เสียงเรียกจากพยาบาลชุดขาวทำให้ร่างน้อยที่นั่งรออยู่นั้นสะดุ้งเบา ๆ ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกนั้น
“ดิฉันเองค่ะ”
สตรีในชุดเดรสลายดอกค่อย ๆ ยืนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อพบหมอที่ตอนนี้กำลังนั่งยิ้มรอหญิงสาวอยู่ก่อนแล้ว
“คุณเว่ยลี่กันใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้คุณกำลังท้องได้ 3 เดือนแล้ว ในช่วงนี้คุณจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ.....”
เสียงของหมอที่ตอนนี้กำลังบอกและอธิบายวิธีการดูแลตนเองสำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้หายไปจากการรับรู้ของลี่กัน สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดดั่งความรู้สึกของเธอที่ตอนนี้คล้ายจะดีใจและคล้าย ๆ จะเฉย ๆ หรืออย่างไรก็ไม่อาจบอกได้
“ฉันท้องเหรอคะหมอ”
“ครับ”
หมอได้ตรวจร่างกายพร้อมทั้งสั่งยาให้หญิงสาว เมื่อเสร็จแล้วลี่กันจึงได้ออกมารอจ่ายเงินเพื่อรับยา เว่ยลี่กันลูบท้องของตนเองเบา ๆ
“ฮุ่ยเฟินจะดีใจหรือเปล่านะ”
หญิงสาวอมยิ้มขณะลูบท้องก่อนจะรับยา เว่ยลี่กันค่อย ๆ เดินออกจากโรงพยาบาลมือเรียวขาวค่อย ๆ ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าก่อนจะโทรหาบุรุษซึ่งเป็นพ่อของเด็กในท้องนั้น
“ฮาโหล”
“พี่เฟิน”
“ลี่กันเหรอ ว่าไง”
“เย็นนี้พี่ว่างหรือเปล่าคะ”
“เย็นนี้พี่ติดประชุม ลี่กันมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแค่เราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว...”
“ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้ก่อนนะ พี่ยุ่ง”
เมื่อปลายสายวางไปลี่กันได้แต่ยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะลูบท้องของตนเบา ๆ
“พ่อของหนูคงจะยุ่ง ช่วงนี้มีโปรเจคใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ ไว้พวกเราค่อยบอกพ่อกันดีไหม หรือว่า...”
ลี่กันเหมือนจะคิดอะไรดี ๆ ได้ หญิงสาวจึงรีบแวะซื้อของก่อนจะเดินทางไปคอนโดของฮุ่ยเฟินในทันที
“ติ๊ด”
เสียงคีย์การ์ดคอนโดดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก ลี่กันค่อย ๆ เดินไปตามทางที่เธอเคยมาก่อนจะลูบท้องด้วยความสุข
“พ่อของหนูเคยให้คีย์การ์ดแม่ไว้ เดี๋ยวเราไปรอพ่อของหนูในห้องกันนะ”
หญิงสาวกดลิฟต์ไปยังชั้นที่เธอเคยมา กุญแจถูกไขเข้าไปด้านในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เมื่อประตูเปิดออกหญิงสาวกลับต้องตกใจกับภาพที่เห็น รองเท้าผู้หญิง ถุงน่องและเสื้อผ้าของบุรุษที่เธอจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นชุดของฮุ่ยเฟิน แต่ของของสตรีเหล่านั้นเธอกลับไม่คุ้นแม้สักน้อย
“ของ.....ใครกัน”
แม้ลึก ๆ ในใจจะกลัวกับคำตอบนั้นแต่เท้าของเธอกลับไม่หยุดที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อหาคำตอบ
“อื้ออออ ตรงนั้นอย่าสิคะ”
เสียงของสตรีลอยลอดออกมาจากห้องนอน เท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปถึงกับหยุดนิ่ง หนึ่งใจบอกให้ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไป แต่อีกใจกลับบอกให้เข้าไปให้เห็นกับตา น้ำตาของเว่ยลี่กันค่อย ๆ รินไหลเป็นทาง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูที่แง้มไว้นั้นให้อ้าออก
“ว้ายยยย!!!!”
ทั้งสองรีบหยุดกิจกรรมที่กำลังทำทันทีที่หญิงสาวใต้ร่างฮุ่ยเฟินกรีดร้องเพราะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา
“นี่เธอเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน”
เว่ยลี่กันมองไปยังสตรีที่มีร่างกายเปลือยเปล่านอนอยู่โดยมีบุรุษที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปกป้องและปกปิดร่างกายให้สตรีในอ้อมกอดของเขานั้น
“......”
เว่ยลี่กันมิได้ตอบสิ่งใด ดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตามองตรงเข้าไปยังดวงตาของฮุ่ยเฟินที่มองเธออยู่เช่นกัน เมื่อดวงตาสบกันชายหนุ่มมีความรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างจึงได้หลบสายตาของเว่ยลี่กันในทันที
“ลี่กัน ตอนนี้พี่ไม่สะดวกจะอธิบาย ไว้เดี๋ยวพี่จะไปหานะ”
ฮุ่ยเฟินเอ่ยขึ้นโดยมิได้สนใจเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ ดึงผ้ามาคลุมร่างกายให้หญิงสาวในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“นี่มันอะไรกันคะพี่เฟิน ทำไมเธอคนนั้นถึงได้มีคีย์การ์ดของคอนโดพี่ อีกทั้งยังมีกุญแจห้องของพี่ด้วย”
“เหมยลี่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย”
“ทำไมเหมยลี่จะถามไม่ได้คะ ในเมื่อเราจะแต่งงานในอีกไม่มีวันข้างหน้า”
“แต่งงาน”
เสียงที่แหบพร่าของลี่กันดังขึ้นพลันทำให้สตรีในอ้อมกอดของฮุ่ยเฟินหันมามองยังหญิงสาวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“ใช่ ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้พี่เฟินเป็นของฉัน ในเมื่อเธอรู้แล้วก็ช่วยคืนกุญแจและคีย์การ์ดคอนโดให้ฉันด้วย”
เหมยลี่พูดก่อนจะแบมือขอของคืนและไม่ยี่หระต่อท่านทางของเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย
“เหมยลี่ เรื่องนี้ให้พี่จัดการเองเถอะนะ”
“จัดการเองงั้นหรือ หากพี่จัดการได้คงไม่มีผู้หญิงคนนี้มายืนอยู่หน้าห้องนอนของเราแบบนี้แน่นอน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพี่เคยคบนังผู้หญิงคนนี้และพากันมานอนที่นี่ เพียงแต่ตอนนั้นเราไม่ได้เป็นอะไรกันฉันจะถือเสียว่าให้ทานไปก็แล้วกัน แต่ตอนนี้พี่เป็นของฉันแล้วในเมื่อพี่ไม่จัดการเรื่องในอดีตของพี่ให้เรียบร้อย ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”
พูดจบเหมยลี่ดึงผ้าออกมาคลุมตัวก่อนจะเดินมาหาเว่ยลี่กันและผลักเธออย่างแรง
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง ออกไป”
เว่ยลี่กันที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้เซเข้าหาโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลนั่น ท้องของหญิงสาวกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะอย่างแรง หญิงสาวค่อย ๆ กุมท้องก่อนจะทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ
“สำออย โดนแค่นี้ทำเป็นนางเอกหนังไปได้”
“ลี่กัน!”
