ตอน 1

1

รักเเรกของน้ำผึ้ง

“รักแรก แรกรัก”

กริ๊งงงๆ...

เสียงกดกระดิ่งรถจักรยานเก่าดังรัวซ้ำๆ กันไปตามซอยเล็กๆ ในหมู่บ้านอยู่ห่างไกลจากความเจริญที่อยู่ติดตีนภูเขาสูงใหญ่ในเขตจังหวัดพิษณุโลก ติดเขตแดนกับจังหวัดเพชรบูรณ์ สองขาสลวยถีบปั่นจักรยานไปตามทางถนนลูกรังที่เป็นดินสีน้ำตาลสองข้างทาง บ้างก็มีบ้านเรือนที่ปลูกสร้างติดกัน บ้างก็เป็นทุ่งนามีต้นข้าวปลูกเต็มท้องนาเขียวขจี กลิ่นหอมของต้นข้าวผสมกับไอดินเปียกน้ำหมอกตอนเช้า แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นส่องแสงอ่อนๆ รับกับท้องฟ้ายิ้มสดใส

หญิงสาวใส่ชุดเสื้อกางเกงแขนยาวม่อฮ่อมเก่าสีดำ สวมงอบใบใหญ่ที่สานด้วยใบจาก เธอฮัมเพลงแผ่วเบา ไปกับเสียงดนตรีที่ดังมาจากวิทยุคู่ใจในตะกร้ารถจักรยาน ซึ่งเป็นวิทยุที่มารดาของเธอซื้อให้เป็นของขวัญ

“สงสารคุณแม่แกส่งฉันเรียน ฉันก็พากเพียรตั้งเเต่เริ่มเรียนอนุบาลชั้นประถม ก็สมกับความต้องการ ทุกชั้นนั้นหนาสอบผ่าน ไม่คิดว่ามารจะมาผจญ พอเริ่มมัธยมได้ไม่กี่ปี หนูก็เริ่มมีความรักเข้ามาปะปน ด้วยมีหนุ่มนั้นทำงานเกษตรตำบล มาพูดจะให้รถยนต์ เลยหลงกลอันที่แนบเนียน พอเรียนมัธยมได้แค่ ม.ศ. ต้องน้ำตานอง เพราะต้องถูกออกโรงเรียน ทนอยู่ไม่ไหวท้องไส้มันเริ่มอาเจียน ต้องออกโรงเรียน ออกเพราะความจำเป็น ออกมาหวังพึ่งคนรักที่มี เขากลับแอบหนี ไม่ยอมให้เรานี้เห็น ขอเตือนรุ่นน้อง อย่าลองเดี๋ยวต้องลำเค็ญ อย่ารักกลางเรียนขอเน้น เดี๋ยวจะเป็นดั่งเช่นนี้เอย ”

“เอ๊ย!...ผึ้ง มาแต่เช้าเลยนะวันนี้...”

“จ้ะลุง...ผึ้งกลัวพ่อกับแม่หิวน่ะจ้ะ เลยออกมาแต่เช้า” เสียงร้องทักของลุงแก่เพื่อนบ้านที่กำลังก้มๆ เงยๆ...

น้ำผึ้งสาวน้อยหน้าหวานวัย 17 ปี แต่อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะ 18 ปีเต็ม หญิงสาวชาวนาหน้าตาสวยหวานเรียบร้อย ผมดำเป็นเงายาวสลวยถึงเอวคอดเล็ก ใบหน้าเรียวงามดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย เอวบางร่างน้อย สูง 150 เซนติเมตร ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวบ้านป่าอย่างเธอจะมีผิวพรรณเรียบเนียน

น้ำผึ้งทราบถึงความทุกข์ยากลำบากของบิดามารดา เธออยากเรียนหนังสือมีความรู้สูงๆ ใฝ่ฝันอยากเป็นคุณครู อยากสอนหนังสือที่โรงเรียนใดสักแห่งหนึ่ง แต่ความฝันที่หวังไว้ก็พังลง หญิงสาวต้องลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมปีที่หนึ่ง เพราะความจนของครอบครัวที่ต้องหาเช้ากินค่ำ

