รถเก๋งญี่ปุ่นสีขาวคันเล็กเปิดไฟเลี้ยวแล้วหมุนพวงมาลัยหักเข้าจอดเทียบที่หน้าบ้านหลังสุดท้ายในซอยของโครงการ บ้านจัดสรรชื่อดังแห่งหนึ่งแถบชานเมือง
ประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออก ร่างเล็กบอบบางผิวขาวจัดอย่างคนมีสายเลือดแผ่นดินใหญ่จากฝั่งพ่อ สวมเชิ้ตขาว ทับด้วยสูทสีแดง กระโปรงสอบแค่เข่าสีเดียวกับสูทซึ่งเป็นเครื่องแบบของบริษัท ใบหน้าสวย นัยน์ตาคมหวานจากทาง ฝั่งแม่ที่มีเชื้อสายมอญ หากบัดนี้ดวงตานั้นฉายชัดถึงความหงุดหงิดตึงเครียด คิ้วได้รูปขมวดมุ่น เธอยืนกอดอกจ้องมองผ่านประตูรั้วเข้าไปในบ้านด้วยความหงุดหงิดเต็มทน
ลิวาดา หรือหลิว คือชื่อของเธอ
ปีนี้เธออายุย่างยี่สิบหก พ่อของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสี่ปี ที่แล้ว หลังจากนั้นเมื่อต้นปีแม่ก็แต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติวัยเกษียณคนหนึ่งที่ชื่อลุงเท็ด เขาเคยแต่งงานกับสาวไทยและเลิกรากันไปหลายปี มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนอายุน้อยกว่าเธอหกปีที่ชื่อ แดเนียล
ลุงเท็ดจัดได้ว่าเป็นชาวต่างชาติที่พอมีพอกินค่อนไปทางร่ำรวย เขาซื้อบ้านหลังใหญ่ในโครงการมีชื่อเสียงแล้วพาแม่กับเธอเข้ามาอยู่ด้วย และให้แม่ของเธอลาออกจากงานพนักงานบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อมาดูแลเขาพร้อมให้เงินเดือนใช้ซึ่งมากกว่าเงินเดือนเดิมของแม่ถึงสามเท่า หลิวเองยินดีที่ แม่จะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตและคอยดูแล และลุงเท็ดก็ดีกับท่านเหลือเกิน เรื่องเหมือนจะจบอย่างมีความสุขเช่นในนิยาย แต่กลับมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นจนกระทั่งเธอไม่สามารถอยู่ร่วมชายคาเป็นครอบครัวที่นี่ได้ตามที่แม่ต้องการ
ทั้งหมดทั้งมวลมีสาเหตุมาจากไอ้เด็กลูกครึ่งตัวเท่าควายคนนั้น คนที่มีฐานะเป็นน้องชายต่างสายเลือดของเธอ
แดเนียล หรือนายแดนตัวแสบนั่น
“ หลิว เข้าไปดูบ้านให้แม่หน่อยนะลูก ไปนอนวีคละครั้งก็ยังดี เข้าไปสักวันศุกร์ ค้างสักคืน เสาร์เย็น ๆ ค่อยกลับ แม่กับลุงเท็ดต้องบินไปบ้านลุงที่ต่างประเทศเพื่อจัดการเอกสารภาษีบางอย่างและถือโอกาสไปเยี่ยมญาติด้วยสักสองเดือน แดเนียลอยู่บ้านคนเดียว ”
นั่นคือคำวอนขอแกมบังคับของผู้เป็นแม่ที่โทรหาเธอ ทั้งที่บ้านหลังเบ้อเริ่มนี้ตั้งอยู่ในโครงการอันมีชื่อ บริการจากส่วนกลางนั้นมีทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน ทว่า สิ่งเหล่านั้นอาจไม่สามารถป้องกันเรื่องวุ่นวายจากคนที่อยู่ ในบ้านได้
แดเนียลอยู่บ้านคนเดียว นั่นมันคือเหตุผลวายป่วงที่เธอต้องมาที่แห่งนี้ทั้งที่ไม่อยากเหยียบย่างมาอีกแม้สักครั้ง
“ เด็กนั่นมันจะเผาบ้านหรือไงล่ะแม่ ถึงต้องให้หลิว ไปดูด้วย ” นั่นคือสิ่งที่เธอถามประชดประชัน และคำตอบที่แม่ให้กลับมาคือ
“ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรถึงขั้นนั้น แดนอาจจะมีเกเรเสเพลบ้างตามประสา มีจัดปาร์ตี้บ้างอะไรบ้าง แม่แค่กลัวว่าจะเละเทะเกินเลยไปสักหน่อย เอาน่า ก็แค่ไปดูน้องบ้างจะเป็นไรไป ไหน ๆ ก็เป็นพี่เป็นน้องกันแล้ว ”
ใครอยากจะเป็นพี่เป็นน้องกับนายนั่นกันล่ะ !
เธอแย้งอยู่ในใจ
“ แดนน่ะเป็นเด็กดีนะหลิว แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมหลิวต้องมองน้องในแง่ร้ายขนาดนั้น อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยทำอะไรให้ลุงเท็ดกับแม่เดือดร้อน ”
เด็กดีงั้นเหรอ !?
แต่จะโทษแม่ก็ไม่ได้ เพราะท่านไม่ได้เจออย่างที่เธอเจอกับแดเนียลนี่นา เด็กนั่นมันร้ายเกินอายุ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าหวานก็ร้อนวูบ สลัดศีรษะตัวเองแรง ๆ เพื่อหวังขับไล่ความรู้สึกบ้า ๆ นั้นให้หลุดหายจากความทรงจำเสียที
ความรู้สึกที่น้องชายต่างสายเลือดคนนั้นตราตรึงไว้บนร่างกายของเธอในคืนนั้น !
“ หลิว ฟังแม่อยู่หรือเปล่า ทำไมเงียบ ” ปลายสาย ส่งเสียงเรียกเมื่อไม่มีการตอบรับจากลูกสาว เธอรีบดึงตัวเองให้พ้นจากภวังค์ทันที
“ อยู่จ้ะแม่ อยู่ โอเค เดี๋ยวหลิวเข้าไปดูให้ แม่ไม่ต้องห่วงนะ เดินทางปลอดภัยเที่ยวให้สนุก ฝากบอกลุงเท็ดด้วย ”
“ ขอบใจมากนะลูก ”
ลิวาดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหยิบกุญแจบ้านที่ ลุงเท็ดเคยให้ไว้อีกชุดหนึ่งขึ้นมา กดรีโมทประตูรั้วก่อนกลับเข้าไปในรถแล้วขับเข้าไปจอดที่โรงรถ มุ่นคิ้วอีกครั้งเมื่อเห็นรถยนต์ยี่ห้อแพงสองคันจอดอยู่ก่อนแล้ว
ไอ้เด็กเวรนั่นคงจะนัดเพื่อนมามั่วสุมกันล่ะมั้ง !
ลิวาดายืนนิ่งราวกับกำลังรวบรวมความกล้า นึกโมโหเมฆ ชายคนรักที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันแต่คนละแผนก เธออยู่แผนกการเงิน เมฆอยู่แผนกทรัพยากรบุคคล ฝ่ายจัดอบรม เขามักจะต้องออกเดินทางไปจัดอบรมตามสาขาอื่นเสมอ และคราวนี้ก็ติดสัมมนาเลยมาเป็นเพื่อนไม่ได้
“ ไปเถอะหลิว เท่าที่เคยเจอ แดเนียลเค้าก็ดูไม่มีพิษ มีภัยอะไรนี่นา ออกจะเฟรนด์ลี่ด้วยซ้ำไป ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลยนี่ ” นั่นคือคำตอบจากคนรัก แน่นอนว่าเขาไม่เคยระแคะระคายเรื่องราวน่าละอายระหว่างเธอกับน้องชาย ต่างสายเลือดมาก่อน
หวังไหว้วานให้เพื่อนสนิทในแผนกอีกคนที่ชื่อ วิว มาด้วย หล่อนก็ดันติดธุระเสียได้
ลิวาดาเปิดประตูแล้วเดินอย่างเงียบกริบเข้าไปในบ้าน ทันทีที่ประตูถูกเปิด เสียงเพลงกระหึ่มราวอยู่ในผับบาร์ ก็กระแทกเข้ามาในโสตประสาท กลิ่นอะไรต่อมีอะไรคละคลุ้งไปหมดยากจะแยกแยะ ทั้งแอลกอฮอล์ ควัน และบางอย่างที่เธอไม่รู้จัก
หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างหงุดหงิด สาวเท้าไปหาต้นเสียง แล้วก็ต้องอ้าปากหวอเมื่อเลี้ยวซ้ายไปยังห้องโถงรับแขก ของบ้านกับภาพที่เห็นตรงหน้า
หญิงสาวหกคน ชายสี่คน นั่งบนพื้นบ้าง บนโซฟาบ้าง แต่ละคนอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยสวมเสื้อผ้าไม่ครบทุกชิ้น มีขวดแอลกอฮอล์ทั้งเบียร์เหล้าตั้งอยู่ตรงกลางวงนับไม่ถ้วน
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจที่สุดคือชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ที่ยืนอยู่กลางวงในสภาพเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้าม แน่นหนั่นไปทุกส่วนสัดและรอยสักสวยรูปงูพันดอกไม้สีม่วงดอกเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่เธอไม่รู้จักที่อกด้านขวา
เขาเงยหน้าขึ้นมองแขกไม่ได้รับเชิญคนใหม่ที่เพื่อน คนอื่น ๆ ไม่รับรู้การมาถึงเพราะมัวแต่โฟกัสอยู่ที่การสูบและ ดื่มกิน ทั้งเสียงเพลงดังลั่นนั้นด้วย
มุมปากได้รูปแสยะยิ้มนิด ๆ มือซ้ายเอื้อมไปเสยปอยผมที่หล่นมาปรกหน้าผากขึ้น สองดวงตาคมสีอำพันของเขาจ้องมองมายังผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาว ก่อนจะปลดตะขอตามด้วย รูดซิปกางเกงยีนส์แล้วดึงมันลงช้า ๆ
ลิวาดาอ้าปากค้าง เอวกางเกงค่อยเลื่อนลงต่ำ ไรขน สีดำที่เห็นประปรายในตอนแรกเริ่มหนาขึ้นเมื่อเขาดึง ขอบกางเกงยีนส์เลื่อนต่ำลง
มันต่ำเกินไปแล้ว !
และเจ้าของมันยังไม่ยอมหยุด ขอบกางเกงยีนส์ถูกรูดลงผ่านต้นขากำยำ ลำเอ็นใหญ่ยาวอวบอ้วนดีดผึงเป็นอิสระ มันแข็งคัดจนกระทั่งขนานไปกับหน้าท้องที่แน่นขนัดไปด้วยแผงกล้ามทั้งหกลอนนั้น
อกซ้ายของลิวาดาถูกหัวใจกระแทกจนแทบจะแตกระเบิด ทั้งโกรธ ทั้งตกใจ ทั้งอาย ถาโถมประดังประเดไปหมด แต่ดูเหมือนจะมีเธอคนเดียวที่เห็นมันเป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะสาว ๆ พวกนั้นบ้างก็ส่งเสียงเชียร์ บ้างก็กรีดร้องอย่างพึงพอใจ มีคนหนึ่งที่มีเพียงบิกินีปกปิดอยู่กำลังคลานเข้าไปหาชายคนนั้นก่อนจะเกาะขาเขา พรมจูบไปตามต้นขาสูงขึ้น ๆ หมอนั่น ไม่แม้แต่จะอ้าปากห้าม แต่กลับมองมายังลิวาดาด้วยรอยยิ้ม มุมปากราวกับกำลังเยาะเย้ย
“ กรี๊ดดดด ไอ้พวกบ้า บัดสีบัดเถลิง หยุดเดี๋ยวนี้ ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ! ”
เธอกรีดร้องออกมาอย่างหมดความอดทนก่อนจะหยิบหมอนอิงใกล้มือขว้างไปยังหญิงสาวผู้นั้น หล่อนตกใจและรีบถอยหลังกลับทันที ยังไม่พอ เธอยังคงหยิบอะไรก็ได้ที่ฉวยถึงขว้างปาไปยังคนเหล่านั้นพร้อมกับแหกปากไล่พวกเขาแตกตื่นตกใจรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวม พลางถามเพื่อนตัวการที่ยืนแก้ผ้านิ่ง ๆ ไม่ตระหนกตกตื่นอะไรกับใครทั้งสิ้น
“ แดน ใครวะ ! ”
“ หลิวไง ”
“ หลิวไหนเล่า คนบ้าหรือเปล่าเนี่ย ”
“ พี่สาวกูเอง ”
“ ออกไป๊ ออกไป๊ ! ”
เหตุการณ์ชุลมุนอลหม่านจนพวกนั้นไม่อยู่ซักถามอะไรต่อและพากันวิ่งวุ่นจากบ้านและขับรถหนีไปอย่างเร็วที่สุด ยังคงมีแต่คนหน้ามึนที่ยืนเปลือยเปล่าโด่เด่อยู่กลางบ้านอย่างไร้ยางอายที่สุด
หลังจากที่ไล่คนเหล่านั้นแตกกระเจิงไปแล้ว ลิวาดาก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเธอแดงก่ำร้อนผ่าวทันที ที่เห็นชีเปลือยยังยืนเฉย
“ ใส่เสื้อผ้าให้มันเรียบร้อย แดน ! ”
เธอตะคอกก่อนจะก้มลงเก็บทำความสะอาดที่ตรงนั้น หยิบรีโมทมากดปิดต้นกำเนิดของเสียงเพลงดังลั่น พยายาม ไม่ใส่ใจกับแผ่นหลังกว้าง บั้นท้ายตึงแน่นและสองขากำยำนั่น
“ ใส่ทำไม แบบนี้สบายดีออก ” เสียงทุ้มห้าวตอบอย่างยียวน นั่นราวกับเป็นการเติมเชื้อไฟให้คนที่โมโหจนตัวแทบระเบิดอยู่แล้ว
“ บอกให้ใส่ก็ใส่สิ ทำอะไรทุเรศบัดสีบัดเถลิง ที่นี่คือบ้านนะ ไม่ใช่สถานที่อโคจรที่นายจะเอาพรรคพวกบ้า ๆ มามั่วยามั่วเพศแบบนี้ ทำบ้าอะไรของนายฮะ ! ”
“ ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนั้น ก็แค่เล่นทายปัญหาแก้ผ้า ”
“ ทายปัญหาแก้ผ้าเนี่ยนะ ”
“ เออดิ ไม่เคยเล่นเหรอ ใครทายผิดก็ต้องดื่มเบียร์ หนึ่งขวดแล้วถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ”
“ เกมบ้าอะไรแบบนั้น ใครจะไปเคยเล่น รีบใส่กางเกงให้มันเรียบร้อย เดี๋ยวนี้ ! ” เธอตะคอกใส่ เขายิ้มที่มุมปาก ราวกับพอใจเหลือเกินที่เธอระบายอารมณ์ใส่ก่อนตอบกลับ เสียงเรียบ
“ จะใส่ได้ยังไง เจี๊ยวแข็งโด่ขนาดนี้ ”
เธอทั้งโมโหทั้งอับอายจนแดงก่ำไปทั้งตัวราวกับ ผลสตรอเบอรี่อันสุกงอม รีบหมุนตัวจะเดินหนีทันที
“ เออ ไม่ใส่ก็เรื่องของนาย หน้าด้านหน้าทน ประสาท แดก ” ทว่ามือแข็งแรงคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอเอาไว้
“ ไม่คิดจะรับผิดชอบกันหน่อยเหรอ ”
“ รับผิดชอบอะไร ”
เขาไม่ตอบแต่กระชากเธอจนปลิวหวือไปปะทะกับ แผงอกกว้าง ท่อนลำร้อนระอุนั้นเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอทันที !
“ แดน ทำอะไรน่ะ ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้นะ ปล๊อย ! ”
เธอดิ้นรนเอาตัวรอดพลางตวาดเขาปากคอสั่น แต่มัน ไม่มีผลอะไรเลย หญิงสาวร่างเล็กบอบบางสูงเพียงแผงอก ขณะที่อีกฝ่ายสูงเมตรแปดสิบแปด ร่างแกร่งกำยำแน่นขนัดไปด้วยมัดกล้ามเพราะออกกำลังกายอยู่ประจำนั้นแข็งแรงเหลือเกิน หากเขาบีบคอเธอด้วยมือข้างเดียวก็คงตายคามือ ได้ง่าย ๆ นั่นแหละ
“ หลิวไล่ผู้หญิงพวกนั้นกลับไปแล้วใครจะรับผิดชอบความเงี่ยนของผม ” เขาถามเสียงแหบพร่า จังหวะหายใจเริ่มรุนแรงขึ้นจนเธอรู้สึกได้
“ นะ... นายพูดอะไรของนาย ! ”
“ ดุ้นมันแข็งแล้วก็ต้องปลดปล่อย หลิวต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ” พูดจบก็ซุกใบหน้าหล่อเหลาที่มีไรเครารกครึ้มลงที่ ซอกคอของเธอแล้วไซ้ไปทั่ว
“ แดน ปล่อยนะ ! ”
เธอห้ามเขาเสียงสั่น ทั้งผลัก ดัน หยิก ตี แต่อีกฝ่าย ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาไซ้จูบดูดเม้มไปทั่ว มือข้างหนึ่งเลื่อนผ่านแผ่นหลังลงไปขยำแรง ๆ เข้าที่แก้มก้นงอนงาม ก่อนจะย่อเข่าลงแล้วกดสะโพกเธอเข้าหาตัว ซึ่งด้านหน้าอยู่ในตำแหน่งเดียวกับลำเอ็นใหญ่ยาวนั้นพอดิบพอดี เขาเสียดสีมันเข้ากับเนินนูนเนื้อสาวที่ร้อนผ่าววูบวาบทันที
“ แดน ปล่อย ฉันเป็นพี่สาวนายนะ นายเมามากแล้ว ” เธอทั้งปัดป้องและวอนขอแต่มันไม่ได้มีความหมายใด ๆ กับแดเนียลเลย
“ ผมไม่นับผู้หญิงที่เคยลงลิ้นเป็นพี่สาวหรอกนะ ”
เสียงแหบพร่าตอบกลับแล้วเลื่อนปากมาเรื่อย ๆ จนถึงที่บริเวณริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่เจือจางอยู่นั้นมันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงแปลก ๆ
“ ผมคิดถึงปากหลิวเป็นบ้า หลิวไม่คิดถึงลิ้นผมเลย หรือไง หืม ” เขาถามเคลียเคล้าอยู่ที่ริมฝีปาก เธอพยายาม หันหน้าหนีหากคล้ายกับว่าการหลีกหนีนั้นไม่ได้มีความตั้งใจที่จะหนีจริง ๆ เพราะลึก ๆ แล้วเธอกำลังพ่ายแพ้และถวิลหา รสลิ้นและริมฝีปากนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ริมฝีปากของน้องชายต่างสายเลือดที่เคยกลืนกินเธออย่างเร่าร้อนในคืนนั้น !
ทว่าเธอยังคงปากแข็งโกหกเขาออกไปด้วยน้ำเสียง สั่นเทา
“ ฉันลืมมันไปหมดแล้ว ”
“ เสียงสั่นขนาดนั้นดูไม่น่าเชื่อถือเลยหลิว ”
เขาว่าพลางกดริมฝีปากนั้นลงมาแนบชิด ริมฝีปากของเธอเผยออ้านิด ๆ ตรงข้ามกับคำพูดเหลือเกิน
“ ไม่เอาน่าแดน อย่า ” เสียงแผ่วเบาราวละเมอ เล็ดรอดออกมาจากปากของเธอ แดนไม่สนใจคำห้ามปรามที่ ตรงกันข้ามกับปฏิกิริยาทางร่างกายนั้น
“ จูบนะ ” เขาเอ่ยเบา ๆ แต่ไม่รอคำอนุญาต ผนึก ริมฝีปากหนานั้นลงมาแนบแน่นแล้วบดเคล้าอย่างเอาแต่ใจ บนกลีบปากอวบอิ่มนั้น
ทันทีที่โดนสัมผัสร่างกายของเธอก็อ่อนละลายอยู่ใน วงแขนแข็งแรง ยิ่งเมื่อเขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งบดเบียดแล้วสอดลิ้นเข้ามาวนเวียนรัดรึงภายใน กล้ามเนื้อในร่างกายก็เต้นตุบ บ้าคลั่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใจกลางระหว่างขานั้น
กระโปรงสอบถูกดึงทึ้งร่นขึ้นมาที่ต้นขา มือหนึ่งล้วงไล้เข้าไปที่ใต้ขอบกางเกงในแล้วเสียบหนึ่งนิ้วเข้าไปรุกรานรูน้อย ใต้กลีบพูเยิ้มฉ่ำทันที
“ อื๊อ ” เธอครางทั้งที่มีริมฝีปากเขาปิดอยู่ แดนยิ้มพลางเปิดปากเธอให้เป็นอิสระในการคร่ำครวญเพื่อระบายความซ่านเสียวที่เขากำลังจะปรนเปรอให้
“ ไหนห้าม ไหนอย่า ห้ามทำไมในเมื่อแฉะขนาดนี้ ”
เสียงแหบห้าวพึมพำขณะกำลังไซ้ไปทั่วซอกคอ ขาวเนียน เขาดูดเม้มมันเบา ๆ หากทำให้เธอยิ่งสยิวซ่าน
“ ทำไมต้องหลบหน้า ทำไมต้องหายไปจากผม ”
“ เปล่า ฉันไม่ได้หลบหน้า ” เธอโกหก
“ ยังเป็นของผมคนเดียวอยู่หรือเปล่า ”
“ พูดเรื่องอะไร ฉันไม่ได้เป็นของนายสักหน่อย อ๊ะ ”
เธอต้องร้องออกมาเมื่อเขาถอดถอนหนึ่งนิ้วออกมาแล้วสอดกลับเข้าไปสองนิ้วคล้ายจะเน้นย้ำให้เธอจดจำอะไรบางอย่างได้
“ ถึงยังไม่ได้สอดใส่ แต่สิ่งที่เราทำร่วมกันก็ไม่ต่างอะไรจากการเอากัน ”
“ หยุดพูดแบบนั้นนะ ! ”
“ ทำไม รับความจริงไม่ได้หรือไง ว่าอันที่จริงแล้วหลิวก็ต้องการผมเป็นบ้า ”
“ ฉันไม่ได้ต้องการนาย อื้อออ ”
เสียงครางเล็ดรอดออกจากปากอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเขาขยับสองนิ้วที่สอดลึกอยู่ภายในคว้านวนไปทั่วโพรงนุ่มแน่น ก่อนขยับมันเข้าออกเร็ว ๆ เธอจิกเล็บลงบนหัวไหล่บึกบึนนั้นทันทีเพื่อระบายความเสียวสยิวที่มันโจมตีกระทันหัน
“ ได้ยินเสียงแจ๊ะ ๆ นั่นหรือเปล่า หลิวโคตรแฉะเลย ยิ่งแฉะมากมันยิ่งฟ้องว่าหลิวต้องการผมมากแค่ไหน ”
เขาพูดพลางจ้องมองมาด้วยสายตาคล้ายเย้ยหยันอย่างผู้ชนะ เธอนึกเกลียดร่างกายตัวเองเหลือเกินที่แสดงออกอย่างทรยศความตั้งใจอันดีงาม