“ขวัญ! ขวัญ! มาช่วยแม่ทำกับข้าวหน่อยเร็วลูก”
หญิงวัยกลางคนกำลังวุ่นอยู่ในครัว เพื่อจัดเตรียมอาหารนำไปถวายพระที่วัด รวมไปถึงสังฆทานที่วางไว้บนโต๊ะทานอาหาร ซึ่งหล่อนฝากภูมิรพีหรือลูกเขยซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน
เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของขวัญนิภา หล่อนเป็นมารดาของขวัญจิราที่เอ่ยชื่อเรียกบุตรสาวของตนไปเมื่อสักครู่
ขวัญนิภาซึ่งอยู่ในชุดลายไทย มัดผมรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย สีผมดำธรรมชาติ รูปร่างสมส่วน ตัวเล็กกว่าขวัญจิราอยู่ไม่มาก หน้าตาละม้ายคล้ายกับขวัญจิรา ซึ่งบุตรสาวถอดแบบมาจากตนไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าบอกว่าทั้งสองเป็นพี่น้องก็อาจจะมีคนเชื่อได้ เพราะขวัญนิภาไม่ได้ดูแก่ลงไปมากมายนัก ถึงแม้ว่าอายุจะเข้าเลขหกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแล้วก็ตาม
“จ๊ะ แม่” เธอขานรับ
ก่อนจะวางดอกไม้ลงในแจกันให้เรียบร้อย พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทั้งที่ในมือถือแจกันดอกไม้เอาไว้ พลางสาวเท้าเดินขึ้นไปชั้นบน เพื่อนำของที่อยู่ในมือทั้งสองข้างขึ้นไปไว้ในห้องพระ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กก็ก้าวขาลงมาชั้นล่าง พร้อมกับนำร่างกายอันบอบบางตรงเข้าไปยังห้องครัวแทบจะทันที เมื่อเท้าแตะพื้นบันไดขั้นสุดท้าย
ขวัญ หรือ ขวัญจิรา วัยยี่สิบเจ็ดปีเศษ ที่เพิ่งนำแจกันดอกไม้ไปไว้ให้กับผู้เป็นมารดาได้กราบไหว้ หลังจากที่ท่านกลับมาจากวัดแล้ว
ขวัญจิรา มีรูปร่างหน้าตาดีพอใช้ได้ เป็นผู้หญิงรูปร่างผอมบาง ส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวพรรณธรรมชาติแต่ไม่ขาวมาก ผมสีน้ำตาลดัดลอนถูกมัดรวบไว้อย่างเรียบร้อยและสวยงาม เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เป็นชุดไทย เหมาะจะเข้าวัดเข้าวาทำบุญด้วยเช่นกัน
แค่เพียงชั่วครู่ เธอก็ช่วยมารดาจัดแจงทำอาหารที่อยู่ในกระทะ เพราะขวัญนิภากำลังล้างผักในอ่างล้างจาน จากนั้นเพียงไม่นาน ขวัญนิภาก็ถือโคมผัก ส่วนมืออีกข้างกำและสะบัดน้ำที่ติดผักให้หลุดออก ก่อนจะหย่อนมันลงไปในกระทะที่ขวัญจิรากำลังผัดเนื้อหมูและเครื่องปรุงจนออกรส เลยทำให้สองสาวได้พูดคุยกันตามประสาแม่ลูก
“ขวัญ วันนี้พี่ภูมิจะเข้ามารับตอนไหน นี่ก็เริ่มจะสายแล้วนะ” ผู้เป็นมารดาเอ่ยปากถามบุตรสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับกระทะใบใหญ่ ซึ่งมันใหญ่กว่าแขนเจ้าตัวแน่นอน
“คงอีกสักพักค่ะแม่ ขวัญเพิ่งโทรหาพี่เขาไม่นานเอง” หญิงสาวตอบคำถามผู้เป็นมารดา
ขวัญจิราเป็นผู้หญิงเรียบร้อย เฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้ามารดาหรือต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ แต่เวลาอยู่กับเพื่อนกับฝูง เธอก็จะสนุกเฮฮาปาร์ตี้เหมือนวัยรุ่นทั่วไป
ทว่าเวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ที่เธอไม่ได้สัมผัสกับวัยนั้นอีกแล้ว หลังจากที่หญิงสาวได้แต่งงานกับภูมิรพี ซึ่งเป็นการแต่งงานของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรวมไปถึงตัวภูมิรพีเอง เจ้าตัวเมื่อได้เห็นหน้าขวัญจิราสมัยเรียน เขาก็ได้พาบิดาและมารดาไปสู่ขอเธอทันทีหลังจากที่เจ้าตัวเรียนจบ
ภูมิรพี หรือ ภูมิ เป็นชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนอยากได้ และเขาตรงสเปคผู้หญิงหลาย ๆ คน แถมเจ้าตัวเป็นคนที่มุ่งมั่นกับงาน
สำหรับเขา งานคืองาน เล่นคือเล่น เขาทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับร้านขนมเค้ก เปิดอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของจังหวัด
และตัวเขาเองก็มีฝีมือในการทำขนมเค้กอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเค้กวันเกิด เค้กทานเล่นเป็นอาหารว่าง หรือแม้กระทั่งรับทำเค้กในงานแต่ง
ภูมิรพีเป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว และเป็นคนเจ้าระเบียบ เสื้อผ้าหน้าผมต้องดูดีอยู่เสมอ เมื่อออกไปพบปะกับลูกค้า แต่ในเวลาที่เขาเข้าครัวลงมือทำเค้กกับมือ เขาจะแต่งตัวตามสบายให้เหมาะกับการทำงานในห้องครัว
ภูมิรพีและขวัญจิราเจอกันได้อย่างไร ย้อนกลับไปในสมัยที่ ขวัญจิรายังเรียนมหา’ลัย
เธอใส่ชุดนักศึกษา กระโปรงยาวเกือบถึงพื้น สวมรองเท้าผ้าใบ สีขาวใส่สบาย ด้วยความที่ขวัญจิราไม่ชอบใส่รองเท้าคัทชู เพราะมันชอบกัดเท้าของเธอ จนหญิงสาวต้องมานั่งทะเลาะกับรองเท้าต่อหน้าเพื่อน ๆ ในกลุ่ม รวมถึงเพื่อน ๆ ในห้องอีกด้วย
ภูมิรพีได้เจอกับขวัญจิรากันครั้งแรก คือ ตอนเธอไปทานอาหารกับเพื่อน ๆ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เนื่องด้วยเพื่อนในกลุ่มของเธอใส่ชุดนักศึกษาคล้าย ๆ กัน ซึ่งตัวเขาเองก็มิอาจทราบได้ว่า เป็นเพื่อนจากมหา’ลัยเดียวกันหรือไม่ หรือแค่ต่างคณะ แต่ทว่าชายหนุ่มไม่ได้สนใจในจุดนั้น
ซึ่งในตอนนั้นขวัญจิราไว้ผมยาวสีดำ กำลังนั่งหัวเราะต่อกระซิกกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส แต่ในขณะเดียวกัน เขาเองก็ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ พร้อมกับพยายามขยายภาพเข้าไปใกล้ ๆ ว่าเธอศึกษาอยู่ที่ไหน คณะอะไร และชั้นปีที่เท่าไหร่
ซึ่งในตอนนั้นภูมิรพีมีอายุยี่สิบเก้าย่างสามสิบปี เป็นช่วงอายุที่เขาควรจะมีครอบครัว และอีกอย่างเพื่อนในวัยเดียวกับเขาต่างก็มีครอบครัวและเจ้าตัวน้อยกันเกือบหมด
ต่อจากนั้นเพียงไม่นาน เขาสืบสาวได้ว่าผู้หญิงที่ตนหลงรัก ศึกษาที่ไหน ชั้นปีอะไร รู้ถึงชื่อและนามสกุลของเธอ เพราะเจ้าตัวดันเอารูปดังกล่าวไปให้ฐากูรและกชอรซึ่งเป็นบิดาและมารดาของตนได้ชม และบอกกับพวกท่านทั้งสองอีกว่า‘ผู้หญิงคนนี้ที่ผมอยากจะแต่งงานด้วย’
คำพูดที่เขากล่าวออกมา เป็นคำพูดที่ผู้หญิงหลาย ๆ คน อยากได้ยินจากปากผู้ชายที่เธอหลงรัก หรือจากปากของฝ่ายชายที่แอบชอบผู้หญิง
แต่เมื่อภูมิรพีได้พบเจอกับขวัญจิรา พอเขาได้เห็นปุ๊บ ก็หลงรักปั๊บ น้อยคนนักที่จะมีความรู้สึกได้ถึงขนาดนี้ จนทำให้ภูมิรพีเชื่อในคำนิยามที่กล่าวไว้ว่า ‘รักแรกพบ’ มันเป็นยังไง
ทว่าในตอนนั้น กชอรผู้เป็นมารดาของภูมิรพีมีความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กคนนี้ซะเหลือเกิน
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กชอรก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เด็กสาวคนนี้เป็นบุตรสาวของขวัญนิภา ซึ่งเป็นเพื่อนของตนในสมัยเรียน อีกอย่างก็เพิ่งเจอกันเมื่อไม่นานมานี่เอง
ในระหว่างนั้น ขวัญจิราได้กลับไปเยี่ยมมารดาที่อยู่ห่างไกลออกไป เพราะเธอขออนุญาตผู้เป็นมารดาว่า ตนอยากลองใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ แต่มารดาให้บุตรสาวอยู่ได้แค่หอพักหญิงเท่านั้น และตัวเธอเองก็ตกลง ซึ่งหอที่เธอไปอยู่ในสมัยเรียนคือ หอพักระรื่น เลยทำให้รู้จักกับเพื่อน ๆ ในหอนั้น
เป็นช่วงปิดเทอมพอดิบพอดี ขวัญจิราได้พามารดาของตนมาเที่ยว พร้อมกับไปทำบุญที่วัด จึงทำให้ขวัญนิภาได้พบเจอกับกชอรโดยบังเอิญ
แต่เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้พบเจอกัน พวกเขาก็ได้พูดคุยกันนานหลายชั่วโมง จนกชอรเองเป็นคนที่นำทั้งคู่ไปทานอาหารด้วยกัน และรวมไปถึงพาทั้งคู่ตระเวนเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ
เพราะขวัญนิภาและขวัญจิรามาด้วยรถแท็กซี่ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งคู่ได้พบเจอกันอีกครั้งก็ได้มีการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ รวมไปถึงเรื่องเล่าย้อนวัยหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับขวัญจิราได้ฟังอย่างออกรส
แต่เผอิญในวันนั้น ฐากูรบิดาของภูมิรพีติดธุระเลยไม่ได้มากับกชอร ทำให้ไม่ได้เจอกับพวกเขาทั้งสอง แต่กชอรมากับคนขับรถแทน
ต่อจากนั้นเพียงไม่นาน ภูมิรพีก็ได้แวะไปหามารดาของขวัญจิรา ซึ่งเขาได้เบอร์โทรมาจากกชอรมารดาของตน แต่ก่อนที่เขาจะไปหามารดาของขวัญจิรา
ภูมิรพีได้โทรไปขอที่อยู่จากขวัญนิภา โดยอ้างว่ากชอรให้นำของฝากไปให้ เนื่องจากว่าตนไปเที่ยวต่างจังหวัดมา เลยนึกถึงขวัญนิภาถึงแม้ว่าขวัญนิภาจะปฏิเสธอย่างไร แต่มีหรือที่ภูมิรพีจะยอมแพ้ เขาพูดจาหว่านล้อมจนขวัญนิภาใจอ่อน และบอกที่อยู่ให้อีกฝ่ายไปในที่สุด
เมื่อภูมิรพีหาข้ออ้างได้สำเร็จ เขาก็ได้เตรียมของฝากที่เอ่ยมาเมื่อสักครู่ พร้อมกับหาข้ออ้างพามารดาและบิดาไปเที่ยวเล่นต่างจังหวัดสักสองสามวัน และไม่ลืมที่จะซื้อของมาฝากขวัญนิภาอีกด้วย
จากนั้นเป็นต้นมา ภูมิรพีจะเข้าหาขวัญนิภาตลอด จนเอาชนะใจมารดาของขวัญจิราได้ แต่ก่อนที่ขวัญจิราได้แต่งงานกับชายหนุ่ม เธอก็เคยได้ไปออกเดตกับเขาเพียงสองต่อสอง โดยมีขวัญนิภาวางแผนให้บุตรสาวของตนได้พบเจอกับชายหนุ่มผู้นี้ และให้ทั้งสองศึกษาใจคอกันไปเอง
จนในที่สุดเมื่อขวัญจิราเรียนจบ ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะไปยินดีกับเธอ จนทำให้เพื่อนในคณะเดียวกันต่างอิจฉาหญิงสาว ที่มีผู้ชายหล่อเหลา หน้าตาดีมาถ่ายรูปคู่กับเธอ ถึงแม้ว่าขวัญจิราจะอ้างว่าเป็นพี่ชายที่ตนรู้จักก็ตาม
แต่ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ภูมิรพีก็ขอขวัญจิราแต่งงาน ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หญิงสาวมีท่าทีที่กระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็ต้องปั้นหน้ายิ้มให้กับเขา
ความรู้สึกของเธอในตอนนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และก็ไม่อาจปฏิเสธความหวังดีนี้ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีใจให้เขาไปบ้างแล้วก็ตาม เพียงแต่ชายหนุ่มไม่ใช่คนที่เธอรักจริง ๆ
ปี้น ปี้น
เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นตรงบริเวณหน้าบ้านของขวัญจิรา เมื่อเจ้าตัวได้ยินเสียงดังกล่าวก็รีบวิ่งแจ้นออกมาอย่างไว โดยที่ลืมไปว่าตนใส่ชุดไทยและเป็นชุดกระโปรงที่แคบเอามาก ๆ จนเจ้าตัวล้มคะมำ
“ตายแล้วววว ยายขวัญ” ขวัญนิภาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบุตรสาวของตนล้มจนหน้าจูบพื้น แต่หล่อนเองก็ไม่อาจละมือจากตรงนี้ได้
ภูมิรพีที่ได้ยินเสียงอุทานของแม่ยาย เขาจึงรีบลงจากรถอย่างไว ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทว่าเมื่อเขาวิ่งมาถึงหน้าบ้าน ได้เห็นร่างบางซึ่งเป็นภรรยาของตนกำลังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น ในขณะที่เจ้าตัวพยายามพยุงตัวเองขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะชุดที่เธอสวมใส่ มันไม่เหมาะสำหรับขวัญจิราจอมแก่นเอาซะเลย แต่แล้วชายหนุ่มกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พร้อมเสียงหัวเราะที่เล็ดลอดออกมา กับความซุ่มซ่ามของเธอเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า
“หัวเราะอะไรคะ นี่ขวัญล้มนะ ยังจะมายืนหัวเราะขวัญอยู่อีก”
“จ้า ๆ พี่เชื่อแล้ว ต่อให้เธออายุมากขึ้นเท่าไหร่ ไอ้นิสัยแบบนี้ไม่เคยหายเลยจริง ๆ”
เมื่อตนพูดจบก็เข้าไปพยุงตัวหญิงสาวให้ลุกขึ้นและนำตัวเธอไปนั่งบนโซฟา พร้อมกับจัดแจงขยับชุดของภรรยาให้เข้าที่
“ยายขวัญเอ๊ย ยายขวัญ ทำเอาแม่หัวใจจะวายตาย” ขวัญนิภา ได้นำมือมาทาบที่อกไว้อย่างโล่งใจ “ดีนะ ตาภูมิเข้ามาช่วย ไม่งั้นยายขวัญได้ไปเฝ้าคุณตา คุณยาย และคุณพ่อบนสวรรค์แน่ ๆ”
ขวัญนิภาก้าวเท้าเดินมาจากในครัว พร้อมกับปิ่นโตหนึ่งเถา ส่วนมืออีกข้างถือตะกร้าหวาย ซึ่งมีน้ำเปล่าสองขวด ของหวานและช่อดอกไม้
“แม่ก็พูดเกินไป ขวัญยังไม่ได้อายุสั้นขนาดนั้นนะคะ” ขวัญจิราทำหน้ามุ่ยใส่มารดาของตน พร้อมกับค้อนสายตาไปทางสามี
“เราเองก็เถอะ อายุปูนนี้แล้ว ทำไมถึงยังทำตัวอย่างกับม้าดีดกะโหลก”
“พี่ภูมิก็อีกคน แทนที่จะช่วยขวัญกลับยืนหัวเราะซะงั้น ขวัญอายนะคะ” เจ้าตัวสะบัดหน้าหนี พร้อมกับแก้มพวง ๆ ที่เริ่มแดงขึ้นด้วยความเขินอาย
“จะอายอะไรกัน เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว จะมีอะไรให้ต้องอายอีก” ภูมิรพีจับปลายคางของภรรยาให้หันหน้ามามองตน
“แฮ่ม ๆ แม่ว่าเราไปกันได้แล้วนะ เดี๋ยวไม่ทันพระฉันเพล อย่าลืมหยิบสังฆทานมาด้วยล่ะ” ขวัญนิภากระแอมออกมา เพื่อให้ทั้งคู่รู้ว่ายังมีผู้ใหญ่อีกท่านที่ยืนอยู่ตรงนี้ พลางสั่งบุตรสาวของตน
“ครับ ๆ ขอโทษครับคุณแม่”เมื่อภูมิรพีพูดจบ เจ้าตัวก็รีบลุกออกจากโซฟา แล้วไปช่วยขวัญนิภาถือของเพื่อที่จะไปทำบุญที่วัด
หลังจากนั้นขวัญนิภาก็เดินตามภูมิรพีไปติด ๆ แต่ขวัญจิราให้มารดาไปรอที่รถก่อน เพราะตนจะปิดบ้านปิดเรือนเอง พร้อมกับไม่ลืมหยิบสังฆทานออกมาด้วย
“อือ...พี่ภูมิคะ” ขวัญจิราผลักภูมิรพีออกจากซอกคอของตน เมื่อทั้งคู่ได้มาอยู่ในห้องนอนกันสองต่อสอง แต่เนื่องด้วยเธอมีอาการอ่อนเพลียมาก อยากจะพักผ่อน แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจสามีของตนด้วยเช่นกัน
ย้อนกลับไปในช่วงกลางวัน ก่อนที่ภูมิรพีจะขับรถตรงไปยังวัด เพื่อที่จะไปทำบุญ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะแวะไปรับบิดาและมารดาของตน ซึ่งเป็นทางผ่านไปวัดพอดิบพอดี
ภูมิรพีเห็นว่าวันนี้เป็นวันดีเลยอยากพาครอบครัวของตนไปทำบุญที่วัดด้วย เขาจึงได้ขออนุญาตจากขวัญนิภาเข้าไปรับกชอรและฐากูรที่บ้าน เพราะนาน ๆ ที ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะได้เจอกัน
หลังจากที่ไปทำบุญที่วัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสามต่างพูดคุยกันอย่างออกรส พวกเขาเหล่านั้นจึงตกลงไปสังสรรค์กันต่อที่บ้านของขวัญนิภา จนเวลาล่วงเลยจนมืดค่ำ กชอรและฐากูรเป็นคนขอปลีกตัวออกมา เมื่อคนขับรถมารับถึงหน้าบ้านของขวัญนิภา
แต่พอเมื่อบิดาและมารดาของภูมิรพีกลับบ้านไปแล้ว ขวัญจิรา ขวัญนิภาและภูมิรพีก็ได้จัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ ที่อยู่ในสวนบริเวณหน้าบ้านให้เรียบร้อย
บ้านของขวัญนิภาเป็นบ้านจัดสรรที่มีบริเวณข้างบ้านและหน้าบ้านพอให้ได้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ หรือพืชผักสวนครัวไว้ทาน
เป็นบ้านที่ขวัญนิภาได้ปลูกและสร้างมากับถวิตซึ่งเป็นบิดาของขวัญจิรา ถึงแม้ว่าตอนนี้ถวิตจะจากขวัญจิราตั้งแต่ที่เธอยังเรียนไม่จบ ม.ปลายด้วยซ้ำ แต่ขวัญนิภาไม่สามารถลืมสามีของตนได้เลย หล่อนได้แต่ทำบุญตักบาตรในทุก ๆ วัน เพื่อให้คนที่รักของตนไปสู่ภพภูมิที่ดี และไม่ต้องเป็นห่วงบุตรสาว เพราะตอนนี้บุตรสาวได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาไปแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปพักผ่อนในห้องนอนของตน จึงทำให้ภูมิรพีเกิดอารมณ์ขึ้นมา ขวัญจิรามิอาจปฏิเสธได้
ภูมิรพีค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของขวัญจิราอย่างเร่งรีบ กลัวว่าภรรยาของตนจะเปลี่ยนใจในเกมรัก
“อ๊า! อ๊ะ! พ...พี่ภูมิ เบา ๆ หน่อยสิคะ ด...เดี๋ยวแม่ก็ได้ยินหรอก” ขวัญจิราเอ่ยปากห้ามปรามพร้อมกับใบหน้าที่บูดเบี้ยว เรียวปากห่อตัวเข้าหากัน
“ก็พี่หิวนิคะ ก็เราไม่ได้ให้พี่มาหลายวัน ก็ไม่แปลกที่พี่จะกินมูมมามขนาดนี้” ภูมิรพีโผล่หน้ามาจากซอกคอของขวัญจิรา ก่อนที่จะเอื้อมแขนไปปลดตะขอชุดชั้นในของเธอออก
แต่ทว่าขวัญจิรากลับผลักชายหนุ่มให้ออกห่าง พร้อมกับเอ่ยปากอีกครั้ง
“พี่ภูมิคะ เราสองคนยังไม่ได้อาบน้ำกันเลยนะ ไม่เหม็นเหรอ” หญิงสาวทำท่าจะเดินออกไป ทั้งที่เจ้าตัวเหลือแค่ชั้นในเพียงแค่สองชิ้นที่ปกปิดร่างกายของเธอเอาไว้ แต่ทว่าภูมิรพีกลับอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าทีเผลอ
“พ...พี่ภูมิ ทำอะไร ขวัญเวียนหัวนะคะ” หญิงสาวร้องโหวกเหวกโวยวาย
“พี่ก็พาเราไปอาบน้ำไง” บอกเพียงแค่นั้นเขาก็เดินเข้าไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากประตูห้อง
ภูมิรพีปล่อยหญิงสาวลงเมื่อมาถึงห้องน้ำ จากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ถอดเสื้อผ้าให้แก่กัน ล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดสะอ้าน แต่ในระหว่างที่ ขวัญจิรากำลังถูสบู่ให้ภูมิรพี แก่นกายของเขามันเด้งใส่มือขวัญจิรา หญิงสาวมีท่าทีเขินอาย ถึงแม้ว่าจะแต่งงานกันมาแล้วหลายปีก็ตาม แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ทีไร เธอเป็นต้องเขินอายแบบนี้ตลอด นี่คงเป็นเสน่ห์ของหญิงสาวอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ภูมิรพีชอบมีอะไรกับภรรยาของตน
ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังล้างสบู่และยาสระผมด้วยน้ำที่ไหลมาจากฝักบัว แต่แล้วภูมิรพีเป็นฝ่ายจู่โจมขวัญจิรา โดยการจับเธอชิดผนังห้อง แล้วใช้ริมฝีปากของตนประกบริมฝีปากของภรรยาอย่างดูดดื่ม จึงทำให้ฝักบัวที่ขวัญจิราจับอยู่ร่วงหล่นจากฝ่ามือ
ปลายนิ้วเรียวยาวและหนาลูบไล้ไปทั่วกลีบอันบอบบางของภรรยา เขาใช้ปลายนิ้วถูวนไปรอบ ๆ กลีบทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อย ๆ นำนิ้วของตนขยับเข้าไปในร่องสาวของขวัญจิราอย่างช้า ๆ เพื่อให้ภรรยาของตนได้ลิ้มรสความเสียวซ่านที่แผ่มาจากปลายนิ้วของเขา
“อ๊า! อ๊ะ! อือ” ขวัญจิราครางออกมาเบา ๆ ในขณะที่มือของเธอกำลังสาวแก่นกายของเขาอย่างชำนาญ
แจ๊ะ! แจ๊ะ! แจ๊ะ!
แต่ทว่าส่วนล่างของขวัญจิราก็โดนปลายนิ้วของภูมิรพีซอยเข้าซอยออกเป็นจังหวะ จึงทำให้เกิดเสียงระหว่างเนื้อและน้ำผสมปนเปกันไป ในขณะที่มือของหญิงสาวสาวแก่นกายของเขาด้วยความเร็วเช่นกัน
“อ๊า...ส อ๊า!”
ริมฝีปากของขวัญจิราห่อปากร้องซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว แต่ทว่าชายหนุ่มกลับชักนิ้วออกมาและจับแก่นกายของเขาถูเข้าไปที่กลีบสองข้างประมาณสองถึงสามครั้ง ในขณะที่แขนอีกข้างของเขาก็ยกขาของขวัญจิราขึ้นมา เพื่อให้ทำการสอดใส่ได้สะดวก จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ขยับมันเข้าร่องสาวของหญิงสาวจนมิดลำ
ขวัญจิราสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อแก่นกายของเขาเข้าสู่ร่างกายของเธอ แต่ในขณะนั้นเธอก็ยกแขนทั้งสองข้างโอบกอดคอสามีของตน ก่อนที่ชายหนุ่มจะจับเธออุ้มและยกสะโพกของเธอขึ้นลงตามจังหวะไปในคราเดียวกัน
ในระหว่างที่ส่วนล่างกำลังซอยเข้าซอยออก ภูมิรพีก็ได้ก้าวขาออกไปอย่างช้า ๆ ในขณะที่แขนอุ้มขวัญจิราและไปหยุดตรงชักโครกก่อนที่เขาจะหย่อนก้นลงนั่งบนฝาชักโครกสีขาวที่ปิดเอาไว้เวลาที่ไม่ได้ ใช้งาน