มีใครบางคนเคยบอกว่า.. รอยยิ้มที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ มักจะมีเรื่องราวของคนพิเศษซ่อนอยู่
ใต้ร่มไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัย ดอกราชพฤกษ์บานสะพรั่งเต็มต้น เก้าอี้ไม้สีขาวที่วางเรียงกันห่าง ๆ เพื่อสำหรับให้นักศึกษานั่งพักผ่อน แต่เธอคนนี้ยึดครองเอาไว้นอนคนเดียว
" โอ๊ย " ร่างสวยอุทานเสียงดัง ขณะที่พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าใครคนใดคนหนึ่งแอบมองเธออยู่
" นี่นายเป็นใคร ไอ้บ้าไอ้โรคจิตจะข่มขืนฉันเหรอ " เสียงแจ๋นของคนที่พึ่งตื่นจากฝันโวยวายเสียงดัง
" นี้แม่คุณดูสภาพตัวเองก่อนจะพูดอะไร " ซีลีนเอ่ยตอบกลับ ไม่เคยมีใครมาว่าเขาแบบนี้
ใบหน้าคมส่ายใบหน้าให้เธออย่างหัวเสีย เขาเป็นดาวคณะบริหารแค่ไม่ยอมรับตำแหน่งเท่านั้นเอง สาวสวยครึ่งค่อยมหาวิทยาลัยวนเวียนเข้ามาให้เลือก แล้วดูสภาพตัวเธอช่างไม่รู้จักประมาณตน
จากนั้นซีลีนถอดเท้าเดินฉับ ๆ เพื่อไปยังตึกคณะบริหาร ของเขา มือหนาถูกยกขึ้นมาจับตรงศีรษะ ที่ปะทะ กับ หญิงสาวเมื่อสักครู่ รู้สึกเจ็บเหมือนหัวจะแตก ก่อนขึ้นเรียนเขาแวะเข้าห้องน้ำเพื่อไปส่องกระจกดูรอยแผล แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไร มีเพียงรอยบวมแดงเล็ก ๆ
" ผู้หญิงอะไร นอนอ้าปากค้างหลับลึก แถมยังปากจัดอีก เซ็งชิบ" เขาเอ่ยกับตัวเองในกระจกเงา เอียงตัวสำรวจความเรียบร้อยซ้ายขวา ก่อนเดินออกจากห้องน้ำ ไปยังห้องเรียนต่อไป
ตกเย็น เป็น เวลา 2 ทุ่ม ณ ร้านเบเกอรี่ที่แคลร์ ทำงานอยู่
กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังคุณภาพดี ภายในร้านที่มีการตกแต่งแบบสไตล์มินิมอล ภายในถูกแยกเป็นโซน มีทั้งโซนที่ใช้ทำงาน และนั่งชมวิวดื่มด่ำกับบรรยากาศ
" เค้กที่เตรียมไว้ส่งลูกค้าพร้อมที่อยู่ และข้อความโน้ตส่งให้ลูกค้าให้ครบนะ คิวสุดท้ายถ้าเสร็จแล้วแคลร์ กลับได้เลยนะ " เสียงเล็กของพี่วาเจ้าของร้าน จัดการตามระบบที่พริ้นออกมาจากแอปพลิเคชันดัง เพื่อให้แคลร์นำของไปส่ง ในขณะที่แคลร์ผู้เป็นเจ้าของใบหน้างดงามกำลังจัดการกับหน้าที่ของตัวเองอยู่
" รับทราบค่ะพี่วา " แคลร์ ตอบรับพร้อมกับหยิบของไว้ท้ายรถ ใครจะคิดว่าผู้หญิงร่างสวยบอบบาง จะสามารถวิ่งส่งของได้
เธอขับมอเตอร์ไซค์สีเหลืองคันสวย เพื่อออกไปส่งเค้กให้กับลูกค้า นี่เป็นคิวสุดท้ายเธอจะได้กลับบ้านแล้วสิ่งนี้ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ผ่านไปประมาณ 20 นาที เมื่อถึงที่หมาย ร้านอาหารหรูในโซนห้องคาราโอเกะ จัดงานปาร์ตี้ที่มีผู้คนหน้าตาดี สวยหล่อ กันแทบทั้งงาน ส่วนตัวเธอมาในชุดส่งของเสื้อแขนยาว กางเกงยีน รองเท้าคอนเวิดอย่างสาวเซอๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับคนเหล่านั้น ต่างกันฟ้ากับเหว โชคดีที่ปิดแมสไว้ที่ปาก ยังพอจะพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ได้
" ขอโทษค่ะ มาส่งเค้กของคุณณาณาธิป ค่ะ " เสียงหวานเอ่ยตะโกนถาม
" ผมเอง " ทันใดนั้นมีเสียงทุ้ม ดังขึ้น จากกลุ่มคนตรงหน้า ค่อย ๆ เลื่อนขยับออกเปิดช่องทางให้เธอ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวพระเอกนิยาย นั่งไขว่ห้างมองมาที่เธอ ใบหน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
" อ่อ นี่เค้ก ของคุณค่ะ "
เธอมัวแต่มองความหล่อของเขา จนลืมไปว่าตัวเองทำหน้าที่อะไรอยู่ เมื่อตั้งสติได้จึงหยิบกล่องเปิดหยิบเค้กออกมา เพื่อจุดเทียนทำเซอร์ไพรส์ ตามที่ลูกค้าสั่ง พร้อมกับยื่นช็อตโน้ตคำอวยพรนั้นให้กับเขาไป โดยที่ไม่ได้อ่านข้อความ
" เธออ่านซิ " เมื่อสายตาคม จ้องมองผ่านกระดาษแผ่นนั้นเรียบร้อย ต่อมาชายผู้นั้นกลับส่งคืนมันมาให้แคลร์
"ขอให้เจอรักห่วย ๆ ไอ้เฮงซวย ชาตินี้อย่าได้มีความสุข " หญิงสาวเผลออ่านออกเสียงไป เมื่อรู้ความหมายของกระดาษแผ่นนั้น เธอรีบออกตัวทันที
"ขอโทษนะคะ จะไปรู้ได้ยังไงมันไม่เกี่ยวกับฉัน "
"แน่ใจนะว่าเธอไม่ได้หยิบโน้ตมาผิด หรือเธอเขียนเอง " เขาทำเสียงเข้มตะเบ็งใส่เธอ จนเธอตกใจ
"มะไม่ใช่นะคะ ฉันมีหน้าที่ส่งอย่างเดียว อันนี้ น้ำหวาน ชื่อผู้ส่ง ฉันไม่รู้จริง ๆ ขอตัวนะคะ "
เมื่อซีลีน เห็นชื่อผู้ส่งก็ทำให้เข้าใจได้ว่า หญิงสาวที่เขาบอกเลิกคงต้องการที่จะแก้แค้นจึงส่งเค้ก พร้อมกับคำอวยพรอันแปลกประหลาดนี้ให้กับเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้นซีลีนจึงวิ่งตามเธอออกไป เพราะเขาใส่อารมณ์กับเธอเสียงดัง ท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมวันเกิดในร้านอาหารแห่งนี้
เมื่อหมดหน้าที่ ด้วยความอายถึงขั้นสุด จากนั้นฉันรีบเดินถอดเท้าออกมาให้พ้นคนกลุ่มเหล่านั้น ซึ่งมองฉันด้วยสายตาน่ารังเกียจ เมื่อเดินออกมาจนลับตา มือสวยล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแฟนหนุ่ม
" ฮัลโหลบี๋ เมื่อกี้เค้า..." ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคที่หญิงสาวจะระบายสิ่งที่เธอเจอมาเมื่อสักครู่ ที่มันทำให้เธอขายหน้า และหดหู่ คนในสายกลับแทรกเสียงขึ้น
"ฮัลโหลแคลร์ วันนี้ไม่ได้ไปหานะพอดีพาแม่มาทำธุระ " ประจวบเหมาะที่ทันใดนั้น เจ้าของเสียงที่อยู่ในสายซึ่งเป็นแฟนเธอเอง เดินควงมากับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งหน้าตาจัดว่าดูดี และที่สำคัญเธอคือเพื่อนของแคลร์ที่รู้จักกันดี แคลร์รีบหลบเข้ามุมไม่ให้เขาเห็น เพื่อแอบดูเขาอยู่ห่าง ๆ มือน้อยถูกยกขึ้นมาป้องที่ปากเอาไว้แม้สิ่งที่เห็นแทบช๊อคก็ตาม
" จริงเหรอ ทำธุระที่ไหนล่ะ " เธอกลั้นใจถาม เพื่อดูท่าทีของแฟนหนุ่ม
" พอดีแมวเจ้าชานม มันเป็นไรไม่รู้แม่เลยให้พามาหาหมอ เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ แม่เรียกแล้ว " เขาพูดในขณะที่กุมมือของผู้หญิงคนนั้นไว้
สิ้นประโยคที่วางสาย แฟนหนุ่มของเธอเอ่ยกับเธอคนนั้นว่า " เค้าอยากบอกเลิกกับแคลร์มันนะแต่เค้าสงสารมัน รอนึดนึงนะเดี๋ยวก็จบ "
ยิ่งเมื่อได้ยินดังนั้น แคลร์ทรุดลงก้มหน้าร้องไห้ ในมุมมืด ให้กับคำพูดของแฟนหนุ่ม อย่างทรมาน
โปรดติดตามตอนต่อไป...ฝากเอ็นดู แคลร์ กับซีลีนด้วยนะคะ
สิ้นประโยคที่วางสาย แฟนหนุ่มของเธอเอ่ยกับเธอคนนั้นว่า " เค้าอยากบอกเลิกกับแคลร์มันนะ แต่เค้าสงสารมัน รอนึดนึงนะเดี๋ยวก็จบ "
ยิ่งเมื่อได้ยินดังนั้น แคลร์ทรุดลงก้มหน้าร้องไห้ ในมุมมืด ให้กับคำพูดของแฟนหนุ่ม อย่างทรมาน
โดยอีกฝากของถนน สายเล็ก ๆ ภายในโซนร้านค้า มีใบหน้าของซีลีนจ้องมองมาที่เธออยู่ ด้วยมโนสำนึกที่สงสารเธอขึ้นมา เมื่อเขามองตั้งแต่เธอคุยโทรศัพท์ พอจะเข้าใจ เหตุการณ์คร่าว ๆ
เขาเดินข้ามมายังตัวเธอ ที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างถนน ยื่่นกระดาษชำระซองเล็กที่เขาพกพามันประจำ ให้กับเธอ
" นี่เธอ อ่ะทิชชู่เป็นไรเปล่า " น้ำเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับยื่นมันให้กับเธอ
เธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมคราบน้ำตา และมือเล็กถูกยกขึ้นมาเช็ด
แต่ทันใดนั้น เธอส่งสายตามองใครคนหนึ่งสีหน้าท่าทางดูตกใจราวกับเห็นผี มีใครบางคนพุ่งตรงมาที่เธอ ผมกวาดสายตาไปตามใบหน้าที่เธอส่งสายตาไปมอง รู้สึกเหมือนถูกกระชากแขนไปอย่างแรง
" เฮ้ยมันอยู่นั้น ตามเร็ว "
ยัยหลับลึกคว้ามือของซีลีน วิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิตด้วยความตกใจ โดยเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพาไปไหนแล้วทำไมต้องหนีด้วย ทำไมต้องวิ่งมากับเธอด้วย คนที่ถูกกระชากแขนวิ่งได้แต่สงสัย
จนมาถึงที่น่าจะพ้นแล้ว " เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ "เสียงหอบหายใจเหนื่อยเพราะวิ่งมาไกลมาก
"เดี๋ยว หยุด ปล่อยเดี๋ยวนี้ นี่เธอ จะพาฉันวิ่งไปไหน? ชายหนุ่มสะบัดมือของเธอออก เพื่อให้แขนเป็นอิสระ
" ฉันขอโทษฉันตกใจกลัว คว้าอะไรได้ก็คว้า วิ่งไปโดยไม่รู้ตัว "
" นี้เธอจะบ้าเหรอ " สิ่งนี้เป็นเหตุให้ซีลีนหัวร้อนอย่างหนักให้กับ เธอ ขณะที่เขาหันหลังเพื่อจะกลับ ทันใดนั้นชายร่างท้วมยืนขวางกั้นไว้
" จะไปไหน? เสียงเข้มของคนที่เขากำลังวิ่งหนีเอ่ยถาม ซีลีนหันกลับไปมองใบหน้าของเธอ ที่ยืนตัวสั่นราวกับเห็นผี อยู่ข้างหลัง
" ผมไม่เกี่ยว ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ ขอตัว " เมื่อพูดจบ ขณะที่กำลังถอดเท้าเดินนั้น เสียง ของแคลร์ พูดขึ้น
" เดี๋ยวสิคะที่รักทำไมพูดแบบนี้" เธอแกล้งเอ่ยแบบนั้นออกไป เพื่อให้เขาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสถานการณ์สุ่มเสียงอันตรายนี้
" นี่เธอ? " ซีลีนยิ่งโมโหที่เธอใส่ความแบบนั้น แต่ขณะเดียวกัน เธอก็ทำแววตาสีหน้าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ
" เฮ้ ใช้หนี้มาเลยแม่สาวน้อย " เสียงเข้มของชายร่างท้วมเอ่ยทวงหนี้กับเธอ
" ฉันไม่มี เดี๋ยวเอาไว้ อีก 2 วัน นะคะพี่ขา "
" อย่ามาผลัดวันประกันพรุ่งน่า ฉันต้องการตอนนี้เดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกสองคนตาย " ประโยคนี้ส่งผลให้แคลร์สะดุ้งเฮือก
" ผมบอกแล้วไงว่าไม่รู้จักใยหลับลึกนี่ "
