• ACTION •
ฉันเกือบดีใจที่แกกลับมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนแล้ว เกือบดีใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตตามลำพังแบบเดิม เกือบดีใจว่าเราสองคนจะปรับความเข้าใจกันได้ แต่สุดท้ายแกก็ทิ้งฉันไป…
“ถ้าจะเป็นแบบนี้ แกก็ไม่ควรกลับมาสิ ฮึกๆ”
คณานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าหลุมฝังศพของแฝดพี่ ที่กลับมาหาเธอที่บ้านได้เพียงแค่ไม่ถึงเดือน ก็คิดสั้นจากเธอไป โดยที่เธอทั้งคู่ยังมีเรื่องค้างคาใจกันอยู่มากมาย
เพราะก่อนหน้าที่คนิ้งจะหนีออกจากบ้านไปนั้น เธอทั้งสองคนมีปากเสียงกัน และจากนั้นพวกเธอก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย เป็นเวลานานเกือบห้าปี จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อน ที่คนิ้งกลับมาที่บ้าน บ้านหลังที่พ่อและแม่ของพวกเธอทิ้งไว้ให้ก่อนจากทั้งคู่ไป
ซึ่งคณานั้นไม่รู้เลยว่าเหตุใดพี่สาวของเธอจึงกลับมาที่บ้าน และก่อนหน้านี้เธอหายไปอยู่ที่ไหนมานานเกือบห้าปี…
หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากคนิ้งเสีย…
ทาวน์เฮ้าส์เก่าๆ แถวชาญเมือง..
“วันนี้ฉันไม่เข้าร้านนะ รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย” คณาโทรบอกเพื่อนสาวของเธอ ที่ทำงานเป็นเด็กเสริฟอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนึงแถวชาญเมือง
“โอเค เดี๋ยวฉันบอกเจ้แกให้”
“ขอบใจนะ” เมื่อจบธุระคณาก็กดวางสายทันที ก่อนจะนอนหลับตานิ่งคิดถึงเรื่องมากมายที่วนอยู่ในหัว
“ทำยังไงฉันถึงจะออกไปจากที่นี่ได้นะ..” ฉันไม่อยากจะใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้แบบนี้อีกแล้ว…
เธออดข้าวมาเกือบสองวัน เพราะไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว และก็ไม่มีใครที่ไหนกล้าให้เธอยืมเงินแล้ว แม้แต่เงินจะเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ไปทำงานก็ยังไม่มี หนำซ้ำยังมีหนี้ก้อนโตจากการที่เธอไปกู้ยืมเขามาทำศพให้พี่สาวผู้ล่วงลับอีกด้วย…
“กู้เงินมาทำศพแกตั้งหลายหมื่น จะตายยังต้องมาลำบากฉันอีก ฮึกๆ ฮือๆ~”
เมื่อพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอก็ร้องไห้ปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่ว่าเธอนั้นเสียใจที่ต้องมีหนี้ก้อนโต แต่มันเป็นความเศร้าใจที่เธอต้องใช้ชีวิตโดยลำพังบนโลกใบนี้… แบบไร้ซึ่งญาติ ขาดซึ่งมิตร
“ฉันจะทำยังไงดี ฮือๆ~” ฉันเคยคิดว่าชีวิตที่ไม่มีคนิ้ง ฉันอยู่ได้สบายมาก จนเมื่อมันไม่อยู่จริงๆ ฉันถึงได้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญและมีค่าที่สุดที่ฉันมีอยู่ แต่แล้วฉันก็ไม่เหลือใครเลย ไม่เหหลือเลยสักคน..
“พระเจ้าช่วยส่งทางออกให้ฉันทีเถอะนะ หรือไม่ก็… ส่งฉันไปอยู่กับมันแล้วก็พ่อแม่ที ฮือๆ~”
เธอนอนร้องไห้ซมอยู่บนที่นอนเพราะความโดดเดี่ยวที่เธอเผชิญอยู่ และทำได้เพียงภาวนาอ้อนวอนกับพระเจ้าเท่านั้น เพื่อขอให้ชีวิตของเธอถูกเมตตาบ้างสักครั้ง…
“คนิ้ง!!”
คณาเงียบเสียงร้องไห้ลง ก่อนจะเด้งตัวขึ้นจากที่นอน เพื่อตั้งใจฟังเสียงนั้นอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าเธอไม่ได้หูฝาด ว่ามีใครกำลังตะโกนเรียกหาพี่สาวของเธอผู้ล่วงลับไปแล้วอยู่..
“คนิ้ง ฉันรู้นะว่าเธออยู่ในบ้าน ถ้าไม่ลงมาเปิดประตู ฉันจะพังบ้านเข้าไปแล้วนะ!!” เสียงของชายที่อยู่หน้าบ้านตะโกนบอกสารกับคนที่อยู่ด้านใน แต่ทว่าที่นี่กลับไม่มีคนที่เขามาตามหา
“ใครวะ?” เธอลุกขึ้นจากที่นอนและเดินลงไปเปิดประตู เพื่อดูว่าคนที่กำลังโวยวายอยู่หน้าบ้านของเธอนั้นเป็นใคร
แก๊ก!
“นี่! เธอหนีฉันมาทำไมยัยบ้าหนิ!” เมื่อหมอตินเห็นว่าผู้หญิงที่มีใบหน้าและรูปร่างเหมือนกันกับแฟนสาวของตนเปิดประตูบ้านออกมา เขาก็เดินพุ่งเข้าไปหาเธอในบ้านทันที ก่อนจะกระชากร่างบางของเธอเข้ามากอดด้วยความโมโหและในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นห่วงเธออยู่ลึกๆ
“นี่! ปล่อยนะ มากอดฉันทำไมเนี่ยไอโรคจิต!” คณาพยายามที่จะผลักดันร่างหนาแปลกหน้านั้นออก แต่ทว่าแรงมหาสารของเขาที่กำลังขืนแรงเธออยู่นั้น มันไม่สามารถทำให้เธอขยับตัวหนีได้เลย
“กลับบ้าน!”
“กลับบ้านไหนล่ะไอบ้า นี่มันบ้านฉัน!”
“เดี๋ยวนี้กล้าพูดแบบนี้กับฉันเหรอ!”
“ก็แล้วแกเป็นพ่อฉันหรือไงล่ะถึงจะพูดไม่ได้ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะไอบ้า ไม่งั้นฉันโทรเรียกตำรวจมาจับแกแน่”
“ก็เอาสิ.. เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันไม่กลัวตำรวจ” ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้กล้าแสดงความก้าวร้าวใส่ผมแบบนี้ ทั้งที่ปกติ แค่ผมดุเธอคำเดียวเธอก็จะเงียบและก้มหน้าลงแล้ว สงสัยต้องมีใครล้างสมองเมียผมแน่ๆ
“มันพูดบ้าอะไรของมันวะ.. ได้ แกจะลองดีใช่ไหม?” คณาล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมา
หมับ!
“นี่! เอาโทรศัพท์ฉันมานะ แกจะทำบ้าอะไรวะ?!”
หมอตินพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองไว้ เพื่อไม่ให้พูดหรือกระทำรุนแรงกับเธอ เพราะกลัวว่าการง้อปรับความเข้าใจครั้งนี้จะไม่เป็นผล และอีกอย่าง เขาไม่เคยต้องรับมือกับแฟนสาวในสภาพแบบนี้มาก่อน “กลับบ้านกัน ไปคุยกันที่บ้านดีๆ เถอะนะ”
“ก็นี่มันบ้านกู มึงจะให้กูไปไหนล่ะไอหน้าแมว!”
ผ ม ห ม ด ค ว า ม อ ด ท น กั บ เ ธ อ แ ล้ ว !!
หมอตินลากคณาออกมาจากบ้าน ก่อนจะจับเธอโยนเข้ารถตู้อัลพาร์ดสีดำคันหรูที่ขับโดยลูกน้องของเขา
คนที่อยู่รอบบริเวณนั้นเริ่มพากันมองตามเสียงโวยวายที่ดังมาจากบ้านของคณา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาช่วยเธอ เพราะคิดว่านั่นคงเป็นเจ้าหนี้ที่มาตามทวงหนี้เธอที่บ้าน ถึงได้มีปากเสียงกันแบบนั้น…
“พวกมึงยืนดูทำไม ไปช่วยอีคณามันสิ” เสียงป้าข้างบ้านของคณาพูดบอกกับลูกๆ ของเธอ ก่อนที่เธอจะเป็นคนวิ่งออกมาดักหน้าชายแปลกหน้าคนนั้นไว้ ก่อนที่เขานั้นจะก้าวขาขึ้นรถ
“เดี๋ยวสิ...”
“อย่ามายุ่งเรื่องผัวเมีย!” หมอตินหันไปตะหวาดป้าที่ทำท่าจะห้ามตน ก่อนจะรีบขึ้นรถไป และสั่งให้คนขับออกรถทันที
“แม่ ทำไงดีแจ้งตำรวจเลยดีไหม?” เสียงลูกของป้าข้างบ้านเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคณาถูกรถตู้คันหรูของคนแปลกหน้าพาตัวออกไปแล้ว
“อีคณามันไปมีผัวตอนไหนวะ?” เธอยังคงติดใจอยู่กับเรื่องที่ชายแปลกหน้าคนนั้นพูด เพราะหากว่านั้นเป็นเรื่องของผัวเมียทะเลาะกันจริงๆ เธอก็ไม่ควรเอาตัวเข้าไปยุ่ง เพราะกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นหมา หากเขาคืนดีกัน
“เอาไงดีแม่?”
“โอ๊ย! กูก็ไม่รู้เว้ย”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
บนรถ…
ตลอดทางที่อยู่บนรถ คณาก็ยังคงใช้เสียงและโวยวายไม่หยุด เพราะเธอหวาดกลัวกับคนแปลกหน้าที่เจอมากๆ แต่ก็ต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวลอดให้จนได้ หรือไม่งั้นก็ต้องยอมต่อโชคชะตา…
“แกจับฉันมาทำไม ฉันไปทำอะไรให้แกฮะ?!”
“ฉันบอกแล้วไงว่ากลับไปคุยกันที่บ้าน” ตินจับรวบข้อมือเล็กสองข้างเข้าหากันเพื่อไม่ให้เธอนั้นดิ้นขัดขืน
“แกมีอะไรก็พูดมาสิวะ?!”
“..” ตินเงียบเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง และเลือกที่จะเมินไม่ตอบคำถามของหญิงที่ตนคิดว่าเป็นแฟนสาว แต่ความเงียบของเขานั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอนั้นหยุดความสงสัยไปได้เลย แถมยังเริ่มคิดฟุ้งซ่าน จิตตกกับสิ่งที่เจอ เพราะสำหรับเธอแล้วนั้น เขาคือคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
“เอาสิ ฆ่าฉันเลย ฉันก็ไม่อยากอยู่แล้วเหมือนกัน ตายๆ ไปก็ดี!”
คณาคิดไปว่านี่อาจจะเป็นจุดจบของชีวิตเธอ ตามที่เธอนั้นอ้อนวอนขอกับพระเจ้าก็เป็นได้..
“เฮ้อ~…” เวลาเพียงแค่สองเดือน เมียผมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
คณานั่งร้องไห้นิ่งๆ อยู่แบบนั้น เพื่อไว้อาลัยให้กับชีวิตของเธอที่มีอยู่ เพราะคิดว่า อีกไม่นานความตายคงเข้ามาเยือน…
บ้านหมอติน..
เมื่อเธอลงจากรถ และถูกพาตัวเข้าบ้านหรู นั่นก็ยิ่งทำให้เธอนั้นสับสนมากขึ้นว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอกันแน่..
“จะฆ่าฉันที่บ้านหลังนี้เหรอ? ฮึกๆ” เธอเอ่ยถามกับคนที่กำลังเดินจูงมือเธอขึ้นบันได แต่ก็ไม่เห็นว่าเขานั้นพูดตอบอะไรเธอกลับ จนกระทั่งเขาพาเธอขึ้นมาถึงบนห้องๆ นึง ที่อยู่ชั้นสองของบ้าน และดูท่าที่นี่จะเป็นห้องนอนที่ใหญ่และหรูที่สุดในบ้านหลังนี้
“ฮึกๆ ..” เธอมองไปรอบห้องอย่างสงสัย ก่อนจะเห็นว่าผู้ชายที่จูงมือเธอเดินขึ้นมาถึงที่นี่นั้น หันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ฉันขอโทษนะ วันนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นกับเธอจริงๆ ..” หมอตินหันมาเอ่ยคำขอโทษกับเจ้าของร่างบางที่เขาโอบกอดอยู่ ซึ่งนั้นมันก็ยิ่งทำให้คณาที่ได้ยินนั้นสับสนมากขึ้นกว่าเดิม ว่าตอนนี้เธอกำลังเจออยู่กับอะไรกันแน่
“พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย.. จะฆ่าฉันก็ฆ่าสิวะ จะมาขอโทษบ้าอะไรของแก!!” คณาตะโกนใส่หน้าของชายร่างสูงที่กอดรัดเธออยู่สุดเสียง เพราะเขากำลังทำให้เธอหงุดหงิดและสับสนกับการกระทำของเขา
“หยุดก้าวร้าวใส่ฉันได้แล้วนะคนิ้ง!”
“…” เมื่อกี้ไอบ้านี่เรียกฉันว่าคนิ้งใช่ไหมนะ “คนิ้งเหรอ?”
“หยุดทำตัวก้าวร้าวแล้วฟังฉันอธิบายหน่อยได้ไหม วันนั้นฉันกับเยลไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะ เธอแค่เข้าใจผิด …แต่เป็นเพราะเธอไม่ยอมฟังที่ฉันอธิบาย ฉันเลยเผลอพูดแบบนั้นไป ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรพูดแบบนั้น… แต่เธออย่าหนีฉันไปแบบนี้อีกได้ไหม ฉันขอโทษ คุยกันดีดีเถอะนะ…”
ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอเข้าใจผมกับเยล ลูกสาวของท่านอาทิหัวหน้าแก๊งมาเฟียเจ้านายของผมผิด ว่าเราแอบมีอะไรกันเกินเลย ซึ่งผมก็พยายามอธิบายแล้วว่ามันไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิด แต่เธอก็ไม่ยอมฟังผมจนเรานั้นมีปากเสียงกัน ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองได้ เลยเผลอตะคอกเธอและพูดคำที่ไม่ควรพูดไป แต่ก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เธอหนีออกจากบ้านไปแบบนั้น
“ฉันไม่ใช่คนิ้ง..” เธอพูดเสียงแข็งบอกกับผู้ชายตรงหน้า ว่าเธอไม่ใช่คนิ้งแฝดพี่ของเธอ ที่ผู้ชายคนนี้กำลังพูดถึง
“ฉันขอโทษนะคนิ้ง เราคุยกันดีๆ เถอะนะ” หมอตินยอมลดอารมณ์ของตัวเองลง และเอ่ยขอโทษหญิงสาวตรงหน้าไปอีกครั้ง เพราะไม่อยากที่จะเสียเธอไป โดยไม่ได้ใส่ใจกับประโยคที่เธอพูดบอกเขาในก่อนหน้านี้เลย
“ก็บอกว่าฉันไม่ใช่คนิ้งไง!!” คนตัวเล็กตะโกนออกมาสุดเสียง ก่อนที่น้ำตาของเธอจะไหลอาบทั้งสองข้างแก้ม เพราะเกิดคิดถึงเจ้าของชื่อที่เธอเพิ่งพูดถึง
“เธอคิดว่าฉันจำเมียตัวเองไม่ได้หรือไง?”
“ก็บอกว่าไม่ใช่ไง..” เธอพูดเสียงอ่อยก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา และทำท่าจะเดินออกจากห้อง
แต่ทว่าร่างของเธอกลับถูกชายคนที่เธอพยายามจะหนีดึงลงเตียงนอนนุ่มกว้างซะก่อน ซึ่งมันทำให้สาวที่คลองโสดมานานอย่างเธอ แตกตื่นกับการกระทำเช่นนั้นมากๆ ..
“แกจะทำอะไร?”
“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าใครล้างสมองเธอมา ..แต่ฉันเป็นผัวเธอจำไว้”
หมอตินโน้มหน้าลงไปจูบสาวสวยอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งเธอก็พยายามดิ้นขัดขืนสุดชีวิตเช่นกัน เพื่อไม่ให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
“ไอชั่ว! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่คนิ้ง ฉันเป็นฝาแฝดมัน แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” ในขณะที่เธอดิ้นเอาตัวลอดและพูดประโยคนั้นออกไป หมอตินที่กำลังใช้ปากพรมจูบที่ซอกคอของคนตัวเล็กอยู่ก็ถอนหน้าออกมามองหน้าของเธอทันที
“พูดอะไร? ไหนเธอเคยบอกฉันว่าไม่มีพี่น้อง ไม่มีครอบครัวไม่ใช่หรือไง”
คำพูดที่หมอตินพูดเมื่อครู่นั้น มันทำให้ร่างกายของคณาที่ดิ้นอยู่สงบลง เพราะความช็อคเมื่อรู้ว่าพี่สาวของเธอพูดแบบนั้นกับคนอื่น “มัน.. บอกว่ามันไม่มีพี่น้องเหรอ”
ต่อให้ฉันกับมันจะเคยทะเลาะกันหรือโกรธมันมากแค่ไหน แต่ฉันก็ยังไม่ลืมว่ามันคือพี่ของฉันอยู่ดี และก็ยังเป็นห่วงและรอมันกลับบ้านเสมอ แต่เมื่อกี้ ที่ผู้ชายคนนี้พูดมา คำนั้นมันทำให้ฉันเหมือนตายทั้งเป็นเลย ฉันคิดถึงมันตลอด แต่มันกลับไม่เคยคิดถึงฉันเลย…
เธอนอนนิ่งเพราะเสียใจจนช็อค ที่รู้ว่าพี่สาวของเธอนั้นไม่เคยหายโกรธเกลียดเธอกับเรื่องที่ผ่านมาเลย ถึงจะเป็นเรื่องทะเลาะกันตามประสาเด็กๆ ก็ตาม แต่คนิ้งกับเก็บไปคิดแค้นและฝังใจทุกอย่าง จนไม่อาจบอกกับคนอื่นได้ว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝดอีกคน ที่เป็นครอบครัวที่เธอมีเหลืออยู่เพียงคนเดียว
จ๊วบๆๆ
คณาทำได้เพียงมองใบหน้าของชายหนุ่ม คนที่กำลังมอบจูบที่เธอไม่ต้องการให้กับเธออยู่ และถึงแม้ว่าอยากจะขัดขืนแค่ไหน แต่ร่างกายของเธอมันกลับไม่ตอบสนองอะไรเลย ทำได้เพียงแค่มองตามการกระทำของชายแปลกหน้าอยู่แบบนั้น
“ฉันคิดถึงเธอมากเลยรู้ไหมคนิ้ง อย่าหายไปแบบนี้อีกนะ”
หมอตินพูดบอกกับคนใต้ร่างในขณะที่เขากำลังจับเธอถอดกางเกงยีนส์สีขาวขาสั้นออก หลังจากที่จัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดแล้ว
“..!” แต่การกระทำนั้นก็เรียกสติของเธอให้กลับมา และก็เห็นว่าชายคนที่เรียกเธอว่าคนิ้ง กำลังใช้บางอย่างถูไถกับกลีบดอกไม้สาวของเธออยู่ ภาพที่ไม่เคยพบเห็นนั้นมันทำให้เธอแตกตื่นและต้องรีบตะโกนหยุดเขาไว้สุดเสียง “หยุดนะ!”
กึก!
“โอ๊ย! เข้าไม่ได้” คุณหมอตินมองลงไปที่รูแคบนั้น ก่อนจะใช้น้ำหล่อลื่นจากปากมาช่วยให้ความเป็นชายของเขาดันเข้าไปในรูแคบนั้นได้ง่ายขึ้น และจากนั้นหมอตินก็ออกแรงดันเพิ่มเป็นเท่าตัวกว่าครั้งแรก
สวบ!
“อ๊าย เจ็บ!” ความสาวที่รักษาไว้ฉีกขาดออกเพราะแรงดันเมื่อครู่ที่หนุ่มหล่อกดมันเข้ามา
“อ้าส์>< ทำไมแน่นจัง” รูแคบที่ตอดรัดแกนชายของผมอยู่นั้น มันทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่มากๆ ราวกับว่ารูที่ผมกำลังกระแทกอยู่นี้ ไม่ใช่ของเมียผมคนเดิม (หรือว่าเธอไปทำอะไรกับมันมานะ)
ปึกปึกๆๆ!!
“อ๊ะๆ ทำบ้าอะไร อ้าส์ หยุดสิ ><” คณาทั้งจิกและทุบมือลงที่อกแกร่งนั้น เพื่อบอกให้เขาหยุดทำบ้าๆ กับร่างกายของเธอ
หมอตินโน้มตัวลงไปโอบร่างเล็กนั้นไว้เพื่อไม่ให้เธอรัวมือใส่เขา ซึ่งเธอก็เปลี่ยนมาใช้เล็บระดมจิกและข่วนแผ่นหลังกว้างของเขาแทน “โอ๊ย! อยากให้ฉันทำแรงๆ ใช่ไหม”
หมอมาเฟียควงความเป็นชายขนาดความยาวเก้านิ้วใส่ช่องรักแคบ และงัดเข้าแรงๆ เพื่อเตือนให้เธอหยุดการกระทำของตัวเองลง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หยุดมือ คุณหมอสุดหล่อก็กระหน่ำความบ้าครั่งใส่ช่องรักของเธออย่างไม่ปราณีอยู่นาน จนเสียงโวยวายเริ่มมีเสียงครางสลับดังขึ้นเป็นระยะ แต่มือน้อยสองข้างก็ยังคงจิกอยู่ที่แผ่นหลังของเขาไม่ยอมปล่อย เพราะเธอต้องการระบายความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากเขา
ปึกปึกๆๆ!!
“อ๊ะๆๆ ไม่เอาแล้วเจ็บ บอกว่าเจ็บไง! พอได้แล้ว ฮือ~”
พรวด~ สิ้นเสียงคำขอของเธอ ก็เป็นจังหวะที่ผมนั้นส่งตัวเองถึงฝั่งฝันพอดี ซึ่งแน่นอนว่าน้ำข้นที่เก็บมานานหลายเดือนนั้นก็ถูกปล่อยเข้าช่องรักของเธอจนหมดทุกหยด..
“ดูซิ๊ ว่าถ้าท้องแล้วจะกล้าหนีฉันไปอีกไหม…”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
“ไอเหี้…” คนตัวเล็กที่กำลังจะอ้าปากด่าอีกคนนั้น จู่ๆ เธอก็เป็นลมหมดสติไป เนื่องจากอดข้าวมาหลายวัน แถมวันนี้เธอยังใช้แรงต่อสู้มากมายเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่รอดน้ำมือของคุณหมอคนนี้ไปได้
“คนิ้ง! คนิ้ง!” จู่ๆ เธอก็สลบไป จนผมต้องรีบลุกขึ้นมาตรวจเช็คร่างกายของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าร่างกายเธอจะอ่อนเพลียจากการอดอาหาร และที่น่าแปลกคือ ตรงนั้นของเธอฉีกขาดและมีเลือดออกอยู่มาก ราวกับว่าเมื่อครู่นั้นเป็นครั้งแรกของเธอ
คุณหมอหนุ่มที่อยู่ในชุดลำลอง กำลังทำหน้าที่หมอและให้น้ำเกลือกับสาวสวยที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอนของเขา
“บอกแม่บ้านทำข้าวต้มขึ้นมาให้ฉันที่ห้องที” เสียงคุณหมอติน พูดบอกกับปลายสายที่เป็นลูกน้องคนสนิทที่ประจำการอยู่ชั้นล่างของบ้าน
ตอนนี้มีเรื่องมากมายที่ผมกำลังโทษตัวเองที่วันนั้นเผลอพูดไม่ดีกับเธอไปแบบนั้น…
ภาพเหตุการณ์วันที่คุณหมอตินและคนิ้งทะเลาะกัน…
“ไหนหมอบอกว่าแค่ไปรักษาคุณเยลไงคะ แล้วทำไมต้องนอนเฝ้าเธอที่นั่นด้วยล่ะ ฮือ” คนิ้งเอ่ยถามกับสามีของเธอ คนที่อยู่กินกันมานานเกือบสี่ปี
“ก็เพราะนายขอให้ฉันอยู่ไง ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่อยากขัดใจนาย แล้วอีกอย่างเยลก็กำลังป่วยนะ เธอเข้าใจหน่อยสิคนิ้ง”
ผมเองก็ไม่อยากที่จะอยู่ค้างที่นั่นเช่นกัน เพราะรู้ว่าคนิ้งไม่สบายใจเรื่องผมกับเยล เพราะนายเคยพูดกับผมว่าอยากให้ผมแต่งงานกับลูกสาวของท่าน หากว่าผมไม่มีใคร แต่นั่นมันก็เป็นก่อนที่ผมกับคนิ้งเราจะรักกัน ซึ่งตอนนี้ผมก็เลือกแล้วว่าจะอยู่กับเธอ…
“งั้นถ้านายสั่งให้หมอไปตาย หมอก็จะไปเหรอคะ?”
“คนิ้ง! เธออย่าลืมสิ ว่าที่เธอมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะนายของฉันช่วยเธอออกมาจากที่ซ่องนั่น!”
เธอเป็นผู้หญิงที่นายพามาให้ผมรักษา เพราะเธอได้รับบาดเจ็บและถูกทารุณกักขังอยู่ในซ่อง ซึ่งตอนที่เธอมาเป็นคนไข้ของผม เธอบอกกับผมว่าไม่มีญาติที่ไหนและไม่มีที่ให้ไป
ผมจึงรักษาเธอจนหายดีและให้ที่อยู่รวมถึงงานและเงินเดือนกับเธอ โดยการให้เธอมาเป็นผู้ช่วยที่คลินิกของผม และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนจนถึงตอนนี้
“จริงสิ คนิ้งมาจากซ่องนี่นา จะไปดีเทียบเท่ากับคุณหนูเยลได้ยังไง”
“เฮ้อคนิ้ง! พอสักทีเถอะ! หยุดพูดบ้าๆ แล้วคิดไปเองคนเดียวได้แล้ว!” หมอตินใช้มือทั้งสองข้างบีบเข้าที่ต้นแขนของเธอ และเขย่าตัวเธอเพื่อเรียกสติ เพราะดูเหมือนเธอกำลังจะพูดพร่ำเพ้อและใช้จินตนาการมโนภาพคิดทุกอย่างไปเองคนเดียว
“ฮึกๆๆ หมอ”
“หยุดสักทีเถอะนะ ฉันใกล้จะเป็นบ้าไปกับเธอด้วยแล้ว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมได้พูดบอกเธอไป และปล่อยทิ้งให้เธออยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง ส่วนตัวเองก็มาสงบสติอารมณ์อยู่ที่คลินิกที่ทำงาน แต่ไม่คิดว่าเธอจะใช้ช่วงเวลาที่ผมไม่อยู่บ้านหนีออกไป
ห้องคุณหมอติน เวลาปัจจุบัน..
ก๊อกๆ
“อาหารมาแล้วค่ะคุณหมอ..”
“เข้ามา..”
แม่บ้านวัยกลางคนเดินถือถาดข้าวต้มเข้ามาพร้อมกับน้ำดื่มสะอาดที่วางอยู่ในถาด อาหารของคนป่วยที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง…
“วางไว้ที่โต๊ะแล้วก็ออกไปได้..”
เขาเฝ้ามองเธออยู่ที่ข้างเตียงเงียบๆ แบบนั้น และไม่อยากจะทำเสียงดัง กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอควรได้รับการพักรักษา
“เฮ้อ~ ตื่นมาแล้วจะงี่เง่าอีกไหมนะ” เจ้าของมือหนาลูบหัวสาวสวยที่นอนหลับอยู่อย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าเธอตื่นขึ้นมาแล้วจะอาละวาดจนเป็นลมไปอีกรอบ
ครืด~
เมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นนาย คุณหมอตินก็ลุกขึ้นเดินไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกห้อง “ครับนาย..”
“เจอเมียแกแล้วใช่ไหม?” เสียงนายใหญ่ หัวหน้าแก๊งมาเฟียเอ่ยถามกับตินลูกน้องคนสนิท ที่เขาเป็นคนส่งตินเรียนแพทย์และเปิดคลินิกให้ เพื่อให้เป็นหมอประจำตระกูลและประจำแก๊ง
“เจอแล้วครับนาย ขอบคุณมากนะครับที่ให้คนช่วยตามหาเธอ”
“เรื่องแค่นี้ฉันทำให้แกได้อยู่แล้วล่ะ ก็แกช่วยชีวิตลูกสาวฉันไว้หนิ” นอกจากที่ผมจะมีบุญคุณกับมันแล้ว มันเองก็มีบุญคุณกับผมเช่นกัน ที่ช่วยรักษาลูกสาวของผมที่เจ็บป่วยจากอุบัติเหตุให้กลับมาหายดีได้
“ตอนนี้ผมอาจจะไม่ได้เข้าไปหานายสักพักนะครับ เพราะคนิ้งเธอไม่สบายอยู่น่ะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก ดูแลเมียแกไปเถอะ”
“ขอบคุณครับนาย..”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]