ค่ำคืนในระแวกแถวหน้าวัดในชานเมืองกรุงเทพมหานครค่อนข้างเงียบสงัดเป็นผลดีต่อกอบัวคุณแม่ยังสาวที่ต้องการกล่อมพารักลูกน้อยวัยขวบกว่าได้นอน
กอบัวเป็นหญิงสาวน่าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังอายุ25ปีเธอสูง158หนัก45ผิวขาวอมชมพูใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตขนตางอนยาวหวานคิ้วเรียวบางได้รูปจมูกเป็นสันเล็กแก้มพองๆมีลักยิ้มหญิงสาวสวมแว่นตลอดเวลาเพราะเป็นคนที่สายตาสั้นตั้งแต่เด็กเรือนผมของเธอดำตรงสลวยถึงกลางหลังหญิงสาวเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากๆคนหนึ่งจนคนในครอบครัวพากันเป็นห่วงในความดีของเธอ
บ้านของหญิงสาวเป็นทาวน์เฮ้าส์3ชั้นอยู่กัน5คนพ่อแม่พี่สาวเธอและลูกชั้นล่างของบ้านเปิดเป็นร้านสังฆภัณฑ์เป็นธุรกิจของครอบครัวชั้นสองเป็นห้องนอนของพ่อกับแม่และพี่สาวส่วนชั้นบนเป็นของเธอและเจ้าก้อนกลมเพียงแค่สองคน
ร่างบางวางเจ้าก้อนหลมในอ้อมอกลงกับเปลสีชมพูข้างเตียงอย่างเบามือหลังจากที่กล่อมให้ลูกน้อยนั้นนอนหลับได้พักใหญ่จนแน่ใจแล้วว่าเจ้าขนุนน้อยจะไม่แยกเขี้ยวใส่อีกเมื่อวางลงบนเปล
"หลับได้ซะทีนะเจ้าขนุนน้อย"
มือเรียวยกเท้าเอวเล็กน้อยหลังจากเงยหน้าขึ้นเพราะรู้สึกปวดตัวไม่น้อยด้วยต้องอุ้มลูกเป็นเวลานานกอบัวยืนมองแก้มย้วยๆของคนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เปลครู่หนึ่งจึงกลับไปเตรียมเก็บอุปกรณ์พวกขวดนมผ้าอ้อมเข้าที่
ระหว่างที่เธอเก็บของพลันสมองก็พาให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว
กอบัวเรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพหลังจากนั้นเธอก็ถูกเรียกตัวเข้าทำงานที่บริษัทอสังหาที่ภูเก็ตที่หญิงสาวตอบตกลงไปทำงานก็เพราะเป็นบริษัทที่เสนอเงินให้เธอมากที่สุด
หลังจากการทำงานได้พักใหญ่ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดีแต่แล้ววันงานเลี้ยงสังสรรค์ของพี่ที่ทำงานด้วยกันเธอไปเที่ยวผับพลาดดื่มจนเมาไม่รู้เรื่องและตอนเช้าก็ตื่นมาในโรงแรมหรูและพบว่าตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ในห้องคนเดียวเสื้อผ้าของเธอฉีกขาดรุ่ยกองอยู่ข้างเตียงพยายามมองหาคนอื่นในห้องกลับไม่เห็นใครและแล้วเธอก็ได้พบว่าเธอได้เสียความบริสุทธ์ให้ใครก็ไม่รู้ไปแล้ว
กอบัวรีบหยิบเสื้อสูทที่ถูกผาดเอาไว้ปลายเตียงมาคลุมร่างของตัวเองและรีบออกไปจากโรงแรมทันทีหลังจากที่ใช้ชีวิตทำงานปกติได้ไม่นานนักเธอก็รู้ตัวว่าตั้งท้องหญิงสาวตัดสินใจกลับบ้านมาบอกครอบครัวด้วยความรู้สึกผิดในใจที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องผิดหวัง
แต่ครอบครัวของเธอเป็นพลังบวกให้เธออย่างมากไม่เคยต่อว่าอะไรเลยสักคำกลับให้เธอเลิกทำงานอยู่แต่บ้านเพื่อรอที่จะเลี้ยงลูกต่อไปจวบจนทุกวันนี้
ฟึ่บ
"อ้าว.. ทำไมไฟดับได้ล่ะเนี่ย"
ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆกอบัวยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆเมื่อจู่ๆแอร์ที่กำลังทำงานและโคมไฟที่เปิดให้มีแสงสลัวจู่ๆก็ดับลงอย่างไม่มีสาเหตุหญิงสาวรีบคลำหามือถือเปิดแฟลชเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปหาพ่อกับแม่เมื่อลงมาก็เห็นทั้งสองออกมาหน้าห้องพร้อมกับกอแก้วพี่สาวตนพอดี
"แม่คะทำไมไฟดับคะ... บ้านอื่นเห็นยังติดอยู่เลย"
กอแก้วหญิงสาวโสดอายุ29ในชุดนอนเป็ดเหลืองรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับคนเป็นน้องมากเพียงแค่ไม่ได้สายตาสั้นเธอบ่นหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยกำลังจะทิ้งตัวลงนอนแต่ไฟเกิดดับเสียอย่างนั้น
"เออ.. พ่อน่าจะทำไฟช็อตตรงไหนสักที่นะลูก"
ชำนาญชายวัยกลางคนร่างท้วมมีทีท่าประหม่าจนคนเป็นภรรยาอย่างมาลัยหันมามองค้อนสามี
"คุณก็..บอกความจริงลูกไปเถอะ"
"อะไรคะแม่"
กอแก้วเห็นพ่อเธอดูมีพิรุจจึงต้องรีบถามหาความกระจ่างกับคนเป็นแม่เพราะรู้ดีว่าพ่อเธอเป็นพวกเห็บปัญหาเก่ง
"ก็บ้านเราไม่ได้จ่ายค่าน้ำค่าไฟมาหลายเดือนแล้วล่ะลูกเพราะยอดขายของตกหนี้สินก็รุงรังจนธนาคารแทบจะยึดร้านเราแล้ว"
มาลัยเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลปัญหานี้เธอกับสามีเก็บมาเป็นความลับไว้นานแล้วจนตอนนี้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกให้ลูกๆได้รู้ว่าบ้านกำลังมีปัญหา
"ทำไมพึ่งมาบอกล่ะคะ"
กอแก้วยกมือเรียวเท้าเอวแน่นเธอคิดเอาไว้พักใหญ่แล้วว่าพ่อและแม่ต้องมีอะไรปิดบังหากทั้งสองเกริ่นกับเธอก่อนหน้านี้เธอจะได้รีบช่วยกันแก้ปัญหา
"แม่กับพ่อไม่อยากให้พวกลูกๆเครียด"
ชำนาญยกมือปาดน้ำตาลวกๆเอ่ยเสียงสั่น
“อีกแล้ว..อีกแล้ว..อ่อนไหวเหลือเกิน”
มาลัยหันมาบ่นคนเป็นสามีเข้าใจว่าเขานั้นอยากเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีดูแลลูกๆได้แต่ในเมื่อมันทำไม่ได้ยังไงก็ต้องบอกให้ลูกๆได้รับรู้และแล้วคืนนี้ทั้งคืนทุกคนก็ต้องนอนกันร้อนๆส่วนเจ้าก้อนกลมก็มีคนเป็นแม่คอยพัดวีให้ตลอดเวลาจึงไม่ค่อยงอแงเท่าไรนัก
ในเช้าวันนี้ทุกคนต่างมานั่งหารือกันกันก่อนที่จะเริ่มเปิดร้านกอแก้วรีบเอาเงินเก็บทั้งหมดที่ตัวเองมีมากองตรงหน้าพ่อกับแม่รวมประมาณหนึ่งแสนกว่าบาทเธอเก็บมันตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงตอนนี้ตอนแรกคิดว่าจะเก็บไปเรื่อยๆจนดาวน์บ้านหลังใหม่อีกหลังแต่ตอนนี้คงต้องเอามาช่วยครอบครัวก่อน
"นี่เงินเก็บแก้วค่ะพ่อกับแม่เอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟส่วนที่เหลือก็น่าจะส่งธนาคารได้บ้าง..แล้วเงินที่ต้องจ่ายหนี้ธนาคารแก้วจะรับผิดชอบเองค่ะ..แก้วจะคิดว่าจะทำขนมฝากร้านคนรู้จักขายหารายได้อีกทาง”
"แม่ก็คิดว่าแม่จะให้พ่อเฝ้าร้านคนเดียวแล้วออกไปหางานแม่บ้านทำอีกแรง"
กอบัวที่นั่งฟังทุกคนหารือช่วยกันหารายได้เสริมเธอเองก็เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องออกไปทำการทำงานเสียทีหากจะให้แม่เธอไปเป็นแม่บ้านทำงานหนักเธอคงไม่สบายใจแน่
"ไม่ต้องนะคะแม่..แม่ดูแลยัยหนูส่วนบัวจะไปทำงานประจำเองค่ะ"
“แต่พี่ว่า...”
"แต่แม่ว่า..."
ทั้งมาลัยและกอแก้วต่างหันมามองกอบัวเป็นตาเดียวกันคิดค้านความคิดของกอบัวเพราะที่พวกเธอต้องการให้กอบัวอยู่แต่บ้านเลี้ยงลูกด้วยไม่อยากให้คนที่มองโลกในแง่ดีอย่างกอบัวต้องไปเจออะไรที่มันเลวร้ายอีก
"บัวอยากออกไปทำงานค่ะยัยหนูก็เลิกเข้าเต้านานแล้วบัวควรออกไปหางานทำเสียทีค่ะ"
กอบัวรีบโพร่งขัดจังหวะทั้งสองเธอรู้ดีว่าครอบครัวต้องการที่จะปกป้องเธอแต่เธอเป็นแม่คนแล้วควรจะออกไปเผชิญสิ่งต่างๆด้วยตัวเองรวมถึงรับผิดชอบชีวิตตัวเองและลูกให้ได้อย่างน้อยเงินจากการที่เธอได้จากการทำงานก็ทำให้ไม่ต้องไปเบียดเบียนเงินพ่อแม่หรือพี่สาวเธออีก
"ขอบใจนะลูก"
มาลัยยกมือลูบหัวลูกคนเล็กด้วยความภูมิใจ
“ถ้าพ่อเก่งกว่านี้พ่อคงเลี้ยงลูกๆได้สบายกว่านี้นะลูกนะ..”
ชำนาญที่นั่งเล่นกับหลานสาวตัวกลมได้ยินลูกๆอยากจะช่วยครอบครัวกันขนาดนี้ก็ปลื้มใจจนน้ำตาไหลทั้งตัดพ้อถึงความสามารถตัวเองที่ดูแลให้ทุกคนอยู่ดีกินดีไม่ได้
มาลัยนั่งกุมขมับมองคนเป็นสามีเขานั้นเข้มแข็งได้ทุกเรื่องหนักเอาเบาสู้จะมาอ่อนแออ่อนไหวก็แต่เรื่องในครอบครัวนี่แหละ
"ตา..ตา”
เจ้าก้อนกลมในชุดเงือกน้อยสีเขียวเกาะไหล่คนเป็นตาลุกขึ้นชะโงกหน้ามองตาของเธอที่กำลังร้องให้ตาแป๋วทั้งขมวดคิ้วหันมามองหน้าแม่ฉงนอยากจะถามว่าตาตนเป็นอะไรแต่ก็พูดได้แค่คำว่าตาเท่านั้น
“แค่นี้พ่อก็เก่งมากแล้วค่ะ”
กอแก้วและกอบัวรีบโผเข้ามากอดคนเป็นพ่อพวกเธอไม่เคยคิดว่าพ่อไม่มีศักยภาพแม้แต่น้อยเพราะตั้งแต่เล็กจนโตมาถึงตอนนี้พวกเธอยังไม่เคยลำบากกันเลย
ณ สถานที่ห่างไกลอีกซีกโลกข้ามภพชายหนุ่มวัย32คุณชายไฮโซมาดเซอร์ที่รักความเป็นส่วนตัวที่สุดนั่งอยู่ที่บ้านพักริมชายหาดเขานั่งวาดแปลนบ้านหลังใหญ่อยู่คนเดียวที่ริมระเบียงพร้อมกับไวน์เกรดพรีเมี่ยมในถังน้ำแข็งอีกสองขวด
ชายหนุ่มเป็นคนที่รูปร่างดีราวกับหลุดมาจากปกนิตยสารสูง183หุ่นกำยำล่ำสันผิวสีแทนผมยาวรบมัดตึงใบหน้าคมคิ้วเข้มตาคมฉายแววน่าเกรงรามจมูกโด่งเป็นสันปากหนาเป็นกระจับเขาค่อนข้างเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวพูดน้อยจริงจังกับเรื่องงานมากที่สุด
ข้ามภพไม่ค่อยถูกกับคนเป็นพ่อตั้งแต่เด็กๆด้วยหลังจากที่แม่ของเขาเสียไปสิบห้าปีก่อนพ่อของเขาก็พาผู้หญิงใหม่เข้าบ้านทันทีแถมเธอยังมีลูกติดเป็นผู้ชายที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขามาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอีก
เขาเป็นลูกชายคนเดียวของเปรม ธาราวัฒนา เจ้าของบริษัทอสังหาชื่อดังตั้งแต่เรียนจบสถาปนิกจากอเมริกาเขาได้เข้าไปทำงานของพ่อแต่ทำได้ไม่นานก็ต้องลาออกเพราะคนเป็นพ่อเห็นลูกเลี้ยงดีกว่าตัวเองโดยให้เขาทำงานไต่เต้าตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆส่วนลูกเลี้ยงดันให้ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงเสียอย่างนั้น
ด้วยความน้อยใจจึงเลือกที่จะออกจากบ้านเปิดบริษัทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของตัวเองบริษัทเปิดตัวมาครั้งแรกก็ทำรายได้ถล่มทลายจนตอนนี้เปิดมาสามสี่ปีแล้วก็ยังทำยอดได้มากมายจนเขานั้นมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งบารมีพ่ออีก
“ครับคุณพัฒน์...หาคนที่คุณคิดว่าจะไม่มายุ่มย่ามกับผมแล้วก็ซื่อสัตย์พอที่จะไว้ใจได้ก็พอเรื่องเนื้องานเดี๋ยวผมคุยกับเธอเอง”
ข้ามภพโทรคุยงานกับพิพัฒน์ทนายที่ปรึกษาที่เขาไว้ใจที่สุดให้รับเลขาคนใหม่ให้หลังจากที่เลขาคนเก่าดันขายข้อมูลให้บริษัทคู่แข่งเมื่อตอนที่เขาล้มป่วยจากอุบัติเหตุจนเขาเสียหายหลายล้านเขาต้องรีบหาเลขาคนใหม่ให้ได้ก่อนที่จะกลับไปทำงานเพราะกลัวว่าแม่เลี้ยงตัวจุ้นจะหาเลขามาให้เพื่อทำลายบริษัทของเขาอีก
ข้ามภพรู้ดีทุกอย่างว่าแม่เลี้ยงของเขาไม่เคยหวังดีต่อตัวเองเพราะอยากจะให้ลูกชายตัวเองอยู่เหนือเขาทุกอย่างแต่ตัวเองก็ไม่ได้คิดจะบอกกับคนเป็นพ่อเพราะเชื่อว่าอย่างไรพ่อของเขาก็ต้องฟังแต่ภรรยาของตัวเองอยู่ดี
ในช่วงเช้าของวันศุกร์ที่แสนสดใสวันนี้ก่อนออกจากบ้านไปสมัครงานกอบัวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกระโปรงพีชสีชมพูคลุมเข่ารวบผมตึงแต่งหน้าอ่อนสวมแว่นหนาเตอะประจำตัวเข้ามากอดลูกสาวตัวกลมที่นั่งอยู่บนตักคนเป็นยายเพื่อขอกำลังใจก่อนจะไปสมัครงานในวันนี้
"วันนี้แม่จะไปสัมภาษณ์ขนุนน้อยอวยพรให้แม่ได้งานด้วยนะคะ"
"งาน.. งาน.. แฮร่ๆ.."
เจ้าก้อนกลมยิ้มปากบานให้คนเป็นแม่เป็นกำลังใจอย่างดีที่ทำให้กอบัวนั้นมีพลังมากขึ้น
ฟอดด
ก่อนออกจากบ้านกอดหอมลูกสาวฟอดใหญ่
"แม่จะรีบไปรีบกลับนะคะ"
"ไปเถอะลูกเดี๋ยวจะสาย..โชคดีนะลูก/โชคดีลูก"
มาลัยและชำนาญไม่ลืมที่จะอวยพรให้ลูกสาวคนเล็กโชคดีด้วยเชื่อมาตลอดว่าพรของพ่อกับแม่นั้นดีกับลูกเสมอ
“ค่ะแม่”
หลังจากออกจากบ้านไปได้กอบัวก็รีบเดินไปที่รถเก๋งคันสีเทาคนเก่าของบ้านแม้มันจะเป็นรถรุ่นเก่าหลายสิบปีแต่พ่อของเธอก็เช็ดถูมันอย่างดีจนดูใหม่เอี่ยมอยู่ตลอดเวลาหญิงสาวรีบขับรถไปสมัครงานก่อนเวลาเป็นชั่วโมงแม้นจะอยู่ใกล้กับบริษัทที่นัดสัมภาษณ์วันนี้ด้วยกลัวว่ารถจะติดและหากไปถึงก่อนเวลาที่ถูกนัดก็เป็นเรื่องที่ดี
ไม่นานนักกอบัวก็ขับรถมาถึงหน้าบริษัทXXXที่เป็นบริษัทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพดูภายนอกหญิงสาวถูกใจที่นี่ไม่น้อยด้วยตัวตึกนั้นเป็นสองชั้นโปร่งดีไซน์ทันสมัยรายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวและท่าทางคนในบริษัทก็น่าจะไม่ได้เยอะมากมายด้วย
หลังจากจอดรถหลังบริษัทเสร็จหญิงสาวก็เดินถือซองเอกสารเข้ามาที่หน้าบริษัทตรงไปที่ประชาสัมพันธ์ก่อนจะเอ่ยทักทายพนักงานตรงหน้าเคาเตอร์ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ฉันกอบัวค่ะ..คุณพิมลดานัดให้มาสัมภาษณ์วันนี้ค่ะ”
“ตามดิฉันมาเลยค่ะ”
กอบัวเดินตามพนักงานสาวมานั่งรอพิมลดาที่ห้องโถงชั้นสองไม่คิดว่าที่นี่จะจัดสรรปันส่วนของบริษัทได้น่าอยู่เพราะเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งทุกอย่างเปรียบเสมือนอยู่ในโรงแรมหรูเลยทีเดียว
ก๊อกๆๆ
กอบัวนั่งรอในห้องรับแขกพักใหญ่เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตูแล้วหญิงสาวหน้าสวยในชุดเสื้อเชิ้ตชีฟองสีดำกระโปรงสั้นสีน้ำเงินก็เดินเข้ามาหาเธอด้านใน
“สวัสดีค่ะพี่พิมลดา..คุณกอบัวใช่หรือเปล่าคะ”
พิมลดาฝ่ายบุคคลสาวสวยของบริษัทเดินเข้ามาทักทายกอบัวด้วยท่าทีที่เป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ..ฉันกอบัวค่ะ”
กอบัวรีบลุกยืนสวัสดีสาวสวยตรงหน้า
“ตามพี่มาเลยค่ะ..”
“ค่ะ”
กอบัวเดินตามพิมลดามาถึงหน้าห้องประธานบริษัทเธอแอบประหม่าในใจพอสมควรด้วยทั้งพนักงานที่นี่และคนที่มาสมัครงานพร้อมเธอดูแต่งตัวเป็นกันทั้งนั้นคิดว่าเธอคงจะแต่งตัวดูเฉิ่มเชยที่สุดในที่นี้เห็นจะได้
“รอ..สัมภาษณ์คิวต่อไปเลยนะคะ”
“ค่ะ”
พิมลดาส่งกอบัวที่หน้าห้องของประธานบริษัทก่อนจะเดินเข้าไปในห้องท่านประธานปล่อยให้เธอนั่งคู่กับสาวสวยอีกคนที่น่าจะมาสัมภาษณ์เหมือนกันแต่ท่าทีจะไม่เป็นมิตรกับเธอเท่าไรรู้จากการที่อีกฝ่ายมองตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“มาสมัครเป็นแม่บ้านหรอ”
“เปล่าค่ะ..บัวมาสมัครตำแหน่งเลขาคุณล่ะคะ”
กอบัวตอบหลับหญิงสาวข้างๆที่เอ่ยถามเธอเสียงแข็งทั้งยังมองเธอด้วยหางตา
“ฉันก็มาสมัครตำแหน่งเลขา..คุณกลับบ้านตอนนี้ยังทันนะคะเพราะคุณน่าจะไม่เหมาะกับบริษัทนี้เท่าไร”
กอบัวไม่อยากจะคิดว่าคนที่เจอกันครั้งแรกจะทักทายกันเช่นนี้เธอพยายามทำใจให้นิ่งและไม่โต้ตอบกับอีกฝ่ายออกไปด้วยเชื่อว่าคนที่จะตัดสินเธอคือคนที่อยู่ข้างในไม่ใช่ผู้หญิงที่ทัศนคติเสียข้างๆเธอตรงนี้
“เชิญคุณทีน่าค่ะ”
พิมลดาเปิดประตูเชิญคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าออกจากห้องก่อนจะเรียกทีน่าเข้าไปด้านในสาวสวยร่างสูงยาวราวกับนางแบบจึงรีบเดินเชิดใส่กอบัวเข้าไปในห้อง
ในขณะนี้กอบัวเริ่มใจไม่ดีนักด้วยแต่ละคนที่มาสัมภาษณ์ดูดีกันทั้งนั้นยังไม่น่าจะผ่านแล้วคนเชยๆอย่างเธอจะเป็นอย่างไร
“เจ้าที่เจ้าทางเจ้าขาถ้าลูกได้ทำงานที่นี่ลูกจะซื้อหัวหมูมาถวายกับพวงมาลัยดาวเรืองงามๆ2พวงนะเจ้าคะ”
กอบัวหันซ้ายหันขวาเห็นว่าไม่มีใครเธอก็เริ่มยกมือท่วมหัวเอ่ยบนบานขอให้ได้งานที่นี่ด้วยตัวเงินเดือนที่เสนอในใบสมัครค่อนข้างสูงหยุดเสาร์อาทิตย์มีสวัสดิการหลายอย่างแถมอยู่ไม่ไกลบ้านเธออีกด้วย
“คุณกอบัวค่ะ”
ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ยกมือลงพิมลดาก็ออกมาเรียกเธอพร้อมกับหญิงสาวที่เชิดใส่เธอคราแรกเดินหน้าหงิกหน้างอออกมา
“ค่ะ”
กอบัวรีบลุกยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมให้ดีและรีบเดินตามพิมลดาเข้ามาด้านในเธอแอบกวาดสายตามองในห้องข้างในค่อนข้างโล่งผิดปกติห้องออกจะกว้างแต่มีเพียงโต๊ะทำงานแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นชั้นวางของหรือเอกสารอะไรก็ไม่มีไม่เข้าใจว่าเจ้าของบริษัทที่นี่ทำงานอย่างไร
“นี่คุณพิพัฒน์คนสนิทของคุณข้ามภพค่ะ”
พิมลดาแนะนำชายวัยกลางคนกับกอบัวเรียบร้อยแล้วจึงถอยหลังไปยืนอยู่มุมห้อง
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ กอบัว พรพัทรา ค่ะ..เคยมีประสบการณ์.."
กอบัวรีบแนะนำตัวเองเสียงใสใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มตลอดเวลาพยายามจะพูดให้ได้ดั่งที่ท่องมาก็ถูกอีกฝ่ายเอ่ยประวัติของเธอขึ้นมาเสียก่อน
"เรียนได้เกียรตินิยม มีประสปการณ์งานฝ่ายบุคคล2ปี..น่าสนใจทำไมถึงเลือกจะมาสมัครเป็นเลขาครับ"
"ก็..อยากได้งานนี้ค่ะ"
คำตอบของหญิงสาวที่ออกมาซื่อๆทำเอาพิพัฒน์และพิมลดาอมยิ้มไปตามๆกันไม่ได้คาดคิดว่าหญิงสาวจะตอบเช่นนี้แต่ก็เข้าใจได้ว่านี่คือเรื่องจริงที่คนสมัครตำแหน่งเลขาก็อยากจะได้งานเลขาอยู่แล้ว
"อืม..ใช่ถ้าคุณไม่อยากได้งานคงไม่มาสมัคร..แล้วคุณมีครอบครัวหรือยัง"
"ครอบครัว...เอ่อ..ค่ะ..ฉันมีลูกแล้วค่ะ"
"ดีครับ..งั้นวันจันทร์หน้ามาเริ่มงานได้"
ดูเหมือนที่สัมภาษณ์มาทั้งหมดกอบัวนี่แหละคือหญิงสาวที่พิพัฒ์ตามหาเพื่อที่จะให้มาเป็นเลขาของข้ามภพด้วยจากบุคลิกการแต่งตัวพูดจาดูเธอจะไม่มีพิษภัยเหมือนผู้หญิงสวยๆที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าแถมมีครอบครัวแล้วเธอนี่แหละคือคนที่ข้ามภพสั่งให้เขาหา