สัมผัสที่เร่าร้อนในคืนที่วาบหวาม NC18++
ปัง!!
เสียงประตูที่ปิดลงทำให้หม่อนไหมเบิกตากว้างโดยพลันก่อนจะตั้งสติได้อย่างรวดเร็วเธอรู้สึกตื่นเต้นจนไหล่เกร็งริมฝีปากสีพีชเม้มแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สายตาวาววับของรามสูรตรึงอยู่ที่นัยน์ตาคู่งามที่ตื่นกลัวและใสซื่อของหม่อนไหมส่วนมือทั้งสองก็โอบเอวบางของเธออย่างซุกซน
“อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาลองในห้องน้ำแคบๆแบบนี้ก็ไม่บอกเฮียจะได้พาหนูหม่อนมาที่นี่ด้วยตัวเอง หนูจะได้ไม่ต้องแอบหนีเฮียมาแบบนี้”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังติดริมหูผสมผสานกับเสียงหอบหายใจของเขาทำให้ใบหน้างดงามของหม่อนไหมแดงจัดหัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอายก่อนที่เธอจะแสร้งพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
“คะ ใครเขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศกันเล่าหม่อนก็แค่ออกมานั่งเล่นกับเพื่อนแค่นั้นเอง อีกอย่างหม่อนไม่ได้ดื่มเหล้าสักหน่อยเพราะหม่อนรู้ตัวดีว่าหม่อนไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”
ยามพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอกับเขาต้องมาพัวพันกันจนค่อยๆก่อเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างพวงแก้มเนียนที่แดงอยู่แล้วก็พลันแดงวาบขึ้นมาทันตาเห็น ซึ่งอันที่จริงแล้วหม่อนไหมไม่ใช่สาวน้อยเรียบร้อยที่ขี้อายอะไรนักแต่พออยู่ต่อหน้าเขาแล้วสติของเธอกลับเตลิดเปิดเปิงทุกครั้งอยู่ร่ำไป
“ก็เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วเฮียถึงได้เป็นห่วง ห่วงทั้งแม่แล้วก็ลูกของเราถ้าเกิดว่าหม่อนมาเที่ยวแล้วพลาดไปเจอกับพวกคู่อริที่มันไม่ชอบขี้หน้าของหม่อนจนทำให้มีเรื่องแล้วหม่อนกับลูกเป็นอะไรไปเฮียจะอยู่ยังไง”
น้ำเสียงของเขาแหบห้าวทุ้มต่ำอ่อนโยนดุจธารน้ำไหลระรินผ่านห้องหัวใจชวนให้อารมณ์ของหม่อนไหมพลุ่งพล่านจวนเจียนจะพังทลายเมื่อลึกลงไปในกายของเธอสั่นสะท้านประหนึ่งกำลังรู้สึกกระหายอยากอะไรบางอย่าง หม่อนไหมแสร้งหลุบตาลงหลบเขาเพราะมองตาเขาแล้วเธอก็อดที่จะคิดถึงสายตาที่ร้อนแรงดุจไฟของเขาเมื่อวานไม่ได้เพราะตอนนี้สายตาของเขาที่กำลังมองเธออยู่นั้นเป็นสายตาแบบเดียวกับเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน
“หม่อนขอโทษค่ะที่ลืมคิดถึงข้อนี้ไป หม่อนมัวแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเองโดยที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเฮียเลย”
นานเกือบนาทีที่หม่อนไหมค่อยๆเอ่ยคำขอโทษรามสูรออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจเมื่อเธอเอาแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเองที่ไม่ได้ออกมาเที่ยวเป็นเวลานาน โดยที่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของรามสูรเลยว่าเขาเป็นห่วงเธอกับลูกมากแค่ไหนถึงแม้ว่าเด็กในท้องจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเธอและเขาแต่หม่อนไหมก็ไม่อยากให้ลูกของเธอต้องเป็นอะไรไปเพียงเพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง
“หึ แค่คำขอโทษคงยังไม่พอเมียเฮียดื้อขนาดนี้ต้องถูกทำโทษหนักๆหม่อนจะได้จำให้ขึ้นใจว่าถ้าคราวหน้าหม่อนแอบหนีมาเที่ยวอีกเฮียจะได้สั่งปิดผับและพาหม่อนทัวร์ทุกซอกทุกมุมของผับให้หนำใจไปเลย”
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของรามสูรในใจของหม่อนไหมพลันมีความคิดแผลงๆขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่จากประสบการณ์ที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับเขามาเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ทำให้หม่อนไหมรู้ว่าคนอย่างรามสูรพูดจริงทำจริงไม่เคยมีคำล้อเล่นแม้แต่คำเดียวสมกับที่เป็นหัวหน้าแก๊งของพวกไอ้วัตรคู่อริต่างมหา’ลัยของเธอ
แต่เขาจะกล้าสั่งปิดผับจริงๆเหรอในเมื่อเขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลยเพราะเท่าที่เธอรู้จักเขาดูเหมือนว่าเขาจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว และตอนนี้ก็เปิดร้านจำหน่ายอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์จำพวกฮาร์ลีย์และบิ๊กไบค์ซึ่งเธอยังไม่เคยเห็น เธอรู้แค่เพียงว่าเขาจ้างพวกไอ้วัตรคู่อริของเธอให้ดูแลร้านให้แต่ถ้าวันไหนที่ร้านมีปัญหาเขาก็จะเข้าไปดูร้านด้วยตัวเองอย่างเช่นวันนี้ที่เขาบอกว่าที่ร้านมีปัญหาเขาจะเข้าไปเคลียร์และกลับเช้าเลยเธอไม่ต้องรอเขา
หึ ก็แค่ขู่ให้เธอกลัวสินะคนอย่างหม่อนไหมไม่กลัวเขาจะพาเธอทัวร์ร้านจริงๆหรอก
เมื่อคิดไปเองคนเดียวอย่างสบายใจใบหน้าสวยก็พลันเผยรอยยิ้มที่ผุดแววดื้อดึงอยู่หลายส่วนทำให้มุมปากของคนที่รู้ทันความคิดของเธอกระตุกเล็กน้อย เมื่อแม่สาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขากำลังมีความคิดที่จะกระตุกหนวดเสือคนอย่างเขา หึ รอให้ถึงวันที่เธอกล้าลองดีกับเขาก่อนเถอะวันนั้นเขาจะพาเธอทัวร์ทุกซอกทุกมุมในร้านตามที่ได้ลั่นวาจาออกไปอย่างแน่นอน
“ไม่ทำโทษไม่ได้เหรอคะเมื่อคืนก็ เอ่อ ทั้งคืนแล้ว”
“เมื่อคืนก็ส่วนเรื่องของเมื่อคืน คืนนี้ก็ส่วนเรื่องของคืนนี้”
รามสูรโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธออย่างสุขใจก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นอุ่นๆเลียใบหูแดงก่ำของเธอทำเอาหม่อนไหมถึงกับขนลุกซู่อย่างห้ามไม่อยู่กว่าจะรู้ตัวริมฝีปากของเขาก็เลื่อนมาประกบปากเธออย่างรวดเร็วก่อนที่รามสูรจะกลืนกินเธออย่างบ้าคลั่ง
ปลายลิ้นของรามสูรหยอกเย้าความนุ่มละมุนของหม่อนไหมอย่างร้อนแรงในขณะที่มือของหม่อนไหมพลันยกขึ้นลูบอกแกร่งของรามสูรอย่างไร้เดียงสากลายเป็นการเติมเชื้อไฟที่ร้อนแรงที่สุด ริมฝีปากของหม่อนไหมถูกรามสูรครอบครองอีกครั้งและอีกครั้งไม่สิ้นสุดในขณะที่หม่อนไหมสัมผัสได้รางๆว่ามือใหญ่ที่แสนซุกซนของเขาเลื่อนลงไปถึงเรียวขาเปลือยเปล่าของเธอจากนั้นก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่อุ่นจัด
“อืม หนูหม่อนจ๋าตัวหอมเหลือเกินคนดี”
ยามนี้สมองของรามสูรพลันขาวโพลนเขารู้สึกเพียงกลิ่นหอมที่มอมเมาตนในอ้อมกอดยิ่งสัมผัสอ่อนโยนที่กำลังลูบไล้ไปทั่วอย่างสะเปะสะปะดุจดังคำเชื้อเชิญที่แสนอันตราย หน้าอกอวบอิ่มที่บดเบียดเข้าหาหน้าอกแกร่งของเขาอย่างลืมตัวแม้จะมีเสื้อผ้ากางกั้นแต่รามสูรก็ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มละไมอวบอิ่มสมบูรณ์ของร่างกายที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งในอีก 6 เดือนข้างหน้า
ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆจูบขบเม้มซอกคอหอมกรุ่นอย่างแผ่วเบาพร้อมกับละเลียดผิวขาวเนียนของหม่อนไหมอย่างอ่อนโยนริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงแอ่งชีพจรอันบอบบางและประทับลงบนยอดอกนุ่มนิ่ม
“อ๊า เฮียราม อึก”
เสียงครางอย่างเย้ายวนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มของหม่อนไหมยิ่งปลุกเร้าความปรารถนาของรามสูรให้กระสันใคร่ในอารมณ์มากยิ่งขึ้น สัมผัสที่ร้อนผ่าวของรามสูรทำให้หม่อนไหมตัวอ่อนปวกเปียกราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิซบอกเขาแต่รามสูรกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
มือใหญ่ยกสะโพกกลมกลึงของหม่อนไหมดึงเข้ามาหาแท่งเหล็กร้อนที่ผะผ่าวแข็งคัดจนเจ็บของตัวเองทำเอาคนที่กำลังหลงมัวเมากับรสสัมผัสที่แสนหวานถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ถึงแม้ว่าเธอกับรามสูรจะผ่านการมีเซ็กซ์มาหลายครั้งนับไม่ถ้วนแต่หม่อนไหมก็ยังไม่คุ้นชินสักครั้งกับขนาดที่ใหญ่โตของเขา
ริมฝีปากสีไวน์ดูดดุนยอดทรวงอกนุ่มของหม่อนไหมไม่ยอมปล่อยก่อนจะขบเม้มอย่างช้าๆให้เธอรู้สึกทรมานส่วนมือใหญ่คู่นั้นก็ลูบไล้ไปทั่วร่างเปลือยเปล่า ทุกอณูที่สัมผัสจุดไฟปรารถนาของหม่อนไหมให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหม่อนไหมยอมรับกับตัวเองอย่างแมนๆเลยว่ารามสูรคือผู้ชายที่มีเสน่ห์มากไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่เธอกำลังจ้องมองเขาอย่างลุ่มหลงด้วยอารมณ์ปรารถนาหรือจะเป็นลีลารักที่เร่าร้อนจนทำให้เธอคล้อยตามอย่างง่ายดาย
“อ๊า เฮีย ตะ ตรงนั้นมัน อึก”
ในขณะที่กำลังมึนงงจนไม่มีปัญญาจะขบคิดสิ่งใดใบหน้าของรามสูรก็เลื่อนลงมาจนถึงเนินเนื้ออวบนูนเกลี้ยงเกลาพร้อมกับขมเม้มเบาๆอย่างต้องการหยอกล้อ ทำให้หม่อนไหมรู้สึกเบาโหวงสั่นระริกไปทั้งกายแม้แต่ลมหายใจก็ดูเหมือนจะขาดห้วงเมื่อจุดอันตรายถูกรุกล้ำด้วยปลายลิ้นร้อนที่ตอนนี้กำลังไล้เลียกลีบดอกกุหลาบของเธออย่างแผ่วเบา
มือใหญ่ยกสะโพกของหม่อนไหมขึ้นและขยับลิ้นเข้าไปในร่องรักสีหวานให้ลึกมากกว่าเดิมการเสียดสีอย่างแผ่วเบาจุดความรู้สึกวาบวิวและจุดไอร้อนขึ้นมาจนหม่อนไหมอดทนไม่ไหวอีกต่อไปเธอได้แต่ยกมือขึ้นขย้ำผมนุ่มของรามสูรและแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนผ่าวด้วยความลืมตัว
“อึก เฮียรามขา หนูหม่อน สะ เสียว อื้อ”
เสียงหวานครางไม่หยุดด้วยความรู้สึกเสียวสะท้านไปทั้งร่างเธอรู้สึกเขินอายทุกครั้งยามที่รามสูรสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของเธอแต่เธอกลับไม่เคยบอกให้เขาหยุด เพราะมากกว่าความเขินคือความร้อนแรงที่โถมซัดเข้ามาหาเธอประหนึ่งขุนเขาถล่มท้องทะเลพังทลาย เมื่อครั้นประสาทสัมผัสทั้งหมดพุ่งขึ้นถึงขีดสุดร่างบางของหม่อนไหมก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาสุขสม
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
เสียงดูดเลียน้ำหวานที่ดังขึ้นทำให้ดวงหน้างามของหม่อนไหมแดงระเรื่อด้วยความเขินอายในใจพลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้เธอกับรามสูรกำลังจะมีเซ็กซ์กันในห้องน้ำแล้วถ้าเกิดว่ามีใครมาเห็นเข้าล่ะ ในขณะที่ความคิดวิตกกังวลเริ่มเข้ามาแทนที่ความเสียวซ่านที่จบลงอย่างสุขสมเสียงร้องของหม่อนไหมก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของรามสูรที่กระแทกเข้ามาในความอ่อนนุ่มของเธอจนสุดลำ
“อ๊า หนูหม่อนจ๋าแน่นเหลือเกินเด็กดี”
การโอบรัดอย่างแนบแน่นของกุหลาบดอกงามทำให้รามสูรพึมพำเสียงแหบพร่าก่อนที่เขาจะจูบลำคอเนียนสวยของหม่อนไหมอย่างแผ่วเบา เมื่อถูกชักนำจนหลงใหลเผลอไผลไปกับรสสัมผัสที่เร่าร้อนโดยไม่อาจห้ามใจหม่อนไหมก็ยกมือขึ้นโอบคอเขาพร้อมกับลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของรามสูรอย่างอ่อนโยน
รามสูรใช้ริมฝีปากถูไถกลีบปากบางของหม่อนไหมเบาๆเพื่อให้เธอเผยอริมฝีปากออกก่อนที่ริมฝีปากกับลิ้นของรามสูรและหม่อนไหมจะเกี่ยวกระหวัดรัดกัน รามสูรพัวพันอยู่กับลิ้นเล็กของหม่อนไหมดูดดื่มลิ้มชิมรสชาติอันหอมหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าและลุ่มหลงมัวเมาไปกับมันอย่างล้ำลึก
ปึก ปึก ปึก
รามสูรเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังด้วยเกรงจะออกแรงมากจนเกินไปจนทำให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้คงกำลังถูกปลุกขึ้นมาเมื่อแรงกระแทกของเขาที่ส่งไปให้หม่อนไหมดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่บางจังหวะเขาก็เผลอกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรงจนสุดลำเรียกเสียงครางหวานหูที่พยายามกลั้นเอาไว้แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับความเสียวซ่านที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วร่าง
“อืม หนูหม่อนกำลังตื่นเต้นอยู่เหรอคะถึงได้ตอดเฮียแรงขนาดนี้”
รามสูรอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวเมียตัวน้อยที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนสวยแดงก่ำไปด้วยพิษรักของเขาที่กำลังลามเลียไปทั่วร่างบอบบางที่ขาวราวกับหิมะ ส่วนหม่อนไหมเมื่อถูกรามสูรจับได้ว่าเธอกำลังรู้สึกตื่นเต้นเธอก็รีบส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นจนเส้นผมกระจายส่งกลิ่นหอมเย้ายวนลอยไปแตะจมูกของรามสูร
ผู้หญิงคนนี้ตัวหอมผมหอมๆไปหมดทุกอย่างจนเขาอดกลั้นไม่ไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ
ปึก ปึก ปึก
เสียงกระแทกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัวของหม่อนไหมไม่ต่างกับสายฝนที่โปรยปรายลงมายามวสันต์ฤดูหม่อนไหมกอดคอของรามสูรเอาไว้แน่นพลางพริ้มตาลง ลมหายใจอันอบอุ่นและหอมกรุ่นของสาวน้อยรินรดต้นคอของรามสูรเบาๆ
“อ๊า เฮียขา นะ หนูหม่อนจะไม่ไหวแล้ว อื้อ”
เสียงหวานเอ่ยบอกรามสูรที่กำลังกระแทกความแข็งแกร่งเข้ามาบดขยี้จุดกระสันของเธอจนทำให้เรียวขาสวยของหม่อนไหมสั่นระริกจนแทบยืนไม่อยู่หากไม่มีมือใหญ่ของรามสูรตระกองกอดเอวบางของเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขายามนี้กำลังซุกซบดูดเลียยอดอกอวบของเธออยู่ด้วยความรู้สึกกระหาย
“อ๊า หนูหม่อนจ้าพร้อมกันค่ะ”
สะโพกแกร่งของรามสูรกระหน่ำรัวจนร่างเล็กของหม่อนไหมเสียวซ่านไปทั้งตัวความสุขสมที่เคยสัมผัสมาครั้งแล้วครั้งเล่าถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่นอันบ้าคลั่ง รามสูรรุกเร้าและบดขยี้หม่อนไหมจนในที่สุดร่างบอบบางของเธอก็เกร็งและกระตุกอย่างรุนแรง
“อ๊าย สะ เสร็จ เสร็จแล้ว อึก”
หม่อนไหมกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นด้วยความลืมตัวในขณะเดียวกันเธอก็ได้ยินเสียงร้องคำรามอย่างรุนแรงของรามสูรเช่นกันก่อนที่ร่างสูงจะเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงและปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้ามาในตัวเธอจนหมดทุกหยาดหยด เมื่อลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาเป็นปกติหม่อนไหมก็เอนกายพิงหน้าอกแกร่งของรามสูรอย่างไร้เรี่ยวแรงก่อนที่เขาจะจัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อยและตะหวัดแขนอุ้มเธอเข้าสู่อ้อมกอด
“ดึกแล้วได้เวลานอนของคุณแม่แล้วค่ะ”
เสียงแผ่วเบาแต่ทว่ากลับอ่อนโยนในความรู้สึกของหม่อนไหมทำให้เธอค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆก่อนที่ความอ่อนเพลียจะทำให้หม่อนไหมเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานในที่สุด
พบเจอในวันที่ต้องลาจาก
12 ปีที่แล้ว
ประเทศไทย
จังหวัดเชียงใหม่
“วันนี้หนูหม่อนมีความสุขที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะคะที่พาหนูหม่อนมาเที่ยว”
น้ำเสียงใสกังวาลของหม่อนไหมดังขึ้นใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างเสมอต้นเสมอปลายก่อนที่เด็กสาวจะกอดแขนมารดาเอาไว้อย่างมีความสุข ม่านฟ้ายกมือขึ้นมาลูบผมของลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจก่อนที่เธอจะหันไปยิ้มให้สามีที่หันมายิ้มให้เธออย่างมีความสุขเช่นกัน
“วันเกิดปีนี้แม่ขอให้หนูหม่อนเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซนและน่ารักกับทุกคนตลอดไปนะคะ”
น้ำเสียงหวานเอ่ยอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวตัวน้อยที่เงยหน้าขึ้นมายิ้มรับคำอวยพรของมารดาก่อนที่ใบหน้าเล็กจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“หนูหม่อนสัญญาค่ะ ว่าหนูหม่อนจะไม่ดื้อ ไม่ซน จะไม่ทำให้พ่อกับแม่ต้องปวดหัวแน่นอนค่ะ”
ริมฝีปากจิ้มลิ้มเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับมารดาแต่มือเล็กกลับแอบไขว้กันเอาไว้ด้านหลังไม่ให้มารดาเห็นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยรอดพ้นสายตาของบิดาอย่างอติรุจน์ไปได้เลย ใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นพ่อพลันส่ายไปมาน้อยๆกับความแสบของลูกสาวที่คุณปู่คุณย่าถึงกับส่ายหัว
“ส่วนพ่อก็ขอให้หนูหม่อนสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ และก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุขนะคะ”
“ขอบคุณนะคะพ่อ หนูหม่อนสัญญาว่าจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุขและจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวหนูหม่อนอย่างแน่นอนเชื่อใจหม่อนไหมคนนี้ได้เลย”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของลูกสาวตัวน้อยทำให้ม่านฟ้ากับอติรุจน์หัวเราะออกมาน้อยๆด้วยความเอ็นดูก่อนที่อติรุจน์จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบกล่องของขวัญเล็กๆออกมา แต่เพราะต้องใช้มืออีกข้างบังคับพวงมาลัยทำให้กล่องของขวัญที่ข้างในเป็นสร้อยล็อกเก็ตรูปของเขากับภรรยาหล่นลงบนพื้นรถทำให้อติรุจน์พยายามยื่นมือเพื่อที่จะหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาเพื่อมอบให้ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังชวนมารดาพูดคุยด้วยรอยยิ้มที่สดใส
เมื่อหยิบกล่องของขวัญที่หล่นลงบนพื้นรถได้ในที่สุดอติรุจน์ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีรถคันหนึ่งเลี้ยวกลับรถตัดหน้ารถของเขาอย่างกะทันหัน
“คุณคะระวัง!!”
“กรี๊ด แม่ขา”
ม่านฟ้าร้องขึ้นสุดเสียงด้วยความตกใจสองมือกอดหม่อนไหมที่ตกใจจนตัวสั่นเอาไว้แน่นวินาทีนั้นอติรุจน์ตัดสินใจทิ้งกล่องของขวัญในมือและบังคับพวงมาลัยหักหลบด้วยความรวดเร็วทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำไปหลายตลบท่ามกลางเสียงกรีดร้องของม่านฟ้าก่อนที่เสียงร้องจะเงียบหายไปพร้อมกับจังหวะหัวใจที่ค่อยๆเต้นช้าลงของม่านฟ้ากับอติรุจน์ในใจของสองสามีภรรยาได้แต่ภาวนาให้มีรถขับผ่านมาเพื่อช่วยชีวิตแก้วตาดวงใจของพวกเขาให้รอดชีวิต
“ฮึก ฮือ ใครก็ได้ผ่านมาที อึก ขอร้อง ฮือ ผ่านมาช่วยหนูหม่อนที”
ม่านฟ้าพึมพำเสียงแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อร่างกายทุกส่วนขยับเขยื้อนไม่ได้ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูก่อนหน้านี้กระอักเลือดออกมาจนเสื้อสีขาวสะอาดตากลายเป็นสีแดงฉาน ความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจเมื่อต้องมองดูใบหน้าของลูกสาวที่หมดสติซุกอยู่บนอกของเธอ
“คะ ใครก็ได้ ฮือ ได้โปรด ช่วยหนูหม่อนด้วย ฮือ”
อติรุจน์น้ำตาไหลออกมาด้วยความสิ้นหวังใบหน้าที่เต็มไปด้วยเศษกระจกค่อยๆหันไปมองข้างกายของตนที่มีภรรยานอนร้องไห้ด้วยความสงสารลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอด ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่รอดแต่ได้โปรดให้ลูกสาวของเขามีชีวิตรอดเขาขอเพียงแค่นี้เท่านั้น
“อ๊ะ พี่หมอคะ ข้างหน้าดูเหมือนจะเกิดอุบัติเหตุนะคะ”
แก้มใสที่กำลังนั่งกินขนมห่อใหญ่อยู่บนรถร้องบอกสามีด้วยความตกใจเมื่อทางข้างหน้ามีรถประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำซึ่งวายุเองก็เห็นมาแต่ไกลเช่นกัน เขารีบขับรถเข้าไปจอดข้างทางพร้อมกับหันไปด้านหลังเพื่อหยิบชุดปฐมพยาบาลที่เขามักจะมีติดรถเอาไว้เสมอ
“นี่ครับพ่อ”
รามสูรที่นั่งอยู่ด้านหลังเมื่อได้ยินว่าข้างหน้ามีรถประสบอุบัติเหตุเขาก็รีบคว้ากล่องชุดปฐมพยาบาลยื่นให้บิดาทันทีก่อนที่วายุจะรับมาและรีบเปิดประตูรถวิ่งไปดูคนเจ็บโดยที่มีแก้มใสกับรามสูรลงจากรถวิ่งตามไปติดๆ
“โอ๋ แม่เจ้า”
แก้มใสยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจเมื่อภาพตรงหน้านั้นทำให้เธอรู้สึกตกใจและสะเทือนใจไปพร้อมๆกันดวงตากลมโตที่มักจะมองสามีด้วยความหวานซึ้งสบเข้ากับแววตาที่ขอร้องอ้อนวอนของม่านฟ้า ทำให้สองเท้าที่หยุดชะงักด้วยความตกใจรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวในอ้อมกอดของม่านฟ้าทันที
“ชะ ช่วย หนูหม่อนด้วยค่ะ อึก”
มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดยื่นไปจับมือของแก้มใสเอาไว้แน่นดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตามองแก้มใสอย่างขอร้องอ้อนวอนก่อนที่แก้มใสจะพยักหน้ารับและรีบดึงหม่อนไหมออกมาจากอ้อมกอดของม่านฟ้าทันที ก่อนที่เธอจะส่งหม่อนไหมให้รามสูรที่รับเด็กสาวเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความรู้สึกห่วงใยเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยสลบไสลไม่ได้สติ
“พี่หมอทางนั้นเป็นยังไงบ้างคะ”
แก้มใสตะโกนถามสามีที่กำลังตรวจดูอาการของอติรุจน์อยู่อีกด้านหนึ่งมือของเธอก็บีบมือของม่านฟ้าเอาไว้ราวกับต้องการบอกให้เธออดทนอีกนิดเพราะตอนนี้แก้มใสโทรไปแจ้งทางโรงพยาบาล N ให้ส่งรถฉุกเฉินมารับผู้ป่วยให้ด่วนที่สุด
“สัญญาณชีพไม่ค่อยดีเลย ไม่ได้การแล้วหัวใจหยุดเต้น”
วายุที่ตอนแรกตอบคำถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างกังวลตะโกนขึ้นสุดเสียงเมื่อหัวใจของอติรุจน์หยุดเต้นก่อนที่เขาจะทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลืออติรุจน์ทันที ทุกนาทีที่ผ่านไปช่างบีบหัวใจของแก้มใสเหลือเกินเธอมองสามีที่กำลังพยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างมีความหวัง
ในขณะที่ม่านฟ้าหันไปมองสามีด้วยดวงตาที่แดงก่ำพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มขาดห้วงมือของเธอพยายามจะยื่นไปจับมือของสามีแต่สุดท้ายแล้วลมหายใจที่แผ่วเบาก็ค่อยๆหมดลงในที่สุด พร้อมกับมือบอบบางที่เคยถูกสามีเกาะกุมด้วยความทะนุถนอมค่อยๆตกลงข้างมือของอติรุจน์เป็นจังหวะเดียวกับที่วายุยอมถอดใจหยุดมือที่กำลังปั๊มหายใจเมื่อผู้ประสบอุบัติเหตุไม่มีชีพจรแล้ว
“คะ คุณคะ คุณ”
วินาทีที่มือของม่านฟ้าร่วงลงข้างๆมือของอติรุจน์น้ำตาของแก้มใสก็ไหลอาบแก้มทันทีก่อนที่เธอจะรีบยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสตรงจุดชีพจรของม่านฟ้าแต่แล้วแก้มใสก็ต้องรีบชักมือกลับคืนด้วยความตกใจเมื่อสัญญาณชีพของม่านฟ้าหายไปแล้ว
“พะ พี่หมอ เขา เขา ฮึก ไม่มีชีพจรแล้ว”
แก้มใสเงยหน้าที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตามองหน้าวายุที่ส่ายไปมาช้าๆอย่างหมดหวังก่อนที่เธอจะหลับตาลงและปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงบนมือของเธอที่ยังคงถูกม่านฟ้าเกาะกุมเอาไว้แน่นราวกับต้องการฝากฝังให้เธอช่วยลูกสาวที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวให้ปลอดภัย
“กว่ารถฉุกเฉินจะมาถึงคงอีกประมาณยี่สิบนาทีเราต้องรีบพาเด็กคนนั้นส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”
วายุบอกแก้มใสที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่เธอจะค่อยๆแกะมือของม่านฟ้าออกและลุกขึ้นวิ่งกลับไปที่รถทันทีเพื่อพาเด็กสาวผู้รอดชีวิตไปส่งที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าร่างกายของเด็กน้อยจะไม่มีบาดแผลแต่ก็ไม่แน่ว่าแรงกระแทกอาจจะทำให้อวัยวะภายในของเธอได้รับความกระทบกระเทือนจนอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
โรงพยาบาล N
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลวายุก็ส่งเด็กสาวให้แพทย์เวรประจำห้องฉุกเฉินรับหน้าที่ดูแลรักษาต่อทันทีก่อนที่สามคนพ่อแม่ลูกจะพากันเดินทางเข้าที่พักที่อยู่ภายในบริเวณของโรงพยาบาลด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“พ่อครับน้องเขาจะเป็นอะไรมากไหมครับ”
คำถามของรามสูรทำให้วายุที่กำลังพับแขนเสื้อถึงกับชะงักไปก่อนที่เขาจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆลูกชายที่กอดเด็กสาวผู้ประสบอุบัติเหตุเอาไว้ไม่ห่างจนกระทั่งถึงโรงพยาบาล ใบหน้าของเด็กชายวัยสิบสองขวบเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะปกติแล้วลูกชายคนโตของเขาเย็นชาเสียยิ่งกว่าอะไรแต่วันนี้กลับแปลกออกไป
“ไม่น่าจะเป็นอะไรมากเพราะตามตัวไม่มีบาดแผล ตอนที่เราพบน้องแม่ของเขาก็กอดเอาไว้แน่นน่าจะใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังไม่ให้ลูกสาวถูกแรงกระแทกน้องก็เลยไม่มีบาดแผล”
คำตอบของบิดาทำให้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของรามสูรค่อยๆผ่อนคลายลงก่อนที่ภาพใบหน้าของเด็กสาวที่ซบอกเขาตลอดทางที่มาโรงพยาบาลจะผุดขึ้นมาในหัว ทั้งๆที่สลบไม่ได้สติแต่บนแก้มเนียนของเธอก็ยังคงมีคราบน้ำตาที่บ่งบอกให้รู้ว่าตอนที่ประสบอุบัติเหตุเด็กสาวหวาดกลัวมากแค่ไหน
“พี่รามเป็นห่วงน้องเหรอคะ”
แก้มใสที่เดินกลับมาจากในครัวเอ่ยถามลูกชายสุดที่รักพร้อมทั้งวางแก้วน้ำส้มคั้นลงตรงหน้าของสองพ่อลูกที่ยกขึ้นมาดื่มพร้อมกันด้วยความกระหาย ก่อนที่รามสูรจะวางแก้วลงบนโต๊ะรับแขกและเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของมารดาที่กำลังมองมาที่เขาอย่างรอคอยคำตอบ
“ครับแม่ พี่รามเป็นห่วงน้องๆจะเสียใจมากแค่ไหนกันนะถ้าตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จากน้องไปแล้ว”
“ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีไหมคะ ถ้าน้องฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่แม่จะให้คุณหมอที่โรงพยาบาลรีบส่งข่าวมาบอกทันทีพี่รามจะได้ไปเยี่ยมน้อง”
แก้มใสที่รู้สึกเป็นห่วงเด็กสาวไม่แพ้กันบอกลูกชายด้วยรอยยิ้มก่อนที่รามสูรจะพยักหน้ารับด้วยความดีใจถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจผู้คนรอบข้างมากเท่าไหร่ แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เขาได้พบเจอมาในวันนี้ทำให้เขารู้สึกสงสารและเห็นใจเด็กสาวไม่น้อย
เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาเธอจะรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจมากแค่ไหนกันนะที่วันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่เคียงข้างเธออีกต่อไปแล้ว