ภายในห้องนอนที่แสงไฟสลัว บนเตียงหลังกว้างอันอ่อนนุ่ม สองมือเรียวบางของหญิงสาวถูกตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างแข็งกร้าว
เฉียวหนานซีเจ็บจนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เสียงสะอื้นในลำคอแหบพร่าไปหมด
เธอรู้ดีว่าการก้าวเดินหมากตานี้หมายถึงอะไร จึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือออกไปโอบรอบลำคอของชายหนุ่ม เพียงเพื่ออ้อนวอนขอให้เขาเบามือลงสักหน่อย
ในครรลองสายตาที่พร่ามัว ชายหนุ่มเพียงแต่ตีหน้านิ่งขรึม ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พักหายใจเลยแม้แต่น้อย
ภายหลังจากนั้นเป็นเวลานาน ร่างกายของเฉียวหนานซีก็อ่อนระทวยราวกับดินโคลนเหลว ก่อนจะผล็อยหลับเป็นตายไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำด้วยความเหนื่อยล้า
เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ถึงได้รับรู้จากปากของสาวใช้อย่างพี่จ้าวว่า ฟู่จิงหวยออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว
พอพี่จ้าวเห็นร่องรอยทั่วเรือนร่างของเธอ ในใจก็รู้สึกปวดร้าวเหลือทน “คุณผู้ชายนี่ก็ไม่รู้จักถนอมคนเอาซะเลยค่ะ ทำไมถึงได้รุนแรงจนสภาพเป็นแบบนี้ได้นะ”
พูดพลางก็หายามาทาให้เธอไปพลาง
เฉียวหนานซีมองสภาพอันยับเยินบนร่างกายด้วยความเหม่อลอย ปล่อยให้ความขมขื่นลุกลามมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เมื่อคืนวาน เธอกลับไปที่บ้านเก่าเพื่อเยี่ยมคุณปู่ สาวใช้รินน้ำให้เธอดื่มแก้วหนึ่ง หลังจากดื่มหมดไปไม่นาน ร่างกายก็ร้อนรุ่มไปทั้งตัว
ต่อมาคนขับรถก็ไม่ได้ส่งเธอกลับไปที่วิลล่า แต่กลับขับอ้อมไปในเส้นทางที่เปลี่ยวร้างแทน
เธอแอบใช้โทรศัพท์ส่งข้อความหาฟู่จิงหวย แต่ทางฝั่งเขากลับติดต่อไม่ได้เลย
โชคดีที่ระหว่างทางรถถูกชนท้าย มิฉะนั้น เธอคงจะกลายเป็น ความอัปยศของตระกูลฟู่ไปแล้ว
หลังจากที่เธอลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาถึงวิลล่าได้สำเร็จ ก็เห็นว่าเขากำลังประชุมออนไลน์อยู่
ท่าทีเป็นงานเป็นการอย่างยิ่ง แม้แต่หางตาก็ยังคร้านจะเหลือบมองมาที่เธอ
เป็นสามีภรรยากันมาตั้งสี่ปี ต่อให้เธอไม่กลับมานอนบ้าน เขาก็ไม่ถามไถ่แม้แต่คำเดียว
สติสัมปชัญญะของเธอพังทลาย เธอถอดชุดกระโปรงออก แล้วโถมกายที่เปลือยเปล่าเข้าหาเขา ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาของเขา
ปฏิกิริยาตอบรับของชายหนุ่มรวดเร็วฉับไว เขาปิดการประชุมทางไกลแล้วจับเธอกดลงกับโต๊ะทำงานทันที
หลังจากตักตวงอย่างบ้าคลั่งตลอดทั้งคืน เขาก็จากไปอย่างไม่ไยดี
ชาแก้วนั้นที่บ้านเก่าถูกวางยา จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการทำลายชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของเธอ และขับไล่เธอออกจากบ้าน
การแต่งงานของตระกูลเฉียวและตระกูลฟู่เป็นเพียงแค่ในนาม เมื่อหลายปีก่อนท่านผู้เฒ่าเฉียวเคยช่วยชีวิตท่านผู้เฒ่าฟู่ที่ตกยากเอาไว้ หลายปีต่อมา บุญคุณครั้งนั้นจึงถูกชดใช้ด้วยการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
ในตระกูลฟู่ นอกจากท่านผู้เฒ่าแล้ว ก็ไม่มีใครชอบหน้าเธอเลยสักคน
หากไม่ใช่เพราะฟู่จิงหวยรู้เห็นเป็นใจ ใครเล่าจะกล้าวางยาเธอ
หลังผ่านวันนั้นไป ฟู่จิงหวยก็เดินทางไปทำงานต่างถิ่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน ระหว่างนั้นไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย
พอได้เห็นข่าวคราวของเขาอีกครั้ง กลับเป็นพาดหัวข่าวบันเทิงเสียนี่
เขาอยู่ที่จิงไห่ซึ่งห่างไกลนับพันกิโลเมตร ใช้โดรนจุดพลุอันงดงามตระการตาให้กับหญิงสาวผู้โชคดีคนนั้น
แม้ว่ากล้องจะจับภาพได้ไม่ชัดเจนนัก
แต่เฉียวหนานซีก็ยังจำโครงหน้าด้านข้างของหญิงสาวคนนั้นได้ เธอคนนั้นคือคนที่มีข่าวลือว่าเป็นแฟนเก่าของเขา
ไป๋ซินฉือ น้องสาวของบอดี้การ์ดประจำตระกูลฟู่
ขณะดูข่าว เฉียวหนานซีก็รู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ความอ่อนโยนที่เธอเฝ้าถวิลหามาตลอดสี่ปี เขาได้มอบให้ผู้หญิงคนอื่นไปตั้งนานแล้ว
ความโศกเศร้าจนถึงขีดสุดแปรเปลี่ยนเป็นอาการคลื่นไส้จนเวียนหัว ประกอบกับช่วงนี้ร่างกายไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว เธอจึงเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล
……
“คุณเฉียว คุณตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วครับ”
คำพูดของหมอทำให้เฉียวหนานซีตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก เธอมองใบผลตรวจครรภ์บนโต๊ะอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“เป็นไปได้ยังไงกันคะ?”
เธอแต่งงานกับฟู่จิงหวยมาสี่ปี เพิ่งจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแค่ครั้งเดียว แถมเขายังป้องกันแล้วด้วย
คุณหมอชี้ไปที่ใบรายงานผล พลางยืนยันอย่างหนักแน่น “ไม่ผิดหรอกครับ แต่ภาวะน้ำตาลในเลือดของคุณค่อนข้างต่ำมาก ต้องระวังเรื่องโภชนาการหน่อยนะครับ”
ใจดวงน้อยของเฉียวหนานซีเต้นรัวแรง กระทั่งมายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ขวักไขว่ในโถงโรงพยาบาล เธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ครั้งสุดท้ายนั้นเขาใช้แรงมากเกินไป จนเหมือนว่าถุงยางจะฉีกขาด
เธอกำใบรายงานผลตรวจไว้แน่น ลังเลอยู่นานก่อนจะกดต่อสายไปหาเขา
วินาทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ เธอได้ยินน้ำเสียงที่เกือบจะเย็นชาของชายหนุ่ม และในขณะเดียวกันก็มองเห็นร่างที่คุ้นตาจากที่ไกล ๆ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่ลึกซึ้งฉายแววอ่อนโยน ไม่เย็นชาเหมือนอย่างเคย เขาคุยโทรศัพท์ไปพลาง ก้มหน้ามองคนข้างกายไปพลาง
ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของไป๋ซินฉือเปี่ยมไปด้วยความสุขสมอันหวานชื่น แม้จะสวมชุดกระโปรงตัวหลวมโคร่ง แต่ก็ไม่อาจปิดบังหน้าท้องที่นูนเด่นออกมาได้
ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะตั้งครรภ์ได้ราว ๆ สามถึงสี่เดือนแล้ว
เฉียวหนานซีเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ มือไม้ชาไปหมด
ในดวงตาของเธอสะท้อนภาพฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มที่กำลังถือผลตรวจครรภ์อยู่ หัวใจบีบตัวจนเจ็บแปลบเป็นระลอก
ในสายโทรศัพท์ ฟู่จิงหวยเร่งเร้าเธอด้วยความรำคาญใจ
“พูดมาสิ”
ความคิดของเฉียวหนานซีสับสนวุ่นวาย เธอพยายามประคองสติและเค้นเสียงถามออกไป “คุณอยู่ที่ไหนเหรอ?”
น้ำเสียงของฟู่จิงหวยแสนเย็นชา ราวกับไม่อยากจะตอบคำถามนี้ตรง ๆ นัก
“ทำงานอยู่ มีธุระอะไรก็ว่ามา”
เฉียวหนานซียืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองส่งพวกเขาเดินเข้าไปยังแผนกสูตินรีเวช แล้วก็คิดได้ว่าชีวิตแต่งงานนี้ควรจะจบลงเสียที ไม่จำเป็นต้องไปเป็นตัวรองในความรักของคนอื่น
“รอคุณกลับบ้านแล้วเราค่อยคุยกันเถอะค่ะ”
เฉียวหนานซีจัดการอารมณ์ให้เรียบร้อยก่อนจะเรียกแท็กซี่กลับไปที่วิลล่า เขาไปถึงก่อนเธอ และกำลังจัดการงานบริษัทอยู่ในห้องหนังสือ
เธอผลักประตูเข้าไปก็เห็นเขาทำสีหน้าถมึงทึง ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์
“มารยาทคุณน่ะมีไหม เคาะประตูไม่เป็นหรือไง?”
ในปากของเฉียวหนานซีรู้สึกขมปร่าแทบขาดใจ แต่ก็ยังตีหน้านิ่ง ก่อนจะกระแทกประตูปิดดังปัง
เธอเคาะประตูอย่างแรง โดยใช้แรงเยอะขนาดที่สามารถรื้อตึกทั้งหลังได้เลย
ห้านาทีต่อมา ข้างในถึงมีเสียงดังออกมาว่า “เข้ามาได้”
เฉียวหนานซีค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะเปิดรูปที่ถ่ายไว้ทีหลังให้เขาดู “ใช่คุณหรือเปล่า?”
“ถ้าสายตาคุณไม่ได้มีปัญหา งั้นคุณก็มองไม่ผิดหรอก” ฟู่จิงหวยน้ำเสียงราบเรียบ พูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ
เฉียวหนานซีกัดฟันกรอด “คุณไม่มีอะไรจะอธิบายหน่อยเหรอ?”
เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลายังคงฉายแววเย็นเยียบ “ระหว่างผมกับคุณ กับการแต่งงานที่ได้มาด้วยเล่ห์เหลี่ยม มีอะไรจำเป็นต้องอธิบายกับคุณไม่ทราบ?”
สายตาของเฉียวหนานซีตกกระทบลงบนรอยแดงที่ลำคอของเขา รอยที่ผู้หญิงขบกัดเอาไว้
ทั้งร่างของเธอแข็งทื่อ ได้แต่ยืนเหม่อลอยอยู่ตรงหน้าเขา ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาได้ “ฟู่จิงหวย……”
เขาเมินเฉยต่ออาการใจลอยของเธอ เอาแต่ก้มหน้าพลิกดูเอกสาร “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปรีดชุดที่ผมเพิ่งเปลี่ยนออกซะ”
เธอแค่นเสียงเยาะ
“หย่ากันเถอะ ชีวิตที่คุณเบื่อหน่ายน่ะ ฉันเองก็ไม่อยากทนแล้วเหมือนกัน!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ราวกับได้ยินเรื่องน่าขบขันเต็มประดา “ไหนคุณพูดอีกทีซิ?”
“ฉันบอกว่าหย่ากันเถอะ ทั้งข่าวของคุณกับไป๋ซินฉือ ทั้งที่คุณพาเธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล ฉันเห็นหมดแล้ว ไม่ต้องปิดบังหรอก เหนื่อยเปล่า ๆ ” เธอต้องกลับบ้านเก่าพร้อมกับเขาทุกสัปดาห์
ต้องแสร้งทำเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันหวานชื่นต่อหน้าท่านผู้เฒ่า ก็เหนื่อยมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
ต่อให้ตอนแรกจะเริ่มต้นด้วยเรื่องบุญคุณค้ำคอ แต่ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เธอทุ่มเทหัวใจดูแลเขามา ถึงจะเป็นก้อนหินก็น่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองบ้าง
แต่เขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังไปมีลูกกับผู้หญิงอื่นอีก
เธอฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว
“คุณจะอาละวาดอะไรอีก ซินฉือแค่ไปตรวจร่างกายพอดี ผมเลยพาเธอไปเดินเล่นดูดอกไม้ไฟเพื่อผ่อนคลายก็แค่นั้น เรื่องแค่นี้คุณก็มีปัญหาเหรอ?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ เหมือนกับตัวตนของเขาที่ไม่เคยมีความอ่อนโยนให้เธอเลยสักนิด
เฉียวหนานซีจ้องเขาเขม็ง “งั้นคุณรู้ไหมว่าคืนนั้นที่ฉันไปบ้านเก่า หลังจากดื่มชาเข้าไปแล้ว ฉันเกือบจะถูกส่งไปที่ไหน? แล้วคุณรู้ไหมว่า ถ้าไม่ใช่เพราะรถชนท้าย ฉันคงกลายเป็นความอัปยศของตระกูลฟู่ แล้วก็ถูกพวกคุณขับไล่ออกจากบ้านไปแล้ว”
ฟู่จิงหวยปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ท่าทางไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่ทุกถ้อยคำกลับทิ่มแทงหัวใจ
“ท่านผู้เฒ่าเฉียวใช้บุญคุณนี้บีบให้คุณได้แต่งงานกับผม ถ้าคุณมีมลทินติดตัวจริง ๆ ต่อให้ตระกูลฟู่ไล่คุณออกจากบ้าน คุณก็ไม่มีสิทธิ์พูดปฏิเสธ”
ส่วนเรื่องระหว่างเขากับไป๋ซินฉือ ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายให้เธอฟังละเอียดขนาดนั้น
แพขนตาของเธอสั่นระริก พลันหวนนึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอฟู่จิงหวยในงานบรรยายที่มหาวิทยาลัย เขาสวมสูทเนี้ยบ พูดจาฉะฉาน ใบหน้านั้นหล่อเหลาคมคาย ความรอบรู้ที่เหนือระดับชวนให้คนหลงใหล
ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ เธอแอบรักข้างเดียวมาสามปี แต่งงานกันมาอีกสี่ปี สุดท้ายแล้ว ก็เป็นเธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียว
ในตอนนั้นที่คุณปู่เสียชีวิต คุณย่าป่วยหนัก พ่อก็แต่งงานใหม่หลังจากแม่เสียไปแล้ว และมีลูกชายเป็นของตัวเอง
เธอต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลคุณย่า การได้พบเขา และได้หลงรักเขา ล้วนเป็นโชคชะตา
“ที่แท้คุณก็ไปมีลูกของตัวเองอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้ว มิน่าล่ะทุกครั้งที่คุณปู่เร่งรัด คุณถึงได้ทำท่าไม่ยี่หระตลอดเลย เป็นฉันเองที่ตาถั่ว นึกว่าคุณฟู่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพเสียอีก ฉันกังวลไปเองแท้ ๆ ”
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วฉับ “ตอนที่ผมทำจนคุณสั่นไปทั้งตัว ทำไมคุณไม่เห็นบอกว่าผมมีปัญหาสมรรถภาพบ้างล่ะ?”
เฉียวหนานซีชะงักไปชั่วครู่ ความทรงจำช่วงนั้นย้อนกลับมา ตอนนี้พอมานึกถึงก็ยังรู้สึกเหมือนจะตายเสียให้ได้
แต่เธอก็ยังปากแข็ง
“แค่ครั้งเดียวพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกค่ะ”
เขาโยนปากกาทิ้งไป ก่อนจะลุกขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ พลางหลุบตามองลงมาด้วยท่าทีเหนือกว่า “คืนเดียวเจ็ดรอบ ใช้ไปเกือบสองกล่อง กลางดึกคุณยังงอแงขอกินน้ำตั้งสองหน……”
เธอทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว
ฟู่จิงหวยมักจะปฏิบัติต่อเธอด้วยสีหน้าเย้ยหยันเสมอมา
เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เอาตามนี้เถอะค่ะ ไหน ๆ ก็จะหย่ากันแล้ว คุณอยากจะไปมีลูกกับใครก็เป็นอิสระของคุณ ท่านผู้เฒ่าเองก็อยากอุ้มเหลนอยู่พอดีเลย”
ฟู่จิงหวยขยับเข้าประชิดตัว ดันร่างเธอกระแทกกับบานประตู
“คุณอุตส่าห์ตะเกียกตะกายแทบตายกว่าจะได้แต่งเข้าตระกูลฟู่ จะยอมหย่าง่าย ๆ งั้นเหรอ?”
หน้าอกนุ่มหยุ่นของเฉียวหนานซีกระเพื่อมไหว เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ “ลองหย่าดูไหมล่ะคะ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ของที่คนอื่นใช้แล้ว ฉันไม่เอาไว้หรอก มีแต่จะโยนทิ้งถังขยะเท่านั้น”
เธอสะบัดหน้าเดินหนีไป แต่รู้สึกยังไม่หายแค้น จึงเดินย้อนกลับมาหยิบกระถางต้นกระบองเพชรบนโต๊ะเขาออกไปด้วย
ก่อนหน้านี้เพราะเธอห่วงว่าเขาจะใช้สายตามากเกินไป จึงตั้งใจซื้อของชิ้นนี้มาเพื่อช่วยกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เขา
เอาไปทิ้งถังขยะยังดีกว่าทิ้งไว้ให้เขา
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าพลันทะมึนลงเล็กน้อย
พอออกจากห้องมา เธอก็กลับไปที่ห้องนอน พอหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเพื่อเตรียมติดต่อทนายให้ร่างหนังสือหย่าร้าง นามบัตรใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งก็ร่วงลงบนพื้น
เฉียวหนานซีเก็บมันขึ้นมา พอเห็นคำว่าคลินิกสุขภาพเพศชายก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นป้าที่หน้าโรงพยาบาลยัดใส่มือมาให้
เธอปัดเลื่อนหน้าจอปลดล็อกโทรศัพท์
เฉียวหนานซีหายตัวไปอย่างเงียบกริบ
ตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น เธอไม่ยอมรับสาย ไม่ตอบข้อความ ราวกับหายวับไปจากโลกแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ฟู่จิงหวยอยู่ที่บริษัท ทันทีที่จัดการงานเสร็จเรียบร้อย ก็ได้รับสายด่วนจากท่านผู้เฒ่าที่กระหน่ำโทรเข้ามา
“ทำไมโทรหาหนูซีซีไม่ติด แกเองก็ติดต่อไม่ได้ พวกแกสองคนมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า?”
ฟู่จิงหวยดึงโทรศัพท์ออกห่างหูเล็กน้อย เพื่อป้องกันแก้วหูฉีกขาด “ผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ”
“หนูซีซีเป็นเมียแก แกไม่รู้แล้วใครจะรู้ ถ้าสุดสัปดาห์นี้ไม่พาซีซีมาด้วย แกก็ไม่ต้องโผล่หัวกลับมาให้ฉันเห็นหน้าเลยนะ”
เสียงปังดังขึ้นทีหนึ่ง ท่านผู้เฒ่าตัดสายทิ้งไปอย่างเด็ดขาด
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
เซิ่งอันผู้ช่วยหนุ่มเดินเข้ามาวางสัญญาลงตรงหน้า เห็นผู้เป็นเจ้านายกำลังนวดคลึงหว่างคิ้ว ท่าทางเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอ
“บอสครับ ข่าวพาดหัวใหญ่นั่น คุณได้อธิบายกับคุณนายแล้วหรือยังครับ?”
ฟู่จิงหวยสวนกลับ “ฉันมีหน้าที่อะไรต้องไปอธิบายให้เธอฟังด้วย”
“หา? พวกคุณเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายนะครับ จำเป็นต้องซื่อสัตย์ต่อกัน พอคุณมีข่าวฉาวออกมา คุณนายต้องคิดมากแน่ ๆ เป็นลูกผู้ชายจะทำให้ผู้หญิงร้องไห้ไม่ได้นะครับ”
เซิ่งอันยิ้มแหย ๆ “ถ้าเรื่องบนเตียงก็ว่าไปอย่างครับ”
ฟู่จิงหวยปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา “รู้ดีเหลือเกินนะ เมื่อก่อนเคยถ่ายมาหรือไง?”
คำถามนี้ดูทะแม่งชอบกล
เซิ่งอันทำหน้างง “ถ่ายอะไรเหรอครับ?”
“ถ่ายหนังผู้ใหญ่ไง” ฟู่จิงหวยกดหาเบอร์แล้วต่อสายโทรออก แต่เฉียวหนานซีก็ยังคงไม่รับสายเช่นเดิม
เซิ่งอันหน้าแดงซ่าน เขายังโสดยังซิง จะไปเคยถ่ายของพรรค์นั้นได้ยังไง
เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วชะโงกหน้ามอง
“มีอีกเรื่องครับ เรื่องที่เดือนก่อนคนขับรถพาเธอออกไป คุณได้บอกคุณนายหรือยังครับว่าอุบัติเหตุชนท้ายกลางทางนั่น จริง ๆ แล้วเป็นฝีมือคนที่คุณส่งไปจัดการ?”
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วมุ่น “นายชักจะยุ่งวุ่นวายเกินไปแล้วนะ งั้นยกฟู่ซื่อให้นายบริหารเลยดีไหม”
เซิ่งอันสงบคำไปอย่างรู้ประสา
“ผมไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกครับ แค่ได้เป็นผู้ช่วยพิเศษของคุณก็เป็นวาสนาแล้ว”
ฟู่จิงหวยเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ตอนที่ต่างคนต่างอยู่กับเฉียวหนานซี ทุกอย่างก็ปกติดี
เธอคอยทำอาหารและซักเสื้อผ้าให้เขาอยู่ที่บ้าน วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนคุยกับท่านผู้เฒ่าที่บ้านเก่า ช่วยจัดการดูแลเรื่องราวต่าง ๆ ของทางบ้านเก่า
ไม่เคยมีขาดตกบกพร่องเลย
ทว่าหลังจากที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ เรื่องราวบางอย่างก็เปลี่ยนไป
คืนนั้นเธอเป็นดั่งสายน้ำที่โอบรัดรอบเอวเขา ประคองใบหน้าเขาเอาไว้ และปลดปล่อยความเร่าร้อนออกมาอย่างถึงใจ
ไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเขาปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
เป็นเพราะห่างหายเรื่องนี้ไปนานเกินไป หรือเพราะมาตรฐานเรื่องผู้หญิงต่ำลงกันแน่ เขาถึงได้ถูกตัณหาครอบงำได้ง่ายดายเพียงนี้
ก่อนออกไป เซิ่งอันก็วางตลับยาแก้แพ้ที่ล้วงจากกระเป๋าลงบนโต๊ะ “คราวก่อนที่คุณแพ้ลูกท้อป่า ทาตัวนี้แล้วได้ผลดีนะครับ ดูรอยข่วนที่คอคุณเข้าสิ ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าเป็นรอยจูบจากผู้หญิงที่ไหนนะครับเนี่ย”
ฟู่จิงหวยปรายตามองแวบหนึ่ง ลูกท้อบุบ ๆ บี้ ๆ ไม่กี่ลูกนั่น เห็นว่าเป็นของดีประจำถิ่นที่พนักงานเอามาฝาก เขาแค่แตะโดนนิดเดียวก็คันคะเยอไปทั้งตัว
เขาเปิดตลับยา กลิ่นฉุนกึกเตะจมูกทันใด เล่นเอาปวดหัวตุบเลยทีเดียว
เฉียวหนานซีเองก็ปรุงเครื่องหอมเป็นเหมือนกัน ทุกครั้งที่เขาต้องเดินทางไปต่างถิ่นก็จะแอบยัดใส่กระเป๋าเดินทางไว้ให้ พอถึงโรงแรมและเอาออกมาวางไว้ในห้องน้ำ กลิ่นหอมจะอบอวลอยู่ตั้งหลายวัน
ในบ้านเองก็มักจะมีกลิ่นส้มหวาน ๆ หรือไม่ก็กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกหอมหมื่นลี้อยู่เสมอ
ฟู่จิงหวยเม้มริมฝีปากแน่น แล้วก็โยนตลับยานั้นกลับไปทันที
เขาเงยหน้าขึ้นมองเซิ่งอัน “สั่งให้ไปตามหาคนคนเดียว ผ่านไปเป็นเดือนแล้วยังไม่มีข่าวคราว แต่เรื่องหายามาประจบนี่ไวจริงนะ ที่บ้านสืบทอดกิจการขายยามาหรือไง?”
เซิ่งอันถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเดือนก่อนตอนที่คุณนายเกิดเรื่อง บอสได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากคุณนายแล้ว แต่ตอนนั้นติดการประชุมด่วนข้ามประเทศ ประกอบกับที่ตอนนั้นความสัมพันธ์ของบอสกับคุณนาย…… ค่อนข้างตึงเครียด บอสเลยสั่งให้เขาไปรับคุณนายด้วยตัวเอง
เขาตามสัญญาณจีพีเอสในมือถือไปจนเจอคุณนาย แล้วขับรถพุ่งชนท้ายรถคันนั้นเข้าอย่างจัง
คนขับรถเปิดประตูวิ่งหนีหายวับไปราวกับหนูท่อ
เซิ่งอันรีบรายงานทันควัน “มีครับ ๆ มันกบดานเงียบไปเดือนนึงเพิ่งจะโผล่หัวออกมา มีรายการใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ร้านนวดเท้า ส่งคนไปดักจับแล้วครับ บอสรอฟังข่าวได้เลย รับรองจับได้คาหนังคาเขาแน่นอน”
ประเดี๋ยวจะมีการประชุมอีกรอบ ฟู่จิงหวยจึงไม่อยากเสียเวลามากความ ทว่าระหว่างที่การประชุมดำเนินไปได้ครึ่งทาง ก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกหน้า
เซิ่งอันตั้งใจจะกดตัดสายให้เจ้านาย แต่ดันมือลั่นไปกดโดนปุ่มเปิดลำโพงเข้าเสียอย่างนั้น
“สวัสดีครับ ใช่คุณฟู่จิงหวยหรือเปล่าครับ? เมื่อวานคุณได้ลงทะเบียนปรึกษาปัญหาเรื่องหลั่งเร็วเอาไว้ ไม่ทราบว่าสะดวกเข้ามาที่โรงพยาบาลเมื่อไหร่ดีครับ ทางเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้บริการตรวจร่างกายเบื้องต้นให้คุณฟรีครับ”
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบราวกับป่าช้า
เหล่าผู้ถือหุ้นต่างพากันตกตะลึงระคนสงสัย บอสดูหนุ่มแน่นแข็งแรงขนาดนี้ ที่แท้เรื่องอย่างว่าดันไร้น้ำยาเหรอเนี่ย
เซิ่งอันรีบลนลานวางสาย แล้วอธิบายด้วยท่าทีระวังตัวแจ “ก็แค่ฟลุกโทรติดน่ะครับ บังเอิญโทรสุ่มมั่ว ๆ แล้วติด ชื่อก็คงบังเอิญเหมือนกันเฉย ๆ ”
ฟู่จิงหวยปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
ทว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ส่วนตัว ไม่มีใครกล้าแพร่งพรายออกไปแน่ นอกเสียจากยัยผู้หญิงที่ไม่รู้จักกลัวตายคนนั้น