ตอน 1

“พ่อมีคนที่อยากจะแนะนำให้ลูกได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วยนะ” ประโยคของธีรกรผู้เป็นบิดา ทำให้ธีรวัชรต้องเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมองบิดาด้วยความสงสัย

"ใครกันเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม ชะเง้อคอมองคนที่บิดาบอกว่าจะแนะนำให้เขาได้รู้จัก แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

“นั่นไงมาแล้ว” ประโยคนั้นของบิดาทำให้ธีรวัชรหันไปมองตาม เขาเห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้าน ตามด้วยสาวน้อยนางหนึ่งที่ทำให้เขาถึงกับอึ้ง

“พี่ธีร์/หนูยิ้ม” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

“เราสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” ธีรกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เอ่อ... คือว่าหนู” ยิ้มใสมีท่าทีอึกอัก แต่ธีรวัชรตอบออกมาเสียงดังฟังชัดว่าเขารู้จักเธอเป็นอย่างดี

“รู้จักกันครับคุณพ่อ รู้จักกันดีเสียด้วย” ประโยคนั้นของธีรวัชรทำให้ยิ้มใสหน้าแดงซ่าน

เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะเจอเขาในสถานการณ์เช่นนี้

“รู้จักกันก็ดีแล้ว น้ายุกับหนูยิ้มจะมาอยู่กับเราที่นี่นะธี” คุณธีร์รกรเอ่ยขึ้น ซึ่งท่านเองก็ได้พูดกับลูกชายคนเดียวไปบ้างแล้ว เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพ่อลูก เขาจะทำอะไรต้องบอกลูกชายก่อนเสมอ ลูกชายเองก็เหมือนกัน จะทำอะไรก็จะปรึกษาหารือเขาก่อนเสมอ

“อยู่ในฐานะอะไรเหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม

“น้ายุเขาจะมาช่วยดูแลบ้านดูแลเรา พ่อเคยบอกธีไปแล้ว ส่วนยิ้มใสจะมาเรียนต่อที่นี่” ประโยคของบิดาทำให้ธีรวัชรเข้าใจดี

บิดานั้นเป็นหม้ายมานานเพราะมารดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็กๆ ท่านไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน

บิดาเลี้ยงเขามาด้วยตนเอง โดยไม่เคยพาเขาไปทิ้งหรือไปฝากให้ใครเลี้ยง ซึ่งพ่อแม่หลายคนมักพาลูกของตัวเองไปฝากญาติพี่น้องให้เลี้ยง ไม่ก็ฝากปู่ย่าตายายเลี้ยง ท่านให้เหตุผลว่าไม่อยากเป็นภาระให้ใคร และไม่อยากให้เขาขาดความอบอุ่น ไปฝากคนอื่นเลี้ยงไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดีเหมือนตัวเองเลี้ยงหรือเปล่า ดังนั้นไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ท่านก็เลี้ยงเขาด้วยมือของท่านเอง

เขากับบิดานั้นสนิทกันค่อนข้างมาก ท่านเคยให้เหตุผลว่า ที่ไม่หามารดาใหม่ให้เขาเพราะกลัวว่าผู้หญิงคนใหม่ที่เข้ามาในครอบครัว จะเข้ากับเขาไม่ได้ จะไม่รักเขาจริง หรือทำไม่ดีกับเขาลับหลัง เหมือนหลายครอบครัวที่มักมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

แต่เมื่อหลายเดือนก่อน จู่ ๆ ท่านก็พูดกับเขาตรงๆ ว่าเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนดีมากๆ นิสัยเหมือนกับมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว ท่านจึงอยากมีใครสักคนเคียงข้างอีกครั้ง ในวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายปีแล้ว เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันอันใด คิดว่าบิดาเองก็ควรมีคนดูแลตั้งนานแล้ว

ธีรวัชรจำได้ว่าตอนเด็กๆ เขายังเคยเป็นพ่อสื่อจีบคุณครูอนุบาลให้บิดาเสียด้วยซ้ำ แต่ท่านเองต่างหากที่ไม่เอา แถมยังไม่สนใจอีกด้วย

ในครั้งนี้ท่านพูดกับเขาแบบตรงไปตรงมาว่า ผู้หญิงที่จะรับมาอยู่ด้วยเป็นคนดีและดีมากๆ ท่านยืนยันขนาดนั้นเขาหรือจะกล้าขัดความสุขบั้นปลายชีวิตของท่าน เขาเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรียนจบแล้ว พร้อมที่จะทำงานทำการ เลี้ยงดูตัวเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ เขาก็อยากให้บิดาของตัวเองได้รับการดูแลที่ดีด้วยไม่ต่างกัน หากเขาไม่ว่างหรือติดงานต้องเดินทางไปไหนมาไหน

บิดานั้นชอบผู้หญิงพูดเพราะ กิริยามารยาทเรียบร้อยอ่อนหวาน เอาอกเอาใจเก่งและเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องสะอาดสะอ้านพูดคุยกันแล้วรู้สึกสบายใจไม่ใช่ผู้หญิงเก่งกล้าสามารถทำงานเก่งอะไรหรอก ท่านเป็นคนทำงานเก่งอยู่แล้ว จึงไม่ได้ต้องการผู้หญิงทำงานเก่งมาเคียงข้างมากไปกว่าผู้หญิงที่คุยกับท่านได้ทุกเรื่อง เข้าอกเข้าใจกัน ยินดีรับฟังทุกเรื่องไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ท่านชอบผู้หญิงใจเย็น คอยดูแลท่านในยามเหนื่อยล้าจากงาน

เหตุผลอีกข้อของท่านก็ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นไปอีก เขาเรียนจบแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมารดาเลี้ยงรังแกเหมือนครอบครัวอื่น เหตุผลอะไรก็ช่าง แต่ความรักที่ท่านมีให้เขา ทำให้ธีรวัชรไม่ขัดที่ท่านจะสมรสใหม่ มีผู้หญิงที่ดีมาอยู่เคียงข้างในบั้นปลายชีวิตที่เขาเองก็ต้องทำงาน ต้องมีครอบครัว หรือแยกบ้านออกไปอยู่ด้วยตัวเอง สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างทรัพย์สินของตัวเองบ้าง

เขาเองไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่อยากให้บิดาต้องเหงาอยู่เพียงลำพังเมื่อตอนอายุมากแล้ว

บิดาพูดกับเขาเรื่องยุวดีนานแล้ว จนเขาลืมไปเพราะมีเรื่องอะไรให้ต้องทำมากมาย พอย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน ท่านก็เอ่ยเรื่องนี้กับเขาใหม่

ธีรวัชรเองก็ยอมรับว่าเขาตื่นเต้นพอสมควรที่จะได้พบเจอกับแม่ใหม่ ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ได้ยินแต่บิดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่าเป็นคนดีอย่างโน้น เป็นคนดีอย่างนี้

“ก็ดีสิครับ คุณพ่อจะได้มีคนดูแล” ธีรวัชรมองเด็กสาวปากแดงแก้มใสที่เข้ามาสารภาพรักกับเขา พร้อมทั้งยอมมอบกายมอบใจให้เขา ก่อนจากลาเธอยังทิ้งจดหมายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

ข้อความในจดหมายบอกว่าเธอจะย้ายไปเรียนต่อที่อื่น คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว จึงอยากมอบพรหมจรรย์ให้เขาก่อนจากไป

ธีรวัชรตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมดเรี่ยวแรงเพราะร่วมรักกับเด็กสาวไม่ประสาจนเกือบรุ่งสาง ด้วยฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กซ์ที่เธอใจกล้าใส่ให้เขาดื่ม ตอนมาหาเขาที่ห้อง

ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนโดนฟันแล้วทิ้ง!!!

เขากับเธอรู้จักกันเพียงไม่นาน เขาได้เคยช่วยเหลือเธอเอาไว้ในวันหนึ่งตอนที่เธอถูกวิ่งราวกระเป๋า เธอทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนที่ร้านกาแฟของเพื่อนสนิทของเขา

หลังจากที่เขาได้เสียกับเธอในค่ำคืนนั้น รุ่งเช้าของอีกวันเขาก็ออกไปตามหาเธอที่ทำงานของเธอ แต่เธอกลับลาออกไปแล้ว โดยทศพลเจ้าของร้านกาแฟซึ่งเป็นเพื่อนสนิทได้บอกเขาว่า…

“หนูยิ้มลาออกไปแล้ว จะย้ายตามแม่ไปอยู่กับพ่อเลี้ยง เห็นว่าจะไปเรียนต่อด้วย”

“เหรอวะ”

“อืม... นายมีอะไรกับหนูยิ้มหรือเปล่า” ทศพลเอ่ยถามเพื่อน

“นายพอจะรู้ไหมว่าหนูยิ้มย้ายไปอยู่ที่ไหน”

“อันนี้ฉันไม่ได้ถามเลยว่ะเพื่อน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หนูยิ้มไม่ได้บอกฉันก็เลยไม่อยากถามเซ้าซี้ คิดว่าถ้าหนูยิ้มอยากจะบอกก็คงบอกออกมาแล้ว”

“ไม่เป็นไร ขอบใจมากนะ”

“นายก็โทร. หาเขาสิ”

“โทร. ไม่ติดเลย”

ก่อนมาเขาก็ได้โทรศัพท์ไปหายิ้มใสแล้ว แต่มีแค่เสียงตอบกลับอัตโนมัติว่าบริการฝากหมายเลขโทร. กลับ

ในตอนนั้นธีรวัชรเดินคอตกออกมาจากร้านกาแฟของเพื่อน เขารู้สึกสิ้นหวังเป็นอันมากที่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่คิดว่าหากมีวาสนาต่อกัน คงได้เจอกันอีกครั้ง

ก่อนที่ธีรวัชรจะคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับยิ้มใส

ย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...

“ว้าย! ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ” ยิ้มใสร้องอย่างตกใจเมื่อมีวัยรุ่นติดยาท่าทางน่ากลัวตรงเข้ามาหาเธอ มันพยายามกระชากกระเป๋าถือของเธอ แต่เธอไม่ยอม มันเลยยกมีดขึ้นมาทำท่าจะจ้วงแทง ทำให้เธอรีบปล่อยกระเป๋ายอมให้มันเอาไปโดยง่าย เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ แม้จะเสียดายเงินจำนวนนั้นจับใจ

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” ยิ้มใสร้องเรียกให้คนช่วยเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ต้องการแค่กระเป๋า แต่ยังจ้องเธอตาเป็นมันอีก

เงินในกระเป๋าจำนวนนั้นเป็นเงินที่มารดาขายของได้แล้วให้เธอนำไปฝากธนาคารเอาไว้ เพื่อเป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในบ้าน

มันทำท่าจะเข้ามาทำร้ายเธอ แต่กลับโดนใครคนหนึ่งดึงคอเสื้อเอาไว้ ร่างแข็งแรงของผู้หวังดีจัดการมันจนกระเด็น ก่อนจะปลดกระเป๋าของเธอออกมาจากมือของมัน

ตอน 2

มันมองอย่างหัวเสีย รีบดึงมีดออกมา ทำท่าจะจ้วงแทง แต่กลับโดนพลเมืองดีบิดข้อมือเสียก่อน มีดในมือของมันหล่นเพราะแรงบิด มันร้องด้วยความเจ็บ เมื่อถูกผลักจนกระเด็น ธีรวัชรหยิบกระเป๋ายื่นส่งให้เด็กสาวอีกครั้ง เธอดีใจที่ได้เงินจำนวนนั้นคืนมา

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ” เธอไม่คิดว่าจะได้กระเป๋าเงินจำนวนนี้คืน จึงรีบเอ่ยขอบคุณเขาเสียยกใหญ่

“ไม่เป็นไรครับ แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า” ธีรวัชรเอ่ยถามสาวน้อยหน้ามนด้วยสายตาห่วงใย

“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ พี่ระวังค่ะ!”

ยิ้มใสร้องออกมายังตกใจเมื่อเห็นว่าไอ้จิ๊กโก๋ที่ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น มันลุกขึ้นมาใช้มีดจ้วงแทงเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้า ที่มีน้ำใจช่วยเหลือเธอเอาไว้

ธีรวัชรร้องออกมาด้วยความเจ็บ เขาหันไปหามัน ก่อนจะจับข้อมือของมันบิดเต็มแรง

“โอ๊ย!” มันร้องด้วยความเจ็บ ร่างกายผอ.มแห้งแรงน้อยของมันสู้แรงของธีรวัชรไม่ไหว

ธีรวัชรจัดการเตะเข้าที่ชายโครงของมันเต็มแรง มันล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ในขณะธีรวัชรทรุดกายลงด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลเต็มไปหมด

ยิ้มใสเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบผวาเข้าไปหาคนที่ช่วยเธอเอาไว้ในทันที

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คุณตำรวจช่วยด้วยค่ะ มีโจรวิ่งราวกระเป๋าอยู่ตรงนี้” ตำรวจสายตรวจที่ขับรถผ่านมาทางนั้นพอดีรีบจอดรถ ทำให้ยิ้มใสมีสีหน้าดีใจ

จิ๊กโก๋ติดยาที่เห็นตำรวจ มันรีบวิ่งหนีด้วยท่าทีทุลักทุเล มันออกวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวตำรวจสายตรวจก็ตามไปรวบตัวมันไว้ได้ทัน

“คุณตำรวจช่วยด้วยค่ะ ตรงนี้มีคนบาดเจ็บ” ยิ้มใสอรีบตะโกนบอก ตำรวจนายนั้นรีบเข้ามาหาธีรวัชรเพื่อดูอาการ ก่อนจะโทร. เรียกรถพยาบาลให้มารับผู้บาดเจ็บโดยด่วน ไม่นานรถพยาบาลก็มารับธีรวัชรไปโรงพยาบาล

ชายหนุ่มถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในขณะที่ยิ้มใสเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องด้วยอาการร้อนใจ

เธอเป็นห่วงเขาจับใจกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป การรอคอยของเธอสิ้นสุดลงเมื่อคุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉินและแจ้งให้เธอทราบว่าธีรวัชรพ้นขีดอันตรายแล้วตอนนี้บุรุษพยาบาลได้เข็นร่างของเขาไปนอนพักฟื้นที่ห้องพักสำหรับผู้ป่วยซึ่งเป็นห้องพิเศษของทางโรงพยาบาล

ยิ้มใสรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก เธอตามเขาไปที่ห้องพักฟื้นเพื่อจะขอบคุณเขา ที่เขาช่วยเหลือเธอเอาไว้ในครั้งนี้

ธีรวัชรหลับไปเพราะเพลียและฤทธิ์ยา ในขณะที่ยิ้มใสคอยเฝ้าเขาอยู่ไม่ห่าง เธอโทรศัพท์ไปหามารดา เล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านได้ฟัง ท่านจึงบอกให้เธอคอยดูแลเขาอยู่ที่โรงพยาบาล หากเขาฟื้นขึ้นมาจะได้ขอบคุณเขาและดูแลเขาด้วย ระหว่างที่รอญาติของเขามาเยี่ยม

“เดี๋ยวแม่รีบไปนะจ๊ะ หนูไม่เป็นอะไรใช่ไหมลูก”

“หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะคุณแม่”

“บุญรักษา แม่รักหนูนะลูก” ยุวดีบอกบุตรสาวทุกครั้งที่บุตรสาวผ่านพ้นเรื่องราวไม่ดีมา เพื่อปลอบใจและเพื่อบอกให้บุตรสาวรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่คนนี้ก็จะอยู่เคียงข้างเสมอ

“หนูก็รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”

“คราวหลังมันอยากได้อะไรก็ให้มันไปเถอะนะลูก เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ชีวิตของเราสำคัญที่สุด ถ้าเรายังมีชีวิต เรายังสามารถทำอะไรได้อีกมาก”

“หนูให้มันไปแล้วค่ะแม่ แต่ว่ามันจะเข้ามาทำร้ายหนูอีก”

“โชคดีเหลือเกินที่เขามาช่วยหนูเอาไว้ เดี่ยวแม่ไปหานะลูก” ยุวดีวางสายจากบุตรสาวก็มาเยี่ยมผู้มีพระคุณของบุตรสาวในทันที แต่มีโทรศัพท์เข้ามาเสียก่อน เร่งให้เธอเอาขนมไปส่งโดยด่วนเพราะรออยู่นานแล้ว

ยุวดีทำขนมส่งขายเป็นรายได้หลักเลี้ยงตัวเองและครอบครัว เธอจึงต้องโทร. กลับไปหาบุตรสาวใหม่เพื่อบอกว่าจะไปช้าสักหน่อย

“แม่ต้องรีบไปส่งขนมก่อนนะจ๊ะหนูยิ้ม เขาโทร. มาเร่ง” เพราะเป็นเจ้าประจำเสียด้วย ยุวดีจึงไม่อยากเสียลูกค้าคนสำคัญไป อีกอย่างขนมที่ทำไม่ได้ใส่สารกันบูดหรือกันเสียอะไร จึงอยู่ได้ไม่กี่วันก็เสีย

“คุณแม่ไปเถอะค่ะ หนูยิ้มไม่ได้เป็นอะไร หนูยิ้มปลอดภัยดีค่ะ”

“จ้ะๆ เดี๋ยวแม่รีบไปนะ” ยุวดีรีบรับคำ รีบไปส่งขนมโดยด่วนจะได้ไปเยี่ยมผู้มีพระคุณของบุตรสาวด้วย

ยิ้มใสคอยเฝ้าดูแลธีรวัชรจนเขาฟื้น เธอมองเขาด้วยความดีใจเป็นอันมาก

“พี่ฟื้นแล้ว” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม

เขากระพริบตาปริบๆ คล้ายจะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

“เป็นยังไงบ้าง” ก่อนจะเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วงเมื่อจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้

“หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะพี่ ขอบคุณพี่มากๆ นะคะ”

ยิ้มใสส่ายหน้าไปมา กล่าวขอบคุณเขาอย่างซึ้งใจ

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เขาบอกอย่างโล่งใจ

“หนูสบายดีค่ะ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย เพราะพี่ช่วยหนูเอาไว้”

“พี่หิวน้ำจังเลย” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากไปหมด

“นี่น้ำค่ะ” เธอรีบรินน้ำให้เขาดื่ม ด้วยการประคองร่างของเขาให้พิงไปกับหัวเตียง

“พี่เป็นยังไงบ้างคะ”

“ไกลหัวใจตั้งเยอะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ดูทำหน้าเข้า” ธีรวัชรมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู

“แม่ของหนูบอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ด้วยค่ะ แต่ยังไม่มาเลย สงสัยยังส่งขนมไม่เสร็จ”

“แม่ทำขนมขายเหรอ”

“ใช่ค่ะ คุณแม่ทำขนมอร่อยค่ะ ท่านทำขนมส่งขาย”

“แล้วเราล่ะ ทำขนมอร่อยหรือเปล่า”

“อร่อยสิคะ เอาไว้หนูจะพาเอาขนมที่ช่วยแม่ทำมาให้พี่ชิมนะคะ”

“พูดแบบนี้เหมือนพี่อยากกินขนมเราเลย”

“หนูยินดีจะทำขนมมาให้พี่กินทุกวันเลยค่ะ พี่เป็นผู้มีพระคุณของหนู”

“เราชื่ออะไรครับ” ธีรวัชรเอ่ยถาม มองเด็กสาวอย่างสำรวจตรวจตรา ใบหน้าหวานละมุนของเจ้าหล่อนทำให้เขาเผลอยิ้มทุกครั้งที่ได้พิศมอง

“ชื่อยิ้มใสค่ะ”

“ชื่อสมกับตัว” เขาเห็นว่าเธอยิ้มน่ารัก ชวนมองเสียเหลือเกิน

“เรียกหนูยิ้มก็ได้ค่ะ แม่ของหนูชอบเรียกว่าหนูยิ้มค่ะ”

“ครับ”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พอกดรับยิ้มใสจึงได้รู้ว่าที่มารดาไม่ได้มาเพราะหกล้มข้อเท้าแพลง

“มีอะไรเหรอครับ ทำหน้าเครียดเชียว”

“คุณแม่หกล้มขาแพลงน่ะค่ะ สงสัยจะรีบไปส่งขนมแล้วก็รีบมาเยี่ยมพี่ คงมาไม่ได้แล้วค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ กลับไปดูแม่เถอะ”

“แล้วพี่ล่ะคะ”

“เดี๋ยวพี่โทร. ให้เพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน” เขากดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิท ไม่นานอีกฝ่ายก็มาถึง

“เป็นยังไงบ้างวะไอ้ธี นายโทร. ไป ฉันรีบบึ่งรถมาเลยนะโว้ย เป็นห่วงสุดๆ” คนที่เปิดประตูเข้ามารีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“พี่ทศ” คำเรียกขานที่แสนสนิทคุ้นเคยนั้นทำให้ ธีรวัชรที่นอนป่วยอยู่บนเตียง มองด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม

“รู้จักกันด้วยเหรอ”

“รู้จักสิ นี่พนักงานพาร์ทไทม์ของร้านฉันเอง น้องเขาขยันมากเลยนะ” ทศพลยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า

“พี่ทศเป็นเพื่อนกับพี่ธีร์เหรอคะ”

“ใช่ครับ พี่เป็นเพื่อนกับเจ้าธีมัน แล้วเป็นยังไงมายังไง เราถึงมาเฝ้าเจ้าธีได้ล่ะ” ทศพลเอ่ยถาม

“ฉันช่วยน้องเขาเอาไว้น่ะ” ธีรวัชรจึงเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เพื่อนได้ฟัง

“โชคดีนะครับนี่ที่เจ้าธีผ่านไปทางนั้นพอดี ไม่อย่างนั้นแย่แน่เลย” ทศพลฟังแล้วถอนใจ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขอย่างไรก็ไม่หมดไปจากโลกนี้เสียที จะมีคนถูกทำร้ายจากมันอีกมากเท่าไหร่มิอาจรู้ได้

“ใช่ค่ะ” ยิ้มใสมองธีรวัชรเหมือนเขาเป็นพระเอกขี่ม้าขาว เพราะเขาได้ช่วยเหลือเธอเอาไว้

“กลับไปดูแม่เถอะครับ พี่มีคนดูแลแล้ว”

“งั้นหนูยิ้มขอตัวก่อนนะคะ เอาไว้จะมาเยี่ยมพี่ธีร์ใหม่” เธอยกมือไหว้ธีรวัชรและทศพล

“มองไปจนสุดตาเลยนะ” ทศพลเอ่ยแซวเพื่อนรัก

“มองอะไร น้องเขายังเด็ก”

“ชอบใช่ไหม”

“อะไรของนาย”

“มองตาไม่กะพริบเชียว ชอบก็บอกว่าชอบสิ คนนี้น่ารักนิสัยดี แถมยังขยันอีกด้วย หารายได้พิเศษหลังเลิกเรียน ถ้านายสนใจเดี๋ยวฉันติดต่อให้”

ตอน 3

“ไม่เอา ยังเด็กอยู่เลย สิบแปดหรือยังล่ะนั่น”

“สิบเจ็ดย่างสิบแปดแล้ว น้องจะจบมอหกแล้ว”

ทศพลเชียร์เต็มที่ เพราะว่าเพื่อนของเขาก็เป็นคนดี ยิ้มใสก็น่ารัก เขาเอ็นดูยิ้มใสเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ร้านกาแฟของเขาก็สั่งขนมจากแม่ของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอทำขนมอร่อยมากๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย เอากำไรแค่นิดเดียว ทำให้ลูกค้าติดมาก มาดื่มกาแฟที่ร้านทีไร จะต้องถามหาขนมของสองแม่ลูกทีคราไป

“น้องยังเด็ก ปล่อยให้ตั้งใจเรียนไปดีกว่า อย่าให้มาสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลย”

“แล้วนายเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่เป็นอะไรมาก”

“บอกลุงกรหรือยัง” ลุงกรที่ทศพลถามถึงคือธีรกร บิดาของธีรวัชร สองพ่อลูกอยู่กันคนละที่ ธีรวัชรมาเรียนที่นี่ เรียนจบก็ทำงานที่นี่ ส่วนธีรกรนั้นอยู่กรุงเทพฯ จึงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่

“ไม่ต้องบอกหรอก เดี๋ยวพ่อจะเป็นห่วงเปล่าๆ”

“ไม่เป็นไร ที่นี่มีพยาบาลสาวๆ สวยๆ มากเลยว่ะเพื่อน รับรองว่านายอยากนอนป่วยที่นี่อีกหลายวัน”

“ใครจะลามกชีกอเหมือนนาย”

“หิวหรือเปล่า”

“ไม่ค่อยหิว”

“หรือว่าหิวหนูยิ้ม”

“นายนี่ยังไง วกกลับไปเรื่องหนูยิ้มอยู่ได้”

“ก็ตานายมันฟ้อง มีสาวๆ มาหว่านเสน่ห์หัวกะไดบ้านไม่แห้ง ไม่เห็นสนใจใคร” ธีรวัชรนิสัยเหมือนธีรกรผู้เป็นบิดาราวกับแกะ เรียกว่าลูกไม้หล่นใต้ต้น คือไม่เจ้าชู้หรือจีบผู้หญิงไปทั่ว แถมยังไว้ตัวพอสมควร ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนง่ายๆ

บิดาของเพื่อนรักก็เช่นเดียวกัน ครองตัวเป็นพ่อหม้ายมานานไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนให้เป็นที่เสื่อมเสีย แม้สาวๆ จะทอดสะพานให้ขนาดไหนก็ตามที

ด้วยว่ารูปร่างหน้าตาของธีรกรนั้นจะมีสาวสักกี่คนก็ย่อมได้เพราะถึงจะตกพุ่มหม้ายก็มีงานมีการทำที่ดี รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่น อ่อนโยนและพึ่งพิงได้ จึงมีสาวน้อยสาวใหญ่ให้ความสนใจเป็นอันมาก

แต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครพิชิตใจพ่อหม้ายหนุ่มนามว่าธีรกรได้เลย

“เกิดมาหล่อนี่มีชัยไปกว่าครึ่ง”

“อะไรของแกวะ”

“ก็แกกับพ่อของแกน่ะสิ ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้เกิดมาหน้าตาดีขนาดนี้ สาวๆ ติดตรึม”

“สาวๆ ติดตรึมนั่นมันพวกเจ้าชู้ไม่ใช่เหรอ”

“ครับผม พ่อหล่อเลือกได้”

“ทำยังกับตัวเองขี้เหร่” ประโยคนั้นของธีรวัชรทำให้ทศพลหัวเราะร่วน

“ไม่สนใจน้องยิ้มใสก็ไม่เป็นไร เขาน่ารักแบบนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง มีผู้ชายมาจีบเขาเยอะแยะ”

“จริงเหรอวะ”

“ฮันแน่”

“อย่าแกล้งกันสิวะ ถามว่าจริงหรือที่มีผู้ชายมาจีบเขาเยอะ”

“จริงสิ หัวกะไดบ้านไม่แห้งเหมือนนายเลย”

“แล้วน้องเขาชอบหรือเปล่าวะ”

“ไม่สนใจสักคน น้องเขาขยัน ตั้งใจเรียน อยากทำงานหาเงินช่วยแม่เขาน่ะ เขามีกันแค่สองคนแม่ลูก พ่อเขาเสียนานแล้ว” ทศพลเล่าไปพลางปอกผลไม้ไปพลาง

“แม่เขาก็เหมือนพ่อแกเลยนะ ไม่ยอมมีสามีใหม่ ครองตัวเป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกมาคนเดียว เขาคงรักลูกมาก กลัวมีปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงกระมัง” ทศพลเดาเอา เพราะบิดาของธีรวัชรยังคิดแบบนี้เลย

“อย่างนั้นเหรอ” คนป่วยบนเตียงได้ฟังเรื่องราวของสาวน้อยที่เขาช่วยเอาไว้ก็นึกทึ่งใสตัวเธอไม่น้อย

“นี่คนเดียวเลยนะ คนอื่นฉันไม่ทำให้”

“ทำอะไร”

“นี่ไง” ทศพลบุ้ยใบ้ไปที่มือของตัวเอง ที่กำลังปอกผลไม้ให้เพื่อนรักอยู่

“ขอบใจว่ะเพื่อน”

“ฉันมีความลับจะบอกนาย”

“ความลับว่า...” ธีรวัชรหยิบผลไม้ที่เพื่อนปอกไปกิน ขณะเอ่ยถามกลับไป

“ความจริงแล้ว ฉันชอบนายมากนะ เป็นแฟนกับฉันเถอะ”

“แค่ก แค่ก แค่ก!!!” ธีรวัชรถึงกับสำลัก ไอติดกันหลายครั้ง ผลไม้แทบพุ่งออกมาจากปาก

“เฮ้ย! ฉันล้อเล่น ขอโทษโว้ยเพื่อน” ทศพลตรงเข้าลูบหลังลูบไหล่เพื่อน หัวเราะร่วนที่ได้แกล้งเพื่อนแบบนี้

“นายอย่าแกล้งกันแบบนี้อีก ฉันขนลุกว่ะ” ธีรวัชรทำท่าขนลุกใส่เพื่อนรัก นั่นยิ่งทำให้ทศพลหัวเราะหนักขึ้นไปอีก

“มีความสุขหรือไงวะ ถึงได้แกล้งกันแบบนี้”

“มีความสุขสิวะ นานๆ จะได้แกล้งนายสักที” ปกติแล้วธีรวัชรไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เขาแกล้งนักหรอก ด้วยว่าเพื่อนของเขาเป็นคนนิ่งๆ ไว้ตัว ทำตัวหล่ออยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งเขาก็นึกหมั่นไส้อยากหาทางแกล้งอยู่เหมือนกัน

ทศพลกลับไปแล้ว แต่ธีรวัชรมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่ ก็ทำให้เพื่อนหายห่วง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ธีรวัชรที่นอนดูทีวีอยู่กดรับสาย

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะพี่ธีร์ เป็นยังไงบ้างคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้เขากะพริบตาเล็กน้อย เสียงคุ้นเคยที่ดังมาตามสายทำให้เขาถึงบางอ้อ ว่าปลายสายคือเด็กสาวนามว่ายิ้มใสที่เขาได้ช่วยชีวิตเอาไว้

ปกติแล้วเขาไม่ค่อยให้เบอร์โทรศัพท์กับใครสุ่มสี่สุ่มห้า คนที่สนิทจริงๆ ถึงจะมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยรับสายที่เป็นเบอร์แปลกๆ ด้วย แต่ที่กดรับเพราะกำลังดูทีวีเพลิน เลยไม่ทันดูว่าใครโทร. หา

“หนูยิ้มเหรอครับ” ธีรวัชรเผลอยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กสาวยิ้มสดใสกระชากหัวใจเขายิ่งนัก

“ใช่ค่ะ หนูยิ้มเป็นห่วงเลยโทร. ถามอาการน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าหนูยิ้มรบกวนพี่ธีร์หรือเปล่าคะ”

“ไม่รบกวนครับ พี่กำลังนอนดูทีวีอยู่”

“พี่ธีร์เจ็บแผลอีกไหมคะ”

“ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ”

“คุณแม่ขาแพลงเลยไปเยี่ยมไม่ได้ คุณแม่ฝากขอโทษพี่ธีร์ด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“พี่ธีร์คะ”

“ครับ”

“พรุ่งนี้หนูยิ้มจะรีบไปเยี่ยมนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ดูแลคุณแม่เถอะครับ พี่ไม่เป็นอะไร”

“คุณแม่อาการไม่หนักมากค่ะ แค่เดินไม่สะดวกเท่านั้น พรุ่งนี้หนูยิ้มจะทำขนมไปให้พี่ธีร์ลองชิมดูนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“พี่ธีร์คะ”

“ครับ”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“งั้นหนูยิ้มไม่รบกวนแล้วนะคะ พี่ธีร์จะได้พักผ่อน”

“ครับ”

ยิ้มใสกดวางสายด้วยรอยยิ้ม หัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะโลดออกมาจากอก

“พี่เขาเป็นยังไงบ้างลูก” ประโยคของมารดาทำให้ยิ้มใสหันไปตอบอย่างโล่งใจ

“พี่ธีร์ไม่เจ็บแผลมากแล้วค่ะ พรุ่งนี้หนูยิ้มจะทำขนมไปให้พี่ธีร์ชิมนะคะคุณแม่”

“เอาสิจ้ะ เสียดายจัง แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมผู้มีพระคุณของหนูเลย” ท่านก้มมองขาของตัวเองที่บวมพอสมควร ทำให้เดินไม่สะดวก แต่ก็ยังนั่งทำขนมได้ โดยมีบุตรสาวคอยหยิบจับช่วยนั่นนี่อยู่ใกล้ๆ

โชคดีที่ยิ้มใสเป็นเด็กหัวดี ชอบทำขนมตั้งแต่เด็กๆ เธอเดินไม่ถนัดแบบนี้ ก็มีบุตรสาวคอยช่วยเหลือ ทำให้ไม่มีอะไรติดขัดเลยสักนิด

“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”

“แม่ไม่เป็นอะไรมากจ้ะ แค่เดินไม่สะดวกเท่านั้น ช่วงนี้หนูคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ”

“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่เหนื่อยมาทั้งชีวิตเพื่อเลี้ยงดูหนู หนูเองก็ต้องดูแลคุณแม่เหมือนกันค่ะ” ยิ้มใสกอดมารดาอย่างออดอ้อน ท่านลูบผมนุ่มสลวยของเธอไปมาเบาๆ ด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ

ยิ้มใสจัดการแพ็กขนมใส่กล่อง เธอขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งขนมจนเสร็จในวันรุ่งขึ้นก็แวะไปเยี่ยมธีรวัชรที่โรงพยาบาล

“วันนี้หนูยิ้มทำขนมมาให้พี่ธีร์ลองชิมด้วยนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“พี่ธีร์หิวหรือยังคะ คุณแม่ทำข้าวตุ้มกุ้งกับแซนด์วิชฝากมาให้พี่ธีร์ด้วยค่ะ”

“คุณแม่เจ็บขาอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” ธีรวัชรเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ปวดขาแต่มือไม่ปวดค่ะ คุณแม่นั่งทำเอาค่ะ หนูยิ้มห้ามก็ไม่ฟัง แถมยังช่วยแพ็กขนมอีกค่ะ นี่หนูยิ้มส่งขนมเสร็จแล้วเลยมาเยี่ยมพี่ธีร์ค่ะ โชคดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่อย่างนั้นหนูยิ้มคงทำอะไรไม่ทันแน่ ๆ เลยค่ะ” เธอนำข้าวต้มกุ้งกับแซนด์วิชออกมาใส่จานชามให้เขา

“หอมเชียวครับ” ธีรวัชรได้กลิ่นอาหารของสองแม่ลูกแล้วรู้สึกหิวไม่น้อย

“อร่อยด้วยนะคะ คุณแม่ทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ หนูยิ้มทำเค้กกล้วยหอมมาให้พี่ธีร์ลองชิมนะคะ นี่ผลไม้ค่ะ ปอกมาเรียบร้อยแล้ว” ยิ้มใสจัดของกินทุกอย่างแล้วยกไปตรงหน้าของธีรวัชร เพื่อให้เขารับประทาน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED