ตอน 1

ภาณุ พงศ์ไพบูลย์วิทยา พ่อเลี้ยงหนุ่ยวัยสามสิบห้า กำลังครุ่นคิดอย่างหนักขณะฟังคำพูดของอดีตน้องภรรยากำลังขอร้องแกมอ้อนวอนอยู่ตรงหน้า ใช่จะไม่รู้ว่านงนภัสนั้นรักและเอ็นดูบุตรสาวอยู่มาก แต่การจะปล่อยให้ลูกน้อยห่างอกไปอยู่ไกลหูไกลตา คนเป็นพ่ออย่างเขาย่อมจะคิดมากเป็นธรรมดา

“นงรู้ดีว่าพี่ณุรักหนูนิ่มมาก นงก็รักหลานนะคะ หลานไปอยู่กับนิ่มที่กรุงเทพฯ จะได้เรียนหนังสือโรงเรียนดีๆ นงสัญญาว่าจะดูแลหลานอย่างดีแน่นอนค่ะพี่ณุ คุณวัฒน์เอ็นดูหนูนิ่มเหมือนลูก เราสองคนมีลูกไม่ได้ อย่างไรเสียจะรักลูกของพี่เหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง เลี้ยงดูแกอย่างดี พี่ณุไม่ต้องห่วงนะคะ”

นงนภัสพูดเสียยืดยาว เธอพยายามหว่านล้อมพี่เขยอยู่นาน ยิ่งเห็นอาการลังเลของอีกฝ่ายก็ยิ่งพูดโน้มน้าวต่อไป นงนภัสเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ภาณุเองรู้จักนิสัยส่วนนี้ของน้องภรรยาดี เรื่องที่ว่าอีกฝ่ายจะไม่รักนิ่มอนงค์นั้นไม่ได้เป็นปัญหาให้ต้องกังวลใจ ที่เขากังวลเพราะลูกน้อยต้องห่างจากอกคนเป็นพ่ออย่างเขา

“พี่ณุมีภรรยาใหม่แล้ว เดี๋ยวต้องมีลูกด้วยกันอีกหลายคน อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ นงกลัวหลานจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ไม่ใช่กลัวพี่ณุจะเลี้ยงลูกไม่ดี หรือกลัวเมียใหม่ของพี่จะไม่รักหนูนิ่ม แต่อย่างว่าแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง นงไม่อยากพูดมากเรื่องนั้น พี่ณุคงเข้าใจ ให้หนูนิ่มไปอยู่กับนงนะคะ เพื่ออนาคตของหลาน ถ้าเกิดพี่ณุมีลูกใหม่ หนูนิ่มอาจจะรู้สึกว่าโดนแย่งความรักไปก็ได้”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเลยนงนภัส หากพี่จะให้ลูกไปอยู่กับเธอแสดงว่าพี่มั่นใจว่าเธอจะรักลูกพี่เหมือนลูกตน”

ภาณุรู้ดีว่านงนภัสรักนิ่มอนงค์บุตรสาวของเขามาก ทั้งปรีชาวัฒน์สามีของหล่อนก็ไม่ต่างกัน เรื่องที่ว่าทั้งสองจะดูแลนิ่มอนงค์ไม่ดีนั้นเขาไม่ได้นึกห่วง จะนึกห่วงตามประสาพ่อที่ต้องให้ลูกไปอยู่กับคนอื่นเท่านั้น แม้เหตุผลของนงนภัสที่ยกมาเอ่ยอ้างจะไม่มีวันเกิดขึ้นก็ตามที เหตุเพราะนิ่มอนงค์นั้นรักและผูกพันกับนงนภัสเอามากๆ อยากจะไปอยู่กับน้าสาวมากกว่าอยู่กับเขาเสียอีก

“นงคุยกับหลานแล้ว หลานตอบตกลงว่าจะไปอยู่กับนง ขอแค่พี่ณุอนุญาตเท่านั้น ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาอะไร” นงนภัสพูดความจริงทุกคำ เธอคุยกับหลานสาวแล้ว นิ่มอนงค์ตกลงที่จะไปอยู่กับเธอ เพราะตลอดระยะเวลาที่พี่สาวป่วยเธอเป็นคนดูแลนิ่มอนงค์เสียเป็นส่วนใหญ่

จริงๆ แล้วเหตุผลที่เอ่ยอ้างเรื่องหลานสาวว่าจะได้เรียนโรงเรียนดีๆ นั้นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด นงนภัสกลัวว่านิ่มอนงค์จะมีปัญหากับภรรยาใหม่ของพี่เขย เลยไม่อยากให้หลานสาวอยู่ที่นี่คนเดียว นารถลดาพี่สาวของเธอก็เช่นกัน ใช่ว่าจะมีความสุขนักตั้งแต่ใช้ชีวิตคู่กับภาณุ ถ้าไม่ใช่เพราะภาณุทำให้พี่สาวของเธอท้องและต้องรับผิดชอบคงไม่แต่งงานกัน

ภาณุมีนิสัยเจ้าชู้ การที่นารถลดาพี่สาวของเธอตั้งท้องนั้นเป็นเรื่องผิดพลาด ภาณุแค่หวังจะหลอก แต่เพราะเหตุการณ์กลับตาลปัตร บิดามารดาไม่ยอม จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ภาณุเป็นคนกว้างขวาง มีหน้ามีตาทางสังคม มารู้อีกทีว่า นารถลดานั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทำเล่นๆ ได้ เขาจึงรักษาชื่อเสียงโดยการแต่งงานกับพี่สาวของเธอในที่สุด เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต เนื่องจากตอนนั้นบิดามารดาโกรธมากที่ภาณุคิดจะไม่รับผิดชอบ นิ่มอนงค์ไม่เคยรู้เรื่องนี้ และไม่มีใครเอ่ยถึงอีก เพื่อไม่ให้คนใกล้ชิดสะเทือนใจไปมากกว่านี้

“คุณพ่อกับคุณแม่ก็อยากให้หลานไปอยู่ด้วย”

นงนภัสหยิบไม้ตายสุดท้ายขึ้นมา ใช่ว่าบิดามารดาของเธอจะโปรดปรานลูกเขยคนนี้นัก ท่านออกจะไม่ชอบขี้หน้าพี่เขยของเธออยู่มาก ถ้าไม่เห็นแก่มีนิ่มอนงค์และนารถลดา พี่เขยของเธอคงได้เป็นข่าวฉาวโฉ่เสียชื่อไปนานแล้ว

“ก็ได้ แต่เธอต้องสัญญากับพี่ว่าจะพายัยหนูกลับมาที่นี่ทุกปิดเทอม”

ภาณุยินยอมในที่สุด แม้เขาจะมีภรรยาใหม่ ซึ่งภรรยาคนนั้นเป็นคนรักเก่าของเขาเมื่อหลายปีก่อน แต่ศิริวรรณเป็นคนดี เธอทนไม่ไหวที่เขาเจ้าชู้เลยประชดไปแต่งงานกับเลิศ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของเขาแทน ทำให้หมางใจกันอยู่พักหนึ่ง พอเลิศเสียชีวิตเขาจึงตามจีบศิริวรรณอีกครั้งเพื่อต้องการเธอกลับมาเป็นของเขาให้จงได้ แต่เพราะทำให้นารถลดาท้องเสียก่อน เขาจึงต้องรับผิดชอบผู้หญิงอีกคน เรื่องที่เขาทำให้นารถลดาท้องนั้นไม่เคยคิดปิดบังศิริวรรณ เนื่องจากตอนนั้นถึงจะยังเจ้าชู้แต่ก็คิดจะยกย่องศิริวรรณเป็นภรรยาออกนอกหน้านอกตา

เขามั่นใจว่าศิริวรรณเป็นคนดีพอ คบหากันมานานและรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี ศิริวรรณรักและเอ็นดูนิ่มอนงค์ บุตรสาวของเขามาก ตอนที่เขาสารภาพว่าทำให้นารถลดาท้อง เธอยังบอกให้เขาไปรับผิดชอบนารถลดา เธอไม่ด่าไม่ว่าไม่โกรธหรือตำหนิเขาสักคำ แม้เขาจะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ และไม่เคยขาดเรื่องบนเตียง แต่ใจเขายกย่องศิริวรรณเป็นหนึ่งในดวงใจเพียงคนเดียวเท่านั้น

ภาณุคิดอย่างผู้ชายเจ้าชู้ทั่วไปที่เขาอาจจะมีผู้หญิงข้างกายมากมาย แต่มีหญิงเดียวที่เขายกย่องเชิดชูให้อยู่เหนือหญิงอื่นใด หลายครั้งที่เขาคิดเห็นแก่ตัวว่าผู้หญิงที่รักเขาต้องเข้าใจในความเป็นเขา แม้จะเจ้าชู้ก็ไม่เคยยกย่องให้เกียรติใครเกินหน้าเกินตา

“ได้สิคะพี่ณุ นงสัญญาว่าถ้าไม่ติดอะไร จะพาหลานมาหาพี่ทุกปิดเทอมค่ะ”

นงนภัสหันไปยิ้มกับสามีเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ ภาณุพยักหน้าให้อดีตน้องภรรยา อีกฝ่ายรีบกุลีกุจอไปช่วยนิ่มอนงค์จัดของ รีบออกเดินทางไปในวันนั้นเลย

หลังจากเดินทางมากพักที่ไพรวัลย์ได้สามวัน และตลอดระยะเวลาสองผัวเมียก็เอ่ยขอนิ่มอนงค์ไปเลี้ยงอยู่ตลอดด้วยความมุ่งมั่นจนภาณุใจอ่อน หันไปปรึกษาศิริวรรณ ภรรยาของเขาเสนอว่าให้นิ่มอนงค์เป็นคนเลือก และบุตรสาวก็เลือกน้าสาวแทนที่จะอยู่กับบิดาเช่นเขา ทำให้รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย

“อย่าลืมกลับมาเยี่ยมพ่อนะหนูนิ่ม พ่อรักหนูนะคนดี” แม้นิ่มอนงค์จะเกิดจากความผิดพลาดของเขาที่ทำให้นารถลดาท้องอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็รักบุตรสาวคนนี้ที่สุด

ตอนนั้นเขาคึกคะนองตามประสา หลังศิริวรรณไปแต่งงานกับยศ เขาก็ทำตัวเสเพลยิ่งกว่าเก่า หลอกผู้หญิงไปทั่ว เขาได้เจอกับนารถลดาด้วยความบังเอิญ อีกฝ่ายอ่อนเดียงสา หลงติดบ่วงเขาอย่างง่ายดาย ใครจะคิดว่าหญิงสาวในเมืองกรุงอันศิวิไลซ์ยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ได้ แถมยังไม่รู้จักวิธีป้องกันตัวเองเหมือนผู้หญิงเจนจัดคนอื่นๆ ที่เขาเคยผ่านมา

พอจะสลัดเธอทิ้งกลับทำไม่ได้ดั่งใจหมาย เมื่อบิดามารดาของเธอเป็นคนมีหน้ามีตาในวงสังคม อีกทั้งมีอำนาจชื่อเสียงเงินทองมากมายที่จะเล่นงานเขาให้กระอักได้ เขาจึงต้องแต่งงานกับนารถลดา แม้ส่วนลึกในจิตใจจะมีศิริวรรณอยู่เสมอ แต่นารถลดาก็แสนดีและอ่อนโยน หัวใจของเขาอ่อนไหวทุกครั้งที่ใกล้เธอ แต่ทิฐิที่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าหลังจากโดนบิดามารดาของเธอบังคับ จึงไม่ได้ทำตัวเป็นสามีที่ดีนัก ทั้งยังเจ้าชู้ไม่เลิก

“หนูก็รักพ่อค่ะ” นิ่มอนงค์จุ๊บแก้มบิดาซ้ายขวา ก่อนจะขึ้นรถไปตามน้าสาวที่เธอรักประดุจดั่งมารดาเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

ภาณุมองตามท้ายรถไปด้วยความรู้สึกใจหาย ศิริวรรณบีบมือสามีเอาไว้อย่างให้กำลังใจ ส่วนพฤกษ์...วัยสิบขวบ เขาเป็นลูกติดของศิริวรรณกับเลิศ เด็กชายตัวน้อยวัยสิบขวบมองตามไปด้วยจนสุดตา

น้องน้อยของเขา จะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้วสินะ…

สิบเจ็ดปีต่อมา...

“พ่อของนิ่มอยากให้หนูกลับไปไพรวัลย์ด่วนที่สุด เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับหนูน่ะจ้ะ” นงนภัสเอ่ยบอกหลานสาวที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก

ตอนนี้นิ่มอนงค์กลายเป็นสาวสวยวัยยี่สิบสองปี สำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอให้หลานพักผ่อนก่อนค่อยเข้าไปเริ่มทำงานในบริษัท ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว เธอกับปรีชาวัฒน์ไม่มีลูกก็อยากให้นิ่มอนงค์สืบทอดกิจการทุกอย่าง

ตอน 2

ส่วนบิดามารดานั้นเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน กิจการทุกอย่างไม่มีคนสืบทอด มีเพียงหลานที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเท่านั้นที่สามารถยึดเป็นที่พึ่งได้

“เรื่องสำคัญอะไรเหรอคะคุณน้า”

นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย ร้อยวันพันปีบิดาไม่เคยเรียกเธอกลับกะทันหัน นอกจากเธอจำต้องกลับไปเยี่ยมท่านตอนปิดเทอมเท่านั้น เธอเข้าใจว่าท่านหลงภรรยาใหม่จนไม่ลืมหูลืมตาเหมือนกับที่ผู้เป็นยายและน้าพูดให้ฟังตั้งแต่เด็ก นานๆ เข้าจึงไม่ค่อยอยากกลับไปที่ไร่ไพรวัลย์นัก ถ้าไปจริง จะพักแค่คืนสองคืนแล้วรีบกลับ อีกทั้งไม่เคยให้ความสนิทสนมกับมารดาเลี้ยงและลูกติดของท่านเช่นเดียวกัน

ช่วงหลังๆ เธอเรียนหนักบ้างหรือขี้เกียจกลับบ้าน จะโทรไปแจ้งว่าจะไม่กลับ บิดาไม่ว่าอะไรเพียงแค่บอกว่าจะส่งเงินมาให้และให้ดูแลตัวเองดีๆ ความจริงแล้วถึงแม้ภาณุจะไม่ส่งเงินมาให้เธอ ปรีชาวัฒน์และนงนภัสก็มีเหลือเฟือทั้งสองดูแลเธอเป็นอย่างดีเหมือนลูก ทำให้เธอผูกพันกับท่านมากกว่าบิดาเสียอีก

นิ่มอนงค์จำได้ว่าเคยเห็นลูกติดของมารดาเลี้ยงอยู่ไม่กี่ครั้ง เมื่อนานมากแล้ว หลังๆ นั้นเธอไปเจอเขาเพราะนงนภัสเล่าว่าพฤกษ์ได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนเธอเข้ามหาวิทยาลัยได้กลับไปเยี่ยมบิดาก็นานแล้ว แต่ไม่ได้เจอกับลูกติดมารดาเลี้ยงเช่นเคย ทั้งสองจึงยังไม่เห็นหน้ากันสิบกว่าปี เพิ่งได้ยินข่าวของเขาจากน้าสาวกลับมาช่วยบิดาดูแลกิจการที่ไพรวัลย์ นงนภัสนั้นคอยติดตามข่าวทางบ้านเธออยู่บ่อยๆ เพราะเช่นไรน้าสาวก็ยังไม่อยากญาติดีกับศิริวรรณอยู่ดี

เธอไม่เคยสุงสิงกับมารดาเลี้ยง ตอนเด็กๆ เวลาเจอกันก็ถามคำตอบคำ นางเองไม่มาเซ้าซี้เมื่อเห็นเธอไม่อยากคุยด้วย จึงแทบไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลย ได้ยินได้ฟังเอาจากยายและน้าสาวเล่าให้ฟังเท่านั้น แต่เธอก็เชื่อเช่นนั้น ศิริวรรณคงหวังทรัพย์สมบัติจากบิดาเธออยู่บ้าง เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่อยากได้ พอมาอยู่กับบิดาของเธอทำให้ชีวิตสุขสบายขึ้น ไม่ต้องลำบากตรากตรำหาเงินคนเดียวส่งเสียลูกชายเรียนเหมือนก่อน แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะ ข้าวของเดี๋ยวนี้แพงหูฉี่ ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ศิริวรรณก็เหมือนหนูตกถังข้าวสาร บิดายกย่องเชิดชูและเลี้ยงดูอย่างสุขสบาย แทบไม่ต้องทำงานทำการอะไร เพียงแค่ชี้นิ้วสั่ง มีข้าทาสบริวารรับใช้มากมาย

“พ่อหนูป่วยมาได้ปีนึงแล้ว เป็นช่วงที่หนูขึ้นปีสี่ กำลังยุ่งกับเรียนและฝึกงาน”

“จริงเหรอคะ นิ่มไม่รู้เลย”

นิ่มอนงค์หน้าซีดเมื่อได้ยินน้าสาวพูดเช่นนั้น แม้จะไม่ค่อยผูกพันกับบิดาเท่าใด แต่เธอก็รักและเคารพเสมอ เพราะถือว่าท่านคือผู้ให้กำเนิด ได้ยินได้ฟังแบบนี้ก็รู้สึกใจหาย ที่เธอเอาแต่คิดเรื่องตัวเอง ละเลยท่านเสียนาน มันนานมากแล้วที่เธอกับท่านไม่ได้เจอกัน นานเสียจนบางทีเธอก็ลืมท่านไปเสียสนิท

“น้าเห็นหนูยุ่งๆ กับเรื่องเรียน อยากจะเรียนให้จบไวๆ ไม่อยากกวนใจ พ่อของหนูเองก็ห้ามไม่ให้บอก ไม่อยากให้มีเรื่องรบกวนจิตใจ”

นงนภัสพูดตามจริงเรื่องที่ภาณุห้ามไว้ แต่เรื่องป่วยนั้นไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน อีกทั้งนางเองก็ไม่ใคร่จะอะไรกับพี่เขยนัก เคยไปเยี่ยมนานแล้ว อาการยังไม่หนักหนาเท่าใดนัก ใจตัวเองไม่อยากให้หลานสาวรับรู้ว่าบิดาเป็นคนเช่นไร จึงไม่ใคร่ให้ไปยุ่งเกี่ยว ตอนไปขอนิ่มอนงค์มาเลี้ยงเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนก็เพราะบิดามารดาขอร้อง ไม่อยากให้นิ่มอนงค์อยู่กับภาณุผู้เป็นบิดาที่มีนิสัยเจ้าชู้ประตูดิน และมารดาเลี้ยงที่เป็นแฟนเก่า กลัวหลานจะถูกรังแกเอา ครอบครัวเองก็ร่ำรวยมีอันจะกิน ไม่จำเป็นต้องให้หลานไปอาศัยใครอยู่ แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นบิดาก็ตามที

นิ่มอนงค์เข้าใจมาโดยตลอดว่าภาณุเป็นคนดีคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ภาณุไม่ได้ดีเด่อะไรนัก แต่นงนภัสไม่อยากพูดเรื่องไม่ดีของอดีตพี่เขยให้หลานสาวคิดมาก กลัวจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ยิ่งเรื่องที่ภาณุไม่คิดจะรับผิดชอบนารถลดาแต่แรก ถึงขนาดให้ไปเอาเด็กออก ยิ่งไม่สมควรพูด ถ้านิ่มอนงค์รู้ว่าพ่อคิดฆ่าลูก คงกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จึงให้หลานเข้าใจเสียว่าบิดานั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง

“นิ่มจะไปไร่ไพรวัลย์พรุ่งนี้เช้าเลยนะคะ” นิ่มอนงค์รู้สึกเป็นห่วงบิดาจนเป็นกังวล เธอยอมรับว่ารักตายาย รักน้าสาวรักน้าเขยมากกว่าบิดา เพราะเลี้ยงดูผูกพันกันมาหลายปี แต่ในเมื่อนั่นคือบิดา เธอควรจะกลับไปทำหน้าที่ลูกที่ดีต่อท่านบ้าง

“แล้วแต่หนูเถอะ หนูควรจะอยู่ไร่ไพรวัลย์ก่อนเพื่อดูว่าพ่อหนูจะว่ายังไง ป่วยแบบนี้แม่เลี้ยงมิพูดเรื่องแบ่งสมบัติจนพ่อหนูทำพินัยกรรมยกอะไรต่อมิอะไรให้ไปแล้วเหรอ”

“ถ้าพ่อจะแบ่งให้เค้า นิ่มคงขัดไม่ได้ เค้าเป็นภรรยาคนหนึ่งของพ่อ แถมยังจดทะเบียนสมรสกันด้วยนะคะน้านง”

“หึ! ไม่มีลูกมีเต้าด้วยกัน พ่อหนูจะยกให้คนอื่นได้ไง ถึงเป็นเมียก็เถอะ ถ้าให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ไปตั้งตัวกับลูกชายเค้าน่ะได้ แต่จะให้แบ่งมากมายน่ะไม่ได้ น้าไม่ยอมหรอกนะนิ่ม นิ่มเป็นลูกสาวคนเดียวต้องได้รับทั้งหมด ถ้าเค้ามีลูกกับพ่อหนูก็ว่าไปอย่าง” นงนภัสเสียงแข็งตาวาว นางหวงหลานสาวกลัวจะโดนฉ้อโกง อีกทั้งศิริวรรณไม่มีลูกกับภาณุ จะมาขอแบ่งทรัพย์สมบัติในส่วนของหลานเธอได้อย่างไรกัน เธอไม่มีวันยอมแน่นอน

“ถ้าคุณพ่อจะให้ ป่านนี้คงโอนยกให้กันไปแล้วมั้งคะ”

“น้าว่ายังหรอก ไม่งั้นคงไม่เรียกหนูกลับไป นิ่มอยู่ดูแลพ่อไปก่อน พ่อหนูป่วยแบบนี้ดูว่าฝ่ายนั้นขอทรัพย์สมบัติอะไรหรือเปล่า เราอย่าไปยอมง่ายๆ นะยัยหนู น้าคนหนึ่งละไม่ยอม”

“นิ่มชวนพี่ยศกับแพรไปด้วยได้ไหมคะ” นิ่มอนงค์คิดถึงแฟนหนุ่มและเพื่อนสาวขึ้นมาในทันที เธอกะว่าจะชวนสองคนนั้นไปเที่ยวที่ไร่ไพรวัลย์อยู่เหมือนกัน

“แล้วแต่เรา น้าจะไปด้วย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันคิด แม่ศิริวรรณเมียใหม่พ่อเราคงไม่ใช่ย่อยหรอก ถ้ามีน้าอยู่ด้วยคงไม่กล้า หรือถ้าคิดจะทำอะไรน้าจะขวางให้ถึงที่สุด น้ารู้ทันหมดแหละ ใครคิดอะไรไม่ดี”

นงนภัสไม่มีวันปล่อยให้หลานสาวไปเผชิญปัญหาคนเดียว นิ่มอนงค์รู้ดีว่าน้าสาวเป็นคนเอาเรื่องคนหนึ่ง ถ้ามีอะไรจะได้ทันกัน ไม่โดนเอาเปรียบ ท่านไปด้วยเธอก็รู้สึกอุ่นใจ

“งั้นนิ่มขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะโทรไปหาพี่ยศเพื่อแจ้งข่าว”

นงนภัสพยักหน้าให้หลานสาว นางไม่ได้เข้มงวดเรื่องการคบเพื่อนชายของหลานสาวนัก แต่ให้อยู่ในขอบเขต ยศวินไปมาหาสู่บ้านศักดาพงศ์บ่อยครั้ง เรียกว่าเข้าตามตรอกออกตามประตู นางจึงยินยอมให้คบหากัน แม้อีกฝ่ายจะมีฐานะด้อยกว่าแต่ก็เป็นหนุ่มไฟแรง ขยันทำมาหากิน จึงมิได้รังเกียจอะไร แถมยังเคยช่วยชีวิตนิ่มอนงค์เอาไว้ด้วย นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่นิ่มอนงค์ยอมใจอ่อนคบกับยศวิน เมื่ออีกฝ่ายเทียวไล้เทียวขื่ออยู่นานนับเดือน

ส่วนนิ่มอนงค์โทรหายศวินแฟนหนุ่มหลายครั้ง แต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด สงสัยเขาจะติดธุระ เธอจึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า คิดว่าเดี๋ยวแฟนหนุ่มคงโทรกลับมาหากเห็นสายไม่ได้รับ

“พี่ยศคะ เสียงโทรศัพท์ค่ะ อื้อ...”

แพรพิลาศบอกเสียงหอบกระเส่าเมื่อตนถูกกระแทกอยู่ใต้ร่างหนาของยศวิน

“ไว้ก่อนครับ พี่ไม่อยากทิ้งช่วง” ยศวินกระซิบบอกเสียงหอบ กายท่อนล่างของเขานัวเนีย บดจูบริมฝีปากบอบบางของหญิงสาวอย่างเร่าร้อน

มือหนากอบกุมทรวงอกเหมาะมือนุ่มหยุ่นแล้วเคล้นคลึง ริมฝีปากหนาก้มลงไปดูดเม้มยอดบงกชสีหวาน เขาพึงพอใจเรือนร่างหอมหวานของเธอนัก เธอทั้งสดใหม่ ทั้งเอาใจเก่ง แล้วก็ใสซื่อไร้เดียงสา

แพรพิลาศเป็นคนหัวอ่อน จริงๆ ถ้าถามเขา นิ่มอนงค์เป็นผู้หญิงที่เขารู้สึกพิเศษด้วย ไม่ถึงกับรักแต่อยากยกย่องเหนือหญิงอื่น อีกทั้งฐานะและหน้าตาทางสังคมก็เหมาะสมคู่ควร แต่แพรพิลาศก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว

ตอน 3

เรื่องนี้จึงเกิดขึ้น เขายอมรับว่ามันคือความผิดพลาด แต่เขาก็ไม่ยอมสลัดเธอออกไป ด้วยเหตุผลอะไรเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งๆ ที่นิ่มอนงค์ก็ดีพร้อมทุกอย่าง

“ยกสะโพกหน่อยน้องแพร หยัดขึ้นมาหาพี่”

ยศวินกระซิบบอก แพรพิลาศหน้าแดงจัด เธอเขินอายกับคำพูดตรงไปตรงมาของเขา ชายหนุ่มสุภาพอ่อนโยนเธอจึงตกหลุมรักเขาหมดใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว แต่เพราะสุดจะหักห้ามใจ เพียงแค่ถูกเล้าโลมเล็กน้อย อารมณ์กลับเพริดตามจนกู่ไม่กลับ

“อื้อ...” แพรพิลาศครวญคราง หัวหมุนด้วยแรงพิศวาสอันเสียวซ่านที่เขามอบให้

ใบหน้าหล่อเหลาขาวจัดและริมฝีปากเข้มอย่างคนสุขภาพดีทำให้เธอหลงใหล ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและน้ำคำแสนหวานสั่นคลอนหัวใจเธอตั้งแต่แรกเห็น

“แพรรักพี่ยศนะคะ” เธอเพ้อเสียงสะท้าน หยัดสะโพกให้เขาสอดรักลงมาอย่างถนัดถนี่

“พี่ก็รักแพรนะครับ” ยศวินโต้ตอบเสียงหวาน ลูบไล้เรือนกายผุดผ่องอย่างเสน่หา

“แพรกลัวคุณนิ่มจะรู้”

แพรพิลาศพูดอย่างเป็นกังวล เธอแอบลักลอบได้เสียกับยศวินเพราะความไม่ตั้งใจ เขารุกหนักจนเธอตกเป็นของเขาเมื่อหลายเดือนก่อน เธอไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขาเพราะเธอยอมเขาเอง แม้แต่ความกังวลกลัวนิ่มอนงค์จะรู้ นิ่มอนงค์เป็นทั้งเพื่อนรักและหลานสาวเจ้าของบ้านที่เธออาศัยอยู่ เธอมีเพียงยายชรามากแล้วเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียว ท่านเคยทำงานรับใช้ที่นั่นตั้งแต่เธอยังไม่เกิด คนของศักดาพงศ์จึงมีบุญคุณท่วมหัว ยายมักสอนให้เธอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

แพรพิลาศรักและเคารพทุกคนที่นั่นด้วยใจจริง ส่วนนิ่มอนงค์นั้นนอกจากจะเป็นหลานสาวเจ้าของบ้าน อีกฝ่ายก็เป็นคนดีมากคนหนึ่ง หญิงสาวไม่เคยมองเธอว่าเป็นคนใช้แต่มองว่าเป็นเพื่อน เธอจึงเป็นเพื่อนเล่นกับนิ่มอนงค์ตั้งแต่เด็ก มีของเล่นหรือเสื้อผ้าสวยๆ มักแบ่งมาให้เธอใช้อยู่ตลอด พอโตขึ้นนงนภัสก็ส่งเรียน เธอจึงรู้สึกผิดเต็มหัวใจเมื่อกล้าไปยุ่งกับแฟนของหลานสาวเจ้านาย ดังนั้นจึงไม่เรียกร้องอะไรจากยศวิน หากเขาจะแต่งงานกับนิ่มอนงค์ในอนาคตข้างหน้า เธอจะยอมจากไป ขอเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ทำให้คนรักและเพื่อนรักมีความสุขก็พอ

“ไม่หรอก แพรไม่พูดพี่ไม่พูดก็ไม่มีใครรู้”

ยศวินพูดให้หญิงสาวคลายใจ ที่เขาคบกับแพรพิลาศได้นานเพราะเธอไม่เรียกร้อง ไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวของเขา ไม่จุกจิกจู้จี้ ไม่วุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวและอยู่ในที่ของเธอเงียบๆ โดยไม่ก้าวก่ายเรื่องของเขาไม่ว่าเขาจะอยู่กับใคร

แพรพิลาศบริสุทธิ์ผุดผ่อง ตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ ดีกว่าผู้หญิงขายตัวที่ผ่านผู้ชายมาอย่างโชกโชน แม้เขาจะชอบบทรักร้อนแรง เป็นงานหรือปรนเปรอเขาได้จนสำลัก แต่ผู้หญิงบริสุทธิ์สะอาดเขากลับยิ่งชอบมากกว่าเพราะทั้งหอมหวาน ทั้งน่าสัมผัสและอ่อนด้อยประสบการณ์ให้เขาชักนำได้ง่าย

“อย่ากังวลไปเลยนะ พี่ไม่อยากให้แพรกังวล ดูสิหน้ายู่เชียว” เขาเย้าบีบจมูกเล็กๆ นั้นก่อนจะกดจูบลงไปอย่างดูดดื่ม

แพรพิลาศลืมเลือนความกังวลใจไปเสียสิ้นเมื่อถูกชายหนุ่มชักจูงเข้าสู่วังวนเสน่หาอีกครั้ง หลายครั้งที่เธออยากออกจากสถานะนี้ แต่ทำไม่ได้ เธอรักเขามากเกินไป เพียงแค่โดนออดอ้อนเล็กน้อย หัวใจเธออ่อนยวบให้เขานำพาไปโดยง่าย

ยศวินครางลั่นก่อนจะปลดปล่อยธารร้อนในกายเธอจนหมดสิ้น

“แพรอย่าลืมกินยาคุมนะครับ”

“ค่ะ” เธอรับปากเสียงแผ่ว ไม่เคยบอกเขาว่าไม่เคยกินยาคุมเลย ใช่ว่าอยากจะจับเขาหรือให้เขารับผิดชอบ แต่เธออยากมีลูกกับเขาสักคน แล้วจะจากไปเงียบๆ ไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น ลูกจะเป็นพยานรักและทำให้เธอหายเหงา หัวใจของเธอคงรักผู้ชายคนไหนไม่ได้อีกแล้ว

“แพรเข้าใจพี่นะครับ เรายังไม่พร้อม อย่าสร้างปัญหาให้เด็กเลย” ยศวินจุมพิตหน้าผากสาว ยิ้มให้เธอ

แพรพิลาศยิ้มตอบ เธอพยักหน้าให้เขา ไม่บอกความในใจที่เธอแอบคิดและแอบทำอยู่คนเดียว

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะทำให้ยศวินหันไปรับ เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนเอ่ยขอตัว แพรพิลาศลอบมองแผ่นหลังกว้างอยู่ห่างๆ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอแอบมองเขาอยู่ตลอดจะหันมาสนใจเธอจริงๆ แม้เขาจะไม่ได้ยกย่องให้เธอเป็นคนรักดังเช่นนิ่มอนงค์ก็ไม่เป็นไร ขอให้เธอได้รักเขาก็เพียงพอแล้ว

“ว่าไงครับน้องนิ่ม จะชวนพี่ไปกราบคุณพ่อเหรอครับ ได้สิ วันไหนเอ่ย? พรุ่งนี้เหรอครับ ได้ครับๆ ไม่กะทันหันอะไรหรอก พี่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย”

แพรพิลาศแอบได้ยินเขาคุยโทรศัพท์แล้วใจลอย บางทีเธอเคยนึกอิจฉานิ่มอนงค์ที่มีแต่คนหลงรัก แต่ความอิจฉาของเธอไม่ใช่ความอิจฉาเพื่อจ้องทำลาย แค่อิจฉาและชื่นชมเท่านั้น เพราะเธอเองยังหลงรักนิ่มอนงค์ในความมีน้ำใจ นิ่มอนงค์ไม่ใช่คนอ่อนหวาน ออกจะตรงไปตรงมาเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่คนขี้อิจฉาริษยาหรือชอบกลั่นแกล้งคนอื่น ดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่า บางครั้งยังขี้อ้อน เธอจึงรักหลานสาวเจ้านายคนนี้เป็นที่สุด แม้จะมีเหตุผลมากมาย แต่ความรักระหว่างชายหญิงก็ไม่เข้าใครออกใคร เธอเชื่อว่าทุกคนบนโลกย่อมเคยทำผิด ทำผิดแล้วแก้ไข หรือทำผิดแล้วทำยังอีกซ้ำซาก เธอคงเป็นอย่างหลังที่หักห้ามใจไม่ได้เสียที

หญิงสาวถอนใจหนักหน่วง เธอไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างเธอกับยศวินจะเป็นไปในทิศทางไหน มันหนักอึ้งอยู่ในอก ไม่กล้าเอ่ยปากพูดกับใคร แม้กระทั่งยาย เธอไม่อยากเป็นคนอกตัญญูแย่งแฟนของหลานเจ้านายเลยแม้แต่น้อย ถ้าทำได้เธอจะหักห้ามใจไม่เกี่ยวข้องกับยศวินแต่แรก จะแอบเก็บเขาเอาไว้ในใจอยู่แบบนี้ดีกว่าให้เขาล่วงรู้แล้วมีอำนาจเหนือเธอในทุกๆ อย่าง

เสียงโทรศัพท์ทำให้แพรพิลาศสะดุ้ง เธอเห็นหน้าจอเป็นเบอร์โทร.ของนิ่มอนงค์แล้วหน้าซีดเผือดลงทันที มือบางสั่นเทายื่นไปทำท่าจะรับแต่ก็ยังลังเล

“รับสิน้องแพร เดี๋ยวนิ่มสงสัย” เสียงของยศวินดังอยู่ข้างหูพร้อมอ้อมแขนที่กอดรัดเธอมาอย่างแนบแน่น เขากดริมฝีปากซุกไซ้ทำท่าจะเริ่มบทรักครั้งใหม่

“สวัสดีค่ะคุณนิ่ม” แพรพิลาศบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นเมื่อมือหนาและริมฝีปากร้อนสัมผัสเธอไปทั่วอย่างหิวกระหาย

“ยะ... อยู่ข้างนอกค่ะ พะ แพรทำธุระอยู่ อื้อ...ไม่เป็นไรค่ะ ได้ค่ะๆ” แพรพิลาศย่นคอหนีริมฝีปากร้อนที่ประทับลงมา เธอรีบกดวางสายแทบไม่ทัน

“นิ่มโทรมาทำไม หือ...” ยศวินงึมงำกับซอกคอหอม ก่อนตวัดอุ้มร่างเปลือยเปล่าไปที่เตียงนอนกว้างอีกครั้ง เขาจะบรรเลงรักกับร่างกายของเธอเสียให้หนำใจ

“คุณนิ่มทะ... โทรมาชะ ชวนไปไร่ไพรวัลย์ค่ะ”

ยศวินชะงักเพียงเล็กน้อยก่อนจะจุดยิ้มที่มุมปาก

“ก็ดีสิเราจะได้อยู่ด้วยกัน”

คำพูดของยศวินไม่ได้ทำให้แพรพิลาศรู้สึกดีเลยสักนิด เธอมีเพียงความกังวลใจเท่านั้น กลัวนิ่มอนงค์จะรู้ความจริงและโดนจับได้เข้าสักวัน

นิ่มอนงค์มองสองข้างทางของไร่ไพรวัลย์อย่างแสนคิดถึง นานหลายปีแล้วที่เธอไม่ได้มาเหยียบที่นี่ ไร่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาดูเปลี่ยนไปมากจนเธอนึกทึ่ง

ไร่ไพรวัลย์ดูเจริญผิดหูผิดตา ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เธอยังเด็ก ที่นี่ยังดูรกร้างอยู่มากและค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ถนนหนทางที่ทอดตัวไปสู่บ้านหลังใหญ่สะดวกสบายขึ้น ผลหมากรากไม้สดๆ ตามฤดูกาลดูอุดมสมบูรณ์ชวนให้น้ำลายไหล เธอรู้ว่าบิดาทำการเกษตรแบบผสมผสาน นอกจากเลี้ยงโคเนื้อแล้วท่านยังปลูกไม้ยืนต้นอีกมากมายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ไร่

“ไร่ของคุณนิ่มกว้างจังเลยนะคะ” แพรพิลาศเอ่ยชมเมื่อลงมาจากรถ เธอเพียงแค่ได้ยินแต่ไม่เคยเหยียบย่างมาที่ไร่แห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ยศวินกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ที่นี่มีเนื้อที่กว้างขวางนัก เขาคำนวณเป็นตัวเงิน มีมูลค่ามหาศาล นิ่มอนงค์ยิ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมตกเป็นของเธออยู่แล้วในอนาคต คนที่แต่งงานกับเธอย่อมเป็นผู้ชายที่โชคดีคนหนึ่ง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED