ตอน 2

KEEP IN CAGE 1

เวลาต่อมาไม่นานนัก... กว่ากองทัพจะลากปั้นจั่นเข้ามาในห้องรับรองสนามแข่งฝั่งตรงข้ามกับพรรค์พวกของคิรินทร์ได้ ก็ใช้เวลาอยู่นานหลายสิบนาที เพราะคำพูดของกองทัพเอง ก็ทำเอาเด็กคนนั้นตกใจมาก ปั้นจั่นโวยวายออกมาตามสเต็ป แต่กองทัพก็หยุดมันได้ง่าย ๆ เช่นกัน นอกจากกองทัพแล้วก็มีแค่พี่ชายคนโตเท่านั้นที่ปั้นจั่นจะยอมเชื่อฟัง

“จะกลัวอะไรขนาดนั้น คิดว่าทัพจะแพ้มันรึไง?” พอเข้ามานั่งอยู่ในห้องกันแค่สองคน กองทัพก็หันหน้ามาพูดกับคนตัวเล็กที่นั่งทำหน้าหงุดหงิดอยู่ไม่ห่าง ปั้นจั่นสะบัดตัวออกจากเขา กองทัพเองก็ไม่คิดจะตามไปดึงมา รู้ดีว่าปั้นจั่นคงไม่กล้าวิ่งออกจากห้องนี้ไปแน่นอน... เหตุผลมันก็ง่าย ๆ เพราะข้างนอกมีบุคคลที่อันตรายยิ่งกว่าเขาอยู่เต็มไปหมดยังไงล่ะ

“ทัพไม่ต้องมาพูด! ทัพก็รู้ว่าเราไม่ได้มาเพื่อทำอะไรแบบนั้น เรามาที่นี่ก็แค่อยากรู้ว่าเพื่อนเราอยู่ที่ไหน!”

“ถ้าอยากรู้ว่าวินเนอร์อยู่ที่ไหนก็ต้องถามเอาจากปากไอ้คิงส์มัน แล้วคิดว่าคนอย่างมันจะคายออกมาง่าย ๆ งั้นเหรอปั้น! ปั้นเป็นคนอยากมาที่นี่เองนะ อย่าลืม...”

“ก็จริงอยู่ที่ปั้นเป็นคนอยากจะมา! แต่ทำไมทัพต้องรับคำท้าทายแบบนั้นไปด้วย ปั้นไม่ใช่สิ่งของนะ!”

“ทัพมั่นใจว่าตัวเองต้องชนะ”

“…”

“ปั้นไม่ใช่เชื่อใจทัพหรือไง...” กองทัพพูดอย่างมั่นใจแล้วเป็นฝ่ายค่อย ๆ ขยับมาหาปั้นจั่นที่นั่งหันหลังอยู่ทีละนิด น่าแปลก...ที่พอเขาพูดแบบนั้นออกมาปั้นจั่นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันคือคำปลอบใจ อย่างน้อยพอเขาบอกว่าตัวเองจะไม่แพ้มันก็ทำให้โล่งใจยังไงก็ไม่รู้

“…”

“ทัพไม่น่าไว้ใจเหรอ...หืม” เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้าง ๆ ใบหู เพราะปั้นจั่นกอดอกอยู่แล้วกองทัพขยับเข้ามากอดเลยต่อต้านมากไม่ได้ หรืออันที่จริง...แค่เป็น ‘กองทัพ’ สำหรับปั้นจั่นแล้ว เขาก็พร้อมจะให้อภัยทุกเรื่องกันแน่นะ...?

“กะ ก็...ก็เปล่า”

“ถ้างั้น ทัพขอกำลังใจหน่อยสิ” กองทัพพูดแบบนั้นแล้วพลิกร่างคนตัวเล็กให้หันไปหาเขาเอง ปั้นจั่นตาตื่นก่อนจะเผลอเบนหน้าหลบริมฝีปากหยักลึกของผู้ชายตรงหน้า เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยกอด ไม่เคยจูบ บางครั้งปั้นจั่นรู้สึกเขินอายมาก ๆ เวลาที่เผลอสบตากับกองทัพตรง ๆ สุดท้ายเรื่องระหว่างพวกเขาก็จะจบลงที่แค่เพียงจูบกันเสมอมา...

“...”

“…” กองทัพถอนหายใจแล้วตีหน้านิ่งเรียบ เขาแค่นหัวเราะหึเหอะในลำคอแค่เท่านั้น ก่อนจะลากนัยน์ตาสีสวยมามองใบหน้าสะสวยของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนตัวเอง แต่ปั้นจั่นกลับไม่เคยให้มากกว่าสถานะพวกนั้นด้วยซ้ำ

น่าเบื่อจริง ๆ นั่นแหละ...

“ช่างเถอะ แค่กอดก็พอแล้ว” นาน...กว่าเขาจะแสร้งยิ้มบาง ๆ แล้วพูดประโยคนั้นออกมา เด็กหน้าใสเม้มริมฝีปากตัวเองแนบแน่นพร้อมกับมองร่างสูงที่กำลังเดินออกจากห้องไป จนกระทั่งประตูห้องปิดสนิท...

ที่ไม่อยากจูบเมื่อกี้ก็เพราะว่ากลิ่นน้ำหอมผู้หญิงมันชัดเกินไปไงเล่า!

“ทัพ...” เสียงใส ๆ เปรยขึ้นเพียงลำพังภายในห้องสี่เหลี่ยมอ้างว้างนี่...

ปั้นจั่นรู้ ว่าตัวเองเอาแต่ใจ นิสัยก็แย่ แต่ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะกองทัพเคยตามใจเขาไม่ใช่รึไงล่ะ...? ตอนนี้ความรู้สึกแปลก ๆ พวกนี้นั่นก็คงเป็นเพราะว่าปั้นจั่นเริ่มรู้สึกแล้วนิด ๆ กองทัพน่ะ...เปลี่ยนไปมาก...

ส่วนตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่แพ้กลับมา

ได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น...

ครึ่งชั่วโมงถัดมา...

เพื่อนของกองทัพคนหนึ่งเดินมาตามปั้นจั่นที่ห้อง เพื่อที่จะให้ไปดูเกมบ้าบอ พวกเขาแข่งกันเพื่อความสนุกสนาน แต่หลังจากจบเกมนั้น ชีวิตของปั้นจั่นจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้...แน่นอนว่าเด็กคนนั้นก็ยังคงหวั่นกลัวต่อให้กองทัพยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะไม่มีทางแพ้คิรินทร์ก็ตาม

ตอนนี้ปั้นจั่นนั่งติดข้างสนามกับเพื่อน ๆ และกลุ่มคนที่เชียร์กองทัพก็มีอยู่มากพอ ๆ กับกลุ่มคนที่เชียร์คิรินทร์ เหมือนกับพวกเขาสองคนเป็นที่รู้จักของคนพวกนี้ ฟังจากเสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงตะโกนเรียกชื่อคนสองคนแข่งกับเสียงรถแล้ว... ต่อให้ไม่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเดิมพันแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วปั้นจั่นจะต้องพบเจอกับอะไร หรือถ้ากองทัพชนะแล้วผู้ชายคนนั้นจะยอมบอกหรือไงว่าฟีรอสพาตัววินเนอร์ไปที่ไหน...

“กลัวเหรอ?” เพื่อนของกองทัพคนหนึ่งที่นั่งข้าง ๆ ปั้นจั่นหันมาถามยิ้ม ๆ ปั้นจั่นนั่งหน้าเครียดจนกระทั่งเผลอกำมือตัวเองแน่น เด็กคนนั้นตวัดหางามามองติดหงุดหงิด ผู้ชายคนที่ตั้งคำถามที่รู้อยู่แก่ใจตัวเองอยู่แล้วขึ้นมาก็ทำแค่หัวเราะกลบเกลื่อน บทจะได้สานอะไรต่อเสียงดังกระหึ่มของรถแข่งกับคนโห่ร้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน รถสีแดงกับสีน้ำเงินที่กำลังบดเบียดล้อลงกับถนนทำให้เกิดฝุ่นควันจำนวนมหาศาล ราวกับรถสองคันนั้นกำลังจะข่มขู่กันอยู่ และแน่นอนว่าทุก ๆ อย่างมันทำให้ปั้นจั่นเผลอกลืนน้ำลายลงคอ เขากลัว...กลัวไปหมดทุกอย่างแล้ว

สิ้นเสียงปล่อยสัญญาณ รถทั้งสองคันก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ปั้นจั่นใช้สายตามองตามรถเกือบไม่ทัน ตอนนี้เขาได้แต่นั่งเงียบ...แม้ว่าเสียงเชียร์และเสียงกระหึ่มของรถยนต์จะดังก้องกังวานไปทั้งสนามแข่งก็ตาม

เอี๊ยดดดด ปึง!

เฮือก!

รถยนต์คันสีแดงคือรถที่กองทัพขับอยู่ ตอนนี้มันกำลังไล่เบียดรถยนต์อีกคันด้วยความเร็วที่ทำให้คนดูสนุกสนานกันยกเว้นปั้นจั่นเพียงคนเดียว แม้จะรู้ว่าสิ่งที่กองทัพทำมันผิด แต่เพราะยังไงก็อยากให้คนชนะคือกองทัพ เขาถึงพยายามไม่มองเรื่องนั้น ที่กองทัพทำมันอาจจะอันตรายต่อชีวิตคิรินทร์ด้วยซ้ำ กองทัพแซงคิรินทร์ขึ้นมาในระยะที่ห่างพอสมควร ส่วนคิรินทร์เพราะโดนกระแทกจัง ๆ เมื่อครู่นี้ ทำให้เขาเกิดเสียหลักไปนิดหน่อย แต่ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ เขากลับวิ่งไล่รถของกองทัพขึ้นมาด้วยความเร็วแสง ทั้งคู่ขับเบียดกันซ้ายขวา มันทั้งน่ากลัวและอันตราย แต่คนที่เชียร์พวกเขากลับดูตื่นเต้นกันจนต้องลุกขึ้นยืนดู

ในเวลาไม่นานนัก...ไม่กี่เมตรข้างหน้าคือเส้นชัยที่วางกันเอาไว้ในคราแรก รถของกองทัพวิ่งฉิวเฉียดนำขึ้นไป เสียงร้องโห่คิรินทร์ดังขึ้นกระหึ่ม ดูจากตรงนี้ต่างคนต่างรู้ว่ารถยนต์คันที่จะวิ่งเข้าเส้นชัยคือรถของกองทัพ!

จนกระทั่ง... เสียงล้อบดกับถนนดังขึ้นมากกว่าเดิม วินาทีนั้นทุกคนในสนามฝั่งที่เชียร์คิรินทร์ก็กรี๊ดกร๊าดกันราวกับว่าเจออะไรที่ถูกใจเป็นอย่างมาก

“ไม่นะ! กองทัพ!!!” ทุกอย่างพลิกผันอย่างรวดเร็ว หลังจากที่รถของคิรินทร์เสียหลัก กระทั่งโดนแซงนำไป แต่เขากลับเปิดเทอร์โบและซูเปอร์ชาร์จพุ่งเข้าเส้นชัยอย่างรวดเร็วด้วยเวลาแค่ไม่กี่วินาที!!!

ปั้นจั่นอึ้งค้างอยู่ท่านั้น... และใช่... คนที่ชนะคือคิรินทร์

‘เอาสิ ถ้ามึงชนะ... กูยอมยกเมียให้มึงเลย’

คำพวกนั้นลอยเข้าสมองทีละประโยคอย่างเชื่องช้า... เด็กคนนั้นขมวดคิ้วจนยุ่ง ไม่รู้ว่าต่อไปต้องเผชิญกับอะไรด้วยซ้ำ อยากลุกขึ้นและเดินหนีแต่เหมือนเรี่ยวแรงมันเหือดหายไปหมดแล้วกับการแพ้อย่างราบคาบของกองทัพ คนที่มั่นใจหนักหนาว่าตัวเองจะต้องชนะกลับมา แค่คิดว่ากองทัพพูดแบบนั้นออกไปเพื่ออะไรมันก็เจ็บปวดไปหมด... ปั้นจั่นนิ่งไปสักพัก พอชะเง้อลงไปดูที่ถนนด้านล่างก็พบว่าคิรินทร์ขับรถมาจอดตรงหน้าเขาแล้ว ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูลงมาจากรถ เพียงเท่านั้นเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาก็ดังก้องสนามแข่ง แต่อะไรก็คงไม่เลวร้ายเท่ากับที่คิรินทร์เงยหน้าขึ้นมาจ้องที่ปั้นจั่น เขาแสยะยิ้มร้ายกาจส่งให้...ยิ้มในแบบของเขา แม้จะเข้าตาหลาย ๆ คนแต่ปั้นจั่นกลับมองว่ามันน่ารังเกียจที่สุด!

“ปั้น!” เสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นที่ด้านหลัง และนั่นมันทำให้ปั้นจั่นได้สติ เขาละสายตาจากคิรินทร์ก่อนจะหันกลับไปมองพบว่าคือกองทัพที่วิ่งขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ ในจังหวะที่กำลังจะลุกไปหากองทัพก็มีคนมากระชากต้นแขนปั้นจั่นเสียก่อน

“อะไร ๆ มึงจะพาเด็กเฮียกูหนีเหรอ ไอ้ทัพ!” ผู้ชายคนนั้นบีบต้นแขนปั้นจั่นไว้จนมันปวด เด็กคนนั้นเบ้หน้าทันที พยายามจะสะบัดให้หลุดแต่ทว่ากว่าที่จะมีใครได้พูดอะไร เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ของคิรินทร์ก็ดังแทรกฝูงคนมา...

“รักษากฎหน่อยดิวะ ไอ้เด็กเวรทัพ...ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกกูไม่เตือน” เขาเดินแทรกเข้ามากลางวงล้อม ในขณะที่ลูกน้องเขายังรั้งต้นแขนปั้นจั่นเอาไว้อยู่ พอเห็นคิรินทร์เดินมาผู้ชายคนนั้นถึงได้ปล่อย ปั้นจั่นอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปหากองทัพ แต่คิรินทร์ไวกว่าเขาคว้าเอวเล็กไว้ทันก่อนที่จะกอดรัดมันเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว

“กูจะทำเป็นไม่เห็นเรื่องเมื่อกี้แล้วกัน ส่วนเด็กคนนี้...” คิรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงติดกวนพร้อมหันหน้ามาระบายยิ้มบาง ๆ ให้ปั้นจั่นที่กำลังดิ้น ตะโกนโวยวายออกมาสุดพลังที่มี

“มึงบอกเองนะทัพ ว่าจะยกให้กูเล่นด้วย”

“พี่คิงส์...กูว่าเรามาตกลงกันใหม่เถอะ กูขะ-”

“พอดีว่ากูรีบว่ะ ไม่มีเวลามาแลกของเล่นกับมึงหรอกครับ เด็กน้อย...” เขาพูดท่าทางอารมณ์ดีด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ายังไง ๆ กองทัพก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งที่พยายามจะชนะเขาให้ได้ในสักวัน...อืม ใช่ มันก็คงจะมีสักวันนั่นแหละ แต่แค่ยังไม่ใช่วันนี้หรือเร็ว ๆ นี้หรอกว่ะ...

“ไอ้คิงส์!!!”

“ทำไม มีปัญหาอะไรวะ!” เขาสวนกลับทันที แล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ริมฝีปากบนใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มนิดๆ ก่อนจะชำเลืองหางตามาที่เด็กน้อยกำลังดิ้นไปมา ทั้งต่อต้านและพยศ... กองทัพมองไปที่ปั้นจั่นสีหน้าเครียดจัด เขารู้ว่าต่อกรกับคิรินทร์ซื่อ ๆ หน้าไม่ได้

ยกเว้นแต่ว่า...

ตอน 3

KEEP IN CAGE 2

กองทัพคิดแผนในใจเงียบ ๆ ...ในระหว่างที่คิรินทร์กอดรัดร่างกายเด็กตัวเล็กนิดเดียวไว้ในอ้อมกอด ภาพนั้นพอมองแล้วรู้สึกโมโหจนเลือดตาแทบกระเด็นออกมา กองทัพกำลังคิดว่าตัวเองพลาดอะไร... เขาก็แค่อยากให้ปั้นจั่นมองเห็นความสำคัญของตัวเขาเองก็เท่านั้น

“กูไปล่ะ แล้วอย่าเสือกทำแบบเมื่อกี้อีก ไม่งั้นมึงเจอกูแน่ ไอ้ทัพ” คิรินทร์พูดเสียงน่ากลัวแล้วยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้า กองทัพได้แค่ยืนมองนิ่ง ๆ เพราะลูกน้องของคิรินทร์ก็ล้อมเต็มไปหมด ถ้าเขาออกโรงตอนนี้ก็เกรงว่าอีกคนจะไม่ปลอดภัยไปด้วย เขาไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย

รู้...ว่าผิด มันพลาดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าไม่มีแผนสำรองเอาไว้ กองทัพไม่ยอมแน่ถ้าปั้นจั่นจะตกเป็นของคนอื่น ยิ่งกับไอ้คิงส์นี่แล้วล่ะก็... ไม่มีวันซะหรอก!

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...

ปั้นจั่นโดนรัดร่างข้ามาในรถยนต์คันหรูสีขาวซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นรถของคิรินทร์ ผู้ชายที่มีหน้าตาดึงดูดคนนี้เอาแต่เงียบตลอดทาง ขณะที่ปั้นจั่นเองก็พยายามคิดหาทางหนีตลอดเวลา เพราะไม่เคยต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต มันก็ยากที่จะบอกว่าไม่กลัวเลย...

คิรินทร์ดับเครื่องยนต์หน้าตึกสูง ๆ แห่งหนึ่ง ปั้นจั่นระแวงไปหมด มองนั่นมองนี่แล้วไม่คุ้นกับอะไรสักอย่าง ในหัวก็คิดว่ามีวิธีไหนบ้างที่พอจะช่วยให้รอดพ้นจากเรื่องบ้าบอคอแตกนี่ได้  แต่ถ้าพูดตามหลักความเป็นจริงแล้วคิรินทร์ไม่มีส่วนไหนที่ผิดเลยสักนิด คนที่ผิดคือกองทัพต่างหาก ผู้ชายคนนั้นเป็นคนทำให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น ด้วยการพูดประโยคพล่อย ๆ พวกนั้นออกมา ตอนที่พูดเขาคงนึกสนุกปากแต่คนที่ต้องได้รับผลกรรมเหล่านั้นมันก็คือ ปั้นจั่น คนเดียว!

“ลงมาสิ” คิรินทร์เดินอ้อมมาเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วพยักพเยิดหน้าเพื่อบอกให้ปั้นจั่นขยับตัวสักที เด็กบ้านี่นั่งแข็งเป็นไม้อยู่นานแล้วเถอะ ปั้นจั่นมองคิรินทร์ด้วยสายตาหวาดระแวง คิรินทร์คงรู้จักเด็กคนนี้น้อยเกินไปล่ะมั้งถึงได้มั่นใจว่าปั้นจั่นจะยอมเชื่อฟังในสิ่งที่เขาพูดหรือสั่งกันง่าย ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ปั้นจั่นจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตาม

“ก็หลบไปสิ!”

“...” คิรินทร์เอียงคอมองนิ่ง สายตาของเขาไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ เพราะเริ่มที่จะอารมณ์ไม่ดีแล้วนิด ๆ เขาจ้องหน้าอีกคนเพื่อบอกว่าอย่าได้คิดตุกติก เขาไม่มีความผิดอะไรทั้งนั้น คนชนะเกมนั้นมันก็คือ เขา!

“ละ หลบ...อย่ามาจับ!!!”

พรึ่บ!!

“อย่าเล่นตัวให้มากนัก ถ้าไม่อยากโดนเอาคารถก็ตามกูมาดี ๆ ” เขากระชากข้อมือเด็กคนนั้นให้ลงมาจากรถในครั้งเดียว พละกำลังของคิรินทร์เยอะมากจนปั้นจั่นตกใจ ตอนที่พูดเขาก็จ้องลึกเข้ามาในดวงตาปั้นจั่นแบบไม่หลบสักนิด อีกทั้งเสียงเมื่อกี้มันก็แหบต่ำซะจนน่ากลัว เขาดูเหมือนเป็นคนละคนกับที่นสนามรถแข่งไปเลย ปั้นจั่นกลืนน้ำลายลงคอ ร่างกายมันสั่นนิด ๆ คล้ายกับอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ทว่าน้ำตามันไม่ยอมไหล

“อึก! อย่าทำอะไรเราเลยนะ…” ปั้นจั่นสะบัดตัวออกจากเขา แล้วก้าวถอยหลังหนีให้ห่าง ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาพนมเข้าหากันแล้วพูดเสียงอ่อนเพื่อขอร้องเขา คิรินทร์ค่อย ๆ หันกลับมาสีหน้าแสดงชัดว่าหงุดหงิดแต่พอหันมาเจอเด็กจอมพยศคนเดิมคนนั้นมันหายวับไปแล้ว ก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย เขายิ้ม...ยิ้มอย่างกับคนที่เหนือกว่าและค่อย ๆ สาวเท้าเดินเข้ามาหาปั้นจั่นที่ยืนไหว้เขายิก ๆ

“ทำไมล่ะ กลัวเหรอ?” ถามเหมือนคนใจดี แต่ปั้นจั่นรู้ว่ามันลวงโลกแค่ไหนอยู่...เขาไม่ได้โง่ดักดานถึงกับไม่รู้ว่าคิรินทร์พามาที่นี่ทำไม พามาทำอะไร ได้แต่หวังว่าเขาจะยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง...

“คะ ครับ... ปะ ปั้นไม่ชอบ ปล่อยปั้นไปเถอะนะ”

“พูดเหมือนไม่เคย”

“...” คำตอบคือการส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว แค่เท่านั้น ก็สร้างรอยยิ้มจากใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าตั้งใจสรรค์สร้างผู้ชายคนนี้ขึ้นมา คิรินทร์เหยียดยิ้มร้ายกาจเขาใช้ฝ่ามือไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวเล็กของปั้นจั่นอย่างชอบใจก่อนจะโน้มลงไปกระซิบใกล้ ๆ ใบหูขาวสะอาดด้วยประโยคที่ทำให้เด็กคนนั้นหน้าแดงขึ้นมาด้วยความโกรธสุดขีด!

“งั้นขอเป็นคนแรก...ก็แล้วกัน”

ผลั่ก!

“อย่ามายุ่งกับเรา ไอ้บ้า!!!” ตะโกนออกมาสุดเสียงแล้วก็ผลักอกเขาอย่างแรง คิรินทร์สบถคำหยาบเป็นภาษาอังกฤษหนึ่งคำแล้วมองเด็กอวดดีคนนั้นที่คิดว่าจะวิ่งหนีเขาพ้น เขาวิ่งตามไปแค่ไม่กี่ก้าวก็กระชากตัวเด็กนั่นกลับมาหาเต็มแรง ปั้นจั่นกำลังจะอ้าปากก่นด่าสารพัดคำร้าย ๆ แต่กลับโดนริมฝีปากสีคล้ำของคิรินทร์บดจูบลงมาเสียก่อน!

“อื้ออ!!!” ปั้นจั่นตกใจ แล้วก็ได้สติในที่สุด ฝ่ามือเล็กไล่ทุบตี ตบเขาพยายามต่อต้านแต่ก็ทำไม่ได้สักที คิรินทร์ใช้มือข้างหนึ่งบีบปลายคางเรียวแน่น เขาบีบกระพุ้งแก้มอีกคนจนรู้สึกเจ็บ บังคับให้โพรงปากเล็ก ๆ เปิดเผยอให้เขาฉกฉวยความหวานจากหลีบปากที่ชอบด่าแสบ ๆ นั่น โดยไม่สนใจสายตาของลูกน้องสองสามคนที่ยืนคุมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ปลายลิ้นที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นบุหรี่ยี่ห้อดังไล่ต้อนลิ้นเล็กที่พยายามหลีกหนีไปทั่ว ฝ่ามือของเด็กคนนั้นยังกระหน่ำประทุษร้ายเขาได้ตลอด...

“หวานว่ะ”

“ฮึก! อะ ไอ้ชั่ว!!! ปล่อยเรา! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เด็กตัวเล็ก ๆ คนนั้นพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากพันธนาการณ์ของคิรินทร์ ชายร่าสูงโปร่งกลั้วหัวเราะในลำคอ เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิรินทร์ทนไม่ไหว เขาก้มลงไปแบกคนตัวเล็กพาดบ่าง่าย ๆ แล้วเดินหันหลังเข้าเพนส์เฮ้าส์ส่วนตัวของเขาเองทันที

“แค่นี้เรียกชั่วแล้วเหรอวะ เดี๋ยวหลังจากคืนนี้ไปหนูเตรียมด่าพี่ว่าโคตรชั่วได้เลยครับ หึ ๆ” เขาพูดเสียงเรียบ เหยียดยิ้มร้ายโดยที่ปั้นจั่นไม่มีทางได้เห็นมัน เด็กคนนั้นใช้กำปั้นเล็ก ๆ ทุบแผ่นหลังเขาและดีดขาไปมา หัวที่ห้อยโตงเตงอยู่มันทำให้เวียนหัว หน้ามืดไปชั่วขณะ ในขณะเดียวกัน แสงสว่างวาบจากรถยนต์คันหนึ่งก็สาดเข้าตาและขับเข้ามาด้านในทั้ง ๆ ที่ลูกน้องของคิรินทร์ก็ยืนกันอยู่ ต่างพากันหลบรถแทบไม่ทัน บางคนก็โดนเฉี่ยวกระเด็น คนในรถ มันไม่สนว่าจะชนใครเลยเถอะ!

บรื้นนนน!!!

“เวรเอ๊ย!” คิรินทร์สบถตอนที่หันกลับมามองแล้วรู้ได้ในทันทีว่าใคร ก็แค่ไอ้เด็กสารเลวกองทัพที่หวงของ บอกจะให้ยืมแล้วตามมาทวงทำเวรอะไรวะ!

ปึก!

เอี๊ยดดด!

รถคันนั้นจอดตรงหน้าคิรินทร์แค่ไม่ถึงห้าเซนติเมตร มันเกือบจะชนเขาด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าบนบ่ายังมีเด็กของมันห้อยหัวอยู่ ปั้นจั่นร้องออกมาสุดเสียงเพราะคิดว่าจะชนแน่ ๆ เขาอึ้ง ตกใจกลัวจนเงียบค้างไป กองทัพลงมาจากรถด้วยสีหน้าอยากฆ่าคนเต็มที กระชากตัวเด็กคนนั้นมากันไว้ข้างหลังแล้วในจังหวะเดียวกันก็หันกลับมาซัดคู่อริด้วยหมัดหนัก ๆ คิรินทร์หันใบหน้าที่มีเลือดซึมตรงมุมปากกลับมาก่อนจะได้มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น กองทัพก็ยกเท้ายันกลางลำตัวคิรินทร์อีกครั้ง เขาเสียหลักแล้วล้มลงไป กองทัพกระชากปืนสั้นขึ้นมาเล็งไปที่ตัวรุ่นพี่ที่ยังไง ๆ ก็ไม่มีวันญาติดีกับมัน!

“ก็กูบอกว่ากูไม่ให้ ถ้ามึงลุกขึ้นมา กูยิง!”

“อะไรของมึงไอ้เด็กเหี้ย กูชนะมึงบอกว่าจะใช้เด็กนั่นเป็นของเดิมพันแล้วเสือกบ้าอะไรวะ!!!”

“กูไม่ให้ปั้นแล้ว มึงจะเอาเท่าไหร่บอกมาแลกกับตัวเมียกู”

“เมีย? ฮ่ะ ๆ อย่ามาพูดให้ขำ เด็กมันบอกกูแล้วว่ามันยังซิง...กล้าพูดนะมึง เอาปืนลงด้วย ไอ้สัสนี่…”

“อย่าเสือกเรื่องของกู คิงส์ เรื่องเงินกูจะโอนยัดในบัญชีมึงให้ ส่วนปั้นจั่นไม่เกี่ยวอีก ฟังและจดเข้ากบาลมึงด้วย…” กองทัพกดเสียงต่ำ เขาจ้องหน้าคิรินทร์เขม็ง อยากจะลั่นไกใส่มันจริง ๆที่บังอาจมาแตะต้องคนของเขา ถึงอย่างนั้นตอนนี้กองทัพคิดว่าเขาควรจะพาปั้นจั่นออกไปจากตรงนี้เสียก่อนที่คนของคิรินทร์จะแห่กันมา ตอนนี้มันตัวคนเดียวก็ถือว่ากองทัพยังโชคดีไป...

กองทัพขับรถออกมาจากพื้นที่ของคิรินทร์ด้วยความเร็วแสง... เด็กข้าง ๆ กายนั่งนิ่งและเงียบ ปั้นจั่นขอบตาแดงก่ำแม้ว่าตอนนี้จะโล่งใจที่ไม่ได้ตกเป็นของใครแต่ทำไมหัวใจมันยังเจ็บมากอยู่ดี

“พามาที่นี่ทำไม เราจะกลับบ้านของเรา” พอรถจอดหน้าบ้านของกองทัพซึ่งไม่ใช่ไม่เคยมาแล้วปั้นจั่นก็ปริปากพูดแต่ไม่มองหน้ากองทัพด้วยซ้ำ แค่ไม่อยากจะมอง...

“คุยกันก่อน”

“เราไม่มีอะไรจะคุย!”

“ปั้นครับ...ทัพขอร้อง ฟังทัพนะ ทัพรู้ว่าทัพผิด...ผิดไปแล้วจริง ๆ ทัพขอโทษ” กองทัพพูดเสียงอ่อนปนขอร้องให้ช่วยฟัง ปั้นจั่นเลือกที่จะหันหน้าออกไปมองนอกรถแทนที่จะหันไปหาเขา ให้อภัยและบอกว่าไม่เป็นไรเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...

ครั้งนี้กองทัพทำเกินไปแล้วจริง ๆ

“…”

“ปั้นให้ทัพไถ่โทษด้วยวิธีไหนก็ได้ แต่ไม่เอาแบบนี้ ทัพโง่เองที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ปั้นก็เห็นใช่ไหมครับว่าทัพไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรปั้นแน่...” กองทัพรั้งใบหน้าสะสวยให้หันกลับมามองหน้ากัน ปั้นจั่นเงียบ ปล่อยให้ความคิดบางอย่างมันค่อย ๆ ทำงานช่วยกันช้า ๆ เพราะว่าเขารักกองทัพบางส่วนถึงให้อภัยไปแล้วเกือบครึ่ง พอหันมามองหน้าเขายิ่งทำให้อ่อนไหวมากกว่าเดิมเสียอีก ทั้งรู้สึกโกรธ โมโหแต่ก็ยังรักเหมือนกัน บางครั้งปั้นจั่นก็หงุดหงิดที่เขาใจอ่อนให้กองทัพแบบนี้ง่าย ๆ หงุดหงิดที่ต้องแบกรับความรู้สึกพวกนี้เอาไว้...

“นะครับ... ทัพขอโทษ ดีกันนะ”

“ขอโทษอีกแล้วเหรอทัพ”

“ทัพรู้ว่าทัพผิดไง คนทำผิดแล้วรู้จักการขอโทษก็ควรที่จะได้รับการให้อภัยไม่ใช่เหรอ? ให้อภัยทัพเถอะนะปั้น ทัพผิดไปแล้วครับ...” สีหน้าของกองทัพเว้าวอน อ้อนวอนด้วยคำพูดเพราะ ๆ เขารั้งปั้นจั่นไปกอดจมแผงอกเพราะเห็นน้ำตาใส ๆ คลอหน่วยตาแล้วมันทำใจไม่ได้ กองทัพรู้สึกทำอะไรไม่ถูกได้แต่กอดปลอบและลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มไปมาอยู่แบบนั้น เขาแค่คิดว่าเบื่อและเราควรจะอยู่ห่างกัน แต่เพราะว่ากองทัพยังรักปั้นจั่นอยู่เลยทนเห็นปั้นจั่นไปกับคนอื่นไม่ได้

อืม... เขาพลาดเองแหละ โง่เง่าที่สุด...

“ฮึกก ฮะ อึก...เรากลัว ฮืออ”

“ขอโทษ”

“ฮึกก” ปั้นจั่นไม่พูดอะไรต่ออีก เอาแต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะว่ายังกลัวเรื่องที่คิรินทร์ทำอยู่และที่ร้องออกมาเพราะมันรู้สึกเจ็บปวดภายในใจลึก ๆ อยู่เหมือนกัน เขารักกองทัพถึงได้เป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องยอมไปจนถึงเมื่อไหร่ ทุกครั้งที่ทำผิดก็แค่พูดว่าขอโทษงั้นเหรอ มันง่ายดีนะ...ว่าไหมล่ะ?

พอเริ่มเบื่อกองทัพก็แค่พูดง่าย ๆ ว่าขอห่างสักระยะ พอทำให้ร้องไห้ก็มาโอ๋ มากอดแล้วบอกว่าขอโทษ เรื่องมันจะวนไปวนมาแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ แถมเมื่อกี้คิรินทร์... คิรินทร์ก็ยังมาจูบกันอีกเพราะรู้สึกผิดกับเรื่องนั้นด้วยถึงยอมให้กองทัพง่ายดาย ถ้าบอกไปมีหวังเรื่องใหญ่แน่นอน...

“วันนี้นอนกับทัพนะ พรุ่งนี้ทัพจะพาปั้นไปทานก๋วยเตี๋ยวร้านที่ปั้นชอบด้วย พาปั้นไปดูหนังและกินไอศกรีมเยอะ ๆ เลยดีไหม?” กองทัพดันตัวปั้นจั่นออกแล้วยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เบา ๆ เขาพูดแต่เรื่องที่ปั้นจั่นชอบเพราะรู้ว่าถ้าพูดและทำแบบนี้ อีกสักพักปั้นจั่นต้องยิ้มและยอมใจอ่อนให้แน่ ๆ

“ฮึก... อื้อ…”

เห็นไหมล่ะ...

เรื่องมันก็ง่าย ๆ แค่นี้...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED