ตอน 1

เมียตัวน้อยที่แสนซน

Red-Eye PUB

เสียงจังหวะดนตรีสไตล์ EDM ที่ดังขึ้นไปทั่วทั้งผับชื่อดังทำให้ร่างบางของหม่อนไหมอดไม่ได้ที่จะโยกตัวไปตามจังหวะเพลงเบาๆในขณะที่เพื่อนๆในกลุ่มต่างพากันพูดคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับยกแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

“ไอ้หม่อนมึงแน่ใจนะว่าวันนี้เฮียรามเขาอยู่เคลียร์งานจนถึงเช้าอะ”

เตยหอมที่นั่งข้างๆหม่อนไหมเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงเพราะถ้าหากว่ารามสูรเกิดกลับมาที่คอนโดก่อนเวลาที่หม่อนไหมเล่าให้เธอฟังบอกได้คำเดียวเลยว่าเพื่อนของเธอซวยแน่

“แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีก เฮียเป็นคนโทรมาบอกกูเองว่าให้เข้านอนได้เลยไม่ต้องรอเพราะวันนี้เฮียติดงานอาจจะไม่ได้กลับ”

หม่อนไหมบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนๆที่เธอกับเตยหอมกำลังพูดถึงอยู่ รามสูรยกบรั่นดีขึ้นดื่มอย่างใจเย็นแต่ดวงตาสีดำสนิทกลับลุกวาวอย่างน่ากลัวเมื่อเมียตัวน้อยที่เขาสั่งห้ามไม่ให้เธอออกมาเที่ยวผับอีกเป็นอันขาดกำลังขัดคำสั่งของเขาด้วยการนั่งหัวเราะกับเพื่อนด้วยความสนุกสนาน

   วันนี้ที่บริษัทของเขาเกิดปัญหาเมื่อรถรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีกำหนดจะเปิดตัวเร็วๆนี้เกิดปัญหาทางด้านขนส่งรวมไปถึงเอกสารที่ผิดพลาดทำให้เขาต้องรีบเข้าบริษัทไปตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองเมื่อ เขาจึงโทรบอกหม่อนไหมว่าเขาอาจจะกลับถึงคอนโดในช่วงเช้าแต่หลังจากที่เขารื้อเอกสารออกมาดูจนครบทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงปัญหาทุกอย่างก็ถูกแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

ในขณะที่เขาเตรียมตัวจะกลับคอนโดเพื่อไปอ้อนเมียเดลกับลุกซ์ลูกน้องคนสนิทของเขาก็โทรเข้ามาบอกว่าเมียตัวน้อยที่แสนซนแอบนัดให้เพื่อนมารับไปเที่ยวที่ผับประจำของพวกเธอ วินาทีที่ได้ยินประโยคนี้จากปากของลูกน้องกรามของเขาพลันขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนนัยน์ตาสีดำสนิทเหมือนมีประกายไฟลุกโชนก่อนที่รามสูรจะรีบออกมาจากบริษัทและตรงมาที่ผับแห่งนี้ทันที 

“แล้วถ้าเฮียรามเกิดกลับมาก่อนเวลาที่บอกมึงล่ะ”

เตยหอมยังไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆเธอยังคงคิดต่อไปว่าถ้าหากรามสูรเสร็จงานก่อนกำหนดและกลับมาที่คอนโดแล้วไม่เจอเพื่อนของเธอล่ะจะเกิดอะไรขึ้น พลันดวงหน้างามที่โดดเด่นไม่แพ้เพื่อนสาวก็ส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสลวยกระจายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณด้วยความรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

เตยหอมจำได้อย่างแม่นยำว่าหม่อนไหมเคยเล่าให้ฟังว่าถ้าหากเธอดื้อกับรามสูรขึ้นมาเมื่อไหร่เขาไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอเลยสักครั้ง แต่เขากลับลากเพื่อนของเธอขึ้นเตียงและลงโทษด้วยการกระแทกด้วยจูบลูบด้วยมือใหญ่และจบลงด้วยท่วงท่าที่แสนเร่าร้อน ซึ่งหม่อนไหมยอมรับกับเตยหอมอย่างตรงไปตรงมาตามนิสัยแมนๆของเธอว่ามันโคตรจะฟินจนแทบไม่อยากจะหลับตาลงเลยล่ะ

คิดมาถึงตรงนี้สาวน้อยที่อายุอานามเพียง 19 ปีและยังไม่เคยมีประสบการณ์รักๆใคร่ๆมาก่อนก็พลันหน้าแดงด้วยความรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

“กลับก็กลับมาสิไม่เห็นจะเป็นไรเลยกูก็แค่หนีมาเที่ยวไม่ได้ดื่มเหล้าหรือออกไปเต้นยั่วเยตัวผู้ที่ไหนสักหน่อย ถ้าเฮียจะลงโทษกูเรื่องที่กูแอบหนีเที่ยวก็คงจะดูไร้เหตุผลเกินไปแล้ว”

“ไอ้หม่อนมึงลืมไปหรือเปล่าว่ามึงกำลังทะ ท้อง”

หมับ

มือบางของหม่อนไหมยกขึ้นปิดปากเพื่อนแทบไม่ทันเมื่อความลับที่เธอพยายามปกปิดเอาไว้กำลังจะหลุดออกมาจากปากของเพื่อนสนิทอย่างเตยหอมที่เผลอหลุดปากพูดออกมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ท่าทีของสองสาวเพื่อนสนิททำให้ธีร์ คินน์ นายน์และเจย์ ที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานต่างหันมามองอย่างให้ความสนใจ

“พวกมึงสองคนเป็นเหี้ยไรกัน”

ธีร์เอ่ยถามสองสาวเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยก่อนที่หม่อนไหมจะรีบเอามือที่ปิดปากเตยหอมออกทันทีใบหน้าเนียนสวยยามที่ต้องแสงไฟพลันแสร้งยิ้มให้กลุ่มเพื่อนรักราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เปล่าสักหน่อยกูแค่แกล้งไอ้เตยเล่นแค่นั้นเอง”

หม่อนไหมตอบเพื่อนด้วยท่าทีลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติก่อนที่เธอจะหันไปมองเตยหอมที่พูดโดยที่ไม่ออกเสียงแต่หม่อนไหมกลับจับใจความคำพูดได้ว่า

“แกล้งพ่องมึงสิ”

“พ่อกูตายไปนานแล้วจ้ะ”

คำโต้กลับที่ไร้เสียงของหม่อนไหมทำให้เตยหอมได้แต่เบะปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่สาวสวยจะยกแก้วเหล้าที่อยู่ตรงหน้าขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว

“เห้ย เบาได้เบาเว้ยเตยเดี๋ยวก็เมาแอ๋หรอกจำไม่ได้ไงเวลาเมามึงเรื้อนแค่ไหน”

น้ำเสียงหยอกเย้าหลุดออกมาจากริมฝีปากสีไวน์ของชายหนุ่มที่มีใบหน้าคมคายนามว่าคินน์ทำให้เตยหอมได้แต่เบะปากทำหน้าไร้เดียงสาอย่างไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เพื่อนเอ่ยแซว

“ว่าแต่วันนี้มึงทำตัวแปลกๆนะไอ้หม่อนมาเที่ยวผับทั้งทีใครเขานั่งแดกน้ำส้มกัน”

คนที่ดื่มหนักมากกว่าเพื่อนแต่ใบหน้ากลับไม่เปลี่ยนสีแถมยังพูดจาหยอกเย้าเพื่อนได้อย่างไม่สะทกสะท้านอย่างเจย์เอ่ยถามหม่อนไหมพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความขบขัน เมื่อเพื่อนเอาแต่ดื่มน้ำส้มคั้นซึ่งขัดกับบุคลิกที่ห้าวๆแมนๆของหม่อนไหมเป็นอย่างมาก

“เปลี่ยนบรรยากาศไงดื่มเหล้ามากไปก็ไม่ดีเดี๋ยวโรคตับแข็งจะถามหากูก็เลยเปลี่ยนมาดื่มน้ำส้มคั้นบ้างวิตามินซีจะได้เข้าไปแทนที่แอลกอฮอล์ลิซึม”

ในยามที่ตอบกลับเพื่อนสีหน้าของเธอแฝงด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิดในขณะที่เจย์รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกที่อยู่ๆสาวห้าวของกลุ่มอย่างหม่อนไหมก็หันมาดื่มน้ำส้มคั้นเพราะว่ารักสุขภาพ

“อืม ก็ถูกของไอ้หม่อนมันนะที่ผ่านมากูนึกว่ามันจะแดกแต่เหล้าแทนข้าวซะอีก”

นายน์พูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำแก้ตัวข้างๆคูๆของหม่อนไหมที่คิดหาเหตุผลด้วยความรวดเร็วเพื่อเอาตัวรอดจากความสงสัยของเพื่อนที่พากันจ้องหน้าเธออย่างกำลังจับผิด

“อูย ปวดฉี่ๆพวกมึงเดี๋ยวกูมานะ”

     ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พูดอะไรต่อหม่อนไหมก็แกล้งปวดฉี่ขึ้นมาก่อนที่มือเรียวบางจะจับแขนของเตยหอมพร้อมกับฉุดกระชากเพื่อนให้ลุกขึ้นจากโซฟาตามเธอออกมาทันที ก่อนที่เธอจะโดนธีร์ซักฟอกจนขาวสะอาดเพื่อจับผิดเธอที่กำลังทำตัวน่าสงสัยเพราะปกติแล้วน้ำส้มคั้นคือเครื่องดื่มที่เธอไม่ชอบเอาซะเลยหลายครั้งเวลาที่ไปกินข้าวด้วยกันเธอมักจะสั่งน้ำแตงโมปั่นไม่ก็น้ำมะพร้าวปั่นมากกว่าที่จะมานั่งดื่มน้ำนางเอกอย่างน้ำส้มคั้น

“แล้วมึงจะลากกูออกมาด้วยทำไมเนี่ย”

เมื่อเดินออกมาไกลพอสมควรเตยหอมก็หันมาถามเพื่อนด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วเวลาที่หม่อนไหมอยากจะเข้าห้องน้ำเธอก็มักจะมาคนเดียวเสมอ แต่วันนี้หม่อนไหมกลับลากเธอมาด้วยจนกระทั่งตอนนี้ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณทางเดินซึ่งไกลจากโต๊ะที่พวกเพื่อนๆนั่งอยู่พอสมควร

“แล้วกูจะทิ้งมึงไว้ให้ไอ้ธีร์มันซักจนมึงเผลอหลุดปากพูดออกไปหรือไง”

คำพูดของหม่อนไหมทำให้เตยหอมได้แต่ส่งยิ้มแหยๆมาให้เพื่อนเพราะในกลุ่มของพวกเธอนั้นธีร์คือคนที่จับสังเกตุเพื่อนในกลุ่มเก่งที่สุดและมักจะต้อนเพื่อนด้วยคำพูดจนทำให้จนมุมและเผลอสารภาพออกมาจนหมดเปลือก แต่ก็แปลกที่มีเพียงหม่อนไหมเท่านั้นที่ไม่เคยตกหลุมพลางของธีร์เลยผิดกับเธอที่แค่อ้าปากลิ้นไก่ก็โผล่ให้ธีร์จับผิดได้อย่างง่ายดาย

“แล้วหนีผัวมาเที่ยวแบบนี้สนุกมากไหม”

“มึงก็ถามแปลกๆนะเตยถ้าไม่สนุกกูคงกลับไปนานแล้ว”

คำพูดของหม่อนไหมทำให้เตยหอมได้แต่กระพริบตาปริบๆด้วยความงุนงงก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของรามสูรที่ยืนอยู่ข้างหลังหม่อนไหม อยู่ๆเตยหอมก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่พุ่งเข้ามาสู่ตัวเธอนัยน์ตาดุดันที่มองมาทำให้เตยหอมเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก

ในขณะที่หม่อนไหมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเพื่อนของเธอไม่ได้ขยับปากเลยสักนิดแล้วคำถามนั้นที่เธอโพล่งตอบออกไปเป็นคำถามจากใครกันคิดมาถึงตรงนี้ความรู้สึกหวาดกลัวก็ทำให้แผ่นหลังของเธอมีเหงื่อซึมออกมาบางๆ ก่อนที่หม่อนไหมจะค่อยๆหันหน้าไปมองยังด้านหลังของเธอตามสายตาของเตยหอมที่กำลังจ้องมองผู้มาใหม่ตาไม่กระพริบ

“ฮะ เฮียราม”

เสียงที่เปล่งออกไปราวกับเสียงกระซิบหัวใจดวงน้อยพลันเต้นอย่างหวาดหวั่นเมื่อเธอกำลังเผชิญหน้ากับโทสะอันน่าตกใจของเขานัยน์ตาสีดำสนิทสงบนิ่งเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธกำลังจ้องมองมาที่เธอเขม็ง

“อ้อ ยังดีนะที่จำชื่อผัวได้ด้วยนึกว่าจะลืมไปแล้วซะอีก เพราะขนาดผัวคนนี้ย้ำหนักย้ำหนาว่าห้ามหนีออกมาเที่ยวแต่เมียคนดีของผัวก็ยังจะลืม”

ชายหนุ่มหรี่ตาพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าสายลมในคืนเดือนแรมท่าทางเย็นเยือกดูแข็งกระด้างดวงตาสีดำสนิทที่มองเธอเป็นประกายวาวโรจน์อย่างน่ากลัว

“คะ คือ คือว่า”

“หนูหม่อนอยากเปลี่ยนสถานที่ก็ไม่บอกจะว่าไปข้างนอกนี่ก็น่าตื่นเต้นดีนะ”

คำพูดของรามสูรทำให้เตยหอมอ้าปากค้างจนกรามแทบค้างในขณะที่หม่อนไหมค่อยๆถอยหลังเพื่อเตรียมจะเผ่นหนีไปจากตรงนี้แต่ช้ากว่ารามสูรที่รู้ทันทุกเสี้ยวความคิดของเธอ มือใหญ่ยื่นออกมากระชากร่างบอบบางหอมกรุ่นของหม่อนไหมเข้ามาแนบชิดก่อนที่เขาจะก้มลงจูบปิดปากที่เตรียมจะร้องกรี๊ดของหม่อนไหมเอาไว้ทันที

ปลายลิ้นเร่าร้อนสอดผ่านริมฝีปากเธอเข้าไปพันเกี่ยวลิ้นเล็กของเธออย่างไม่เกรงใจมือหนาพลันเคล้นคลึงสะโพกเธอเบาๆอุณหภูมิร้อนผ่าวของเขาแทบจะทำให้คนที่หลงใหลไปกับสัมผัสที่คุ้นเคยนั้นแทบหลอมละลาย เตยหอมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดใบหน้าเนียนสวยของสาวน้อยที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ความรักขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเรียวขาที่เคยวิ่งหนีคู่อริด้วยความรวดเร็วพลันขยับไม่ไปก้าวไม่ออกอย่างไม่รู้สาเหตุ

จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

ริมฝีปากร้อนผ่าวของรามสูรยังคงเชยชิมรสชาติหวานหอมกรุ่นของหม่อนไหมอย่างพึงพอใจเนิ่นนานที่เขายึดครองปากเล็กเอาไว้คล้ายเป็นทั้งการลงโทษและตักตวง ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะช้อนร่างแบบบางขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้ดีขึ้นมาทันทีไฟโทสะที่สุมมาพักใหญ่พลันสลายหายไปกว่าครึ่งเพียงแค่ได้สัมผัสกลีบปากที่หอมนุ่มละมุนของหม่อนไหม

“เฮียขออนุญาตพาเมียไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

รามสูรเงยหน้าขึ้นมาบอกสาวน้อยที่แก้มยังคงขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนที่เขาจะอุ้มหม่อนไหมเดินจากไป ลับหลังหนุ่มสาวทั้งคู่แข้งขาของเตยหอมพลันอ่อนแรงทรุดฮวบนั่งลงบนพื้นทางเดินก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาจับที่ตำแหน่งของหัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้น ตกใจระคนหวาดกลัวปะปนกันไปหมดจนแยกไม่ออกว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่

ตอน 2

สัมผัสที่เร่าร้อนในคืนที่วาบหวาม NC18++

ปัง!!

เสียงประตูที่ปิดลงทำให้หม่อนไหมเบิกตากว้างโดยพลันก่อนจะตั้งสติได้อย่างรวดเร็วเธอรู้สึกตื่นเต้นจนไหล่เกร็งริมฝีปากสีพีชเม้มแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สายตาวาววับของรามสูรตรึงอยู่ที่นัยน์ตาคู่งามที่ตื่นกลัวและใสซื่อของหม่อนไหมส่วนมือทั้งสองก็โอบเอวบางของเธออย่างซุกซน

“อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาลองในห้องน้ำแคบๆแบบนี้ก็ไม่บอกเฮียจะได้พาหนูหม่อนมาที่นี่ด้วยตัวเอง หนูจะได้ไม่ต้องแอบหนีเฮียมาแบบนี้”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังติดริมหูผสมผสานกับเสียงหอบหายใจของเขาทำให้ใบหน้างดงามของหม่อนไหมแดงจัดหัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอายก่อนที่เธอจะแสร้งพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่

“คะ ใครเขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศกันเล่าหม่อนก็แค่ออกมานั่งเล่นกับเพื่อนแค่นั้นเอง อีกอย่างหม่อนไม่ได้ดื่มเหล้าสักหน่อยเพราะหม่อนรู้ตัวดีว่าหม่อนไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”

ยามพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอกับเขาต้องมาพัวพันกันจนค่อยๆก่อเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างพวงแก้มเนียนที่แดงอยู่แล้วก็พลันแดงวาบขึ้นมาทันตาเห็น ซึ่งอันที่จริงแล้วหม่อนไหมไม่ใช่สาวน้อยเรียบร้อยที่ขี้อายอะไรนักแต่พออยู่ต่อหน้าเขาแล้วสติของเธอกลับเตลิดเปิดเปิงทุกครั้งอยู่ร่ำไป

“ก็เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วเฮียถึงได้เป็นห่วง ห่วงทั้งแม่แล้วก็ลูกของเราถ้าเกิดว่าหม่อนมาเที่ยวแล้วพลาดไปเจอกับพวกคู่อริที่มันไม่ชอบขี้หน้าของหม่อนจนทำให้มีเรื่องแล้วหม่อนกับลูกเป็นอะไรไปเฮียจะอยู่ยังไง”

น้ำเสียงของเขาแหบห้าวทุ้มต่ำอ่อนโยนดุจธารน้ำไหลระรินผ่านห้องหัวใจชวนให้อารมณ์ของหม่อนไหมพลุ่งพล่านจวนเจียนจะพังทลายเมื่อลึกลงไปในกายของเธอสั่นสะท้านประหนึ่งกำลังรู้สึกกระหายอยากอะไรบางอย่าง หม่อนไหมแสร้งหลุบตาลงหลบเขาเพราะมองตาเขาแล้วเธอก็อดที่จะคิดถึงสายตาที่ร้อนแรงดุจไฟของเขาเมื่อวานไม่ได้เพราะตอนนี้สายตาของเขาที่กำลังมองเธออยู่นั้นเป็นสายตาแบบเดียวกับเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน

“หม่อนขอโทษค่ะที่ลืมคิดถึงข้อนี้ไป หม่อนมัวแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเองโดยที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเฮียเลย”

นานเกือบนาทีที่หม่อนไหมค่อยๆเอ่ยคำขอโทษรามสูรออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจเมื่อเธอเอาแต่คิดถึงความรู้สึกของตัวเองที่ไม่ได้ออกมาเที่ยวเป็นเวลานาน โดยที่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของรามสูรเลยว่าเขาเป็นห่วงเธอกับลูกมากแค่ไหนถึงแม้ว่าเด็กในท้องจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเธอและเขาแต่หม่อนไหมก็ไม่อยากให้ลูกของเธอต้องเป็นอะไรไปเพียงเพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง

“หึ แค่คำขอโทษคงยังไม่พอเมียเฮียดื้อขนาดนี้ต้องถูกทำโทษหนักๆหม่อนจะได้จำให้ขึ้นใจว่าถ้าคราวหน้าหม่อนแอบหนีมาเที่ยวอีกเฮียจะได้สั่งปิดผับและพาหม่อนทัวร์ทุกซอกทุกมุมของผับให้หนำใจไปเลย”

เมื่อประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของรามสูรในใจของหม่อนไหมพลันมีความคิดแผลงๆขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่จากประสบการณ์ที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับเขามาเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ทำให้หม่อนไหมรู้ว่าคนอย่างรามสูรพูดจริงทำจริงไม่เคยมีคำล้อเล่นแม้แต่คำเดียวสมกับที่เป็นหัวหน้าแก๊งของพวกไอ้วัตรคู่อริต่างมหา’ลัยของเธอ

แต่เขาจะกล้าสั่งปิดผับจริงๆเหรอในเมื่อเขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลยเพราะเท่าที่เธอรู้จักเขาดูเหมือนว่าเขาจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว และตอนนี้ก็เปิดร้านจำหน่ายอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์จำพวกฮาร์ลีย์และบิ๊กไบค์ซึ่งเธอยังไม่เคยเห็น เธอรู้แค่เพียงว่าเขาจ้างพวกไอ้วัตรคู่อริของเธอให้ดูแลร้านให้แต่ถ้าวันไหนที่ร้านมีปัญหาเขาก็จะเข้าไปดูร้านด้วยตัวเองอย่างเช่นวันนี้ที่เขาบอกว่าที่ร้านมีปัญหาเขาจะเข้าไปเคลียร์และกลับเช้าเลยเธอไม่ต้องรอเขา

หึ ก็แค่ขู่ให้เธอกลัวสินะคนอย่างหม่อนไหมไม่กลัวเขาจะพาเธอทัวร์ร้านจริงๆหรอก

เมื่อคิดไปเองคนเดียวอย่างสบายใจใบหน้าสวยก็พลันเผยรอยยิ้มที่ผุดแววดื้อดึงอยู่หลายส่วนทำให้มุมปากของคนที่รู้ทันความคิดของเธอกระตุกเล็กน้อย เมื่อแม่สาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขากำลังมีความคิดที่จะกระตุกหนวดเสือคนอย่างเขา หึ รอให้ถึงวันที่เธอกล้าลองดีกับเขาก่อนเถอะวันนั้นเขาจะพาเธอทัวร์ทุกซอกทุกมุมในร้านตามที่ได้ลั่นวาจาออกไปอย่างแน่นอน

“ไม่ทำโทษไม่ได้เหรอคะเมื่อคืนก็ เอ่อ ทั้งคืนแล้ว”

“เมื่อคืนก็ส่วนเรื่องของเมื่อคืน คืนนี้ก็ส่วนเรื่องของคืนนี้”

รามสูรโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธออย่างสุขใจก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นอุ่นๆเลียใบหูแดงก่ำของเธอทำเอาหม่อนไหมถึงกับขนลุกซู่อย่างห้ามไม่อยู่กว่าจะรู้ตัวริมฝีปากของเขาก็เลื่อนมาประกบปากเธออย่างรวดเร็วก่อนที่รามสูรจะกลืนกินเธออย่างบ้าคลั่ง

ปลายลิ้นของรามสูรหยอกเย้าความนุ่มละมุนของหม่อนไหมอย่างร้อนแรงในขณะที่มือของหม่อนไหมพลันยกขึ้นลูบอกแกร่งของรามสูรอย่างไร้เดียงสากลายเป็นการเติมเชื้อไฟที่ร้อนแรงที่สุด  ริมฝีปากของหม่อนไหมถูกรามสูรครอบครองอีกครั้งและอีกครั้งไม่สิ้นสุดในขณะที่หม่อนไหมสัมผัสได้รางๆว่ามือใหญ่ที่แสนซุกซนของเขาเลื่อนลงไปถึงเรียวขาเปลือยเปล่าของเธอจากนั้นก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่อุ่นจัด

“อืม หนูหม่อนจ๋าตัวหอมเหลือเกินคนดี”

ยามนี้สมองของรามสูรพลันขาวโพลนเขารู้สึกเพียงกลิ่นหอมที่มอมเมาตนในอ้อมกอดยิ่งสัมผัสอ่อนโยนที่กำลังลูบไล้ไปทั่วอย่างสะเปะสะปะดุจดังคำเชื้อเชิญที่แสนอันตราย  หน้าอกอวบอิ่มที่บดเบียดเข้าหาหน้าอกแกร่งของเขาอย่างลืมตัวแม้จะมีเสื้อผ้ากางกั้นแต่รามสูรก็ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มละไมอวบอิ่มสมบูรณ์ของร่างกายที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆจูบขบเม้มซอกคอหอมกรุ่นอย่างแผ่วเบาพร้อมกับละเลียดผิวขาวเนียนของหม่อนไหมอย่างอ่อนโยนริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงแอ่งชีพจรอันบอบบางและประทับลงบนยอดอกนุ่มนิ่ม

“อ๊า เฮียราม อึก”

เสียงครางอย่างเย้ายวนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มของหม่อนไหมยิ่งปลุกเร้าความปรารถนาของรามสูรให้กระสันใคร่ในอารมณ์มากยิ่งขึ้น สัมผัสที่ร้อนผ่าวของรามสูรทำให้หม่อนไหมตัวอ่อนปวกเปียกราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิซบอกเขาแต่รามสูรกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

มือใหญ่ยกสะโพกกลมกลึงของหม่อนไหมดึงเข้ามาหาแท่งเหล็กร้อนที่ผะผ่าวแข็งคัดจนเจ็บของตัวเองทำเอาคนที่กำลังหลงมัวเมากับรสสัมผัสที่แสนหวานถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ถึงแม้ว่าเธอกับรามสูรจะผ่านการมีเซ็กซ์มาหลายครั้งนับไม่ถ้วนแต่หม่อนไหมก็ยังไม่คุ้นชินสักครั้งกับขนาดที่ใหญ่โตของเขา

ริมฝีปากสีไวน์ดูดดุนยอดทรวงอกนุ่มของหม่อนไหมไม่ยอมปล่อยก่อนจะขบเม้มอย่างช้าๆให้เธอรู้สึกทรมานส่วนมือใหญ่คู่นั้นก็ลูบไล้ไปทั่วร่างเปลือยเปล่า ทุกอณูที่สัมผัสจุดไฟปรารถนาของหม่อนไหมให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหม่อนไหมยอมรับกับตัวเองอย่างแมนๆเลยว่ารามสูรคือผู้ชายที่มีเสน่ห์มากไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่เธอกำลังจ้องมองเขาอย่างลุ่มหลงด้วยอารมณ์ปรารถนาหรือจะเป็นลีลารักที่เร่าร้อนจนทำให้เธอคล้อยตามอย่างง่ายดาย

“อ๊า เฮีย ตะ ตรงนั้นมัน อึก”

ในขณะที่กำลังมึนงงจนไม่มีปัญญาจะขบคิดสิ่งใดใบหน้าของรามสูรก็เลื่อนลงมาจนถึงเนินเนื้ออวบนูนเกลี้ยงเกลาพร้อมกับขมเม้มเบาๆอย่างต้องการหยอกล้อ ทำให้หม่อนไหมรู้สึกเบาโหวงสั่นระริกไปทั้งกายแม้แต่ลมหายใจก็ดูเหมือนจะขาดห้วงเมื่อจุดอันตรายถูกรุกล้ำด้วยปลายลิ้นร้อนที่ตอนนี้กำลังไล้เลียกลีบดอกกุหลาบของเธออย่างแผ่วเบา

มือใหญ่ยกสะโพกของหม่อนไหมขึ้นและขยับลิ้นเข้าไปในร่องรักสีหวานให้ลึกมากกว่าเดิมการเสียดสีอย่างแผ่วเบาจุดความรู้สึกวาบวิวและจุดไอร้อนขึ้นมาจนหม่อนไหมอดทนไม่ไหวอีกต่อไปเธอได้แต่ยกมือขึ้นขย้ำผมนุ่มของรามสูรและแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนผ่าวด้วยความลืมตัว

“อึก เฮียรามขา หนูหม่อน สะ เสียว อื้อ”

เสียงหวานครางไม่หยุดด้วยความรู้สึกเสียวสะท้านไปทั้งร่างเธอรู้สึกเขินอายทุกครั้งยามที่รามสูรสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของเธอแต่เธอกลับไม่เคยบอกให้เขาหยุด เพราะมากกว่าความเขินคือความร้อนแรงที่โถมซัดเข้ามาหาเธอประหนึ่งขุนเขาถล่มท้องทะเลพังทลาย เมื่อครั้นประสาทสัมผัสทั้งหมดพุ่งขึ้นถึงขีดสุดร่างบางของหม่อนไหมก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาสุขสม

จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

เสียงดูดเลียน้ำหวานที่ดังขึ้นทำให้ดวงหน้างามของหม่อนไหมแดงระเรื่อด้วยความเขินอายในใจพลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้เธอกับรามสูรกำลังจะมีเซ็กซ์กันในห้องน้ำแล้วถ้าเกิดว่ามีใครมาเห็นเข้าล่ะ ในขณะที่ความคิดวิตกกังวลเริ่มเข้ามาแทนที่ความเสียวซ่านที่จบลงอย่างสุขสมเสียงร้องของหม่อนไหมก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของรามสูรที่กระแทกเข้ามาในความอ่อนนุ่มของเธอจนสุดลำ

“อ๊า หนูหม่อนจ๋าแน่นเหลือเกินเด็กดี”

การโอบรัดอย่างแนบแน่นของกุหลาบดอกงามทำให้รามสูรพึมพำเสียงแหบพร่าก่อนที่เขาจะจูบลำคอเนียนสวยของหม่อนไหมอย่างแผ่วเบา เมื่อถูกชักนำจนหลงใหลเผลอไผลไปกับรสสัมผัสที่เร่าร้อนโดยไม่อาจห้ามใจหม่อนไหมก็ยกมือขึ้นโอบคอเขาพร้อมกับลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของรามสูรอย่างอ่อนโยน

รามสูรใช้ริมฝีปากถูไถกลีบปากบางของหม่อนไหมเบาๆเพื่อให้เธอเผยอริมฝีปากออกก่อนที่ริมฝีปากกับลิ้นของรามสูรและหม่อนไหมจะเกี่ยวกระหวัดรัดกัน รามสูรพัวพันอยู่กับลิ้นเล็กของหม่อนไหมดูดดื่มลิ้มชิมรสชาติอันหอมหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าและลุ่มหลงมัวเมาไปกับมันอย่างล้ำลึก

ปึก ปึก ปึก

รามสูรเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังด้วยเกรงจะออกแรงมากจนเกินไปจนทำให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้คงกำลังถูกปลุกขึ้นมาเมื่อแรงกระแทกของเขาที่ส่งไปให้หม่อนไหมดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่บางจังหวะเขาก็เผลอกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรงจนสุดลำเรียกเสียงครางหวานหูที่พยายามกลั้นเอาไว้แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับความเสียวซ่านที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วร่าง

“อืม หนูหม่อนกำลังตื่นเต้นอยู่เหรอคะถึงได้ตอดเฮียแรงขนาดนี้”

รามสูรอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวเมียตัวน้อยที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนสวยแดงก่ำไปด้วยพิษรักของเขาที่กำลังลามเลียไปทั่วร่างบอบบางที่ขาวราวกับหิมะ ส่วนหม่อนไหมเมื่อถูกรามสูรจับได้ว่าเธอกำลังรู้สึกตื่นเต้นเธอก็รีบส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นจนเส้นผมกระจายส่งกลิ่นหอมเย้ายวนลอยไปแตะจมูกของรามสูร

ผู้หญิงคนนี้ตัวหอมผมหอมๆไปหมดทุกอย่างจนเขาอดกลั้นไม่ไหวทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ

ปึก ปึก ปึก

เสียงกระแทกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัวของหม่อนไหมไม่ต่างกับสายฝนที่โปรยปรายลงมายามวสันต์ฤดูหม่อนไหมกอดคอของรามสูรเอาไว้แน่นพลางพริ้มตาลง ลมหายใจอันอบอุ่นและหอมกรุ่นของสาวน้อยรินรดต้นคอของรามสูรเบาๆ

“อ๊า เฮียขา นะ หนูหม่อนจะไม่ไหวแล้ว อื้อ”

เสียงหวานเอ่ยบอกรามสูรที่กำลังกระแทกความแข็งแกร่งเข้ามาบดขยี้จุดกระสันของเธอจนทำให้เรียวขาสวยของหม่อนไหมสั่นระริกจนแทบยืนไม่อยู่หากไม่มีมือใหญ่ของรามสูรตระกองกอดเอวบางของเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขายามนี้กำลังซุกซบดูดเลียยอดอกอวบของเธออยู่ด้วยความรู้สึกกระหาย

“อ๊า หนูหม่อนจ้าพร้อมกันค่ะ”

สะโพกแกร่งของรามสูรกระหน่ำรัวจนร่างเล็กของหม่อนไหมเสียวซ่านไปทั้งตัวความสุขสมที่เคยสัมผัสมาครั้งแล้วครั้งเล่าถาโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่นอันบ้าคลั่ง รามสูรรุกเร้าและบดขยี้หม่อนไหมจนในที่สุดร่างบอบบางของเธอก็เกร็งและกระตุกอย่างรุนแรง

“อ๊าย สะ เสร็จ เสร็จแล้ว อึก”

หม่อนไหมกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นด้วยความลืมตัวในขณะเดียวกันเธอก็ได้ยินเสียงร้องคำรามอย่างรุนแรงของรามสูรเช่นกันก่อนที่ร่างสูงจะเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงและปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้ามาในตัวเธอจนหมดทุกหยาดหยด เมื่อลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาเป็นปกติหม่อนไหมก็เอนกายพิงหน้าอกแกร่งของรามสูรอย่างไร้เรี่ยวแรงก่อนที่เขาจะจัดเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อยและตะหวัดแขนอุ้มเธอเข้าสู่อ้อมกอด

“ดึกแล้วได้เวลานอนของคุณแม่แล้วค่ะ”

เสียงแผ่วเบาแต่ทว่ากลับอ่อนโยนในความรู้สึกของหม่อนไหมทำให้เธอค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆก่อนที่ความอ่อนเพลียจะทำให้หม่อนไหมเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานในที่สุด

ตอน 3

พบเจอในวันที่ต้องลาจาก

12 ปีที่แล้ว

ประเทศไทย

จังหวัดเชียงใหม่

“วันนี้หนูหม่อนมีความสุขที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะคะที่พาหนูหม่อนมาเที่ยว”

น้ำเสียงใสกังวาลของหม่อนไหมดังขึ้นใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างเสมอต้นเสมอปลายก่อนที่เด็กสาวจะกอดแขนมารดาเอาไว้อย่างมีความสุข ม่านฟ้ายกมือขึ้นมาลูบผมของลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจก่อนที่เธอจะหันไปยิ้มให้สามีที่หันมายิ้มให้เธออย่างมีความสุขเช่นกัน

“วันเกิดปีนี้แม่ขอให้หนูหม่อนเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซนและน่ารักกับทุกคนตลอดไปนะคะ”

น้ำเสียงหวานเอ่ยอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวตัวน้อยที่เงยหน้าขึ้นมายิ้มรับคำอวยพรของมารดาก่อนที่ใบหน้าเล็กจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

“หนูหม่อนสัญญาค่ะ ว่าหนูหม่อนจะไม่ดื้อ ไม่ซน จะไม่ทำให้พ่อกับแม่ต้องปวดหัวแน่นอนค่ะ”

ริมฝีปากจิ้มลิ้มเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับมารดาแต่มือเล็กกลับแอบไขว้กันเอาไว้ด้านหลังไม่ให้มารดาเห็นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยรอดพ้นสายตาของบิดาอย่างอติรุจน์ไปได้เลย ใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นพ่อพลันส่ายไปมาน้อยๆกับความแสบของลูกสาวที่คุณปู่คุณย่าถึงกับส่ายหัว

“ส่วนพ่อก็ขอให้หนูหม่อนสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ และก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุขนะคะ”

“ขอบคุณนะคะพ่อ หนูหม่อนสัญญาว่าจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุขและจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวหนูหม่อนอย่างแน่นอนเชื่อใจหม่อนไหมคนนี้ได้เลย”

คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของลูกสาวตัวน้อยทำให้ม่านฟ้ากับอติรุจน์หัวเราะออกมาน้อยๆด้วยความเอ็นดูก่อนที่อติรุจน์จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบกล่องของขวัญเล็กๆออกมา  แต่เพราะต้องใช้มืออีกข้างบังคับพวงมาลัยทำให้กล่องของขวัญที่ข้างในเป็นสร้อยล็อกเก็ตรูปของเขากับภรรยาหล่นลงบนพื้นรถทำให้อติรุจน์พยายามยื่นมือเพื่อที่จะหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาเพื่อมอบให้ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังชวนมารดาพูดคุยด้วยรอยยิ้มที่สดใส

เมื่อหยิบกล่องของขวัญที่หล่นลงบนพื้นรถได้ในที่สุดอติรุจน์ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆก็มีรถคันหนึ่งเลี้ยวกลับรถตัดหน้ารถของเขาอย่างกะทันหัน 

“คุณคะระวัง!!”

“กรี๊ด แม่ขา”

ม่านฟ้าร้องขึ้นสุดเสียงด้วยความตกใจสองมือกอดหม่อนไหมที่ตกใจจนตัวสั่นเอาไว้แน่นวินาทีนั้นอติรุจน์ตัดสินใจทิ้งกล่องของขวัญในมือและบังคับพวงมาลัยหักหลบด้วยความรวดเร็วทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำไปหลายตลบท่ามกลางเสียงกรีดร้องของม่านฟ้าก่อนที่เสียงร้องจะเงียบหายไปพร้อมกับจังหวะหัวใจที่ค่อยๆเต้นช้าลงของม่านฟ้ากับอติรุจน์ในใจของสองสามีภรรยาได้แต่ภาวนาให้มีรถขับผ่านมาเพื่อช่วยชีวิตแก้วตาดวงใจของพวกเขาให้รอดชีวิต

“ฮึก ฮือ ใครก็ได้ผ่านมาที อึก ขอร้อง ฮือ ผ่านมาช่วยหนูหม่อนที”

ม่านฟ้าพึมพำเสียงแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อร่างกายทุกส่วนขยับเขยื้อนไม่ได้ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูก่อนหน้านี้กระอักเลือดออกมาจนเสื้อสีขาวสะอาดตากลายเป็นสีแดงฉาน ความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจเมื่อต้องมองดูใบหน้าของลูกสาวที่หมดสติซุกอยู่บนอกของเธอ

“คะ ใครก็ได้ ฮือ ได้โปรด ช่วยหนูหม่อนด้วย ฮือ”

อติรุจน์น้ำตาไหลออกมาด้วยความสิ้นหวังใบหน้าที่เต็มไปด้วยเศษกระจกค่อยๆหันไปมองข้างกายของตนที่มีภรรยานอนร้องไห้ด้วยความสงสารลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอด ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่รอดแต่ได้โปรดให้ลูกสาวของเขามีชีวิตรอดเขาขอเพียงแค่นี้เท่านั้น

“อ๊ะ พี่หมอคะ ข้างหน้าดูเหมือนจะเกิดอุบัติเหตุนะคะ”

แก้มใสที่กำลังนั่งกินขนมห่อใหญ่อยู่บนรถร้องบอกสามีด้วยความตกใจเมื่อทางข้างหน้ามีรถประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำซึ่งวายุเองก็เห็นมาแต่ไกลเช่นกัน เขารีบขับรถเข้าไปจอดข้างทางพร้อมกับหันไปด้านหลังเพื่อหยิบชุดปฐมพยาบาลที่เขามักจะมีติดรถเอาไว้เสมอ

“นี่ครับพ่อ”

รามสูรที่นั่งอยู่ด้านหลังเมื่อได้ยินว่าข้างหน้ามีรถประสบอุบัติเหตุเขาก็รีบคว้ากล่องชุดปฐมพยาบาลยื่นให้บิดาทันทีก่อนที่วายุจะรับมาและรีบเปิดประตูรถวิ่งไปดูคนเจ็บโดยที่มีแก้มใสกับรามสูรลงจากรถวิ่งตามไปติดๆ

“โอ๋ แม่เจ้า”

แก้มใสยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจเมื่อภาพตรงหน้านั้นทำให้เธอรู้สึกตกใจและสะเทือนใจไปพร้อมๆกันดวงตากลมโตที่มักจะมองสามีด้วยความหวานซึ้งสบเข้ากับแววตาที่ขอร้องอ้อนวอนของม่านฟ้า ทำให้สองเท้าที่หยุดชะงักด้วยความตกใจรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวในอ้อมกอดของม่านฟ้าทันที

“ชะ ช่วย หนูหม่อนด้วยค่ะ อึก”

มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดยื่นไปจับมือของแก้มใสเอาไว้แน่นดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตามองแก้มใสอย่างขอร้องอ้อนวอนก่อนที่แก้มใสจะพยักหน้ารับและรีบดึงหม่อนไหมออกมาจากอ้อมกอดของม่านฟ้าทันที ก่อนที่เธอจะส่งหม่อนไหมให้รามสูรที่รับเด็กสาวเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความรู้สึกห่วงใยเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยสลบไสลไม่ได้สติ

“พี่หมอทางนั้นเป็นยังไงบ้างคะ”

แก้มใสตะโกนถามสามีที่กำลังตรวจดูอาการของอติรุจน์อยู่อีกด้านหนึ่งมือของเธอก็บีบมือของม่านฟ้าเอาไว้ราวกับต้องการบอกให้เธออดทนอีกนิดเพราะตอนนี้แก้มใสโทรไปแจ้งทางโรงพยาบาล N ให้ส่งรถฉุกเฉินมารับผู้ป่วยให้ด่วนที่สุด

“สัญญาณชีพไม่ค่อยดีเลย ไม่ได้การแล้วหัวใจหยุดเต้น”

วายุที่ตอนแรกตอบคำถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างกังวลตะโกนขึ้นสุดเสียงเมื่อหัวใจของอติรุจน์หยุดเต้นก่อนที่เขาจะทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลืออติรุจน์ทันที ทุกนาทีที่ผ่านไปช่างบีบหัวใจของแก้มใสเหลือเกินเธอมองสามีที่กำลังพยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างมีความหวัง

ในขณะที่ม่านฟ้าหันไปมองสามีด้วยดวงตาที่แดงก่ำพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มขาดห้วงมือของเธอพยายามจะยื่นไปจับมือของสามีแต่สุดท้ายแล้วลมหายใจที่แผ่วเบาก็ค่อยๆหมดลงในที่สุด พร้อมกับมือบอบบางที่เคยถูกสามีเกาะกุมด้วยความทะนุถนอมค่อยๆตกลงข้างมือของอติรุจน์เป็นจังหวะเดียวกับที่วายุยอมถอดใจหยุดมือที่กำลังปั๊มหายใจเมื่อผู้ประสบอุบัติเหตุไม่มีชีพจรแล้ว

“คะ คุณคะ คุณ”

วินาทีที่มือของม่านฟ้าร่วงลงข้างๆมือของอติรุจน์น้ำตาของแก้มใสก็ไหลอาบแก้มทันทีก่อนที่เธอจะรีบยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสตรงจุดชีพจรของม่านฟ้าแต่แล้วแก้มใสก็ต้องรีบชักมือกลับคืนด้วยความตกใจเมื่อสัญญาณชีพของม่านฟ้าหายไปแล้ว

“พะ พี่หมอ เขา เขา ฮึก ไม่มีชีพจรแล้ว”

แก้มใสเงยหน้าที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตามองหน้าวายุที่ส่ายไปมาช้าๆอย่างหมดหวังก่อนที่เธอจะหลับตาลงและปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงบนมือของเธอที่ยังคงถูกม่านฟ้าเกาะกุมเอาไว้แน่นราวกับต้องการฝากฝังให้เธอช่วยลูกสาวที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวให้ปลอดภัย

“กว่ารถฉุกเฉินจะมาถึงคงอีกประมาณยี่สิบนาทีเราต้องรีบพาเด็กคนนั้นส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”

วายุบอกแก้มใสที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่เธอจะค่อยๆแกะมือของม่านฟ้าออกและลุกขึ้นวิ่งกลับไปที่รถทันทีเพื่อพาเด็กสาวผู้รอดชีวิตไปส่งที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าร่างกายของเด็กน้อยจะไม่มีบาดแผลแต่ก็ไม่แน่ว่าแรงกระแทกอาจจะทำให้อวัยวะภายในของเธอได้รับความกระทบกระเทือนจนอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

โรงพยาบาล N

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลวายุก็ส่งเด็กสาวให้แพทย์เวรประจำห้องฉุกเฉินรับหน้าที่ดูแลรักษาต่อทันทีก่อนที่สามคนพ่อแม่ลูกจะพากันเดินทางเข้าที่พักที่อยู่ภายในบริเวณของโรงพยาบาลด้วยความเหน็ดเหนื่อย 

“พ่อครับน้องเขาจะเป็นอะไรมากไหมครับ”

คำถามของรามสูรทำให้วายุที่กำลังพับแขนเสื้อถึงกับชะงักไปก่อนที่เขาจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆลูกชายที่กอดเด็กสาวผู้ประสบอุบัติเหตุเอาไว้ไม่ห่างจนกระทั่งถึงโรงพยาบาล ใบหน้าของเด็กชายวัยสิบสองขวบเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะปกติแล้วลูกชายคนโตของเขาเย็นชาเสียยิ่งกว่าอะไรแต่วันนี้กลับแปลกออกไป

“ไม่น่าจะเป็นอะไรมากเพราะตามตัวไม่มีบาดแผล ตอนที่เราพบน้องแม่ของเขาก็กอดเอาไว้แน่นน่าจะใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังไม่ให้ลูกสาวถูกแรงกระแทกน้องก็เลยไม่มีบาดแผล”

คำตอบของบิดาทำให้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของรามสูรค่อยๆผ่อนคลายลงก่อนที่ภาพใบหน้าของเด็กสาวที่ซบอกเขาตลอดทางที่มาโรงพยาบาลจะผุดขึ้นมาในหัว ทั้งๆที่สลบไม่ได้สติแต่บนแก้มเนียนของเธอก็ยังคงมีคราบน้ำตาที่บ่งบอกให้รู้ว่าตอนที่ประสบอุบัติเหตุเด็กสาวหวาดกลัวมากแค่ไหน

“พี่รามเป็นห่วงน้องเหรอคะ”

แก้มใสที่เดินกลับมาจากในครัวเอ่ยถามลูกชายสุดที่รักพร้อมทั้งวางแก้วน้ำส้มคั้นลงตรงหน้าของสองพ่อลูกที่ยกขึ้นมาดื่มพร้อมกันด้วยความกระหาย ก่อนที่รามสูรจะวางแก้วลงบนโต๊ะรับแขกและเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของมารดาที่กำลังมองมาที่เขาอย่างรอคอยคำตอบ

“ครับแม่ พี่รามเป็นห่วงน้องๆจะเสียใจมากแค่ไหนกันนะถ้าตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จากน้องไปแล้ว”

“ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีไหมคะ ถ้าน้องฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่แม่จะให้คุณหมอที่โรงพยาบาลรีบส่งข่าวมาบอกทันทีพี่รามจะได้ไปเยี่ยมน้อง”

แก้มใสที่รู้สึกเป็นห่วงเด็กสาวไม่แพ้กันบอกลูกชายด้วยรอยยิ้มก่อนที่รามสูรจะพยักหน้ารับด้วยความดีใจถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจผู้คนรอบข้างมากเท่าไหร่ แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เขาได้พบเจอมาในวันนี้ทำให้เขารู้สึกสงสารและเห็นใจเด็กสาวไม่น้อย

เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาเธอจะรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจมากแค่ไหนกันนะที่วันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่เคียงข้างเธออีกต่อไปแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED