ปิ่นปัทมา เขตโสภณ หญิงสาววัย 25 ปี เธอมีใบหน้าสวยหวาน เค้าโครงหน้ารูปไข่ ริมฝีปากอิ่มย้อยสีชมพูจัด ผิวพรรณนั้นขาวนวลเนียนสะอาดสะอ้านหมดจดเหมือนมารดาไม่มีผิดเพี้ยน คิ้วเรียวแม้ไม่ได้ผ่านการตกแต่งแต่กลับสวยน่ามอง ขนตางอนงามน่าชม แก้มแดงระเรื่อตามวัยสาว บ่งบอกถึงความมีสุขภาพดี เรือนร่างของเธออรชร อวบอิ่มในสัดส่วนความเป็นหญิง ทั้งอก เอว สะโพกรับกันอย่างเหมาะเจาะ หุ่นเหมือนนาฬิกาทราย นิ้วเท้าเล็กๆ กับเท้าบอบบางนั้นช่างน่าสัมผัส นิ้วมือเรียวสวยกับมือเล็กๆ ช่างเข้ากันเป็นอย่างดี ส่วนสูงของเธอเกือบหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ทำให้รูปร่างของเธอนั้นดูโดดเด่นสวยสง่า
คุณนวลแข โขมพัสตร์ เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัด ซึ่งมีวัยล่วงเลยห้าสิบกว่าปีไปแล้วขยับกรอบแว่นตาเล็กน้อย เพื่อพิศมองคนตรงหน้า ยิ่งมองท่านก็ยิ่งนิยมชมชอบในตัวปิ่นปัทมายิ่งนัก
หญิงสาวตรงหน้าช่างมีคุณสมบัติครบทุกประการที่จะเป็นภรรยาที่ดี รูปร่างหน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่สวยจับตาจับใจ หากมีลูกมีเต้าคงเกิดมาหน้าตาดีเหมือนมารยา กิริยามารยาทนั้นช่างเรียบร้อยอ่อนหวาน พูดจามีสัมมาคารวะ ลูกเต้าที่เกิดมาถ้าไม่ผ่าเล่าผ่ากอก็ต้องนิสัยเหมือนคนเป็นพ่อแม่
การเลี้ยงลูกนั้นสำคัญอยู่ที่การอบรมสั่งสอน เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่หากเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือตามใจจนเกินไป
คุณนวลแขยิ่งมองก็ยิ่งชอบ คิดหวังไปไกลถึงกับอยากได้ไปเป็นเมียของหลานชายคนเดียวที่ตอนนี้ยังครองตัวเป็นหม้ายไร้คู่เคียงข้าง แถมยังไร้ทายาทสืบสกุลอีกด้วย แม้ท่านอยากจะให้หลานชายเลือกผู้หญิงมาสักคน แต่ก็ยังไม่ถูกใจเท่าคนนี้
ปิ่นปัทมาคนนี้ ถูกใจท่านที่สุด...
เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัดขยับแว่นสายตาไปมาอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวตรงหน้า ค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำให้ท่านอย่างนอบน้อม และเป็นปกติที่ลูกหนี้จริงๆ ของท่านจะส่งลูกเลี้ยงมารับหน้า แล้วตัวเองก็ไปหลบอยู่ตรงไหนสักแห่งในบ้านหรือหนีออกไปทางประตูหลัง
“แม่เลี้ยงเราไม่อยู่รึ” คุณนวลแขเอ่ยถามอย่างรู้ทัน ท่านรู้ดีว่ารัตนาพยายามหลีกเลี่ยงหนี้สินที่มีอยู่ และตอนนี้โฉนดที่ดินบ้านได้หลุดจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะเจ้าหนี้ ท่านจึงต้องทำตามข้อตกลงที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก เพราะนี่ก็ผัดผ่อนมานานมากโขแล้ว อาจเพราะท่านใจอ่อนกับคนตรงหน้าก็เป็นไปได้ จึงยังไม่เร่งรัดหนี้สินก้อนโตอย่างจริงจังนัก
“น้ารัตเหรอคะ เอ่อ...” ปิ่นปัทมาอึกๆ อักๆ เพราะไม่ชอบโกหก แต่ถ้าพูดความจริงออกไป เธอก็คงจะโดนเล่นงานอีกเป็นแน่แท้ รู้แค่ว่าคุณนวลแขเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัว ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เนื่องจากไม่เคยกล้าที่จะเอ่ยถาม มีแต่พยายามหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวเท่านั้นเอง
“คุณแม่น่ะเหรอคะคุณนาย” ปลายรุ้งซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของปิ่นปัทมาพรวดพลาดออกมาทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ใบหน้าเหลอหลา ปิ่นปัทมารู้ได้ทันทีว่าน้องสาวกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง และไอ้อาการที่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องราวนั้นก็เป็นการเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้น เพราะเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก เหตุใดจะไม่รู้ว่าน้องสาวคนเดียวกำลังหาเรื่องให้แม่ตัวเองอับอายขายหน้า
“ใช่จ้ะ แม่เราน่ะไปไหน” คุณนวลแขเอ่ยถาม ในสายตาของท่านปลายรุ้งเหมือนม้าดีดกะโหลกดีๆ นี่เอง แตกต่างจากผู้เป็นพี่สาวเหมือนหน้ามือกับหลังมือ ปิ่นปัทมาพยายามมองตาน้องสาวเพื่อห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรออกไป แต่ก็ดูจะไร้ผลเมื่อปลายรุ้งแทบไม่สนใจคำขอร้องทางสายตาของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีสีหน้าเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้เสียอีกด้วย
“คุณแม่สั่งหนูกับพี่ปัทเอาไว้ค่ะคุณนาย ว่าไม่ให้บอกว่าคุณแม่หลบอยู่หลังบ้านน่ะค่ะ” นั่นปะไร!!! ความแสบเกินใครของน้องสาวเธอ ปิ่นปัทมาคิดเอาไว้ไม่มีผิด...
ปลายรุ้งทำท่ากระซิบกระซาบแววตาใสซื่อ ปิ่นปัทมารู้ดีว่าน้องสาวไม่ใช่คนซื่อบื้อเช่นนั้น แต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถึงเธอจะเป็นแค่พี่สาวต่างมารดา แต่ปลายรุ้งกลับรักเธอยิ่งกว่ารัตนาซึ่งเป็นมารดาแท้ๆ ถ้ารัตนาหาเรื่องใช้งานเธอหนักๆ หรือดุด่าว่ากล่าว ปลายรุ้งก็จะกระโดดเข้าช่วยเหลือตลอด เรียกว่าประทะฝีปากกับมารดาเพื่อปกป้องเธอ
อาจเป็นเพราะเธอเลี้ยงดูปลายรุ้งตั้งแต่เด็ก ในขณะที่รัตนาออกไปเที่ยวเตร่ไม่สนใจลูกเต้า พอบิดาของเธอเสียชีวิต ภาระทุกอย่างในบ้านจึงตกมาอยู่กับเธอทั้งหมด นอกจากต้องหาเลี้ยงปากท้องทุกคนแล้ว เธอยังต้องส่งเสียตัวเองเรียน โชคดีที่เธอหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ แต่งานในต่างจังหวัดแบบนี้หายากนัก เงินเดือนก็ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว เธอจึงลาออกมาทำขนมส่งขาย ซึ่งขนมที่ทำนั้นเป็นขนมไทยโบราณ มีรสชาติหอมหวานอร่อย เป็นสูตรดั้งเดิมของคุณยายที่เธอได้รับการสืบทอดมาช้านาน ทำให้ขนมของเธอมีร้านค้าสั่งจองเข้ามาจนทำส่งขายแทบไม่ทัน ดีที่ปลายรุ้งคอยเป็นลูกมือคอยช่วย และเธอก็ได้ค่าขนมนี้ส่งเสียน้องเรียน เพิ่งจบระดับปริญญาตรีเมื่อไม่กี่เดือนมานี้
แม้ปลายรุ้งจะคอยเป็นลูกมือทำขนมหรืออาหารเล็กๆ น้อยให้เธอได้ แต่พอให้เข้าครัวเอง ทำอาหารเอง กลับไม่เอาไหนเสียเลย เรียกว่าไม่มีพรสวรรค์ทางเกี่ยวกับการทำอาหารเลยแม้แต่น้อย ดีไม่ดีจะเข้าไปเผาห้องครัวเสียให้วอดวาย ปลายรุ้งจึงมีหน้าที่ช่วยแพ็กขนมให้พี่สาวเสียมากกว่า
“งั้นก็ไปเรียกแม่เรามาสิ” คุณนวลแขเองก็ฉลาดรู้เท่าทันคนอื่น ไม่เช่นนั้นคงไม่ร่ำรวยเป็นเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัด และยังมีเส้นสายมากมายแบบนี้
รัตนาที่แอบฟังอยู่อีกด้านได้ยินเข้าก็อยากจะร้องกรี๊ดๆๆ ในคำพูดของบุตรสาว ปลายรุ้งเป็นเด็กฉลาดเธอรู้ แต่ลูกสาวของเธอกำลังหาเรื่องแกล้งเธอ อยากจะหยิกยายเด็กปากมอมนี้ให้เนื้อเขียวนัก ไม่รู้เกิดมาเป็นลูกเธอได้ยังไง ไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักครั้งเดียว
“แม่คะ คุณนายเรียกแม่น่ะ” ปลายรุ้งตะโกนเรียกมารดาเสียงดัง ปิ่นปัทมาจะหันไปปรามน้องสาวก็ไม่ทันเสียแล้ว ในขณะที่รัตนากระแทกเท้าออกมาจากที่ซ่อนตัว เชิดหน้าทรุดนั่งลงตรงข้ามกับคุณนวลแขที่ขยับแว่นสายตามองมาอย่างเอือมระอาเหลือเกิน
รัตนาหันมาถลึงตาใส่บุตรสาว ก่อนจะตวัดสายตาใส่ลูกเลี้ยงสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่อีกด้าน ปลายรุ้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงมือพี่สาวไปหลังบ้านเพื่อทำขนมต่อ ปิ่นปัทมาถอนใจเฮือก อยากจะดุน้องแต่เห็นสีหน้าทะเล้นและท่าทีบีบนวดออดอ้อนก็ดุไม่ลง เธอรักปลายรุ้งยิ่งกว่าอะไร ไม่ว่าน้องจะทำอะไรก็ไม่เคยทุบตีหรือดุด่ารุนแรงให้ต้องเจ็บช้ำใจกันเลย
