"ขอทราบแซ่ของแม่นางจะได้ไหม"รอยยิ้มผุดพรายที่มุมปาก
"เรียกข้าว่า หญิงผู้มีสุราให้ดื่มก็พอแล้ว" ใบหน้าฉงนแต่ไม่อาจ เซ้าซี้ต่อความ
ก้อนเงิน ถูกวางไว้บนโต๊ะ
"ข้ามีเรื่องเล่า แม่นางคิดค่าเสียเวลาในการฟังหรือไม่"
อมยิ้ม น้อยๆใบหน้าช่างอ่อนเยาว์อ่อนหวาน งดงามจนเผลอยิ้มตาม
"เรื่องเล่าของท่าน อาจทำข้าสำราญ หรืออาจทำให้ทุกข์ตรมไปกับท่าน ถือว่าท่านจ่ายค่าตอบแทนแก่ข้าแล้ว"เสียงที่เปล่งออกไปหวานราวน้ำผึ้งป่า
"สำราญนับว่าตอบแทนแต่ถ้าทุกข์ตรมเล่า เสพสุขจากความทุกข์ตรมกระทำได้เช่นนั้นหรือ"แววตาฉงนยิ่งแล้ว
"ความทุกข์ตรมของผู้อื่น ทำให้เราหลุดพ้นความทุกข์ตรมเฉกเช่นได้ปลดปลงความทุกข์"คำพูดแม้จะไม่ยี่หระทว่าดวงตากลับหม่นแสงลง
"เช่นนั้นข้าหมดข้อกังขา"
จอมยุทธ์หนุ่ม เลื่อนก้อนเงินส่งให้
"สุราชั้นเลิศของแม่นาง เท่าไหร่ถึงจะพอดับทุกข์"กรีดนิ้วเรียวสวยไปบนไหสุรา ก่อนจะหยุดที่ป้ายชื่อ ..เมามายสมใจไร้ความทุกข์ตรม..หยิบเอาก้อนเงินก่อนจะเลื่อนไหสุราตรงหน้าจอมยุทธ์ผู้พรั่งพร้อมด้วยรูปโฉม
หญิงสาววัยเยาว์รูปร่างอ้อนแอ้นนาม หลานฟางยืนตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวด้านหลังพิงชนเข้ากับแผ่นหลังของญาติผู้พี่รุ่นราวคราวเดียวกัน
ในมือของเขามีท่อนไม้ยาวกำไว้แน่น เบื้องหน้ารายล้อมด้วยโจรป่า หมายปล้นชิงทรัพย์
"อย่าเข้ามานะ หลานฟางไม่ต้องกลัวข้าไม่ปล่อยให้เจ้าได้รับอันตราย"
"เจ้าจะบ้าหรือเสี่ยวเหวิน เห็นไหมเจ้ามีอะไรไปต่อกรกับพวกมัน ให้ๆมันไปเถอะ"
"อย่าเชียวนะ ของนั่นเป็นเจ้าที่หามันมาแสนนาน ข้าไม่ยอมให้พวกมันได้ไป"
หันรีหันขว้างฟาดไม้ในมือเข้าใส่โจรป่า แต่จะสู้เขาได้อย่างไรในเมื่อไร้วรยุทธ์จึงถูกรุมทึ้งเหมือนเหยื่อ เสี่ยวเหวินขดตัวกลมเจ็บแสนเจ็บแต่ปากยังไม่หยุดพูด
"พวกเจ้าอย่าได้คิดจะทำอะไรหลานฟางนะ ข้าไม่มีทางยอม"หน้าตาปูดบวม เขียวซ้ำแต่กอดขาโจรไว้แน่น
“เจ้าโง่เสี่ยวเหวินรีบหนีกันเถอะ เจ้าจับพวกมันไว้ทำไม”หลานฟางตะโกนดังๆ
ร่างผึ่งผายกระโดดลงมาจากคาคบไม้ใช้กระบี่ในมือเข้าห่ำหั่นจนโจรป่าล่าถอยไป แต่ก่อนที่โจรป่าจะไป กลับฝากบาดแผลไว้ที่แขนขวาของจอมยุทธผู้มากด้วยรูปโฉมเป็นแผลยาว หลานฟางถลาเข้าหาจอมยุทธ์หนุ่มร่างสูงแทนที่จะเข้าไปดูเสี่ยวเหวินที่นอนร้องโอดโอย
แต่ทว่ากลับสะดุดชายกระโปรงอ้อมแขนแข็งแรงกอดรัดรอบเอวบาง ตาสบตา บางอย่างในดวงตา สื่อความหมายที่หลานฟางเขิน หลบตาคมก้มหน้าอีกคนลืมแม้กระทั่งปล่อยมือออกจากเอวบาง
"จอมยุทธ์ท่าน ...ปล่อยเอ้ย ...ท่าน ..ข้าขอบคุณที่ช่วย"รอยยิ้มบริสุทธ์ของหลานฟางน่ามองยิ่งนักแต่อีกคนกลับมีใบหน้าเรียบเฉย
"ท่านจอมยุทธ์ท่านแช่อะไร"
"ชื่อแซ่หาสำคัญไม่ตอนนี้สำคัญที่ คนผู้นั้นบาดเจ็บ"ชี้มือไปยังเสี่ยวเหวินที่บัดนี้นอนนิ่ง หลานฟางเหมือนเพิ่งนึกได้ หรือว่าแสร้งทำเป็นนึกได้
"เสี่ยวเหวิน ลุกขึ้น ไม่ได้โดนอะไรเท่าไหร่ดูท่านจอมยุทธ์ถูกคมกระบี่บาดเจ็บเพียงนั้นยังไม่สำออยเช่นเจ้า"
เสียงตวาด เสี่ยวเหวินปรือตามอง เจ็บแสนเจ็บ ข่มความเจ็ยปวดไว้
"จะ..จะเจ้าปลอดภัยดีไหมหลานฟาง"คำพูดหลุดออกจากปากแสนยากเย็น
"ปลอดภัย"หันไปเห็นเลือดสดๆไหลซึมออกมาด้านนอก
รีบเกาะแขนจอมยุทธ์หนุ่มหล่อ
"ท่านจอมยุทธ์ เร่งกลับไปทำแผลที่บ้านของข้า"จอมยุทธ์ไม่พูดเพียงแต่เดินไปพยุงเสี่ยวเหวินให้ลุกขึ้นออกเดินตามหลานฟางไปพร้อมกัน
ผ้าพันแผลสีขาวถูกพันรอบแขน ยาสมานแผล บรรเทาอาการเจ็บปวดได้บ้าง เสี่ยวเหวินใบหน้าปูดบวม เดินกะเผลกเข้ามา ทรุดตัวนั่งข้างเตียง
"ข้าน้อยเสี่ยวเหวิน ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยเหลือ"จอมยุทธ์หนุ่มยิ้ม ก้มหน้ามองมือตัวเอง
"เสี่ยวเหวิน เจ้าไม่ต้องเกรงใจ เห็นผู้ที่ประสบเคาระห์กรรมมีหรือที่ข้าจะไม่ช่วย"หลานฟางยกโจ๊ก เข้ามาข้างในห้อง
"ท่านจอมยุทธ์ ข้าต้มโจ๊กให้ท่านเองกับมือ คิดว่าท่านคงหิวแล้ว" เสี่ยวเหวินมองหลานฟาง ด้วยแววตาภักดีเหมือนสุนัขกับเจ้าของ
"ของข้าเล่า"
"ของเจ้า ข้าให้เสี่ยวจี้นำไปให้ที่ห้องของเจ้าแล้ว"เสี่ยวเหวินลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องทันที
"ค่อยยังชั่วหรือยังท่านจอมยุทธ์ ไว้ท่านพ่อกลับมาข้าจะขอยา สมานแผลที่มีสรรพคุณเป็นเลิศกว่านี้ มาเพื่อท่าน"
"แม่นางหลานฟางรบกวนเจ้าแล้ว"หลานฟางยิ้มหวาน
"ท่านมีจิตใจคุณธรรมไม่ปล่อยเลยทเมื่อเห็นผู้อื่นประสบเคราะห์กรรมข้านับถือนักไม่รักตัวกลัวตาย ยอมบาดเจ็บเพื่อคนที่ไม่เคยรู้จักรักใคร่"จอมยุทธ์หนุ่มมองหลานฟางแบบค้นคว้า
“แม่นางหลานฟางเกรงใจไปแล้ว ข้าเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อน รู้จักกันนับว่าเป็นวาสนา” หลานฟางยิ้ม
สุราในมือถูกรินลงคอ ง่ายดาย
“ท่าน รู้สึกอย่างไรกับนาง”
“นางเปรียบดั่งบุบฝาแรกแย้ม ไร้ซึ่งเสแสร้งทั้งปวง”เยว่เหนียงยิ้ม
“ แล้ว สิ่งใดที่เป็นเหตุให้ใจท่านเป็นทุกข์”
สุราถูกส่งลงไปในลำคออีกครั้ง
“ท่านจอมยุทธ์ ยินดีเหลือเกิน ที่ท่านช่วยเหลือบุตรสาวข้าจากโจรป่า” คหบดีเฒ่าขอบคุณด้วยใจจริง
“เกรงใจไปแล้ว” เสี่ยวเหวินยืนยิ้มอยู่ข้างๆ หลานฟาง
“หลานฟางพูดถึงท่านเสียจนข้าต้องมาพบด้วยตัวเอง หากท่านยังไม่รีบร้อน เดินทางที่แห่งใด เชิญพำนักที่นี่เสียนานหน่อย ข้ากำลังมองหาผู้ที่จะมาฝึกวรยุทธ์ให้เสี่ยวเหวินพอดี เพื่อที่เสี่ยวเหวินจะได้คอยคุ้มครองคุณหนู ยามที่ต้องออกไปไหน เสี่ยวเหวินคารวะอาจารย์เสีย”
รีบรวบรัดเหมือนกลัวจะเปลี่ยนใจ เสี่ยวเหวินยิ้มหวานใบหน้าใส่ซื่อยื่นส่งถ้วยชาตรงหน้าให้จอมยุทธ์หนุ่ม
“อาจารย์เสี่ยวเหวิน ขอคารวะ” จอมยุทธ์หนุ่มนิรนามรับถ้วยชามาถือไว้ด้วยความเต็มใจ ยิ้มบางๆ
“ท่านพ่อข้าอยากฝึกวรยุทธ์ด้วย ท่านฝากฝังแต่เสี่ยวเหวินแล้วข้าเล่า”ท่านคหบดี หัวเราะเสียงดังลั่น
“ท่านจอมยุทธ์ หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจเด็กสาวดื้อรั้นคนนี้รับเปืนศิษย์อีกคนช่วยสั่งสอน แทนข้า”
จอมยุทธ์หนุ่มยกถ้วยชา ชูขึ้นก่อนจะกระดกจนหมดถ้วย หลานฟางกระโดดตัวลอย
เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่น เสี่ยวเหวินและหลานฟาง ปะมือกันตามคำสั่งอาจารย์ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าท่าทีแข็งทื่อของเสี่ยวเหวิน ไม่เหมาะแก่การร่ายรำกระบี่นับว่าไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ จอมยุทธ์หนุ่มเดินเข้าไปข้างหลัง เอื้อมมือจับที่ข้อแขน ข้างหนึ่งอีกข้างจับที่ไหล่บางผอมเหมือนหญิงสาว เสี่ยวเหวินร่างอ้อนแอ้นไม่ต่างจากหลานฟางทว่าหลานฟางกับร่ายรำกระบี่ได้งดงามกว่าอย่างเห็นได้ชัด
หลานฟางยืนเบ้ปากเมื่อเห็น อาจารย์โอบเสี่ยวเหวินแบบนั้น
“เสี่ยวเหวินเจ้านี่ช่างไม่ได้เรื่องเช่นนี้ ริอาจจะปกป้องข้าอย่างนั้นหรือ จะไม่เกินตัวไปหน่อยหรือไร”คำพูดค่อนข้างจริงจัง
“ข้าตั้งใจฝึก มีอาจารย์ช่วยสั่งสอนเช่นนี้ รับรองข้าดูแลเจ้าได้แน่”กระบี่ในมือกวัดแกว่งไปมางดงาม ด้วยการบงการเหมือนอย่างที่จอมยุทธ์หนุ่มจะให้เป็น
“อย่าเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย ข้าจะช่วยสอนให้เอง”เสี่ยวเหวินไม่ฝืนปล่อยให้ อาจารย์นำไปในทิศทางที่ต้องการ จึงบังเกิดเป็นท่าร่ายรำกระบี่ที่สอดประสานงดงามน่ามอง
“อาจารย์เก่งที่สุด”จอมยุทธ์หนุ่มยิ้ม หลานฟางปรบมือดังสนั่น เสี่ยวเหวินดีใจยิ่งกว่าใคร ยิ้มจนปากแทบฉีกถึงหู
“เป็นเช่นนี้ไม่นานเจ้าจะเก่งขึ้นได้”
“เสี่ยวเหวินขอบคุณอาจารย์ หากให้เสี่ยวเหวิน ฝึกเองไม่แน่อาจสิบไม่สิยี่สิบปีถึงจะบรรลุจุดหมาย นี่เพียงวันเดียวกระบวนท่าต่างๆ ที่อาจารย์สั่งสอนเสี่ยวเหวินก็พอจะจำได้บ้างแล้ว”
“ดี หลัง ข้าวเย็นในทุกวันหากว่าง อาจารย์ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีธุระอะไรฝึกเจ้าเก่งกาจเร็วยิ่งจะได้จากไปอย่างโล่งใจ”
“แล้วหลานฟางเล่าอาจารย์ ให้นางไปฝึกด้วยไหม”
“หลานฟาง หากเจ้าเก่งกาจ อีกไม่นานก็จะปกป้องนางได้อย่างภาคภูมินางเป็นหญิงฝึกไว้บ้างก็ดีไม่ฝึกก็ไม่มีใครว่า” เสี่ยวเหวิน เพ้อฝันตามแบบของเขา
“ต่อไปหากข้า เรียนวรยุทธ์กับอาจารย์สำเร็จ ก็จะได้ปกป้องหลานฟางเสียที ข้าจะไม่ยอมให้นางถูกใครรังแกอีกแล้ว ถึงเวลานั้นหลานฟางก็จะขอบคุณข้า ชอบข้าเหมือนที่ชอบอาจารย์”ยิ้มตาหยี จอมยุทธ์หมุ่มยิ้มเพียงบางๆ
“ขอบคุณอาจารย์ ข้ารีบกลับไปทำงานให้เสร็จ แล้วจะรีบมาฝึกกระบี่กับอาจารย์”เสี่ยวเหวินก้มลงคารวะ ก่อนจะวิ่งพลวดพลาดออกไป จอมยุทธ์หนุ่มยิ้มมุมปากภารกิจเขาใกล้จะลุล่วงแล้ว
หลานฟางยกน้ำแกงร้อนๆ มาเสิร์ฟให้ถึงที่พัก
“อาจารย์ หลานฟางเห็นท่านยังไม่ทานอะไรเย็นนี้เลยมาเป็นเพื่อนทานข้าว”เขาถอนใจยาว จะหนีอย่างไรพ้น ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“อาจารย์ หลานฟางได้ยินว่าอาจารย์จะสอน เพลงกระบี่ให้เสี่ยวเหวินในตอนค่ำนี้” จอมยุทธ์ผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉม พยักหน้าหลานฟางกอดแขนอาจารย์ไว้แน่น
“อาจารย์สอนหลานฟางด้วยคน หากเรียนกับอาจารย์ไม่ว่าเวลาไหนหลานฟางเต็มใจตลอด” จอมยุทธ์หนุ่มยิ้ม หากเป็นยิ้มที่อ่อนใจ
เสี่ยวหวินมาพร้อมกระบี่ไม้คู่กาย
“อาจารย์ เสี่ยวเหวิน อ้าวหลานฟางเจ้าก็อยู่นี่ ดีเลยมาฝึกกระบี่กัน”
“ใครใช้ให้เจ้ามาก่อนเวลา งานของเจ้าเสร็จแล้วหรือเสี่ยวเหวิน"เสี่ยวเหวินเกาหัวแกรกๆ
“ข้าให้เจ้า เอาหญ้าให้ม้าในคอกอาบน้ำให้มัน แล้วก็วันนี้ต้องบีบนวดท่านพ่ออีกเล่า”
“หลานฟางเช่นนั้นข้า..ข้าก็จะไม่ได้ฝึกวิชากันพอดี อาจารย์เต็มใจสอนให้ยามวิกาลแต่งานข้าที่เจ้าให้ทำมันเยอะขนาดนั้น ข้าจะเอาเวลาที่ไหนมาฝึกแล้ว..แล้วส่งผลเสียหลายอย่าง เมื่อไหร่จะเก่งจนปกป้องเจ้าได้ แล้วอาจารย์ก็จะไม่ได้ไปท่องยุทธภพ แล้วก็อีกหลายอย่างจะตามมา” หลานฟางชี้หน้าเสี่ยวเหวิน
“หยุดปาก ของเจ้าเสีย ใครให้เจ้าเก่งใครให้เจ้าอยากให้อาจารย์จากไป” น้ำเสียงเกรี้ยวกราด เสี่ยวเหวินใบหน้าถอดสีเมื่อคิดว่าหลานฟางตั้งใจจะบอกอะไรบางอย่างเป็นนัยๆ
“ข้า ข้าไม่บังอาจ”..................
“เจ้าอิจฉาที่ข้าชอบอาจารย์มากกว่าเจ้า เลยคิดหาทางให้อาจารย์จากไปใช่ไหม เจ้ามันโง่ ไม่มีอะไรเทียบกับอาจารย์ได้สักอย่างริอาจจะมาเก่งเท่าอาจารย์ ไม่มีทางที่ท่านพ่อให้เจ้าฝึกวิชาถ้าข้าขอร้อง หาข้ออ้างให้อาจารย์อยู่ อาจารย์ถึงได้อยู่ ถ้าเพื่อเจ้านะเสี่ยวเหวินไม่มีทาง” เสี่ยวเหวินทรุดกายลงบนพื้น
“หลานฟางเจ้าเห็นข้าเป็นอะไร”จอมยุทธ์หนุ่ม เดินถอยออกมาจากตรงนั้น หลายอย่างไม่ควรจะได้ยินเขากลัวว่าเสี่ยวเหวินจะอาย
“ข้า ...ข้า ดีกับเจ้าไม่พอใช่ไหมหลานฟาง” จอมยุทธ์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น เมื่อได้ยินคำนี้ตอนที่คล้อยหลังจากมา
“เสี่ยวเหวินไม่ว่าจะอย่างไร อย่าได้ใฝ่สูง เห็นไหมอาจารย์หนีไปแล้ว อาจารย์คงเบื่อหน่ายเจ้าเต็มทน” เสี่ยวเหวินกอดกระบี่ไม้เดินหลบออกมาปล่อยให้หลานฟาง ฮึดฮัดด้วยความโมโห
ข้างลำธารที่น้ำใสไหลเย็น เสี่ยวเหวินฟาดฟันกระบี่ไม้เข้าใส่ต้นหญ้าย่อยยับจนเหนื่อยหอบ
“ ข้าผิดเองข้าขอโทษ ข้าผิดเองข้าขอโทษ”พูดซ้ำๆ
จอมยุทธ์หยุดยืน อยู่ข้างหลัง
“ต้นหญ้าเหล่านั้นผิดอะไร”หันหน้ามาตาช้ำแดง จอมยุทธ์หนุ่มเอื้อมมือหมายจะปลอบใจแต่กลับหดมือกลับ
“บุรุษไยมีน้ำตาเล่า”
“อาจารย์ศิษย์ด้อยปัญญา โปรดสั่งสอน”
“ เอาเป็นว่า หลานฟางเพียงแค่ …ใกล้เกลือกินด่าง เจ้าก็เหมือนอาหารที่กินจนเบื่อซ้ำๆเดิมๆจนเดารสชาติได้ อย่างนั้นสู้เจ้าลองทำทีว่าไม่สนใจนางสักพัก ให้นางนึกรสชาติ ของอาหารที่คุ้นเคยไม่ออก สักวันนางจะหันมาสนใจเจ้า”
ยิ้มเศร้าๆ บนใบหน้าเขาไม่อาจหักห้ามใจได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่ตั้งใจที่จะทำแบบนี้ ตั้งแต่แรกแล้ว
เสี่ยวเหวินยิ้มกว้างสดใส จอมยุทธ์หนุ่มคว้ากระบี่ไม้โอบรอบตัวเสี่ยวเหวิน พาร่ายรำกระบี่ ในกระบวนท่าใหม่ ท่ามกลางความพลิ้วไหวของกิ่งหลิว และร่างสองร่าง ที่ประสานกลมกลืนสวยงามดั่งกิ่งหลิวต้องลม
”ท่านต้องปล่อยวางเสีย” เยว่เหนียงพูดพร้อมกับหลุบตามองจอกสุรา จอมยุทธ์หนุ่มนิรนาม ยิ้มเศร้าๆ
“แม่นาง เคยเจ็บปวดหัวใจแสนสาหัสไหม”เยว่เหนียงพยักหน้า เจ็บปวดแสนสาหัสยิ้มบางๆ
“หัวใจท่าน เมื่อมีรักก็จะรู้สึกมีหวัง หากเมื่อไร้รัก ความโศกเศร้าก็มาเยือนแต่เมื่อนานวันเข้าจะกลายเป็นความด้านชาไปเสียสิ้น”
สุราในมือถูกกรอกลงคอ จอมยุทธ์หนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมหากเดาไม่ผิดตอนนี้นับว่าคงเจ็บปวดหัวใจจนแทบอยากจะแดดิ้นลงไป เยว่เหนียงครุ่นคิดเหตุใดเขาถึงต้องเศร้าหมองเช่นนี้ หากมิใช่บุรุษน้ำตาคงหลั่งรินได้ไม่ยาก