เจียงหว่านฉือทึ่งใจกับคำพูดของไป๋เสี่ยวโหรวจนพูดไม่ออก เธอหันหน้าไปมองหน้าหล่อราวกับรูปปั้นของยู่ชางเหิง มันไม่มีที่ติเลยแม้แต่นิดเดียว
ตลอดสามปีที่ผ่านมาของการเป็น “คุณนายยู่” นั้น สีหน้าที่เธอเห็นมากที่สุดบนใบหน้านั้นก็คือสีหน้าเย็นชาและเหินห่างแบบตอนนี้ จริง ๆ แล้วในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาไม่ได้เจอกันบ่อยนัก ยู่ชางเหิงไม่ค่อยอยู่บ้าน เธอเลยเห็นค่ามันทุกครั้งที่ได้เจอกัน
หลังจากรอแล้วรอเล่ามาเป็นเวลาสามปี เธอคิดว่าตัวเองสามารถแทรกเข้าไปในใจของเขาได้ เพราะคิดว่าความจริงใจนั้นสามารถแลกกับความจริงใจได้ และสักวันหนึ่งเขาก็จะต้องประทับใจในความพยายามของเธอ เพราะงั้นเธอเลยยอมประนีประนอมและยอมลดศักดิ์ศรีลงเพื่อรับใช้ตระกูลยู่!
แม้ว่าเธอจะถูกหลินเยี่ยนเฟิน แม่สามีที่ชั่วร้ายเรียกใช้งานทุกวัน แม้ว่าเธอจะโดนยู่ชิงชิง ผู้หญิงไร้สมองคนนั้นหาเรื่องใส่เธออยู่เสมอ รวมทั้งไป๋เสี่ยวโหรวนั่น ซึ่งจะคอยจับผิดเธออยู่ทุกวัน เธอก็ยังกัดฟันอดทนไว้ได้จนถึงทุกวันนี้
สามปีในฐานะ “คุณนายยู่” นั้น เธอได้แต่ดูแลตระกูลยู่อย่างเงียบ ๆ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและไม่กล้าบ่นเลยแม้แต่คำเดียว...
เธอยังคิดอย่างไร้เดียงสาว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถสร้างความประทับใจให้พวกเขา และทำให้พวกเขายอมรับเธอได้
ตอนนี้ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องตลก
เธอมองยู่ชางเหิงอย่างจนหนทาง “ชางเหิง ไป๋เสี่ยวโหรวเป็นคนชนคน คุณก็อยากจะให้ฉันไปรับโทษแทนเธองั้นเหรอคะ?”
แววตาของยู่ชางเหิงสั่นไหวเล็กน้อย หลบสายตาของเธอและไม่พูดอะไรเลยสักคำ
ความเงียบของเขาดูเหมือนจะเป็นคำตอบอยู่แล้ว ทำให้เธอรู้สึกช็อคจนใจด้านชาไปหมด
“ตอนนี้คนโดนชนตายไปแล้ว การจ่ายค่าชดใช้นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ”
หลินเยี่ยนเฟินสบถอย่างเย็นชา และยังพูดจาเลว ๆ ออกมา
“กล้องวงจรปิดจับภาพได้ไม่ชัดเจน ตอนนั้นในรถมีแค่แกกับเสี่ยวโหรว เพราะงั้นยังไงก็ต้องเป็นเธอที่รับโทษแทน” ยู่ชิงชิงกับหลินเยี่ยนเฟินนั้นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
เจียงหว่านฉือมองครอบครัวนี้ด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าไม่อายเช่นนี้
น่าสมเพชขนาดไหน สามีของเธอมีชู้ทำให้เมียน้อยท้อง แถมยังจะให้เธอไปจำคุกแทนเมียน้อยอีก!
“ใช่สิ แกกับลูกชายของฉันแต่งงานกันมาสามปีแล้ว แต่ท้องของแกนั้นกลับไม่มีวี่แววอะไรเลย ฉันยังหวังว่าจะได้กอดหลานชายไว ๆ เพื่อให้พ่อที่เสียไปแล้วของเขาสบายใจ ตระกูลยู่มีธุรกิจใหญ่โตขนาดนี้ ในอนาคตต้องมีคนสืบทอดแน่นอน!”
หลินเยี่ยนเฟินเหลือบมองท้องของเจียงหว่านฉือ
“ตระกูลยู่ของเราไม่ต้องการผู้หญิงที่ท้องไม่ได้!”
ยู่ชิงชิงที่อยู่ข้าง ๆ นั้นก็ซ้ำเติมด้วย
เจียงหว่านฉือตัวสั่นด้วยความโกรธ ลูกเหรอ? สามปีที่ผ่านมานี้ ยู่ชางเหิงไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย เธอจะท้องได้ยังไง? เล่นกลรึไง?
“ยังไงซะ ตอนนี้เสี่ยวโหรวกำลังท้องอยู่ และเธอก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลยู่อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเธอสำนึกผิดมากจนกรีดข้อมือตัวเอง ถ้าไม่ใช่หมอช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา คงต้องตายทั้งกลมแน่ ๆ แกยอมให้เธอหน่อยไม่ได้รึไง?”
พอหลินเยี่ยนเฟินพูดจบ ก็ถามไถ่ไป๋เสี่ยวโหรวอย่างเป็นห่วงเป็นใยราวกับกลัวว่าเธอจะรู้สึกเสียใจอย่างไรอย่างนั้น
ยู่ชิงชิงมองเจียงหว่านฉือด้วยสายตาเย็นชา “ใช่สิ น้องสะใภ้ แกก็ทน ๆ เอาหน่อยละกัน แกแต่งเข้ามาในตระกูลยู่สามปีแล้ว เราก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับแกนี่จริงไหม?”
ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเหรอ?!
ทน ๆ เอาหน่อยละกัน? สามปีที่ผ่านมาเธอยังทนไม่พออีกเหรอ?
ธาตุแท้ของครอบครัวนี้ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ !
เจียงหว่านฉือกัดฟันด้วยความสิ้นหวัง แผลที่แขนของเธอก็เริ่มปวดตึ๊บ ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดนี้ไม่สามารถเทียบกับความเจ็บปวดในใจของเธอได้เลยแม้แต่นิด!
เธอมองยู่ชางเหิงด้วยความหวังเป็นครั้งสุดท้าย โดยหวังว่าจะได้ยินคำโต้แย้งจากเขา
เธอเป็นภรรยาของเขานะ เขาจะยอมเห็นเธอไปติดคุกแทนผู้หญิงคนอื่นจริง ๆ หน่ะเหรอ?
ยู่ชางเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก้มหน้าลง ก่อนจะหยิบเช็คออกมาแล้วยื่นให้เธอ
“สองพันห้าร้อยล้าน ถือเป็นค่าชดเชยที่เธอไปรับโทษแทนเสี่ยวโหรว”
เจียงหว่านฉือหน้าซีดเซียว และรับเช็คด้วยมือที่สั่นเทา
ในสายตาของเขา เธอเป็นคนที่สามารถเอาเงินทุ่มหัวได้งั้นสินะ?
“สองพันห้าร้อยล้าน คุณนี่ใจกว้างจริง ๆ ...”
เธอหัวเราะออกมา จนน้ำตาไหลพรากออกมาจากหางตา ใจของเธอเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ และมีเลือดสด ๆ ไหลออกมา!
หน้าอกของเธอคับแน่นไปหมด ความขุ่นเคืองและความคับข้องใจนั้นถาโถมเข้ามา เจียงหว่านฉือกัดริมฝีปากของเธอแน่นจนรู้สึกถึงรสชาติฝาด ๆ ปนหวาน
ดีมาก ดีจริง ๆ เธอไม่อยากทนอีกต่อแล้ว!
เธอเดินไปที่ข้างเตียงคนไข้ และกระแทกเช็คใส่หน้าของไป๋เสี่ยวโหรวอย่างแรง
“โอ๊ย!”
วินาทีต่อมา ไป๋เสี่ยวโหรวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ และหดตัวเหมือนกระต่ายขาวตัวน้อยที่หวาดกลัว หลินเยี่ยนเฟินกับยู่ชิงชิงรีบโผเข้าไปหาและปกป้องเธออย่างแน่นหนาทันที
“ทำอะไรของเธอ? !”
ยู่ชางเหิงก้าวไปข้างหน้าและจับมือของเจียงหว่านฉือไว้
“ใช้เงินสองพันห้าร้อยล้านแลกกับตบหน้าเธอฉาดหนึ่ง ทำไม คุณปวดใจงั้นเหรอ?” เจียงหว่านฉือมองผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจด้วยรอยยิ้ม และถามกลับ
เขาบอกว่าให้เงินสองพันห้าร้อยล้านเป็นค่าชดเชย เธอก็จะใช้เงินก้อนนี้เพื่อตบหน้าผู้หญิงของเขาซะ!
สีหน้าของยู่ชางเหิงดูไม่สบอารมณ์ “ตอนนี้เสี่ยวโหรวป่วยอยู่ อย่าทำอะไรเธอ”
“อีบ้าเอ๊ย!” ยู่ชิงชิงด่า “น้องเสี่ยวโหรวสำนึกผิดจนกระทั่งกรีดข้อมือของตนเองเลย แกยังทำกับเธอแบบนี้อีก!”
เจียงหว่านฉือไม่สนใจเสียงตะคอกของยู่ชิงชิงและจ้องยู่ชางเหิงด้วยสายตานิ่ง ๆ
“แล้วฉันหล่ะ? ฉันไม่ใช่ผู้ป่วยรึไง? ใครคือภรรยาของคุณกันแน่?”
บางทีอาจเป็นเพราะผลพวงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจียงหว่านฉือเลยรู้สึกเวียนหัวอยู่พักหนึ่ง ดังนั้นตอนที่เธอซักถาม น้ำเสียงถึงดูไร้เรี่ยวแรงอยู่
ราวกับว่าใจของเธอถูกมือใหญ่กำไว้แน่น มันเจ็บปวดจนหายใจแทบไม่ออก
ทำไมตอนแรกฉันถึงหลงใหลและตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อย่างหน้ามืดตามัวกัน?
เย็นชาซะขนาดนี้ ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ โง่มานานแล้ว ได้เวลาตื่นสักที
เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากมือของยู่ชางเหิง เมื่อก่อนเธอเคยรักเขามากแค่ไหน ตอนนี้เธอก็เกลียดชังเขาเข้ามากเท่านั้น!
ความรักที่เคยมีเต็มหัวใจนั้น ตอนนี้มันด้านชาไปหมดแล้ว
“เฮอะ! สำนึกผิดเลยอยากจะกรีดข้อมือฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?” เจียงหว่านฉือหัวเราะเยาะ และไม่มองยู่ชางเหิงอีก แต่มองไป๋เสี่ยวโหรวที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาดูถูก
แต่ก่อนผู้หญิงคนนี้มักจะทำเหมือนเธอเป็นคนรับใช้เอาแต่สั่งใช้งานเธอตลอด และเสแสร้งทำเป็นอ่อนแอไร้เดียงสาต่อหน้ายู่ชางเหิง ตอนนี้พออยู่ลับหลังยู่ชางเหิง เธอก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาราวกับผู้ชนะ
กรีดข้อมือฆ่าตัวตาย?
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงหน้าซื่อใจคดคนนี้จะทำแบบนั้นได้จริง ๆ !
เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกผ้าก๊อซที่พันรอบมือของไป๋เสี่ยวโหรวออก เผยให้เห็นเพียงบาดแผลตื้น ๆ บนข้อมือของไป๋เสี่ยวโหรว ไม่มีแม้แต่รอยเส้นเลือดที่โดนกรีดเลย
ไป๋เสี่ยวโหรวร้องเบา ๆ และรีบปิดข้อมือของเธอไว้อย่างลนลาน เพราะไม่อยากให้การกระทำนี้เปิดเผยธาตุแท้ของเธอไปมากกว่านี้
“แค่นี้อ่ะนะ?” เจียงหว่านฉือโยนผ้าก๊อซทิ้ง และมองไปรอบ ๆ ทุกคนในห้องอย่างเย็นชา
ในห้องเงียบสนิทไปชั่วครู่
“ฉันว่าแล้วเชียว คนที่ห่วงชีวิตอย่างเธอจะยอมฆ่าตัวตายได้ยังไงกัน? สมแล้วที่เป็นคนในวงการบันเทิง ทักษะการแสดงดีใช่เล่นนี่ แค่รู้สึกขยะแขยงไปหน่อย”
ไป๋เสี่ยวโหรวเป็นนักแสดงหญิงยอดนิยมในขณะนี้ แต่เธอไม่มีทักษะการแสดงเลย ต้องพึ่งแต่การสร้างกระแสอย่างเดียว
หลินเยี่ยนเฟินกับยู่ชิงชิงสบสายตากัน สีหน้าของพวกเธอดูแย่ และกลับไม่ได้พูดอะไร
พอเห็นท่าทางของพวกเธอแล้ว เจียงหว่านฉือก็รู้สึกสะใจอย่างมาก
“แก...”
หน้าของไป๋เสี่ยวโหรวแดงก่ำราวกับว่าเธอต้องการจะโต้กลับ แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายู่ชางเหิงยังอยู่ข้าง ๆ เธอ เพราะงั้นเลยทำหน้าจากโมโหเป็นเศร้าแทน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วก็ยังทำเป็นดื้อรั้นอยู่
เจียงหว่านฉือดูการแสดงของเธอและยิ้มเยาะในใจ
ยู่ชางเหิงมองไป๋เสี่ยวโหรว แล้วก็มองมาที่เธอ สายตาของเขาดูเย็นชาขึ้นมา “เจียงหว่านฉือ...”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เจียงหว่านฉือก็พูดขึ้นมาเรียบ ๆ ว่า
“ยู่ชางเหิง เราหย่ากันเถอะ”