" ไหน ใครหลับลึก พูดดี ๆ นะ " เมื่อเขาเอ่ยประโยคนี้ทำให้แคลร์พลันนึกขึ้นได้ ชายเจ้าของวันเกิดใบหน้าคุ้นๆเหมือนพึ่งเจอกัน อ้อ ไอบ้าคนนั้นที่อวดว่าเป็นดาวคณะเมื่อกลางวันนี่นา
" ไม่ต้องมาเนียนเถียงกัน จ่ายมาเลย 5 หมื่นเร๊ว!! "
เพื่อเป็นการตัดปัญหาซีลีนยอมที่จ่ายหนี้แทนแคลร์ เขาทั้งคู่จึงรอดพ้นจากเงื้อมมือของชายฉกรรจ์พวกนั้นมาได้ ไม่เช่นนั้น สภาพของทั้งคู่อาจจะเป็นศพไปแล้วก็ได้
" หนี้แค่ 5 หมื่น นี่เธอหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้เลยเหรอแถมยังดึง ผมไปเกี่ยวด้วย เอาเบอร์ ที่อยู่ พร้อมบัตรประชาชนมาเดี๋ยวนี้ " ซีลีนขอเอกสารไว้เป็นของมัดจำว่าเธอจะไม่หนีหนี้
" เดี๋ยวฉันผ่อนคืนให้นะ คุณ ชื่ออะไรอะ "
" ชื่ออะไรไม่สำคัญ เอาโทรศัพท์ เธอมานี่" มือหนาของเขา กระชากโทรศัพท์ออกจากมือของเธอแล้วจัดการ โทรเข้าเครื่องตัวเอง และเมมเบอร์โทรของตัวเองให้กับเธอ
โดยเซฟชื่อของเธอว่าใยหลับลึก ส่วนตัวเธอหลังจากที่ได้เธอโทรศัพท์คืน ก็เมมชื่อของเขาว่าเจ้าหนี้จอมโหด เพราะเธอไม่คิดจะโกงเขาหรอก
" ถ้าฉันโทรไปตอนไหน ห้ามดังเกินสามครั้งต้องรับทันทีเข้าใจมั้ย 5 หมื่นล่ะ อย่าลืม " ซีลีนเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนที่จะเดินแยกจากเธอไปหากลุ่มเพื่อนที่รออยู่ในร้านอาหาร
"เดี๋ยวนายเจ้าหนี้ ขอบใจนะที่ช่วย เราแคลร์" หญิงสาวยื่นมือเพื่อญาติดี กับผู้ที่หันหลังกำลังจะเดินจากไป..
ขณะเดียวกันเขายกยิ้มหันกลับมา มองมือเล็กที่ยื่น ก่อนเคลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของแคลร์ มือหนาเพียงแค่แตะที่ปลายนิ้วของเธอแล้วปล่อย
" อึม "
แคลร์ พูดอีกว่า "เราอยู่ ปี 1 การตลาด นายล่ะ "
"เหมือนกัน" เขาพูดขณะที่มือสองข้างล้วงกระเป๋าราวกับยืนถ่ายแบบ
" งั้นคงรุ่นเดียวกัน เราเป็นเพื่อนกันนะถ้านายมีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้เลย"
เมื่อซีลีนได้ยินดังนั้นในหันพลันนึกสนุกเพราะทั้งรายงาน ทั้งเรื่องที่คอนโด เขาย้ายออกมาอยู่คนเดียวเพื่อสะดวกต่อการเดินทางมามหาวิทยาลัย
เสียงในหัวของเขาผุดขึ้นมา..ได้มีงานส่งอาจารย์แล้วเรา ใยหลับลึกนี่ท่าทางคงน่าจะใช้ได้
" พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนเจอกัน ภารกิจเริ่มใช้หนี้ของเธอ"
"แต่ฉันยังไม่มีเงินเลยนะ "
"เออน่าฉันรู้ จ่ายเป็นอย่างอื่นแทน "
" ฮ้า จ่ายอย่างอื่นแทน "แต่สิ่งที่คนฟังอย่างแคลร์คิดดันไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อสิ้นสุดประโยคดังกล่าว เธอเข้าใจว่าเขาจะนัดเธอไปทำมิดีมิร้าย เหมือนนิยายน้ำเน่าที่เธอเคยอ่าน เมื่อไม่มีเงินจ่ายก็ใช้ตัวเองขัดดอก
" ไอ้บ้า ไม่นะ ฉันเก็บไว้ให้คนที่ฉันรัก "
"เธอพูดอะไรของเธอ เก็บอะไร ฉันหมายถึงให้เธอทำรายงาน ให้ฉันพูดอะไรไม่ดูสภาพตัวเองเจอกันพรุ่งนี้ห้ามเบี้ยว " คราวนี้เจ้าของใบหน้าอันหล่อเหลาชี้นิ้วสั่งยื่นไปที่ใบหน้าของเธอก่อนเดินจากไป
โปรดติดตามตอนต่อไป...