“ไม่เห็นต้องหลบเลยแม่รัต ฉันเองก็ไม่ใช่เจ้าหนี้หน้าเลือดนักหรอกนะ” คุณนวลแขพูดเสียงเนิบนาบไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง แต่รัตนารู้ดีว่านั่นคือประโยคเหน็บแนมเธอให้เจ็บใจเล่น
รัตนาแกล้งทำเป็นยิ้มหวานส่งไปให้ ก่อนจะก่นด่าในใจ ไม่ใช่เจ้าหนี้หน้าเลือดเลย แต่เค็มไปทั้งตัว เรียกว่าทวงหนี้ทุกวิถีทาง จนตอนนี้เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้ ที่เธอกับลูกอาศัยอยู่หลุดจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณนวลแขจะมายึดเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ จะยึดตอนนี้เลยก็ยังได้ จะไล่เธอกับลูกเหมือนหมูเหมือนหมา เธอก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีสัญญาณที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ชัดเจน
“แหม... คุณนายก็อย่าเคี่ยวนักสิคะ” รัตนาจีบปากจีบคอพูด วางหน้าไม่ค่อยจะถูก เพราะดอกเบี้ยที่ลูกเลี้ยงให้มาจ่ายหนี้ เธอก็เอาไปเข้าบ่อนจนหมดตัวเสียแล้ว
“เงินทองไม่ใช่ของหากันง่ายๆ นะแม่รัต ฉันก็ทำไปตามที่ตกลงกันเอาไว้”
น้ำเสียงของคุณนวลแขเข้มงวดพอๆ กับใบหน้า แถมท่านยังมีลูกน้องหน้าตาโหดๆ ดุๆ มาอีกเป็นโขยง เวลาไปไหนมาไหน ผู้คนมักจะมองกันด้วยความยำเกรง เพราะเรียกว่าไปกันเป็นขบวน คุณนวลแขกจึงเป็นทั้งเจ้าแม่เงินกู้และเจ้าแม่ผู้ทรงอิทธิพลในตัวจังหวัด ขนาดข้าราชการระดับสูงๆ ยังไปยืมเงินท่าน ดังนั้นไม่ว่าจะไปไหนมาไหนจึงมีคนเกรงอกเกรงใจ ไปติดต่องานอะไร มีคนรีบเข้ามาบริการก่อนใคร โดยไม่ต้องนั่งรอคิวให้เสียเวล่ำเวลา แค่ท่านเอ่ยปากก็มีคนเต็มใจช่วยกันแทบทั้งสิ้น แบบนี้แหละ เค้าเรียกว่าคนมีเงินและมีอำนาจบารมี
“จริงด้วยค่ะคุณนาย ช่วงนี้เงินทองหายามาก ข้าวของก็แพงแสนแพง” รัตนาเริ่มเออออ แต่คุณนวลแขมีวิธีการที่ดีกว่านั้น จึงยังใจเย็นอยู่
“ก็จริงอย่างที่เธอว่า ดังนั้นดูท่าว่าเธอคงไม่มีเงินมาใช้หนี้ฉันหรอกกระมัง” คุณนวลแขพูดดักคอ รู้ดีว่าเหตุใดรัตนาถึงเป็นหนี้ แถมยังรู้ไปจนถึงว่าเงินทองที่ใช้จ่ายอยู่ในครอบครัวนั้นมาจากไหน ใครเป็นคนหาเลี้ยง
“ค่ะ ดิฉันก็จะขอผัดผ่อนไปก่อนได้ไหมคะ คุณนายเป็นคนใจบุญ คงจะกรุณาดิฉันซึ่งเป็นแม่ม่าย ต้องเลี้ยงลูกถึงสองคน” รัตนาแกล้งบีบน้ำตา คุณนวลแขถอนใจเฮือกใหญ่ เพราะเท่าที่รู้คนที่หาเลี้ยงครอบครัวหรือจะเรียกให้ถูกว่าเป็นผู้นำครอบครัวคือปิ่นปัทมา หญิงสาวที่นางหมายตาเอาไว้นานแล้ว ทั้งกิริยามารยาทก็งดงามใจเย็น พูดจาไพเราะเสนาะหูไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเหมือนคนที่แกล้งนั่งบีบน้ำตาอยู่ตรงหน้าของท่านขณะนี้
“ผัดผ่อนคงไม่ได้หรอกนะแม่รัต เงินทองไม่ใช่ของที่จะให้ยืมกันฟรีๆ แม่รัตเองก็มีเงินเข้าบ่อน แต่ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย แบบนี้ฉันจะได้เงินคืนเมื่อไหร่กันล่ะ” คุณนวลแขพูดเนิบนาบไม่ด่าว่าแต่คนฟังถึงกับสะอึก เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายพูดเป็นเรื่องจริงทุกคำ
“เอ่อ... คุณนายจะยึดบ้านของรัตเหรอนี่ ฮื่อๆๆ แล้วรัตกับลูกจะไปอยู่ที่ไหนคะ” รัตนาเข้าโหมดดราม่าน้ำตาแตกทันที แต่คนทันเกมมองด้วยสายตาเฉยเมย เอือมระอากับบทบาทเจ้าน้ำตาของลูกหนี้เต็มที ไม่ว่าจะแกล้งร้องห่มร้องไห้หรือตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ท่านก็จับได้หมดว่าใครพูดจริง ใครโกหก บางคนถึงกับเอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อเล่น เพื่อหลบเลี่ยงหนี้สินที่ต้องจ่าย ตอนยืมน่ะก็น่าสงสารกันทุกคน พอได้เงินไปแล้วกลับทำตัวน่าสงสารยิ่งกว่าเก่า
“ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะแม่รัตนา ฉันจะยกหนี้สินให้เธอก็ได้ แต่มันมีข้อแม้...” รัตนาหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินว่าเจ้าหนี้รายใหญ่จะยกหนี้ให้เธอ แต่ยังแกล้งทำเป็นสะอึกสะอื้นเพื่อรอฟังว่าข้อแม้นั้นคืออะไร
“เธอก็หยุดร้องห่มร้องไห้ได้แล้ว ฟังแล้วรำคาญ” รัตนาหยุดกึกเหมือนถูกกดปุ่ม เพราะจริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะร้องห่มร้องไห้เลยสักนิด เธอค่อยๆ ปาดน้ำตาทิ้ง เงยหน้ามองเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างมีความหวังและเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ ที่คนตรงหน้าจะยกหนี้ให้เธอง่ายๆ แถมหนี้สินก้อนนี้ก็มากมายเสียด้วย
“ฉันอยากได้ลูกเลี้ยงของเธอไปขัดดอก” คุณนวลแขพูดตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม ท่านก็รอคอยวันนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เห็นหน้าปิ่นปัทมาครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตา ท่านน่ะคงไม่มีปัญหาแต่หลานชายคนเดียวน่ะสิ ถึงกระนั้นท่านก็คิดว่ามีวิธีทำให้เขมชาติยอมรับปิ่นปัทมาเป็นเมียอย่างแน่นอน จะเมียชั่วคราวหรือเมียถาวรก็ต้องดูกันต่อไปอีกทีหนึ่ง ขอให้มีทายาทสืบสกุลก็เพียงพอแล้ว จะอยู่กันนานแค่ไหนท่านไม่เกี่ยง
“หมายถึงปิ่นปัทมานะเหรอคะ” รัตนาถามกลับเสียงหลง ปิ่นปัทมาคือหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว ถ้าไม่มีลูกเลี้ยงเธอกับลูกมิอดตายเหรอ ปลายรุ้งก็เพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานมีการอะไรทำ
“ใช่ ปิ่นปัทมานั่นแหละ ฉันจะขอไปขัดดอก” คุณนวลแขย้ำอีกครั้ง
“เอาไปขัดดอก หมายถึงทำงานรับใช้ที่บ้านของคุณนายน่ะเหรอคะ” รัตนาถามอย่างสงสัย ค่าแรงของปิ่นปัทมาจะสักเท่าไหร่กัน ทำงานกันอีกกี่ชาติล่ะหนี้สินก้อนโตถึงจะหลุด มิทำงานกันจนแก่ลงโลงรึ
“มันมีเงื่อนไขมากกว่านั้นอีก อยากให้เธอไปคุยกับลูกเลี้ยงของเธอดู” คุณนวลแขขยับกรอบแว่น ท่าทีนั้นบ่งบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องเจรจาอีกเพื่อให้เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย เวลาทำอะไรนั้นท่านจะรอบคอบและรัดกุมเสมอ ไม่หละหลวมให้ปัญหาตามมาทีหลังได้
“เงื่อนไขอะไรเหรอคะ” รัตนาเลิกคิ้วขึ้นอย่างครุ่นคิด การที่จะเสียสละลูกเลี้ยงไปนั้นทำให้เธอคิดหนักเอาการ เพราะปิ่นปัทมาคือตัวเงินตัวทอง หาเงินเก่ง งานบ้านทุกอย่าง ลูกเลี้ยงสาวก็เป็นคนทำทั้งสิ้น ถ้าไม่มีปิ่นปัทมาเธอจะลำบากแค่ไหนกันเพราะปลายรุ้งไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไหร่
“ฉันมีหลานชายอยู่คนเดียว ก็อยากให้มีทายาทสืบสกุล ฉันพูดแบบนี้เธอคงเข้าใจนะ” คุณนวลแขเข้าเรื่อง ไม่อ้อมค้อมให้มากความ
“หมายความว่าจะให้ยายปิ่นไปเป็นเมียหลานชายคุณนายเหรอคะ” คราวนี้คนฟังตาโต ถ้าปิ่นปัทมาไปเป็นหลานสะใภ้ของคุณนวลแข เธอเองก็จะสบายไปด้วย คุณนวลแขมีเงินทองมากมาย เธอจะให้ปิ่นปัทมาขอมาให้เยอะๆ เธอจะได้มีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ
“อย่าเรียกว่าเมียเลย เรียกว่าไปผลิตลูกให้ดีกว่า ฉันจะร่างสัญญาขึ้นมา เมื่อมีลูกให้ตามที่ฉันต้องการแล้ว ฉันก็จะปล่อยลูกเลี้ยงของเธอไป แม่รัตคิดว่าพอจะคุยกับแม่ปัทให้ฉันได้ไหม แต่อันนี้ฉันก็แค่เสนอหรอกนะ หากแม่ปัทไม่ยินยอม ฉันก็จะไม่บังคับ แต่เธอก็คงรู้นะว่าบ้านหลังนี้มันหลุดจำนองไปแล้ว เธอกับลูกๆ ต้องย้ายออกไปภายในอาทิตย์นี้ นี่ก็ถือว่าใจดีแล้วนะ ความจริงฉันจะให้ย้ายออกไปวันนี้ยังได้เลย”
คุณนวลแขพูดเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนคนฟังจนแทบกระอัก รัตนาขบคิดด้วยความเคร่งเครียด การมีบ้านอยู่และปลดหนี้มันก็ดีกว่าต้องระเหเร่ร่อน ส่วนปิ่นปัทมาก็ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ จะไปเป็นเมียเป็นนางบำเรอใคร เธอไม่สนอยู่แล้ว อย่างน้อยเธอก็มีบุญคุณกับปิ่นปัทมา แต่การจะเอ่ยปากตรงๆ นั้น คงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะ อีกฝ่ายคงไม่ยอมเป็นแน่ แต่คนฉลาดอย่างเธอ รู้ดีว่าควรจะพูดอะไรยังไง และเวลาพูดเรื่องสำคัญแบบนี้ ต้องไม่ให้ปลายรู้ร่วมรับรู้ด้วย ไม่อย่างนั้นคนที่รักพี่สาวและเทิดทูนบูชาจะขัดขวางจนแผนการของเธอเสียหมด
“ได้สิคะ ถ้าคุณนายต้องการแบบนั้น เดี๋ยวรัตจะคุยกับยายปัทให้ ยังไงยายปัทต้องตอบตกลงแน่นอนค่ะ”
“เธอมั่นใจได้ยังไง” แม้จะแปลกใจที่รัตนาพูดแบบนั้น แต่ก็นึกยินดีเพราะนึกชอบปิ่นปัทมาเหลือเกิน เด็กสาวใบหน้าหมดจด แถมยังกิริยามารยาทเรียบร้อย เหมาะจะเป็นแม่ของลูก แม้เขมชาติจะไม่ปรารถนาอยากจะมีภรรยาอีก แต่แค่ผลิตลูก หลานชายคนเดียวที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยคงไม่ขัดใจ เมื่อมีลูกแล้วก็จะไม่บังคับอะไรกันอีก จะเลิกรากันไปในอนาคตค่อยให้เงินปิ่นปัทมาไปตั้งตัวสักก้อน เพราะรู้ดีว่าเขมชาติไม่ต้องการใช้ชีวิตครอบครัวกับผู้หญิงคนไหน เพราะมีความหลังฝังใจ
“ยายปัทรักน้องรักรัตจะตายไปค่ะ คงไม่ปล่อยให้พวกเราไปนอนข้างถนนหรอกค่ะ แล้วรัตจะให้คำตอบคุณนายไปนะคะ” คุณนวลแขมองหน้ารัตนาอย่างรู้ทันเมื่อได้ยินประโยคนั้น แล้วยังสีหน้าเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายอีก แต่ท่านก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ว่ารัตนาจะใช้แผนการแบบไหนที่จะให้ปิ่นปัทมาตกลง ท่านก็ไม่ได้เป็นคนชี้โพรงให้กระรอก หรือบอกให้รัตนาทำไม่ดีแม้แต่น้อย
แค่บอกว่าให้ไปคุยและไม่ได้บีบบังคับ แต่รัตนาจะบีบบังคับหรือไม่นั้นเธอไม่รับรู้
“ได้ ฉันจะรอฟังคำตอบ หวังว่าคงได้คำตอบภายในหนึ่งอาทิตย์นี้นะ”
“รับรองว่าไม่เกินอาทิตย์ได้คำตอบแน่นอนค่ะ” รัตนามั่นใจว่าเธอสามารถพูดให้ปิ่นปัทมาตอบตกลงได้ก่อนหนึ่งอาทิตย์แน่นอน เธอรู้จุดอ่อนของลูกเลี้ยงดี ปิ่นปัทมาเป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร เธอร้องไห้บีบน้ำตาไม่กี่หยด ขี้คร้านจะรีบตอบตกลง แต่เธอคงต้องปั้นแต่งเรื่องราวอยู่บ้าน จะบอกตรงๆ ตามข้อตกลงที่เจ้าหนี้เสนอมา ก็ดูจะไม่เหมาะ เพราะถึงจะไม่ชอบขัดใจใคร แต่ถ้าให้ไปทำเรื่องแบบนี้ คงปฏิเสธเป็นแน่ ขนาดมีผู้ชายร่ำรวยหรือเสี่ยที่ชอบเด็กสาวมาทาบทามปิ่นปัทมายังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใคร ออกจะรักนวลสงวนตัวไม่สุงสิงกับผู้ชายคนไหนเสียด้วยซ้ำ
“คุณแม่เล่นการพนัน แล้วที่คุณนายเค้ามาบ้านเราบ่อยๆ ก็เพราะมาทวงหนี้” ปลายรุ้งพูดหน้ายุ่ง เธอรู้สึกไม่ดีที่มารดาเป็นภาระให้พี่สาวอย่างปิ่นปัทมาตลอด เธอเคยแอบฟังมารดาคุยกับคุณนวลแขเลยได้รู้ความจริง แต่วันนี้ไม่อยากไปแอบฟังเพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องเดิมๆ คือเรื่องการทวงหนี้นั่นแหละ
“เล่นการพนันหรือปลาย” ปิ่นปัทมาถามกลับอย่างตกใจ เธอไม่ใคร่จะรู้หรอกว่ามารดาเลี้ยงนั้นออกไปทำอะไรมาบ้าง พอได้ยินแบบนั้น แล้วรู้สึกใจคอไม่ดีเลย เค้าพูดกันว่าเจ้าหนี้เดี๋ยวนี้โหดนัก ถ้าไม่ยอมจ่ายหนี้ก็ทำร้ายร่างกาย ยึดทรัพย์และขับไล่เจ้าของบ้านออกจากบ้านหากเอาบ้านไปจำนองเอาไว้
“ใช่ค่ะ เงินที่พี่ปัทหามาได้ แม่ก็เอาไปเข้าบ่อนหมด” ขณะช่วยจัดขนมใส่กล่องให้พี่สาว ปลายรุ้งก็บ่นไปสีหน้าหงิกงอไม่สบอารมณ์มารดานัก
“นังปลาย นินทาฉันพอหรือยังห๊ะ” เสียงของรัตนาแว๊ดๆ เข้ามาถึงในห้องครัว ได้ยินยายลูกสาวตัวดีพูดก็อยากจะเข้าไปตบให้หน้าหัน วันๆ ไม่เคยพูดจาเข้าข้างหรือส่งเสริมอะไรเธอเลย มีแต่บ่นๆๆ ใส่เธอเหมือนเธอเป็นลูกแทนที่จะเป็นแม่ของมัน
“โอ๊ย! แม่ จะบิดปลายทำไมนี่” ปลายรุ้งร้องเสียงดัง วิ่งหนีมารดาเมื่อโดนบิดเข้าที่แขนเรียว
“ก็แกมันปากโป้ง ไปบอกคุณนายอย่างนั้นได้ยังไงว่าฉันห้ามไม่ให้พวกแกบอกว่าฉันอยู่บ้าน” รัตนาพูดด้วยใบหน้าโกรธจัด เรียกว่าโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเลยทีเดียว
“อ้าว... ปลายก็พูดตามจริง” ปลายรุ้งวิ่งหนีไปเถียงมารดาไปพร้อมๆ กัน นั่นยิ่งทำให้รัตนาโกรธหนักเข้าไปอีก ที่โกรธเพราะวิ่งตามไปจัดการยายลูกสาวปากสว่างไม่ได้
“หล่อนก็เหมือนกันแม่ปัท สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจกับยายปลายใช่ไหม” เล่นงานลูกสาวตัวเองไม่ได้ รัตนาก็หันมาเล่นงานลูกเลี้ยงสาวแทน
“แม่อย่าไปโทษพี่ปัทเลย ปลายเป็นคนคิดเองทั้งหมด หัดมองความผิดของตัวเองบ้าง อย่าโทษแต่คนอื่น” ปลายรุ้งเท้าสะเอวขึ้นพูดฉอดๆ กางปีกปกป้องพี่สาวสุดชีวิต
“เข้าข้างกันดีนักนะ” รัตนากัดฟันพูดกรอดๆ เจ็บใจลูกสาวตัวเองนัก
“ก็จริงนี่นา แม่ไปติดหนี้ยายคุณนายนั่นจนเค้ามาทวงหนี้เกือบทุกวัน เงินที่พี่ปัทขายขนมได้ก็ให้แม่ไปส่งดอก แต่แม่เอาไปเข้าบ่อน หรือแม่จะเถียงว่าไม่จริง ฉันแอบได้ยินแม่พูดกับคุณนายเมื่อวันก่อน” ปลายรุ้งแฉแหลก ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ถึงจะเป็นมารดา แต่ก็ทำผิด แล้วคนเป็นลูกอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เตือนหรือยังไง
“นี่แกแอบฟังฉันพูดอย่างนั้นเหรอ เมื่อกี้แกก็แอบฟังสิ” รัตนาถามอย่างตกใจ กลัวความลับจะรั่วแล้วปลายรุ้งจะขัดขวางไม่ให้เธอส่งปิ่นปัทมาให้คุณนวลแขได้สำเร็จ
“โอ๊ย! แม่ไม่ได้แอบฟัง แต่ฉันเผอิญได้ยิน เมื่อกี้ก็ไม่ได้แอบฟังเหมือนกัน แต่รู้ว่าคงคุยกันเรื่องเดิม ฉันเลยมาช่วยพี่ปัททำขนมดีกว่า” คำตอบของบุตรสาวทำให้รัตนาถอดใจเฮือกใหญ่ จริงๆ แล้วถ้าปลายรุ้งแอบฟัง คงได้ยินเรื่องที่คุณนวลแขจะขอปิ่นปัทมาไปขัดดอกโดยให้ไปเป็นเมียชั่วคราวของหลานชาย และเธอเข้ามาห้องครัวก็คงอาละวาดใส่ไปแล้ว ไม่นิ่งอยู่แบบนี้แน่
“โล่งอกไป”
“โล่งอก โล่งอกทำไม หรือแม่มีความลับอะไรกับฉันอีก” ปลายรุ้งถามอย่างหวาดระแวง
“ความลงความลับอะไรล่ะ ไม่มี แกก็ชอบหาเรื่องฉันอยู่เรื่อย” รัตนารีบปฏิเสธ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลบเกลื่อนเรื่องสำคัญที่คุยกับคุณนวลแข
“จริงเหรอจ๊ะน้ารัต เรื่องที่ปลายบอกว่าน้ารัตเข้าบ่อน เอาเงินไปเล่นการพนันแบบนั้น” เมื่อได้จังหวะปิ่นปัทมาก็รีบเอ่ยถามทันที เพราะหากมารดาเลี้ยงติดการพนันแบบนี้จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ยิ่งเล่นก็ยิ่งเสียจะกลายเป็นผีการพนันเข้าสิงจนถอนตัวไม่ขึ้น
“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ เชื่อคำพูดบ้าบอของนังปลายได้ยังไงกัน น้องสาวของแกมันชอบหาเรื่องฉัน แกไม่เห็นหรือไง” รัตนาโกรธจนตัวสั่น
“ถ้าไม่จริง แม่กล้าสาบานไหมล่ะ แล้วที่บอกว่าน้องสาวพี่ปัทน่ะ ลูกแม่ไหมล่ะหึ!” ปลายรุ้งท้าเหยงๆ คนอย่างมารดาต้องชนอย่างเดียว ถ้าหงอใส่ล่ะก็ โดนข่มติดดินแน่นอน ดูอย่างพี่สาวเธอเป็นตัวอย่าง เธอไม่อยู่เข้าหน่อย โดนมารดาของเธอใช้งานหัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น
“นังลูกเวรนี่ยังไง ฉันเป็นแม่แกนะ แกเคยเห็นหัวฉันหรือเปล่า” รัตนาด่าไฟแล๊บ เท้าสะเอวมองบุตรสาวอย่างเอาเรื่อง
“แล้วแม่เคยทำหน้าที่แม่หรือเปล่าล่ะ” ปลายรุ้งพูดอย่างคับแค้นใจ เธอจำได้ว่าตั้งแต่เล็กๆ มาคนที่ดูแลเธอมาตลอดคือปิ่นปัทมาผู้เป็นพี่สาว แม้จะเป็นพี่สาวต่างมารดา แต่กลับรักเธอยิ่งกว่ามารดาแท้ๆ เสียอีก
“นังลูกคนนี้นี่ แกจะทำให้ฉันความดันขึ้นหรือไงห๊ะ” เมื่อเถียงไม่ได้ก็เอาความโมโหเข้าใส่ ไม่อยากยอมรับหรอกว่าไม่ได้ดูแลลูกเต้าเลยแม้แต่น้อย แค่อุ้มท้องคลอดออกมาก็บุญขนาดไหนแล้ว
“ปลายจ้ะ ไม่เอานะ ไม่เถียงแม่มันบาป” ปิ่นปัทมาปรามน้องสาว อย่างน้อยรัตนาก็เป็นผู้ให้กำเนิด น้องสาวเถียงไปก็มีแต่บาป ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่าใส่อารมณ์เข้าหากัน จะยิ่งทะเลาะกันรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
“วันนี้ฉันจะเอาเลือดหัวแกออก นังลูกเวร” รัตนาคว้าอะไรที่อยู่ใกล้มือได้ก็ไล่ตีปลายรุ้งจนหนีเตลิดออกไปจากบ้าน ก่อนไปยังหันมาทำหน้าล้อเลียนจนนางควันออกหู โกรธจนตัวสั่นเทิ้มไปหมด
“นังลูกเวรนี่ มันเคยเห็นหัวฉันบ้างไหม” รัตนาพูดเสียงหอบด้วยความโกรธ ทิ้งไม้ในมือลงพื้นแล้วนั่งหอบๆ ด้วยความเหนื่อย
“น้ารัตใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ ปลายยังเด็ก อาจจะไม่ได้ตั้งใจทำให้น้ารัตโกรธ” ถึงอย่างไรรัตนาและปลายรุ้งก็เป็นครอบครัว จะดีไม่ดียังไงเธอก็ไม่อยากพูดจารุนแรงให้ต้องเสียน้ำใจกัน
“ปัท... ปัทต้องช่วยพวกเรานะ” รัตนเห็นว่าปลายรุ้งวิ่งหนี หายออกจากบ้านไปแล้ว เธอจึงแกล้งบีบน้ำตาทันที ก่อนจะเข้าไปจับไม้จับมือลูกเลี้ยงสาว ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ สะอึกสะอื้นเหมือนใจจะขาดรอนๆ
“น้ารัตเป็นอะไรคะ ค่อยๆ เล่าให้ปัทฟังได้นะคะ ไม่ต้องร้องไห้นะคะ” ปิ่นปัทมากอดปลอบ ยังไงรัตนาก็เป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เธอเหลืออยู่
“น้าน่ะโดนหลอกไปเข้าบ่อน มันหลอกโกงเงินน้า ฮือๆๆ” รัตนาปล่อยโฮออกมาต่อหน้าลูกเลี้ยงสาว สะอึกสะอื้นปาดน้ำตาเหมือนคนทุกข์หนัก
“โธ่... น้ารัต ไม่น่าเลย” ปิ่นปัทมาเห็นอีกฝ่ายร้องไห้ไม่หยุดก็ใจคอไม่ดี คนเดี๋ยวนี้ไว้ใจกันไม่ได้เลย หลอกลวงกันถึงขนาดพาเข้าบ่อนเลยเหรอ
“ตอนนี้ที่ดินกับบ้านหลังนี้หลุดจำนองคุณนายนวลแขไปแล้ว ฮือๆๆ” รัตนาร้องไห้หนักกว่าเก่า ก้มหน้าก้มตาซุกซ่อนแววตาบางอย่างเอาไว้ไม่ให้ลูกเลี้ยงได้เห็น
“ตายแล้ว” ปิ่นปัทมายกมือขึ้นทาบอก