ไหนจะน้องๆ อีกสองคนที่กำลังกินกำลังนอนและเรียนหนังสือ เธอผู้เป็นพี่ต้องจำใจลาออกจากการเรียนกลางคัน ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่งชุดนักเรียนหัวใจของเธอก็ห่อเหี่ยว

หญิงสาวสงสารบิดามารดาที่ต้องทำงานหนักเพื่อเธอและน้องๆ สิ่งไหนที่ทำได้ เธอไม่เคยเกี่ยง งานเล็กงานใหญ่ก็รับทำเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว ไร่นาที่พ่อแม่เธอทำกินก็เช่าที่ดินคนอื่นเขาทำ เมื่อทำงานได้ข้าวได้เงินมาก็ไม่คุ้มกับแรงงานที่ทำลงไป ไหนจะเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร

รวมทั้งหนี้สินที่พ่อแม่ไปหยิบยืมเพื่อนบ้านมาต่อทุน น้ำผึ้งรู้ว่าพ่อแม่ของเธอมีหนี้สินเยอะแยะ ในใจของเธออยากจะออกไปหาเงินมาช่วยจุนเจือพ่อแม่เหลือเกิน วันนี้เป็นอีกครั้งที่เธอจะขอพ่อแม่ไปเรียน ก.ศ.น.

“สาธุๆ... ขอให้ความฝันของเราเป็นจริงและได้เรียนด้วยเถอะเพี้ยง!...” เธออธิษฐานในใจอย่างมุ่งมั่น

“พ่อจ๋าแม่จ๋า... ผึ้งมาแล้ว” หญิงสาวเปรยเสียงใสเรียกบิดามารดา มือบางเล็กทั้งสองข้างก็จัดแจงยกจักรยานคันเก่าขึ้นไปพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่ แล้วเดินถือปิ่นโตและวิทยุที่อยู่หน้ารถจักรยานตรงไปยังกระท่อมปลายนา เธอนั่งพับเพียบลงบนแคร่ไม้ไผ่ จัดเตรียมอาหารไว้รอบิดามารดา

“เเม่จ๋า น้ำเย็นจ้ะ” หญิงสาวเดินไปตักน้ำที่อยู่ในกระติก แล้วคลานเข้ามาหามารดาแล้วยื่นให้มารดา

“นังหนูวันนี้ทำไมมาเร็วจังล่ะ น้องๆ ไปโรงเรียนกันแล้วเหรอ?” นางบัวเดินเข้ามาในกระท่อมมือแห้งกร้านถอดงอบใบเก่าขาดออกจากศีรษะ แล้วใช้พัดบรรเทาความร้อนอบอ้าว นางหันไปถามลูกสาวพลางเข้าไปนั่งพักเหนื่อย

“เรียบร้อยแล้วจ้ะแม่ ผึ้งทำไข่เจียวให้กินกัน แล้วห่อให้ไปกินที่โรงเรียนให้เงินไปกินโรงเรียนคนละบาทจ้ะ...”

“เอ๋ย...ดีแล้วลูก ยังไงวันนี้ก็กลับบ้านบ่ายๆ ก็แล้วกันนะ น้องๆ ไปโรงเรียนไม่มีใครอยู่บ้านด้วยก็อยู่ช่วยกันที่นานี่แหละ...”

“จ้ะพ่อ... เดี๋ยวผึ้งจะไปหาเก็บผักบุ้งและงมเก็บหอยขมเอาไว้แกงเอาะ พรุ่งนี้ด้วย”

หญิงสาวหันไปยิ้มหวานให้บิดาที่เดินเข้ามาสมทบ มือบางเล็กก็ยังแกะนั่นแกะนี่ออกจากหูปิ่นโตใหญ่ หญิงสาวพูดไปยิ้มไป

“วันนี้ผึ้งทำน้ำพริกปลาทูกับผักนึ่งแล้วก็ไข่เจียว มีปลากระป๋องผัดเส้นหมี่ด้วยจ้ะ” หญิงสาวตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานสังกะสีเก่าให้บิดาและมารดา เธอคลานเข้าไปทางด้านหลังของมารดา ตักน้ำในกระติกมาวางไว้ข้างๆ บิดาและมารดา อาหารที่ทำทานกันทุกวันอาจจะไม่ได้หรูหรา ที่นั่งกินข้าวก็ไม่ใช่โต๊ะที่งามเลิศเลอ แต่สามพ่อแม่ลูกก็ทานข้าวพูดคุยกันอย่างมีความสุข

ตอน 2

น้ำผึ้งอ้ำอึ้งอยู่นานว่าจะพูดขอบิดามารดาดีหรือเปล่า หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าคงไม่มีผลแน่ ‘ถ้าเราไม่พูดไม่ขอจะได้รู้เหรอ’ น้ำผึ้งกลัดกลุ้มในใจอยู่นานก่อนตัดสินใจเอ่ยขอบิดามารดาทันที

“พ่อจ๋าแม่จ๋า ผึ้งอยาก ขะ...ขอ” เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยขอทั้งๆ ที่ในใจนึกคำขอมาอย่างดิบดี ใบหน้าของเธอเศร้าลง

“อยากได้อะไรล่ะ บอกพ่อมาสิ” นายคะนึงเงยหน้าอันเหี่ยวย่นตอบผอม เพราะทำงานหนักมองลูกสาวสุดดวงใจ เธอยังนั่งก้มหน้ามือน้อยก็จับช้อนข้าวเขี่ยอาหารในจานสังกะสีไปมา

“ผึ้งอยากเรียน ก.ศ.น พ่อให้ผึ้งเรียนนะ มีเพื่อนหลายคนเลยที่เรียน ดวงใจก็เรียนด้วย...”

สองผัวเมียที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดแจงตักอาหารใส่จานทานกันก็ต้องเงยหน้ามองตากันแล้วถอนหายใจให้กันเบาๆ ทำไมสองผัวเมียจะไม่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของเขาที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ใฝ่เรียนและอยากเรียนหนังสือมากแค่ไหน หลายครั้งแล้วที่ลูกสาวตรงหน้าเคยขอมาแล้วมากมายจนนับไม่ถ้วน

นายคะนึงและนางบัวมีสีหน้าเป็นกังวล เขาทั้งสองไม่สามารถทำให้ลูกสาวสุดรักได้สมหวังเลย ความสงสารลูกน้อยเกาะกินหัวใจของสองผัวเมียเป็นยิ่งนัก นายคะนึงที่นั่งอยู่ข้างลูกสาวเอื้อมมืออันดำกร้านเป็นสีน้ำตาลลูบบนเส้นผมอ่อนนุ่มของเธอ เเล้วเอ่ยบอกลูกสาวด้วยเหตุผลจำเป็นให้เธอเข้าใจ

“นังหนูเอ๋ย ลูกก็รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่มีเงินนะ จะให้พ่อกับแม่ไปหาเงินที่ไหนมาให้ละลูก...”

“ผึ้งอยากเรียนนี่จ๊ะ ค่าสมัครเรียนแค่ 800 บาทเอง ให้ผึ้งเรียนนะพ่อไปยืมเงินแม่น้าลำดวนก่อนก็ได้ เเล้วผึ้งจะทำงานรับจ้างใช้หนี้เอง นะพ่อนะ ให้ผึ้งเรียนนะจ๊ะผึ้งอยากเรียน” เธอหันไปมองบัวด้วยความหวังอันสุดท้าย หญิงสาวต้องการให้มารดาช่วยพูดอีกเแรง

“แม่จ๋า...ผึ้งอยากเรียนให้ผึ้งเรียนนะจ๊ะ...”

“ลูกรักของแม่ ลูกก็รู้ว่าครอบครัวของเราไม่มีเงินเลยนะ ลูกจะให้พ่อบากหน้าไปยืมเงินแม่น้าลำดวนอีกหรือลูก เงินของเก่าที่พ่อไปเอามาก็ยังไม่ได้ใช้คืนแม่น้าลำดวนเลยลูก...”

“แม่!...” เปรยเสียงออกมาแผ่วเบา น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา หญิงสาวอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ เธอคลานเข้าไปหาอ้อมกอดของมารดาไม่อยากให้บิดามารดาเห็นน้ำตา

หญิงสาวใช้สองแขนโอบกอดเอวคอดบางผอมของมารดาแล้วซบหน้าลงตรงอกเล็กของมารดา นางบัวยกมือขึ้นมาลูบเส้นผมนุ่มนิ่มอย่างปลอบใจ นางก็สงสารลูกสาวจับใจกระซิบกระซาบกับลูกสาว น้ำผึ้งพยักหน้ารับทั้งที่ยังซบหน้าอยู่แบบนั้น หญิงสาวผิดหวังเสียใจและน้อยใจในความจนของครอบครัวแต่เธอก็ไม่เคยคิดโกรธเคืองผู้เป็นบิดามารดาเลยสักครั้งเดียว เธอยิ่งสงสารบิดามารดามากยิ่งขึ้นที่ต้องคอยทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงดูเธอกับน้อง ถ้าไม่มีสองคนนี้เธอกับน้องๆ จะเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นออกจากอกมารดา แล้วรีบหันหน้าหนีไปมองสิ่งแวดล้อมกลางทุ่งนาแม้จะมีน้ำตาเอ่อล้นเบ้าตาดวงโตก็ตาม

เธอกลั้นสะอื้นและกลืนกินคำสะอึกไว้ไม่ให้มีเสียงร้องไห้ออกมาให้บิดามารดารับรู้ เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา น้ำผึ้งใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ก้มหน้าทานข้าวที่เหลือแล้วจัดแจงเก็บสำรับที่เหลือใส่ปิ่นโตเพื่อเอาไว้ทานตอนเที่ยง หญิงสาวเอาปิ่นโตไปวางไว้กลางกะละมังใบใหญ่ที่มีน้ำเล็กน้อย แล้วเดินออกมาข้างนอกกระท่อมพร้อมกับวิทยุคู่ใจมานั่งข้างมารดาที่กำลังนั่งสานสวิงอยู่ตรงปลายกระท่อม เธอตรงเข้าไปกอดเอวบางของมารดา ก้มศีรษะลงหนุนบนหน้าตักของนางบัว

“ผึ้งรักแม่จ้ะ ผึ้งขอโทษ ผึ้งทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจต่อไปนี้ผึ้งจะไม่ขอแบบนี้อีกแล้ว...”

“แม่ก็รักลูก รู้นะว่าบ้านเราจน” นางบัวหยุดสานสวิงแล้วก้มหน้าอันดำกร้านมองหน้าลูกสาว

“ต่อไปผึ้งจะไม่พูดไม่ขออีกแล้ว” เธอเงยหน้างามมองมารดาแล้วสะอื้นไห้กับหน้าตักมารดา

“อย่าร้องไห้เลย การเรียนหนังสือเป็นสิ่งมีค่าแต่ในเมื่อเราไม่มีเงินเรียน แม่คิดว่าเราหาวิธีเรียนรู้ด้วยตัวเอง อ่านหนังสือด้วยตัวเองก็ได้...”

“ผึ้งรักแม่จ๊ะ...”

“พ่อกับแม่เรียนจบแค่ปอ.สี่ ถ้าเราใฝ่รู้ หัดอ่านหัดเขียนเราก็จะอยู่ได้” เปรยบอกลูกสาว สงสารลูกสาวก็สงสาร น้ำผึ้งเงยหน้ามองมารดาแล้วลุกขึ้นกอดและหอมแก้มอันดำกร้านของนาง

“เดี๋ยวผึ้งจะออกไปเก็บผักบุ้งงมหอยขมนะจ๊ะ” นางบัวพยักหน้ารับพลางมองหน้าลูกสาวอย่างสงสารจับใจ หญิงสาวยืนตัวตรงไม่ลืมที่จะถือข้องน้อยที่แขวนอยู่บนเสาไม้กระท่อมไปด้วย

“แม่จะไปช่วยเก็บอีกแรงนะ เดี๋ยวเที่ยงมาแดดมันจะร้อนไปทางปลายนาติดกับนาลุงสักนะ แม่เห็นผักบุ้งออกยอดอ่อนเยอะแยะเลยแหละลูก...”

ตอน 3

น้ำผึ้งย่ำเท้าออกเดินมาหยุดกลางทุ่งนาด้วยความเศร้าใจน้อยใจดวงตากลมโตที่แดงก่ำอยู่แล้วกลับมีน้ำตาไหลอาบแก้มนวล หญิงสาวนั่งบนหัวคันนาเธอชันขาทั้งสองข้างเข้าแนบอก สองแขนเรียวโอบกอดสองขาสลวย เธอซบหน้านวลลงตรงหัวเข่าสะอึกสะอื้น แล้วร้องไห้เสียงดังออกมา เธอไม่อยากทำให้บิดามารดาเป็นทุกข์มากขึ้นแค่นี้เธอก็มองเห็นความกังวลใจของบิดามารดาที่ไม่สามารถทำให้เธอได้ ความหวังของเธอต้องเป็นจริง

‘ฮืออ...สักวันเราจะหาเงินเรียนหนังสือให้ได้’ ความฝันของเธอยังมีอยู่ในใจ ยังอยากเรียนเต็มล้นสมองของเธอ...

เสียงดังเอะอะโวยวายของเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานดังมาเป็นระยะๆ เด็กบางคนก็เอากระติกน้ำมาทำเป็นที่รองรับตรงหน้าอกแล้วใช้ลอยคออยู่เหนือผิวน้ำ บางคนก็ใส่ผ้าถุงแล้ววักน้ำเข้าไปในผ้าถุงทำให้เหมือนลูกโป่งลอยคอ ท่าน้ำแห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาใหญ่ที่ไหลผ่านมาตามลำคลองและเป็นสถานที่อาบน้ำของสาวๆ ในหมู่บ้าน

ตามตรงเวลา 6 โมงเย็นของทุกวัน น้ำผึ้งและน้องชายจะเดินไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ วันนี้ก็เช่นกันเธอใส่ผ้าถุงกระโจมอก มีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สีขาวพันรอบคอ มือบางถือตะกร้าไม้ไผ่ที่พ่อเป็นคนสานให้ ในนั้นมีสบู่หอมยาสีฟัน ครีมนวดผม แชมพูสระผม และหินอ่อนขัดผิว อีกมือก็ถือเสื้อผ้าตัวใหม่เตรียมไว้ผลัดเปลี่ยนเท้าบางเหยียบย่ำไปตามทางแคบๆ แล้วหยุดยืนตรงขอนไม้จัดการวางพาดเสื้อผ้าไว้ตรงขอนใหญ่ และเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่กำลังทำกิจกรรมของตัวเอง

“ผึ้ง ทางนี้จ้ะ” ดวงใจที่กำลังนั่งขัดผิวขาวด้วยสบู่หันไปเรียกเพื่อนน้ำผึ้งค่อยๆ เดินมาตามขอนไม้ที่พาดเป็นทางยาวยื่นออกไปกลางสายน้ำ

“ผึ้งจ๋า ดวงใจจ๋า คืนนี้ไปเที่ยวงานวัดกันไหม?” ดาวเรืองเอ่ยถาม

“ไปสิ เราขอพ่อกับแม่เรียบร้อยเเล้วนะ ผึ้งละไปไหมถ้าไปเดี๋ยวเราไปรับที่บ้าน” ดวงใจหันไปมองน้ำผึ้ง และเอ่ยถาม

“ผึ้งว่าไง ไปไหม..เที่ยวงานวัดน่ะ” ดาวเรืองเอ่ยถามอีกครั้ง เธอยังลูบไล้ผิวด้วยสบู่หอม

“ยังไม่รู้เลยจ้ะ พ่อจะให้ผึ้งไปหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ผึ้งอยากไปด้วยจัง”

“ถ้าไปเราไปรับที่บ้านนะ” ดวงใจมองหน้าน้ำผึ้งพร้อมกับย้ำคำเดิมเธอยกขาขาวที่แช่ในน้ำขึ้นมาขัดเบาๆ ด้วยหินขัดผิว

“จ้ะ...” น้ำผึ้งพยักหน้าเป็นการรับคำเพื่อนรัก เธอยังก้มหน้าก้มตาหวีผมที่เปียกน้ำได้กลิ่นแชมพูหอมอยู่บนเส้นผมนุ่ม

“ถ้างั้นคืนนี้เราเจอกันที่งานนะ เดี๋ยวเราไปรอเธอสองคนที่หน้างานละกัน” ดาวเรืองหันมามองน้ำผึ้งและดวงใจ หญิงสาวทั้งสามต่างขัดสีฉวีวรรณบนร่างอรชรสบู่หอมถูกลูบไล้ไปตามผิวเนียนของสาวเเรกแย้ม กลิ่นหอมอ่อนเหมือนดอกไม้ป่าตลบอบอวลเต็มท่าน้ำลอยลมไปเตะจมูกของหนุ่ม ที่ชอบมาแอบมามองสาวๆ อาบน้ำกัน

รวมทั้งชายร่างโตอีกคนที่ยืนอยู่เหนือโขดหินใหญ่ เขาจ้องมองแผ่นหลังขาวนวลของเธอด้วยหัวใจปรารถนา เขาแอบหลงรักหญิงสาวมานานตั้งแต่เธอแตกเนื้อสาวเฝ้ามองน้องน้อยอยู่แรมปี

“เอ๊ยไอ้ดิน!... ไอ้กล้า!... มึงห้ามมองน้องน้ำผึ้งของกูนะโว้ย ถ้ามึงมองมึงสองคนโดนตีนกูแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดไปพร้อมกับยกขาอันแข็งแรงขึ้นไปหาคนตรงหน้าเพื่อหวังจะเตะลูกน้องสองคนที่บังอาจมาเมียงมองน้องน้อยของเขา

“โธ่...พี่โต ฉันนะมองน้องดวงใจจ้า... ดูซิ พี่น้องดวงใจของไอ้ดินทำไมแผ่นหลังขาวแบบนี้...”

“ฉันก็มองน้องดาวเรืองจ้าพี่... ดูสิพี่ น้องดาวเรืองของพี่กล้านางช่างอวบอั๋นอะไรอย่างนี้...”

“พวกมึงสองคนจะมองใครก็เรื่องของพวกมึง แต่พวกมึงห้ามมองผู้หญิงของกู...”

“ครับลูกพี่ หวงจริงๆ ทำยังกะจะเข้าหาเธอได้ ตาคะนึงแกดุยังกะเสือ ลองพี่เดินเข้าไปในรั้วบ้านแกสิ มีหวังพี่ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่” ไอ้ดินลูกน้องมือขวาของสิงโตพูดลอยหน้าลอยตาออกมาให้ชายหนุ่มได้ยิน

“ไอ้ดิน!...มึงอยากลงไปนอนกินชื่อมึงไหม วอนอยากกินตีนกูแล้วนะมึง คืนนี้พวกมึงไม่ต้องไปงานวัด เดี๋ยวพวกมึงเตรียมตัวออกไปนอนเฝ้าข้าวที่นาเลยไปๆ ขัดใจกูดีนัก...”

“อะไรนะพี่โต ได้ไงครับ ให้ผมไปด้วยนะครับ” สองลูกน้องร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน มันหันหน้าไปมองเจ้านายของมันทำสายตาละห้อย

“มึงสองคนจะตะโกนเสียงดังทำไมวะ เดี๋ยวสาวๆ ที่ท่าน้ำก็ได้กันยินพอดี” ชายหนุ่มยังคงยืนจ้องมองนางไม้ตัวน้อย ปากก็บ่นให้กับลูกน้อง

“ลูกพี่ผมเกี่ยวอะไรด้วยครับ ไอ้ดินมึงไม่น่าขัดใจพี่เขาเลยว่ะ ลูกพี่ครับ”

“พี่โตจ๋า...ให้ไอ้กล้าไปด้วยนะจ๊ะ...”

“ปล่อยขากูไอ้กล้า กูจะอ้วกว่ะ กับคำจ๊ะจ๋าของมึงเนี่ย...”

“ลูกพี่ครับ ผมไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ไอ้ดินมันพูดทั้งนั้น” ไอ้กล้าตัดพ้อนายของมัน แขนยังโอบขาใหญ่อยู่

“ไอ้กล้ากูบอกให้ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวกูก็ถีบเอาเลยมึง...”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED