"ฉันมีความสุขจริงๆ" ฉันบอกกับตัวเองในใจ
ความสุขที่ได้เห็นศรัณย์พรมีความสุข ความสุขที่ได้ปลดเปลื้องเขาจากพันธนาการที่ฉันสร้างขึ้นมา
แม้ว่าความสุขนั้นจะแลกมาด้วยความเจ็บปวดของฉันเองก็ตาม
"คุณเป็นคนดีจริงๆ ค่ะ ศรัณย์พร" ฉันพูดออกไปเบาๆ
ศรัณย์พรหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยัน
"เธอคิดว่าฉันเป็นคนดีงั้นเหรอ? เธอก็แค่เห็นแก่ตัว อยากให้ฉันมีความสุขเพื่อที่เธอจะได้รู้สึกดีกับตัวเองใช่ไหมล่ะ"
เขาหันหลังให้ฉันและเดินจากไป ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวในห้อง
ฉันมองแผ่นหลังของเขา ในใจคิดว่าบางทีเขาอาจจะเขินอายก็ได้
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากวังหลวง ผ่านถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงจอแจ
ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนคุยกันถึงเรื่องดวงดาวบนท้องฟ้า
"คืนนี้ดาวตกสวยงามมากเลยนะคะคุณพี่"
"ใช่จ้ะคุณน้อง เขาว่ากันว่าถ้าได้เห็นดาวตกพร้อมกับคนที่เรารัก ความรักของเราจะเป็นนิรันดร์นะ"
คำพูดเหล่านั้นทำให้ฉันนึกถึงชาติที่แล้ว
ในชาติที่แล้วฉันเคยขอให้ศรัณย์พรไปดูดาวตกกับฉัน แต่เขากลับปฏิเสธอย่างเย็นชา
เธอจะไปดูอะไรไร้สาระแบบนั้นทำไม ชมพูนุท? เสียเวลาเปล่าๆ
แววตาเย็นชาของเขาในวันนั้นยังคงติดตาฉันจนถึงทุกวันนี้
ฉันค่อยๆ วางม่านลงอย่างช้าๆ บดบังภาพผู้คนและดวงดาวเหล่านั้น
แต่แล้วเสียงของศรัณย์พรก็ดังขึ้นข้างๆ ฉัน
"เธออยากไปดูดาวตกด้วยเหรอ?"
ฉันหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ
"คุณ...คุณศรัณย์พร?"
"ฉันจะพาเธอไปดูดาวตก ถือเป็นการชดเชยที่ฉันเคยปฏิเสธเธอในอดีต"
ฉันมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ในใจฉันคิดว่าเขาคงเป็นคนดีจริงๆ อย่างที่ฉันคิดไว้เสมอ
เขาเป็นคนดีที่พร้อมจะช่วยเหลือทุกคนที่ตกทุกข์ได้ยาก
ฉันจำได้ว่าเขาเคยช่วยชีวิตฉันมาแล้วสามครั้ง
ครั้งแรกตอนที่ฉันยังเด็ก เขาช่วยฉันจากพวกอันธพาล เขาตัวเล็กกว่าพวกนั้นมาก แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะปกป้องฉัน
ครั้งที่สองตอนที่ฉันป่วยหนัก เขาไม่หลับไม่นอนเพื่อดูแลฉัน และยอมบุกป่าฝ่าดงไปหายาที่หายากมาให้ฉัน
ครั้งที่สามในชาติที่แล้ว เขาตายเพราะปกป้องฉันจากพวกโจร
เขาเป็นคนดีจริงๆ แต่ความดีของเขาไม่ได้หมายความว่าเขารักฉัน
ฉันรู้ดีว่าเราจะต้องจากกันในไม่ช้า
ฉันรู้ดีว่าดวงดาวบนท้องฟ้าไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของเราได้
ฉันพยายามกลั้นน้ำตาไว้และยิ้มให้ศรัณย์พรอย่างสดใสที่สุด
"ขอบคุณค่ะ คุณศรัณย์พร"
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร เสียงของคนใช้ของลดาวัลย์ก็ดังขึ้น
"คุณชายเพคะ คุณหนูลดาวัลย์ไม่สบายหนักเพคะ"
ศรัณย์พรหันไปมองคนใช้ด้วยสีหน้าตกใจ
"อะไรนะ? ลดาวัลย์ไม่สบายหนักจริงรึ?"
"จริงเพคะ คุณชาย รีบไปดูคุณหนูลดาวัลย์เถอะเพคะ"
ศรัณย์พรหันมามองฉัน
"เธอ...เธอรอฉันที่นี่ก่อนนะชมพูนุท ฉันจะรีบไปดูลดาวัลย์แล้วจะกลับมาหาเธอ"
ฉันพยักหน้าอย่างสงบ
"ค่ะ คุณศรัณย์พร"
ศรัณย์พรยังคงมองฉันด้วยความประหลาดใจ
"เธอ...เธอไม่ได้โกรธฉันเหรอ?"
ฉันส่ายหน้า
"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจ"
ศรัณย์พรยังคงมองฉันด้วยความไม่เข้าใจ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วรีบวิ่งตามคนใช้ไป
เขาจากไปโดยไม่รู้เลยว่าในใจฉันปวดร้าวแค่ไหน
ฉันเคยพยายามบอกเขาว่าลดาวัลย์เป็นคนไม่ดี แต่เขาไม่เคยเชื่อฉันเลย
ในชาติที่แล้วฉันพยายามเปิดโปงความจริงของลดาวัลย์ แต่เขากลับยิ่งเกลียดฉันมากขึ้นไปอีก
ฉันเคยเสียใจที่ศรัณย์พรต้องทนทุกข์เพราะลดาวัลย์ แต่ตอนนี้ฉันจะไม่เสียใจอีกแล้ว
ฉันจะปล่อยให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารักและมีความสุข
ฉันตัดสินใจแล้ว
ฉันหันรถม้ากลับบ้าน และตรงไปที่สำนักงานทะเบียนเพื่อจัดการเรื่องเอกสารการเดินทางไปต่างจังหวัด
เมื่อกลับมาถึงบ้านฉันก็เดินตรงไปหาท่านแม่และท่านพ่อของศรัณย์พร
ชมพูนุท POV:
ฉันมองท่านแม่และท่านพ่อของศรัณย์พร ในใจรู้สึกผิดอย่างมหันต์ พวกท่านรักและเอ็นดูฉันเหมือนลูกแท้ๆ ตั้งแต่ฉันกำพร้าพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก
ฉันจำได้ว่าในชาติที่แล้วฉันเป็นเด็กที่เชื่อฟังและไม่เคยทำให้พวกท่านเสียใจเลย
แต่ในชาตินี้ฉันต้องทำให้พวกท่านเสียใจ ฉันต้องทำตามแผนที่วางไว้เพื่อปลดเปลื้องศรัณย์พรจากความเจ็บปวดในอดีต
"ท่านแม่เพคะ ท่านพ่อเพคะ หม่อมฉันคงไม่สามารถแต่งงานกับคุณศรัณย์พรได้แล้วเพคะ" ฉันพูดออกไปเบาๆ แต่คำพูดของฉันกลับทำให้พวกท่านตกใจ
ท่านแม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"อะไรนะชมพูนุท? เธอพูดอะไรของเธอ?"
"หม่อมฉันจะไปจากที่นี่เพคะ หม่อมฉันจะไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด"
ท่านแม่รีบเดินเข้ามาหาฉันและจับมือฉันไว้แน่น
"เธอจะไปไหนชมพูนุท? เกิดอะไรขึ้น? ศรัณย์พรทำอะไรเธอหรือเปล่า?"
ท่านแม่มองฉันด้วยความกังวล ในแววตาของท่านเต็มไปด้วยความรักและความเป็นห่วง
"ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะท่านแม่" ฉันตอบอย่างแผ่วเบา
"แล้วทำไมเธอถึงต้องไป? ศรัณย์พรไม่รักเธอแล้วเหรอ? ไม่จริงหรอก เขาต้องรักเธอแน่ๆ"
ท่านแม่มองหน้าฉันด้วยความไม่เชื่อ
"เขาช่วยเหลือเธอมาตลอด เขาปกป้องเธอมาตลอด เขาจะไม่มีวันทิ้งเธอไปหรอก"
ฉันจำได้ว่าในชาติที่แล้วท่านแม่ก็พูดแบบนี้กับฉัน แต่ฉันก็ยังคงต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดที่ศรัณย์พรทำกับฉัน
ฉันยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ท่านแม่
"เขาไม่ได้รักหม่อมฉันเพคะท่านแม่ เขาแค่รู้สึกผิดที่ต้องปกป้องหม่อมฉัน"
"ไม่จริงหรอก! เขาต้องรักเธอแน่ๆ เขาไม่มีทางจะทิ้งเธอไปหรอก"
"หม่อมฉันฝันร้ายเพคะท่านแม่" ฉันเริ่มเล่าเรื่องโกหกออกไป "หม่อมฉันฝันว่าถ้าหม่อมฉันยังคงดึงดันที่จะแต่งงานกับคุณศรัณย์พร เขาจะต้องตายเพราะหม่อมฉันเพคะ"
ท่านแม่มองฉันด้วยความไม่เชื่อ
"ฝันก็แค่ฝันชมพูนุท เธอจะเอาความฝันมาตัดสินชีวิตได้ยังไง?"
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ และยิ้มอย่างฝืนๆ
"หม่อมฉันเชื่อว่าความฝันนี้เป็นลางบอกเหตุเพคะท่านแม่ หม่อมฉันไม่อยากให้คุณศรัณย์พรต้องตาย"
"หม่อมฉันอยากให้คุณศรัณย์พรได้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข ได้อยู่กับคนที่เขารักจริงๆ"
"หม่อมฉันอยากให้เขามีสิทธิ์เลือกคนที่เขาจะแต่งงานด้วย"
ฉันคุกเข่าลงต่อหน้าท่านแม่และท่านพ่อ กราบลงสามครั้ง
"หม่อมฉันขออนุญาตไปจากที่นี่เพคะ หม่อมฉันจะไม่มีวันลืมพระคุณของท่านทั้งสองเลยเพคะ"
ท่านพ่อเดินเข้ามาและช่วยฉันลุกขึ้น ท่านมองฉันด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยแต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
ท่านแม่ร้องไห้โฮออกมา ท่านยื่นถุงเงินให้ฉัน
"เธอเอาเงินนี่ไปนะชมพูนุท ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่นะลูก"
"ขอบคุณเพคะท่านแม่" ฉันกอดท่านแม่แน่น น้ำตาของฉันไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้
ฉันหวังว่าการกระทำของฉันในครั้งนี้จะช่วยหยุดยั้งโศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วได้
ฉันหวังว่าในชาตินี้ทุกคนจะได้มีความสุข
ฉันรู้ดีว่าปมแรกและปมที่สองในใจศรัณย์พรได้รับการปลดเปลื้องแล้ว
ปมแรกคือการที่เขาไม่สามารถเลือกคนที่เขารักได้
ปมที่สองคือการที่เขาต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รัก
แต่ยังมีปมสุดท้ายที่ฉันยังต้องแก้ไข มันคือเรื่องของลดาวัลย์
ค่ำคืนนั้นฉันมาที่หอคอยแห่งดวงดาว สถานที่ที่คู่รักหลายคู่มักจะมาขอพรให้ความรักของพวกเขาเป็นนิรันดร์
ฉันมองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ในใจฉันรู้สึกสงบอย่างประหลาด
"เธอมาทำอะไรที่นี่ชมพูนุท?"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังฉัน ฉันหันไปมองและพบว่าศรัณย์พรยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
"คุณศรัณย์พร?"
เขารีบเดินเข้ามาหาฉันและคว้าแขนฉันไว้แน่น
"เธอทำอะไรกับลดาวัลย์? เธอรู้ตัวไหมว่าเธอทำให้ลดาวัลย์พยายามฆ่าตัวตาย?"
คำพูดของเขาทำให้ฉันตกใจ แขนของฉันเจ็บปวดจากการที่เขาบีบมันแน่น ใบหน้าของฉันซีดเผือด