ภาพปกนิยาย ทรายพราวแสง

ทรายพราวแสง

9.6 / 10.0
โยษิตา บัณฑิตจบใหม่ที่กำลังดิ้นรนหางานทำจนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอมาพบกับ ฟีรูซ เรกิวลุส นายแบบหนุ่มสุดฮอตผู้แสนเอาแต่ใจ ในการพบกันครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดเรื่องข้อเสนอค่าตอบแทน ทว่าเบื้องหลังชีวิตที่น่าอิจฉาของฟีรูซกลับซ่อนรอยร้าวในครอบครัวเอาไว้ เขาต้องแบกรับความกดดันจากการถูกเปรียบเทียบกับ ฮาคีม พี่ชายที่สมบูรณ์แบบ และความรักที่ตึงเครียดจากผู้เป็นแม่ จนหล่อหลอมให้เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ แต่การก้าวเข้ามาของโยษิตากลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงโลกของเขาไปอย่างสิ้นเชิง แม้ทิฐิจะทำให้ทั้งคู่เดินสวนทางกันบ่อยครั้งจนเกือบต้องสูญเสียความสัมพันธ์ที่ล้ำค่าไป แต่ในที่สุดฟีรูซก็ตระหนักได้ว่าหากเขาปล่อยมือจากเธอไป หัวใจของเขาคงไม่อาจเต้นต่อไปได้อีก ท่ามกลางบททดสอบที่ถาโถมทั้งสองต้องเรียนรู้ที่จะรักษาความรักนี้ไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ทรายพราวแสง ตอนที่ 1

แท็กซี่ยังไม่ทันจอดเทียบฟุตปาธหน้าสถานีหัวลำโพงได้สนิทดีนัก ร่างของหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบสองปี ถลาออกจากรถทันทีโดยไม่รอรับเงินถอนจากคนขับรถ เธอวิ่งฝ่าฝูงชนมากมายที่ล้วนต่างที่มาและต่างจุดหมาย เธอเดินเร็วๆ จนเกือบจะเป็นวิ่งไปถึงห้องพิเศษที่มีเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟโทรศัพท์ติดต่อเธอไว้เมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

“พี่ตามาแล้ว!”

“ข้าวซอย!”

โยษิตาเผลอตะโกนเรียกชื่อเด็กหญิงวัยสิบขวบที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สีฟ้าหม่น เด็กน้อยจอมยุ่งกระโดดลงจากเก้าอี้เข้ามาสวมกอดญาติผู้พี่อย่างคิดถึง เจ้าหน้าที่กระแอมไอสองสามครั้งก่อนเรียกโยษิตาไปตักเตือนที่ปล่อยให้เด็กหญิงวัยสิบขวบเดินทางมาคนเดียวเพียงลำพัง โดยการแอบซ่อนตัวในห้องน้ำของรถไฟตั้งแต่ลำปางจนมาถึงหัวลำโพง

“ค่ะ…ค่ะ…จะไม่ไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน”

ข้าวซอยเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวตัดกับสีผิวที่ดำเป็นเหนี่ยง ช่างผิดกับคำพูดที่ว่าสาวเหนือจะผิวขาวสวย เมื่อเคลียร์ปัญหากับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยโยษิตาก็ได้ยินเสียงท้องตัวเองร้องโครกครากจนเจ้าน้องสาวตัวแสบหัวเราะ

“พี่ตาเลี้ยงอะไรไว้ในท้องเหรอคะ”

“สัตว์ประหลาดมั้ง!”

หญิงสาวหันไปแยกเขี้ยวใส่ แต่ดูเหมือนเด็กจอมซนจะไร้ความกลัวเกรง ก็นั่นซินะ! ถ้าขี้ขลาดคงไม่กล้าหนีออกจากบ้านมาถึงนี่ได้ โยษิตาได้แต่ถอนหายใจก่อนเดินจูงมือหลานเข้าไปหาอะไรกินนอกสถานีรถไฟ เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอกำลังช่วยคุณยายละเอียดกวาดหยากไย่ตามมุมบ้าน จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟ ให้มารับเด็กหญิงข้าวซอยที่แอบขึ้นรถไฟมากรุงเทพฯเพียงลำพัง เธอต้องตาลีตาเหลือกออกจากบ้านมาทั้งสภาพมอมแมมแบบนี้เพราะความเป็นห่วงน้องสาวตัวซน แต่พอมาเห็นแววทโมนเหมือนลูกลิงน้อยและวีรกรรมที่สร้างขึ้นเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ

“พี่ตาโกรธหนูหรือจ๊ะ” ข้าวซอยถามเบาๆ แววตาสำนึกผิด

“ไม่ได้โกรธแต่พี่ตาเป็นห่วง” โยษิตาใจอ่อนกับแววตาคู่นี้เสมอ เธอมองดูจานข้าวหมูแดงที่ว่างเปล่า เมื่อสัตว์ประหลาดในท้องไม่ส่งเสียงรบกวน เธอก็จ่ายเงินค่าอาหาร

“เรารีบกลับบ้านกันเถอะป่านนี้คุณยายคงรอแย่แล้ว”

“คุณยายจะโกรธหนูไหมคะพี่ตา” แววตาของเด็กหญิงวัยสิบขวบที่ดูเศร้าหม่นกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

‘แววตาแบบนี้ใครจะโกรธได้ลงนะ’

หญิงสาวผ่อนลมหายใจเบาๆ แค่เห็นว่าน้องสาวตัวน้อยไม่มีร่องรอยบุบสลายตรงไหนก็โล่งใจแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวของ ‘ป้าอำภา’ ผู้เป็นพี่สาวของมารดาเธอหนีออกจากบ้าน กี่ครั้งกี่คราแล้วเธอก็ลืมนับมันไปแล้ว ข้าวซอยสะพายเป้สีชมพูขะมุกขะมอมเดินตามโยษิตาขึ้นรถแท็กซี่ ระหว่างทางเด็กน้อยมองทิวทัศน์รอบกายอย่างสนุกสนาน ไม่ได้มีแววสำนึกผิดเหลืออยู่เลย จนโยษิตาชักไม่แน่ใจว่า แววตาเศร้าๆ เมื่อครู่ของแท้หรือเทียม!

เพียงทั้งคู่ก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่ หญิงชราวัยหกสิบเจ็ดแทบจะถลาอ้าแขนรับขวัญหลานตัวน้อย บ้านไม้สองชั้นหลังเล็กอยู่เกือบท้ายซอยชุมชนสวนขวัญ ก็มีสมาชิกเพิ่มเป็นเด็กหญิงที่แสนจะกล้าหาญหนีออกจากบ้านขึ้นรถไฟมาคนเดียวจากลำปางจนถึงหัวลำโพงได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่รถไฟที่ต้องโทรศัพท์มาหา ‘โยษิตา’ พี่สาวของเด็กหญิงวัยสิบขวบให้มารับตัวหนูน้อยเจ้าปัญหา

หญิงสาวรู้สึกเกียจคร้านเกินกว่าจะหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดบ้านต่อ ไม่รู้ว่าเป็นลางบอกเหตุหรืออย่างไรที่จู่ๆ คุณยายก็นึกอยากทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ พอดีวันนี้เธอไม่ต้องไปทำงานพิเศษจึงได้อยู่ช่วยกวาดหยากไย่แต่ยังไม่ทันเสร็จดีบ้านหลังน้อยก็ได้ต้อนรับสมาชิกเพิ่ม

‘เด็กหญิงข้าวซอย’ กำลังเอร็ดอร่อยกับข้าวต้มผัดฝีมือคุณยายละเอียด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็กินข้าวหมูแดงจานโตไปแล้ว โยษิตาเดินเลี่ยงเข้ามาโทรศัพท์ในบ้านต่อสายหาแม่ของข้าวซอย นานหลายนาทีกว่าจะมีคนรับสาย

“คุณป้าอำภาหรือคะ”

“เออ บ้านนี่ก็มีแต่ฉันนี่แหละ จะมาขายอะไร ประกันไม่ทำหรอกนะ ฉันไม่ยอมให้พวกแกเอาเงินฉันไปหมุนออกดอกกินสบายๆ หรอก”

“เอ่อ...คุณป้าคะ หนูตาเองค่ะ โยษิตา”

“อ้าว! ยัยตาเหรอ แม่เป็นไร ตอนนี้ฉันไม่มีเงินหรอกนะ”

โยษิตาอยากจะกรี๊ดใส่หูโทรศัพท์หรือไม่ก็ขว้างใส่ข้างฝาบ้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ไม่มีสักประโยคที่จะถามหาลูกสาวตัวเองเลยหรือว่าป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าข้าวซอยหายออกจากบ้านไป

อ่านต่อ

สารบัญของ ทรายพราวแสง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในวันที่มหาอุทกภัยพัดพรากทุกสิ่ง ลิซ่ากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เมื่อพี่ชายและสามีเลือกที่จะปกป้องอลิซ คุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมา มากกว่าเธอที่ขาหักจากอุบัติเหตุ อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว คำโกหกนั้นทำให้ชายทั้งสองที่เธอเคยรักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พวกเขาตราหน้าว่าเธอใจคอโหดเหี้ยมและตัดสินใจลงทัณฑ์เธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบขาของเธอซ้ำเพื่อให้จดจำความผิดที่ไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความหวาดกลัวและใบหน้าที่เย็นชาของคนในครอบครัว ลิซ่าจึงสาบานกับตัวเองว่าจะต้องหนีไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้ ความรักที่เคยมีพังทลายลงพร้อมกับความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ภาพปกนิยาย แซ่บสยิว
7.8
ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่พันธนาการแห่งอดีตกลับยังคงผูกมัดคนสองคนเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดโดยผู้ใหญ่มาตั้งแต่เยาว์วัยผ่านการหมั้นหมายแบบคลุมถุงชนที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก เส้นทางชีวิตของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเดินขนานกันกลับต้องมาบรรจบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงทางครอบครัวจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนและซาบซ่านหัวใจได้หรือไม่ ในเมื่อพื้นฐานของความใกล้ชิดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจมาตั้งแต่ต้น เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดแซ่บที่แฝงไปด้วยความสยิวในทุกสัมผัสเมื่อทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่หมั้นที่โชคชะตาขีดเขียนไว้ให้
ภาพปกนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งค้นพบความลับว่าตนเองคือทายาทตระกูลเศรษฐี กลับต้องเผชิญวิบากกรรมเมื่อครอบครัวที่แท้จริงบังคับให้เธอเข้าพิธีวิวาห์แทนคุณหนูตัวปลอมเพื่อแต่งงานกับชายพิการอารมณ์ร้ายที่กำลังจะล้มละลาย เธอจำต้องยอมรับโชคชะตานี้เพื่อหาทางรักษาคุณยายที่ล้มป่วย แต่หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เธอกลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีที่ใครต่างดูแคลน แท้จริงคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คอยตามใจและคลั่งรักเธออย่างที่สุด ทว่าปัญหาใหญ่คือสัญญาหย่าร้างที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าสองปี ซือเชียนฮานจึงต้องใช้ความอ่อนโยนโอบกอดรั้งภรรยาไว้ไม่ให้จากไป จนเธอใจอ่อนและยอมยกเลิกข้อตกลงเรื่องการแยกทางในที่สุด
ภาพปกนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าชายที่พลอยฟ้ารักหมดหัวใจกลับซ่อนความหลอกลวงไว้เบื้องหลัง ปราบเปลี่ยนจากคนรักที่แสนดีกลายเป็นผู้ชายเย็นชาที่มองว่าความใส่ใจของเธอคือความน่ารำคาญ แม้เขาจะยืนยันว่ารักและแต่งงานกับเธอ แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาแทรกกลาง พลอยฟ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อปราบแสดงธาตุแท้ออกมาว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายที่ไร้ค่าและจืดชืด ในวันที่เขาเลือกแก้วอัปสรและบีบคั้นหัวใจเธอจนถึงขีดสุด พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนทรมานนี้ด้วยการขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้จะต้องกลายเป็นหม้ายและแบกรับความบอบช้ำ แต่เธอก็เลือกที่จะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับมามองรักแรกที่ใจร้ายที่สุดคนนี้อีกเลย
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จางฟางซินต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อรถม้าที่นางนั่งมาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำอย่างรุนแรงจนร่างกระแทกผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดร้าวรานไปถึงกระดูกทำให้สติของนางแทบหลุดลอย ในขณะที่พยายามประคองสติท่ามกลางความมึนงงและม่านน้ำตา นางได้คว้ามีดสั้นของอาจารย์ไว้ป้องกันตัว ทว่ากลับถูกข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกร้าวระด้างจากชายปริศนา ปลายกระบี่ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ จ่อประชิดใบหน้าจนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความหวาดกลัวและอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า นางกลับพบว่าใบหน้าของบุรุษที่ดูราวกับมัจจุราชผู้นี้ช่างดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED