ตอน 2

บทที่ 1

ไม่คิดมองใครอื่น

“พ่อมึงสร้างเรื่องอีกแล้วไอ้เมือง”

ประโยคที่ถูกเปรยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเรียกสายตาของหนุ่มแว่นนามว่าไมยราพให้หันไปมองทางต้นเสียง ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและยังทำงานกับเจ้านายคนเดียวกัน ในตำแหน่งเดียวกันอีกด้วย “อะไร”

ไตรทศเพียงแค่ส่งสมาร์ตโฟนเครื่องบางของตนให้เพื่อน โดยที่อีกฝ่ายก็วางมือจากงานตรงหน้ามาคว้าไปถือไว้อย่างรู้งาน

วันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘เจ้านาย’ หรือก็คือ ‘พ่อ’ ที่พวกเขาพาดพิงถึงนั้นมีงานให้ไปร่วมตั้งแต่ช่วงสายของวัน ใครที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ได้ติดตามไปด้วย อย่างพวกเขาสองคนที่เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสส. มักจะจัดการเกี่ยวกับงานของสภา ส่วนนั้นจึงไม่ใช่หน้าที่

ด้วยเหตุนั้นจึงไม่ได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย แต่ก็ได้รับรู้ข่าวสารทุกอย่างเนื่องจากมีเหยี่ยวข่าวประจำสำนักงานสส. เซียง ที่ไม่มีสส. เซียงในนั้นคอยรายงานทุกความเคลื่อนไหว

ลูกนอกไส้ของนักการเมืองท่านหนึ่ง (8)

คุณอ่ำส่งรูป

คุณอ่ำ: พ่อใครครับ รถอ้อยคว่ำเรี่ยราดมาก

รูปถ่ายของสัตรายามยื่นมือไปรับกลีบกุหลาบจากน้องนางรำถูกส่งมาให้ทุกคนเชยชมโดยฝีมือของอนันต์ หนุ่มวัยสามสิบเอ็ดที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยสส. โดยอยู่ในแผนกสร้างภาพ มักจะตามถ่ายรูปการทำกิจกรรมของเจ้านายไปลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกรูปที่จะลงได้ อย่างรูปนี้เห็นทีต้องเป็นความลับ

ไมยราพเพียงแค่บิดยิ้มแล้วส่งมือถือคืนแก่เจ้าของ

ไตรทศที่รับเครื่องมือสื่อสารมาถือไว้ก็เอ่ยอย่างนึกเสียดาย “มีแค่เราสองคนที่ไม่ได้เห็นนักล่าออกหากิน”

“พอเถอะ กูเหนื่อยจะเห็น”

เจ้านายของพวกเขานั้นฉากหน้าเป็นนักการเมืองหนุ่มดาวรุ่ง แม้จะมีอายุน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในสนาม ทว่ากลับพาตัวเองมาโลดแล่นอยู่หัวตาราง ฐานะ รูปร่าง ความสามารถล้วนเป็นที่น่าชื่นชม สัตราในฐานะสส. เซียงนั้นนิยามได้ว่าไร้ที่ติ

แต่ฉากหลังเป็นเพียงสัตรา เจียรโณทัย บุตรชายคนโตของท่านพิศาลและคุณหญิงพิมพิมาน ที่เติบโตมาบนกองเงินกองทอง ความลำบากคืออะไร เขาจำเป็นต้องรู้จักมันด้วยหรือในเมื่อตระกูลเจียรโณทัยรวยเป็นหมื่นล้านปลายๆ ที่คาดเดาว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงแตะหลักแสนล้านได้ ติดอันดับมหาเศรษฐี TOP 10 ของเมืองไทยด้วยซ้ำ

และเขาเป็นลูกคนโตที่ทำตัวดีจนใครๆ ก็โอ๋ นั่นแลกมาด้วยนิสัยที่ลูกคนรวยพึงมี ซึ่งสัตราก็มีมันเต็มกระบุง

สำคัญเลยเขาเป็นผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าเงิน

ทว่าไม่ยักจะมีข่าวเสียๆ หายๆ ถึงพฤติกรรมด้านลบเผยแพร่สู่สาธารณะ อาจจะเพราะผู้หญิงทุกคนที่นอนกับเขาได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูง และทุกครั้งก็เกิดจากการยินยอมของทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีประโยชน์ให้ออกมาสาดโคลนสร้างข่าวไม่ดีใส่กัน ด้วยมีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

ในสายตาของเหล่าผู้ติดตามทั้งแปดของสส. นั้นมองว่าสัตราไม่ใช่คนเลว...แต่เขาก็ไม่ใช่คนดีเช่นกัน

นักการเมืองไม่ได้มีสองบุคลิก ก็แค่รู้ว่าควรใส่หน้ากากอย่างไรเพื่อเข้าสังคม

ไตรทศเปรยขึ้น “แต่น้องนางรำนี่ยังดูเด็กอยู่เลย พ่อมึงอีกไม่กี่ปีจะสี่สิบแล้ว กูคงไม่ตกงานมั้ง”

“ว่าไปนั่น”

เพราะหากสส. ที่ขึ้นตรงด้วยประพฤติผิดจนต้องสิ้นสภาพ พวกเขาไม่ว่าจะเป็นพี่คนโตของกลุ่มอย่างวสุ ที่ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์แก่ตัวสส.

ตัวเขาและเพื่อนสนิทเช่นไมยราพ รวมไปถึงผู้ช่วยสส. อีกห้าหน่ออย่าง ลิขิต แผนกจัดการงานของพรรค คมชาญ ประสานงานและดูแลเรื่องลงพื้นที่ อนันต์ เด็กฟิล์มที่ทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เจ้านาย ส่วนสดายุนั้นเบ็ดเตล็ด ทำตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ นายสั่งให้ดำน้ำต้องถามว่าให้ดำลึกแค่ไหน และยังมีตำแหน่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของวสุอีกด้วย

สุดท้ายคือเขมราฐ คู่หูน้องเล็กกับสดายุ หมอนั่นต้องว่างเสมอเพราะมีหน้าที่ขับรถให้เจ้านาย

ก็ถ้าสัตราทำตัวไม่ดี รายนามทั้งหมดนี้ก็คงจะถูกปลดไปตามระเบียบ

คงได้ขอข้าววัดกินกันบ้างล่ะ

ไมยราพกล่าวขึ้น ไตรทศจึงโยนความคิดในหัวทิ้งไป “แต่นายไม่ใช่คนสะเพร่า มึงก็รู้ว่าถ้าเขาไม่รอบคอบคงไม่มีภาพลักษณ์ใสสะอาดอะไรมาได้อย่างทุกวันนี้หรอก ป่านนี้ฉาวโฉ่รายวันไปแล้ว จะนอนกับใครทีๆ ขอดูยันบัตรประชาชน แม้แต่กับเด็กในเลาจน์ที่คัดมาแล้วยังมิวาย พ่อมึงน่ะ รอบคอบปานนั้นเลยแหละตง กับเด็กนี่ก็คงเหมือนกัน แต่ว่า...”

ไตรทศหรี่ตาแคบ กล่าวย้ำ “ว่า?”

“เหยื่อจะยอมให้ล่าหรือเปล่าแค่นั้นเอง เขาเป็นนางรำไม่ใช่เด็กเลาจน์ เดินดุ่มๆ ไปดีลได้โดนชฎาแทงไส้ทะลุแน่”

คนฟังเปิดปากหัวเราะพอเป็นพิธีก่อนดึงความสนใจกลับมาที่งานตรงหน้า เพราะใกล้จะถึงการประชุมสภาแล้ว ซึ่งการเตรียมเอกสารและอื่นๆ อีกมากมายสารพัดอย่างนั้นอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของผู้ชำนาญการประจำตัวสส. อย่างพวกเขาทั้งสองคน

.

.

.

ขบวนเบนท์ลีย์ทั้งสามของสส. เซียงเคลื่อนตัวออกจากบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อกลับไปพักผ่อนที่เพนท์เฮ้าส์ใจกลางเมืองเพราะวันนี้ไม่มีตารางงานแล้ว นอกจากคืนนี้ที่จะไปเยือน Fairyland Exclusive Club สักประเดี๋ยว

“ขั้ว เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วกลับไปพักผ่อนซะนะ คืนนี้จะไปเลาจน์ ค่ำๆ ค่อยมารับ”

“ครับนาย”

เขมราฐรับคำหนักแน่น เพราะคำสั่งของนายถือเป็นเด็ดขาด เขามีหน้าที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยเป็นแค่ผู้ช่วยและยังมีอายุน้อยกว่าห้าถึงหกปี ต่างกับวสุที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ เจ้าตัวอายุน้อยกว่าสัตราเพียงหนึ่งปี เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยจนมาทำงานด้วยกันอย่างทุกวันนี้ เป็นรุ่นพี่ที่ก็เหมือนจะเป็นเพื่อนกลายๆ และด้วยตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญจึงค่อนข้างต่างกับผู้ช่วย

บางครั้งวสุก็ดูไม่เหมือนลูกน้องของสัตราเท่าใดนัก

พลขับรับคำไม่กล้าหือ ต่างกับที่ปรึกษาอย่างพี่ใหญ่ในกลุ่ม

“ไม่ใช่ว่าถูกใจน้องนางรำคนนั้นรึคุณเซียง ยังจะไปหาน้องหมาน้องแมวอีก”

ปกติแล้วจะเรียกนายเหมือนคนอื่นๆ แม้จะเป็นเพื่อนรุ่นพี่แต่บทบาทการทำงานก็ยังคงแสดงความเคารพอีกฝ่ายอยู่เสมอ เพียงแต่ตอนนี้มีแค่คนกันเองและวสุอยากสัพยอกเจ้านายจึงกล่าวขานว่าคุณเซียง

น้องหมาน้องแมว...น้องๆ ใน Fairyland Exclusive Club ที่มักจะแต่งตัวเลียนแบบสิ่งมีชีวิตทั้งที่มีอยู่จริงและในโลกเหนือจินตนาการ ให้สมกับเป็นดินแดนเทพนิยายที่ไอ้ผู้ชายสำส่อนข้างหลังชอบไปสุงสิง

ชายหนุ่มที่ถูกค่อนขอดกลายๆ บิดริมฝีปากจนคล้ายจะก่อเกิดรอยยิ้ม แต่มันก็เลือนหายไปในวินาทีเดียวกันนั้น

“ก็แค่สวย ไม่ได้อะไรมาก”

ตอน 3

นางรำคนสุดท้ายนามว่าอัปสรายกมือขึ้นแนบอกหลังได้รับค่าจ้างที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงของวันนี้

“ขอบคุณพี่ปอยมากนะคะคิดถึงหนูแล้วให้โอกาสได้มาที่นี่”

“ให้โอกาสอะไรกันล่ะ เรานั่นแหละที่ให้โอกาสพี่” ก่อนผู้ก่อตั้งคณะร่ายดาหลาอย่างปิยอรจะถอนหายใจพรืดใหญ่ “ถ้าวันไหนสะดวกอีกก็มาช่วยพี่หน่อยนะ”

“ค่ะ”

แล้วน้องนางรำก็เดินทางกลับห้องพักหลังเปลี่ยนชุดและร่ำลาเพื่อนพี่น้องคนอื่นๆ เสร็จเป็นที่เรียบร้อย

อัปสราไม่ได้เป็นนางรำประจำของคณะ ในยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ศิลปะหลายแขนงก็ถูกลดบทบาทของตัวเองลง แม้จะมีอยู่แต่ก็ใช่ว่าเฟื่องฟู หากไม่ใช่เพราะใจรักและมีอันจะกินคงไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ อย่างที่เธอก็มิอาจทำได้

สาวเจ้าเป็นนางรำของทางโรงเรียนตั้งแต่สมัยประถม ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นแม้ไม่ได้ใคร่ที่จะเป็นก็ถูกคุณครูจับไปทำกิจกรรม เมื่อจำเป็นต้องอยู่กับสิ่งนั้นเธอก็ผูกพัน ตั้งแต่เล็กจนโตอัปสราร่ายรำไปนับครั้งไม่ถ้วน

แต่คนที่โดดเด่นในรั้วโรงเรียน พอจบมาทำงานก็เป็นคนจืดจางคนหนึ่งเท่านั้น

จะว่าเช่นนั้นก็คงไม่ถูกนัก อย่างน้อยมันก็ไม่ได้จางจนไร้ตัวตนสำหรับใครบางคนที่เพียรส่งข้อความมาวอแวกันตั้งแต่ช่วงสายอย่างเจ้าของร้านกาแฟหน้าเลือดที่กดค่าแรงของเธอไว้เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน แต่ให้ทำสารพัดสิ่งทั้งบาริสต้า กราฟิกดีไซน์ แคชเชียร์ รวมถึงทำความสะอาดร้าน ถ้าคนถามว่าทำงานอะไรคงต้องตอบว่าทำตามเจ้านายจะสั่ง เป็นให้เจ้านายทุกอย่างแล้วในค่าจ้างหมื่นสอง

ชาติไหนจะรวยหนอ แต่ก็ดีกว่าจับอาชีพนางรำที่ไม่รู้ว่าแต่ละเดือนจะมีเข้ามากี่งาน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมีทุกเดือนไม่เคยเว้น

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหลุบต่ำลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือบาง ข้อความจากชยินถูกส่งมาหาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็ตอบไปตามมารยาทและเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น

Chayin: น้องเชยรำเสร็จหรือยังคะ ให้พี่ใหญ่ไปรับไหม

Cinnamon: หนูกลับเองได้ค่ะ ขอบคุณพี่ใหญ่มากแต่ไม่รบกวนดีกว่า เกรงใจ

Chayin: เกรงใจทำไมคะ ถ้าเป็นเรื่องของน้องเชยพี่ใหญ่คนนี้เต็มใจเสมอค่ะ

ถ้าจะให้ดี เต็มใจที่จะให้เงินเดือนเธอมากกว่านี้ด้วยได้หรือไม่

อัปสราไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เลือกจะปิดมือถือแล้วหย่อนมันลงกระเป๋าสะพายราคาหลักร้อย แต่แล้วระหว่างที่สาวเจ้าเดินทอดน่องอยู่ริมถนนเพื่อไปขึ้นรถโดยสาร หางตาก็เห็นขบวนรถหรูขับผ่านไป เธอมองตามจนรถทั้งสามลับไปจากครรลองสายตา แล้วจึงดึงกลับมาที่เดิม

รถประจำตำแหน่งของเธอหาใช่รถคันเล็กๆ พรรค์นั้นหรอก ต้องรถคันใหญ่ๆ มีคนขับให้นั่งต่างหากถึงจะเหมาะสม ไหนยังมีเพื่อนร่วมทางอีกหลายชีวิตเพื่อคลายเหงา

นั่นล่ะ ชีวิตแม่ดอกหญ้าในป่าปูนนามว่าอัปสรา วิจิตรโชติ

Fairyland Exclusive Club มีทางเข้าทั้งหมดสองทาง หนึ่งเป็นทางเข้าด้านหน้าที่ลูกค้าทั่วไปนิยมใช้ ส่วนทางที่สองค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าวีไอพี

สัตราเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ใช้ทางเข้าที่สอง

ซึ่งทางนี้จะสามารถขับรถมาจอดที่ทางเข้าอาคารในชั้นใต้ดินได้เลย เมื่อล้อรถหยุดหมุนประตูก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานของทางเลาจน์ ขายาวตวัดออกไปยืนบนพื้นก่อนก้าวเข้าไปด้านใน เข้าไปอยู่ในลิฟต์แล้วทะยานสู่ชั้นบนสุดซึ่งเป็นแหล่งกบดานของเขากับกลุ่มเพื่อน

ประตูห้องสูทสำหรับสี่ท่านถูกเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของนักการเมืองหนุ่ม ภายในกอปรไปด้วยห้องนอนสี่ห้องและห้องโถงสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะปาร์ตี้สังสรรค์หรือพูดคุย นัยน์ตาคมตกกระทบที่ร่างของเพื่อนสนิททั้งสามที่มาถึงก่อนหน้านี้ โดยที่ข้างกายก็มีสาวสวยคอยให้บริการ บ้างก็นั่งตัก แล้วแต่ใครจะสะดวก

เขาแค่นหัวเราะขณะมองไปยังธิปกที่ราตรีมาเยือนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มจะนัวหญิงอย่างกับพวกของขาด

แกล้งเปรยขึ้นกับลมฟ้าอากาศ “ห้องอยู่ใกล้แค่เอื้อม มีอารยะธรรมหน่อยก็ดีมั้งคุณชายทิศ”

“โผล่หัวมาได้สักที” รชตเป็นฝ่ายเอ่ยทัก ก่อนหันไปทางคนที่ถูกค่อนขอด “มันรอมึงจนเข้าห้องไปแล้วรอบหนึ่ง”

“ก็ไม่ได้ช้าขนาดนั้น มันรีบเอง”

มุมปากของณเรศแง้มขึ้นเล็กน้อย “คนอย่างมึงมันไม่มีความผิดจริงๆ”

สัตราไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งลงยังที่ประจำ น้องหมาน้องแมวที่กลายพันธุ์เป็นน้องโคนมก็รีบเข้ามาบริการชงเหล้าเพื่อเอาอกเอาใจ แต่เขารู้ เขาแค่มาผ่อนคลาย พวกเธอก็แค่ทำงาน ณ ที่แห่งนี้มีได้ทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกดีๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเขาไม่เคยมีสิ่งนั้นกับพวกหล่อน

“พรุ่งนี้มีบิน คงรีบกลับ”

ธิปกที่ถูกกระทบกระเทียบรีบเอ่ยบอกหลังดึงหน้าออกมาจากนมวัวได้สำเร็จ แล้วจึงยกแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันขึ้นมากระดกเข้าปากรวดเดียว

ท่านสส. เพียงแต่รับฟัง ไม่ได้โต้ตอบอะไร พร้อมกันนั้นมือเรียวของแม่วัวสาวก็เริ่มเลื้อยมาที่ต้นแขนแกร่ง “คุณเซียงล่ะคะ รีบกลับหรือเปล่า”

“คงไม่”

“ก็อยู่สนุกกับเจด้าได้น่ะสิคะ”

มุมปากหยักยกขึ้นคล้ายยิ้ม ก่อนจะมีเสียงของหนึ่งในเพื่อนสนิทดังขึ้น “จำได้ว่าสส. เขตพรรคมึงสอบตกเยอะกว่าที่คาดการณ์ไว้...ใช่ไหม”

เป็นณเรศที่เอ่ยขึ้น นักการเมืองจึงพยักหน้ารับ

ช่วงหาเสียงทางพรรคถูกโจมตีสารพัดอย่างจนเป็นเหตุให้คะแนนความนิยมถดถอยลงไปจนน่าใจหาย แม้จะชนะการเลือกตั้งในสมัยนี้ สมัยหน้าก็ใช่ว่าหนทางจะราบรื่น พื้นที่ที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคมานับสิบยี่สิบปีก็ถูกตีแตก หากไม่มีผลงานมากู้หน้าเห็นทีความฝันที่จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยต่อไปของเขาอาจจะเป็นจริงไม่ได้

สัตราคว้าแก้วเหล้ามากระดก สำทับไปตามใจคิด “ไทยเจริญกำลังเติบโต พื้นที่ที่เป็นไทยเคยครองอยู่ก็ถูกคนของมันสอยร่วงไปซะเยอะ” แก้วเหล้าถูกโคลงเล็กน้อย “สงสัยว่าบารมีกูจะไม่ถึงเก้าอี้รมต.”

“ไม่อยากปลอบใจ แต่ก็น่าห่วง”

“รู้ เร่งสร้างผลงานอยู่เหมือนกัน”

“สมัยหน้าถ้าพรรคมึงไม่ชนะ หวานปากไอ้พงศ์พัฒน์น่าดู” ณเรศหมายถึงหัวหน้าพรรคไทยเจริญ ซึ่งเป็นพรรคที่ค่อยๆ กลืนกินหัวเมืองได้อย่างแนบเนียน จากพรรคขนาดเล็กกลายเป็นพรรคขนาดกลาง ที่สมัยหน้าคงจะทยานมาเป็นพรรคขนาดใหญ่ ส่วนพรรคขนาดใหญ่อย่างเป็นไทยที่เพื่อนสนิทเขาสังกัดอยู่นั้น น่ากังวลว่าสมัยหน้าจะทยอยสูญพันธุ์เพราะโดนโจมตีทุกวี่วัน “คนที่อยู่ในสนามนี้มานานก็น่าจะมีบ้างที่อ่านเกมออก”

“ไม่ได้ยาก”

“นั่นสินะ ผู้ใหญ่บางคนในพรรคมึงถึงได้แอบไปเจอไอ้พงศ์พัฒน์ถึงเขาใหญ่”

คนฟังนิ่งไปชั่วอึดใจ พยายามคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพรรค “พ้นประชุมสภาจะมีประชุมใหญ่ที่พรรค แว่วๆ มาว่าอาภูมิแกจะรีแบรนด์ บอร์ดบริหารน่าจะเปลี่ยนมือทั้งชุดเพราะอาเขาอยากได้คนรุ่นใหม่มาสู้กับไทยเจริญ”

มือบางของสาวสวยข้างตัวยังคงทำหน้าที่ลูบไล้ไปทั่วกายแกร่ง เพียงแต่ชายหนุ่มไม่มีใจจะใฝ่ฝันถึงเรื่องใต้สะดือ ทั้งที่ปกติแล้วก็ยอมรับว่าสำส่อนตัวพ่อ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ปรามอะไร ปล่อยให้เธอทำตามใจปรารถนา

สส. กล่าวต่อ “พวกอาวุโสคงจะไม่พอใจ ที่จริงพวกนั้นไม่พอใจตั้งแต่ลำดับปาร์ตี้ลิสต์กูขึ้นมาเด่นเกินหน้าเกินตาแล้ว แต่อาๆ บางคนก็ดี ที่ไม่ดีก็มาก และถ้าให้กูเดาว่าคนที่ไปหาพงศ์พัฒน์คือใครก็น่าจะอาจักร”

“ทำไมรู้”

เสียงถอนลมหายใจดังมาเฮือกใหญ่ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมองที่รชตเป็นตาเดียว “เชิญคุณเซียงกับคุณไนคุยสาระกันให้เต็มที่นะครับ กูรึก็อุตส่าห์ชวนมาผ่อนคลาย สาวๆ อยู่ตรงหน้ามึงจะยังสนใจงานกันอยู่นั่น”

“อะไรมึงแชมป์ ไม่อยากฟังก็เข้าห้องไป”

“ครับพ่อเซียง งั้นกูปลีกวิเวกไปขึ้นสวรรค์กับน้องโคนมคนสวยก่อนแล้วกัน”

ว่าจบรชตก็พาเด็กของตนเดินแยกเข้าไปในห้องนอน ก่อนธิปกจะเอ่ยขึ้นบ้าง “กูกลับละ เดี๋ยวตื่นไม่ไหวคุณนายแม่กินหัวอีก” เพราะต้องบินไปคุมงานการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่มาเลเซีย เขาจึงไม่อยากเสียงานเสียการไปกับการร่ำสุราและนารี แล้วยกเด็กของตนให้ไปดูแลเพื่อนอีกสองหน่อที่นั่งคุยเป็นจริงเป็นจัง

คล้อยหลังการไปของธิปก บทสนทนาระหว่างสัตรากับหนุ่มไอทีอย่างณเรศก็ดำเนินต่อ

“ก็ลูกชายอาจักรแกสอบตก แต่ก่อนหน้าจะลงเลือกตั้งอาเขาขอให้มันมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์ แต่ทางพรรคก็ไม่ยอม จะให้มันลงเขตให้ได้ พอแพ้ก็คงจะผูกใจเจ็บ นี่มีข่าวจะรีแบรนด์อีกก็คงคิดจะย้ายไปซบพรรคอื่นที่ดูทรงแล้วน่าจะเติบโตได้ดีกว่าแหละมั้ง”

“ถ้าจะย้ายจริงก็ต้องคุยกันแต่เนิ่นนี่แหละ สมัยหน้าถ้าพรรคมึงยังได้จัดตั้งรัฐบาล เขาก็อยู่ต่อ ถ้าพรรคมึงแพ้เขาก็มีที่ไป ก็ระวังอย่าให้ข้อมูลพรรคมึงหลุดไปถึงหูฝั่งนั้นได้ แม่งเป็นฝ่ายค้านด้วย”

“อืม ขอบใจมากเรื่องข่าว ไว้กูจะคุยกับอาภูมิ”

หัวคิ้วของสัตราขมวดเข้าหากันแม้ว่าจะมีสาวสวยช่วยโลมเล้าข้างกายถึงสองคน แต่สมองของนักการเมืองกลับคิดถึงเพียงเรื่องที่เพิ่งได้รับทราบจากเพื่อนสนิท เขาหรือก็ระแคะระคายมาพักใหญ่เพราะหมู่นี้จักรวาลมีท่าทีแปลกตาไปหลายอย่าง ผิดใจกับคนในพรรคก็บ่อย คงเพราะเรื่องนี้กระมัง

“แล้ววันนี้ไปไหนมา”

เขาดึงสายตาไปมองผู้พูด “ศูนย์สิริกิติ์ฯ”

คนฟังพยักหน้ารับ “เห็นรูปผ่านๆ เลยถาม”

ท่านสส. ครางรับในลำคอ “อืม” ก่อนเอ่ย “เปิดงานเซรามิกที่เคยบอก ว่างๆ ไปเดินได้ อุดหนุนผู้ประกอบการในประเทศสักหน่อย แต่คุ้มราคาเพราะสวยจริง”

ทว่าเขากลับสะดุดอะไรบางอย่างยามเอ่ยถึงคำว่า ‘สวย’ เพราะนอกจากสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่ผุดขึ้นในหัว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะนึกถึงผุดขึ้นมาด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED