การแต่งงานของพวกเขามันเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะจัดการกับเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ให้เร็วที่สุด
แอบรักมาสองปี แต่งงานมาสามปี เป็นเวลาห้าปีเต็มๆ เธอไม่สามารถทำให้หัวใจดวงนั้นของเขาอบอุ่นได้เลยสักนิด ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจมปลักอีกต่อไปแล้ว
ซูหว่านหนิง คนอย่างเธอไม่ควรจะมีชีวิตแบบนี้
ความตกตะลึงปรากฏขึ้นมาในแววตาของฮั่วเยี่ยนสือ ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกขบขันอย่างไรอย่างนั้น มุมปากยกยิ้มเยาะเย้ย
“ซูหว่านหนิง! จะก่อปัญหาก็หัดรู้จักขอบเขตเสียบ้าง ถ้าหย่ากับผมไปแล้ว คุณยังจะได้ของหรูหราฤดูกาลใหม่ล่าสุดอีกงั้นเหรอ? คุณจะมีปัญญาได้สวมเครื่องประดับที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมูลค่าเป็นสิบๆ ล้านได้อยู่หรือเปล่า?”
ซูหว่านหนิงเชิดใบหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น หลังตั้งตรง พูดเน้นย้ำทีละคำทีละประโยค “ฮั่วเยี่ยนสือ ฉันเป็นภรรยาของคุณ ไม่ใช่นกขมิ้นในกรงทองของคุณนะ!”
ภรรยาเหรอ?
ดวงตาที่มืดมนของฮั่วเยี่ยนสือเผยให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม น้ำเสียงข่มขู่ “ซูหว่านหนิง ทำความเข้าใจกับจุดยืนของตัวเองให้ดี ผมไม่มีเวลาว่างจะมาทะเลาะกับคุณ!”
พูดจบ เขาก็ปิดประตูเสียงดังก่อนจะจากออกไป
ซูหว่านหนิงจ้องมองแผ่นหลังที่เริ่มจากไปไกลเรื่อยๆ ของเขา พูดจาแน่วแน่อย่างผิดปกติ “ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะ ถ้าฉันร่างใบหย่าเสร็จแล้วฉันจะส่งไปที่บริษัทของคุณทันที”
“เปรี้ยง!”
ตอนที่ซูหว่านหนิงจากไป จู่ๆ ฟ้าก็ร้องดังลั่นไปทั่วผืนฟ้าที่มืดสนิท จากนั้นฝนก็เริ่มตกลงมาห่าใหญ่ เธอกางร่ม จากนั้นก็ตัดสินใจลากกระเป๋าเดินทางจากออกไป
ฉินหว่านอัน เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยเมื่อรู้ว่าเธอจะหย่า ก็สบถด่าฮั่วเยี่ยนสือออกมาด้วยความโมโหเกรี้ยวกราดไปยกใหญ่ จากนั้นถึงได้ถามขึ้น “ว่าแต่ทำไมเธอถึงต้องหย่าด้วยล่ะ? ตอนนั้นแต่งงาน เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ชีวิตที่เหลือของเธอไม่มีทางหย่า มีแต่เป็นหม้ายเท่านั้น?”
คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงรักฮั่วเยี่ยนสือมากขนาดไหน แต่ฉินหว่านอันรู้ดีที่สุด
ซูหว่านหนิงรู้สึกหดหู่ พูดขึ้นอย่างทอดถอนใจ “ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน”
ฉินหว่านอันไม่เชื่อว่าเรื่องมันจะง่ายดายขนาดนั้น เธอซักถามต่อทันที “หนิงหนิง เธอบอกฉันมาตามตรง ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ความเสียใจที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของซูหว่านหนิง “เขานอกใจในวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา แถมยังไปอยู่ด้วยกันกับคนในดวงใจของเขาอีก”
ฮั่วเยี่ยนสือถูกถ่ายตอนที่อยู่ด้วยกันกับโจวชิงชิงไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ตอนกินข้าว พบปะกัน ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ได้เข้าโรงแรมแบบครั้งนี้
จากนั้นซูหว่านหนิงก็หยิบวิดีโอออกมา เสียงจากลำโพงมันย้ำเตือนเธอตลอดเวลา ว่าคนรักหักหลังเธอ
ฉินหว่านอันที่ดูจบก็ระเบิดโมโหออกมาทันที ต่อว่าด้วยความขุ่นเคือง “ไอ้ผู้ชายสารเลวรสนิยมไม่เหมาะกับรูปร่างหน้าตาของเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่านังชั้นต่ำโจวชิงชิงนั่นทั้งสวยไม่เท่าเธอ และเอาใจเก่งไม่เท่าเธอ ผู้ชายนั่นกินไม่เลือกจริงๆ ไม่ว่าอะไรก็เอาหมดนั่นแหละ จริงสิ เขานอกใจในชีวิตแต่งงาน แล้วเขาให้ค่าชดเชยกับเธอเท่าไร?”
แผ่นหลังที่เกร็งของซูหว่านหนิงงอลงเล็กน้อย “ฉันไม่ต้องการ ฉันออกมาตัวเปล่า”
ฉินหว่านอันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขย่าไหล่ของเธอ “เพื่อน เธอโง่หรือเปล่า! ไม่เอาเงินจากผู้ชายที่นอกใจเนี่ยนะ แถมเขาก็เป็นฝ่ายผิดด้วย”
ซูหว่านหนิงถอนหายใจ “การแบ่งทรัพย์สินมีแต่จะทำให้ขั้นตอนการหย่าร้างล่าช้าลงเท่านั้น อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ให้โครงการต่างๆ กับตระกูลซูไม่น้อย”
โครงการที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปให้มา ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ตั้งมากมาย
ฉินหว่านอันรู้สึกว่ามันเป็นเพราะเหตุผลนั้น เธอกุมมือของซูหว่านหนิงไว้ พร้อมกับถามขึ้น “แล้วหลังจากหย่า เธอจะเอายังไงต่อ?”
ระหว่างทางที่เรียกรถมา ซูหว่านหนิงคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับมาทำงานอีกครั้ง “ถึงจะไม่ลัคกี้อินเลิฟแต่ก็ลัคกี้อินเกม ฉันพร้อมที่จะทำตามความฝันที่ยังไม่สำเร็จหลังจากที่ออกจากวงการมาเมื่อสามปีก่อน”
ก่อนแต่งงานซูหว่านหนิงเป็นผู้จัดการดารา มีศิลปินอยู่ในความดูแลหลายคน ทุกคนล้วนแต่เจิดจรัสภายใต้การดูแลและชี้แนะของเธอ
ในตอนนั้น เธอตั้งใจให้คนสองคนที่เธอตั้งความหวังไว้สูงที่สุดคว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม แต่เธอหลงผิดไปพัวพันกับฮั่วเยี่ยนสือ
หลังจากที่ได้สติกลับมา ก็มีแสงแฟลชจำนวนนับไม่ถ้วนสาดส่องมาที่เธอกับฮั่วเยี่ยนสือ ถามพวกเขาว่าใกล้จะมีข่าวดีแล้วใช่ไหม?
ในตอนนั้น ฮั่วเยี่ยนสือเพิ่งจะรับช่วงต่อฮั่วซื่อ กรุ๊ปที่เป็นกิจการของตระกูล ยังคงยืนหยัดไม่มั่นคง ทำได้แค่กล้ำกลืนฝืนทนไปอย่างหมดทางเลือก
ในวันเดียวกัน พวกเขาก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีดอกไม้ ถึงขนาดที่ไม่มีแหวนแต่งงานเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทำงาน ฉินหว่านอันก็รีบเปิดหน้าไทม์ไลน์ให้เธอดูทันที
“ฟู่เฉิน ท่านประธานของสตาร์ไลท์ มีเดียกำลังรับสมัครผู้จัดการอยู่พอดี ก่อนหน้านี้เธอร่วมงานกับเจ้านายเก่าของเธอได้เป็นอย่างดี จะให้ฉันโทรศัพท์ไปหาเขา นัดวันเวลาให้พวกเธอเจอกันดีไหม?”
ซูหว่านหนิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้คิดจะกลับไปที่บริษัทสื่อมีเดียเดิมแล้วล่ะ”
ในตอนนั้นเธอลาออกอย่างกะทันหัน ความสัมพันธ์ค่อนข้างตึงเครียด ยิ่งไปกว่านั้น……
ฉินหว่านอันมองความคิดอันเจ้าเล่ห์ของเธอออก ตบมือของเธอเบาๆ แล้วพูดขึ้นอย่างมีลับลมคมใน “ถ้าอย่างนั้นเธอก็พักผ่อนที่นี่ก่อน เดี๋ยวค่ำๆ หน่อยฉันจะพาเธอไปยังที่แห่งหนึ่ง”
หลังจากที่ซูหว่านหนิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว เธอรีบติดต่อไปหาทนายความให้ร่างใบหย่าทันที หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ ก็ให้คนนำไปส่งที่ห้องทำงานท่านประธานที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ป
ฮั่วเยี่ยนสือรับใบหย่ามาจากมือของผู้ช่วย หลังจากเห็นใบหย่าที่เซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความโกรธเคือง
ลายเซ็นของผู้หญิงคนนี้ดูคุกคามขู่เข็ญ ราวกับกำลังยั่วยุเขา
นิ้วมือที่เห็นกระดูกข้อต่อชัดเจนของเขาบีบมุมเอกสารเอาไว้แน่น ก่อนจะฟาดลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง
กระดาษกระแทกลงกับโต๊ะ เกิดเสียงดังสนั่น
“ซูหว่านหนิง คุณนี่มันสุดยอดไปเลย!”
เขาไม่เชื่อว่าซูหว่านหนิงจะยอมหย่าอย่างเชื่อฟังขนาดนี้ การที่เธอเป็นฝ่ายขอหย่าเองก็เพราะต้องการถอยเพื่อที่จะรุก เพื่อให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการก็เท่านั้น
ตอนที่เจอกับซูหว่านหนิงอีกครั้งในงานประชุมสุดยอดผู้นำทางธุรกิจนั้น ผมสีดำสนิทที่เคยยาวสลวยของเธอถูกตัดสั้นเล็กน้อย ทั้งยังดัดเป็นลอน ปล่อยลงมาประบ่า
เธอใส่ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีเงิน คอวีลึกบริเวณหน้าอกช่วยเน้นให้ไหปลาร้าดูโดดเด่นมากขึ้น ใบหน้าดูสง่างาม พู่ประดับเปล่งแสงระยิบระยับสะดุดตาอยู่ภายใต้แสงจากโคมไฟที่สาดส่องลงมา
ทุกรอยยิ้มอากัปกิริยามีเสน่ห์น่าหลงใหล ราวกับเธอนี่แหละที่เป็นตัวหลักของงานประชุมสุดยอดผู้นำในครั้งนี้
ฮั่วเยี่ยนสือรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้สวยงามมาก แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่แปลงโฉมแล้ว เธอจะสวยจนหาที่เปรียบมิได้ขนาดนี้
สายตาที่ร้อนระอุกำลังจับจ้องมองเธอ ทำให้ซูหว่านหนิงหันหน้าไปโดยสัญชาตญาณ ทันทีที่เงยขึ้นมองก็เห็นดวงตาที่ลุ่มลึกของฮั่วเยี่ยนสือเข้าพอดี เขาใส่ชุดสูทสีดำทั้งตัว ออร่าสูงส่งสง่างามที่เข้าถึงได้ยากแผ่ซ่านออกมารอบตัว
โจวชิงชิงยืนอยู่เคียงข้างกายของผู้ชายคนนั้นด้วยท่าทางที่กำลังควงแขนของเขาอย่างสนิทสนม ใบหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานอันแน่วแน่
ซูหว่านหนิงเห็นท่าทางโอ้อวดของโจวชิงชิง ก็เบนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกตลกขบขัน ขณะที่เธอกำลังพูดคุยเจรจากับผู้อาวุโสด้านธุรกิจอยู่นั้น ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาชนเธอเข้า จนน้ำผลไม้ในมือหก
ซูหว่านหนิงหลบไม่ทัน น้ำผลไม้เลอะเปื้อนกระโปรงพู่ เธอรีบกล่าวขอตัวกับผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะรีบไปทำความสะอาดที่ห้องน้ำ
“ซูหว่านหนิง เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? งานประชุมสุดยอดผู้นำทางธุรกิจที่มีระดับขนาดนี้ แม่บ้านแบบเธอคู่ควรที่จะมาเข้าร่วมด้วยเหรอ? !”
คำว่า ‘แม่บ้าน’ มันทิ่มแทงใจของซูหว่านหนิง เมื่อก่อนเธอเคยเป็นราชินีที่โดดเด่นมากในสายงานอาชีพ แต่เป็นเพราะความรัก เธอถูกบีบบังคับให้ละทิ้งอาชีพการงานที่ตัวเองสุดแสนจะภาคภูมิใจ
โชคดีที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันยังไม่สาย เธอยังมีสิทธิ์กลับมาได้อีกครั้ง
ซูหว่านหนิงมองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย
โจวชิงชิงเห็นเธอไม่พูดไม่จา ความจองหองก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้น “ไม่เคยเห็นใครที่ไร้ยางอายเท่าเธอมาก่อน ฉันส่งวิดีโอไปให้เธอดูแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไม ยังอยากจะเห็นให้ละเอียดกว่านั้น ถึงจะยอมสละตำแหน่งคุณนายฮั่วงั้นสิ? วิธีการแย่งชิงฉกฉวยของเธอนี่มันช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!”
สายตาของซูหว่านหนิงเย็นยะเยือก เธอโต้เถียงกลับไป “น่ารังเกียจสู้คุณโจวไม่ได้หรอกค่ะ มาอ่อยสามีคนอื่นทั้งที่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้วไม่พอ ยังจะมาทำตัวยุแหย่ต่อหน้าของเมียหลวงอีก ถ้าพูดถึงเรื่องไร้ยางอายยังจะมีใครที่เทียบคุณได้อีกเหรอ?”
โจวชิงชิงอึ้งตะลึงไปสองวินาที ไม่อยากเชื่อว่าครั้งนี้ซูหว่านหนิงจะตอบโต้ตรงๆ แบบนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอยั่วยุ แต่ซูหว่านหนิงก็ไม่เคยแยแสสนใจเลยสักครั้ง
เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ง้างมือขึ้นมาจะตบหน้าของซูหว่านหนิง “เธอนั่นแหละเป็นเมียน้อยที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอใช้วิธีการต่ำช้าไปวางยาใส่เยี่ยนสือ ป่านนี้ฉันคงได้เป็นคุณนายฮั่วไปแล้ว เขารังเกียจเธอจนแทบไม่ไหวแล้ว”
ซูหว่านหนิงตบหน้าอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง “คุณโจวเอาเวลาที่มารังควานฉันไปเรียนหนังสือจะดีกว่านะคะ คำพูดคำจาที่ออกมาจากปากไร้สมองสิ้นดี ต่อให้เขาจะรังเกียจฉันขนาดไหน ฉันก็เป็นคุณนายฮั่วอยู่ดี”
โจวชิงชิงเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ทำท่าจะกระโจนเข้าไปสั่งสอนซูหว่านหนิง “นังชั้นต่ำ กล้าตบฉันเหรอ! ฉันจะฆ่าแกซะ เยี่ยนสือไม่มีทางปล่อยแกไปแน่นอน”
ซูหว่านหนิงฉวยโอกาสนี้ยกเท้าขัดขาให้อีกฝ่ายสะดุดล้ม “เขาจะทำอะไรฉันล่ะ? ฉันล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่า พวกคุณจะฆ่าฉันก่อน หรือว่าฉันจะเป็นฝ่ายทำให้ชื่อเสียงของชายโฉดหญิงชั่วแบบพวกคุณย่อยยับป่นปี้ไปก่อนกันแน่! ถึงแม้ว่าฮั่วซื่อ กรุ๊ปจะยิ่งใหญ่และมีอำนาจอิทธิพลแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมจำนนเมื่อเผชิญหน้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดีไม่ใช่หรือไง? อย่ามาตามรังควานฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการยื่นฟ้องหย่าต่อศาล เพื่อแบ่งสินสมรสกับฮั่วเยี่ยนสือ”
“ที่แท้นี่ก็คือแผนการที่คุณวางไว้นี่เอง” เสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ของฮั่วเยี่ยนสือเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกถึงขีดสุด ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง