ตอน 1

“เยี่ยนสือ ฉันเจ็บ! เบาๆ หน่อย!”

ซูหว่านหนิงที่ถูกกระแทกกับโต๊ะอาหารเข้าอย่างจังคว้าข้อมือที่เส้นเลือดปูดโปนของฮั่วเยี่ยนสือเอาไว้ พยายามบีบบังคับให้เขายอมจำนน

การต่อต้านอย่างสุดชีวิตของผู้หญิงทำให้ความหงุดหงิดปรากฏขึ้นมาในแววตาของฮั่วเยี่ยนสือ เขากระแทกเธอรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความโกรธเกรี้ยวในดวงตาราวกับจะฉีกกระชากเธอออกเป็นชิ้นๆ

“ซูหว่านหนิง นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่เหรอ? ตอนแรกคุณพยายามใช้วิธีสกปรกๆ ทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้แต่งงานกับผม ใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมขนาดนั้นอย่างไม่ลังเล ตอนนี้คุณจะมาแสดงท่าทางเป็นผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวให้ใครดูไม่ทราบ?”

คำพูดคำเดียว ทำให้ศักดิ์ศรีทั้งหมดของซูหว่านหนิงพังทลายลง เบ้าตาของเธอเริ่มแดง เธอปฏิเสธไปด้วยความร้อนใจ “ไม่ใช่นะ เรื่องในปีนั้นไม่ใช่ฝีมือของฉันนะ”

ใบหน้าที่หล่อเหลาของฮั่วเยี่ยนสือปรากฏให้เห็นความเยาะเย้ยอันเฉียบคม การกระทำทวีความรุนแรงมากขึ้น

“ซูหว่านหนิง จนถึงตอนนี้แล้วยังจะโกหกอีกเหรอ! คุณเป็นคนเริ่มแผนการทั้งหมดนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสาแบบนี้? คุณได้ในสิ่งที่ปรารถนา แล้วผมล่ะ?”

เขาเป็นถึงท่านประธานที่หนุ่มที่สุดของฮั่วซื่อ กรุ๊ป ยืนหนึ่งเรื่องความเด็ดขาดปราดเปรียวในโลกธุรกิจ แต่กลับตกมาอยู่ในเงื้อมมือของผู้หญิงคนนี้

ซูหว่านหนิงกัดริมฝีปากสีชมพูด้วยฟันที่ขาวผ่อง เธอคิดที่จะหนี แต่กลับถูกเขากอดเอาไว้แน่น ทั้งยังกลั่นแกล้งรังแกเธออยู่ในอ้อมแขนอีกด้วย

ข้าวของที่ระเนระนาดเต็มพื้น มันคืออาหารค่ำที่ซูหว่านหนิงจัดเตรียมด้วยตัวเองมาตลอดทั้งวัน

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของพวกเขา แล้วก็เป็นวันที่หนึ่งพันเก้าสิบห้าที่ฮั่วเยี่ยนสือเข้าใจเธอผิดเช่นกัน

เขาจงใจทำให้เรื่องมันยุ่งยาก ซูหว่านหนิงอยากจะโต้เถียง แต่ไม่สามารถยืนอย่างมั่นคงได้ ความคิดถูกกระชากอย่างรุนแรง เสียงของเธอสั่นเครือ เธอใช้แขนผลักเขาออกไปโดยสัญชาตญาณ “ฉันไม่ทำต่อแล้ว เยี่ยนสือ วันนี้มันไม่เหมือนกัน!”

มือที่เห็นกระดูกข้อต่อชัดเจนของฮั่วเยี่ยนสือปิดริมฝีปากที่อวบอิ่มของเธอเอาไว้อย่างโหดร้าย “มีอะไรที่ไม่เหมือนกัน? เป็นงานที่สามีภรรยาต้องทำกัน ทนไม่ไหวก็ต้องทน”

คำเพียงไม่กี่คำสะกิดเส้นประสาทที่อ่อนไหวง่ายของซูหว่านหนิง เธอขยับริมฝีปากท่าทางดูถูกตัวเอง “ที่แท้คุณก็ยังรู้ตัวว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ ฉันคิดว่าเป็นโจวชิงชิงซะอีก”

สีหน้าของฮั่วเยี่ยนสือเปลี่ยนไป ผละตัวออกมาจากเธอ “คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเธอ!”

ซูหว่านหนิงขาอ่อนแรงล้มทรุดลงไปบนโซฟา เธอไม่อยากพูดถึงคนคนนี้ในวันครบรอบแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่โจวชิงชิงจงใจส่งวิดีโอนั้นมาให้เธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

โจวชิงชิงที่อยู่ในวิดีโอซบพิงไหล่ของฮั่วเยี่ยนสือดูดอกไม้ไฟที่แสนตระการตาด้วยท่าทางสนิทสนม หลังจากที่การแสดงดอกไม้ไฟเริ่มจบลง ทั้งสองคนก็เดินเคียงไหล่เข้าไปในโรงแรมห้าดาวด้วยกัน

ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น การที่หนุ่มโสดสาวโสดเข้าโรงแรมด้วยกันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไปทำอะไร

“ถ้าคุณไม่ไปอยู่ด้วยกันกับเธอในวันครบรอบแต่งงาน ฉันก็ไม่มีทางพูดถึงเธอแน่นอน”

ฮั่วเยี่ยนสือดึงข้อมือของเธอเข้ามาในอ้อมกอด ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกอันแรงกล้า “ซูหว่านหนิง คุณสะกดรอยตามผมเหรอ?” เธอยกมุมปากหัวเราะเยาะ ตั้งแต่ที่แต่งงานกันเมื่อสามปีก่อน เธอก็ถูกบังคับให้ละทิ้งอาชีพการงาน ผันตัวไปเป็นแม่บ้านแบบเต็มตัว จะเอาความสามารถที่ไหนไปสะกดรอยตามสามีได้ล่ะ?

“ฮั่วเยี่ยนสือ ฉันไม่ได้สะกดรอยตามคุณ แต่ว่าคุณไปหาคนในดวงใจคุณในวันครบรอบแต่งงานของเรา คุณเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันแน่?”

ฮั่วเยี่ยนสือโกรธจนแทบจะระเบิดออกมาแล้ว นิ้วมือที่เห็นข้อต่อกระดูกชัดเจนกดคอที่นุ่มนิ่มของเธอไว้ แล้วพาเธอไปข้างหน้า ดวงตาโหดเหี้ยมราวกับจะฉีกกระชากเธอออกเป็นชิ้นๆ

“เครื่องมือระบายอารมณ์ทางเพศ คุณคิดว่าไง?”

ซูหว่านหนิงตัวสั่นเทา หัวใจเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก นี่คือผู้ชายที่เธอรักมานานหลายปีอย่างนั้นเหรอ

เธอตกหลุมรักเขาหัวปักหัวปำตั้งแต่ที่เขาช่วยสั่งสอนพวกอันธพาลข้างถนนอย่างโหดเหี้ยมให้เธอในวัยเด็ก

แต่ซูหว่านหนิงยังไม่ทันได้แสดงเจตนาอะไร ก็ถูกฮั่วเยี่ยนสือที่ถูกวางยาลากเข้าไปทรมานภายในห้อง ในตอนแรกเริ่มเธอดิ้นรนขัดขืน แต่หลังจากที่จำเขาได้ เธอก็ยอมให้เขาทรมานอย่างยอมจำนน

หลังจากเสร็จเรื่องแล้ว ฮั่วเยี่ยนสือก็ตำหนิต่อว่าว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โหดเหี้ยม ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเขา

ซูหว่านหนิงไม่สามารถแก้ต่างอะไรได้

ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นฮั่วเยี่ยนสือไม่ได้ตรวจสอบอะไรเลยสักนิด แต่กลับตัดสินโทษเธอไปแล้ว

อดีตที่เกินกว่าจะทนไหวประกอบกับความยุ่งเหยิงวุ่นวายในเวลานี้ จู่ๆ มันก็ทำให้เธอไม่อยากจะทนอีกต่อไปแล้ว

ซูหว่านหนิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กรีดร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน “ฮั่วเยี่ยนสือ ในเมื่อคุณไม่ได้รักฉัน ถึงขนาดเหยียบย่ำชีวิตแต่งงานของเรา ถ้างั้นเราก็หย่ากันเถอะ!”

ตอน 2

การแต่งงานของพวกเขามันเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะจัดการกับเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

แอบรักมาสองปี แต่งงานมาสามปี เป็นเวลาห้าปีเต็มๆ เธอไม่สามารถทำให้หัวใจดวงนั้นของเขาอบอุ่นได้เลยสักนิด ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจมปลักอีกต่อไปแล้ว

ซูหว่านหนิง คนอย่างเธอไม่ควรจะมีชีวิตแบบนี้

ความตกตะลึงปรากฏขึ้นมาในแววตาของฮั่วเยี่ยนสือ ราวกับได้ยินเรื่องที่ตลกขบขันอย่างไรอย่างนั้น มุมปากยกยิ้มเยาะเย้ย

“ซูหว่านหนิง! จะก่อปัญหาก็หัดรู้จักขอบเขตเสียบ้าง ถ้าหย่ากับผมไปแล้ว คุณยังจะได้ของหรูหราฤดูกาลใหม่ล่าสุดอีกงั้นเหรอ? คุณจะมีปัญญาได้สวมเครื่องประดับที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมูลค่าเป็นสิบๆ ล้านได้อยู่หรือเปล่า?”

ซูหว่านหนิงเชิดใบหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น หลังตั้งตรง พูดเน้นย้ำทีละคำทีละประโยค “ฮั่วเยี่ยนสือ ฉันเป็นภรรยาของคุณ ไม่ใช่นกขมิ้นในกรงทองของคุณนะ!”

ภรรยาเหรอ?

ดวงตาที่มืดมนของฮั่วเยี่ยนสือเผยให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม น้ำเสียงข่มขู่ “ซูหว่านหนิง ทำความเข้าใจกับจุดยืนของตัวเองให้ดี ผมไม่มีเวลาว่างจะมาทะเลาะกับคุณ!”

พูดจบ เขาก็ปิดประตูเสียงดังก่อนจะจากออกไป

ซูหว่านหนิงจ้องมองแผ่นหลังที่เริ่มจากไปไกลเรื่อยๆ ของเขา พูดจาแน่วแน่อย่างผิดปกติ “ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะ ถ้าฉันร่างใบหย่าเสร็จแล้วฉันจะส่งไปที่บริษัทของคุณทันที”

“เปรี้ยง!”

ตอนที่ซูหว่านหนิงจากไป จู่ๆ ฟ้าก็ร้องดังลั่นไปทั่วผืนฟ้าที่มืดสนิท จากนั้นฝนก็เริ่มตกลงมาห่าใหญ่ เธอกางร่ม จากนั้นก็ตัดสินใจลากกระเป๋าเดินทางจากออกไป

ฉินหว่านอัน เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยเมื่อรู้ว่าเธอจะหย่า ก็สบถด่าฮั่วเยี่ยนสือออกมาด้วยความโมโหเกรี้ยวกราดไปยกใหญ่ จากนั้นถึงได้ถามขึ้น “ว่าแต่ทำไมเธอถึงต้องหย่าด้วยล่ะ? ตอนนั้นแต่งงาน เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ชีวิตที่เหลือของเธอไม่มีทางหย่า มีแต่เป็นหม้ายเท่านั้น?”

คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าซูหว่านหนิงรักฮั่วเยี่ยนสือมากขนาดไหน แต่ฉินหว่านอันรู้ดีที่สุด

ซูหว่านหนิงรู้สึกหดหู่ พูดขึ้นอย่างทอดถอนใจ “ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน”

ฉินหว่านอันไม่เชื่อว่าเรื่องมันจะง่ายดายขนาดนั้น เธอซักถามต่อทันที “หนิงหนิง เธอบอกฉันมาตามตรง ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

ความเสียใจที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของซูหว่านหนิง “เขานอกใจในวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา แถมยังไปอยู่ด้วยกันกับคนในดวงใจของเขาอีก”

ฮั่วเยี่ยนสือถูกถ่ายตอนที่อยู่ด้วยกันกับโจวชิงชิงไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ตอนกินข้าว พบปะกัน ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ได้เข้าโรงแรมแบบครั้งนี้

จากนั้นซูหว่านหนิงก็หยิบวิดีโอออกมา เสียงจากลำโพงมันย้ำเตือนเธอตลอดเวลา ว่าคนรักหักหลังเธอ

ฉินหว่านอันที่ดูจบก็ระเบิดโมโหออกมาทันที ต่อว่าด้วยความขุ่นเคือง “ไอ้ผู้ชายสารเลวรสนิยมไม่เหมาะกับรูปร่างหน้าตาของเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่านังชั้นต่ำโจวชิงชิงนั่นทั้งสวยไม่เท่าเธอ และเอาใจเก่งไม่เท่าเธอ ผู้ชายนั่นกินไม่เลือกจริงๆ ไม่ว่าอะไรก็เอาหมดนั่นแหละ จริงสิ เขานอกใจในชีวิตแต่งงาน แล้วเขาให้ค่าชดเชยกับเธอเท่าไร?”

แผ่นหลังที่เกร็งของซูหว่านหนิงงอลงเล็กน้อย “ฉันไม่ต้องการ ฉันออกมาตัวเปล่า”

ฉินหว่านอันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขย่าไหล่ของเธอ “เพื่อน เธอโง่หรือเปล่า! ไม่เอาเงินจากผู้ชายที่นอกใจเนี่ยนะ แถมเขาก็เป็นฝ่ายผิดด้วย”

ซูหว่านหนิงถอนหายใจ “การแบ่งทรัพย์สินมีแต่จะทำให้ขั้นตอนการหย่าร้างล่าช้าลงเท่านั้น อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ให้โครงการต่างๆ กับตระกูลซูไม่น้อย”

โครงการที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปให้มา ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ตั้งมากมาย

ฉินหว่านอันรู้สึกว่ามันเป็นเพราะเหตุผลนั้น เธอกุมมือของซูหว่านหนิงไว้ พร้อมกับถามขึ้น “แล้วหลังจากหย่า เธอจะเอายังไงต่อ?”

ระหว่างทางที่เรียกรถมา ซูหว่านหนิงคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับมาทำงานอีกครั้ง “ถึงจะไม่ลัคกี้อินเลิฟแต่ก็ลัคกี้อินเกม ฉันพร้อมที่จะทำตามความฝันที่ยังไม่สำเร็จหลังจากที่ออกจากวงการมาเมื่อสามปีก่อน”

ก่อนแต่งงานซูหว่านหนิงเป็นผู้จัดการดารา มีศิลปินอยู่ในความดูแลหลายคน ทุกคนล้วนแต่เจิดจรัสภายใต้การดูแลและชี้แนะของเธอ

ในตอนนั้น เธอตั้งใจให้คนสองคนที่เธอตั้งความหวังไว้สูงที่สุดคว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม แต่เธอหลงผิดไปพัวพันกับฮั่วเยี่ยนสือ

หลังจากที่ได้สติกลับมา ก็มีแสงแฟลชจำนวนนับไม่ถ้วนสาดส่องมาที่เธอกับฮั่วเยี่ยนสือ ถามพวกเขาว่าใกล้จะมีข่าวดีแล้วใช่ไหม?

ในตอนนั้น ฮั่วเยี่ยนสือเพิ่งจะรับช่วงต่อฮั่วซื่อ กรุ๊ปที่เป็นกิจการของตระกูล ยังคงยืนหยัดไม่มั่นคง ทำได้แค่กล้ำกลืนฝืนทนไปอย่างหมดทางเลือก

ในวันเดียวกัน พวกเขาก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีดอกไม้ ถึงขนาดที่ไม่มีแหวนแต่งงานเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทำงาน ฉินหว่านอันก็รีบเปิดหน้าไทม์ไลน์ให้เธอดูทันที

“ฟู่เฉิน ท่านประธานของสตาร์ไลท์ มีเดียกำลังรับสมัครผู้จัดการอยู่พอดี ก่อนหน้านี้เธอร่วมงานกับเจ้านายเก่าของเธอได้เป็นอย่างดี จะให้ฉันโทรศัพท์ไปหาเขา นัดวันเวลาให้พวกเธอเจอกันดีไหม?”

ซูหว่านหนิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้คิดจะกลับไปที่บริษัทสื่อมีเดียเดิมแล้วล่ะ”

ในตอนนั้นเธอลาออกอย่างกะทันหัน ความสัมพันธ์ค่อนข้างตึงเครียด ยิ่งไปกว่านั้น……

ตอน 3

ฉินหว่านอันมองความคิดอันเจ้าเล่ห์ของเธอออก ตบมือของเธอเบาๆ แล้วพูดขึ้นอย่างมีลับลมคมใน “ถ้าอย่างนั้นเธอก็พักผ่อนที่นี่ก่อน เดี๋ยวค่ำๆ หน่อยฉันจะพาเธอไปยังที่แห่งหนึ่ง”

หลังจากที่ซูหว่านหนิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว เธอรีบติดต่อไปหาทนายความให้ร่างใบหย่าทันที หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ ก็ให้คนนำไปส่งที่ห้องทำงานท่านประธานที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ป

ฮั่วเยี่ยนสือรับใบหย่ามาจากมือของผู้ช่วย หลังจากเห็นใบหย่าที่เซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความโกรธเคือง

ลายเซ็นของผู้หญิงคนนี้ดูคุกคามขู่เข็ญ ราวกับกำลังยั่วยุเขา

นิ้วมือที่เห็นกระดูกข้อต่อชัดเจนของเขาบีบมุมเอกสารเอาไว้แน่น ก่อนจะฟาดลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง

กระดาษกระแทกลงกับโต๊ะ เกิดเสียงดังสนั่น

“ซูหว่านหนิง คุณนี่มันสุดยอดไปเลย!”

เขาไม่เชื่อว่าซูหว่านหนิงจะยอมหย่าอย่างเชื่อฟังขนาดนี้ การที่เธอเป็นฝ่ายขอหย่าเองก็เพราะต้องการถอยเพื่อที่จะรุก เพื่อให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการก็เท่านั้น

ตอนที่เจอกับซูหว่านหนิงอีกครั้งในงานประชุมสุดยอดผู้นำทางธุรกิจนั้น ผมสีดำสนิทที่เคยยาวสลวยของเธอถูกตัดสั้นเล็กน้อย ทั้งยังดัดเป็นลอน ปล่อยลงมาประบ่า

เธอใส่ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีเงิน คอวีลึกบริเวณหน้าอกช่วยเน้นให้ไหปลาร้าดูโดดเด่นมากขึ้น ใบหน้าดูสง่างาม พู่ประดับเปล่งแสงระยิบระยับสะดุดตาอยู่ภายใต้แสงจากโคมไฟที่สาดส่องลงมา

ทุกรอยยิ้มอากัปกิริยามีเสน่ห์น่าหลงใหล ราวกับเธอนี่แหละที่เป็นตัวหลักของงานประชุมสุดยอดผู้นำในครั้งนี้

ฮั่วเยี่ยนสือรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้สวยงามมาก แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่แปลงโฉมแล้ว เธอจะสวยจนหาที่เปรียบมิได้ขนาดนี้

สายตาที่ร้อนระอุกำลังจับจ้องมองเธอ ทำให้ซูหว่านหนิงหันหน้าไปโดยสัญชาตญาณ ทันทีที่เงยขึ้นมองก็เห็นดวงตาที่ลุ่มลึกของฮั่วเยี่ยนสือเข้าพอดี เขาใส่ชุดสูทสีดำทั้งตัว ออร่าสูงส่งสง่างามที่เข้าถึงได้ยากแผ่ซ่านออกมารอบตัว

โจวชิงชิงยืนอยู่เคียงข้างกายของผู้ชายคนนั้นด้วยท่าทางที่กำลังควงแขนของเขาอย่างสนิทสนม ใบหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานอันแน่วแน่

ซูหว่านหนิงเห็นท่าทางโอ้อวดของโจวชิงชิง ก็เบนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกตลกขบขัน ขณะที่เธอกำลังพูดคุยเจรจากับผู้อาวุโสด้านธุรกิจอยู่นั้น ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาชนเธอเข้า จนน้ำผลไม้ในมือหก

ซูหว่านหนิงหลบไม่ทัน น้ำผลไม้เลอะเปื้อนกระโปรงพู่ เธอรีบกล่าวขอตัวกับผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะรีบไปทำความสะอาดที่ห้องน้ำ

“ซูหว่านหนิง เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? งานประชุมสุดยอดผู้นำทางธุรกิจที่มีระดับขนาดนี้ แม่บ้านแบบเธอคู่ควรที่จะมาเข้าร่วมด้วยเหรอ? !”

คำว่า ‘แม่บ้าน’ มันทิ่มแทงใจของซูหว่านหนิง เมื่อก่อนเธอเคยเป็นราชินีที่โดดเด่นมากในสายงานอาชีพ แต่เป็นเพราะความรัก เธอถูกบีบบังคับให้ละทิ้งอาชีพการงานที่ตัวเองสุดแสนจะภาคภูมิใจ

โชคดีที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันยังไม่สาย เธอยังมีสิทธิ์กลับมาได้อีกครั้ง

ซูหว่านหนิงมองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย

โจวชิงชิงเห็นเธอไม่พูดไม่จา ความจองหองก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้น “ไม่เคยเห็นใครที่ไร้ยางอายเท่าเธอมาก่อน ฉันส่งวิดีโอไปให้เธอดูแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไม ยังอยากจะเห็นให้ละเอียดกว่านั้น ถึงจะยอมสละตำแหน่งคุณนายฮั่วงั้นสิ? วิธีการแย่งชิงฉกฉวยของเธอนี่มันช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!”

สายตาของซูหว่านหนิงเย็นยะเยือก เธอโต้เถียงกลับไป “น่ารังเกียจสู้คุณโจวไม่ได้หรอกค่ะ มาอ่อยสามีคนอื่นทั้งที่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้วไม่พอ ยังจะมาทำตัวยุแหย่ต่อหน้าของเมียหลวงอีก ถ้าพูดถึงเรื่องไร้ยางอายยังจะมีใครที่เทียบคุณได้อีกเหรอ?”

โจวชิงชิงอึ้งตะลึงไปสองวินาที ไม่อยากเชื่อว่าครั้งนี้ซูหว่านหนิงจะตอบโต้ตรงๆ แบบนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอยั่วยุ แต่ซูหว่านหนิงก็ไม่เคยแยแสสนใจเลยสักครั้ง

เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ง้างมือขึ้นมาจะตบหน้าของซูหว่านหนิง “เธอนั่นแหละเป็นเมียน้อยที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอใช้วิธีการต่ำช้าไปวางยาใส่เยี่ยนสือ ป่านนี้ฉันคงได้เป็นคุณนายฮั่วไปแล้ว เขารังเกียจเธอจนแทบไม่ไหวแล้ว”

ซูหว่านหนิงตบหน้าอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง “คุณโจวเอาเวลาที่มารังควานฉันไปเรียนหนังสือจะดีกว่านะคะ คำพูดคำจาที่ออกมาจากปากไร้สมองสิ้นดี ต่อให้เขาจะรังเกียจฉันขนาดไหน ฉันก็เป็นคุณนายฮั่วอยู่ดี”

โจวชิงชิงเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ทำท่าจะกระโจนเข้าไปสั่งสอนซูหว่านหนิง “นังชั้นต่ำ กล้าตบฉันเหรอ! ฉันจะฆ่าแกซะ เยี่ยนสือไม่มีทางปล่อยแกไปแน่นอน”

ซูหว่านหนิงฉวยโอกาสนี้ยกเท้าขัดขาให้อีกฝ่ายสะดุดล้ม “เขาจะทำอะไรฉันล่ะ? ฉันล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่า พวกคุณจะฆ่าฉันก่อน หรือว่าฉันจะเป็นฝ่ายทำให้ชื่อเสียงของชายโฉดหญิงชั่วแบบพวกคุณย่อยยับป่นปี้ไปก่อนกันแน่! ถึงแม้ว่าฮั่วซื่อ กรุ๊ปจะยิ่งใหญ่และมีอำนาจอิทธิพลแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมจำนนเมื่อเผชิญหน้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดีไม่ใช่หรือไง? อย่ามาตามรังควานฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการยื่นฟ้องหย่าต่อศาล เพื่อแบ่งสินสมรสกับฮั่วเยี่ยนสือ”

“ที่แท้นี่ก็คือแผนการที่คุณวางไว้นี่เอง” เสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ของฮั่วเยี่ยนสือเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกถึงขีดสุด ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED