“พี่ลลินทางนี้ค่ะ”
ท่ามกลางแสงสีเสียงที่ดังกระหึ่มของสถานบันเทิงชื่อดัง สายตาหวานสาดส่องเพ่งมองหาที่มาของเสียง
ใบหน้าหวานด้วยเครื่องหน้าที่สมบูรณ์ จมูกรั้นเชิดปากอวบอิ่มตาหวานที่ยิ้มที่เป็นรูปสระอิ ยิ้มร่าออกมาเมื่อในที่สุดเธอก็พบกับมือเล็กของเลขาสาวที่กำลังโบกไม้โบกมือเรียกท่ามกลางแสงไฟที่คอยเปลี่ยนสีชวนมึนหัว เมื่อเห็นจุดหมายขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วก็รีบมุ่งเดินไปยังโต๊ะจุดหมาย
หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปอวดทรวดทรงบั้นท้ายงามงอน เชื้อเชิญสายตาหนุ่ม ๆ ในผับให้ได้จ้องมองตามร่างอรชรที่เดินผ่านอย่างโดนสะกด ผิวขาวผ่องตัดกับชุดสีดำขลับผิวได้เป็นอย่างดี แม้จะตัวเล็กด้วยความสูงเพียงมาตรฐานหญิงไทยร้อยหกสิบต้น ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเซ็กซี่ด้วยชุดที่เปิดหลังโชว์ผิวเนื้อเนียน ผมดำยาวตรงสลวยพลิ้วไหลไปตามจังหวะที่ก้าวเดิน ที่ใครได้มองได้เห็นก็ถึงกับต้องมนต์สะกดไปตาม ๆ กัน
“มาช้าแปบเดียว นี่สั่งกันเต็มโต๊ะแล้วเหรอเนี้ย” เสียงหวานเอ่ยแซวลูกน้องสี่คนที่นั่งดื่มกันไปก่อนไปก่อนแล้ว เมื่อเธอเดินเข้ามาเห็นเครื่องดื่มวางจัดเต็มอยู่อย่างพร้อม
“ฉลองให้กับบริษัทเราทั้งทีต้องยิ่งใหญ่สิคะ” เลขาสาวเอ่ยขึ้นด้วยยิ้มที่เริ่มเยิ้มให้กับเครื่องดื่มมึนเมาที่เพิ่งได้เริ่มดื่มไปเพียงไม่กี่แก้ว
“งั้นมา ชนนนนนนน” มือเรียวหยิบแก้วของตนขึ้นพร้อมเอ่ยชวนน้อง ๆ ที่ร่วมก่อตั้งฟันฝ่าธุรกิจ สตาร์ทอัพผ่านอุปสรรคทั้งหลายมาด้วยกันจนมีวันนี้
ลลิน เธอคือหญิงสาวที่สนใจและมีความฝันที่อยากจะมีบริษัทสตาร์ทอัพเป็นของตนเอง ประจวบกับเธอที่ชอบเรียนและสนใจเกี่ยวกับไอทีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอจึงคิดเปิดบริษัทเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันตัวหนึ่งขึ้นมา เธอจึงได้ชวนน้อง ๆ ในคณะในสาขาที่มีความสนใจเช่นเดียวกันมาร่วมก่อตั้งบริษัทกันด้วย และในชที่สุดเธอก็ได้
สายป่าน รุ่นน้องคนสนิทที่สุดซึ่งเป็นน้องรหัสของเธอและในตอนนี้ได้กลายมาเป็นเลขาส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย
รุกและสกาย รุ่นน้องที่เข้ามาช่วยพัฒนาแอปพลิเคชัน
หมิวหมิว รุ่นน้องที่เข้ามาเป็นคนสุดท้ายช่วยในเรื่องการตลาดและหาสปอนเซอร์
ในที่สุดความพยายามของเธอก็ประสบผลสำเร็จ
วันนี้แอพที่เธอสร้างได้เปิดตัวให้ทดลองใช้งานเป็นวันแรกได้ผลตอบรับมาเป็นอย่างดี ดีกว่าที่เธอเคยคาดหวังเอาไว้เป็นไหน ๆ ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายแต่ถึงอย่างนั้นลลิน เธอก็ไม่เคยยอมแพ้กับมันเลยสักครั้ง เพราะเธอเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้และอนาคตที่แอพนี้ ที่เธอสร้างจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนได้อย่างมาก และที่สำคัญที่สุดมันจะสามารถทำเงินให้เธอได้สมกับที่เธอเหน็ดเหนื่อยมาเพื่อมันได้อย่างแน่นอน
“วันนี้เมาได้เต็มที่เลยนะ พี่จ้างรถมารอเพื่อไปส่งทุกคนแล้ว” เสียงหวานเอ่ยบอกลูกน้องให้เต็มที่ไปกับค่ำคืนฉลองแห่งความสำเร็จของพวกเขา
“งู้ยยย ดีจังเลยค้า” หมิวหมิวส่งสายตาออดอ้อนตาเยิ้ม
หลังจากนั้นทุกคนก็สนุกสุดเหวี่ยงไปกับเสียงเพลงและเครื่องดื่มมึนเมาตรงหน้า
“วู้ววว ผับไปปิดเราไม่กลับ” รุกและสกายกอดคอกันเต้นสุดเหวี่ยง
“จัดเต็ม จัดเต็ม” สายป่านก็คอยเป็นมือชงเครื่องดื่มเอ็นเตอร์เทนทุกคนอย่างดี
ลลิน มองภาพน้อง ๆ ทุกคนอย่างมีความสุข ทั้งปลื้มใจและตื้นตันใจ ชีวิตเธอประสบความสำเร็จอีกขั้นก็เพราะทุกคนที่คอยอยู่เคียงข้างและช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน
“หนูเห็นโต๊ะนั้นมองพี่นานแล้วนะคะ” สายป่านก้มกระซิบที่ข้างหูเอ่ยบอกให้ลลินได้รับรู้ เพราะเธอสังเกตเห็นมาสักระยะแล้ว
ลลินที่ได้ยินดังนั้นก็หันตามสายตาของสายป่านไปยังโต๊ะต้นเรื่อง และอย่างที่สายป่านบอกกับเธอจริง ๆ เพราะเมื่อหันไปมองก็พบกับสายตาคมคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมายังเธออยู่จริง ๆ
“ผู้หญิงคนนั้นตรงสเปกมึงหรือไง” เจย์เอ่ยถามเพื่อนชายที่เอาแต่จ้องมองยังหญิงสาวโต๊ะตรงข้ามไม่กะพริบตา
“ใช่ ตรงแบบ โดนใจกูมาก ๆ เลยล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบเพื่อนชายด้านข้างหากแต่สายตายังคงจับจ้องตาหวานที่มองมายังเขาไม่ละสายตา
เธอไม่หลบตาเขาสักนิด แถมยังจ้องกลับอย่างสู้สายตา
ไทม์ ยกยิ้มมุมปากพร้อมกับส่งแววตาเจ้าเล่ห์
สองสายตาสบจ้องมองกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร และในแววตาของทั้งคู่ก็ดูจะเหมือนกำลังเชื้อเชิญกันไปมา
“แล้วจะมัวรออะไรอยู่วะเข้าไปทำความรู้จักเลยดิ” มาคัสเพื่อนชายอีกคนที่นั่งอยู่ก็เอ่ยบอก
เมื่อมองเห็นแล้วว่าทั้งสองได้แสดงความต้องการกันและกันผ่านทางสายตาเสียขนาดนั้น จะมัวรออะไรอยู่อีก
“กูเข้าไปแน่ แต่รอ...ให้เธอสนุกให้เต็มที่กว่านี้ก่อน” มือแกร่งยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกดื่มรวดเดียวอย่างคนมีแผน
ก็เขามีแผนจริง ๆ แผนที่ว่าคือการที่รอให้เธอได้ดื่มเครื่องดื่มในมือให้มึนเมาไปมากกว่านี้ก่อน เพราะมันจะง่าย...ต่อการหลอกล่อเหยื่อให้มาติดกับ
“ไอ้นี่ มันรู้งานว่ะ” เจย์เอ่ยชมอย่างชอบใจในความคิดอันชาญฉลาดของเพื่อนชาย
“แม่งแผนสูงใช้ได้ว่ะ” ไม่ต่างจากมาคัสที่คิดไม่ถึงกับแผนการแบบนี้ของเพื่อน เพราะหากเป็นเขาหรือเจย์ เมื่อเจอเหยื่อที่ถูกใจก็รีบเข้าไปหาในทันทีโดยไม่ลังเล ซึ่งต่างจากเพื่อนชายอย่าง ไทม์ ที่นาน ๆ จะเจอคนที่ถูกใจเขาอย่างเธอคนนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะยังนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างใจเย็น ได้แต่คอยจ้องมองเธอ คอยส่งสายตาให้กันไปเรื่อย ๆ เพราะมีแผนอันแยบยลอยู่
“ช้าไปมีหมาคาบไปแดกนะมึง” มาคัสเอ่ยเตือนเมื่อมองเห็นหนุ่ม ๆ ในผับต่างก็กำลังจับจ้องไปที่หญิงสาวที่เพื่อนชายหมายปองไว้อยู่เหมือนกัน
แต่สิ่งที่เพื่อนชายเอ่ยเตือน ไม่อาจทำให้เขาหวั่นกลัวเลยสักนิด มือแกร่งยกกระดกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มพร้อมกับสายตาที่กำลังมองไปยังแผ่นหลังขาวเนียนของหญิงสาวเป้าหมาย ก่อนจะเอ่ยบอกเพื่อนชายด้วยความมั่นใจ
“หมาหรือจะสู้...เสืออย่างกูได้วะ” ไทม์เอ่ยตอบออกมานิ่ง ๆ อย่างมั่นใจ พร้อมกระดกแก้วน้ำสีอำพันเข้าปากในรวดเดียวอีกครั้ง
อะไรที่ทำให้เขามั่นใจได้ขนาดนี้หนะเหรอ
คงไม่พ้นสายตาที่เธอใช้จ้องมองเขาเมื่อครู่ ที่มองก็รู้ว่าเธอก็สนใจเขาอยู่เหมือนกัน
คิดแล้วมุมปากหนาก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ในพวกเราเร็ว ๆ นี้ท่าจะมีคนสละโสดว่ะ” เจย์เอ่ยพูดอย่างขำ ๆ เพราะมองดูจากท่าทางของไทม์ที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองอย่างคนบ้า
“คิดงั้นเหรอวะ...” ประโยคถัดมาเป็นมาคัสที่หันไปเอ่ยถามเจย์
“...หรือแค่เล่น ๆ” ก่อนจะหันมาเอ่ยถามไทม์อย่างนึกสงสัย
“ไว้ผ่านคืนนี้ กูจะให้คำตอบ” เสียงทุ้มราบเรียบเอ่ยบอกเพื่อนชายทั้งสอง
พูดเสร็จสายตาคมก็จ้องมองไปยังหญิงสาวดังเดิม
ไทม์ไม่เคยถูกตาต้องใจใครง่าย ๆ มีเพียงเธอคนนี้ที่ทำให้เขาถูกใจตั้งแต่แรกเห็น เพราะด้วยความเป็นเธอ ทั้งรูปร่างและหน้าตาที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตรงสเปกเขาเหลือเกิน
จะเหลือก็เพียงแต่...
สิ่งที่ต้องใช้ความใกล้ชิดและความลึกซึ้งที่จะช่วยตัดสินและถ้าค่ำคืนนี้เธอทำให้เขาถูกใจได้ก็อาจไม่แน่ที่เขาจะสานต่อ...
ไทม์ปล่อยให้หญิงสาวที่เขาแอบมองได้สนุกสนานกับเพื่อน ๆ ไปก่อน โดยไม่พลาดที่จะสังเกตดูเธอไปพลาง ๆ พร้อมกับจ้องมองหาโอกาสเพื่อเข้าหาในจังหวะที่เหมาะสม
*****
“ครั้งแรกเลยนะคะที่เราได้มาดื่มกันแบบนี้” เสียงหวานสดใสในคราแรกของหมิวหมิวกลับกลายเป็นยานยืดด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ตะโกนพูดคุยแข่งกับเสียงพร้อมกับเต้นส่ายไปมา
“แก้มพี่ลลินแดงมากเลยค่ะ” ลลินรีบแตะหน้าตัวเองเมื่อโดนน้อง ๆ ชี้และหัวเราะให้กับเธอ
“พี่ไม่เคยดื่มเลยเมาง่ายหนะ” ลลินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยบอกกับน้อง ๆ ที่กำลังส่ายสะโพกโยกกันไปมาอย่างสนุกสนานและสุดเหวี่ยง
อย่าว่าแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยแม้แต่ที่แบบนี้เธอก็ไม่เคยมาสักครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่มาที่แบบนี้
“คนแรกเลยนะคะ ที่คนเมาแล้วจะยอมรับว่าตัวเองเมา...” สายป่านพูดขึ้นด้วยเสียงยานยืดเช่นกัน
“…ไม่เหมือน” ก่อนจะหันไปจ้องอีกสองหนุ่มกำลังคล้องคอกอดกันเต้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“อะไร มองมาทางนี้ทำไม” รุกที่เห็นสายตาของสายป่านหันไปมองยังพวกเขาก็โพล่งพูดอย่างกับจะเอาเรื่องกัน
“ใช่ พวกฉันยังโอเค” สกายก็พูดเสริม
“สภาพ นี่เรียกโอเคแล้วเหรอ แน่ใจนะ” สายป่านยืนเท้าสะเอวชี้หน้าทั้งสองอย่างเอาเรื่อง
“นั่นสิ ยืนยังไม่ตรงเลย” ตามด้วยหมิวหมิว
“พวกเราไม่ได้ยืนเฉย ๆ เว้ย พวกเราเต้น” พูดจบทั้งรุกและสกายก็เต้นด้วยท่าทางกวน ๆ ใส่เพื่อนสาวทั้งสองที่กำลังยืนสบประหม่าอยู่ตรงหน้า
ลลินส่ายหน้าหัวเราะยิ้มให้กับเด็ก ๆ ทั้งสี่ มีบ้างบางครั้งที่จะรู้สึกเอือมระอาเบื่อกับการชอบทะเลาะกันของพวกเขา แต่เห็นอย่างนี้เมื่อถึงโหมดการทำงานทุกคนก็จริงจังมากอย่างกับเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้
อึก! มือเรียวยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม
“อื้อ” ดูเหมือนแก้วนี้มือชงจะเริ่มเมาแล้วจริง ๆ เพราะชงเข้มอย่างกับให้เธอดื่มเหล้าเพียว ๆ เลย
“พี่ลลินโอเคไหมคะ” สายป่านที่เห็นสีหน้าของลลินก็เอ่ยถามขึ้น
“พี่ว่าพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า รู้สึกจะมึน ๆ แล้ว” จากที่แค่เริ่มมึน แต่พอดื่มแก้วเมื่อกี้เข้าไป เธอก็ถึงกับต้องก้มหน้าแทบจะฟุบลงกับโต๊ะ เพราะรู้สึกจะวิ๊งลมพับไปให้ได้เสียดื้อ ๆ ทั้งแสบคอ แถมร่างกายก็ร้อนวูบวาบอยากจะอ้วกขึ้นมาทันที
“สายป่านไปเป็นเพื่อนค่ะ”
“ไม่เป็นไร พี่ไปเองได้ ลุกไปเดี๋ยวขาดตอนหมดสนุกนะ” แม้ตัวเองจะเอาตัวไม่รอดแต่ก็กลัวห่วงน้องจะหมดสนุกเพราะตัวเอง
“เอางั้นก็ได้ค่ะ” แม้จะเป็นห่วงพี่สาวอยู่บ้างแต่ก็ยังอยากสนุกต่อ
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” หมิวหมิวหันมาโบกมือไล่ลลินตามประสาอย่างคนไม่มีสติ
“ดูแลกันดี ๆ ละ” ลลินเอ่ยบอกทั้งสี่ที่ดูแล้วน่าเป็นห่วงมากกว่าเธอเสียอีก
เมื่อบอกกับน้อง ๆ เสร็จ ขาเรียวในรองเท้าส้นสูงก้พยายามประคองตัวเองเดินออกมาจากโต๊ะเพื่อตามหาห้องน้ำ
“ห้องน้ำอยู่ไหนละเนี่ย” ลลินมึนเมาจนตาพร่ามัวแทบจะมองอะไรไม่เห็น เมื่อไม่รู้ว่าควรไปทางไหน เธอจึงเดินย้อนไปที่ทางเข้าเพราะหวังว่าที่นั่นน่าจะมีห้องน้ำบ้างล่ะ
เมื่อเดินมาถึงเสียงดังของเพลงที่กระหึ่มก็ลดลงบ้าง มือเรียวค้ำกำแพงเอาไว้เพื่อหยัดตัวยืนตรงเพราะแทบจะไม่มีแรงเดินต่อแล้ว
เธอเมาและมึนหัวมากอยากจะนอนลงให้รู้แล้วรู้รอด
“สาบานเลยว่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต” ลลินพยายามประคองสติพร้อมกับเอ่ยบอกกับตัวเองว่าเธอนั้นเข็ดหลาบแล้วจริง ๆ จะไม่แตะต้องมันอีกแล้วในชีวิตนี้
ก่อนจะส่งมือเรียวลูบแขนเรียกสติตัวเพราะเธอรู้สึกร้อนกายทั้งข้างในและข้างนอกเป็นอย่างมาก
และในตอนนั้นเอง...
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามดังมาจากด้านหลัง ทำคนตัวเล็กต้องเอี้ยวตัวหันไม่มองยังเขา
“เอ่อ คือฉัน...” เมื่อหันกลับมามองยังเจ้าของเสียง จากที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่เพราะแอลกอฮอล์แล้ว ตอนนี้เธอก็กำลังโดนเล่นงานคูณสองเพราะคนตรงหน้าด้วยเช่นกัน
จนลืมไปเลยว่าตอนนี้
มาทำอะไรที่นี่
เพราะมัวแต่จ้องใบหน้าหล่อตรงหน้า ที่อยู่ไม่ไกลกับใบหน้าเธอเท่าไหร่
ตึก ตัก ตึก ตัก
เสียงหัวใจลลินเต้นดังระรัวแทบอยากทะลุออกจากอกเมื่อสบตากับเขาอยู่เนิ่นนาน
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามอีกครั้งทำให้ลลินได้สติ สะบัดหน้าที่เห่อร้อนอยู่เบา ๆ
“คือฉันอยากจะไปเข้าห้องน้ำ ไม่ทราบว่าคุณพอจะรู้ทางไหมคะ” ตาหวานสบตากับคนตรงหน้าด้วยอาการประหม่าและเริ่มรู้สึกคุ้นหน้าเขาขึ้นมา
“มาครั้งแรกเหรอครับ” เสียงหล่อเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มที่เผยให้เห็นนิด ๆ ที่มุมปากอย่างมีเสน่ห์
พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองเธออย่างสนใจอย่างเปิดเผย
“ใช่ค่ะ” ลลินโดนสะกดด้วยเสน่ห์ร้ายที่ออกมาจากแววตาคม ทำให้เธอไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าหล่อของเขาได้
“ถึงว่า ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน” ทุกครั้งที่เขาเอ่ยพูดรอยยิ้มร้ายที่มีเสน่ห์ก็เผยทีละนิดอย่างน่าหลงใหลให้ลลินได้ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“ปกติฉันไม่เที่ยวที่แบบนี้...” เมื่อจบประโยคนี้ของลลิน ทำเอารอยยิ้มที่ค่อย ๆ เผยตรงหน้าหุบยิ้มเล็กน้อยอย่างที่เธอเห็นได้ชัด
ซึ่งการกระทำของเขาทำเอาลลินฉุกคิดว่าเผลอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
“...คุณมาบ่อยเหรอคะ” กลับกลายเป็นว่าเธอต้องเป็นคนถามเขาต่อในประโยคถัดมา
ซึ่งนั่นเข้าทางแผนของเขา ที่ทำให้อีกคนเอ่ยถาม สนใจในตัวเขาบ้าง
“ผมเป็นเจ้าของที่นี่”