ตอน 2

“ป๋อมู่เหนียน? ”

แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางปกป้องเธอ แต่ตอนที่มือของเขากดไหล่ของเธอ เซินชูก็ยังรู้สึกว่าหัวใจเหมือนถูกมีดกรีด

นี่คือผู้ชายที่เธอยอมทอดทิ้งพ่อแม่ เพื่อน ๆ และทุก ๆ อย่างเพื่อให้ได้แต่งงานด้วย เธอคิดว่าระยะเวลาสามปี ไม่ว่าหัวใจของเธอจะเหน็บหนาวเพียงใดก็ควรจะอบอุ่นได้แล้ว

เซินชูถูกป๋อมู่เหนียนกดให้คุกเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดที่หัวเข่านั้นบดขยี้เข้ามาที่ใจ แม้จะเจ็บมาเพียงใด ก็เทียบกับหัวใจที่เจ็บปวดตอนนี้ไม่ได้

เธอเงยหน้าขึ้นมองป๋อมู่เหนียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาสองข้างใต้คิวคม ๆ ของเขามองมาที่เธออย่างไร้ความเมตตา ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นของเขาก็เหมือนมีดที่คมกริบ ที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเซินชู

เธอไร้เดียงสาเกินไป

“เซินชู เธอสำนึกผิดหรือยัง? ”

เมื่อได้ยินเสียงของเฒ่าแก่ป๋อ เซินชูก็มองไป จากนั้นก็ยืดตัวตรง “ฉันไม่ได้เป็นคนผลัก ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าฉันทำอะไรผิด”

ทันทีที่เธอพูดออกไปแบบนั้น เฒ่าแก่ป๋อก็ยกมือขึ้นหยิบแจกันบนโต๊ะโยนใส่เซินชูทันที

เมื่อแจกันตกลงบนพื้น ก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีชิ้นหนึ่งกระเด็นไปโดนมือของเซินชู และบาดที่หลังมือของเธอ จนมีเลือดไหลซึมออกมา

“ยังไม่รู้จักสำนึกผิด! เธอไม่คู่ควรที่จะคุกเข่าในห้องบรรพบุรุษของตระกูลป๋อ มันจะทำให้ตระกูลป๋อของฉันสกปรก! ลากเธอออกไปเดี๋ยวนี้ ไปคุกเข่าข้างนอก คุกเข่าจนกว่าเธอจะรู้ความผิดของตัวเอง! ”

หลังจากที่เฒ่าแก่ป๋อพูดจบ เขาก็เหลือบมองป๋อมู่เหนียนแวบหนึ่ง :“หาคนมาเฝ้าเธอไว้! เธอไม่ยอมรับผิด ก็ไม่ต้องให้เธอลุกขึ้น! ”

เฒ่าแก่ป๋อจากไปด้วยความโกรธ ฉินซิวมองป๋อมู่เหนียนแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าเซินชู :“เซินชู เธอลุกขึ้นก่อน ตอนนี้คุณปู่กำลังโกรธอยู่

ในตระกูลป๋อ คนเดียวที่ยังถือว่าดีกับเธอ ก็มีเพียงฉินซิวเท่านั้น

เธอเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ถึงเซินชูจะเป็นอย่างไร เธอก็ได้แต่งงานเข้ามาในตระกูลป๋อของพวกเขาแล้ว

ป๋อมู่ชิงที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมา “คุณแม่ คุณปู่ก็พูด ถ้าเซินชูไม่ยอมรับผิด ก็ห้ามลุกขึ้น คุณแม่อย่าไปยุ่งเรื่องนี้เลยค่ะ! ”

ป๋อมู่ชิงไม่ชอบเซินชูมาแต่ไหนแต่ไร นานทีจะมีโอกาสเห็นเซินชูถูกทำโทษ หลังจากเธอพูดจบก็ลากฉินซิวออกไปทันที

ฉินซิวถอนหายใจออกมา จากนั้นก็มองป๋อมู่เหนียนที่เงียบไม่พูดไม่จาแวบหนึ่ง “มู่เหนียน ลูกคิดยังไง ยังไงเซินชูก็เป็นภรรยาของหลานมาตั้งสามปี แม้เธอจะไม่มี.......”

ดวงตาของป๋อมู่เหนียนเย็นเยือกทันที “ผมไม่มีภรรยาที่มีจิตใจชั่วร้ายแบบนี้! ”

เซินชูตัวสั่นไปทั้งตัว เธอรู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกต่อไป เขาได้กำหนดให้เธอเป็นคนแบบนั้นไปแล้ว

หลังจากป๋อมู่เหนียนพูดจบ เขาก็ลุกขึ้น และทิ้งคำพูดที่เย็นชาและไร้ความปรานีไว้ประโยคหนึ่ง “เซินชู เธอก็รับผิดชอบกับสิ่งที่เธอทำแล้วกัน”

รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ!

เซินชูฟังเสียงเท้านั่นไกลออกไปเรื่อย ๆ จากนั้น เธอก็ค่อย ๆ ได้ยินบางสิ่งในหัวใจของเธอกำลังเริ่มแตกออกทีละน้อย

หลังจากที่ป๋อมู่เหนียนออกไปไม่นาน คนรับใช้สองคนของตระกูลป๋อก็เดินเข้ามา “คุณนายรอง คุณรองบอกให้คุณไปคุกเข่าข้างนอก”

หลังจากที่คนรับใช้สองคนพูดจบ พวกเขาก็สบตากัน จากนั้นก็กระชากลากดึงเซินชูออกไปจากห้องบรรพบุรุษ และกดไหล่ของเซินชูบังคับให้เธอคุกเข่าลงอีกครั้ง

เซินชูไม่เคยถูกเหยียมหยามแบบนี้มาก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมองคนรับใช้สองคนของตระกูลป๋อตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา “พวกเธอกล้าทำกับฉันแบบนี้เหรอ! ”

แต่คนรับใช้ทั้งสองกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น :“คุกเข่าลงเสียดี ๆ เถอะคุณนายรอง! เฒ่าแก่ป๋อได้สั่งมาแล้ว เว้นแต่คุณจะยอมรับผิด ไม่อย่างนั้นคืนนี้คุณก็ต้องคุกเข่าอยู่ที่นี่ทั้งคืน! คุณเจียมตัวหน่อย คุณทำตัวดี ๆ ก็จะดีกับเราทุกคน! ”

ขณะนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น ทันใดนั้นก็มีฝนตกกระหน่ำลงมาทันที

คนรับใช้ทั้งสองผงะไปครู่หนึ่ง เมื่อได้สติกลับมา ทั้งสองคนก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องบรรพบุรุษอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เซินชูคุกเข่าอยู่ข้างนอกคนเดียว

ตอน 3

ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของเซินชูก็ยิ่งรู้สึกเหน็บหนาวมากขึ้น

เธอไม่รู้ว่าเธอคุกเข่าไปนานแค่ไหน เธอรู้เพียงว่าฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่

คนรับใช้สองคนที่เฝ้าเธออยู่ต่างหลับสนิทไปแล้ว จริง ๆ แล้ว ตอนนี้เธอสามารถลุกออกไปได้แล้วด้วยซ้ำ แต่เซินชูก็ยังไม่อยากที่จะยอมแพ้

เธอไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าป๋อมู่เหนียนจะใจร้ายใจดำถึงขนาดนี้

แต่บางครั้ง คนเราก็ไม่ควรซื่อเกินไป

ตอนฟ้าสว่าง ในที่สุดป๋อมู่เหนียนก็มา

เซินชูคุกเข่าทั้งคืน ร่างกายของเธอกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว แต่เธอก็ยังต้องการคำตอบ

เธอใช้เล็บจิกฝ่ามือของตัวเอง ใช้ความเจ็บปวดปลุกให้ตัวเองมีสติ “คุณสงบสติอารมณ์แล้วใช่ไหม? ”

หากสงบสติอารมณ์ลงแล้ว ก็ฟังคำอธิบายของเธอหน่อย

ป๋อมู่เหนียนมองไปยังเซินชูที่อยู่ตรงหน้าเขา เซินชูมีสภาพทุลักทุเลจากการตากฝนมาทั้งคืน ดวงตาคู่งามไม่สามารถเก็บซ่อนความผิดหวังเอาไว้ได้ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความดึงดัง

เขาถูกเธอมองจนรู้สึกไม่สบายใจ “เธอรู้ความผิดของตัวเองหรือยัง? ”

เซินชูอึ้งไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าที่เธอคุกเข่าอยู่ที่นี่ทั้งคืนมันน่าขำสิ้นดี

แต่เธอคุกเข่าทั้งคืน รอเขาทั้งคืน เธอไม่ควรจะปล่อยสิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจให้ผ่านไปอย่างนี้

“เมื่อคืน ฉันไม่ได้ผลักหลินเซียงหยาตกน้ำจริง ๆ เธอกระโดดลงไปเอง”

เธอพูดพลาง พยายามลุกขึ้น จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาอย่างนิ่ง ๆ “แต่ฉันรู้ว่าคุณไม่เชื่อ ดังนั้น.......”

“เราหย่ากันเถอะ ป๋อมู่เหนียน”

เราหย่ากันเถอะ ป๋อมู่เหนียน

ป๋อมู่เหนียนคิดว่าเช้านี้เขาจะได้ยินเซินชูสำนึกผิด แต่เธอไม่ได้สำนึกผิด แต่กลับพูดกับเขาว่าหย่ากันเถอะ

หลังจากเซินชูพูดจบก็เดินจากไปทันที เธอเดินไปอย่างช้า ๆ เพราะเธอคุกเข่ามาทั้งคืน หัวเข่าของเธอบวม และเจ็บมาก อีกทั้งเธอยังเปียกฝนมาทั้งคืน ทำให้เธอมีไข้สูง เธอก้าวเดินไปอย่างยากลำบาก แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ เธอก็ยังเดินเชิดหน้า

ไม่นานเซินชูก็กลับมาถึงห้อง เธอกัดฟันส่งข้อความหาเฉินเซียว จากนั้นก็เก็บเข้าของที่มีไม่มากของเธอใส่กระเป๋าเดินทาง

ตอนที่เธอลากกระเป๋าเดินลงมายังชั้นล่าง ป๋อมู่เหนียนก็เดินขึ้นมาพอดี เซินชูไม่มองเขาแม้แต่หน่อย เธอเดินลากกระเป๋าไปที่ทางออกทันที

สภาพของเซินชูแย่มาก หลังจากพยายามฝืนตัวเองออกไปจากบ้านตระกูลป๋อแล้ว สายตาของเธอก็เริ่มพร่ามัว

โชคยังดีก่อนที่เธอจะหมดสติไป เฉินเซียวก็มาถึงพอดี

ตอนที่เฉินเซียวเห็นเซินชูลากกระเป๋าเดินทางมาอยู่ข้างถนนอย่างโซซัดโซเซ เฉินเซียวก็โมโหจนจะระเบิดออกมา

“ป๋อมู่เหนียน มันตายไปแล้วหรือไง? ”

เธอรีบลงจากรถ จากนั้นก็เอากระเป๋าเดินทางของเซินชูใส่ท้ายรถ เมื่อเธอเดินกลับมา ก็เห็นเซินชูหมดสติไป

“น้องห้า! ”

เฉินเซียวตกใจมาก รีบวิ่งเข้าไปประคองเธอไว้ ตอนที่ประคองตัวเซินชู ความร้อนในตัวเซินชูทำเอาเธอตกใจมาก

เฉินเซียวทั้งสงสารทั้งโกรธ เธออุ้มเซินชูเข้าไปในรถ “น้องห้า เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล”

เซินชูสลบไม่ได้สติ ตัวของเธอเอียงซบกับเบาะข้างคนขับ ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนทำให้เฉินเซียวถึงกับไม่สบายใจ

เฉินเซียวไม่มีเวลาไปสะสางบัญชีกับคนของตระกูลป๋อ เธอเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

เซินชูไข้สูงจนหมดสติ บ่ายมาถึงรู้สึกตัวตื่น

เมื่อเธอลืมตา ก็เห็นเฉินเซียวนอนฟุบอยู่ข้างขอบเตียง

เซินชูนิ่งอึ้งไป สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังอยู่ในมโนความคิดของเธอ ตอนนี้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ

เธอกลัวว่าจะทำให้เฉินเซียวตื่น เธอกัดฟันไม่ให้ตัวเธอร้องไห้ออกมา ในความมืดมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ไหลออกมาไม่หยุด

เธอผิดเอง เธอไม่ควรคิดว่าเธอสามารถเปลี่ยนใจป๋อมู่เหนียนได้ หัวใจของเขามีแต่หลินเซียงหยามาโดยตลอด ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอก็เหมือนกับตัวตลก

ไม่น่าแปลกที่หลินเซียงหยาบอกว่าเธอโง่ ในเวลานี้เมื่อคิดดูแล้ว เธอไม่เพียงโง่ เธอยังเง่าด้วย

บนโลกนี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหนโง่เท่าเธออีกแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED