ตอน 2

ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องบินบอสตันก็นั่งดูการ์ตูนสลับกับเล่นของเล่นที่เตรียมมาจากบ้าน บางครั้งก็มีแอร์โฮสเตสแวะมาทักทายเพราะความน่ารักและช่างพูดของเด็กชาย เมลดาจึงได้พักผ่อนบนเครื่องอย่างเต็มที่

พอลงจากเครื่องและรับกระเป๋าเดินทางเสร็จแล้วก็เดินออกมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้าซึ่งตอนนี้มาวินมารอรับอยู่แล้ว

“ลุงวินคร้าบ” บอสตันวิ่งเข้าหามาวินขณะที่ชายหนุ่มย่อตัวและอ้าแขนรับหลานชายคนเดียวที่เขารักเหมือนลูก

“ว่าไงครับบอสตัน นั่งเครื่องบินสนุกไหม”

“ครับลุงวิน พี่แอร์สวยและใจดีมากให้ของเล่นกับขนมผมเยอะเลยครับ”

“ก็หลานชายของลุงมันหล่อเหมือนลุงนี่ครับสาวๆ ก็เลยขอบเป็นพิเศษ”

“ครับพี่แอร์บอกว่าผมหล่อมาก” พอได้ดีบอสตันก็อวดคุณลุง

“เป็นไงบ้านโมเดล”

“ก็ดีค่ะ บอสตันไม่งอแงเลย”

“แม่อย่าลืมสัญญานะครับ”

“ไม่ลืมครับ แต่ขอให้แม่กับลุงวินจัดการงานของคุณตาให้เรียบร้อยแล้วจะพาไปซื้อนะครับ”

“สัญญาอะไรกันไว้เหรอโมเดล” มาวินถามขณะช่วยหญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางมาบริเวณทางออก

“เลโก้ครับลุงวิน แม่บอกว่าจะซื้อเลโก้ให้ผมสองกล่องถ้าผมไม่งอแงตอนนั่งเครื่องบิน”

“เดี๋ยวลุงซื้อเพิ่มให้อีกสองกล่องถ้าบอสตันเป็นเด็กดี”

“จริงนะครับ”

“จริงสิ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น” เขาส่งกำปั้นมาตรงหน้าและบอสตันก็เอากำปั้นของตนเองชมกับผู้เป็นลุงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

มาวินพาเมลดาและบอสตันมาส่งที่บ้านของเธอซึ่งมารดาของเมลดาออกมายืนรออยู่นานแล้ว

“คุณยายคร้าบ ผมคิดถึงคุณยายมากที่สุดเลย” บอสตันเข้ากอดอย่าประจบเพราะรู้ว่าคุณยายจะใจดีและมีของอร่อยให้ตนเองทานเสมอ

“ยายก็คิดถึงบอสตันที่สุดเลย”

“แล้วคุณตาล่ะครับ”

คำถามของเด็กชายทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนที่คุณมยุรีจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น

“คุณตาไปอยู่อีกที่หนึ่งครับ เย็นนี้ยายจะพาบอสตันไปหาคุณตา แต่ตอนนี้หนูไปนอนพักก่อนดีไหมให้พี่ฝ้ายพาไปนะครับ”

“ครับคุณยาย”

“ฝ้ายพาคุณหนูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะ”

“ค่ะคุณผู้หญิง”

“พี่ฝ้าย เอากระเป๋าใบเล็กขึ้นไปด้วยนะคะ ในนั้นมีของใช้ของบอสตันอยู่ค่ะ”

“ค่ะคุณโมเดล”

บอสตันเดินเข้าไปในบ้านแล้วเมลดาก็ถอนหายใจ เธอยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับลูกชายเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

“บอสตันเป็นเด็กฉลาดพี่ว่าแกคงจะเข้าใจ”

“โมเดลก็หวังอย่างนั้นค่ะพี่วิน”

“วินจะเข้าไปในบ้านก่อนไหม”

“ไม่ล่ะครับคุณน้าผมมีเรื่องต้องไปจัดการอีกนิดหน่อย”

“ขอบใจมากนะวิน ถ้าไม่ได้วินน้าก็คงแย่”

“ไม่เป็นไรครับคุณน้า ตอนเย็นผมจะมารับไปที่วัดนะครับ”

“จ้ะ แล้วเย็นนี้แม่เขาจะมาด้วยไหม” คุณมยุรีถามถึงวนิดามารดาของมาวินซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัท

“เย็นนี้ที่บริษัทจะเป็นเจ้าภาพครับคุณน้า แม่ก็เลยจะมาด้วย”

“น้าฝากบอกแม่เขาด้วยนะว่าไม่ต้องรอมาพร้อมคนที่บริษัทหรอก อยากจะมาวันไหนก็มาได้เลย” เธอทำใจเรื่องที่สามีตนเองมีภรรยาน้อยได้นานแล้ว เพราะมารดาของมาวินเป็นภรรยาน้อยที่อยู่อย่างเจียมตัว ไม่เคยมาวุ่นวายที่บ้านใหญ่และแสดงตัวให้ใครรู้

วนิดามารดาของมาวินนั้นทำงานในบริษัทเดียวกับคุณสามารถสามีของเธอ แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าสองคนมีความสัมพันธ์กัน ถึงแม้จะผ่านมานานจนเท่าอายุของมาวินแต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็นความลับ

“ขอบคุณครับคุณน้า ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

เมื่อมาวินขับรถออกไปแล้วเมลดาก็เดินตามมารดาเข้ามาในห้องรับแขก

“หนูจะไปพักก่อนไหม”

“หนูว่าจะโทรหาเดซี่กับอิ๊นซ์สักหน่อยสองคนนั้นบอกว่าเย็นนี้จะมาร่วมงานของคุณพ่อด้วย แม่ไปพักเถอะค่ะ”

เมื่อมารดาเดินขึ้นไปบนชั้นสองแล้วเมลดาก็โทรหาอรอินทร์ก่อนเป็นคนแรก

“โมเดลมาถึงเมืองไทยแล้วเหรอ”

“เพิ่งมาถึงบ้านเมื่อกี้เอง อิ๊นซ์ทำงานอยู่หรือเปล่า”

“ทำบ้างไม่ทำบ้าง” อรอินทร์ตอบด้วยเสียงเบื่อหน่ายเพราะเธอเพิ่งลาออกจากงานแล้วมาช่วยงานที่บ้านซึ่งเป็นตลาดสดและเธอมีหน้าที่เก็บเงินค่าเช่าแผงและค่าเช่าตึกแถวที่อยู่บริเวณเดียวกัน

“ไปสมัครงานมาหรือยังล่ะ”

“ไปมาหลายที่แล้ว แต่เราประสบการณ์น้อยก็เลยไม่ค่อยมีใครรับ”

“มาทำกับบริษัทของคุณพ่อเราไหมล่ะ เราก็จะกลับมาทำเหมือนกัน”

“น่าสนใจดีนะ แต่เราไม่อยากเป็นเด็กเส้น”

“อย่าคิดมากเลย เอาไว้เจอกันค่อยคุยเรื่องนี้ก็ได้”

“อือ แล้วโมเดลโทรหาเดซี่หรือยัง”

“ยังเลย เราโทรหาอิ๊นซ์ก่อนไม่รู้เดซี่จะกำลังเลี้ยงลูกอยู่หรือเปล่า”

“ไม่หรอกโมเดลเพราะตอนนี้น้องติณณาไปเนอสเซอร์รี่แล้ว”

“เหรอ โตวัยเหมือนกันนะ”

“ลูกของเดซี่กับโมเดลโตกันแล้วแต่เรายังไม่มีแฟนเลยสักคน”

“ก็อยากจะเลือกมากทำไมล่ะ ใครมาจีบก็ปฏิเสธเขาไปหมด”

“ก็เรายังไม่เจอคนที่ถูกใจสักทีนี่โมเดล แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะหมอดูบอกว่าปีนี้เราจะเจอเนื้อคู่”

“แต่นี่มันจะสิ้นปีแล้วนะอิ๊นซ์”

“อย่าพูดให้เราใจเสียสิโมเดล” อรอินทร์บ่นพลางหัวเราะ

เมื่อวางสายจากอรอินทร์แล้วเมลดาก็โทรศัพท์ไปหาเดนิสาเพื่อนสนิทอีกคนที่รู้ความเป็นไปของเธอเป็นอย่างดี

“เดซี่ยุ่งอยู่หรือเปล่า”

“ไม่เลย โมเดลถึงนานหรือยัง”

“เพิ่งมาถึงไม่นานเมื่อกี้โทรหาอิ๊นซ์แล้ว อิ๊นซ์บอกว่าเย็นนี้ เดซี่จะมาที่งานของคุณพ่อด้วย”

“ใช่จ้ะ เย็นนี้อาหมอไม่มีตรวจนอกเวลาเราเลยให้อาหมอเลี้ยงลูกอยู่บ้าน”

“ไม่รบกวนอาหมอใช่ไหมเดซี่”

“ไม่หรอกอาหมอชอบเลี้ยงลูกและเลี้ยงเก่งกว่าเราอีกนะ”

“น่าอิจฉาเดซี่นะที่มีสามีดีอย่างอาหมอ”

“โมเดลเราขอโทษนะ” เดนิสารู้สึกผิดมากที่พูดเรื่องสามีของตนออกไปเพราะที่ผ่านมานั้นเมลดาเลี้ยงลูกตามลำพังมาตลอดหลายปี

“ไม่เป็นไรหรอกน่าเดซี่ อย่าคิดมากไปเลยตอนนี้เราเข้มแข็งกว่าแต่ก่อนเยอะเลย”

“เราดีใจที่โมเดลเข้มแข็งขึ้นนะและก็เสียใจเรื่องพ่อด้วย เย็นนี้เราจะเอาขนมที่ร้านคุณยายไปช่วยงานนะ”

“ขอบใจจ้ะ แต่เดซี่ไม่น่าต้องลำบากเลยนะ”

“ลำบากที่ไหนล่ะการเอาขนมไปเป็นเบรกในงานแบบนั้นก็เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านด้วยนะ”

“เดซี่มีความสุขกับร้านขนมใช่ไหม”

“เราว่าการทำขนมทำให้เราเป็นคนใจเย็นขึ้นเยอะเลยนะโมเดล อีกอย่างถ้าจะออกไปทำงานข้างนอกอาหมอก็ไม่ยอม”

“อาหมอกลัวหนุ่มๆ จะมาจีบเดซี่นั่นล่ะสิ”

“แต่เราก็ว่าดีไปอย่างนะโมเดล เพราะตอนนี้คุณยายก็ยืนทำขนมไม่ค่อยไหวแล้ว เราเลยต้องช่วยน้าษามากขึ้น” ตั้งแต่เรียนจบเดนิสาก็แต่งงานและเป็นแม่บ้านให้กับสามีหญิงสาวจึงใช้เวลาว่างไปช่วยงานที่ร้านเบเกอรีของคุณยายและน้าสาวในทุกๆ วัน

ตอน 3

งานสวดอภิธรรมศพของนักธุรกิจใหญ่อย่างคุณสามารถนักธุรกิจผลิตและส่งออกเม็ดพลาสติกรายใหญ่ของประเทศมีแขกร่วมงานเป็นจำนวนมาก

หลายคนจับจ้องที่ลูกสาวคนเดียวซึ่งมีข่าวลือหนาหูว่าตั้งครรภ์ตั้งแต่เรียนยังไม่จบและหนีไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ

เมื่อเมลดาเดินเข้ามากับมารดาและลูกชายคนในศาลาก็พากันมองด้วยความสนใจ เสียงซุบซิบนินทาดังมาเข้าหูอยู่เรื่อยๆ แต่หญิงสาวก็ไม่สนใจเพราะคิดแล้วว่าสักวันก็ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้

“ไม่เป็นไรนะ อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นเลย” อรอินทร์ จับมือเพื่อนไว้เพื่อเป็นการให้กำลังใจ

“เรื่องที่เขาพูดมันก็คือความจริงนะอิ๊นซ์”

“แต่มันผ่านมานานแล้วนะโมเดล”

“แต่ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนความจริงมันก็คือความจริง ซึ่งเราคงไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้นอกจากทำใจยอมรับมันเท่านั่น”

“โมเดลเข้มแข็งขึ้นมากจริงๆ เสียพ่อไปแล้ว พอกลับมายังเจอคำนินทาถ้าเป็นเราคงแย่แน่” เดนิสาจับมืออีกข้างของเมลดาเพื่อให้กำลังใจ

“เราก็แย่นะเดซี่ แต่เราจะร้องไห้ให้ใครเห็นไม่ได้ เรามีทั้งแม่และลูกที่ต้องดูแล ถ้าเราจะอ่อนแออีกคนก็คงไม่ดีเท่าไหร่”

ระหว่างที่เมลดากำลังคุยกับเพื่อนอยู่นั้นแต่แขกก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ โดยมีมาวินและมารดาของเธอคอยต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้าเพราะเมลดาไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ จึงได้แต่นั่งดูแลบอสตันอยู่ด้านในศาลาเท่านั้น

“โมเดลกับพี่วินยังติดต่อกันอีกเหรอ” อรอินทร์เคยได้ข่าวมาบ้างว่าเพื่อนแอบคบกันแต่ตอนนั้นเมลดาก็ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้คบกับรุ่นพี่หนุ่มคนนั้น

“เราก็ติดต่อกันตลอดถ้าไม่มีพี่วินเราคงแย่”

“เขาคบกับโมเดลนานแล้วเหรอ” เดนิสาถามเพราะเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“เปล่าหรอกเดซี่ เรากับพี่วินไม่ได้คบกัน”

“แต่ดูเขาสนิทสนมกับแม่ของโมเดลมากเลยนะแล้วยังจะคอยต้อนรับแขกอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าภาพอีก ถ้าเขาไม่คิดอะไรกับโมเดลเขาจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ”

“ไปกันใหญ่แล้วอิ๊นซ์”

“เราก็พูดไปตามที่เห็นน่ะคนอื่นก็คงคิดไม่ต่างจากเรา”

“โมเดลตอนเราไปเข้าห้องน้ำเราก็ได้ยินคนเขาพูดกันด้วยว่าพี่วินคือพ่อของน้องบอสตันเพราะทั้งสองคนหน้าตาดูคล้ายกันมากแล้วตอนที่พี่วินเขาก็ยังมาช่วยงานอีก” เดนิสาบอกถึงสิ่งที่ตนเองได้ยินมาให้เพื่อนรู้

“แล้วตอนนี้พี่วินก็เข้ามาช่วยงานคุณพ่อของโมเดลที่บริษัทด้วยเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่” อรอินทร์ยังไม่หายสงสัยเธอ กำลังสับสนว่าใครกันแน่ที่เป็นพ่อของน้องบอสตัน

“เราไม่อยากจะพูดเรื่องนี้เลยเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่วิน แต่ถ้าเขาไม่พูดอิ๊นซ์กับเดซี่ก็ยังคงสงสัยเหมือนกับคนอื่น”

“ถ้าโมเดลลำบากใจ ก็ไม่ต้องเล่าให้เราสองคนฟังก็ได้นะ” อรอินทร์ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากใจถึงแม้ว่าตัวเองอยากจะรู้ความจริงมากแค่ไหนก็ตาม

“เรื่องที่เราจะบอกมันเป็นความลับเดซี่กับอิ๊นซ์ห้ามบอกใครนะ”

อรอินทร์กับเดนิสาพยักหน้าพร้อมกันทันทีด้วยความอยากรู้

“เรากับพี่วินเป็นพี่น้องกัน”

“อะไรนะ /อะไรนะ”

“ เบาๆ สิ”

“ก็คนมันตกใจนี่ โมเดลเสียใจจนเพ้อไปหรือกำลังสับสนอะไรหรือเปล่า” เดนิสามมองหน้าเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ

“เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่โมเดล” อรอินทร์ตั้งสติได้ก็ถามต่อ

เมลดาเล่าให้เพื่อนฟังว่าตนเองกับมาวินมีพ่อคนเดียวกัน แต่ที่ต้องปิดบังคนอื่นก็เพราะมารดาของมาวินเป็นภรรยาน้อยจึงไม่อยากให้คนอื่นรู้เพราะกลัวมาวินจะถูกคนอื่นมองไม่ดี

“แต่พี่วินกับแม่ของโมเดลก็ดูสนิทกับพี่วินมากนะ”

“พี่เขามาช่วยงานที่บริษัทตั้งแต่เรียนจบและคอยดูแลพ่อกับแม่ตอนที่เราไม่อยู่”

“แบบนี้ไงคนอื่นเข้าใจผิด”

“จริงๆ แม่ก็อยากบอกทุกคนนะว่าพี่วินคือลูกของพ่ออีกคน”

“น่าสงสารเหมือนกันนะ ที่เขาช่วยงานคนอื่นก็คิดว่าเพราะทำเพื่อเจ้านายทั้งที่ตนเองกำลังทำหน้าที่ลูก” เดนิสาพูดอย่างเห็นใจ

“แต่เขาก็ดูเข้มแข็งมากเหมือนกันนะ ต้องคอยต้อนรับแขกในฐานะลูกจ้างทั้งที่ตัวเองก็คือลูกแท้ๆ” แท้อรอินทร์รู้สึกเห็นใจพี่ชายของเพื่อนมาก

“พี่วินคือพี่ชายที่ดีมาก ถ้าเราไม่มีพี่วินก็คงแย่ เราไม่เคยเห็นว่าพี่วินเป็นคนอื่นเลย เรารู้สึกว่าพี่วินเหมือนลูกชายอีกคนของแม่”

“แล้วแม่เขาล่ะมาร่วมงานหรือเปล่า”

“คนนั้นไง ที่นั่งอยู่ซ้ายสุดของโต๊ะ”

“ดูเขาเศร้าเหมือนกันนะ” เดนิสามองหญิงวัยกลางคนที่มีนัยน์ตาเศร้าแล้วก็รู้สึกเห็นใจ

“ทุกคนเศร้ามากเพราะพ่อจากไปอย่างกะทันหันแต่หมอบอกว่าพ่อไม่ได้ทรมานอะไรเลยท่านเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ” เมลดาเล่าให้เพื่อนฟังด้วยเสียงที่สั่นเครือ

อรอินทร์กับเดนิสาต้องช่วยกันปลอบอีกพักใหญ่กว่าเมลดาจะกลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม

“แม่ครับ แม่ครับผมอยากไปเข้าห้องน้ำ” บอสตันที่นั่งดูการ์ตูนอยู่สะกิดมารดาและกระซิบเบาๆ เพราะตกลงกันมาจากที่บ้านแล้วว่าการมาร่วมงานคืนนี้จะต้องนั่งให้เรียบร้อยที่สุดเพราะคุณตาจะคอยดูอยู่ไกลๆ

“ได้สิ บอสตันเก็บแท็บเล็ตและถอดหูฟังออกก่อนนะ แล้วแม่จะพาไปเข้าห้องน้ำ” เมื่อลูกชายกำลังเก็บของเมลดาก็หันมาบอกเพื่อนทั้งสองคนว่าตนเองจะพาบอสตันไปเข้าห้องน้ำ

“ให้เราไปเป็นเพื่อนไหมโมเดล”

“ไม่เป็นไรหรอกเดซี่ ใกล้แค่นี้เอง”

เมลดาพาบอสตันมายังห้องน้ำซึ่งตอนนี้มีคนต่อคิวอยู่ก่อนหน้านี้แล้วหนึ่งคน

“แม่ครับ ผมโตแล้ว ผมเข้าห้องน้ำเองได้”

“หนูต่อคิวแล้วเข้าห้องน้ำคนเดียวได้จริงๆ ใช่ไหมบอสตัน”

“ครับแม่”

“ถ้ายังงั้นแม่ออกไปยืนรอข้างนอกนะครับ เสร็จแล้วหนูก็ล้างมือให้เรียบร้อยแล้วเดินตามออกไปได้ไหม แม่จะรออยู่ข้างนอก”

“ได้ครับ”

เมลดาออกมายืนรอลูกชายด้านนอก ระหว่างนั้นก็มองไปทั่วบริเวณวัดซึ่งนอกจากจะมีงานสวดอภิธรรมศพของบิดาของตนเองศาลาอีกด้านก็มีงานของคนอื่นด้วย

เมื่อมองไปเรื่อยๆ สายตาของเธอก็สะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับคนรักเก่าของเธอมาก แล้วพอผู้ชายคนนั้นหันกลับมาหญิงสาวก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเขาตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึงไทย แต่ก็นับว่ายังโชคดีอยู่เพราะบริเวณที่เมลดายืนอยู่นั้นไม่ได้สว่างมาก เธอรีบเดินไปหน้าห้องน้ำแล้วเรียกลูกชายเพราะอยากจะรีบออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด เนื่องจากกลัวว่าเขาอาจจะมาใช้ห้องน้ำซึ่งมีแค่จุดที่เธอยืนอยู่จุดเดียวเท่านั้น

“บอสตันเสร็จหรือยังลูก”

“เสร็จแล้วครับแม่ ผมกำลังล้างมืออยู่ครับ”

พอลูกชายเดินออกมาจากห้องน้ำเมลดาก็รีบพากลับไปยังศาลาที่จัดงานศพอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินมาถึงพระก็เริ่มสวดพอดีทำให้เมลดายังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้อรอินทร์กับเดนิสาฟังว่าตนเองไปถึงกับใครมา

หลังจากพระสวดอภิธรรมเสร็จเธอกับเพื่อนก็ออกไปยืนส่งแขกที่กำลังจะกลับโดยไม่ลืมที่จะมอบขนมและน้ำผลไม้ให้แขกติดมือกลับบ้านไปด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

เศษใจซาตาน

ตอนที่ 2
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED