เสียงประทัดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ตลอดจวนแม่ทัพถูกตกแต่งไปด้วยคำมงคลและประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงงดงาม ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาร่วมงานมงคลนี้อย่างคับคั่ง
“นี่เจ้ารู้หรือไม่”
“รู้อะไรงั้นหรือ”
“เขาลือกันว่า เหตุที่ท่านแม่ทัพตะวันออกหยางเฟยหย่าต้องแต่งกับคุณหนูใหญ่จวนเซวียนั้นล้วนแล้วแต่เพราะจำใจเท่านั้น”
“จำใจงั้นหรือ...แต่การแต่งงานของตระกูลใหญ่ ๆ ส่วนมากแล้วหากมิใช่เพราะผลประโยชน์ก็ไม่สามารถเป็นเรื่องอื่นไปได้มิใช่หรือ”
“เจ้าไม่รู้อะไร เมื่อครั้งอดีตเสนาบดีเซวียนั้นเคยช่วยเหลืออดีตแม่ทัพหยางซึ่งเป็นบิดาของแม่ทัพหยางเฟยหย่าไว้ ดังนั้นอดีตแม่ทัพหยางจึงได้ปฏิญาณไว้ว่าหากมีบุตรชายจะให้หมั้นหมายและแต่งงานกับบุตรีคนโตของตระกูลเซวีย”
“เช่นนี้ก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ”
“เจ้าเนี่ยนะ ช่างไม่รู้อะไรจริง ๆ”
“อะไร ไหนเจ้าลองเล่ามาสิ เท่าที่ข้ารู้มาคุณหนูใหญ่ตระกูลเซวียนั้นทั้งงดงามและอ่อนโยนมีความเป็นกุลสตรี เช่นนี้แล้วจะไม่เหมาะกับแม่ทัพหยางได้อย่างไร ทั้งสองตระกูลก็ล้วนแล้วแต่มีหน้ามีตาอีกทั้งยังฐานะทัดเทียมกัน อายุของทั้งสองก็....เหมาะแก่การออกเรือน เช่นนี้แล้วยังจะมีสิ่งใดไม่เหมาะอีก”
“เจ้านี่ก็เหลือเกิน หากเป็นเช่นเจ้าว่าข้าคงจะสบายใจมากกว่านี้ ดูเหมือนในจวนเซวียนั้นไม่สงบเท่าใดนัก หากคุณหนูใหญ่เซวียไม่รีบแต่งงานเข้าจวนแม่ทัพเสียแต่ตอนนี้ เกรงว่าอีกไม่นานอาจจะไม่ได้ออกเรือนกับคนดี ๆ เช่นแม่ทัพหยางก็เป็นได้”
“ทำไมกัน”
“ดูเหมือนตอนนี้หลังบ้านของจวนตระกูลเซวียจะไม่สงบเท่าไหร่นัก”
“เจ้านี่ก็ช่างรู้มากเสียเหลือเกิน นั่น ๆ ขบวนเจ้าสาวมาแล้ว”
ขบวนเจ้าสาวถูกรับเข้าจวนแม่ทัพตามประเพณีทุกอย่างถูกจัดอย่างเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ ในมุมลับตาไม่ไกลออกไปกลับมีสตรีดวงหน้างดงามยืนหน้าตาบูดบึ้งมองพิธีแต่งงานนั้นอย่างอิจฉาริษยา
“คุณหนู”
“ทำไม ทำไมไม่ใช่ข้า ทำไมท่านพ่อต้องให้นางแต่งงานกับคนที่ข้าหมายปอง ทั้ง ๆ ที่ข้าแอบชอบท่านแม่ทัพก่อนพี่หญิงและนางเองก็รู้เรื่องนี้”
“แต่คุณหนูเจ้าคะ เรื่องนี้เป็นนายท่านที่จัดการทั้งหมด แม้คุณหนูจะถูกใจท่านแม่ทัพแต่งานแต่งงานในครั้งนี้คุณหนูใหญ่เองก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ อีกทั้ง......ในสัญญาหมั้นหมายก็ได้กล่าวไว้ว่าต้องเป็นบุตรีคนโตของภรรยาเอกเท่านั้น”
“ก...”
ทันทีที่เซวียอินจะกรี๊ดกลับถูกบ่าวรับใช้คนสนิทรีบนำผ้าปิดปากและลากตัวออกจากตรงนั้นทันที หญิงสาวดิ้นรนและสะบัดตัวให้หลุดพ้นแต่กลับสู้แรงของบ่าวรับใช้ไม่ได้แม้แต่น้อย จนเมื่อพ้นจากผู้คนแล้วบ่าวรับใช้คนสนิทของหญิงสาวจึงได้ปล่อยตัวคุณหนูของตน
“อาลัว นี่เจ้ากล้า...”
“คุณหนู บ่าวเพียงทำตามคำสั่งของอนุจินเท่านั้น หากคุณหนูทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้คน พวกเขาจะมองคุณหนูเช่นไร”
“นี่เจ้ากล้าสอนข้าหรือ”
“มิได้เจ้าค่ะ บ่าวเพียงพูดตามคำสั่งของอนุจินก็เท่านั้น”
อาลัว บ่าวรับใช้คนสนิทของเซวียอินที่อนุจินใช้ให้ดูแลบุตรสาวของนาง นางรู้ว่าเซวียอินมีนิสัยอย่างไรแม้จะพยายามแก้ไขแต่เป็นเพราะการตามใจของนางจึงทำให้บุตรสาวมีนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เล็ก วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือต้องหาคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลและช่วยให้บุตรสาวของนางผ่านพ้นสถานการณ์ที่ทุกข์ยากเหล่านั้นไปให้ได้
“ข้าไม่เข้าใจท่านแม่ เหตุใดถึงต้องยอมให้พี่หญิงใหญ่แต่งกับท่านแม่ทัพแทนข้า ทั้ง ๆ ที่ท่านแม่สามารถพูดแทนข้าก็ได้แล้วแท้ ๆ”
“ดูเหมือนสัญญามิสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ฮูหยินจวนแม่ทัพนั้นในอนาคตสามารถเปลี่ยนได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“เรื่องนี้บ่าวไม่สามารถพูดอะไรมากได้ เพียงแต่อนุจินได้ให้บ่าวแจ้งคุณหนูว่า ให้ทำตัวดี ๆ จนกว่าเรื่องนี้จะจบลง แล้วตำแหน่งฮูหยินจวนแม่ทัพจะเป็นของคุณหนูอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินบ่าวรับใช้คนสนิทพูดจบเซวียอินยกยิ้มก่อนจะจัดแจงตนเองและเดินนำอาลัวไปยังงานพิธีอีกครั้งดั่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เสียงกรีดร้องในห้องที่มีหญิงรับใช้เดินพลุกพล่านได้ทำให้เซวียอินมองด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนู ดูเหมือนคุณหนูใหญ่ใกล้จะคลอดแล้วนะเจ้าคะ”
“หมอตำแยมาหรือยัง”
“เห็นว่ากำลังไปตามอยู่เจ้าค่ะ”
“หากหมอตำแยมาแล้ว เจ้ารีบพามาหาข้าก่อน”
“เจ้าค่ะ”
“ถึงท่านแม่จะให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงใหญ่ยามนี้ แต่ใครจะรู้ว่านางจะรอดหรือไม่ อีกทั้งท่านแม่ทัพเองก็มิได้อยู่จวน เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านแม่ที่คิดและลงมือแทนข้า ฮึ ๆ”
ฮูหยินเซวียที่จู่ ๆ ก็ล้มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุจึงทำให้ไม่สามารถมาอยู่เป็นเพื่อนบุตรสาวยามคลอดได้จึงทำให้เซวียอินที่เป็นสตรีได้รับคำสั่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวของนาง ครั้งแรกที่ทราบนั้นนางตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อมารดาของนางบอกแผนการบางอย่างแก่นางแล้ว รอยยิ้มร้านจึงผุดขึ้นและทำให้นางได้มาเหยียบจวนแม่ทัพนี้
“คุณหนู หมอตำแยมาแล้วเจ้าค่ะ”
สตรีมากอายุค่อย ๆ เดินมาก่อนจะคำนับสตรีที่อ่อนวัยกว่า
“มีใครเห็นนางหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ”
“ที่นี่มีนางเป็นหมอตำแยเพียงคนเดียวงั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ ดูเหมือนตอนนี้จะมีเพียงนางคนเดียวเท่านั้น”
เซวียอินพยักหน้าช้า ๆ ให้กับอาลัว หญิงรับใช้คนสนิทได้ล้วงเอาถุงเงินมอบให้กับหมอตำแยนั้นก่อนจะกระซิบบางอย่างแก่นาง สตรีมากอายุพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะคำนับขอบคุณแล้วเดินหายไปอย่างรวดเร็ว
“เพียงเท่านี้....ทุกอย่างก็จบ”
ขณะที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่หญิงสาวต้องการนั้น จู่ ๆ กลับมีเสียงร้องอย่างดีใจของบ่าวรับใช้ในห้องคลอดดังขึ้นจนทำให้เซวียอินอดไม่ได้ที่จะเดินไปด้านหน้าประตู
“เกิดอะไรขึ้น”
“ฮูหยินคลอดแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินคลอดแล้ว”
บ่าวรับใช้บอกด้วยรอยยิ้มดีใจ
“เป็นเด็กผู้ชายเจ้าค่ะ เป็นเด็กผู้ชาย”
บ่าวอีกคนเอ่ยขึ้น เซวียอินบีบมือของตนจนเลือดซึมใต้แขนเสื้อที่ปกปิดอยู่ แม้ใบหน้าจะฝืนยิ้มให้กับบ่าวไพร่นั้น ‘บ้าจริง เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี’ ขณะนั้นเองหญิงรับใช้อีกคนได้เดินหน้าตาตื่นเข้ามาเรียกบ่าวก่อนหน้านี้
“พวกเจ้ารีบเข้าไปดูฮูหยินเร็วเข้า ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว”
“ด้านในเกิดอะไรขึ้น”
สตรีเหล่านั้นรีบเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในขณะที่เซวียอินเอ่ยถาม แม้ใจหนึ่งจะอดไม่ได้ที่จะห่วงสตรีผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวพ่อเดียวกัน แต่ความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจก็มิได้หายไปแม้แต่น้อย
สตรีในอาภรณ์ไว้ทุกข์ได้คุกเข่าอยู่ข้างโลงศพ ในมือของนางนั้นอุ้มเด็กน้อยที่ลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่วัน เด็กน้อยในอ้อมแขนของนางกลับนอนหลับสนิท ขณะนั้นจู่ ๆ กลับมีม้าเร็วได้วิ่งมาหยุดหน้าจวน
“ไม่ทราบว่าฮูหยินหยางอยู่ที่ใด”
ทหารหนุ่มที่ลงจากหลังม้ารีบเอ่ยขึ้น ทุกคนจึงหันไปทางเซวียอินที่ตอนนี้อุ้มเด็กชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน
“ฮูหยิน...พี่หญิงใหญ่ของข้าเพิ่งเสียชีวิตจากการคลอดบุตร ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่มิได้อยู่ที่นี่ ท่านแม่ทัพเองก็มิมีผู้ใหญ่ในจวน เช่นนั้นข้า....”
“เช่นนั้นท่านก็รับไปก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มล้วงจดหมายออกมาจากอกเสื้อก่อนจะลาจากไป เซวียอินที่ตอนนี้แม้จะทำทีเศร้าสร้อยแต่ลึก ๆ นางกลับรู้สึกภูมิใจที่ได้มีอำนาจในจวนแม่ทัพนี้ ‘กำจัดได้คนหนึ่ง แต่กลับมีตัวยุ่งยากอีกคนเกิดขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นไร รอท่านแม่ทัพกลับมาข้าจะจัดการเขี่ยเจ้าออกไปเอง’ หญิงสาวส่งเด็กน้อยให้อาลัวอุ้มก่อนจะค่อย ๆ บรรจงแกะจดหมายนั้น
“คุณหนู”
อาลัวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของคุณหนูตนและมือที่สั่นน้อย ๆ ของหญิงสาว
“ท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บหนัก ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่และไม่สามารถกลับจวนได้ในตอนนี้”
เซวียอินพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะร่ำไห้ด้วยเสียงอันดัง
“ไม่นะ หลานข้ามิใช่ดาวแห่งความโชคร้าย ไม่จริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็เท่านั้น”
เมื่อมีเสียงร่ำไห้อันดังจึงทำให้ผู้คนที่กำลังเดินเข้ามาร่วมงานต่างพากันมองและซุบซิบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในทันที ข่าวเรื่องเด็กที่เกิดมาก็ทำให้ยายป่วย แม่ตายและพ่อบาดเจ็บหนักจนไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตายได้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวของเด็กที่เป็นดาวแห่งความโชคร้ายจึงได้ถูกเล่าต่อ ๆ กันจนกลายเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน
“เพี๊ยะ”
เสียงฝ่ามือปะทะแก้มน้อย ๆ อย่างแรงจนร่างของเจ้าของแก้มนั้นกระเด็นล้มลง
“ทะ ท่านน้า”
“ข้าไม่กล้าเป็นน้าของเจ้าหรอก ข้ากลัวความโชคร้ายของเจ้าจะมาตามติดข้า อาลัว ข้าบอกให้เจ้าสอนมันให้เรียกข้าว่าอย่างไร”
“ข้าบอกเจ้าให้เรียกว่าคุณหนูเซวียอย่างไรล่ะ”
“ขอรับ คุณหนูเซวีย”
“ดีมาก จงจำไว้ว่าข้าคือคุณหนูเซวียผู้มีพระคุณของเจ้า”
“ขอรับ”
“กลับไปทำงานของเจ้าให้เรียบร้อย หากยังไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว”
“ขอรับ”
เด็กน้อยหน้าตามอมแมมสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นที่ดูย่ำแย่ยิ่งกว่าขอทานค่อย ๆ ลุกขึ้นก่อนจะเดินโซเซออกไปทำงานของตนที่ไม่ต่างจากบ่าวในจวน น้ำตาของเด็กชายค่อย ๆ รินไหลเป็นทาง ‘เพราะข้าเป็นดาวแห่งความโชคร้าย ท่านแม่และท่านพ่อจึงต้องจากข้าไป ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดข้า ที่ข้าโดนมันก็ถูกต้องแล้ว ฮือออออ’
เสียงเรียกจากพยาบาลชุดขาวทำให้ร่างน้อยที่นั่งรออยู่นั้นสะดุ้งเบา ๆ ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกนั้น
“ดิฉันเองค่ะ”
สตรีในชุดเดรสลายดอกค่อย ๆ ยืนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อพบหมอที่ตอนนี้กำลังนั่งยิ้มรอหญิงสาวอยู่ก่อนแล้ว
“คุณเว่ยลี่กันใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้คุณกำลังท้องได้ 3 เดือนแล้ว ในช่วงนี้คุณจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ.....”
เสียงของหมอที่ตอนนี้กำลังบอกและอธิบายวิธีการดูแลตนเองสำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้หายไปจากการรับรู้ของลี่กัน สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดดั่งความรู้สึกของเธอที่ตอนนี้คล้ายจะดีใจและคล้าย ๆ จะเฉย ๆ หรืออย่างไรก็ไม่อาจบอกได้
“ฉันท้องเหรอคะหมอ”
“ครับ”
หมอได้ตรวจร่างกายพร้อมทั้งสั่งยาให้หญิงสาว เมื่อเสร็จแล้วลี่กันจึงได้ออกมารอจ่ายเงินเพื่อรับยา เว่ยลี่กันลูบท้องของตนเองเบา ๆ
“ฮุ่ยเฟินจะดีใจหรือเปล่านะ”
หญิงสาวอมยิ้มขณะลูบท้องก่อนจะรับยา เว่ยลี่กันค่อย ๆ เดินออกจากโรงพยาบาลมือเรียวขาวค่อย ๆ ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าก่อนจะโทรหาบุรุษซึ่งเป็นพ่อของเด็กในท้องนั้น
“ฮาโหล”
“พี่เฟิน”
“ลี่กันเหรอ ว่าไง”
“เย็นนี้พี่ว่างหรือเปล่าคะ”
“เย็นนี้พี่ติดประชุม ลี่กันมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแค่เราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว...”
“ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้ก่อนนะ พี่ยุ่ง”
เมื่อปลายสายวางไปลี่กันได้แต่ยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะลูบท้องของตนเบา ๆ
“พ่อของหนูคงจะยุ่ง ช่วงนี้มีโปรเจคใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ ไว้พวกเราค่อยบอกพ่อกันดีไหม หรือว่า...”
ลี่กันเหมือนจะคิดอะไรดี ๆ ได้ หญิงสาวจึงรีบแวะซื้อของก่อนจะเดินทางไปคอนโดของฮุ่ยเฟินในทันที
“ติ๊ด”
เสียงคีย์การ์ดคอนโดดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก ลี่กันค่อย ๆ เดินไปตามทางที่เธอเคยมาก่อนจะลูบท้องด้วยความสุข
“พ่อของหนูเคยให้คีย์การ์ดแม่ไว้ เดี๋ยวเราไปรอพ่อของหนูในห้องกันนะ”
หญิงสาวกดลิฟต์ไปยังชั้นที่เธอเคยมา กุญแจถูกไขเข้าไปด้านในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เมื่อประตูเปิดออกหญิงสาวกลับต้องตกใจกับภาพที่เห็น รองเท้าผู้หญิง ถุงน่องและเสื้อผ้าของบุรุษที่เธอจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นชุดของฮุ่ยเฟิน แต่ของของสตรีเหล่านั้นเธอกลับไม่คุ้นแม้สักน้อย
“ของ.....ใครกัน”
แม้ลึก ๆ ในใจจะกลัวกับคำตอบนั้นแต่เท้าของเธอกลับไม่หยุดที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อหาคำตอบ
“อื้ออออ ตรงนั้นอย่าสิคะ”
เสียงของสตรีลอยลอดออกมาจากห้องนอน เท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปถึงกับหยุดนิ่ง หนึ่งใจบอกให้ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไป แต่อีกใจกลับบอกให้เข้าไปให้เห็นกับตา น้ำตาของเว่ยลี่กันค่อย ๆ รินไหลเป็นทาง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูที่แง้มไว้นั้นให้อ้าออก
“ว้ายยยย!!!!”
ทั้งสองรีบหยุดกิจกรรมที่กำลังทำทันทีที่หญิงสาวใต้ร่างฮุ่ยเฟินกรีดร้องเพราะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา
“นี่เธอเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน”
เว่ยลี่กันมองไปยังสตรีที่มีร่างกายเปลือยเปล่านอนอยู่โดยมีบุรุษที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปกป้องและปกปิดร่างกายให้สตรีในอ้อมกอดของเขานั้น
“......”
เว่ยลี่กันมิได้ตอบสิ่งใด ดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตามองตรงเข้าไปยังดวงตาของฮุ่ยเฟินที่มองเธออยู่เช่นกัน เมื่อดวงตาสบกันชายหนุ่มมีความรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างจึงได้หลบสายตาของเว่ยลี่กันในทันที
“ลี่กัน ตอนนี้พี่ไม่สะดวกจะอธิบาย ไว้เดี๋ยวพี่จะไปหานะ”
ฮุ่ยเฟินเอ่ยขึ้นโดยมิได้สนใจเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ ดึงผ้ามาคลุมร่างกายให้หญิงสาวในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“นี่มันอะไรกันคะพี่เฟิน ทำไมเธอคนนั้นถึงได้มีคีย์การ์ดของคอนโดพี่ อีกทั้งยังมีกุญแจห้องของพี่ด้วย”
“เหมยลี่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย”
“ทำไมเหมยลี่จะถามไม่ได้คะ ในเมื่อเราจะแต่งงานในอีกไม่มีวันข้างหน้า”
“แต่งงาน”
เสียงที่แหบพร่าของลี่กันดังขึ้นพลันทำให้สตรีในอ้อมกอดของฮุ่ยเฟินหันมามองยังหญิงสาวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“ใช่ ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้พี่เฟินเป็นของฉัน ในเมื่อเธอรู้แล้วก็ช่วยคืนกุญแจและคีย์การ์ดคอนโดให้ฉันด้วย”
เหมยลี่พูดก่อนจะแบมือขอของคืนและไม่ยี่หระต่อท่านทางของเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย
“เหมยลี่ เรื่องนี้ให้พี่จัดการเองเถอะนะ”
“จัดการเองงั้นหรือ หากพี่จัดการได้คงไม่มีผู้หญิงคนนี้มายืนอยู่หน้าห้องนอนของเราแบบนี้แน่นอน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพี่เคยคบนังผู้หญิงคนนี้และพากันมานอนที่นี่ เพียงแต่ตอนนั้นเราไม่ได้เป็นอะไรกันฉันจะถือเสียว่าให้ทานไปก็แล้วกัน แต่ตอนนี้พี่เป็นของฉันแล้วในเมื่อพี่ไม่จัดการเรื่องในอดีตของพี่ให้เรียบร้อย ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”
พูดจบเหมยลี่ดึงผ้าออกมาคลุมตัวก่อนจะเดินมาหาเว่ยลี่กันและผลักเธออย่างแรง
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง ออกไป”
เว่ยลี่กันที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้เซเข้าหาโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลนั่น ท้องของหญิงสาวกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะอย่างแรง หญิงสาวค่อย ๆ กุมท้องก่อนจะทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ
“สำออย โดนแค่นี้ทำเป็นนางเอกหนังไปได้”
“ลี่กัน!”
ฮุ่ยเฟินรีบใส่กางเกงก่อนจะปรี่เข้าไปหาเว่ยลี่กัน แต่หญิงสาวกลับสะบัดมือชายหนุ่มที่จะเข้ามาประคองเธอออกในทันที
“อย่ามายุ่ง ต่อให้จะเหลือแค่เราสองคนแม่ลูกพี่ก็จะไม่มีสิทธิ์ในตัวเราอีกแล้ว”
พูดจบเว่ยลี่กันค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่ท้องของหญิงสาวกลับปวดหนึบจนเว่ยลี่กันอดไม่ได้ที่จะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดมือทั้งสองกุมท้องของตนเองไว้ เลือดได้ค่อย ๆ ไหลลงมาจากหว่างขาของหญิงสาว
“ลี่กันเธอหมายความว่าอย่างไร”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอ่ยถามนั้นสายตาของเขากลับมองจ้องไปทางเลือดที่ไหลออกมาจากระหว่างขาของเว่ยลี่กัน
“เลือด พี่จะพาเธอไปหาหมอ”
ชายหนุ่มรีบเข้ามาประคองหญิงสาวแต่กลับถูกสะบัดออกไปอีกครั้ง
“ไม่ต้อง!”
เว่ยลี่กันเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปทางเหมยลี่ที่ยืนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า แต่เมื่อหญิงสาวเห็นสายตาของเว่ยลี่กันเหมยลี่กลับอดไม่ได้ที่จะแสดงความร้ายกาจของตนออกมา
“มิน่า เธอถึงได้รีบมาหาพี่เฟิน ที่แท้ก็จะเอาลูกมารั้งพี่เฟินนี่อเอง”
“ท้อง! เธอท้องงั้นหรือ”
เสียงของเหมยลี่และฮุ่ยเฟินที่เอ่ยออกมานั้นมิได้ทำให้เว่ยลี่กันสนใจแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวออกมาจากห้องนอน
“ลี่กัน ให้พี่ไปส่งเถอะ ไม่เช่นนั้นเธอและลูกอาจจะเป็นอันตรายได้”
ชายหนุ่มรีบเข้าไปอุ้มลี่กันทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวเองอย่างยากเย็นและพยายามเดินออกไปจากห้องไป
รอยเท้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดได้หยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน ฮุ่ยเฟินที่รู้สึกผิดเต็มอกรีบเดินเข้าไปอุ้มเว่ยลี่กันขึ้น แม้หญิงสาวจะดิ้นในอกของเขาแต่เขากลับไม่สามารถปล่อยสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกเขาไปได้
“พี่เฟิน!!!”
เหมยลี่ตะโกนออกไป หญิงสาวตรงดิ่งเข้าไปกระชากชายหนุ่มอย่างแรงทำให้ลี่กันที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอดฮุ่ยเฟินตกลงบนพื้นหน้าโซฟาในทันที
“เหมยลี่ นี่เธอจะทำอะไร”
“ฉันควรจะเป็นคนถามพี่มากกว่า ว่าพี่คิดจะทำบ้าอะไร”
“ลี่กันเป็นเมียพี่นะ เป็นเมียพี่ก่อนเธอด้วยซ้ำ และลูกในท้องนั่นก็เป็นลูกของพี่”
“แล้วอย่างไร แต่ฉันคือเมียพี่ที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ และพ่อแม่ของพี่ก็เห็นชอบด้วยแล้ว”
ชายหนุ่มมิได้สนใจเหมยหลี่แม้แต่น้อย เขากลับพยายามจะเดินเข้าไปอุ้มลี่กันที่ตอนนี้นอนตัวงอบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
“ลี่กัน”
“เพล๊ง”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอกีครั้งกลับถูกแรงกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังจนลี่กันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาร่วงลงพื้นอีกครั้ง เศษแจกันที่แตกตกร่วงเต็มพื้น ร่างของชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนอยู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาจนถึงกางเกง
“นี่เธอทำบ้าอะไรเหมยลี่”
เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากศีรษะของฮุ่ยเฟิน ชายหนุ่มกุมศีรษะที่ปวดนั้นก่อนจะเห็นว่ามีเลือดไหลลงมาเป็นทาง
“ฉันควรถามพี่มากกว่าว่าพี่คิดจะทำอะไร”
“พี่ก็จะปกป้องเมียและลูกของพี่”
“เมียและลูกของพี่งั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ”
ฮุ่ยเฟินไม่ได้ตอบสิ่งใดและมิได้สนใจแผลของตนเอง เขากลับเดินไปทางเว่ยลี่กัน เหมยลี่ที่เห็นว่าชายที่ตนรักไม่สนใจตนเอง เธอจึงได้พยายามหาทางหยุดเขาไว้
“ปึ๊ก!”
ความเจ็บปวดค่อย ๆ แล่นผ่านศีรษะฮุ่ยเฟินอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อย ๆ หันไปทางเหมยลี่ก่อนจะกุมศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดไหลลงมาเป็นทางมากกว่าเดิม
“เหมยลี่ นี่เธอ”
ชายหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหายไป รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของเหมยลี่ปรากฏเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดและภาพตรงหน้าจะหายไป
“ในเมื่อพี่สนใจมันมากกว่าฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้มันรอดไปได้”
เหมยลี่ค่อย ๆ เดินไปหาเว่ยลี่กันที่ตอนนี้นั่งกุมท้องและถอยหลังไปจนชิดข้างหน้าต่างระเบียงคอนโด หญิงสาวยิ้มร่าก่อนจะจิกผมเว่ยลี่กันขึ้น
“อย่าหวังว่าแกจะเอาลูกในท้องของแกมาแย่งพี่เฟินของฉันไปได้”
ใบหน้าของเว่ยลี่กันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งพยายามแกะมือที่จิกผมของเธอไว้แต่มืออีกข้างกลับพยายามปกป้องลูกในท้องของตน เหมยลี่ที่เห็นท่าทางเหล่านั้นของเว่ยลี่กันกลับยิ้มร้ายขึ้นมาอีกครา ใบหน้าที่งดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้าย
“ห่วงมันมากใช่ไหม หวงมันมากนักเหรอ”
“ปึ๊ก!”
“ละ...ลูก”
เหมยลี่เตะเข้าไปยังท้องของเว่ยลี่กันอย่างแรง หญิงสาวนอนงอตัวกุมท้องของตนด้วยความเจ็บปวด จากน้ำตาที่เคยรินไหลพลันเหือดแห้งลงไปพร้อมกับความแค้นที่เข้าสุมเต็มหัวใจของเธอในตอนนี้
“แก..แกกล้าทำลูกฉัน”
เว่ยลี่กันกัดฟันก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินเข้าไปตบยังใบหน้าของเหมยลี่อย่างสุดแรงจนหญิงสาวเซไปทางกระจกระเบียง เหมยลี่มองมือของตนก่อนจะยิ้มร้ายออกมาอีกครา
“พี่เฟินต้องเป็นของฉันคนเดียว”
เหมยลี่ดึงกระจกให้เปิดทางสตรีที่เธอเกลียดก่อนจะวิ่งไปทางเว่ยลี่กันแล้วผลักหญิงสาวให้ตกจากหน้าต่างคอนโดนั้นอย่างตั้งใจ
“ตายไปซะเถอะ”
“ฟิ้ววววว”
สายสมที่พัดร่างกายของเว่ยลี่กันได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้าอย่างสุดใจก่อนจะลูบท้องของตน
“แม่ขอโทษนะที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากชาติหน้ามีจริงแม่จะเข้มแข็งและปกป้องลูกให้ถึงที่สุด”
“กรี๊ดดดดดด มีคนตกคอนโด”
ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญได้หายไป เหลือเพียงความมืดที่ครอบคลุมทั่วบริเวณ เว่ยลี่กันเหมือนเดินอยู่ในความมืดเป็นเวลานานจนกระทั่ง....
“นั่น...แสงสว่าง”
หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปตามทางที่สว่างนั้นจนสุดปลายทาง เพียงไม่นานความรู้สึกเจ็บปวดได้เข้ามาปะทะกับร่างกายหญิงสาวอีกครั้ง
“โอ๊ยยยยย เจ็บ”
“คุณหนูฟื้นแล้ว”
เสียงรอบ ๆ ตัวของเว่ยลี่กันดังขึ้น เป็นเสียงที่หญิงสาวไม่คุ้นเคยแม้สักน้อย หญิงสาวค่อย ๆ พยายามลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะพบว่าห้องที่ตนเองอยู่นั้นแปลกตาไปมาก สตรีที่ยืนข้างเตียงนั้นแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากหนังจีนโบราณ
“คุณหนูอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ รีบทานยาก่อน”
สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างคนหนึ่งรีบเข้ามาประคองเว่ยลี่กัน ส่วนอีกคนรีบนำยาอุ่น ๆ มาป้อนหญิงสาวในทันที
“ขม”
“เช่นนั้นก็อมสิ่งนี้เจ้าค่ะ”
ลูกกวาดได้ถูกป้อนเข้าปากของเว่ยลี่กันทำให้ปากที่รู้สึกขมนั้นคลายความขมลงไปและช่วยได้มากทีเดียว เว่ยลี่กันค่อย ๆ มองรอบ ๆ อย่างพิจารณา
“ไม่ใช่ว่าฉันตกลงมาจากคอนโดหรอกหรือ แต่ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหนกันแล้วทำไมฉันถึง….ตัวเล็กลง”
เว่ยลี่กันเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสองสตรีที่อยู่ข้างเตียงนั้น
“ที่นี่คือที่ไหน ฉันเป็นใคร”
สตรีทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างเว่ยลี่กัน
“บ่าวผิดไปแล้ว หากบ่าวไม่ทิ้งคุณหนูไว้กับคุณหนูรองเว่ย ทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้”
“เดี๋ยวก่อนนะ ลุกขึ้นพูดกันดี ๆ ฉันงงไปหมดแล้ว”
สตรีทั้งสองยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม เว่ยลี่กันได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ‘อย่าบอกนะว่าฉันข้ามมิติมายังโลกโบราณเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา แต่ให้ตายสิฉันกลับไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลย จะทำไงดี เช่นนั้นก็....มั่ว ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน’
“พวกเจ้าชื่ออะไร”
“บ่าวชื่ออาหมิ่นเจ้าค่ะ”
“บ่าวชื่ออาหมิงเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้ว”
“พวกเราอยู่กับคุณหนูตั้งแต่เล็กแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็รู้เรื่องเกี่ยวกับข้าทุกอย่างใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
เว่ยลี่กันถอนหายใจเบา ๆ
“เช่นนั้นเรื่องที่เราคุยกันนี้พวกเจ้าจะต้องเป็นความลับ ห้ามพวกเจ้าบอกใครได้ยินหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“ข้า.....ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”
สิ้นเสียงเว่ยลี่กันอาหมิงและอาหมิ่นพลันเอาหัวโขกพื้นร้องไห้ในทันทีจนเว่ยลี่กันต้องรีบลงจากเตียงไปห้าม แต่ยังมิทันถึงตัวทั้งสองหญิงสาวพลันเซจนเกือบล้ม ดีที่อาหมิ่นรับนางทัน
“คุณหนู”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า อย่าได้โทษตัวเอง ก่อนอื่นมาช่วยข้าฟื้นความจำจะดีกว่า”
อาหมิ่นและอาหมิงประคองเว่ยลี่กันขึ้นเตียง ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหยักหน้าช้า ๆ
“พวกเราจะช่วยคุณหนูเต็มที่เจ้าค่ะ”
“ดีมาก”
เว่ยลี่กันยิ้มน้อย ๆ ‘ดีที่พวกนางเป็นคนพูดง่าย’