่าทุกอย่าง รวมถึงรถของเธอด้วยเช่นกันหลังจากนั้นเธอได้บอกยกเลิกสัญญาเช่าคอนโดที่เธออาศัยมากว่า 5 ปี

เมื่อจัดการทุกอย่างฉีหลินนำเงินที่เหลือโอนให้สถานเด็กกำพร้าอีกรอบและเหลือเงินติดตัวเองไว้แค่พอสำหรับใช้จ่ายในอีกไม่กี่วันที่เหลือ เธอคิดว่าจะออกมาเช่าโรงแรมอยู่เพื่อรอเวลา

แต่ใครจะไปคิดเล่าว่าเธอจะอยู่ไม่ถึง 7 วันตามที่ชายชราบอก ทันทีที่เธอเดินออกจากคอนโด ยังไม่ทันข้ามถนนเลยด้วยซ้ำ ก็มีรถยนต์เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนพุ่งมาชนเธอจนเกิดเสียงดังสนั่น

ร่างของฉีหลินลอยตามแรงกระแทกของรถ ร่างของเธอตกลงบนถนนท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนและสติของเธอที่เริ่มลางเลือน เธอยังไม่ได้บอกลาใครแม้แต่คนเดียว

ไหนว่าอีก 7 วัน นอกจากจะไม่รักษาสัญญาและไม่รักษาเวลาแล้วยังให้เธอจากไปด้วยความเจ็บปวดอีกด้วย อ่า ช่างเป็นชายชราที่น่าโมโหเสียจริง ๆ หากเธอได้เจออีกครั้งกับชายชราคงต้องต่อว่าเขาสักหน่อยเป็นผู้ใหญ่ทำไมถึงไม่รักษาคำพูดเลย

สติของฉีหลินค่อย ๆ ลางเลือนและจากไปในที่สุด ชายชราที่มาช้าและไม่ทันการณ์ได้แต่ถอนหายใจ เขาทำได้แค่นำพาดวงวิญญาณของเธอไปส่งในที่อันห่างไกลให้สมกับที่ฉีหลินตั้งใจและคาดหวังอย่างไม่รู้ตัว

“ข้าส่งเจ้าได้แค่นี้ จากนี้ไปข้าขออวยพรให้เจ้าใช้ชีวิตให้ดี ให้สมกับที่เจ้าปรารถนานะข้าหวังว่าเจ้าจะผ่านพ้นความลำบากไปได้ พบกันใหม่ภพชาติต่อไปนะนังหนู ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ตอน 3

หวังฉีหลินในยุค 2021 จากไปแล้วอย่างไม่เต็มใจ จะให้เต็มใจได้ยังไง รู้อยู่ว่าตัวเองต้องตายไปแต่มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอแถมยังตายแบบเจ็บปวดศพของเธอเองก็คงจะเละไม่มีชิ้นดี ยังดีที่เธอเตรียมของเอาไว้ครบแล้วโดยเฉพาะยารักษาโรคต่าง ๆ ยาสามัญขั้นพื้นฐานก็ซื้อมาจนครบ

แล้วเงินที่เหลือนี่ล่ะเธอยังไม่ได้บริจาคเลย แบบนี้จะใจร้ายกับเธอมากเกินไปแล้ว ตายก็ตายก่อนกำหนด ตายแบบอนาถศพไม่สวยไม่พอยังเหลือสิ่งที่อยากทำอยู่ เครื่องสำอางยังไม่ได้ซื้อเลยนะคิดแล้วมันน่าแค้นใจอย่าให้เจออีกนะตาแก่

เบื้องบนตาแก่ที่ฉีหลินคาดโทษยืนดูเธอก่นด่าด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ใครจะไปรู้ได้ว่าจะมีเทพเกเรทะเลาะกันจนทำให้ไปเผลอทำเส้นชะตาคนอื่นขาดกัน ดีเท่าไหร่ว่าเป็นหวังฉีหลินที่เหลือเวลาอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่หากเป็นคนอื่นไม่รู้จะแก้ไขยังไงดีแล้ว

“เป็นเพราะพวกท่าน ท่าน ท่าน แล้วก็ท่าน ทำให้นางก่นด่าข้า พวกท่านอายุเท่าไหร่กันแล้วทำไมยังทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระอยู่อีก”

“ท่านจะบ่นทำไม ไหน ๆ อีกไม่กี่วันนางก็จะตายอยู่แล้ว ท่านเองไม่ใช่รึไงที่ทำดวงวิญญาณนางหลุดลอยไปน่ะกว่าจะตามหานางพบกี่พันปีกัน ยังจะมาโทษพวกข้าทำไม”

“พวกท่านนี่มันเป็นพวกหน้าหนาจริง ๆ ทำผิดแล้วไม่ยอมรับ ข้าทำดวงวิญญาณนางหลุดลอยไปก็จริงตอนนี้ข้าได้ชดให้ให้นางแล้ว แต่พวกท่านเล่าจะชดใช้ให้นางยังไง ข้าจะไปบอกนางว่าที่นางตายก่อนเวลามันเป็นเพราะพวกท่านนั่นแหละ นางจะได้ก่นด่าสาปแช่งพวกท่านให้อายุพวกท่านลดลง”

“เห้ย ๆ อย่านะ อย่าทำแบบนั้นเลยน่ะ เอาแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นเงินที่นางมีอยู่ข้าจะเปลี่ยนให้เป็นเงินในที่ที่นางกำลังจะไปดีหรือไม่”

“ข้าก็จะช่วยขยายมิติของนางให้กว้างใหญ่และแถมน้ำพุวิญญาณให้อีกด้วยเลยเอ้า”

“ข้าก็จะส่งตัวช่วยไปให้นางก็แล้วกัน แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกขอข้าคิดก่อนว่าจะส่งตัวอะไรไป”

“เหอะก็แค่นี้ ทำผิดก็ต้องชดใช้ จะมาให้ข้าออกหน้ารับผิดแทนทุกเรื่องไม่ได้หรอก ทีหน้าทีหลังอย่าได้ทะเลาะกันเป็นเด็ก ๆ อีก หากมีครั้งหน้าข้าจะบอกท่านมหาเทพ”

ด้วยเหตุนี้ฉีหลินจึงได้ของแถมมาอีกโดยที่นางไม่รู้ตัว และเงินในโลกของเธอได้กลายเป็นเงินของอีกโลกที่เธอกำลังจะไปทันที

ทางด้านตระกูลหยางที่ตอนนี้กำลังมีปากเสียงกันเพราะสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองบ้านหลักที่ขึ้นเขาไปขุดผักป่าและบังเอิญเจอกับหวังฉีหลินสะใภ้ใหญ่บ้านรอง

ฉีหลินแต่เดิมร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแต่เมื่อเร็ว ๆ นี้สามีของนางไปทำงานสร้างบ้านและตกจากหลังคาบ้านเศรษฐีในเมืองบาดเจ็บสาหัสกลับมาและบ้านใหญ่อย่างป้าสะใภ้ไม่ยอมจ่ายเงินค่าหมอค่ายา

พ่อสามีที่ปกติไม่มีปากมีเสียงแต่เพื่อลูกชายของตัวเองจึงได้ไปทวงถามเงินกับพี่ชายของตัวเองที่เป็นผู้นำตระกูลอยู่ตอนนี้ เงินส่วนกลางมีไว้ใช้จ่ายแต่เหตุใดจึงไม่ยอมจ่ายค่าหมอที่มารักษาลูกของตน

แต่เมื่อไปทวงถามกลับบอกว่าเงินส่วนกลางมีไม่พอเพราะตอนนี้พวกเขาทำงานได้เงินน้อยในบ้านมีกี่ปากท้องกันทั้ง ๆ ที่เงินที่หามาได้พี่สะใภ้ผู้นี้เป็นคนเก็บเอาไว้ทั้งหมดนี่นางจะบีบให้ครอบครัวพวกเขาตายหรืออย่างไร

เมื่อไม่มีเงินจึงทำได้เพียงแค่หายาสมุนไพรในป่ามาต้มให้ลูกชายเพื่อบรรเทาไปก่อน ฉีหลินที่สงสารสามีของนางไหนจะลูก ๆ ของนางอีก อีกทั้งน้องสามีก็ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่

หวังฉีหลินพาน้องชายและน้องสาวสามีเข้าป่าหาของป่า ในตอนที่นางพบโสมคนและขุดมันขึ้นมาได้ สองสะใภ้บ้านใหญ่ก็มาเจอนางพอดีและเกิดการยื้อแย่งกันจึงเป็นเหตุให้ฉีหลินตกลงไปในร้องเขาหัวกระแทกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในตอนที่ยื้อแย่งกันอยู่นั้นน้องชายน้องสาวของสามีนางมาเจอพอดี จึงได้ช่วยกันผลักและแย่งโสมกลับมาได้ จึงสร้างความไม่พอใจให้สองสะใภ้บ้านใหญ่เป็นอย่างมาก

เรื่องราวทั้งหมดหวังฉีหลินที่มาจากอนาคตกำลังมองดูอยู่ด้วยความเคียดแค้น ช่างชั่วช้าเสียจริง คนพวกนี้หาดีไม่ได้ ชั่วช้าทั้งบ้าน แต่เธอจะทำอะไรได้เธอยังคงเป็นวิญญาณล่องลอยและเฝ้ามองดูอยู่เท่านั้น

“พวกเจ้า กล้าดียังไง เอาของของพวกข้าคืนมานะ”

“ของพวกท่านเหรอ ท่านแย่งมันจากพี่สะใภ้ของข้าและผลักนางตกเขาข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านให้แจ้งทางการ”

เจ้าก็ลองดูสิ เจ้าคิดว่าพี่สะใภ้เจ้ามีปัญญาหรือ เอาโสมมาให้พวกข้า"

“ไม่ให้ อยากได้ก็ไปฟ้องร้องเอาสิเจ้าคะ”

“หนอยนังเด็กปากดี เพี๊ยะ” สะใภ้ใหญ่ฟาดมือเข้าที่หน้าของหยางเยว่เล่ออย่างแรง

“เอามานี่ น้ำหน้าอย่างพวกเจ้าไม่สมควรมีของล้ำค่าเอาไว้ครอบครองหรอก” สะใภ้รองกระชากโสมคนออกจากมือหยางเยว่เล่อ ถ้ายอมให้ตั้งแต่ทีแรกคงไม่ต้องเจ็บตัวหรอก

ส่วนหยางเฟยจินที่ลงไปช่วยพี่สะใภ้ที่ตกลงไปในร่องเขาขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล พอพาร่างของพี่สะใภ้ขึ้นมาถึงก็เห็นน้องสาวกุมหน้าร้องไห้อยู่

“เยว่เล่อใครทำอะไรเจ้า สองคนนั้นรุมรังแกเจ้าใช่หรือไม่ ”

“พี่รอง พวกนั้นแย่งโสมของพี่สะใภ้ไปแล้วเจ้าค่ะ พวกนางเอาของที่พี่สะใภ้หามาด้วยความยากลำบากไปแล้ว ทำไมคนพวกนั้นต้องทำกับครอบครัวของเราเช่นนี้”

“พวกนั้นคงเห็นว่าพี่ใหญ่บาดเจ็บและหาเงินเข้าบ้านไม่ได้และไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกเราซึ่งปกติพวกเขาก็ไม่เห็นหัวบ้านสองอย่างพวกเราอยู่แล้วถึงพวกนางรังแกเราพี่น้องแล้วอย่างไร ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ย่อมถือหางพวกเขาอยู่แล้ว เผลอ ๆ ยังเห็นดีเห็นงามไปกับพวกเขาด้วย”

“คงเป็นเช่นนั้น พี่รองรีบเดินเถอะเจ้าค่ะ พี่สะใภ้เลือดออกเยอะมาก พวกนางสองคนใจดำอำมหิตผลักพี่สะใภ้ตกร่องเขาเพียงเพราะต้องการแย่งชิงโสมของนาง ถ้าหากเรามาไม่ทันไม่เพียงแต่จะเสียโสมไปเท่านั้น พี่สะใภ้จะเป็นเช่นไรข้าไม่อยากคิด”

"เกิดอะไรขึ้นกับพี่สะใภ้ของเจ้ากัน เยว่เล่อทำไมพี่สะใภ้ของเจ้าถึงอยู่ในสภาพแบบนี้"

"ฮึก ท่านแม่ พี่สะใภ้ถูกสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองบ้านท่านลุงผลักตกร่องเขาเจ้าค่ะ แถมพวกนางยังแย่งเอาโสมของพี่สะใภ้ขุดได้ไปด้วยเจ้าค่ะ"

"ทำไมพวกเขาถึงร้ายกาจได้เพียงนี้ แล้วมีใครไปตามหมอหรือยังพี่รองของเจ้าไปไหน"

"พี่รองกำลังไปตามหมอเจ้าค่ะ"

“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ตื่นสิท่านแม่ ฮึก ฮือ ท่านแม่” สองแฝดประสานเสียงกันร้องไห้ดังลั่นบ้าน

ทางด้านบ้านสายหลักที่ตอนนี้นางหลินและสองลูกสะใภ้กำลังปรึกษาหารือเกี่ยวกับโสมที่แย่งมาจากหวังฉีหลินว่าจะนำไปขายที่ไหนดี

“ท่านแม่เจ้าคะหากว่าบ้านท่านอามาโวยวายเรื่องนังฉีหลินล่ะเจ้าคะ พวกเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่

“ เหอะ มาโวยวาย โวยวายเหรอโวยวายเอาอะไร น้ำหน้าอย่างน้องรองน่ะหรือจะกล้าอย่าลืมสิว่าผู้นำตระกูลตอนนี้คือท่านพ่อของพวกเจ้า”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าแค่กลัวว่าท่านอาจะมาโวยวายเดี๋ยวจะหาว่าข้ารังแกลูกสะใภ้บ้านสอง”

“เรื่องนี้พวกเจ้าไม่ต้องกังวลข้าจัดการเอง ตอนนี้พ่อของพวกเจ้ายังอยู่ที่ทุ่งนาส่วนอารองของพวกเจ้าก็คงอยู่ที่ทุ่งนาหวังว่าจะไม่มีใครคาบข่าวไปบอกหรอกนะ”

“เช่นนั้นข้าไปทำอาหารไปส่งที่ทุ่งนาก่อนนะเจ้าคะ ไปกันเถอะสะใภ้รอง”

ทางด้านวิญญาณของหวังฉีหลินที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ก่นด่าบ้านสายหลักถึงความชั่วที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ

ทางด้านหยางเฟยเทียนที่ตอนนี้นอนป่วยไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ได้แต่นอนมองภรรยาของตัวเองนอนไม่ได้สติอยู่บนเสื่อที่ปูอยู่บนพื้นห้อง

เขาได้แต่เสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือภรรยาได้ ยามนี้ครอบครัวกำลังลำบากเขาเองไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้หากว่าภรรยาของเขาเป็นอะไรไปตัวเขาเองยามนี้ก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เมื่อมองดูลูกน้อยร้องไห้ใจของคนเป็นพ่อนับว่าเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

“หลีกทางให้ข้าได้ดูคนเจ็บหน่อย”

“ท่านหมอรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ ช่วยดูลูกสะใภ้ของข้าด้วย โปรดช่วยนางด้วยเจ้าค่ะ”

“เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วข้าจะทำให้เต็มที่”

“เฟยจิน ไปตามพ่อของเจ้ามาวันนี้แม่จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว” นางฟางเหนียงบอกลูกชายทั้งน้ำตา

“ขอรับท่านแม่ ข้าเองก็จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว ข้าเห็นกับตาว่าพวกนางสองคนผลักพี่สะใภ้”

ฉีหลินที่เป็นวิญญาณมองดูคนเหล่านี้ด้วยความสงสารหากเป็นเธอแล้วล่ะก็เธอจะไม่ยอมให้สองคนนั้นมารังแกเอาง่าย ๆ คนชั่วช้าแบบนี้ร้ายมาจะต้องร้ายกลับ กตัญญูอะไรกันคนแบบพวกนั้นสมควรจะได้รับหรือ

“เจ้าจะดูอีกนานไหม ทำไมยังไม่รีบเข้าร่างของเจ้าไปอีก” ชายชราผู้ทำงานผิดพลาดได้โผล่มาอย่างเงียบ ๆ

“อ๊ะ คุณตา มาก็ดีแล้วค่ะไหนว่าอีก 7 วันไงคะ แล้วทำไมหนูตายก่อนเวลาหนูยังไม่ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่อยากทำเลยนะ แถมตายแบบศพไม่สวยด้วยบอกมานะคะว่าจะชดใช้ให้หนูยังไง ทำไมไม่รักษาคำพูดล่ะคะคุณตา”

“ใจเย็น ๆ นางหนู เอาเป็นว่าข้าขอโทษตอนนี้ข้าได้ชดเชยให้เจ้าแล้ว มิติของเจ้ากว้างใหญ่ขึ้นและแถมน้ำพุจิตวิญญาณให้เจ้าด้วย น้ำพุจิตวิญญาณมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ เจ้าพอใจหรือยัง”

“ยังค่ะยังไม่พอแล้วเงินล่ะ เงินน่ะส่งหนูมาในที่แบบนี้คุณตาก็เห็นแล้วนี่พวกคนชั่วนั้นยึดเงินไปหมดอะไรก็เข้าส่วนกลาง ๆ มันใช่ที่ไหนแบบนี้มันเอาเปรียบกันชัด ๆ ทำไมคนพวกนี้กตัญญูไม่ลืมหูลืมตา ทำไมไม่แยกครอบครัวกันเล่า ไม่ได้ดั่งใจเลย”

“เอาเถอะ ๆ เจ้าก็ไปจัดการเองก็แล้วกัน ส่วนเงินของเจ้าที่เหลือข้าได้เปลี่ยนเป็นเงินของโลกนี้ให้แล้วมันคงจะพอช่วยเจ้าได้”

“ขอบคุณค่ะ มีเท่านี้หรือคะ”

“เอาไว้ถึงเวลาอันสมควรข้าจะส่งตัวช่วยมาให้นะ ”

“แล้ววิญญาณของฉีหลินคนเดิมล่ะคะคุณตาจะทำยังไง”

“นางหมดหน้าที่แล้วในโลกนี้นางเพียงแค่ทำหน้าที่รักษาร่างกายของเจ้าเอาไว้เท่านั้น ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ของนาง”

“อ่อ ค่ะ ค่อยยังชั่วหนูไม่อยากมาแย่งร่างกายของใครนะคะ มันรู้สึกไม่ดี”

“ไป ๆ ไปเข้าร่างของเจ้าได้แล้ว จะมาเสียเวลาพูดอะไรมากมาย”

ชายชราผลักฉีหลินเข้าร่างและจากไปทันที พอดีกับที่หมอตรวจชีพจรของนางเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าคนเจ็บมีอาการอ่อนเพลียเพราะเสียเลือดมากนอกจากนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“วางใจเถอะลูกสะใภ้เจ้าไม่เป็นไรมาก ให้นางนอนพักมาก ๆ นางเสียเลือดไปเยอะให้นางกินอาหารบำรุงร่างกายและกินยาไม่กี่เทียบก็หายแล้ว”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านหมอ ค่ารักษาเท่าไหร่เจ้าคะ”

“รวมค่ายาด้วยก็ 3 ตำลึง พวกเจ้ามีเมื่อไหร่ค่อยเอาไปจ่าย ข้าเข้าใจว่าตอนนี้ครอบครัวของเจ้ากำลังลำบาก แถมพี่สะใภ้ของพวกเจ้าก็เห็นแก่ตัวยังกับอะไรดี”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านหมอ”

หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องไปหมดแล้วหวังฉีหลินได้ลืมตาขึ้นมาถึงแม้จะมีอาการปวดหัวอยู่บ้าง แต่ความแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาสมในเมื่อตอนนี้เธอคือหวังฉีหลินที่ไม่เหมือนหวังฉีหลินคนก่อน รอก่อนเถอะพวกเจ้าทั้งหลาย

“พวกคนชั่วช้า ข้ามาแล้ว เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี ฉีหลินคนนี้จะตอบแทนพวกเจ้าอย่างสาสม” หลังจากพูดพึมพำเสร็จก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED