ใบหน้าของเดวิดยังคงเรียบเฉย ดวงตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความรักที่มีให้ฉัน บัดนี้กลับสงบนิ่งอย่างน่าขนลุก
“นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว เอวา มันจบแล้ว”
“จบแล้วเหรอ?” คำพูดนั้นเป็นเสียงที่ขาดห้วง “ลูกชายฉันตาย ฉันเสียเวลาชีวิตไปสามปีในกรงขัง ไม่มีอะไรจบทั้งนั้น”
ห้องทั้งห้องเอียงวูบ หัวใจของฉันรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยคีม ทุกจังหวะการเต้นคือความเจ็บปวดครั้งใหม่ ฉันโซซัดโซเซ ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
ชั่วแวบหนึ่ง ฉันเห็นประกายความกังวลในดวงตาของเขา... แค่แวบเดียว
“เอวา” เขาพูด เสียงของเขาต่ำเป็นการเตือน เขาก้าวเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว ราวกับจะเข้ามาประคอง
แต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น... เสียงเรียกเข้าการ์ตูนน่ารักๆ ที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน
เขาหยุดชะงัก ร่างกายเกร็งขึ้น เขามองไปที่หน้าจอ และท่าทีทั้งหมดของเขาก็เปลี่ยนไป ประกายความกังวลนั้นหายไป ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนแบบพ่อที่เหนื่อยล้า
“กำลังไป” เขาพูดกับโทรศัพท์ เสียงของเขาอ่อนโยน “ใช่ เดี๋ยวจะแวะซื้อคุกกี้ที่เขาชอบไปให้ อย่าให้เขาร้องไห้นะ”
เขาวางสาย ความเงียบในห้องนั้นอื้ออึง
ฉันจำได้ว่าเขาเคยเป็นกับลีโออย่างไร... เข้มงวด เรียกร้อง ครั้งหนึ่งลีโอร้องไห้จะกินคุกกี้ก่อนอาหารเย็น และเดวิดก็ส่งเขาเข้าห้องนอนโดยไม่ให้กินข้าวเย็น เขาพูดเสมอว่าเขากำลังสร้างนิสัย ทำให้ลูกเข้มแข็ง
แต่เด็กคนใหม่นี้ ลูกของคาริน ได้กินคุกกี้เพียงเพราะร้องไห้
ฉันจับพนักเก้าอี้ไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงต่อหน้าเขา ความหยิ่งทะนงคือสิ่งเดียวที่ฉันเหลืออยู่
เขาลังเล สายตาของเขามองมาที่ฉันชั่วครู่ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจากไป
“พักผ่อนซะ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”
เขาเริ่มเดินออกจากประตู แล้วก็หยุดชะงัก “รหัสสัญญาณกันขโมยยังเหมือนเดิม เดี๋ยวฉันจะโทรหา”
บ้านของฉันเหรอ? นี่ยังเป็นบ้านของฉันอยู่เหรอ? ความคิดนั้นเป็นเสียงหัวเราะขมขื่นในลำคอ
เขาจากไป ประตูหน้าปิดลงดังคลิก ทำให้บ้านทั้งหลังจมดิ่งสู่ความมืดมิดยิ่งขึ้น โลกของฉันที่เคยสว่างไสว บัดนี้เหลือเพียงเฉดสีเทาและดำ
ฉันไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ฉันไม่มีที่อื่นจะไป และมีบางอย่างที่ฉันต้องหา
ฉันเดินขึ้นบันได ขาของฉันหนักอึ้ง และเข้าไปในห้องของลีโอ
มันว่างเปล่า...
ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง เตียงรูปรถแข่งหายไป ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยนิทานเรื่องโปรดของเขาหายไป ผนังสีฟ้าอ่อนที่เคยเต็มไปด้วยภาพวาดไดโนเสาร์และจรวดด้วยสีเทียนของเขา ถูกทาทับด้วยสีขาวที่ปลอดเชื้อและไร้ตัวตน
พวกเขาได้ลบเขาออกไปแล้ว...
“ไอ้สารเลว เดวิด” ฉันกระซิบกับห้องที่ว่างเปล่า “แกทำได้ยังไง... ทำไมถึงโหดร้ายได้ขนาดนี้”
เข่าของฉันทรุดลง ฉันไถลตัวลงกับผนัง สีทาใหม่ที่เรียบเนียนเย็นเฉียบกระทบหลังฉัน เสียงกรีดร้องดิบเถื่อนหลุดออกมาจากลำคอ เป็นเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดทรมานอย่างแท้จริง
ฉันร้องไห้จนหมดแรง จนคอแหบผากและตาบวมปิด เหนื่อยล้า ฉันเดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องนอนใหญ่... ห้องนอนของเรา
ส่วนเล็กๆ ที่โง่เขลาในใจฉันหวังว่าเขาอาจจะเก็บของบางอย่างของลีโอไว้ที่นี่... ผ้าห่มผืนโปรด ของเล่นชิ้นเดียวที่ถูกลืม
ห้องนั้นยังคงเหมือนเดิมกับเมื่อสามปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าม่านหนาหนักผืนเดิม เตียงคิงไซส์หลังเดิม เสื้อผ้าของฉันยังคงแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ขวดน้ำหอมของฉันยังคงเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
ทำไม? ทำไมถึงเก็บของของฉันไว้ถ้าเขามีครอบครัวใหม่แล้ว? เขาพาเธอมาที่นี่เหรอ?
ฉันดึงลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงของฉันออก มือสั่นเทา ฉันไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไร
แล้วฉันก็เห็นมัน...
ซุกอยู่ด้านหลังสุด หลังสมุดบันทึกเล่มเก่าของฉัน คือกล่องชุดชั้นในเล็กๆ ที่ยังไม่ได้เปิด... ของแพง ผ้าไหมและลูกไม้ ไม่ใช่สไตล์ของฉันเลย... มันเป็นสไตล์ของคาริน
ฉันรู้ในทันทีที่หัวใจสลาย ว่ามันคืออะไร และฉันรู้ว่าทำไมเขาถึงเก็บของของฉันไว้
บ้านหลังนี้ไม่ใช่แท่นบูชาชีวิตแต่งงานที่ตายไปแล้วของเรา... มันคือสนามเด็กเล่นส่วนตัวของพวกเขา พวกเขาจะมาที่นี่ มาที่เตียงของเรา ท่ามกลางเงาของฉัน และเล่นเกมวิปริตของพวกเขา ความคิดนั้นทำให้ฉันคลื่นไส้จนแทบอาเจียน
ฉันวิ่งไปที่ห้องน้ำและอาเจียนลงในโถส้วม สำรอกจนไม่มีอะไรเหลือ นอกจากน้ำดีขมๆ ร่างกายของฉันอ่อนแอ จิตวิญญาณของฉันแตกสลาย ฉันทรุดตัวลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ โลกค่อยๆ มืดลง
ฉันตื่นขึ้นมาเมื่อแสงรุ่งอรุณสลัวๆ ส่องผ่านหน้าต่าง ฉันอยู่บนเตียง... มีคนย้ายฉันจากพื้นห้องน้ำและพามานอน
เดวิดยืนอยู่ข้างหน้าต่าง จ้องมองลงมาที่ฉัน สีหน้าของเขาเป็นแบบที่ฉันไม่ได้เห็นมานานหลายปี... มันอ่อนโยน... มันเจ็บปวด ชั่วขณะหนึ่งที่น่าหวาดหวั่น ฉันคิดว่าฉันเห็นความรักในดวงตาของเขา
ความคิดนั้นทำให้ฉันอยากจะอาเจียนอีกครั้ง
เสียงของฉันแหบแห้ง “ทำไมคุณไม่ทิ้งของของฉันไป?”
ฉันลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มมาห่มตัวเหมือนเกราะป้องกัน
“ทำไมคุณไม่กำจัดฉันไปให้สิ้นซากเลยล่ะ เดวิด? มันสนุกกว่าเหรอที่คุณกับคารินมาเอากันบนเตียงของฉัน โดยที่รู้ว่าฉันกำลังเน่าเปื่อยอยู่ในห้องขัง?”
ใบหน้าของเขาแข็งกระด้าง ช่วงเวลาแห่งความอ่อนโยนสั้นๆ นั้นหายไป
“งั้นเธอก็รู้แล้วสินะ” เขาพูด ไม่ใช่คำถาม
“ฉันเห็นคุณ... ที่สุสาน... กับเธอ... และลูกชายของคุณ”
เขาไม่ปฏิเสธ เขายืนอยู่ตรงนั้น เป็นรูปปั้นที่แกะสลักจากความทะเยอทะยานและคำโกหก
“เรามีลูกด้วยกัน ใช่” เขาพูด เสียงราบเรียบ
โลกของฉัน ซึ่งฉันคิดว่ามันพังทลายไปแล้ว กลับแตกเป็นผุยผงละเอียดยิ่งขึ้น ทุกความทรงจำถึงความรักของเขา คำสัญญาของเขา คำหวานที่กระซิบข้างหู กลายเป็นเถ้าถ่านในใจฉัน
ฉันนึกถึงเขาที่กอดฉันเมื่อนานมาแล้ว สัญญาว่าจะปกป้องฉัน ฉันนึกถึงเขาที่ร้องไห้ด้วยความดีใจเมื่อลีโอเกิด
“ทำไมไม่หย่ากับฉันล่ะ?” ฉันถาม เสียงแทบไม่ได้ยิน “ทำไมต้องทำให้ฉันต้องเจอเรื่องทั้งหมดนี้ด้วย?”
เขากัดกรามแน่น “ภาพลักษณ์ของการหย่าร้างที่ยุ่งเหยิงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ มันไม่ดีหรอกนะ เอวา พ่อม่ายที่กำลังโศกเศร้าเป็นภาพที่น่าเห็นใจกว่าเยอะ”
เขาพูดถึงลีโอ... เหมือนเป็นทรัพย์สินทางการเมือง
“แต่เมื่อฉันได้รับการเสนอชื่อ” เขาพูดต่อ เสียงของเขาเยือกเย็นอย่างมีเหตุผล “และชนะการเลือกตั้งแล้ว ฉันจะหย่ากับคาริน... แล้วเธอกับฉันจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”
ฉันจ้องมองเขา สมองพยายามประมวลผลความหน้าด้านที่น่าสะพรึงกลัวในคำพูดของเขา เขากำลังเก็บฉันไว้... เหมือนชุดสูทสำรองในตู้เสื้อผ้า เป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายที่จะกลับมาหาเมื่อความสัมพันธ์ของเขากับทายาทสาวใช้ประโยชน์ได้หมดแล้ว
เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เขายังคงเป็นเด็กหนุ่มไร้ความปรานีจากสลัมคนเดิม ที่พร้อมจะทำทุกอย่าง เสียสละทุกคน เพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
เจ้าสัวธนินท์เคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเดวิดที่โรงเรียนกฎหมาย คารินเป็นเหมือนเงาตามตัวเดวิดมานานก่อนที่เราจะแต่งงานกันเสียอีก เธอไม่เคยปิดบังความหลงใหลที่มีต่อเขา และฉันคงโกหกถ้าบอกว่ามันไม่เคยทำให้ฉันรำคาญใจ
“เธอก็แค่เด็กน่า เอวา” เดวิดจะพูด พลางหัวเราะ “พ่อของเธอมีความสำคัญกับฉัน ฉันต้องทำดีกับเธอ มันไม่มีอะไรหรอก”
ฉันเคยเชื่อเขา... ฉันเคยไว้ใจเขา แม้กระทั่งตอนที่เขายืนอยู่ในศาลและเรียกฉันว่าเป็นแม่ที่ประมาทเลินเล่อ เป็นผู้หญิงฮิสทีเรีย เป็นอาชญากร ฉันเคยเชื่อว่ามันต้องมีเหตุผลอื่น มีความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ที่ฉันมองไม่เห็น
ตอนนี้ฉันเห็นมันทั้งหมดอย่างชัดเจนและน่าสะพรึงกลัว ความสัมพันธ์ของพวกเขาคงดำเนินมานานหลายปีแล้ว
คืนนั้นฉันทนนอนบนเตียงของเราไม่ไหว ฉันเอาผ้าห่มไปขดตัวอยู่บนพื้นเย็นๆ แข็งๆ ในห้องที่ว่างเปล่าของลีโอ กลิ่นสีทาใหม่ที่ยังไม่จางหายฉุนและปลอดเชื้อ
ช่วงหนึ่งของคืน ฉันคงเผลอหลับไป เมื่อฉันตื่นขึ้น มีผ้าห่มอีกผืนหนึ่ง เป็นผ้าแคชเมียร์นุ่มๆ จากเตียงของเรา ห่มอยู่บนตัวฉัน
เดวิด...
ท่าทีนั้นช่างเหมือนกับผู้ชายที่ฉันเคยแต่งงานด้วย ผู้ชายที่จะห่มผ้าให้ฉันถ้าฉันเผลอหลับบนโซฟา ชั่วขณะหนึ่ง หัวใจของฉันเจ็บแปลบด้วยความเจ็บปวดจากเงาของสิ่งที่เราสูญเสียไป
แล้วความขมขื่นก็กลับมา เขายังคงเล่นละครอยู่ นี่เป็นเพียงอีกหนึ่งการกระทำที่คำนวณมาอย่างดีในเกมที่บิดเบี้ยวและยาวนานของเขา
ฉันผลักผ้าห่มออกไปราวกับว่ามันปนเปื้อน มันกองอยู่มุมห้อง
มือถือสำรองของฉันสั่น ข้อความจากเชอร์รี่
*มีความคืบหน้า คนขับรถเก่าของคารินยอมคุยด้วยแล้ว อาจจะมีข้อมูลเรื่องรถวันนั้น เธอลองหาอะไรในบ้านดูนะ ระวังตัวด้วย*
ฉันมองไปที่ห้องนอนใหญ่... ไปที่ห้องทำงานของเดวิด ใช่... ฉันจะหาอะไรบางอย่างให้เจอ
ฉันลงไปข้างล่าง เสียงหัวเราะร่าเริงทำให้ฉันหยุดอยู่ที่เชิงบันได
คารินอยู่ที่นั่น... ในครัวของฉัน เธออยู่ในอ้อมแขนของเดวิด ศีรษะของเธอเอนไปข้างหลังหัวเราะอย่างมีความสุข เขากำลังจูบที่คอของเธอ และรอยลิปสติกสีแดงสดบนผิวของเขาเหมือนเป็นตราประทับ
ฉันกำราวบันไดจนข้อนิ้วขาวซีด ภาพนั้นเหมือนหมัดที่ชกเข้าที่ท้อง
“คาริน” ฉันพูด เสียงเกร็ง “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
เดวิดหันมา ดึงตัวออกจากเธอเล็กน้อย เขามีท่าทีอึดอัดใจ
“เอวา... คารินแค่... เธอช่วยดูแลบ้านเยอะมากตอนที่เธอไม่อยู่”
“เธอก็ไปเยี่ยมฉันที่คุกด้วยนะ” คารินเสริม เสียงหวานจนน่าคลื่นไส้ “แล้วเธอก็ไปหาลีโอทุกปีในวันเกิดของเขา เรายังจัดพิธีให้เธอเป็นแม่ทูนหัวของเขาด้วยใช่ไหมจ๊ะ เดวิด?”
เลือดในกายฉันเหมือนไหลย้อนกลับ มันพุ่งขึ้นไปที่ศีรษะร้อนผ่าวและเวียนหัว
“แกไม่มีสิทธิ์” ฉันเค้นเสียง “แม้แต่จะเอ่ยชื่อเขา... ฆาตกรไม่มีสิทธิ์ที่จะไว้อาลัยให้กับคนที่ตัวเองฆ่า”
เดวิดไม่สบตาฉัน เขามองไปที่จุดหนึ่งเหนือไหล่ของฉัน “เราให้พระทำพิธีให้แล้ว เอวา เราคิดว่ามันจะทำให้เขาสงบสุข”
โลกทั้งใบเงียบงัน อากาศเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวจากคำพูดของเขา เลือดของฉันเหมือนกลายเป็นเศษน้ำแข็งที่ขูดอยู่ข้างในเส้นเลือด ฉันเจ็บปวดมากจนพูดไม่ออก
คาริน เมื่อเห็นชัยชนะของเธอ เดินเข้ามาหาฉัน ถือช่อดอกลิลลี่ กลิ่นหอมฉุนของมันทำให้ฉันขนลุก
“ยินดีด้วยนะที่ออกมาได้ เอวา” เธอพูดเสียงออดอ้อน “กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ฉันตบดอกไม้ออกจากมือเธอ กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อนพื้น ฉันอยากจะกรีดร้อง อยากจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ แต่ฉันเหนื่อยเกินไป ว่างเปล่าเกินไป
“ดูโทรมจังเลยนะ” คารินพูด ดวงตาของเธอเป็นประกาย “นักโทษหมายเลข 734 สงสัยชีวิตในคุกคงไม่ถูกกับทุกคนสินะ”
หมายเลข... หมายเลขของฉัน
“ค่ะ” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ
การตอบสนองนั้นเป็นปฏิกิริยาตามเงื่อนไขที่ถูกตอกย้ำมาตลอดสามปีของการขานชื่อและนับจำนวน
คารินหัวเราะออกมาเสียงแหลมอย่างผู้มีชัย “โอ๊ย ฉันก็แค่ล้อเล่น! เธอเนี่ยอ่อนไหวจัง”
คิ้วของเดวิดขมวดมุ่น “คาริน พอได้แล้ว”
“โอ๊ย หยุดน่า คุณ” เธอพูด พลางตีที่อกเขาเบาๆ อย่างหยอกล้อ พวกเขาจีบกันต่อหน้าฉัน เป็นการแสดงความใกล้ชิดที่สบายๆ และโหดร้าย
ฉันนึกถึงกล่องชุดชั้นในในโต๊ะข้างเตียงของฉัน ความเย็นชาในจิตวิญญาณของฉันแข็งตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง
เย็นวันนั้น ฉันไปพบเชอร์รี่ที่ร้านอาหารเล็กๆ เงียบๆ ในเมือง ความทรมานนี้ต้องหยุดลง ฉันต้องหนีไปจากพวกเขา แต่ฉันไม่สามารถจากไปโดยไม่มีความยุติธรรมให้ลีโอ
“เธอดูแย่มากเลย เอวา” เชอร์รี่พูด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล เธอยื่นแก้วน้ำมาให้ฉัน
“เธอควรจะมาอยู่กับฉันนะ เธอจะอยู่ในบ้านหลังนั้นกับเขาไม่ได้”
“ไม่” ฉันพูด เสียงหนักแน่น “ฉันต้องอยู่ มันเป็นทางเดียวที่จะหาหลักฐานได้ ยิ่งฉันอยู่ใกล้พวกเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
ทันใดนั้น ประตูร้านอาหารก็เปิดออก และเสียงที่คุ้นเคยและน่ารำคาญก็ดังแทรกเสียงจอแจในร้าน
คาริน... เธอกำลังจูงมือลูกชายของเธออยู่
สายตาของฉันจับจ้องไปที่เด็กชายโดยไม่รู้ตัว เขามีท่าเดินเหมือนเดวิด เขาดูเหมือนลีโอมากในวัยนั้น
คารินเห็นฉันมอง เธอจึงดึงเด็กชายไปไว้ข้างหลัง ปกป้องเขาราวกับว่าฉันเป็นสัตว์ประหลาด
แล้วเธอก็พูดขึ้น เสียงดังพอให้คนทั้งร้านได้ยิน
“อยู่ห่างๆ ผู้หญิงคนนั้นไว้นะลูก... เขาเป็นฆาตกร เขาฆ่าลูกชายตัวเล็กๆ ของตัวเอง”
ร้านอาหารเงียบกริบ ทุกสายตาหันมามองฉัน คารินเดินมาที่โต๊ะของเรา ยิ้มอย่างพอใจ
“ว่าไง 734 ปรับตัวกับชีวิตข้างนอกเป็นไงบ้าง? อาหารอร่อยกว่าไหม? เตียงนุ่มกว่ารึเปล่า?”