ฮุ่ยเฟินรีบใส่กางเกงก่อนจะปรี่เข้าไปหาเว่ยลี่กัน แต่หญิงสาวกลับสะบัดมือชายหนุ่มที่จะเข้ามาประคองเธอออกในทันที
“อย่ามายุ่ง ต่อให้จะเหลือแค่เราสองคนแม่ลูกพี่ก็จะไม่มีสิทธิ์ในตัวเราอีกแล้ว”
พูดจบเว่ยลี่กันค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่ท้องของหญิงสาวกลับปวดหนึบจนเว่ยลี่กันอดไม่ได้ที่จะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดมือทั้งสองกุมท้องของตนเองไว้ เลือดได้ค่อย ๆ ไหลลงมาจากหว่างขาของหญิงสาว
“ลี่กันเธอหมายความว่าอย่างไร”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอ่ยถามนั้นสายตาของเขากลับมองจ้องไปทางเลือดที่ไหลออกมาจากระหว่างขาของเว่ยลี่กัน
“เลือด พี่จะพาเธอไปหาหมอ”
ชายหนุ่มรีบเข้ามาประคองหญิงสาวแต่กลับถูกสะบัดออกไปอีกครั้ง
“ไม่ต้อง!”
เว่ยลี่กันเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปทางเหมยลี่ที่ยืนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า แต่เมื่อหญิงสาวเห็นสายตาของเว่ยลี่กันเหมยลี่กลับอดไม่ได้ที่จะแสดงความร้ายกาจของตนออกมา
“มิน่า เธอถึงได้รีบมาหาพี่เฟิน ที่แท้ก็จะเอาลูกมารั้งพี่เฟินนี่อเอง”
“ท้อง! เธอท้องงั้นหรือ”
เสียงของเหมยลี่และฮุ่ยเฟินที่เอ่ยออกมานั้นมิได้ทำให้เว่ยลี่กันสนใจแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวออกมาจากห้องนอน
“ลี่กัน ให้พี่ไปส่งเถอะ ไม่เช่นนั้นเธอและลูกอาจจะเป็นอันตรายได้”
ชายหนุ่มรีบเข้าไปอุ้มลี่กันทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวเองอย่างยากเย็นและพยายามเดินออกไปจากห้องไป
รอยเท้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดได้หยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน ฮุ่ยเฟินที่รู้สึกผิดเต็มอกรีบเดินเข้าไปอุ้มเว่ยลี่กันขึ้น แม้หญิงสาวจะดิ้นในอกของเขาแต่เขากลับไม่สามารถปล่อยสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกเขาไปได้
“พี่เฟิน!!!”
เหมยลี่ตะโกนออกไป หญิงสาวตรงดิ่งเข้าไปกระชากชายหนุ่มอย่างแรงทำให้ลี่กันที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอดฮุ่ยเฟินตกลงบนพื้นหน้าโซฟาในทันที
“เหมยลี่ นี่เธอจะทำอะไร”
“ฉันควรจะเป็นคนถามพี่มากกว่า ว่าพี่คิดจะทำบ้าอะไร”
“ลี่กันเป็นเมียพี่นะ เป็นเมียพี่ก่อนเธอด้วยซ้ำ และลูกในท้องนั่นก็เป็นลูกของพี่”
“แล้วอย่างไร แต่ฉันคือเมียพี่ที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ และพ่อแม่ของพี่ก็เห็นชอบด้วยแล้ว”
ชายหนุ่มมิได้สนใจเหมยหลี่แม้แต่น้อย เขากลับพยายามจะเดินเข้าไปอุ้มลี่กันที่ตอนนี้นอนตัวงอบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
“ลี่กัน”
“เพล๊ง”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอกีครั้งกลับถูกแรงกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังจนลี่กันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาร่วงลงพื้นอีกครั้ง เศษแจกันที่แตกตกร่วงเต็มพื้น ร่างของชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนอยู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาจนถึงกางเกง
“นี่เธอทำบ้าอะไรเหมยลี่”
เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากศีรษะของฮุ่ยเฟิน ชายหนุ่มกุมศีรษะที่ปวดนั้นก่อนจะเห็นว่ามีเลือดไหลลงมาเป็นทาง
“ฉันควรถามพี่มากกว่าว่าพี่คิดจะทำอะไร”
“พี่ก็จะปกป้องเมียและลูกของพี่”
“เมียและลูกของพี่งั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ”
ฮุ่ยเฟินไม่ได้ตอบสิ่งใดและมิได้สนใจแผลของตนเอง เขากลับเดินไปทางเว่ยลี่กัน เหมยลี่ที่เห็นว่าชายที่ตนรักไม่สนใจตนเอง เธอจึงได้พยายามหาทางหยุดเขาไว้
“ปึ๊ก!”
ความเจ็บปวดค่อย ๆ แล่นผ่านศีรษะฮุ่ยเฟินอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อย ๆ หันไปทางเหมยลี่ก่อนจะกุมศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดไหลลงมาเป็นทางมากกว่าเดิม
“เหมยลี่ นี่เธอ”
ชายหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหายไป รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของเหมยลี่ปรากฏเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดและภาพตรงหน้าจะหายไป
“ในเมื่อพี่สนใจมันมากกว่าฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้มันรอดไปได้”
เหมยลี่ค่อย ๆ เดินไปหาเว่ยลี่กันที่ตอนนี้นั่งกุมท้องและถอยหลังไปจนชิดข้างหน้าต่างระเบียงคอนโด หญิงสาวยิ้มร่าก่อนจะจิกผมเว่ยลี่กันขึ้น
“อย่าหวังว่าแกจะเอาลูกในท้องของแกมาแย่งพี่เฟินของฉันไปได้”
ใบหน้าของเว่ยลี่กันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งพยายามแกะมือที่จิกผมของเธอไว้แต่มืออีกข้างกลับพยายามปกป้องลูกในท้องของตน เหมยลี่ที่เห็นท่าทางเหล่านั้นของเว่ยลี่กันกลับยิ้มร้ายขึ้นมาอีกครา ใบหน้าที่งดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้าย
“ห่วงมันมากใช่ไหม หวงมันมากนักเหรอ”
“ปึ๊ก!”
“ละ...ลูก”
เหมยลี่เตะเข้าไปยังท้องของเว่ยลี่กันอย่างแรง หญิงสาวนอนงอตัวกุมท้องของตนด้วยความเจ็บปวด จากน้ำตาที่เคยรินไหลพลันเหือดแห้งลงไปพร้อมกับความแค้นที่เข้าสุมเต็มหัวใจของเธอในตอนนี้
“แก..แกกล้าทำลูกฉัน”
เว่ยลี่กันกัดฟันก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินเข้าไปตบยังใบหน้าของเหมยลี่อย่างสุดแรงจนหญิงสาวเซไปทางกระจกระเบียง เหมยลี่มองมือของตนก่อนจะยิ้มร้ายออกมาอีกครา
“พี่เฟินต้องเป็นของฉันคนเดียว”
เหมยลี่ดึงกระจกให้เปิดทางสตรีที่เธอเกลียดก่อนจะวิ่งไปทางเว่ยลี่กันแล้วผลักหญิงสาวให้ตกจากหน้าต่างคอนโดนั้นอย่างตั้งใจ
“ตายไปซะเถอะ”
“ฟิ้ววววว”
สายสมที่พัดร่างกายของเว่ยลี่กันได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้าอย่างสุดใจก่อนจะลูบท้องของตน
“แม่ขอโทษนะที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากชาติหน้ามีจริงแม่จะเข้มแข็งและปกป้องลูกให้ถึงที่สุด”
“กรี๊ดดดดดด มีคนตกคอนโด”
ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญได้หายไป เหลือเพียงความมืดที่ครอบคลุมทั่วบริเวณ เว่ยลี่กันเหมือนเดินอยู่ในความมืดเป็นเวลานานจนกระทั่ง....
“นั่น...แสงสว่าง”
หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปตามทางที่สว่างนั้นจนสุดปลายทาง เพียงไม่นานความรู้สึกเจ็บปวดได้เข้ามาปะทะกับร่างกายหญิงสาวอีกครั้ง
“โอ๊ยยยยย เจ็บ”
“คุณหนูฟื้นแล้ว”
เสียงรอบ ๆ ตัวของเว่ยลี่กันดังขึ้น เป็นเสียงที่หญิงสาวไม่คุ้นเคยแม้สักน้อย หญิงสาวค่อย ๆ พยายามลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะพบว่าห้องที่ตนเองอยู่นั้นแปลกตาไปมาก สตรีที่ยืนข้างเตียงนั้นแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากหนังจีนโบราณ
“คุณหนูอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ รีบทานยาก่อน”
สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างคนหนึ่งรีบเข้ามาประคองเว่ยลี่กัน ส่วนอีกคนรีบนำยาอุ่น ๆ มาป้อนหญิงสาวในทันที
“ขม”
“เช่นนั้นก็อมสิ่งนี้เจ้าค่ะ”
ลูกกวาดได้ถูกป้อนเข้าปากของเว่ยลี่กันทำให้ปากที่รู้สึกขมนั้นคลายความขมลงไปและช่วยได้มากทีเดียว เว่ยลี่กันค่อย ๆ มองรอบ ๆ อย่างพิจารณา
“ไม่ใช่ว่าฉันตกลงมาจากคอนโดหรอกหรือ แต่ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหนกันแล้วทำไมฉันถึง….ตัวเล็กลง”
เว่ยลี่กันเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสองสตรีที่อยู่ข้างเตียงนั้น
“ที่นี่คือที่ไหน ฉันเป็นใคร”
สตรีทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างเว่ยลี่กัน
“บ่าวผิดไปแล้ว หากบ่าวไม่ทิ้งคุณหนูไว้กับคุณหนูรองเว่ย ทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้”
“เดี๋ยวก่อนนะ ลุกขึ้นพูดกันดี ๆ ฉันงงไปหมดแล้ว”
สตรีทั้งสองยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม เว่ยลี่กันได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ‘อย่าบอกนะว่าฉันข้ามมิติมายังโลกโบราณเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา แต่ให้ตายสิฉันกลับไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลย จะทำไงดี เช่นนั้นก็....มั่ว ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน’
“พวกเจ้าชื่ออะไร”
“บ่าวชื่ออาหมิ่นเจ้าค่ะ”
“บ่าวชื่ออาหมิงเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้ว”
“พวกเราอยู่กับคุณหนูตั้งแต่เล็กแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็รู้เรื่องเกี่ยวกับข้าทุกอย่างใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
เว่ยลี่กันถอนหายใจเบา ๆ
“เช่นนั้นเรื่องที่เราคุยกันนี้พวกเจ้าจะต้องเป็นความลับ ห้ามพวกเจ้าบอกใครได้ยินหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“ข้า.....ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”
สิ้นเสียงเว่ยลี่กันอาหมิงและอาหมิ่นพลันเอาหัวโขกพื้นร้องไห้ในทันทีจนเว่ยลี่กันต้องรีบลงจากเตียงไปห้าม แต่ยังมิทันถึงตัวทั้งสองหญิงสาวพลันเซจนเกือบล้ม ดีที่อาหมิ่นรับนางทัน
“คุณหนู”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า อย่าได้โทษตัวเอง ก่อนอื่นมาช่วยข้าฟื้นความจำจะดีกว่า”
อาหมิ่นและอาหมิงประคองเว่ยลี่กันขึ้นเตียง ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหยักหน้าช้า ๆ
“พวกเราจะช่วยคุณหนูเต็มที่เจ้าค่ะ”
“ดีมาก”
เว่ยลี่กันยิ้มน้อย ๆ ‘ดีที่พวกนางเป็นคนพูดง่าย’