ในเช้าวันหนึ่ง ณ อาคารเฉิงหยวนกรุ๊ปที่สูงเสียดฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศการทำงานอันเคร่งเครียด พนักงานในบริษัทเริ่มพูดคุยถึงเลขาคนใหม่ของ CEO ฟู่ ชิงชวน คนที่มักจะตั้งมาตรฐานสูงกับทุกสิ่งรอบตัว
"ได้ข่าวว่าเป็นผู้หญิงที่หัวไวมาก แถมยังเรียนจบจากอังกฤษอีกด้วย" เสียงซุบซิบนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ
หญิงสาวสวมสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบสะอาดที่เน้นความเรียบร้อย พร้อมกระโปรงดินสอสีกรมท่าที่เข้ากับรูปร่างของเธอ รองเท้าส้นสูงสีเบจช่วยเสริมให้การเดินของเธอดูสง่างามขึ้น รูปร่างของเธอสะกดสายตาผู้คนทันที เธอมีร่างโปร่งบางสมส่วน สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวของเธอขาวเนียนละเอียด ราวกับกระเบื้องเคลือบที่ไร้ที่ติ ใบหน้าของเธอรูปไข่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโตสีดำขลับที่ดูเหมือนจะสะท้อนความมุ่งมั่นและความลึกซึ้ง ขนตายาวเป็นแพทำให้ดวงตาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนเผยออกเล็กน้อย เธอแต่งหน้าเบาๆ เพียงเพื่อเสริมความสดใสในลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลช็อกโกแลตดัดลอนอ่อนๆ ปล่อยลงมารับกับลำคอระหงส์
ทุกก้าวที่เธอเดินมีความมั่นใจ แต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยนที่ทำให้คนรู้สึกถึงความมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่ต้องพยายาม เธอถือแฟ้มเอกสารในมือขวา และในมือซ้ายเป็นกระเป๋าโท้ตใบเล็กสีเบจที่เข้ากับรองเท้า ทุกองค์ประกอบของเธอสะท้อนถึงความตั้งใจ ความกระตือรือร้น และความพร้อมที่จะเผชิญกับโลกของการทำงานใหม่อย่างเต็มที่
แม้หัวใจของเธอจะเต้นแรงเพราะความกังวล แต่แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"คุณคือ ฟาง ซีอัน ใช่ไหม?" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก เธอเงยหน้าขึ้นมอง ฟู่ ชิงชวน ในเสื้อสูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาราวกับปั้นจากหินอ่อน และดวงตาคมที่เหมือนจะมองทะลุหัวใจของคนตรงหน้า
"ใช่ค่ะ ดิฉันฟาง ซีอัน จะมาเริ่มงานในตำแหน่งเลขาของคุณตั้งแต่วันนี้" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ฟู่ ชิงชวนมองเธออย่างพินิจพิจารณา สายตาคมกริบของเขาแฝงไปด้วยความสงสัยและอารมณ์ที่อ่านยาก แม้เขาจะสังเกตเห็นว่าเธอดูสวยสง่าอย่างแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยเข้ามาในชีวิต แต่ในใจลึกๆ เขากลับคิดว่าเธอคงเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่ต้องการจับเขาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว "เริ่มจากนี่ก่อน ตรวจดูตารางงานของฉัน และรายงานภายในวันนี้" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมส่งแฟ้มเอกสารให้เธออย่างไม่ใส่ใจมากนัก
ฟาง ซีอันถูกจัดให้ไปนั่งอีกชั้นหนึ่ง เพราะคุณฟู่ไม่ชอบให้มีคนรบกวนเขาเวลาทำงาน ตลอดการทำงานเธอถูกกลั่นแกล้งให้ทำงานเยอะ เวลาน้อย และถูกนินทาจากเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะ หลิน เซียวเซิง ที่เป็นรุ่นพี่ในตำแหน่งผู้จัดการ เซียวเซิงมักจะโยนงานให้ซีอันเสมอ และให้เธอทำงานล่วงเวลา แล้วยังมักเคลมว่าเป็นผลงานของตัวเองอีกด้วย แต่ซีอันก็ไม่เคยปริปากใดๆ ตั้งใจทำงานเพื่อเริ่มต้นชีวิตในบ้านเกิด เธอไม่ได้ขัดสน แต่ลุงของเธอก็ทำให้เงินออมของเธอลดไปไม่น้อย ทำให้เธอต้องเก็บเงินเพิ่มเติม ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ฟาง ซีอันกำลังจัดเอกสารกองโตที่ถูกโยนมาจากหลิน เซียวเซิง เสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นอย่างแหลมคมและเต็มไปด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"ฟาง ซีอัน งานแค่นี้จะทำไม่เสร็จอีกหรือไง? หรือว่าเธอคงเคยชินกับชีวิตสบายในอังกฤษจนลืมไปแล้วว่าที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่โรงแรมหรู" เซียวเซิงกล่าวพลางยิ้มเยาะ ฟาง ซีอันเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเฉียบคม "คุณหลินคงลืมไปว่า ฉันเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นาน และงานทั้งหมดที่คุณโยนมา ฉันก็ทำเสร็จเรียบร้อยทุกครั้ง ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์เร็วขึ้น บางทีคุณอาจจะต้องลงมือทำเองบ้าง"
เซียวเซิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยก่อนจะพยายามรักษาท่าที "เธอก็แค่โชคดีที่ได้งานนี้ ไม่ต้องคิดว่าเธอเก่งกว่าคนอื่น การได้มาเพราะเส้นสายไม่ได้ทำให้เธอเหนือกว่าใคร" ฟาง ซีอันหัวเราะเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "เส้นสายงั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งทนทำงานล่วงเวลาที่คุณโยนให้ทุกวันหรอก ฉันอยู่ที่นี่เพราะความสามารถ ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น" เซียวเซิงกัดฟันแน่น แต่ยังไม่ยอมแพ้ "ถ้าเธอมั่นใจนัก งั้นลองพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นสิ ว่าเธอไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาหน้าห้องของคุณฟู่ ชิงชวน" ฟาง ซีอันจ้องตอบด้วยแววตาคม "และฉันก็จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า การเป็นตุ๊กตาในสายตาคุณ มันดีกว่าการเป็นคนที่ต้องพึ่งพาความอิจฉาเพื่อยืนยันตัวตนของตัวเองมากแค่ไหน"
ขณะนั้น ไป๋ ชิงเหวย เลขาคู่ใจของคุณฟู่ ที่เดินผ่านมาได้ยินทุกอย่างพอดี เขาแอบยืนฟังอยู่หลังมุมกำแพง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสนใจ "ยัยเด็กใหม่คนนี้ มีของแฮะ! ไม่ธรรมดาจริงๆ" ไป๋ ชิงเหวยคิดในใจ เขาพยายามไม่หัวเราะออกมาดัง ๆ เพราะการโต้วาทีของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นเวทีดวลกันของสองนักคิด แต่เดี๋ยวนะ ถ้าซีอันกล้าปะทะกับเซียวเซิงได้แบบนี้ อาจจะมีอะไรสนุกๆ รออยู่ก็ได้ เขาแอบนึกขำ "หรือว่าเธอจะเป็นคนที่สามารถจัดการคุณฟู่ได้? เอ๊ะ! น่าสนุกดีแฮะ" เขายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะคิดต่อไปว่า "คุณฟู่จะรู้ตัวไหมนะ ว่าอาจจะเผลอใจให้เด็กใหม่คนนี้เข้าแล้ว" ไป๋ ชิงเหวยหัวเราะเบาๆ กับความคิดของตัวเอง พลางพึมพำ "เอาล่ะ ฉันว่าต้องจับตาดูต่ออีกหน่อย คงมีอะไรสนุกๆ ให้เห็นอีกแน่ๆ"
หยาง ลู่จื่อ หนึ่งในคณะกรรมการบริษัททำงานที่เฉิงหยวนกรุ๊ปได้ 3 ปีแล้ว ไม่เคยทำสัญญาผิดพลาด แต่ครั้งนี้ดันเจอลูกค้าต่างชาติที่การเจรจาและการทำสัญญาต้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเขาไม่ถนัด จึงเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากกับบริษัท ประธานฟู่เมื่อทราบข่าวก็โกรธมาก แต่คุณฟู่เองก็ติดประชุมอยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้ตอนนี้ ไป๋ ชิงเหวยก็งานล้นมือ
เซียวเซิงได้ยินปัญหานี้เข้า จึงคิดแผนการทำลายชื่อเสียงฟาง ซีอัน เธอแอบหยิบสัญญามาจาก หยาง ลู่จื่อ ระหว่างที่เขาวิ่งเต้นหาความช่วยเหลือจากทีมงานอยู่ เซียวเซิงยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะทันทีที่เห็นฟาง ซีอันเดินมาถึงห้องประชุม พร้อมโยนแฟ้มเอกสารหนาเตอะไปบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี "นี่ เธอบอกว่าเก่งภาษาอังกฤษใช่ไหม? จัดการนี่หน่อยสิ แล้วอย่าทำพลาดล่ะ"
เซียวเซิงยืนพิงโต๊ะมุมห้อง ท่าทางสบาย ๆ แต่แววตาแฝงไปด้วยความหวังร้าย ส่วนฟาง ซีอันนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ มองอีกฝ่ายอย่างระแวง
เซียวเซิงยิ้มบาง ๆ “ประธานฟู่ฝากฉันมาว่ายวานเธอ เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ฟาง ซีอันเลิกคิ้ว หรี่ตามอง “ประธานฟู่? ทำไมเขาต้องสั่งงานฉันผ่านคุณด้วย ทำไมเขาไม่สั่งงานฉันตรงเองล่ะ?”
เซียวเซิงยักไหล่ “ก็เพราะเขาติดประชุม และฉันก็ทำงานที่นี่มาก่อนเธอ และเข้าจึงฝากเรื่องสำคัญให้ฉันมาสื่อสาร เธอยังจะมีคำถามอะไรอีกไหม ฉันขอแนะนำว่า เธอรีบจัดการดีกว่า และ...อย่าเก่งแต่ปากล่ะ”
ซีอันพึมพำ “งั้นก็ได้”
“ทำให้เสร็จถายในสองชั่วโมงนี้ล่ะ” เซียวเซิงโยนหนังสือสัญญาอีกหลายเล่มหนาใส่โต๊ะตรงหน้าซีอัน “อย่าบ่นสิ คุณฟู่บอกว่าคุณเก่งเรื่องพวกนี้ที่สุดแล้ว”
ฟาง ซีอันมองเซียวเซิงอย่างจับผิดก่อนจะพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร แต่ท่าทีที่สงบนิ่งนั้นกลับยิ่งทำให้เซียวเซิงไม่พอใจ "เก่งขนาดนี้ ฉันจะรอดูผลงานนะ" เธอพ่นคำพูดเสียดสีออกมา
ผ่านไปแค่ 1 ชั่วโมง เซียวเซิงเดินกลับมาในห้องเหมือนกำลังหาโอกาสยั่วโมโหต่อ "นี่ แค่แปลเอกสารแบบนี้ยังทำช้า ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะว่าผู้หญิงอย่างเธอทำอะไรได้บ้างนอกจากแต่งตัวดูดีเพื่อเรียกความสนใจจากประธานฟู่"
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด แต่ซีอันยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่ตอบโต้คำพูดที่ร้ายกาจนั้น เซียวเซิงเริ่มหมดความอดทนเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน "นี่เธอ หูหนวกหรือไง ฉันพูดกับเธออยู่นะ!"
ซีอันหยุดมือจากการเขียนและเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งสงบ "ฉันไม่ได้หูหนวกค่ะ แค่เลือกที่จะไม่ตอบคำพูดที่ไร้สาระ เพราะฉันมีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องทำ"
คำตอบนั้นทำให้เซียวเซิงถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอจิกมือแน่นจนเล็บจมลงในฝ่ามือ แต่ยังคงปั้นยิ้มเยาะ
"ก็ดี ฉันจะรอดูว่าผลงานของเธอจะทำให้คุณฟู่พอใจได้แค่ไหน ถ้าเธอทำพลาดล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้ยืนในบริษัทนี้นาน"
การแสดงออกของเซียวเซิงนั้นชัดเจนว่าเธอพยายามจะบดขยี้ซีอันทุกวิถีทาง ไม่ใช่เพราะซีอันทำอะไรผิด แต่เพราะเธอรู้สึกถูกคุกคามจากความสามารถและความสง่างามของผู้หญิงคนนี้ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองจากหลายๆ คนในบริษัทโดยเฉพาะจากคุณฟู่ ชิงชวน
ในช่วงบ่ายขณะที่ฟู่ ชิงชวนกำลังนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัวของโรงแรมสุดหรูเพื่อคุยธุรกิจกับนักลงทุน เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ ลู่ ซูฉิน อดีตคนรักที่เขาเคยหลงใหล เธอกลับมาในชีวิตของเขาอีกครั้ง พร้อมแผนการที่เต็มไปด้วยความยั่วยวน
"ชิงชวน คุณคิดถึงฉันไหม?" เธอถามด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสน่ห์หา
ฟู่ ชิงชวน หรี่ตาขึ้นมามองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า แต่นัยต์ตาดูเย็นชาราวกับจะแช่งแข็งกาแฟที่อยู่บนโต๊ะได้ เขาเพิ่งจบการเจรจากับนักลงทุนไม่ทันไร เรื่องใหม่ในอดีตก็เข้ามาตรงหน้าทันที
"ลู่ ซูฉิน" เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผมควรคิดถึงคุณทำไม? ตอนที่คุณเลือกเดินออกจากชีวิตผม คุณได้ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง รวมถึงความเชื่อใจของผมด้วย"
เธอยิ้มบาง ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความโสกเศร้า "คนเรามักทำผิดพลาดกันได้เสมอ ฉันกลับมาเพื่อแก้ไขความผิดนั้น คุณจะไม่ให้โอกาสฉันอีกครั้งเหรอ?"
ฟู่ ชิงชวนหัวเราะเบา ๆ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"โอกาส? คุณคิดว่าผมจะเปิดใจรับคุณกลับมาอีกเหรอ ลู่ ซูฉิน? โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ โดยเฉพาะความเชื่อใจ"
ก่อนที่เธอจะทันตอบ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นข้อความจากไป่เหวยที่ส่งรายงานเกี่ยวกับงานของฟาง ซีอัน เธอได้แก้ไขสัญญาที่หยาง ลู่จื่อทำผิดพลาดไว้เรียบร้อย และส่งให้ลูกค้าแล้ว ลูกค้าพอใจมากและสถานการณ์กลับมาราบรื่นดังเดิม
ฟู่ชิง ชวนได้ยินรายงานจาก ไป๋ ชิงเหวยแล้วก็ขมวดคิ้ว "ผมมีงานต้องจัดการ" เขาตัดบท พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใยดี และเดินจากไปโดยไม่หันมามองลู่ ซูฉินเลยแม้แต่นิดเดียว ลู่ ซูฉินกัดฟันแน่น แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบ เรายังไม่จบกันง่าย ๆ หรอก ชิงชวน ยังไงฉันก็เป็นคนรักคนเดียวของคุณ ยังไงคุณก็กลับมาหาฉัน คุณเป็นของฉันคนเดียว
หลังจากที่คุณฟู่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในสัญญาที่ไม่ได้รับการอนุมัติ เขาก็ไม่รอช้าที่จะเรียกฟาง ซีอันและเซียวเซิงเข้ามาที่ห้องประชุม สถานที่ที่ปกติเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึม กลับดูอึดอัดกว่าปกติ ซีอันยืนเงียบสงบอยู่ตรงมุมห้อง ส่วนเซียวเซิงนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าระรื่น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณฟู่เดินเข้ามา น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบแต่แฝงไปด้วยความโกรธ “คุณฟาง เธอทำแบบนี้ไปได้ยังไง โดยไม่มาปรึกษาผมก่อน?”
ซีอันพยายามรักษาสีหน้าให้สงบ แม้ว่าในใจจะรู้สึกผิดและสับสน “ฉันขอโทษค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท...”
“คิดว่า? เธอคิดว่าแค่นั้นพอเหรอ!?” เสียงของคุณฟู่ดังขึ้นจนก้องทั่วห้อง “นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เธอรู้ไหมว่าเธอทำให้บริษัทเสี่ยงแค่ไหน? แล้วใครอนุญาตให้เธอทำแบบนี้?”
ซีอันลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ “เซียวเซิง...คุณบอกว่าประธานฟู่ฝากงานนี้ให้ฉันทำ”
ประธานฟู่หันไปหาเซียวเซิงทันที “เซียวเซิง เรื่องนี้มันยังไง?”
เซียวเซิงทำท่าตกใจ “ซีอัน ! เธอมาปรึกษาฉันก่อน ฉันบอกแล้วว่าคุณฟู่จะไม่อนุญาติ แต่เธอยืนยันว่าคุณฟู่พร้อมจะสนับสนุนเธออย่างแน่นอน เพราะคุณฟู่ไว้ใจเธอกว่าใครๆ เพราะเธอมีดีกรีจากต่างประเทศ”
“งั้นเหรอ?” คุณฟู่เลิกคิ้ว “ผมเคยพูดแบบนั้นเหรอ?”
ซีอันตะลึงกับความโกหกอย่างหน้าไม่อายจากเซียวเซิง เธอคิดจะเถียงต่อ แต่คิดอีกที...นี่คงจะไม่ใช่ความคิดที่ดี ถึงยังไงสัญญาที่ถูกแก้ก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นไปแล้ว เธอไม่อยากมาทะเลาะกับใครต่อหน้าเจ้าของบริษัท เธอเงียบอยู่ไม่นาน ถอนหายใจ และกำลังจะพูด แต่ฟู่ ชิงชวนกลับพูดขึ้นมาก่อน
“ผมส่งเสริมให้พนักงานมีความมั่นใจนะครับ แต่ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด คุณก็ต้องรับผิดชอบ”
“ฉันขอโทษค่ะ ท่านประธานฟู่ ฉันไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แบบนี้ ฉันคิดน้อยไป...”
“คุณฟู่คะ เธอมาใหม่ เธอคงอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นในความสามารถเท่านั้นเอง อย่าลงโทษเธอแรงจนเกินไปเลยนะคะ ต่อไปนี้ เดี๋ยวฉันจะช่วยสอนเธองานเอง” เซียวเซิงพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ย
“ฟาง ซีอัน เป็นเลขาขึ้นตรงกับผม ผมไม่ต้องการให้ใครมาสอนเธอ เธอต้องรับผิดชอบงานด้วยตัวของเธอเอง" คุณฟู่ตัดบททันที
“คุณฟาง ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมั่นใจในตัวเอง แต่จำไว้ว่าผมไม่ต้องการคนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความมั่นใจ และอวดเก่ง” ฃบรรยากาศในห้องประชุมเงียบสนิท ซีอันก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด
“ผมจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่จำไว้ว่าผมไม่ต้องการเห็นอะไรแบบนี้อีก เข้าใจไหม?”
ซีอันพยักหน้าช้า ๆ “เข้าใจค่ะ...”
“ส่วนเธอ เซียวเซิง...” คุณฟู่หยุดชั่วครู่ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเข้ม “ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ผมจะไม่สืบสาวเรื่องราวต่อ ว่าเรื่อง "จริง” เป็นยังไงกันแน่ " เซียวเซิงลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก จากคำที่คุณฟู่เน้น แต่ยังแสร้งทำเป็นสงบก่อนเดินออกจากห้องไป
บรรยากาศอึดอัดยังคงปกคลุมห้องประชุม ทิ้งให้ฟาง ซีอันยืนอยู่กับความรู้สึกผิดที่ทับถมในใจ เธอพลาดหลงกลเชื่อเซียวเซิงไปได้ยังไง เธอละอาย และอับอายมากที่โดนประธานฟู่ต่อว่าอย่างรุนแรงว่าทำงานโดนพละการ ไม่ปรึกษาเขาก่อน