ตอนหนุ่มเนี๊ยบ
ไม่ว่าจะวันใด เวลาไหน หรือเมื่อไหร่ สนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่เคยบางเบาผู้คนไปเลย ในความคิดนักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเก้าอย่าง ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ เพราะดูทุกคนต่างรีบเร่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง และต่างคนต่างจุดหมายปลายทาง
ส่วนตัวเขาเองนั้น กลับอยู่ในท่าทีสบายไม่รีบร้อนใดๆ เพราะตารางเวลาที่จัดไว้ เป็นไปตามแผนทุกอย่าง เขาก้าวเดินอย่างอกผายไหล่พึง และมาดแมน ปะปนอยู่กับผู้โดยสารขาเข้านับร้อย
กับส่วนสูงร้อยแปดสิบแปด ผิวขาวสมกับมีเชื้อชาวจีนผสมอยู่ ผมตัดสั้นรองทรงช่วยส่งให้เขามีท่าทีสูงสง่าน่าเกรงขาม ใบหน้ารูปไข่และผิวขาวราวสตรีนั้น ทำให้ไม่ยุ่งยากในการเลือกแว่นสายตามาสวมใส่ให้เข้าหน้าและเข้าชุดแต่อย่างใด
และมันก็ช่วยส่งให้เขาดูหล่อเหลาราวกับพระเอกเกาหลีไม่มีผิดเพี้ยน ต่อให้ต้องเดินปะปนอยู่กับผู้คนนับร้อยนับพัน เขาก็ยังคงดูโดดเด่น สะดุดตาใครต่อใครได้ไม่เคยเปลี่ยน จนบางครั้งเกิดอาการเก้อเขิน เมื่อถูกมองมากๆ แม้จะชาชินกับการเป็นเป้าสายตามาตั้งแต่เด็กแล้วก็ตาม
แต่พอถูกจ้องนานๆ เข้า บางครั้งเขาก็ทำตัวไม่ถูกและไปไม่เป็นเช่นกัน เหมือนตอนนี้ที่กำลังถูกสาวน้อยสาวใหญ่มองมาหาไม่วางตา ในใจนั้นให้เก้อเขิลอยู่ลึกๆ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้าวเดินด้วยท่าทีสง่างามไปเรื่อยๆ เท่านั้น
“ป้าอรรออยู่ตรงโน้นครับคุณเกียร์”
เขาหันไปมองเนติ ผู้ช่วยคนเก่งวัยสามสิบเท่าน้องชายเขา ซึ่งกำลังเข็นรถกระเป๋าสัมภาระเดินเคียงข้างมา เขายิ้มนิดๆ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร นอกจากมองไปหาเลขาคู่ใจ ในวัยสี่สิบห้าปี ทำงานดีไร้ที่ติติงมากับเขาสิบสองปีเต็ม ส่วนทำกับพ่อเขานั้น ก็นับตั้งแต่จบปริญญาตรี รวมแล้วอายุงานยี่สิบสองปี
“สวัสดีค่ะคุณเกียร์ เหนื่อยหรือเปล่าคะ อรเตรียมเครื่องดื่มมาไว้ให้อยู่ในรถแล้วค่ะ”
“นิดหน่อยครับ”
“ไปเลยมั้ยคะ อรจะได้โทรบอกประมวนค่ะ”
“ครับ”
อรนภารีบโทรหาคนขับรถ ซึ่งรออยู่ลานจอดด้านนอก จากนั้นก็เดินนำเจ้านายหนุ่มหล่อไปหาประตู ไม่นานเมอร์เซเดส-เบนซ์ วีโต้หนึ่งหนึ่งหก ก็แล่นมาเทียบบาทวิถี จักรภัทรก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว พอๆ กับเลขาและผู้ช่วย ก็จัดการขนสัมภาระทั้งหมดเข้าไปในรถ แล้วขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“นี่ค่ะของคุณเกียร์”
อรนภาส่งน้ำแอปเปิล ที่ผู้ช่วยของตัวเอง ทำใส่ขวดจากออฟฟิศมาใส่ในกระติกน้ำแข็ง ซึ่งมีไว้ประจำรถให้ เพราะเจ้านายจะไม่ค่อยโปรดเครื่องดื่มมีน้ำตาลแบบอื่นสักเท่าไหร่
“ขอบคุณครับ แล้วมีอะไรบ้าง”
คนรับรีบเปิดฝาขวดยกขึ้นจิบ ส่วนเลขาก็ส่งอีกขวดไปให้เนติ ที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วย แล้วถึงหันกลับมาคว้าแฟ้มงานของตัวเอง ซึ่งเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะทุกครั้งเวลาเจ้านายเดินทางไปต่างประเทศนานเกินอาทิตย์ ก็อยากรู้ความเป็นไปในออฟฟิศก่อนเสมอ บวกกับพรุ่งนี้เป็นวันหยุด
“ก็มีเรื่อง....”
เจ้านายหนุ่มปรับเบาะเอนลง แล้วยกสองขาขึ้นพาดเบาะ ตาก็ปิดลง หูนั้นฟังรายงานจากเลขาไปด้วย รถก็แล่นไปตามถนนอย่างไม่รีบเร่ง จุดหมายปลายทางคือ คฤหาสน์ ‘ส่งเสริมสกุลไทย’ ซึ่งกำลังมีจะปาร์ตี้ใหญ่ จนเขาจำต้องรีบบินกลับให้ทันในค่ำนี้
ราวชั่วโมงครึ่ง ประมวนก็นำวีโต้มาจอดอยู่ประตูรั้วเหล็กดัดอิตาลี มีอักษรตัวเอส สีทองเหลืองอร่ามติดอยู่ทั้งสองบาน แล้วมันก็ค่อยๆ เปิดออก เมื่อ รปภ. เห็นว่าเป็นรถเจ้านายอีกคนของบ้าน
บ่อน้ำพุขนาดใหญ่ดักหน้ารถไว้เพื่อบังคับให้เลี้ยวซ้าย น้ำใสๆ ต่างกำลังพวยพุ่งออกมาราวกับจะสื่อว่า ตระกูลนี้กำลังเจริญรุ่งเรืองไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุดก็ไม่ปาน ติดกันเป็นสนามหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจี ทอดยาวไปถึงหน้าคฤหาสน์สไตล์ยุโรปสีขาว
“โห! คนเริ่มมางานแล้วนี่ครับคุณเกียร์”
เนติมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะรถแล่นช้าๆ ไปตามถนนคอนกรีต ตรงสนามหญ้ากว้างใหญ่ มีโต๊ะตั้งเรียงรายเอาไว้ รถจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ประทับโลโก้โรงแรมห้าดาวจอดอยู่หลายคัน แทนการจะให้คนในบ้านช่วยกันทำอาหารเอง เหมือนงานเลี้ยงอื่นๆ เหตุเพราะวันนี้แม่ไม่มีเวลาคอยควบคุม
“เพิ่งหกโมงเองนะ”
จักรภัทรลืมตาขึ้นมองนาฬิกาข้อมือราคาเฉียดล้าน แล้วมองไปยังจุดเดียวกับผู้ช่วย เขาถอนหายใจหนักๆ ออกมา เพราะอยากนอนพักสักชั่วโมงก่อน ถึงจะลงมาร่วมงานวันเกิดของแม่ แต่เมื่อมีผู้คนเริ่มมาแล้วแบบนี้ เขาคงได้ทำได้แค่ อาบน้ำแต่งตัวเท่านั้น
“งั้นอรไปช่วยคุณท่านก่อนนะคะ”
อรนภารู้งานเสมอ เลยรีบเอ่ยหลังออกจากรถแล้ว เจ้านายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ให้แทนคำขอบคุณ ก่อนจะพยักหน้ารับ จากนั้นก็มองผู้ช่วยกับคนรถ ต่างช่วยกันลากกระเป๋าเข้าบ้านไปอย่างรู้งานไม่แพ้กัน เขามองไปสนามเห็นแม่กับน้องสาวทั้งสอง กำลังวุ่นอยู่ เลยรีบเดินเข้าบ้านไปแบบไม่ทักทายใคร
‘โฮ่งๆ ๆ’
เสียงเห่าดังมาจากข้างบ้านฝั่งสระน้ำ ไม่นานก็มี ‘เจ้าฮ็อตด็อก’ สุนัขพันธุ์อเมริกันค็อกเกอร์สีน้ำตาลวิ่งหน้าตั้งมา แถมมีตามหลังอีกคือ ‘เจ้าไส้กรอก’ สุนัขพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์สีน้ำตาล
ตบท้ายด้วยตัวเล็กสุดคือ ‘เจ้าปังปัง’ สุนัขพันธุ์ตุ๊กตา สเปเนียล คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สีขาวหน้าตาน่ารักน่ากอด ทั้งสามต่างทำท่าดีอกดีใจเมื่อเห็นเจ้านายกลับบ้าน และต่างวิ่งกรูเข้ามาหา
จนเขาจำต้องทรุดกายลงนั่งตรงขั้นบันไดหน้าประตูเข้าบ้าน แล้วอ้าแขนรับเจ้าฮ็อตด็อกกับเจ้าไส้กรอกมากอดไว้ ส่วนเจ้าปังปังนั้น คลอเคลียอยู่กับขาของเขา เพราะมีสองตัวกันท่าเอาไว้ไม่ให้เข้าใกล้เจ้านายได้
“ว่าไงเด็กๆ ไม่เจอพ่อหลายวันคิดถึงเหรอ โอ๋ๆ ๆ มาๆ พ่อกอด”
พวกมันต่างพากันกระดิกหางพร้อมกับครวญคราง และต่างเรียกร้องให้สองมือของเจ้านาย ลูบหัวตัวเองแข่งกัน เจ้าปังปังตัวเล็กรอไม่ไหว เลยมุดเข้าไปตรงกลางลำตัวเจ้านาย ปีนป่ายขาอันแข็งแรงขึ้นไป เพื่อแย่งความรักกับแย่งอ้อมกอดบ้าง
“โอ๋ๆ ๆ ปังปังก็อยากให้พ่อกอด มานี่มา อื้มๆ ๆ ๆ”
เจ้านายเลยต้องใช้แขนเพียงข้างเดียว โอบอุ้มตัวเล็กๆ น่ารักๆ ไว้ ส่วนอีกมือลูบหัวเจ้าสองตัวสลับกัน เพื่อไม่ให้ใครน้อยหน้าใคร เด็กหนุ่มชาวไทยใหญ่วัยสิบห้าปี ก็รีบวิ่งตามเจ้าสามตัวมา แล้วยกมือไหว้เขาด้วยความดีใจไม่แพ้กัน
“สวัสดีครับ”
เขามองเด็กที่เขากับคนในบ้านเรียกสั้นๆ ว่า ‘เต้ย’ แล้วยิ้มให้ เต้ยเป็นลูกชายของเมย คนทำความสะอาด อยู่กับครอบครัวเขามาตั้งแต่สิบกว่าปี เป็นสาวหน่อยก็มีแฟน
ท้องแล้วผู้ชายก็ไม่รับผิดชอบ เลยกลายมาเป็นภาระให้เจ้านายช่วยเลี้ยงลูกไปโดยปริยาย และไม่คิดลาออกไปทำงานที่อื่น จนตอนนี้เมยย่างเข้าสี่สิบแปดแล้ว
“ว่าไงเต้ย ทำไมถึงปล่อยเด็กๆ ออกมาล่ะ”
ปกติเวลามีงาน เจ้าสามตัวนี้จะต้องอยู่ห้องแถวของตัวเองทางด้านหลัง ทำขึ้นให้เป็นพิเศษ ต่อจากห้องคนงานในบ้าน ซึ่งมีรวมกันถึงแปดคน ติดแอร์ให้ทุกห้อง เพราะเจ้านายให้ความสำคัญกับการกินอยู่ของทุกคนอย่างเท่าเทียม
“พอรู้ว่าคุณเกียร์มา ก็ร้องใหญ่เลยครับ ตะกุยประตูห้องจนแทบจะพัง ผมเลยเปิดให้มาหาคุณเกียร์ก่อน หายคิดถึงแล้วผมจะพากลับครับ”
เจ้าของร่างผอมในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เอาชายเสื้อออกมานอกกางเกงเอ่ย พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างจงรักภักดี ส่วนเขาก็ยังคงถูกรุมล้อมด้วยเจ้าสามตัว กว่ามันจะพอใจและหายคิดถึง ก็กินเวลาหลายนาที
“โอเคๆ หายคิดถึงแล้วก็กลับไปเข้าบ้านก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกับพ่อใหม่ ไปเร็วๆ เข้า”
เหมือนเจ้าสามตัวจะรู้ภาษา เพราะต่างรีบพากันเดินกลับทางเก่า ซึ่งมีฝางคนสวนกำลังเดินตามออกมาดูอยู่
“เต้ยช่วยคุณเกียร์เถอะ เดี๋ยวลุงพากลับเอง”
นอกจากจะมีหน้าที่ทำสวนแล้ว ฝางในวัยห้าสิบเก้า ยังมีน้ำใจช่วยเต้ยดูแลเจ้าสามตัวนี้ด้วย และในทางตรงกันข้าม เต้ยเองก็คอยช่วยฝางทำสวนเหมือนกัน ในเวลาที่เต้ยจะต้องขึ้นมาดูแลจักรภัทรกับน้องชายในเรื่องเล็กๆ น้อย เช่นการรับกระเป๋าสะพายหนังแท้จากมือเขาไป
จักรภัทรยิ้มให้เด็กหนุ่ม แล้วถอดรองเท้าผ้าใบออก จากนั้นก็ถือเดินไป มีเต้ยตามไปไม่หาง เพราะเต้ยกลายเป็นคนที่เขาอุปการะไปแล้วโดยปริยาย และสิ่งที่เต้ยตอบแทนเขาได้ นั่นก็คือคอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาเท่านั้นเอง
“มีของฝากในกระเป๋านะ ถุงสีขาว เขียนชื่อไว้แล้ว ลองหาดู” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มหู
“ขอบคุณครับ”
เด็กหนุ่มยกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม สมกับถูกแม่เขาฝึกปรือมาตั้งแต่เด็ก เขาพาร่างที่มีกางเกงยีนสีดำ กับเสื้อเชิ้ตลายทางสีน้ำเงินสลับขาวหุ้มอยู่ก้าวเดินไปตามห้องโถงใหญ่ของบ้านตกแต่งสไตล์ยุโรป บันไดสวยหรูมีทางขึ้นลงแยกส่วน กำลังถูกช่วงขายาวก้าวขึ้นอย่างเร่งรีบ เพราะอยากไปถึงห้องเร็วๆ เต้ยเดินหิ้วกระเป๋าตามไปไม่ห่าง
“ขอบคุณมากนะเน”
เขาพยักหน้าให้ผู้ช่วย หลังเอากระเป๋าใบโตมาส่งถึงห้อง ประมวนก็ลากใบใหญ่มาไม่ห่าง แล้วรีบออกจากห้องอย่างรู้งาน
“ผมจะอยู่ห้องเดิมนะครับ ถ้าคุณเกียร์มีอะไรก็โทรตามได้ตลอดครับ”
เนติหมายถึงห้องรับรองที่เขามักจะใช้เป็นประจำ เวลาต้องค้างบ้านเจ้านายตอนมีงานต่อเนื่อง หรือถูกสั่งให้มาช่วยทำอะไรพิเศษ และมันก็บ่อยครั้งมากๆ ยิ่งหลังกลับจากไปตระเวนต่างประเทศมาเป็นอาทิตย์ๆ แบบนี้
ต้องอยู่สรุปงาน กับคอยตอบคำถามเจ้านายก่อน ยิ่งคืนนี้มีงานเลี้ยง เขายิ่งไม่คิดจะไปไหน เพราะมีของสวยๆ งามๆ ในงานรอให้ชมเพียบ
“โอเคๆ เนไปพักผ่อนก่อน แล้วค่อยเจอกันในงานนะ”
“ครับ”
แม้จะทำงานกับเจ้านายมาตั้งแต่จบปริญญาตรี แต่เนติก็รู้จักขอบเขตของตัวเอง ว่ามีถึงระดับไหน เลยรีบออกจากห้องไปเพื่อให้เจ้านายได้พักผ่อนอย่างที่อยากทำ
“เดี๋ยวจะแอบงีบหน่อย ถ้าคุณแม่ถามหา ฝากโทรขึ้นมาปลุกทีนะเต้ย” เจ้านายหนุ่มเดินไปเปิดประตูห้องแต่งตัว แต่พอคิดขึ้นได้ก็หันไปหาเด็กหนุ่ม
“ครับผม”
เต้ยรีบออกจากห้องไป ส่วนเจ้านายนั้นใช้เวลาในห้องน้ำไม่ถึงสิบนาที ก็ออกมาโดยมีผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ผืนเดียว เตียงคิงไซซ์ถูกเขาพาตัวขึ้นไปทิ้งตัวลงนอน แล้วหลับเพราะความเหนื่อยอ่อนแทบจะทันที ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าจะรีบลงไปในงาน แต่ก็ทนกับอาการเหนื่อยล้าไม่ไหว เลยต้องขอแอบงีบเอาแรงก่อน
เสียงไวโอลินหวานๆ ในงาน ช่วยปลุกให้คนนอนหลับลึกตื่นขึ้นทันที พอหันไปมองนาฬิกาหัวเตียง พบว่าหลับไปเกือบสองชั่วโมง ก็รีบดีดตัวขึ้น ตรงไปล้างเนื้อตัวในห้องน้ำ แล้วเข้าห้องแต่งตัวเลือกเสื้อผ้าในตู้ ซึ่งถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยฝีมือมณฑา ผู้เป็นแม่บ้านใหญ่
ลิ้นชักไม้สักเนื้อดีถูกดึงออก มีแว่นทรงต่างๆ วางเรียงรายอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยให้เขาได้เลือกสรร ทรงกลมที่เขาใส่อยู่ ถูกเปลี่ยนเป็นทรงเหลี่ยม ขอบขาว เข้ากับสุดสีขาวสะอาดตา
ซึ่งเป็นธีมงานวันเกิด ครบปีที่หกสิบของแม่ เยลแต่งผมถูกป้ายบางๆ เสยไปมา จนผมเข้าที่ดีแล้ว ก็คว้ามือถือใส่กระเป๋ากางเกง กับรองเท้าสีขาวก็ถือไปด้วย
“ทำไมไม่ปลุกล่ะ” พอออกมาจากห้อง ก็เห็นเต้ยกำลังเดินตรงมาพอดี เขาเลยเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย ไม่ได้บ่งบอกว่าโกรธเคืองแต่อย่างใด
“ก็คุณท่านไม่ได้ถามหานี่ครับ เต้ยเลยไม่อยากกวนคุณเกียร์จะได้นอนนานๆ หน่อยครับ คุณเนรออยู่ข้างล่างนะครับ”
“อืมๆ ๆ”
“งั้นเต้ยเข้าไปดูกระเป๋าเลยนะครับ”
“โอเค ขอบคุณมาก”
เต้ยค้อมตัวเล็กน้อยตอนเดินหน้าเจ้านายหนุ่มไป เพื่อรื้อกระเป๋าหลายใบที่นอนรออยู่ในห้อง เป็นการช่วยงานเบื้องต้นให้แม่บ้านในระดับหนึ่งก่อน
“เข้างานกันเถอะ ป่านนี้คุณแม่บ่นหาแย่แล้ว”
พอลงมาชั้นล่างแล้วเห็นผู้ช่วยรออยู่ จักรภัทรก็เอ่ยด้วยท่าทีเร่งรีบและรู้สึกผิด เพราะจะสามทุ่มแล้ว แต่ลูกคนโตเจ้าของงานยังไม่ออกไปทักทายแขกเลย ทว่าผู้ช่วยกลับมีท่าทีไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนนัก
“ไม่บ่นหรอกครับ เพราะผมบอกคุณท่านแล้ว ว่าคุณเกียร์ยังไม่ได้นอนเลย เสร็จจากลูกค้าก็รีบบินมา คุณท่านถึงไม่ให้ใครไปตามไงครับ”
“เหรอ ขอบคุณมาก”
จักรภัทรยิ้มน้อยๆ ให้ผู้ช่วยที่มักจะรู้งาน รู้กาลเทศะเสมอมา แล้วเดินนำไปหน้าบ้าน สวมรองเท้าในมือ ก่อนจะตรงไปยังสนามหญ้า มีโต๊ะตั้งเรียงรายอยู่ร้อยกว่า ผู้คนมาร่วมงานมากหน้าหลายตา แม่กับน้องสาวทั้งสอง ยืนรอรับแขกอยู่ซุ้มเข้างานเรียบร้อยแล้ว
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูกชายแม่”
จารุณี ส่งเสริมสกุลไทย ในชุดราตรียาวสีขาวสะอาดตา มองลูกชายเดินมาพร้อมผู้ช่วยคู่ใจ ก็ส่งเสียงนุ่มกับยิ้มสว่างไสวมาหา บ่งบอกว่ามีความสุขกับวันพิเศษของตัวเอง
“สุขสันต์วันเกิดครับคุณแม่ ของขวัญจากลูกชายคนโตครับ”
จักรภัทรยื่นมือไปรับกล่องของขวัญจากเนติมาส่งให้แม่ ก่อนจะเข้าไปโอบกอดแม่ แล้วยอมให้แม่หอมแก้มซ้ายที ขวาที ท่ามกลางสายตาของผู้คนในงานต่างมองมาหา รวมทั้งน้องสาวทั้งสองของเขา ที่กำลังต้อนรับแขกแทนแม่อยู่ไม่ห่างด้วย
“ขอบใจจ้ะลูกชายแม่ คุณหญิงกับหลานๆ มาพอดี งั้นก็มาช่วยแม่ต้อนรับ กับถ่ายรูปกับคุณหญิงก่อนสิจ๊ะ แล้วค่อยเข้างาน”
เขายกมือไหว้คุณหญิงที่แม่หันไปมองด้วยท่าทีนอบน้อม แล้วรับไหว้หลานสาวสวยใสทั้งสอง ที่เดินตามคุณหญิงมา ก่อนจะทักทายกันด้วยท่าทีคุ้นเคยไม่น้อย เพราะเจอกันในงานสังคมต่างๆ บ่อยครั้ง
“สองสาวมาถ่ายรูปเร็วสิจ๊ะ”
คุณหญิงในชุดไหมสีขาวกวักมือเรียกหลานสาว ในชุดสีเดียวกันด้วยท่าทีกระตือรือร้น แถมยังผลักให้หลานยืนเบียดกับลูกชายคนโตของเจ้าภาพอีก
และแม้ตั้งใจจะถ่ายรูปคู่กับคุณหญิงเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ จักรภัทรก็ต้องยืนให้แขกคนอื่นที่ต่างพาลูกสาวหรือไม่ก็หลานสาว มาร่วมงานอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง
“แม่ฝากเกียร์ช่วยดูแลหนูอ้อนด้วยนะจ๊ะ มาช่วยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่รู้ตอนนี้อยู่ไหน วีกับซีเห็นน้องมั้ยจ๊ะ” จารุณีหันไปหาลูกสาวทั้งสอง ขณะกำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่ไม่ห่างจากซุ้มทางเข้านัก
“เมื่อกี้บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำนะคะคุณแม่”
จารุกร ส่งเสริมสกุลไทย ลูกสาวคนเล็กในวัยสามสิบเอ็ดหันมาบอกแม่ แล้วรีบหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
“ออกมาแล้วนะซี เราเห็นเดินไปคุยกับเชฟอยู่ทางโน้น พี่เกียร์ลองเดินดูตรงแถวรถจัดอาหารสิคะ เผื่อจะอยู่แถวนั้น”
จารวี ส่งเสริมสกุลไทย น้องสาวคนกลางในวัยสามสิบสองบอกน้องสาวที่ห่างกันแค่ปีเดียว แล้วหันไปบอกพี่ชายคนโตของบ้านต่อ ก่อนจะเดินตรงไปกวักมือเรียกกลุ่มเพื่อน ที่เพิ่งพากันเดินมาถึง จักรภัทรไม่ได้คิดจะทำตามคำน้องแต่อย่างใด เพราะมีแขกเหรื่อมากมายในงานให้ต้องเข้าไปทักทายอยู่แล้ว
“ไม่ต้องไปแล้วล่ะลูก โน่นๆ หนูอ้อนมากับคุณอ้วนแล้วล่ะ”
จารุณีชี้บอก ลูกชายเลยต้องหันไปยังทิศทางมือของแม่ ก็เห็นเจ้าของรูปร่างผอมเพรียว สูงร้อยเจ็ดสิบในชุดราตรีลูกไม้สีขาวสั้นระดับเข่า รองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน ช่วยส่งให้หญิงสาวสวยสง่าได้อย่างดี ส่วนตัวเสื้อที่เป็นแขนกุดนั้น ก็ดูเรียบร้อย เหมาะกับงานกลางแจ้งไม่น้อย และกำลังเดินมาคู่กับแม่มา
“สวัสดีครับคุณน้า”
จักรภัทรรีบยกมือไหว้ปราณี ตั้งตรงธรรม หรือหญิงที่แม่เขาจะเรียกว่าคุณอ้วนจนติดปาก แม้จะเป็นเพื่อนกันมาไม่น้อยกว่าสี่สิบปีแล้วก็ตาม แต่ทั้งสองต่างก็ใช้สรรพนามเรียกกันว่า ‘คุณ’ แบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
“สวัสดีค่ะคุณเกียร์ เป็นยังไงบ้าง ไปยุโรปคราวนี้ ได้ลูกค้ามากี่ร้อยคนคะ”
“ไม่ขนาดนั้นครับคุณน้า”
ปากก็ตอบคนที่เขาเรียกน้าไป ส่วนมือนั้นก็ยกรับไหว้ ปณิตา ตั้งตรงธรรม สาวสวยวัยยี่สิบเจ็ดปี ที่ยกมือไหว้เขาด้วยความนอบน้อม แล้วยิ้มบางๆ ให้ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร เพราะผู้ใหญ่คุยอยู่เลยไม่อยากแทรก
“คุณอ้วนกับหนูอ้อนกินอะไรกันหรือยังคะ เห็นเดินช่วยนั่นนี่ตลอด กล้วยเกรงใจจังเลยค่ะ”
“คุณกล้วยไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เราสองแม่ลูกได้ช่วยงาน ท้องก็อิ่มแล้วล่ะค่ะ นี่อ้วนก็กำลังจะมาบอกว่าเชฟกลัวอาหารไม่พอ เพราะแขกมาเกินที่แจ้งไว้หลายโต๊ะ เลยจะให้ทางโรงแรมจัดอาหารมาสำรองไว้อีก คุณกล้วยจะว่ายังไงคะ”
“ตามสบายเลยค่ะคุณอ้วน ขอบคุณมากเลยที่เป็นหูเป็นตาให้ มีอะไรหรือเห็นอะไรไม่พอ ก็จัดการตามแต่จะเห็นสมควรเลยค่ะ กล้วยอยู่รับแขกตรงนี้ ก็ไม่มีเวลาไปมองอะไรอีก อุ๊ยต๊าย! ท่านผู้หญิงมาแล้วค่ะ ขอตัวนะคะ ยัยวีกับยัยซีไปช่วยแม่ต้อนรับท่านเร็วๆ ลูก”
จักรภัทรมองแม่ที่แม้จะหกสิบแล้ว แต่ยังหุ่นผอมเพรียว กวักมือเรียกสองสาวให้ตามไป แล้วก็หันมายิ้มให้สองแม่ลูก ที่ต่างมองไปยังแขกซูเปอร์วีไอพีของแม่เป็นตาเดียวกัน
“งั้นน้ากับน้องอ้อนจะไปบอกเชฟก่อนนะคะ คุณเกียร์จะได้เข้างานสักทีค่ะ เห็นเมื่อกี้คุณจักรถามหาอยู่แน่ะค่ะ”