หยาง ลู่จื่อ หนึ่งในคณะกรรมการบริษัททำงานที่เฉิงหยวนกรุ๊ปได้ 3 ปีแล้ว ไม่เคยทำสัญญาผิดพลาด แต่ครั้งนี้ดันเจอลูกค้าต่างชาติที่การเจรจาและการทำสัญญาต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเขาไม่ถนัด จึงเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากกับบริษัท ประธานฟู่เมื่อทราบข่าวก็โกรธมาก แต่คุณฟู่เองก็ติดประชุมอยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้ตอนนี้ ไป๋ ชิงเหวยก็งานล้นมือ
เซียวเซิงได้ยินปัญหานี้เข้า จึงคิดแผนการทำลายชื่อเสียงฟาง ซีอัน เธอแอบหยิบสัญญามาจาก หยาง ลู่จื่อ ระหว่างที่เขาวิ่งเต้นหาความช่วยเหลือจากทีมงานอยู่ เซียวเซิงยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะทันทีที่เห็นฟาง ซีอันเดินมาถึงห้องประชุม พร้อมโยนแฟ้มเอกสารหนาเตอะไปบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี "นี่ เธอบอกว่าเก่งภาษาอังกฤษใช่ไหม? จัดการนี่หน่อยสิ แล้วอย่าทำพลาดล่ะ"
เซียวเซิงยืนพิงโต๊ะมุมห้อง ท่าทางสบาย ๆ แต่แววตาแฝงไปด้วยความหวังร้าย ส่วนฟาง ซีอันนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ มองอีกฝ่ายอย่างระแวง
เซียวเซิงยิ้มบาง ๆ “ประธานฟู่ฝากฉันมาว่ายวานเธอ เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ฟาง ซีอันเลิกคิ้ว หรี่ตามอง “ประธานฟู่? ทำไมเขาต้องสั่งงานฉันผ่านคุณด้วย ทำไมเขาไม่สั่งงานฉันตรงเองล่ะ?”
เซียวเซิงยักไหล่ “ก็เพราะเขาติดประชุม และฉันก็ทำงานที่นี่มาก่อนเธอ และเข้าจึงฝากเรื่องสำคัญให้ฉันมาสื่อสาร เธอยังจะมีคำถามอะไรอีกไหม ฉันขอแนะนำว่า เธอรีบจัดการดีกว่า และ...อย่าเก่งแต่ปากล่ะ”
ซีอันพึมพำ “งั้นก็ได้”
“ทำให้เสร็จถายในสองชั่วโมงนี้ล่ะ” เซียวเซิงโยนหนังสือสัญญาอีกหลายเล่มหนาใส่โต๊ะตรงหน้าซีอัน “อย่าบ่นสิ คุณฟู่บอกว่าคุณเก่งเรื่องพวกนี้ที่สุดแล้ว”
ฟาง ซีอันมองเซียวเซิงอย่างจับผิดก่อนจะพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร แต่ท่าทีที่สงบนิ่งนั้นกลับยิ่งทำให้เซียวเซิงไม่พอใจ "เก่งขนาดนี้ ฉันจะรอดูผลงานนะ" เธอพ่นคำพูดเสียดสีออกมา
ผ่านไปแค่ 1 ชั่วโมง เซียวเซิงเดินกลับมาในห้องเหมือนกำลังหาโอกาสยั่วโมโหต่อ "นี่ แค่แปลเอกสารแบบนี้ยังทำช้า ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะว่าผู้หญิงอย่างเธอทำอะไรได้บ้างนอกจากแต่งตัวดูดีเพื่อเรียกความสนใจจากประธานฟู่"
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด แต่ซีอันยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่ตอบโต้คำพูดที่ร้ายกาจนั้น เซียวเซิงเริ่มหมดความอดทนเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน "นี่เธอ หูหนวกหรือไง ฉันพูดกับเธออยู่นะ!"
ซีอันหยุดมือจากการเขียนและเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งสงบ "ฉันไม่ได้หูหนวกค่ะ แค่เลือกที่จะไม่ตอบคำพูดที่ไร้สาระ เพราะฉันมีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องทำ"
คำตอบนั้นทำให้เซียวเซิงถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอจิกมือแน่นจนเล็บจมลงในฝ่ามือ แต่ยังคงปั้นยิ้มเยาะ
"ก็ดี ฉันจะรอดูว่าผลงานของเธอจะทำให้คุณฟู่พอใจได้แค่ไหน ถ้าเธอทำพลาดล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้ยืนในบริษัทนี้นาน"
การแสดงออกของเซียวเซิงนั้นชัดเจนว่าเธอพยายามจะบดขยี้ซีอันทุกวิถีทาง ไม่ใช่เพราะซีอันทำอะไรผิด แต่เพราะเธอรู้สึกถูกคุกคามจากความสามารถและความสง่างามของผู้หญิงคนนี้ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองจากหลายๆ คนในบริษัทโดยเฉพาะจากคุณฟู่ ชิงชวน
ในช่วงบ่ายขณะที่ฟู่ ชิงชวนกำลังนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัวของโรงแรมสุดหรูเพื่อคุยธุรกิจกับนักลงทุน เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ ลู่ ซูฉิน อดีตคนรักที่เขาเคยหลงใหล เธอกลับมาในชีวิตของเขาอีกครั้ง พร้อมแผนการที่เต็มไปด้วยความยั่วยวน
"ชิงชวน คุณคิดถึงฉันไหม?" เธอถามด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสน่ห์หา
ฟู่ ชิงชวน หรี่ตาขึ้นมามองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า แต่นัยต์ตาดูเย็นชาราวกับจะแช่งแข็งกาแฟที่อยู่บนโต๊ะได้ เขาเพิ่งจบการเจรจากับนักลงทุนไม่ทันไร เรื่องใหม่ในอดีตก็เข้ามาตรงหน้าทันที
"ลู่ ซูฉิน" เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผมควรคิดถึงคุณทำไม? ตอนที่คุณเลือกเดินออกจากชีวิตผม คุณได้ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง รวมถึงความเชื่อใจของผมด้วย"
เธอยิ้มบาง ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความโสกเศร้า "คนเรามักทำผิดพลาดกันได้เสมอ ฉันกลับมาเพื่อแก้ไขความผิดนั้น คุณจะไม่ให้โอกาสฉันอีกครั้งเหรอ?"
ฟู่ ชิงชวนหัวเราะเบา ๆ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"โอกาส? คุณคิดว่าผมจะเปิดใจรับคุณกลับมาอีกเหรอ ลู่ ซูฉิน? โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ โดยเฉพาะความเชื่อใจ"
ก่อนที่เธอจะทันตอบ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นข้อความจากไป่เหวยที่ส่งรายงานเกี่ยวกับงานของฟาง ซีอัน เธอได้แก้ไขสัญญาที่หยาง ลู่จื่อทำผิดพลาดไว้เรียบร้อย และส่งให้ลูกค้าแล้ว ลูกค้าพอใจมากและสถานการณ์กลับมาราบรื่นดังเดิม
ฟู่ชิง ชวนได้ยินรายงานจาก ไป๋ ชิงเหวยแล้วก็ขมวดคิ้ว "ผมมีงานต้องจัดการ" เขาตัดบท พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใยดี และเดินจากไปโดยไม่หันมามองลู่ ซูฉินเลยแม้แต่นิดเดียว ลู่ ซูฉินกัดฟันแน่น แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบ เรายังไม่จบกันง่าย ๆ หรอก ชิงชวน ยังไงฉันก็เป็นคนรักคนเดียวของคุณ ยังไงคุณก็กลับมาหาฉัน คุณเป็นของฉันคนเดียว
หลังจากที่คุณฟู่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในสัญญาที่ไม่ได้รับการอนุมัติ เขาก็ไม่รอช้าที่จะเรียกฟาง ซีอันและเซียวเซิงเข้ามาที่ห้องประชุม สถานที่ที่ปกติเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึม กลับดูอึดอัดกว่าปกติ ซีอันยืนเงียบสงบอยู่ตรงมุมห้อง ส่วนเซียวเซิงนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าระรื่น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณฟู่เดินเข้ามา น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบแต่แฝงไปด้วยความโกรธ “คุณฟาง เธอทำแบบนี้ไปได้ยังไง โดยไม่มาปรึกษาผมก่อน?”
ซีอันพยายามรักษาสีหน้าให้สงบ แม้ว่าในใจจะรู้สึกผิดและสับสน “ฉันขอโทษค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท...”
“คิดว่า? เธอคิดว่าแค่นั้นพอเหรอ!?” เสียงของคุณฟู่ดังขึ้นจนก้องทั่วห้อง “นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เธอรู้ไหมว่าเธอทำให้บริษัทเสี่ยงแค่ไหน? แล้วใครอนุญาตให้เธอทำแบบนี้?”
ซีอันลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ “เซียวเซิง...คุณบอกว่าประธานฟู่ฝากงานนี้ให้ฉันทำ”
ประธานฟู่หันไปหาเซียวเซิงทันที “เซียวเซิง เรื่องนี้มันยังไง?”
เซียวเซิงทำท่าตกใจ “ซีอัน ! เธอมาปรึกษาฉันก่อน ฉันบอกแล้วว่าคุณฟู่จะไม่อนุญาติ แต่เธอยืนยันว่าคุณฟู่พร้อมจะสนับสนุนเธออย่างแน่นอน เพราะคุณฟู่ไว้ใจเธอกว่าใครๆ เพราะเธอมีดีกรีจากต่างประเทศ”
“งั้นเหรอ?” คุณฟู่เลิกคิ้ว “ผมเคยพูดแบบนั้นเหรอ?”
ซีอันตะลึงกับความโกหกอย่างหน้าไม่อายจากเซียวเซิง เธอคิดจะเถียงต่อ แต่คิดอีกที...นี่คงจะไม่ใช่ความคิดที่ดี ถึงยังไงสัญญาที่ถูกแก้ก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นไปแล้ว เธอไม่อยากมาทะเลาะกับใครต่อหน้าเจ้าของบริษัท เธอเงียบอยู่ไม่นาน ถอนหายใจ และกำลังจะพูด แต่ฟู่ ชิงชวนกลับพูดขึ้นมาก่อน
“ผมส่งเสริมให้พนักงานมีความมั่นใจนะครับ แต่ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด คุณก็ต้องรับผิดชอบ”
“ฉันขอโทษค่ะ ท่านประธานฟู่ ฉันไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แบบนี้ ฉันคิดน้อยไป...”
“คุณฟู่คะ เธอมาใหม่ เธอคงอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นในความสามารถเท่านั้นเอง อย่าลงโทษเธอแรงจนเกินไปเลยนะคะ ต่อไปนี้ เดี๋ยวฉันจะช่วยสอนเธองานเอง” เซียวเซิงพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ย
“ฟาง ซีอัน เป็นเลขาขึ้นตรงกับผม ผมไม่ต้องการให้ใครมาสอนเธอ เธอต้องรับผิดชอบงานด้วยตัวของเธอเอง" คุณฟู่ตัดบททันที
“คุณฟาง ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมั่นใจในตัวเอง แต่จำไว้ว่าผมไม่ต้องการคนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความมั่นใจ และอวดเก่ง” ฃบรรยากาศในห้องประชุมเงียบสนิท ซีอันก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด
“ผมจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่จำไว้ว่าผมไม่ต้องการเห็นอะไรแบบนี้อีก เข้าใจไหม?”
ซีอันพยักหน้าช้า ๆ “เข้าใจค่ะ...”
“ส่วนเธอ เซียวเซิง...” คุณฟู่หยุดชั่วครู่ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเข้ม “ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ผมจะไม่สืบสาวเรื่องราวต่อ ว่าเรื่อง "จริง” เป็นยังไงกันแน่ " เซียวเซิงลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก จากคำที่คุณฟู่เน้น แต่ยังแสร้งทำเป็นสงบก่อนเดินออกจากห้องไป
บรรยากาศอึดอัดยังคงปกคลุมห้องประชุม ทิ้งให้ฟาง ซีอันยืนอยู่กับความรู้สึกผิดที่ทับถมในใจ เธอพลาดหลงกลเชื่อเซียวเซิงไปได้ยังไง เธอละอาย และอับอายมากที่โดนประธานฟู่ต่อว่าอย่างรุนแรงว่าทำงานโดนพละการ ไม่ปรึกษาเขาก่อน